คุณแหน : 10 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 10 สิงหาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

๐๐ ยินดีกับ วิรัตน์ รักษ์พันธ์ ที่ได้เป็น ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา โดยมี ศุภโชค ศาลากิจ, เอนก วีระพจนานันท์, ผศ.(พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เป็นรองประธาน และ พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, มาโนช สุขเพิ่ม, วาสนา ทิพย์สุวรรณ, สุพัฒน์ ไชยด้วง, ดร.วัชรวิชญ์ กีรติดุสิตโรจน์ เป็นอนุกรรมาธิการ และ ดร.ทวี จุลศักดิ์ศรีสกุล เป็นอนุกรรมาธิการและเลขานุการ..๐๐

๐๐ เพื่อนๆหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 7 ร่วมยินดีกับ พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่..๐๐

๐๐ มิตรสหายชาว BRAIN 2 ร่วมยินดีกับ นุสรา อัสสกุล บัญญัติปิยพจน์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น นายกสมาคมประกันชีวิตไทย สมัยที่ 4 ประจำปี 2569-2571..๐๐

๐๐ ช่วงนี้ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) เตรียมเข้าร่วมงาน “10th International Public AMCs Forum (IPAF) Summit and Conference 2026” ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน 12-14 ส.ค. นี้..๐๐

๐๐ ภัทรลดา สง่าแสง เป็นผู้แทน ปตท. รับ 8 รางวัลยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ประจำปี 2569 (16th Asian Excellence Award) สะท้อนความโดดเด่นด้านการบริหารองค์กรในระดับสากลภายใต้หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และการดำเนินธุรกิจบนหลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ควบคู่กับสร้างคุณค่าให้ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม..๐๐

๐๐ ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ. เรียล สมาร์ท รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี 2569 เรื่อง “AI เปลี่ยนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ..๐๐

๐๐ ดวงแก้ว นพพรพรหม เป็นปลื้มเมื่อหลานชาย อั่งเปา-วรกร นพพรพรหม คว้าเหรียญทองแดง กีฬาฟันดาบเซเบอร์ จากการแข่งขัน Asian Cadet Cup 2026 ที่นครไทเป ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาระดับเยาวชน ของทวีปเอเชีย..๐๐

๐๐ นคร แนวพันธ์อัศว วันเกิดตอนเช้าไปออกรอบตีกอล์ฟ เย็นกลับมาฉลองกับครอบครัวที่บ้านอย่างอบอุ่น..๐๐

๐๐ ใครอยากเรียนต่อนิวซีแลนด์ อย่าพลาดงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำปี New Zealand Education Fair 2026 ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ จารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ฝากชวนน้องๆ นักเรียน นักศึกษา และพ่อแม่ผู้ปกครอง  พบ 70สถาบันการศึกษา พร้อมทุนกว่า 2 ล้านบาทและฟังประกาศ  Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน ทดสอบภาษาอังกฤษฟรี ห้องเรียนจำลองโดยครูนิวซีแลนด์ สมัครในงาน รับทุนตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์ทันที ครบทุกคำตอบเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เสาร์ที่ 29 ส.ค. เวลา 11.00–17.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียนร่วมงานฟรีที่ https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair..๐๐

๐๐ ชาว LSP 3 ร่วมอาลัยและเสียใจกับ มนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี ที่สูญเสียคุณแม่บุญธรรม ดาวเรือง สุวรรณโพธิ์ศรี ญาติผู้ใหญ่คนสุดท้ายของครอบครัว..๐๐

๐๐ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธาน กก.บมจ.ประกิตโฮลดิ้ง รดน้ำศพแล้วเมื่อ 6 ส.ค. อาคารบุญญาวาส วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร(หลวงพ่อวิริยังค์) ซ.ปุณณวิถี 20 สุขุมวิท 101  โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรม 10-16 ส.ค.(12 ส.ค.งด)19.00 น. และ 17 ส.ค.พิธีกงเต็กแล้วบรรจุ..๐๐

น้องใหม่ 

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

จตุรงค์ มกจ๊ก แอดมิตด่วน ปวดท้อง 3 วัน จนเดินตัวงอ แฟนๆแห่ส่งกำลังใจ

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อ “จตุรงค์ มกจ๊ก” หรือ “ลุงรงค์” นักแสดงและตลกชื่อดัง ออกมาเผยภาพตัวเองขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังมีอาการปวดท้องน้อยต่อเนื่องนานถึง 3 วัน ก่อนอาการจะรุนแรงขึ้นจนรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว และต้องเดินทางไปพบแพทย์

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพขณะนอนแอดมิต พร้อมเล่าเหตุการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “ถึงขนาดเข้าอุโมงค์
ปวดท้องน้อยมา 3 วัน จากเบาเป็นหนักขึ้นจนเมื่อวาน (อาทิตย์) ตื่นมาร่างกายมันบอกว่าไม่ไหวจริงๆ เดินตัวงอ เราจึงพาร่างอันแข็งแกร่ง (คิดเอง) ไปโรงพยาบาล ในหัวก็คิดว่าไส้ติ่งแหงๆ (เก่งอีกกู วินิจฉัยก่อนหมอซะด้วย)

       ถึงมือหมอ หมอแตะโน่น กดนี่ เจาะนู่นจิ้มนี่ คำแรกที่หมอพูด ตัดไส้ติ่งไปก่อน!! น่านไง จึงได้รู้ว่าหมอวินิจฉัยโรคเก่งกว่าเรา เข้าใจผิดมาตลอด คิดว่าเราเก่งกว่าหมอ 5555 ขั้นตอนต่อไปเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (อุโมงค์) แล้วผลก็ออกมา กระเปาะในลำไส้อักเสบ ทำการรักษาโดยการนอนโรงพยาบาล 2 ไม่ก็ 3 วัน และต้องอดอาหารทุกอย่าง ภายใน 2/3 วันนี้ เสียงในหัวกู..เชี้ยยยย ไม่กินอะไรสามวันเนี่ยนะ แล้วเสียงในหัวก็ลั่นต่อ มึงอยากหายหรือเปล่าไอ้ลุง

       ปล. ไม่ต้องมาเยี่ยมกันนะ กูจะพักผ่อน รักทุกคน #ลุงรงค์บ้าพลัง”

