แนะผู้สูงอายุตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและการบาดเจ็บรุนแรง

แนะผู้สูงอายุตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและการบาดเจ็บรุนแรง

แนะผู้สูงอายุตรวจประเมินการทรงตัว ป้องกันการหกล้มและการบาดเจ็บรุนแรง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศไทย กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยและไม่ควรมองข้าม คือ ภาวะการทรงตัวไม่ดีในผู้สูงอายุ ซึ่งอาจนำไปสู่การหกล้ม การบาดเจ็บรุนแรง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

แพทย์หญิงบุศรา เหล่าพัทรเกษม แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี 

แพทย์หญิงบุศรา เหล่าพัทรเกษม แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า สาเหตุของการทรงตัวไม่ดีในผู้สูงอายุ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ความเสื่อมตามวัย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อเสื่อม ระบบประสาทเสื่อม ผลข้างเคียงจากการใช้ยาหลายชนิดพร้อมกันโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท การมองเห็นบกพร่อง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพออาการที่ควรเฝ้าระวัง ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการทรงตัว มักมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย คือ เวียนศีรษะ รู้สึกโคลงเคลง เดินเซ หรือเดินไม่มั่นคง ทรงตัวลำบาก มีอาการหน้ามืดฉับพลัน มีอาการขาอ่อนแรง หรือรู้สึกชาปลายมือปลายเท้า อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่หากเกิดซ้ำหรือรุนแรงขึ้น ควรได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม

ความเสี่ยงหากการทรงตัวไม่ดีและเกิดการหกล้ม

การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่สามารถนำไปสู่ผลกระทบรุนแรง เช่น การหกล้มและการบาดเจ็บ โดยเฉพาะกระดูกหัก เช่น กระดูกสะโพก ซึ่งอาจต้องผ่าตัดและพักฟื้นเป็นเวลานาน การบาดเจ็บทางสมอง จากการกระแทกศีรษะ ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ภาวะโรคเฉพาะกลุ่มที่สัมพันธ์กับการทรงตัว โรคระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคกระดูกและข้อ เช่น ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง ที่กระทบต่อการเคลื่อนไหวและการทรงตัว

ปัจจุบันสามารถตรวจประเมินภาวะการทรงตัวในผู้สูงอายุได้ล่วงหน้า ด้วยโปรแกรมประเมินการทรงตัวเฉพาะทาง เช่น โปรแกรม equio ซึ่งช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงในการหกล้มได้อย่างเป็นระบบ ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลและฟื้นฟูได้ตรงจุดมากขึ้น

หากผลการประเมินพบว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงหกล้มง่าย หรือมีการทรงตัวที่ไม่ดี แพทย์อาจพิจารณาใช้ เทคโนโลยีฟื้นฟูสมรรถภาพขั้นสูง เช่น หุ่นยนต์กายภาพบำบัด C-Mill หุ่นยนต์ช่วยฟื้นฟูการเดินในสภาพจำลองเสมือนจริงบนพื้นฐานการเล่นเกมส์ เช่น การเดินในสถานที่ต่าง ๆ การหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ฟื้นฟูการทรงตัวและการก้าวเดิน ปรับจังหวะการก้าวเดิน เพื่อให้ผู้ป่วยเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์จริง

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยฝึกการทรงตัว การก้าวเดิน และการตอบสนองของร่างกายอย่างปลอดภัย ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว และลดความเสี่ยงการหกล้มในชีวิตประจำวัน

W9 Wellness ชี้ ‘Neurowellness’ เทรนด์สุขภาพมาแรงปี 2569 สุขภาพองค์รวมลงลึก ดูแลและฟื้นฟูตั้งแต่ระบบประสาท

W9 Wellness ชี้  ‘Neurowellness’ เทรนด์สุขภาพมาแรงปี 2569 สุขภาพองค์รวมลงลึก ดูแลและฟื้นฟูตั้งแต่ระบบประสาท

W9 Wellness ชี้ ‘Neurowellness’ เทรนด์สุขภาพมาแรงปี 2569 สุขภาพองค์รวมลงลึก ดูแลและฟื้นฟูตั้งแต่ระบบประสาท

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

W9 Wellness  เผย “The Rise of Neurowellness” หรือ “การดูแลสุขภาวะของระบบประสาท” เป็นหนึ่งในเทรนด์สุขภาพระดับโลกที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2569 โดยถูกยกให้เป็นพรมแดนใหม่ของการดูแลสุขภาพมนุษย์

