ชายสหรัฐฯ เป็นอิสระแล้ว หลังถูกตาลีบันจับนานกว่า 1 ปี

ชายสหรัฐฯ เป็นอิสระแล้ว หลังถูกตาลีบันจับนานกว่า 1 ปี

25 มี.ค. 2569 06:41 น.

ชายสหรัฐฯ เป็นอิสระแล้ว หลังถูกตาลีบันจับนานกว่า 1 ปี

รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถาน ปล่อยตัวชายชาวอเมริกันเชื้อสายอัฟกันวัย 64 ปี ซึ่งถูกคุมขังมานานกว่า 1 ปีแล้ว และหลังจากรัฐบาลทรัมป์พยายามกดดันอย่างหนัก

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 กลุ่มตาลีบันได้ทำการปล่อยตัวนายเดนนิส วอลเตอร์ คอยล์ พลเมืองชาวอเมริกันวัย 64 ปีแล้ว หลังจากเขาถูกคุมขังอยู่นานกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นายคอยล์อาศัยอยู่ในอัฟกานิสถานตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 เพื่อศึกษาด้านภาษาศาสตร์ของอัฟกัน และช่วยเหลือชุมชนต่างๆ ในการพัฒนาทรัพยากรด้านภาษาท้องถิ่นของตนเอง ก่อนถูกจับกุมตัวเมื่อเดือนมกราคมปีก่อน โดยญาติของเขาระบุว่า เขาไม่เคยถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมใดๆ

แม้ว่าทางการอัฟกันจะเคยระบุในช่วงเวลาที่เขาถูกจับว่าเขาละเมิดกฎหมายบางประการที่ไม่ได้ระบุชัดเจน แต่พวกเขาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ที่โพสต์บน X เมื่อวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศของอัฟกานิสถานระบุว่า ได้มีการ “ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวเขา” และศาลฎีกาพิจารณาแล้วว่า การจำคุกนายคอยล์นั้นถือว่า “เพียงพอ” แล้ว และเขาได้รับอภัยโทษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาส วันอีฎิ้ลฟิตริ (Eid al-Fitr) ซึ่งเป็นวันหยุดสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอดหรือเดือนรอมฎอน

ทางด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งประกาศให้อัฟกานิสถานเป็น “รัฐสนับสนุนการกักขังโดยมิชอบ” เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ออกมาแสดงความยินดีต่อการปล่อยตัวในครั้งนี้ แต่ยังคงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวพลเมืองอเมริกันรายอื่นๆ ที่ถูกคุมขังอย่าง “ไม่ยุติธรรม” ต่อไป

สำนักข่าว บีบีซี ถามถึงความรู้สึกหลังได้รับการปล่อยตัว นายคอยล์ตอบเพียงสั้นๆ ว่าเขารู้สึกสบายดี

ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ในวันนี้ หลังจากถูกคุมขังในอัฟกานิสถานนานกว่าหนึ่งปี เดนนิส คอยล์ กำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน”

“ประธานาธิบดีทรัมป์มุ่งมั่นที่จะยุติการกักขังโดยมิชอบในต่างแดน” แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติม “เดนนิสถือเป็นชาวอเมริกันรายล่าสุดจากจำนวนกว่า 100 คนที่ได้รับการปล่อยตัวในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมาภายใต้การดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของเขา”

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าการปล่อยตัวนายคอยล์ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยนายซาอิฟ อัล เกตบี ทูตพิเศษของเอมิเรตส์ประจำอัฟกานิสถาน ได้เดินทางไปยังสนามบินในกรุงคาบูลเพื่อร่วมในพิธีปล่อยตัว พร้อมให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่าการปล่อยตัวครั้งนี้เป็นผลมาจากการเจรจาระหว่างวอชิงตันและคาบูล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผลสืบสวนชี้ ระบบตรวจจับไม่ทำงาน ทำแอร์แคนาดาชนรถดับเพลิง

ผลสืบสวนชี้ ระบบตรวจจับไม่ทำงาน ทำแอร์แคนาดาชนรถดับเพลิง

25 มี.ค. 2569 04:17 น.