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

จิน จรินทร์ ลั่นหย่า หนิง หลายปีแล้ว ขอต่างคนต่างอยู่ อย่าพูดถึงกันอีก

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองอย่างมากในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีคลิปของ “น้องณิริน” ลูกสาวของ “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ” และ “จิน จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” ที่มีช่วงพูดคุยหยอกล้อในทำนองไม่อยากมีใบหน้าคล้ายคุณพ่อ รวมถึงเหตุการณ์ที่น้องณิรินโทรศัพท์หา จิน จรินทร์ ในขณะที่ฝ่ายพ่อกำลังไลฟ์สด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเกิดดราม่าตามมา

       ก่อนหน้านี้ จิน จรินทร์ ได้ออกมายอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าเจ้าตัวไม่ทราบมาก่อนว่าลูกสาวกำลังอยู่ในช่วงไลฟ์สด จึงไม่คิดว่าบทสนทนาดังกล่าวจะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ

ขณะที่ หนิง ปณิตา ผู้จัดละครและพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณแม่ของน้องณิริน ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหารุนแรงระหว่างครอบครัว พร้อมอธิบายว่าหากดูคลิปเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ จะเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการพูดหยอกล้อกันตามประสาพ่อลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งคู่ทำกันเป็นปกติ

      ล่าสุด จิน จรินทร์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ ระบุว่า “ผมได้หย่ามาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาผมเงียบมาตลอด เพื่อรักษาความรู้สึกของลูก ทางฝั่งนั้นได้เคยมีการพูดคุยตกลงไม่ให้ผมพูดถึง ซึ่งผมก็พยายามรักษาข้อตกลงมาโดยตลอด ไม่เคยพูดถึงเลย เพราะบอกกับลูกแล้ว และเค้าก็บอกด้วยว่าจะไม่พูดถึงทางผมเช่นกัน เพราะไม่อยากให้เป็นข่าวอีกแล้ว

       แต่ที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงกันออกสื่ออยู่บ่อยครั้ง และเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผมยืนยันว่าไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ในไลฟ์ เพราะผมไม่ต้องการให้เรื่องของครอบครัวเป็นเรื่องสาธารณะ และมีการพูดคุยกับลูกหลังเหตุการณ์นี้แล้ว ไม่มีการโทรไปด่าหรือต่อว่าแต่อย่างใด

       ผมอยากให้เราต่างคนต่างอยู่ ไม่พูดพาดพิงถึงกันและกันอีก และช่วยกันทําหน้าที่ของพ่อและแม่ให้ดีที่สุดต่อไป และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตและเดินหน้าของตัวเอง และให้เรื่องลูกเป็นเรื่องส่วนตัว ผมจะทําหน้าที่ของพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้”

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

นิว นภัสสร ออกโรงแจง ปมข่าวลือสนั่นสามีปันใจให้สาวอื่น

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.10 น.

เมื่อ 10 สิงหาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกระแสข่าวลือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคู่รักคนดังอย่าง “นิว นภัสสร” และ “เป๊ก เปรมณัช” หลังมีการเผยแพร่ข่าวที่พาดพิงถึงฝ่ายชายว่าอาจมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับนักธุรกิจสาว จนทำให้แฟนๆ ต่างเป็นห่วงและจับตาความเคลื่อนไหวของครอบครัว

       ล่าสุด นักร้องสาวเสียงทรงพลัง นิว นภัสสร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าข่าวที่เผยแพร่ออกมานั้น

โดย นิว ระบุว่า “สำหรับข่าวที่ทุกคนคิดว่าเป็นครอบครัว เป๊กนิว 
บ้านเราก็ไม่ได้ Perfect เป็นครอบครัวธรรมดา ใช้ชีวิตด้วยกันมา 15 ปีแล้ว กว่าจะมาเป็นแฟน แต่งงาน มีลูก และมีครอบครัวด้วยกัน เราผ่านเรื่องยากๆ มาด้วยกันตลอด

แต่วันนี้เรายังรักกันดี และครอบครัวของเรายังอยู่ด้วยกัน โดยมีน้องสเปซ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของเราสองคน

สำหรับสิ่งที่นิวออกมาบอกว่า ไม่เป็นความจริงนั้น เพราะข่าวที่ออกมา มีส่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของครอบครัวนิว นิวจึงขอชี้แจงเพียงเท่านี้ และไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องภายในครอบครัวไปมากกว่านี้นะคะ

นิวไม่อยากให้ครอบครัวของนิวกลายเป็นเครื่องมือของใคร หรือถูกนำไปใช้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเรา …
ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจให้นิวนะคะ #เป๊กนิว”

สำนักข่าววันนิวส์ -อ้อม พิยดา – นก ฉัตรชัย คว้ารางวัลใหญ่ งาน นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8

สำนักข่าววันนิวส์ -อ้อม พิยดา - นก ฉัตรชัย  คว้ารางวัลใหญ่ งาน นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8

สำนักข่าววันนิวส์ -อ้อม พิยดา – นก ฉัตรชัย คว้ารางวัลใหญ่ งาน นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

ผ่านไปแล้วสำหรับงานประกาศรางวัล “นาคราช อวอร์ด ครั้งที่ 8” ที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่น และสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมทั้งในแวดวงสื่อมวลชน บันเทิง กีฬา ธุรกิจและบุคคลผู้สร้างคุณูปการให้กับสังคมไทย   ทั้งนี้ “สำนักข่าววันนิวส์” ได้คว้ารางวัล “สุดยอดสำนักข่าวคุณภาพ” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของสื่อมวลชน   โดยมี คุณเดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการช่องone31, คุณถิรพุทธ์ เปรมาประยูรวงศา รองผู้อำนวยการสำนักข่าววันนิวส์ พร้อมด้วยพิธีกรข่าวหนุ่มหล่อ ยศ-ณัฏฐ์ศรุต ถาม์พรทองสุทธิ เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงคุณภาพ อ้อม-พิยดา ที่คว้ารางวัลสุดยอดนักแสดงสมทบหญิง ในบทบาท พระวิสุทธิกษัตรีย์ ในซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่อง “หงสาวดี”  ที่สร้างจากแรงบันดาลใจของประวัติศาสตร์ ไทย-พม่า รวมถึงอีกหนึ่งนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย นก-ฉัตรชัย กับบทบาทของ พระเจ้าบุเรงนอง ที่ได้รับรางวัลสุดยอดนักแสดงทรงคุณค่า  รวมถึงอีกหนึ่งคอนเทนต์จริตไทยอย่าง  “สอดสร้อยมาลา” ที่ส่งให้นักแสดงหนุ่ม กระทิง-ขุนณรงค์ คว้ารางวัลสุดยอดนักแสดงนำชายมาครอง  โดยงานนี้จัดขึ้น ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ เมื่อค่ำวานก่อน  