รายงาน Global Wellness Trends 2026 จาก Global Wellness Summit สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเชิงพฤติกรรม สู่การดูแล “ระบบควบคุมกลาง” ของร่างกายอย่างแท้จริง ซึ่งในอดีต การดูแลสุขภาพมักมุ่งเน้นที่โภชนาการ การออกกำลังกาย หรือฮอร์โมน แต่ปัจจุบันองค์ความรู้ทางการแพทย์เริ่มชี้ชัดว่า “คอขวดสำคัญ” ของสุขภาพ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมหรือวินัย หากแต่คือ ภาวะ Overload ของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานสำคัญของร่างกาย ตั้งแต่การนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงความสมดุลฮอร์โมนและการเผาผลาญพลังงาน

ผู้อำนวยการศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม W9 Wellness Center เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้คนจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะความเครียดเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ร่างกายติดอยู่ในโหมด Fight or Flight ในระดับต่ำ ซึ่งกลายเป็นรากฐานของปัญหาสุขภาพหลายประการ ทั้งการนอนหลับไม่ลึก ภาวะวิตกกังวล สมองล้า (Brain Fog) การอักเสบเรื้อรัง ฮอร์โมนแปรปรวน และภาวะหมดไฟ (Burnout) การมาของ Wearable devices ทำให้ภาวะเหล่านี้ “มองเห็นได้” ผ่านตัวชี้วัดอย่าง Sleep Score, Heart Rate Variability (HRV) และ Recovery Index จนกลายเป็นดัชนีสุขภาพสำคัญในชีวิตประจำวัน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แนวคิด Neurowellness ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าความชุกของภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าเพิ่มขึ้นกว่า 25% ในช่วงปีแรกของการระบาดของโควิด-19 ขณะที่งานวิจัยด้าน Sleep Medicine และข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขหลายประเทศพบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ใหญ่มีปัญหาคุณภาพการนอน สะท้อนถึงภาระความเครียดสะสมในระบบประสาทของคนยุคใหม่

เทคโนโลยีดูแลระบบประสาท: จาก Niche สู่ Mainstream

Neurowellness จึงกำลังก้าวจากตลาดเฉพาะกลุ่ม สู่การใช้งานในวงกว้าง ผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส (Vagus Nerve Stimulation) เทคโนโลยีวิเคราะห์คลื่นสมองเพื่อปรับคุณภาพการนอนหลับ (EEG-Guided Sleep Technology) การฝึกสมองด้วย Neurofeedback รวมถึงอุปกรณ์ Neuromodulation ที่ใช้ได้ที่บ้าน ซึ่งบางประเภทได้รับการรับรองจาก FDA แล้ว สะท้อนถึงการยอมรับในระดับคลินิกและระบบสุขภาพในอนาคต

การยกระดับ Soft-care ดั่งเดิมสู่ Nervous‑System Medicine

ศาสตร์การดูแลสุขภาพดั้งเดิม หรือ Soft-care เช่น Breathwork หรือการฝึกหายใจอย่างมีแบบแผน, โยคะ, Touch Therapy หรือ สัมผัสบำบัด และ Feldenkrais Method หรือเทคนิคสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของร่างกายและจิตใจโดยใช้การเคลื่อนไหวเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ กำลังได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น งานวิจัยด้านประสาทวิทยาหลายฉบับพบว่าศาสตร์เหล่านี้สามารถช่วยเพิ่ม Vagal Tone หรือระดับการทำงานของเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 ที่ทำหน้าที่หลักในระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic) ควบคุมการพักผ่อน ย่อยอาหาร อัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยลดการอักเสบในร่างกาย เพิ่มค่า HRV ลดระดับ Cortisol ซึ่งคอร์ติซอลเป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมหมวกไต จะมีระดับสูงเมื่อมีความเครียดในร่างกาย และปรับสมดุลระหว่างระบบประสาท Sympathetic-Parasympathetic ซึ่งทำหน้าที่ “Fight or Flight” (สู้หรือหนี) ทำงานเมื่อร่างกายเครียดและ “Rest and Digest” (พักผ่อนและย่อยอาหาร) ทำงานเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะปกติ ได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่า Soft-care ไม่ได้เป็นเพียง Wellness Lifestyle แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเครื่องมือในเวชศาสตร์ระบบประสาทยุคใหม่

นพ.พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ (หมอบาย)