ผลสืบสวนชี้ ระบบตรวจจับไม่ทำงาน ทำแอร์แคนาดาชนรถดับเพลิง

คณะกรรมการสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เหตุเครื่องบินของแอร์แคนาดาชนกับรถดับเพลิงกลางรันเวย์ของสนามบินในนิวยอร์กจนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นผลจากระบบตรวจจับเครื่องบินกับยานพาหนะบนรันเวย์ไม่ทำงาน

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เหตุเครื่องบินของสายการบินแอร์แคนาดาชนกับรถดับเพลิงกลางรันเวย์ของสนามบินในนครนิวยอร์ก จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นผลมาจากระบบตรวจจับเครื่องบินกับยานพาหนะบนรันเวย์ไม่ทำงาน

NTSB กำลังเป็นผู้นำในการสอบสวนเหตุการณ์เครื่องบินเจ็ตของสายการบินแอร์แคนาดา เอ็กซ์เพรส รุ่น CRJ-900 ชนกับรถดับเพลิงที่สนามบิน “ลาการ์เดีย” (LaGuardia) โดยพวกเขาพบว่า เหตุการณ์นี้เป็นผลจากระบบ ASDE-X ไม่ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น

“ระบบ ASDE-X ไม่ได้แจ้งเตือน เนื่องจากยานพาหนะต่างๆ อยู่ในระยะที่ใกล้กันมากขณะกำลังเคลื่อนเข้าและออกจากบริเวณรันเวย์ ส่งผลให้ระบบไม่สามารถสร้างเส้นทางติดตามที่มีความแม่นยำสูงได้” เจนนิเฟอร์ โฮเมนดี ประธาน NTSB กล่าวกับผู้สื่อข่าวในนิวยอร์ก

ทั้งนี้ ASDE-X หรือ Airport Surface Detection Equipment, Model X เป็นระบบเฝ้าระวังที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการรุกล้ำรันเวย์ โดยช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศสามารถติดตามการเคลื่อนที่บนพื้นผิวรันเวย์ของเครื่องบินและยานพาหนะต่างๆ ได้

นอกจากนั้น โฮเมนดียังระบุด้วยว่า รถดับเพลิงคันดังกล่าวซึ่งกำลังขับตัดรันเวย์ของสนามบินลาการ์เดียเพื่อไปช่วยเหลือเครื่องบินอีกลำหนึ่งนั้น ไม่มีอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ซึ่งแตกต่างจากรถบรรทุกในสนามบินอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา

โฮเมนดียอมรับด้วยว่า ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีเทคโนโลยีใดที่สามารถป้องกันเหตุการณ์นี้ได้หรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก

ทั้งนี้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้สนามบินลาการ์เดียกำลังเผชิญกับภาวะเที่ยวบินล่าช้าและถูกยกเลิกจำนวนมากเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ระบุว่า คาดว่ารันเวย์ 1 ใน 2 แห่งของสนามบินจะยังไม่สามารถกลับมาเปิดใช้งานได้จนกว่าจะถึงวันศุกร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ “คุยถูกคนแล้ว” อ้างอิหร่านอยากทำข้อตกลงใจจะขาด

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ “คุยถูกคนแล้ว” อ้างอิหร่านอยากทำข้อตกลงใจจะขาด

25 มี.ค. 2569 03:22 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ “คุยถูกคนแล้ว” อ้างอิหร่านอยากทำข้อตกลงใจจะขาด

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า ทีมเจรจาของสหรัฐฯ กำลังคุยกับคนที่ใช่ และอ้างว่าฝ่ายอิหร่านให้ “รางวัลใหญ่” แก่สหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับน้ำมัน, ก๊าซ และช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่เผยรายละเอียด