ทายาทกันตนา MR D คัมแบ็ค! แสดงละครเวทีร่วมสมัย Thai Choral Opera นาฏคีตาประสานเสียง

ทายาทกันตนา MR D คัมแบ็ค! แสดงละครเวทีร่วมสมัย Thai Choral Opera นาฏคีตาประสานเสียง

ทายาทกันตนา MR D คัมแบ็ค! แสดงละครเวทีร่วมสมัย Thai Choral Opera นาฏคีตาประสานเสียง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.22 น.

หายหน้าหายตาไปศึกษาต่อปริญญาตรีด้านการขับร้องคลาสสิก (Bachelor of Music สาขา Vocal Performance) จาก University of Denver สหรัฐอเมริกา ศึกษาต่อด้านการขับร้องระดับมืออาชีพ จนมีโอกาสเดินทางไปร้องเพลงโอเปราที่ประเทศอิตาลีติดต่อกันถึง 3 ปี สำหรับ มิสเตอร์ดี หรือ ดิษย์กรณ์ ดิษยนันทน์ (เวลล์) อดีตนักร้องเด็กชื่อดัง และเป็นทายาทของค่าย กันตนา ล่าสุดคัมแบ็ค ร่วมแสดงละคร Thai Choral Opera (นาฏคีตาประสานเสียง) เรื่องแรกของประเทศไทย “มโนห์รา ไทยคอรัลโอเปร่า” แสดงร่วมกับน้องศึกษาที่รักวัฒณธรรมไทย ชัญญา ลิ้มไชยโรจน์ และ ปวริศา บัวเกิด ที่สลับกันมารับบท “มโนห์รา” ร่วมด้วยคณะนักร้องประสานเสียง เสียงไทยไดนามิกส์ , นักร้องนักแสดงจากคณะนักร้องประสานเสียง และนักดนตรีจากวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต

ครั้งจัดโดยเสียงไทยไดนามิกส์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ขอเชิญผู้ชมสัมผัส “มโนห์รา ไทยคอรัลโอเปร่า” (Manohra: Thai Choral Opera)  การแสดงร่วมสมัยที่นําตํานานความรักของ พระสุธน–มโนห์รา มาตีความและถ่ายทอด ใหม่ในรูปแบบไทยคอรัลโอเปร่า ที่ ผสมผสานการขับร้องประสานเสียง การละคร ดนตรีไทยและดนตรีสากล ตลอดจนศิลปะหุ่นเงา เข้าไว้ด้วยกัน  บอกเล่าเรื่องราวผ่านบทเพลงภาษาไทย พร้อมคําบรรยายภาษาอังกฤษ   ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์โดย “ไกวัล กุลวัฒโนทัย” ศิลปินศิลปาธร ประจําปี พ.ศ. 2563 ผู้ทํางานด้านการประพันธ์ดนตรี การขับร้องประสานเสียง ละครเพลง และการพัฒนาศิลปะการแสดงร่วมสมัยของไทยมาอย่างยาวนาน

“มโนห์รา ไทยคอรัล  โอเปร่า”  จะจัดแสดงขึ้นในวันที่ 22-23 ส.ค.2569 ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ อาคาร 17 มหาวิทยาลัยรังสิต อย่าลืมมาให้กำลังใจกลุ่มน้องนักศึกษาที่อยากอนุรักษ์สืบสานต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยกันเยอะๆนะคะ เปิดแสดงแค่ 3 รอบวันที่ 22-23 ส.ค.2569 สอบถามเพิ่มเติม คุณจันทร์พิมพ์ แซ่หยาง โทร. 080-529-4020 หรือ   facebook.com/ThaiChorus  หรือ จองบัตรได้ที่ ticketmelon.com/Siangthai/Manohra  นักศึกษามีส่วนลดให้ 30 เปอร์เซ็นต์

Link เอ็มวีเพลง ลิขิตรักแรก มโนห์รา ไทยคอรัลโอเปร่า https://youtu.be/Wh3X2PfzwPo

เบเบ้ ธันย์ชนก นำเต้นแอโรบิคสุดมันส์ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 2569

เบเบ้  ธันย์ชนก นำเต้นแอโรบิคสุดมันส์ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 2569

เบเบ้ ธันย์ชนก นำเต้นแอโรบิคสุดมันส์ ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 2569

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.49 น.

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรม “EMROBIC DANCE FOR MOM @BENCHASIRI PARK” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 
2569 เชิญชวนคู่แม่ลูก และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ร่วมเต้นแอโรบิคเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ และความสนุกสนาน ณ อุทยานเบญจสิริ ตลอดเดือนสิงหาคม 2569

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “EMROBIC DANCE FOR MOM @ BENCHASIRI PARK” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศกิจกรรม “EM-ROBIC DANCE FOR MOM @BENCHASIRI PARK” วันแรก
มี เบเบ้ – ธันย์ชนก ฤทธินาคา นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกายชื่อดัง มาร่วมนำเต้น
แอโรบิค ซึ่งรับความสนใจจากประชาชนที่มาเป็นคู่แม่ลูก รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ยังเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมใส่เสื้อสีฟ้ามาเต้นแอโรบิคทุกวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ ระหว่างเวลา 18.00 – 20.00 น.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ณ อุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท (ข้างศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และเอ็มสเฟียร์) เพื่อฉลองวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569 และพิเศษในวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 – 19.00 น. พบกับนักร้องลูกทุ่งขวัญใจสายเต้นแอโรบิค “ฮาย อาภาพร” มาร่วมสร้างสีสันความสนุกด้วย.

เปิดหัวใจ เม พรีมายา เลิกเฟียส เพราะคำว่าแม่ ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป

เปิดหัวใจ เม พรีมายา เลิกเฟียส เพราะคำว่าแม่ ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป

เปิดหัวใจ เม พรีมายา เลิกเฟียส เพราะคำว่าแม่ ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.24 น.