Brain–Body Connection: อนาคตของสุขภาพองค์รวม

นพ. พิจักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด Brain–Body Connection จากสถาบันวิจัยชั้นนำ เช่น Stanford ยังชี้ให้เห็นว่าระบบประสาท สมอง ภูมิคุ้มกัน เมตาบอลิซึม และอารมณ์ ทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว ส่งผลให้ Neurowellness ขยายบทบาทไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การดูแลสุขภาพจิต ฟิตเนสและการฟื้นฟูร่างกาย Wellness Hospitality ไปจนถึง Longevity Real Estate และ คลินิกเวชศาสตร์เชิงป้องกัน

“ปัจจุบันเราพบว่าผู้รับบริการกับ W9 Wellness จำนวนมากไม่ได้มีปัญหาสุขภาพจากโรคโดยตรง แต่เกิดจากภาวะระบบประสาทล้าเรื้อรัง (Nervous System Dysregulation) ซึ่งส่งผลต่อการนอน ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน และประสิทธิภาพการใช้ชีวิตโดยรวม การดูแลสุขภาพในอนาคตจึงไม่ใช่แค่การปรับพฤติกรรมหรือให้สารอาหารเสริม แต่ต้องเริ่มจากการประเมินและฟื้นฟูสมดุลของระบบประสาท ซึ่งถือเป็นรากฐานของ Longevity และ Performance Medicine อย่างแท้จริง”

Neurowellness จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพองค์รวม โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง ผู้บริหาร และผู้ที่มีภาวะเครียดสะสมสูง การควบคุมระบบประสาทได้ดีไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงโรคและส่งเสริมสุขภาพให้ดีขึ้น แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพการทำงานในระยะยาวอีกด้วย นายแพทย์พิจักษณ์ กล่าว

ผู้สนใจดูแลสุขภาพเชิงลึกในมิติของระบบประสาท การนอนหลับ ความเครียด ฮอร์โมน และสุขภาพองค์รวม สามารถเข้ารับคำปรึกษาและประเมินสุขภาวะเฉพาะบุคคลได้ที่ W9 Wellness ซึ่งมุ่งเน้นการดูแลแบบ Integrative & Preventive Medicine ผสานองค์ความรู้ด้านการแพทย์ เวชศาสตร์ชะลอวัย และเทคโนโลยีสุขภาพสมัยใหม่ เพื่อยกระดับสุขภาพอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://w9wellness.com/

คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 24 กุมภาพันธ์ 2569

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • เป็นการ BUILD-UP กองกำลังของสหรัฐฯทั้งบก-เรือ-อากาศอย่างมโหฬารที่สุดนับตั้งแต่สงครามเวียดนาม เฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “อับราฮัมฯ” และกองเรือพิฆาตอีกนับร้อยลำ สนับสนุนด้วยเรือดำน้ำพลังงานปรมาณูซึ่งไม่ปรากฏตัว แต่ก็เป็นอาวุธลับที่อริราชหวาดกลัวที่สุด ความสามารถในเรื่องหายตัวลี้ลับแต่สามารถยิงจรวดนำวิถีจากใต้น้ำเข้าสู่เป้าหมายต่างๆอย่างแม่นยำ อีกเรื่องอานุภาพการทำลายล้างของฝูงบิน F-35 อิหร่านย่อมประจักษ์ดีเพราะปะทะกันครั้งสุดท้าย F-35 สามารถบินเข้าอาณาเขตอย่างล่องหน (STEALTH) และทิ้งระเบิดจุดยุทธศาสตร์ของอิหร่านเสียหายยับเยิน ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวย้ำแล้วตำหนิอิหร่านเล่นเกมส์ดึงเช็งการเจรจาเรื่องยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างจริงจัง ผลงานของทรัมป์เรื่องเพาเวอร์เพลย์เห็นกันมาหลายครั้ง เขาคงไม่กรีฑาทัพหลวงมาอย่างไม่มีแผนยุทธศาสตร์ชัดเจน วานนี้สหรัฐฯเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินพร้อม AWAC อีกลำเข้าโอบล้อมอ่าวเปอร์เซีย ผู้รู้บางท่านว่าเกมส์ที่อิหร่านเดินอยู่นี้อาจเข้าข่ายสุภาษิตจีนมีว่า “สู้ก็จั๊บ รับก็โหงว สู้ๆรับๆเลยโดนไปจับโหงว”
  • กูรูการเมือง/เศรษฐกิจอาวุโส ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล แวะมาเยี่ยมกันใน ช่วงเทศกาลตรุษจีน สรุปสถานการณ์ที่กำลังพัฒนารวดเร็วในตะวันออกกลางให้ฟัง สุดท้ายย้อนมารีวิวเหตุการณ์การเมืองของไทย ซึ่งแน่นอนจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ท่านกูรูก็ยังแสดงความยินดีกับท่าน รก.นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในชัยชนะจากการเลือกตั้งทั่วไปอย่างท่วมท้น แล้วก็เลยมาถึงเรื่องที่พรรคฯได้เฉลยออกมาแล้วว่าในส่วนของ “คนนอก” ที่จะมาดูแลการบริหารเศรษฐกิจ กล่าวคือท่าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะได้รับมอบหมายเป็นรองนายกฯและควบ รมว.คลัง ส่วนท่าน ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ก็จะได้รับมอบหมายบทบาทสำคัญเป็นรองนายกฯและควบ รมว.พาณิชย์ อีกทั้งกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯอีกโสดหนึ่ง…
  • ข่าวจริงยืนยันจาก กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง แจ้งข้าราชการและลูกจ้างประจำที่จะพ้นจากราชการ เพราะเกษียณอายุ ลาออก ปลดออก หรือให้ออก ปีงบประมาณ 2569 สามารถยื่นขอรับบำเหน็จ–บำนาญล่วงหน้าได้ 8 เดือน ผ่านระบบ Digital Pension ของกรมบัญชีกลาง เริ่มตั้งแต่ต้นเดือน(วันที่ 1 ก.พ.นี้) เป็นต้นไป…โดยผู้ยื่นต้องดำเนินการด้วยตนเองผ่านระบบ e-Filing และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaID เท่านั้น…ขอให้ทุกท่านบริหารจัดการ “เงินก้อนสุดท้าย” ด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง…
  • ขอแสดงความยินดีกับ พล.ร.ท. พงศชาญ เพ็ชรเทศ ที่ลูกสาวแฝดคนหนึ่ง พิชญาภัค ได้ทุนรัฐบาลออสเตรเลีย ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ University of Melbourne ในสาขาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เรียนจบมาเมื่อไร มีส่วนราชการรอรับพอดี…
  • ดีใจด้วยกับ ผศ.ดร. พงศ์ภัค บานชื่น จากคณะวิทยาการจัดการ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาภายในด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ม.เกษตรศาสตร์ มาตั้งแต่ปลาย ม.ค.ที่ผ่านมา…
  • ความปลาบปลื้มของคนเป็นพ่อ ว่าที่ร.ต.เกียรติยศ บูรณะสัมฤทธิ์ ภูมิใจมาก เมื่อลูกสาวคนเดียว น้องเจแปน เล่นเทควันโด้ จนได้รับสายเหลืองแล้วในขณะนี้…
  • เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา สุพิชา พันธ์ุโกศล ขึ้นเหนือไปเชียงราย ทำหน้าที่อาสาสมัคร ผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งต้องไปทุกเดือนอยู่แล้ว เดือนนี้ตรงกับวันแห่งความรัก และวันตรุษจีน…แบบดีงามยิ่ง !!…


บารอนเนส

มะเร็งถุงน้ำดี “มัจจุราชเงียบ” วัย 40+ ตรวจอัลตราซาวด์ปีละครั้ง

มะเร็งถุงน้ำดี “มัจจุราชเงียบ” วัย 40+ ตรวจอัลตราซาวด์ปีละครั้ง

มะเร็งถุงน้ำดี “มัจจุราชเงียบ” วัย 40+ ตรวจอัลตราซาวด์ปีละครั้ง

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.56 น.

“มะเร็งถุงน้ำดี” แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่กลับเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงชนิดหนึ่งในช่องท้อง ด้วยลักษณะของโรคที่แทบไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมารู้ตัวอีกครั้งเมื่อโรคลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย จึงถูกขนานนามว่าเป็น “มัจจุราชเงียบ” ที่ค่อย ๆ คืบคลานโดยไม่มีสัญญาณเตือนชัดเจน

ผศ.นพ.ปณต สายน้ำทิพย์ อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ถุงน้ำดี” เป็นอวัยวะขนาดเล็กบริเวณใต้ตับ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน เมื่อมีนิ่วซึ่งมีลักษณะคล้ายก้อนกรวดสะสมอยู่ภายใน จะเกิดการเสียดสีและกระตุ้นให้เยื่อบุถุงน้ำดีอักเสบซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน การอักเสบเรื้อรังนี้อาจนำไปสู่การกลายพันธุ์ของเซลล์และพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด โดยเฉพาะกรณีที่นิ่วมีขนาดใหญ่กว่า 3 เซนติเมตร จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้น