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อัปเดตสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงเรื่องการเจรจากับอิหร่าน ระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิคนใหม่ที่ทำเนียบขาว

โดยนายทรัมป์ ยังคงกล่าวย้ำคำกล่าวอ้างเดิมที่ว่า ขณะนี้อิหร่านไม่เหลือกองทัพเรือ ไม่เหลือผู้นำ หรือแม้แต่ระบบเรดาร์อีกต่อไปแล้ว พร้อมกับเรียกปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ว่าเป็น “ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มหาศาล”

ในส่วนเรื่องการเจรจาสันติภาพ นายทรัมป์ระบุว่า “เรากำลังคุยกับคนที่ใช่ และพวกเขาก็ต้องการทำข้อตกลงใจจะขาด” และเสริมว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ต่างก็มีส่วนร่วมในการหารือครั้งนี้ด้วย

อนึ่ง ก่อนหน้านี้สื่อของอิหร่านเคยออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่ากำลังมีการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่อิหร่านกับสหรัฐฯ เกิดขึ้น พร้อมกล่าวหานายทรัมป์ว่า พูดแบบนั้นเพราะต้องการให้ราคาน้ำมันลดลงเท่านั้น

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อ้างอีกว่า รัฐบาลอิหร่านได้ตกลงแล้วว่าประเทศจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่เขาเคยพูดมาแล้วหลายครั้งในระหว่างความขัดแย้งนี้

นอกจากนี้ เขายังถูกนักข่าวถามว่า ทีมงานของเขากำลังเจรจากับใครในอิหร่าน ซึ่งนายทรัมป์ตอบว่า “เราสังหารผู้นำของพวกเขาทั้งหมด จากนั้นพวกเขาก็ประชุมกันเพื่อเลือกผู้นำชุดใหม่ และเราก็สังหารพวกเขาด้วยเช่นกัน … ตอนนี้เรามีกลุ่มใหม่แล้ว … มาดูกันว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป”

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้นำไปสู่ “การเปลี่ยนผ่านระบอบการปกครอง” แต่เขาก็ทิ้งท้ายด้วยคำเตือนว่า “ผมไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้น”

นายทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวต่อว่า คณะผู้เจรจาของอิหร่านได้มอบ “รางวัลที่สำคัญยิ่ง” ให้แก่สหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซ และเสริมว่า ของขวัญชิ้นนี้มีความเกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ

เมื่อถูกขอให้แสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับในช่วงสงครามอิหร่าน นายทรัมป์ก็ตอบว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) นั้น “ยอดเยี่ยมมาก” และอธิบายว่ากาตาร์ก็ “ดีเยี่ยม” เช่นกัน

และเมื่อถูกถามว่า มีความหวังมากน้อยเพียงใดว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านจะประสบความสำเร็จ นายทรัมป์ตอบว่า “สงครามนี้ได้รับชัยชนะแล้ว” อย่างไรก็ตาม แทบไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดว่าสงครามจะสิ้นสุดลงจริงๆ ได้อย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลเผย พบพลเรือนดับศพแรก จากการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์

อิสราเอลเผย พบพลเรือนดับศพแรก จากการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์

25 มี.ค. 2569 02:27 น.

อิสราเอลเผย พบพลเรือนดับศพแรก จากการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์

หญิงอิสราเอลกลายเป็นพลเรือนรายแรกที่เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน นับตั้งแต่ความรุนแรงระลอกล่าสุดปะทุขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม

หน่วยกู้ชีพฉุกเฉินของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อ 24 มี.ค. 2569 ว่า หญิงวัย 30 ปีรายหนึ่งในพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยจรวดของกลุ่ม “ฮิซบอลเลาะห์” ที่ยิงมาจากเลบานอน นับเป็นพลเรือนอิสราเอลรายแรกที่เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ นับตั้งแต่การสู้รบเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อ 2 มี.ค.