“เม พรีมายา” เปิดใจอีกมุมในบทบาท “คุณแม่” ยอมรับการมีลูกทำให้ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ จากคนที่เคยมีความเฟียสและมั่นใจ วันนี้พร้อมเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองในทุกๆ วัน พร้อมเผยความรู้สึกของคนเป็นแม่หลังคลอด ทั้งความกังวลเรื่องรูปร่าง ความกลัวว่าลูกจะเป็นอะไร และภาวะแพนิคที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

เรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านรายการ “Pris Podcast” ในฐานะพรีเซนเตอร์ของ Pris โดย “เม พรีมายา” ได้พูดคุยในช่วงพิเศษ Mom to Mom ต้อนรับเทศกาลวันแม่ พร้อมส่งต่อกำลังใจและมุมมองจากประสบการณ์จริงให้กับคุณแม่หลังคลอด

เม พรีมายา เล่าว่า หลังจากก้าวเข้าสู่บทบาทความเป็นแม่ สิ่งหนึ่งที่เธอให้ความสำคัญคือการ “ปรับปรุงตัวเอง” เพราะอยากให้คนรอบข้าง รวมถึงคนที่ติดตามเธอ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในทุกๆ วัน

จากเดิมที่อาจเป็นคนมีความมั่นใจสูงและมีความเป็นตัวเองชัดเจน วันนี้การเป็นแม่ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะมองหลายสิ่งหลายอย่างแตกต่างออกไป พร้อมยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

อีกหนึ่งเรื่องที่คุณแม่หลายคนอาจเข้าใจดี คือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังคลอด โดยเมยอมรับว่า ในมุมหนึ่งก็รู้สึกว่าร่างกาย “พัง” และมีความรู้สึกอยากกลับมาสวยเหมือนเดิม อยากกลับมาดูแลตัวเองอีกครั้ง เพราะแม้จะมีบทบาทเป็นแม่ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งก็ยังอยากรู้สึกดีกับตัวเอง

ขณะเดียวกัน เมยังเปิดเผยถึงความรู้สึกที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น โดยเฉพาะอาการ แพนิคและความกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรหรือลูกจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากความรักและความห่วงลูกอย่างมาก

“พอเป็นแม่แล้ว ความกลัวมันเยอะขึ้น” คืออีกหนึ่งมุมที่สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ผู้หญิงที่ดูเข้มแข็งและมั่นใจ ก็มีความกังวลและความเปราะบางในฐานะคนเป็นแม่ไม่ต่างจากคุณแม่อีกหลายคน

สำหรับบทสนทนาครั้งนี้ เม พรีมายา ยังอยากส่งต่อกำลังใจไปยังคุณแม่หลังคลอดว่า การเป็นแม่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบในทุกวัน และการดูแลตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะแม่เองก็ต้องการกำลังใจและการดูแลไม่ต่างจากลูก

โดยเฉพาะในช่วงหลังคลอดที่ต้องเผชิญทั้งการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ ความกังวล และความรับผิดชอบครั้งใหญ่ การได้พูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างคุณแม่ด้วยกัน จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญที่ช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้

ติดตามบทสนทนาเต็มๆ ของ “เม พรีมายา” ในฐานะ Presenter Pris กับมุมมองความเป็นแม่ ผ่าน Pris Podcast ตอน Mom to Mom ในช่วงพิเศษต้อนรับวันแม่ฝากติดตาม Podcast EP.1 Mom to Mom เปิดใจในความเป็นแม่เม ลูก 3 น้องโซล โมเน่ ซารอส

ช่อง Youtube PRIS Channel

วงการบันเทิงสะเทือน เสก โลโซ โพสต์โล่งอก ลั่นหมดเวรหมดกรรม หลัง เจ๊ปอง ประกาศตัดขาด

วงการบันเทิงสะเทือน เสก โลโซ โพสต์โล่งอก ลั่นหมดเวรหมดกรรม หลัง เจ๊ปอง ประกาศตัดขาด

วงการบันเทิงสะเทือน เสก โลโซ โพสต์โล่งอก ลั่นหมดเวรหมดกรรม หลัง เจ๊ปอง ประกาศตัดขาด

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.53 น.

ทำเอาชาวเน็ตและแฟนเพลงขยี้ตารัวๆ เมื่อเพจ official ของร็อกเกอร์ระดับตำนานอย่าง “เสก โลโซ” ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาขาเผือกนั่งไม่ติดเก้าอี้ โดยระบุว่า “สบายแล้วเสกเอ้ย 555…” พร้อมแนบรูปภาพข้อความส้มปรี๊ดสะดุดตาว่า “หมดเวรหมดกรรมเสียทีนะ “เสก โลโซ” หลังจากเจ๊ปอง..ตัดขาด”

งานนี้ทำเอาโซเชียลแทบแตก คอมเมนต์กันยับเพราะไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี ระหว่างความโล่งใจขั้นสุดของพี่เสก หรือคำถามชวนหัวจะปวดที่ว่า “เจ๊ปองคือใคร และปองไหนกันแน่?!”เจ๊ปอง (ตัวจริง)? หรือจริงๆ พี่เสกแค่แชร์โพสต์ปั่นเอาฟีลขำๆ ตามสไตล์ร็อกเกอร์อารมณ์ดี?ไม่ว่า “เจ๊ปอง” ปริศนาคนนี้จะเป็นใคร แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือนพี่เสกของเราจะแฮปปี้ ถึงขั้นลงแคปชั่นขำลากยาว 555 ขนาดนี้… ส่วนเรื่องเจ๊ปองคือใครนั้น คงต้องรอเจ้าตัวมาเฉลยเองแล้วล่ะงานนี้! 

แต่ถ้าพูดถึงชื่อ “เจ๊ปอง” ในวงการสื่อ นาทีนี้ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า เจ๊ปอง-อัญชะลี ไพรีรัก ผู้อำนวยการข่าวแห่งแนวหน้าออนไลน์อีกแล้ว! งานนี้ถ้าพี่เสกหมายถึงเจ๊ปอง อัญชลี จริงๆ ก็นับเป็นมวยถูกคู่ชวนอมยิ้ม เพราะคนหนึ่งก็ตัวแม่ฝีปากกล้าแห่งวงการข่าว ส่วนอีกคนก็ตัวพ่อร็อกเกอร์อารมณ์ดีระดับตำนาน!

ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

ซี ศิวัฒน์ เปิดใจเห่อหลาน เปลี่ยนใจอยากมีลูก? ลั่นแก่ตัวไปยกสมบัติให้หลาน พา เอมี่ ไปอยู่เวลเนส

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.39 น.

“ซี ศิวัฒน์” นักแสดงมากความสามารถ วันนี้เห่อหลานสาว “น้องเจมม่า” วัย 1 ขวบ ครึ่งหนักมาก หรือเปลี่ยนใจอยากมีลูกแล้ว? พร้อมเม้าธ์ภรรยา “เอมี่ กลิ่นประทุม” ดื่มเก่งจนได้ดี  ใช้ชีวิตคู่ 21 ปี มีเรื่องทะเลาะกันทุกวัน ถึงขั้นเดินออกจากรายการก็มีมาแล้ว พร้อมเผยเส้นทางการเป็นพิธีกรผ่านจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 

หล่อขึ้น?

“ทำมาหมาดๆ หัตถการมีเท่าไหร่ ทำไปให้หมดเลย (หัวเราะ)”

ชีวิตมีความสุขมาก มีหลานสาวชื่อว่าน้องเจมม่า ตอนนี้มาอยู่ที่บ้านเลย?

“จริงๆ ผมก็มีหลานเหมือนกัน แต่นี่เป็นความใกล้ชิดที่ค่อนข้างมากกว่าปกติ ลูกพี่ชายผมก็จะอยู่ที่ใต้ เราไม่ได้มีโอกาส แต่เจมม่าเราได้เห็นเขาตั้งแต่แรกเกิด อยู่ด้วยกันก็มีความใกล้ชิด เพราะพี่มี่สนิทน้องชาย ผมเห็นแล้วรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในโลก แม้ว่าไม่ใช่ของเราเองก็ตาม ทำไมเด็กคนนี้มันคืออะไร ทำไมเรามองเขาได้ทั้งวัน”

อาจเพราะไม่ได้มีลูก พอเขาเข้ามาแล้วก็เติมเต็ม?

“ไม่ใช่ว่ามีหรือไม่มีเป็นของตัวเอง ผมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เมื่อก่อนผมชอบปลาคาร์ฟ ผมก็นั่งมองปลาคาร์ฟได้สองสามชม. แต่ผมก็ไม่สามารถตอบได้เหมือนกัน ผมมองหน้าหลานแล้วน่ารักไปหมด ไม่รู้จะอธิบายยังไง จะเอาอะไรบอกมาเลยลูก เป็นของขวัญที่ไม่รู้ว่าพระเจ้าหรือเทวดาให้มา เราก็ให้พ่อแม่เขามาอยู่บ้านเราเลย ห้องที่ทำก็ทำให้หลาน ให้พ่อแม่เขาอยู่เลย ไม่ได้อยากพลาดสักช่วงเวลาไหนเลย เพราะเขาโตเร็วมาก เติบโตวันต่อวันเลย ไม่อยากพลาด”

ดูพร้อมมาก?

“พร้อมมาก มีอย่างเดียวคือไม่มีลูกเอง อย่างอื่นได้หมดเลย”

ทำไมถึงไม่มีลูกเองไปซะเลย?

“คุยกันแล้ว จริงๆ ผมเคยพูดหลายรายการ ผมรู้สึกว่าความอยากเราอยากมีลูกอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่ใช่ว้าอยากแล้วทุกอย่างมันจบ คนเป็นพ่อสบายกว่าคนเป็นแม่เยอะ แม่ต้องรับภาระหลายๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากผลักภาระให้ภรรยา ไม่ใช่บอกว่าอยากมีลูกๆ แล้วจบกัน มีลูกให้หน่อย สำหรับมุมผม ผมรู้สึกว่าเราเหมือนผลักภาระให้เขาคนเดียว เราก็จะเป็นคุณพ่อที่สปอยลูก แค่เล่นแล้วออกไปทำงาน แต่คุณแม่เขาต้องอุ้มท้องไม่พอ ต้องดูแลรับภาระอะไรหลายๆ อย่างฉะนั้นผมจะไม่ยอมผลักภาระเหล่านี้ให้เขา ถ้าเขาไม่พร้อมจริงๆ ครอบครัวที่มีความสุข หรืออยู่กันสมบูรณ์แบบไม่จำเป็นต้องมีลูกก็ได้ การที่เราอยู่กันสองผัวเมียแล้วได้เห็นหลาน ผมก็มีความสุข ผมรู้สึกว่าวันนี้ผมเจอจุดที่มีความสุขที่สุดได้แล้วนะ เนื่องจากว่าด้วยผมไม่ใช่พ่อแม่เขา หลานมาอยู่บ้านผม ผมไม่มีหน้าที่เลี้ยงเขาให้เป็นคนดี แต่มีหน้าที่เอาความสุขจากหลาน หน้าที่เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คือหน้าที่พ่อแม่เขา ผมมีหน้าที่เอาความสุขอย่างเดียว ผมอยากเล่นกับหลานเมื่อไหร่ผมก็ไปเล่น”

ได้ความสุขกับหลานปุ๊บ เราก็อุ้มไปคืนแม่เขา?

“ใช่ พี่ไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่ พี่ดูแล มีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ พี่ก็ต้องมีสิทธิ์เอาความสุขจากหลานตัวเอง พี่อยากเล่นพี่อยากกอด พี่อยากอุ้ม อยากพาไปไหน มันเป็นสิทธิ์ของพี่ แล้วพี่มี่ก็เป็นอย่างนั้น เราสองคนมีความสุขได้อย่างเต็มที่ พี่รู้สึกว่าเขามาเติมเต็มให้ครอบครัว เขารวมคุณปู่คุณย่าคุณตา เขารวมทุกคนมา แล้วกลับมาปุ๊บ แค่เขามองหน้าแล้วยิ้มกับเรา เด็กบ้าอะไรโคตรน่ารักเลย”

อยากลองคุยใหม่อีกรอบมั้ย พอมีเด็กมาอยู่ในบ้าน ความคิดอาจเปลี่ยนไป?