“มะเร็งถุงน้ำดี” เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุถุงน้ำดี โดยมี “นิ่วในถุงน้ำดี” เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด พบร่วมในผู้ป่วยมะเร็งถุงน้ำดีประมาณ 4 ใน 5 ราย ความน่ากลัวของโรคคือ ในระยะแรกแทบไม่มีอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากคิดว่าเป็นเพียงอาการแน่นท้องหรือกรดไหลย้อน แต่เมื่อเริ่มมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปวดท้องรุนแรง มักเป็นระยะที่โรคลุกลามแล้ว

ผศ.นพ.ปณต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในระยะเริ่มต้น มะเร็งถุงน้ำดีมักไม่แสดงอาการชัดเจน หรือมีเพียงอาการปวดตื้อบริเวณลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวาหลังรับประทานอาหาร ซึ่งอาจปวดนานเป็นชั่วโมงแล้วทุเลาลง อาการลักษณะนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน คนไข้ส่วนใหญ่จึงไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะอาการเหล่านี้มักเป็น ๆ หาย ๆ เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็มักอยู่ในระยะท้ายของโรคแล้ว

เมื่อโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือ 4 ก้อนมะเร็งอาจโตจนไปอุดตันท่อน้ำดี ทำให้เกิดภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้องรุนแรง น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย ซึ่งในระยะนี้แนวทางการรักษาจะซับซ้อนขึ้น และโอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า หากตรวจพบในระยะที่ 1 อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปีอาจสูงถึงประมาณ 60% แต่หากพบในระยะที่ 4 อัตราการรอดชีวิตจะเหลือเพียงประมาณ 10% เท่านั้น

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเพศหญิง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ เช่น อาหารปิ้งย่าง บุฟเฟต์ หรือเครื่องดื่มหวานมัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

ผศ.นพ.ปณต ให้ข้อมูลปิดท้ายว่า การรักษาในระยะต้นคือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องออกทั้งหมด หากเป็นระยะลุกลามอาจต้องใช้เคมีบำบัด และปัจจุบันมีการนำยาภูมิคุ้มกันบำบัดมาใช้ร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคและยืดอายุผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม การป้องกันยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพและอัลตราซาวด์ช่องท้องหากมีอาการที่เข้าได้หรือสงสัยมีความผิดปกติ เพื่อตรวจเช็กความผิดปกติและนิ่วในถุงน้ำดี สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาแพทย์ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1270 หรือLine: @praram9hospital หรือคลิก https://lhco.li/4k96B90 นอกจากนี้ควรควบคุมน้ำหนัก ลดการบริโภคอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดี ควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการรักษาไม่ปล่อยให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ท่ามกลางโรคมะเร็งหลากหลายชนิดที่สังคมให้ความสนใจ “มะเร็งถุงน้ำดี” อาจไม่ใช่ชื่อที่ฟังดูคุ้นหู  แต่สำหรับแพทย์ผู้รักษาแล้ว นี่คือโรคที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะในความเงียบของมันอาจซ่อนความรุนแรงที่รอวันปะทุโดยไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจสุขภาพปีละครั้งอาจเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยรักษาชีวิตคุณไว้ได้

สามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลและรักษาโรคมะเร็งเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ ศูนย์อองโคแคร์ (ศูนย์มะเร็ง) โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือคลิก praram9.com/th/medical-center/oncocare-center-th

เปิดตัวปุ๊บหวานปั๊บ เป้ย ปานวาด ควงแฟนใหม่ เสิร์ฟช็อตคู่สุดละมุน

เปิดตัวปุ๊บหวานปั๊บ เป้ย ปานวาด ควงแฟนใหม่ เสิร์ฟช็อตคู่สุดละมุน

เปิดตัวปุ๊บหวานปั๊บ เป้ย ปานวาด ควงแฟนใหม่ เสิร์ฟช็อตคู่สุดละมุน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.18 น.