นอกจากหญิงเคราะห์ร้ายรายนี้แล้ว ยังมีพลเรือนอีก 2 รายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิดในเหตุการณ์เดียวกัน ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่กัลลีลีตอนบน (Upper Galilee) ตามรายงานของหน่วยกู้ชีพ

ทั้งนี้ การสู้รบรอบล่าสุดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปะทุขึ้นเพียง 2 วันหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน ทำให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ระดมยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอลอย่างหนัก

เจ้าหน้าที่กองทัพของอิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงอาวุธโจมตีเฉลี่ยวันละ 90-110 ชุด โดยร้อยละ 60-70 มุ่งเป้าไปที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ที่ปฏิบัติการอยู่ในเลบานอน ส่วนที่เหลือถูกยิงไปยังเขตชุมชนพลเรือนทางตอนเหนือของอิสราเอล

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่ 2 มี.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 1,072 ศพแล้ว โดยเพิ่มขึ้น 33 ศพในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงวันอังคาร และมีผู้บาดเจ็บอีก 2,966 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ทั่วยูเครน ดับแล้ว 5 ศพ

รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ทั่วยูเครน ดับแล้ว 5 ศพ

25 มี.ค. 2569 01:13 น.

รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ทั่วยูเครน ดับแล้ว 5 ศพ

รัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายวันเข้าใส่พื้นที่ต่างๆ ของยูเครน เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่เซเลนสกีเรียกร้องให้พันธมิตรสนับสนุนยูเครนต่อไป

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ในหลายพื้นที่ทั่วยูเครนตลอดคืนวันจันทร์เข้าสู่วันอังคาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ รวมถึงหญิงวัย 61 ปี ในเหตุโดรนพุ่งชนรถไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟเมื่อเช้าตรู่วันอังคาร และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

กองทัพอากาศยูเครนระบุในแถลงการณ์ผ่าน Telegram ว่า การโจมตีของรัสเซียครั้งนี้ประกอบด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว 7 ลูก, ขีปนาวุธร่อน 23 ลูก, ขีปนาวุธจากอากาศสู่ภาคพื้น 4 ลูก และโดรนอีก 392 ลำ โดยหน่วยป้องกันทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธได้ 25 ลูก และโดรนอีก 365 ลำ

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเมืองซาโปริซเซียทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถูกโจมตีด้วยโดรน 6 ลำ ตามด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวอีก 6 ลูก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย หลังจากอาคารที่พักอาศัยสูงระฟ้าแห่งหนึ่งถูกถล่ม

เจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 วัน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวเตือนในสุนทรพจน์ประจำวันว่ากำลังจะมีการ “โจมตีครั้งใหญ่” เกิดขึ้น

ประธานาธิบดีเซเลนสกีโพสต์ข้อความผ่าน X ในวันอังคารว่า “ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราต้องการการปกป้องที่มากขึ้นเพื่อรักษาชีวิตผู้คนจากการโจมตีของรัสเซีย สิ่งสำคัญคือต้องสนับสนุนยูเครนต่อไป”

ทั้งนี้ ในพื้นที่อื่นๆ นายวิตาลี ดียาคิฟนิช ผู้ว่าการแคว้นโปลตาวาทางตะวันออกเฉียงเหนือ ระบุผ่าน Telegram ว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย หลังการโจมตีของรัสเซียพุ่งเป้าไปที่อาคารที่พักอาศัยและโรงแรมแห่งหนึ่ง

ที่เมืองเคอร์ซอน นายยาโรสลาฟ ชานโก หัวหน้าฝ่ายบริหารของเมือง กล่าวว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย หลังจากบ้านของเขาถูกระดมยิงด้วยปืนใหญ่จากฝั่งรัสเซีย

ขณะที่ในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสค์ เจ้าหน้าที่ระบุว่าหญิงวัย 75 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังการโจมตีของรัสเซีย และในเมืองซูมี คนขับรถบัสวัย 65 ปีได้รับบาดเจ็บหลังจากรถของเขาถูกโดรนพุ่งชน