“ไม่จำเป็นเลยครับ ไม่ต้องคุยเลย ผมกับพี่มี่ตกลงชัดเจนอยู่แล้ว เราก็มีความสุขแบบนี้ คิดดูตอนนี้ผม 44 ถ้าลูกผมอายุ 18 ผมอายุเท่าไหร่แล้ว ลูกผมรับปริญญา ผมไม่นั่งรถเข็นแล้วเหรอ ทรมาน วันนี้ผมจะไปไหนกับเมียผม ผมจะไปปาร์ตี้ พี่ก็รู้เมียผมเวลาปึ้งป้างๆ ไม่ต้องห่วงใครแล้ว เราก็มีความสุข ไม่ต้องกลับมาจุดนั้นแล้ว”

กว่าจะตัดสินใจถึงจุดนี้ไม่มีแล้วแน่นอน คุยกันกี่รอบ?

“แย็ปๆ หลายรอบ แต่คุยจริงๆ ประมาณรอบสองรอบ เราคุยกันว่าโอเคยู จริงๆ ใช่มั้ย เขาบอกจริงๆ ผมก็ต้องมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่าต่อไปยังไงดี เพราะสุดท้ายแล้ว ความสุขในชีวิตผมไม่จำเป็นต้องเป็นลูกไง การที่เราได้อยู่กับคนที่เรารักที่สุด ก็คือเขา ฉะนั้นอะไรที่เป็นความสุข ผมก็มีความสุขได้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นความเห็นแก่ตัว ตั้งเป้าว่า เฮ้ย ทำไมไม่มีลูกให้ ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่แฟร์”

คุยกันยาวจนถึงวัยแก่แล้วนะ แพลนวัยชรา จะไปอยู่ที่ไหนกัน?

“ก็ไม่รู้ครับ ผมว่าเวลเนสดีๆ ในประเทศไทยก็มีเยอะนะครับ ก็มองๆ ไว้หลายที่เหมือนกัน เอาจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะให้ลูกหลานเลี้ยงดูผมอยู่แล้วนะ จะบอกให้ว่าโคตรดีเลย คอมมูนิตี้ดี มีรพ.อยู่ในนั้น อะไรดีหมด เราก็วางแผนล่วงหน้าไว้เลย สุดท้ายเราแก่ตัวไป สมบัติที่สร้างไว้จะเก็บไว้ทำไม ให้ลูกหลานไปสิ คุณอย่าตีกันก็แล้วกัน ผมสร้างให้แล้ว ผมมีสมบัติ รายได้ในตอนแก่แน่นอนวางแพลนเอาไว้ เราเอาไปใช้สองผัวเมีย จะใช้สักเท่าไหร่ ลูกหลานใครอยากเอาไปก็เอาไปเลย”

แต่งงานกันมา 21 ปี?

“อยู่ด้วยกัน 21 ปี แต่แต่งประมาณ 8-9 ปี คบกัน 12 เปล่า จำไม่ได้ เมียด่าผมตลอด เอารวมๆ แล้ว 21 ปี คบกันตอน 23-24”

เถียงกันทุกวัน ทะเลาะคอนเทนต์หรือทะเลาะจริง?

“ทะเลาะจริงครับ ไลฟ์ก็ทะเลาะกันตลอด เราเป็นทุกอย่างให้กัน เราไม่ใช่แค่สามีภรรยา เราเป็นเพื่อนกันด้วย เป็นเจ้าของบริษัทด้วย เราเป็นเพื่อนสาวกันด้วย หมายถึงเราคุยกันได้ทุกเรื่อง วันนี้แต่งสวยมั้ย รูดซิปหน่อยแบบนี้โอเคมั้ย เราคุยกันได้ทุกเรื่อง เราไม่ได้มีหมวกแค่หมวกเดียว เรามีหมวกหลายใบ ปนกันไปหมด เป็นผัวเมียกันด้วย เพื่อนด้วย เจ้าของบริษัทด้วย มันเลยทำให้บรรยากาศในการทำงานค่อนข้างรวมๆ กัน เหมือนพุฒ-จุ๋ยทำงาน ปกติก็คุยเล่นกัน แต่พอเวลาทำงานก็ไปอีกเวลนึง ก็เป็นแบบนั้น”

ซีเคยพูดว่าชีวิตคู่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ ความอดทนก็ต่ำไปเรื่อยๆ ความหมายจริงๆ คืออะไร?

“ต้องเล่าก่อน หลายคนบอกอยู่ไปเรื่อยๆ มันจะง่ายขึ้น สมัยก่อนเป็นอย่างนั้น แต่สมัยนี้แตกต่างจากสมัยก่อน ด้วยความที่โซเชียลมีเดียก็มา เรามีความอินดิเพนเดนต์มากขึ้น ทั้งผู้หญิงผู้ชาย ทีนี้ยิ่งอยู่ด้วยกันไปนานๆ มันจะยากขึ้น เพราะอีโก้คนเราจะแสดงออกกับคนใกล้ตัวมากที่สุด เราจะให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนใกล้ตัว มันจะยากก็ต่อเมื่อคุณลืมบางสิ่งบางอย่าง คนที่คุณควรแคร์ที่สุดคือคนที่อยู่ข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะดีจะเลว คนๆ นี้จะอยู่ข้างๆ คุณ พอคนมันลืมตัว อคติตจะเพิ่มขึ้น  ความเกรงใจจะน้อยลง พอเป็นแบบนั้นมันจะยากขึ้น เพราะว่าเขาจะทำแบบนั้นซ้ำๆ พรุ่งนี้กินไร กินอันนี้ก็ได้ อีกแล้วเหรอ เปลี่ยนอย่างอื่นได้มั้ย ถ้าเราทำแบบนี้ปกติ มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่สำหรับคนหมดรักแล้ว ที่ไม่มีความเกรงใจแล้ว อะไรนิดหน่อยก็จะรำคาญกัน ฉะนั้นในมุมผม สำหรับคนสมัยนี้ ยิ่งอยู่กันไปนานๆ ผมว่ายิ่งยากขึ้น ฉะนั้นต้องไม่ลืมจุดเริ่มต้นของกันและกันว่าการเดินทางความรักของเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ มันต้องดูแลหัวใจซึ่งกันและกัน เรื่องเล็กน้อย การบอกรัก การสัมผัส การฟัง ก็ควรที่จะไม่ลืม คุณไม่ควรให้ความสำคัญคนอื่นมากไปกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา”

เอารางวัลสามีแห่งชาติดีเด่นไปเลย?