23 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดตัวหวานชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับความรักของนักแสดงสาว “เป้ย ปานวาด เหมมณี” ที่ก่อนหน้านี้ซุ่มคบหาดูใจกับ “หมอต้น” นพ. นิติ ช่วยสกุล ศัลยแพทย์ความงามชื่อดัง กระทั่งล่าสุดยอมรับแบบไม่กั๊กว่าใช้สถานะแฟนอย่างเต็มตัวแล้ว

       ช่วงนี้เรียกได้ว่าความหวานไม่มีแผ่ว เพราะทั้งคู่ขยันเสิร์ฟโมเมนต์สวีตผ่านโซเชียลให้แฟนๆ ได้ยิ้มตาม และภาพล่าสุดก็ทำเอาหลายคนแซวหนัก เมื่อ เป้ย โพสต์ภาพคู่สุดน่ารักกับหมอต้นขณะที่คู่ควงกันไปเช็กอินไกลถึง Universal Studios Japan ประเทศญี่ปุ่น รอยยิ้มสดใสของคนอินเลิฟทำเอาไทม์ไลน์เป็นสีชมพูทันที

ขอบคุณภาพจาก : @ppanward

ฟื้นคืนชีพ! ส่องลุคใหม่ ‘คลาวเดียร์ จักรพันธ์’หลังหน้าฟาดพื้นเย็บเกือบ 40 เข็ม

ฟื้นคืนชีพ! ส่องลุคใหม่ 'คลาวเดียร์ จักรพันธ์'หลังหน้าฟาดพื้นเย็บเกือบ 40 เข็ม

ฟื้นคืนชีพ! ส่องลุคใหม่ ‘คลาวเดียร์ จักรพันธ์’หลังหน้าฟาดพื้นเย็บเกือบ 40 เข็ม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.08 น.

กลายเป็นข่าวช็อกวงการเมื่อช่วงกลางปี 68 ที่ผ่านมา สำหรับนักแสดงสาวหน้าเป๊ะ “คลาวเดียร์ จักรพันธ์” ที่ทำเอาแฟนคลับใจหายวาบ หลังมีข่าวว่าวูบหมดสติกลางอากาศจนหน้าคว่ำฟาดพื้นอย่างแรง! สาเหตุมาจากภาวะความดันต่ำบวกกับความเครียดรุมเร้า บอกเลยว่างานนี้ “เจ็บหนัก” ของจริง เพราะหน้าผากแตกยับจนคุณหมอต้องรัวเข็มเย็บไปเกือบ 40 เข็ม แถมจมูกยังได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนต้องเข้าห้องผ่าตัดใส่เฝือกประคองด่วน!

ตัดภาพมาปัจจุบัน… บอกเลยว่า “แม่กลับมาแล้ว!” ล่าสุดเห็นความเคลื่อนไหวในโซเชียล แฟนๆ เริ่มใจชื้น เพราะเจ้าตัวอัปเดตอาการด้วยสปิริตเกินร้อยว่า “เจ็บแต่ไหว” แม้ตอนแรกหลายคนจะแอบกังวลว่าแผลเป็นบนหน้าผากกับรอยจมูกที่หักจะทิ้งร่องรอยไว้ให้ช้ำใจหรือเปล่า? แต่ระดับคลาวเดียร์ซะอย่าง ล้มได้ก็ลุกได้ แถมลุกมาสวยกว่าเดิมด้วย!งานนี้ต้องขอยกนิ้วให้ในความสตรอง ทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง ก้าวผ่านช่วงดิ่งของชีวิตมาได้แบบสวยๆ แฟนคลับเตรียมปูเสื่อรอชมผลงานใหม่ได้เลย เพราะดูทรงแล้ว คลาวเดียร์เวอร์ชัน 2026 นี้… สวยฟาดของจริงจ้า!

เซ็กซี่เกินต้าน ‘อิงฟ้า วราหะ’โชว์ลุคเดรสขาวสุดแซ่บเดินพรมแดงเปิดตัวหนังใหม่

เซ็กซี่เกินต้าน ‘อิงฟ้า วราหะ’โชว์ลุคเดรสขาวสุดแซ่บเดินพรมแดงเปิดตัวหนังใหม่

เซ็กซี่เกินต้าน ‘อิงฟ้า วราหะ’โชว์ลุคเดรสขาวสุดแซ่บเดินพรมแดงเปิดตัวหนังใหม่

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.59 น.