ทางด้านรัฐบาลมอลโดวาได้ออกมาประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคโอเดสซา ของยูเครน ซึ่งส่งผลให้สายส่งไฟฟ้า Isaccea-Vulcanesti ถูกตัดขาด โดยสายส่งนี้เป็นเส้นทางหลักที่มอลโดวาใช้เพื่อนำเข้าไฟฟ้าจากโรมาเนียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน

“ขณะนี้มีการใช้เส้นทางสำรองแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง” ประธานาธิบดี ไมอา ซานดู แห่งมอลโดวา โพสต์ข้อความผ่าน X “รัสเซียต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นจ่อติดตั้ง ระบบขีปนาวุธภาคพื้นสู่เรือ ที่เกาะทางตะวันออกสุด

ญี่ปุ่นจ่อติดตั้ง ระบบขีปนาวุธภาคพื้นสู่เรือ ที่เกาะทางตะวันออกสุด

24 มี.ค. 2569 23:33 น.

ญี่ปุ่นจ่อติดตั้ง ระบบขีปนาวุธภาคพื้นสู่เรือ ที่เกาะทางตะวันออกสุด

ญี่ปุ่นเตรียมติดตั้งระบบขีปนาวุธประเภทยิงจากภาคพื้นสู่เรือ บนเกาะทางตะวันออกสุดของประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับการป้องกันประเทศ

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นได้รับรายงานว่า กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นมีแผนที่จะติดตั้งระบบขีปนาวุธประเภทยิงจากภาคพื้นสู่เรือ ที่เกาะมินามิโตริชิมะ (Minamitorishima) ในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นครั้งแรก โดยจะติดตั้งอย่างเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายนปีนี้

ทางกระทรวงฯ วางแผนที่จะสร้างลานยิงสำหรับระบบขีปนาวุธ Type-12 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางบกบนเกาะมินามิโตริชิมะ โดยมีกำหนดเริ่มการฝึกซ้อมยิงในปีงบประมาณ 2570 หรือหลังจากนั้น

ขีปนาวุธเหล่านี้มีระยะยิงไกลกว่า 100 กิโลเมตร โดยการประจำการจะประกอบด้วย เครื่องยิงขีปนาวุธ, โดรนขนาดกลางสำหรับระบุพิกัดเป้าหมาย และระบบสำหรับรวบรวมและวิเคราะห์คลื่นวิทยุที่ปล่อยออกมาจากเรือ

อย่างไรก็ตาม ตัวลูกขีปนาวุธจริงจะยังไม่ถูกนำไปยังเกาะในขณะนี้ โดยทางกระทรวงฯ วางแผนที่จะใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อทดสอบและยืนยันว่าระบบขีปนาวุธจะสามารถทำงานได้ตามปกติบนเกาะหรือไม่

ทั้งนี้ เกาะมินามิโตริชิมะตั้งอยู่ห่างจากเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 2,000 กิโลเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะโอกาซาวาระของกรุงโตเกียว บนเกาะมีเพียงเจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลและเจ้าหน้าที่จากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประจำการอยู่ ไม่มีผู้อยู่อาศัยถาวร

ท่าทีล่าสุดของญี่ปุ่นเกิดขึ้นในขณะที่ แดนอาทิตย์อุทัยยกระดับการป้องกันประเทศทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือจีนสองลำเดินเรือเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกพร้อมกันเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nhk

เลบานอนไล่เอกอัครราชทูตอิหร่าน ชี้ละเมิดพันธกรณีทางการทูต

เลบานอนไล่เอกอัครราชทูตอิหร่าน ชี้ละเมิดพันธกรณีทางการทูต

24 มี.ค. 2569 22:43 น.