“พูดตรงๆ ว่าผมก็ยังตีกับเมียทุกวัน”

ผู้ชายมีหลายประเภท อย่างซีเข้าใจ และทำ พยายามทำ พยายามแก้ไขมัน แต่มีอีกบางประเภท ให้พูดอีกล้านรอบ บอกว่าเข้าใจแต่ไม่ทำ?

“ถ้าคุณเป็นอย่างนั้น คุณไม่สมควรอยู่กับใครเลย ถ้าคุณเป็นคนพูดว่าเข้าใจ แต่ลึกๆ ในใจไม่ต้องการเข้าใจใครหรือพยายามเปลี่ยนเลย ขอบคุณที่ชมนะครับ แต่ผมเมื่อ 21 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้ คนละคนกันเลย มันเกิดจากการแก้ไข ประสบการณ์การเดินทางของเราสองคน ที่เราไม่เคยหยุดแก้กันเลย”

ไม่เคยปล่อยมือกัน?

“ถูกต้อง ผมมีทั้งช่วงดีและช่วงเลวที่สุดเหมือนกัน แต่ว่าเรายังเปิดโอกาส ให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมว่าคนเราเปลี่ยนไม่ได้หรอก  เรายังมีสันดานยังไงก็เป็นอย่างนั้น แต่เราเลือกที่จะปรับ จะเปลี่ยน ถ้าเราจะใช้ชีวิตคู่กับพาร์ตเนอร์ของเราไปตลอดชีวิต คำว่าคู่มันไม่ใช่เราคนเดียวไง คำว่าคู่คือมีเขาด้วย บางคนประกาศเมื่อไหร่จะมีรักแท้สักทีวะ แต่ลืมไปหรือเปล่า ตัวเราเองก็ต้องเป็นรักแท้ให้เขาด้วยนะ”

ในไลฟ์ทะเลาะกันบ่อยๆ คอนเฟิร์มว่าทะเลาะกันจริงๆ บางไลฟ์พี่มี่อยู่ดีๆ ก็งอน ลุกออกจากรายการไปเลย?

“ไม่ใช่งอน เขาจะมีวิธีการจัดการกับความโกรธตัวเองแตกต่างกัน พี่มี่จะเก็บไม่ค่อยดีนัก พี่จะเก็บได้มากกว่า แต่วิธีการเขาที่เราโอเค คือเขาจะฮึบนิดนึง แล้วก็กลับมาก็ทิ้งเลย แต่ต้องผ่านการฝึกมาพอสมควรนะ (หัวเราะ) เราสองคนทะเลาะกันบ่อยก็จริง แต่เราไม่เล่นเกมซึ่งกันและกัน การทะเลาะกันคือการที่เราสองคนร่วมกันทำงาน มีความคิดเห็นที่ต่างกัน เพราะเราทำงาน เราไม่เล่นเกม เขาไม่เล่นเกม สมมติผมทะเลาะกับพี่หนิง จะไม่เล่นเกมด้วยการพูดแดกดันทำหน้าตึง เราแสดงออกว่าเราไม่พอใจแต่ต่างคนต่างเข้าใจว่าเป้าเรา เราต้องการไปที่จุดหมายปลายทางที่ดีทั้งคู่ ฉะนั้นเราอาจมีบางอย่างที่มีอีโก้บ้าง ทำไมต้อฟึดฟัดต่อหน้าทีมงาน ทีมงานผมอึ้งหลายรอบนะ แต่ที่อึ้งยิ่งกว่าทะเลาะกันเสร็จปุ๊บ 5 วิ หายเลย แล้วผมไม่ได้โกหก ผมเป็นแบบนี้จริงๆ เราต้องเข้าใจก่อนสิ่งที่อีโก้ใส่กัน มันไม่มีใครได้ประโยชน์เลย อีโก้เราคือต้องชนะเขาให้ได้ สมมติชนะกันเขาร้องไห้ ถามว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่คุณรักเหรอ คุณต้องการอะไร คุณได้ธงมั้ย คุณได้บ้านหรือได้ที่ดินมั้ย มันไม่ได้อะไรเลย ฉะนั้นถ้าเกิดคนที่คุณรัก เขาแพ้คนมาทั้งโลก แล้วถ้าเกิดเขาจะชนะเรา มันจะเป็นอะไร มันไม่เป็นอะไร”

ชีวิตตกตะกอนหลายๆ เรื่อง จุดเปลี่ยนอีกจุดที่ทำให้ความคิดเปลี่ยน คือช่วงมาเป็นพิธีกร?

“น่าจะเป็นสิ่งสำคัญเลย มันเปลี่ยนคือการเป็นพิธีกร เราต้องฟังมากกว่าพูด พอเราได้ฟัง แปลว่าเราจะได้เห็นและเรียนรู้ชีวิตคนมาก ผมว่าพิธีกรเป็นอาชีพเดียวในโลกเลยนะสำหรับผม ที่จะทำให้เราได้พบปะผู้คน ได้พบปะประสบการณ์ใหม่ๆ หรือเรื่องราวชีวิตที่ผ่านฟีลเตอร์ที่เขากลั่นกรองมาให้เราแล้ว ภายในเวลา 1 ชม.ทั้งชีวิตของเขาเลยนะ แล้วชีวิตเขาถูกกรองมาแล้ว เราจะได้รับแต่สิ่งดีๆ ทั้งนั้นที่เราสามารถนำมาใช้กับชีวิตของตัวเองได้ เพราะฉะนั้นพิธีกรผมเชื่อว่าเป็นอาชีพเดียวที่ทั้งเลี้ยงชีวิตเราด้วย และสร้างชีวิตเราด้วย เลี้ยงชีวิตคือให้รายได้ สร้างชีวิตคือพอเราได้คุยกับคนเยอะขึ้น เราได้เจอคนดีๆ มันสร้างชีวิตเราคือทำให้เรากลายเป็นคนดีขึ้นไปในตัวด้วย มันไม่มีใครหรอก คุยกับคนดีแล้วจะกลายเป็นคนชั่วมากขึ้น หรือเวลาเราทำพิธีกร เราอยากให้กำลังใจเขา แต่พอเรื่องราวเขากลับเป็นอินสไปร์เห็นมั้ยเรามีแต่กำไร ไม่มีขาดทุนเลย ก็เลยทำให้เราได้คิดมากขึ้นได้โตขึ้น เพราะพิธีกรต้องอ่านหนังสือต้องดูข่าว มีความรู้รอบตัว ฟังคนเยอะๆ ฟังเรื่องราวผม บางคนอาจคิดว่าจริงเปล่า ก็แล้วแต่เลย แต่อยากบอกว่าผมไม่ใช่กูรูชีวิตคู่นะ ผมพูดในมุมมองชีวิตผมที่ผมเดินทางด้วยกันมา ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ผมทำถูก แล้วคุณเอาไปทำแล้วมันจะใช่ คุณต้องรู้วิธีการดีลกับคนของคุณ สิ่งสำคัญคือไม่สมควรมีการเปรียบเทียบนะ ดูเขาสิ เขาทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำบ้าง อย่าทำ เพราะถ้าคุณเห็นคนอื่นดีกว่า คุณไม่ควรอยู่กับคนนี้ คุณควรไปอยู่กับอีกคนนึง ถูกมั้ย ฉะนั้นคุณควรเปิดโอกาสให้กันและกัน ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เดินทางไปด้วยกัน แค่นั้นเอง”

เป็นคนที่ถูกกล่าวขานในวงการพิธีกรมากๆ คือได้ทำงานแทนพี่ตา ปัญญา?

“จริงๆ ไม่ขนาดนั้น ตอนนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมเพิ่งเดินเข้าไปในบริษัทเวิร์คพ้อยท์ แล้วผมบอกว่าผมอยากเป็นพิธีกรที่เก่งกว่านี้ ผมไม่ได้มองที่อื่นเลย ผมรู้สึกว่าเวิร์คพ้อยท์คือที่เดียวที่จะพัฒนาให้ผมผมพัฒนาตัวเองในแง่มุมพิธีกรมากกว่านี้ได้ ผมก็มาของผมแบบนี้ ตอนนั้นเวิร์คพ้อยท์เขามีรายการอะไรให้ผมทำ ผมทำทุกอย่างเลย เพราะผมไม่ได้เอาอะไรมาเลย ไม่ได้เอาความเป็นพระเอกดาราที่อยู่ในวงการมานาน  ไม่เอาอะไรไปเลย แค่เคยทำรายการจันทร์พันดาวมาแล้วผมชอบ ที่นี่ส่งรายการอะไรมา ผมรับหมดเลย ตอนได้มีโอกาสไปทำรายการชิงร้อยชิงล้าน หลายคนบอกว่าเฮ้ย จะโดนเปรียบเทียบหรือเปล่า กังวลอะไรมั้ย ผมตั้งมายด์เซ็ตตัวเองไว้ว่า คนเราจะเก่งได้ ต้องทำเยอะๆ อย่ารู้เยอะ ทำเยอะๆ เดี๋ยวเก่งเอง เปรียบเทียบไปเลย ทุกคนมีสิทธิ์เปรียบเทียบ แต่เป้าของผม การที่ผมจะเก่งได้ ผมต้องไปอยู่กับคนเก่งเท่านั้น แล้วผมจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปทำงานกับพี่ใหญ่ของเรา พี่หม่ำ พี่เท่ง พี่โหน่ง ผมไม่ได้เข้าไปเพื่อแทนพี่ตา ไม่มีใครในโลกนี้สามารถแทนกันและกันได้ ผมไม่สามารถแทนพี่ตา ซึ่งอยู่วงการมาโดยเฉพาะชิงร้อยชิงล้าน ผมไม่มีเป้าไปแทนพี่ตา แต่อย่างน้อยหน้าที่ของผมคือผมจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการชิงร้อย ในฐานะซี ศิวัฒน์ซึ่งก็ไม่มีใครไปแทนผมได้เช่นเดียวกัน”

คำว่าดื่มจนได้ดี คือยังไง?

“จริงๆ ผิดนะ คนที่ดื่มจนได้ดีคือเมียพี่ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่าพี่มี่เขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกกันตนาแล้ว แต่คนไม่รู้ว่าเขาเป็นสายนี้ เมื่อก่อนเราปิดกล้องเราก็ไปรวมตัวกัน เจอกัน แต่เมื่อก่อนไม่มีโซเชียลมีเดีย”

เขาดื่มแต่ไม่ได้เละเทะ?

“เละ เอามาจากไหนไม่เละ เขาปีนโต๊ะ แปลงร่าง เมียพี่เป็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนรู้ว่าเมียพี่โทษนะเขาเป็นคนกวนตีx พี่เห็นมาเป็นสิบปี ยี่สิบกว่าปี ก็อยากให้คนอื่นได้เห็นด้วย พอมีโซเชียลมีเดียทุกคนก็ได้เห็น จริงๆ นางไม่เคยเปลี่ยนนะ นางเป็นแบบนี้มานานแล้ว”

ร่างนึงที่ซีเห็นมาตลอด แต่คนไม่เคยเห็น?

“ใช่ พอมาถึงยุคนี้เขาไปไหน คนก็จะแบบ อุ้ยแม่มา พี่มี่ๆ เชื่อมั้ย เวลาไปร้านที่อื่น เมียผมไม่เสียเงินสักบาท เพราะทุกคนพร้อมเลี้ยงเมียผม (หัวเราะ) นางสายดื่ม นางก็จะเอ็นเต็มที่” 

แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 21 ปี ไม่ค่อยได้เห็นบอกรักกันสักเท่าไหร่?

“จริงๆ บอกรักเมียตลอดนะ เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุดในโลกใบนี้คือความไม่แน่นอนเลย พี่สูญเสียคุณพ่อคุณแม่ไป วันนี้สิ่งที่โหยหาที่สุดคืออยากให้เขาอยู่กับเราตรงนี้ ฉะนั้นอะไรเล็กๆ น้อยๆ ผมก็เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนะครับ บอกรักคนที่คุณรักทุกวัน รักนะจ๊ะเมียจ๋า” 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama    

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/P1rlVqFiuXg?si=Nj24rufoDUeCRNLV