เลบานอนไล่เอกอัครราชทูตอิหร่าน ชี้ละเมิดพันธกรณีทางการทูต

เลบานอนสั่งขับเอกอัครราชทูตอิหร่านออกจากประเทศ ฐานละเมิดพันธกรณีทางการทูต โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่การตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลเตหะรานแต่อย่างใด

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศของเลบานอนยืนยันว่า ได้ทำการเพิกถอนการรับรองสถานะของเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำเลบานอน ฐานละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติและพันธกรณีทางการทูต โดยขีดเส้นตายให้เดินทางออกนอกประเทศภายในวันอาทิตย์นี้

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม X นายยูสเซฟ ราจจี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเลบานอน ระบุว่า

“ในวันนี้ ข้าพเจ้าได้สั่งการให้เลขาธิการกระทรวงการต่างประเทศและผู้พำนักในต่างแดน เรียกตัวอุปทูตอิหร่านประจำเลบานอนเข้าพบ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจเพิกถอนการอนุมัติรับรองวิทยฐานะของ นายโมฮัมหมัด เรซา เชบานี เอกอัครราชทูตอิหร่านที่ได้รับการแต่งตั้ง และประกาศให้เขาเป็น ‘บุคคลที่ไม่พึงปรารถนา’ (persona non grata) ซึ่งส่งผลให้เขาต้องเดินทางออกไปจากดินแดนของเลบานอนภายในวันที่ 29 มีนาคม 2026”

การดำเนินการในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เลบานอนพยายามใช้มาตรการต่างๆ เพื่อลดความตึงเครียดกับอิสราเอล ทั้งการสั่งห้ามการทำกิจกรรมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และการกำหนดให้ผู้อพยพชาวอิหร่านต้องขอวีซ่าก่อนเข้าประเทศ

ในเวลาต่อมา กระทรวงการต่างประเทศของเลบานอนได้ยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน โดยระบุผ่านโพสต์บน X ว่า “มาตรการนี้เป็นการดำเนินการต่อตัวเอกอัครราชทูต เนื่องจากละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติและพันธกรณีทางการทูตในฐานะทูตที่ได้รับแต่งตั้งมาประจำเลบานอน”

“เอกอัครราชทูตเชบานีได้ให้ถ้อยแถลงที่เข้าข่ายแทรกแซงการเมืองภายในของเลบานอน และวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาล” แถลงการณ์ระบุเสริม “นอกจากนี้ เขายังได้จัดการประชุมกับกลุ่มองค์กรที่ไม่เป็นทางการในเลบานอนโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ”

ทางด้านนาย กีเดียน ซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล ได้แสดงท่าทีตอบรับในเชิงบวกต่อข่าวนี้ โดยเขาระบุผ่าน X ว่า “นี่คือขั้นตอนที่สมควรและจำเป็นในการตอบโต้รัฐที่ต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดอธิปไตยของเลบานอน” ก่อนจะเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอน “ดำเนินมาตรการที่จริงจังและเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์”

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งอิหร่านก็สั่งขับเอกอัครราชทูตเลบานอนออกจากประเทศแล้วเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

24 มี.ค. 2569 21:41 น.

ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน 1 ปี รับมือความเสี่ยงจากสงคราม

ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานนาน 1 ปี เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ที่กำลังทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลในเรื่องต่างๆ แล้ว

เมื่อ 24 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และรับมือกับสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “อันตรายที่ใกล้เข้ามา” ต่อความมั่นคงในการจัดหาพลังงานของประเทศ

ในคำสั่งฝ่ายบริหารที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชน นายมาร์กอส ระบุว่า ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเพื่อดูแลให้การเคลื่อนย้าย การจัดหา การกระจายสินค้า และการจัดสรรเชื้อเพลิง อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร รวมถึงสินค้าจำเป็นอื่นๆ เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย

ผู้นำฟิลิปปินส์ระบุอีกว่า ความขัดแย้งดังกล่าวได้สร้างความไม่แน่นอนในตลาดพลังงานโลก เกิดการหยุดชะงักอย่างรุนแรงของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความผันผวนอย่างมากและแรงกดดันที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น “ซึ่งถือเป็นการคุกคามต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ”

“การประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานระดับชาติจะช่วยให้รัฐบาล… สามารถดำเนินมาตรการที่ตอบสนองและประสานงานกันภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากการหยุดชะงักของการจัดหาพลังงานทั่วโลกและผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ”

อนึ่ง ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 1 ปี โดยจะให้อำนาจรัฐบาลในการจัดซื้อเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีอุปทานที่เพียงพอและทันท่วงที และหากจำเป็น รัฐบาลสามารถจ่ายเงินค่าสัญญาบางส่วนล่วงหน้าได้

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร นางชารอน การิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า ปัจจุบันประเทศมีปริมาณเชื้อเพลิงสำรองสำหรับใช้งานได้ประมาณ 45 วัน เมื่อคำนวณจากระดับการบริโภคในปัจจุบัน

เธอกล่าวเสริมว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการจัดซื้อน้ำมันจำนวน 1 ล้านบาร์เรลจากประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างคลังน้ำมันสำรอง อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่าจะเกิดความไม่แน่นอนในการสั่งซื้อรอบถัดไป

แต่การประกาศภาวะฉุกเฉินนี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และข้ามขั้นตอนปกติบางประการในการรับมือกับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและทำให้ตลาดโลกปั่นป่วน

นอกจากนี้ นายมาร์กอสยังได้สั่งการให้กระทรวงการคลังประสานงานกับธนาคารกลางฟิลิปปินส์ เพื่อเฝ้าติดตามผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีต่อค่าเงินเปโซและเงินโอนจากต่างประเทศอย่างใกล้ชิด รวมถึงความเสี่ยงที่ค่าเงินเปโซจะอ่อนค่าลงด้วย

ทั้งนี้ ก่อนที่รัฐบาลจะออกคำสั่งฝ่ายบริหาร บรรดาสมาชิกวุฒิสภาออกมาวิพากษ์วิจารณ์คณะทำงานว่า ขาดการตอบสนองที่เป็นเอกภาพและประสานงานกันในการรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงวางแผนเศรษฐกิจเตือนว่า อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงในระดับที่ไม่เคยเห็นมานานหลายปี และทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนแอลง

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ใช้แรงงานในภาคขนส่ง ผู้ใช้บริการรถสาธารณะ และกลุ่มผู้บริโภค กำลังวางแผนที่จะประท้วงหยุดงานเป็นเวลาสองวันเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ เพื่อคัดค้านการขึ้นราคาน้ำมัน โดยกล่าวหาว่าเป็นความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลมาร์กอส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู 'นวัตกรรม-ภูมิปัญญา' กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

สวก.ส่องเกษตรต้นแบบ! ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.05 น.

สวก. ปั้นผู้นำ วกส. 7 ลงพื้นที่ศึกษาดูงานธุรกิจเกษตรต้นแบบ-โครงการพระราชดำริ ชู ‘นวัตกรรม-ภูมิปัญญา’ กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทยยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) เดินหน้าขับเคลื่อนหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 7 จัดกิจกรรมศึกษาดูงานและสร้างสายสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดวิสัยทัศน์การบริหารจัดการธุรกิจเกษตรสมัยใหม่และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การศึกษาดูงานเริ่มต้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยคณะผู้เข้าอบรมนำโดย นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการ ARDA และ ดร.ศิริกร วิวรวงษ์ รองผู้อำนวยการ ARDA ได้เข้าเยี่ยมชม บริษัทอุตสาหกรรมทวีวงษ์ จำกัด โดยมีผู้บริหารร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารจัดการระบบการผลิตที่ทันสมัย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น น้ำกะทิและปูอัด ซึ่งถือเป็นโมเดลสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย

ในวันที่ 21 มีนาคม คณะได้ร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ ณ โรงแรม ณ ทรีธารา ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม โดยมีการชี้แจงแนวทางการทำงานกลุ่มเพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำที่เข้มแข็ง พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงนโยบาย” โดย ดร.ประวีณา อินทร์ยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัย เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้บริหารสามารถคิดเชิงกลยุทธ์และผลักดันนโยบายเกษตรที่จับต้องได้จริง

ปิดท้ายภารกิจในวันที่ 22 มีนาคม คณะ วกส. 7 ได้ลงพื้นที่ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ เพื่อเรียนรู้แนวคิดการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ โดยร่วมชมกระบวนการผลิตน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นต้นแบบของการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ควบคู่กับการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

กิจกรรมตลอด 3 วันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตร แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้บริหารจากหลากหลายองค์กร เพื่อร่วมกันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกต่อไป

////-026

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ Geant4-DNA International Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.44 น.

คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นเจ้าภาพจัดการฝึกอบรม Geant4-DNA Tutorial โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการจำลองมอนติคาร์โลในงานฟิสิกส์การแพทย์ ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือสำหรับอาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เธียรสิน เลี่ยมสุวรรณ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบัณฑิตศึกษาและประธานหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สาขาฟิสิกส์การแพทย์และวิศวกรรมการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เปิดโครงการฯ พร้อมด้วยวิทยาการที่มีความเชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประกอบด้วย

  • Asst. Prof. Konstantinos Chatzipapas, TU Delft, The Netherlands
  • Dr. Sebastien Incerti, CNRS, France
  • Dr. Le Tuan Anh, Hanoi U., Vietnam
  • Dr. Dousatsu Sakata, AIST, Japan และ
  • Dr. Ngoc Hoang Tran, CNRS, France

เมื่อวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2569 ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เธียรสิน เลี่ยมสุวรรณ กล่าวว่า “Geant4-DNA เป็นส่วนขยายของโปรแกรมจำลองแบบ General purpose particle-matter Monte Carlo simulation toolkit ใช้จำลองการเกิดอันตรกิริยาของรังสีในระดับดีเอ็นเอ ทั้งนี้ การพัฒนา Geant4-DNA มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ภายใต้ความร่วมมือของเครือข่ายนานาชาติ เช่น European Space Agency (ESA) National Institute of Nuclear and Particle Physics of the National Centre for Scientific Research (CNRS) ประเทศฝรั่งเศส และ Osaka University เป็นต้น โดย ในปี  พ.ศ. 2569 กลุ่มความร่วมมือ Geant-DNA มีความสนใจที่จะจัดฝึกอบรมการใช้งานโปรแกรมจำลอง Geant4-DNA สำหรับผู้ใช้งานใหม่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาทำความเข้าใจหลักการใช้งานเพื่อนำไปใช้ในงานวิจัยของตน รวมทั้งเพื่อเป็นพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัยที่เกี่ยวข้อง”

ในการนี้ กลุ่มวิจัยด้านฟิสิกส์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีการศึกษาวิจัยและใช้งานโปรแกรมจำลองมอนติคาร์โลมาโดยตลอด จึงได้รับความไว้วางใจเป็นเจ้าภาพในการจัดการฝึกอบรม Geant4-DNA Tutorial ซึ่งเคยจัดมาแล้วมากกว่า 15 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการระหว่างประเทศ เพื่ออบรม Geant4-DNA Tutorial เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นการบริการวิชาการด้านฟิสิกส์การแพทย์ให้แก่อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ด้านการใช้งานโปรแกรมจำลอง รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยกับกลุ่ม Geant4-DNA และกลุ่มวิจัยอื่น ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับองค์กรระดับโลก ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการนำองค์ความรู้ไปใช้ในการวางแผนระบบสาธารณสุขของประเทศไทยต่อไป