ทำเอาพรมแดงลุกเป็นไฟ สำหรับ “อิงฟ้า วราหะ” ล่าสุดปรากฎตัวมาในเดรสสีขาวลูกไม้สุดเซ็กซี่ สุดเย้ายวนโชว์สัดส่วนสุดแซ่บ เผยลุคสวยคมแบบตัวแม่ ในงานกาล่าพรีเมียร์ภาพยนตร์ “ราคี – THE STAIN”  เรียกว่าแค่ก้าวเท้าเข้าสู่งานGALA สายตาทุกคู่ก็จับจ้องทันที

นอกจากความเซ็กซี่บนพรหมแดงแล้ว ความพิเศษไม่ได้มีแค่ความแซ่บ เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้ อิงฟ้ารับบท “ผีมาลี” ตัวละครที่เต็มไปด้วยปมลึกลับ ซ่อนความเจ็บปวด เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายความสามารถ และพลิกภาพลักษณ์จากความสวยสง่า สู่ความหลอนที่ตราตรึงใจคนดู ทั้งสวย ทั้งแรง สมกับการเป็นบทผีตัวแม่ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้ งานนี้แฟน ๆ ต่างตั้งตารอชมว่า “ผีมาลี” ในเวอร์ชันของอิงฟ้า จะสะพรึงขนาดไหน?

‘น้องเกล–น้องโมเน่’ มาแจกความสดใส บังเอิญป๊ะกันที่สนามบินประเทศญี่ปุ่น

‘น้องเกล–น้องโมเน่’  มาแจกความสดใส บังเอิญป๊ะกันที่สนามบินประเทศญี่ปุ่น

‘น้องเกล–น้องโมเน่’ มาแจกความสดใส บังเอิญป๊ะกันที่สนามบินประเทศญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.58 น.

ดาราสาวมาแจกความสดใสอีกแล้ว ความบังเอิญบังเกิดเมื่อดาราสาวห้างแตก แอบิเกล” หรือที่เรียกกันติดปากว่า น้องเกล”  โคจรมาเจอกับไอดอลหญิงไทยที่พึ่งเดบิวต์ไปหมาดๆ  “น้องโมเน่”  แต่ชื่อเสียงนั้นเรียกว่าเคียงคู่กันมาติดๆ วันนี้ แต้มบุญหมดแล้วนะ

โดยคุณแม่เมย์ ก็ได้โพสต์รูปพร้อมแคปชั่นน่ารักๆ ว่า เมื่อดาราสาวเจอซุปตาร์ระดับโลก ก็จะเกร็งๆหน่อย  น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ ( หือๆๆๆ แต้มบุญหมดแล้ว แม่ถ่ายเองตื่นเต้นมาก5555  เดี๋ยวจะรีบไปเติมเกลอีก ที่7-11น้าาาาาา )”

ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย

ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย

ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.57 น.

24 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นประเด็นดรามาลุกลามสนั่นโซเชียลเมื่อทางเพจเฟซบุ๊กหนึ่งได้มีการโพสต์ตั้งคำถาม “who is your favourite dancer?” (ใครคือนักเต้นที่คุณชื่นชอบ?)

ซึ่งภายในภาพที่ถูกยกมาตั้งคำถามนั้น ได้ปรากฎภาพของ ‘ดาเนียลา อวาซินี’ (Daniela Avanzini) วัย 22 ปี สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป แคตอาย (KATSEYE) และ ศิลปินสาวชื่อดังระดับโลก ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล วัย 28 ปี  โดยมีการให้แฟนคลับโหวตว่าใครชอบ ‘ดาเนียลา อวาซินี’  ให้กดไลก์ ส่วนใครชอบ ลิซ่า ให้กด หัวใจ 

โดยการโหวตนักเต้นที่ชื่นชอบเป็นไปอย่างคึกคัก จนเมื่อคุณพ่อของ ‘ดาเนียลา อวาซินี’ ได้ออกมาคอมเมนต์ภายในโพสต์ดังกล่าวว่า “ลูกสาวของเขาได้รับการฝึกฝนมาดีกว่า ลิซ่า แบล็กพิงก์ มาก แถมเธอยังเป็นชาวลาตินาด้วย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากเมื่อเทียบกับนักเต้นชาวเอเชีย สะโพกของเธอไม่มีใครเทียบได้”

ซึ่งประโยคนี้กลายเป็นการจุดชนวนดรามาขึ้นมาทันที ซึ่งแฟนคลับของ ลิซ่า มองว่าการพูดแบบนี้เป็นการไม่ให้เกียรติศิลปินรุ่นพี่เลย เพราะ ลิซ่า จากวงแบล็กพิงก์ คือศิลปินที่เดบิวต์มาก่อนอย่างยาวนาน และเป็นศิลปินที่มีผลงานการันตีในระดับโลก อีกทั้งอิทธิพลต่อวงการเพลงอย่างมหาศาล ซึ่งแฟนๆ ของลิซ่ามองว่า คอมเมนต์นี้ของคุณพ่อ’ดาเนียลา อวาซินี’  เป็นการสร้างศัตรูให้ลูกสาว

อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ โดยมีการตั้งข้อสังเกตจากคำพูดของคุณพ่อในบางบริบทที่ดูเหมือนจะกดทับสกิลของคนเอเชีย หรือพยายามอวยว่า ลูกสาวตนเองที่มีพื้นฐานจากฝั่งตะวันตกเหนือกว่า ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในฐานแฟนคลับฝั่งเอเชีย

ทางฝั่งของแฟนคลับของ ‘ดาเนียลา อวาซินี’ ศิลปินที่เพิ่งจะเดบิวต์เมื่อปี 2024  เป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างสองยักษ์ใหญ่คือ HYBE (เกาหลีใต้) และ Geffen Records (สหรัฐฯ) ผ่านโปรเจกต์รายการเซอร์ไววัล Dream Academy 2023 

โดยแฟนๆ ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นคอมเมนต์ของคุณพ่อว่า เขาก็แค่ภูมิใจในตัวลูกสาว และอาจจะพูดถึงในเชิงเทคนิคการเต้นเฉพาะทางที่น้องถนัด แต่ก็ยอมรับว่าการใช้คำพูดนั้น ‘ไม่ค่อยฉลาดนัก’ แต่สิ่งที่แฟนคลับกังวลว่า สิ่งนี้เป็นการเรียกกระแสลบไปลงที่ตัวของศิลปินสาว โดยคำพูดของคุณพ่อ ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวงแคตอาย ที่กำลังอยู่ในช่วงสร้างฐานแฟนคลับ ซึ่งสิ่งนี้เป็นการสร้างความขัดแย้งกับฐานแฟนคลับที่ใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของโลกอย่างวง ‘แบล็กพิงก์’

ทั้งนี้มีแฟนๆ ได้เข้าไปคอมเมนต์เตือนคุณพ่อของ ‘ดาเนียลา อวาซินี’ ว่า ถ้าคุณรักลูกจริง คุณคงไม่คอมเมนต์แบบนั้นทั้งๆ ที่รู้ว่าลูกสาวจะโดนโจมตี ซึ่งทางคุณพ่อได้ออกมาตอบโต้ว่า “เขาคุยกับลูกสาวก่อนทุกอย่างแล้ว”

เปิดภาพงานแต่ง หมิง ชาลิสา แปลงโฉมเป็นเจ้าสาวนางพญา ชมคลิป

เปิดภาพงานแต่ง หมิง ชาลิสา แปลงโฉมเป็นเจ้าสาวนางพญา ชมคลิป

เปิดภาพงานแต่ง หมิง ชาลิสา แปลงโฉมเป็นเจ้าสาวนางพญา ชมคลิป

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.35 น.

กลายเป็นงานวิวาห์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้ สำหรับอดีตนางสาวไทยปี 2546 หมิง ชาลิสา ที่เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานอย่างชื่นมื่นไปเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าตัวจูงมือแฟนหนุ่มนักธุรกิจ อรรถ วิสุทธิ์ รังษิณาภรณ์ เนรมิตคฤหาสน์หรูในจังหวัดอุดรธานี ให้กลายเป็นสถานที่จัดงานที่สุดแสนจะตราตรึงใจและอบอวลไปด้วยความรัก

บรรยากาศในช่วงเช้าเริ่มต้นอย่างเป็นสิริมงคลด้วยพิธียกน้ำชาตามขนบประเพณีจีน โดยเจ้าสาวมาในชุดกี่เพ้าประยุกต์สีชมพูหวานละมุน ปักลายดอกไม้สุดประณีต เพิ่มลูกเล่นความหรูหราด้วยผ้าคลุมไหล่ดีไซน์พิเศษยาวจรดพื้น เสริมลุคให้ดูสง่างามและมีออร่าเปล่งประกายจนแขกเหรื่อต่างพากันชมเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยไร้ที่ติ

หมิง ชาลิสา

ต่อเนื่องความอลังการในช่วงพิธีฉลองมงคลสมรส หมิง ชาลิสา ปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวเดรสสีขาวที่ปักเลื่อมระยิบระยับล้อแสงไฟทั้งตัว พร้อมสวมเวลล์คลุมผมยาวถึงพื้นดูนุ่มนวล แต่ที่ทำเอาคนทั้งงานและชาวโซเชียลถึงกับฮือฮา คือช็อตไฮไลต์สำคัญที่เธอขอจัดเต็มเพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำอันทรงเกียรติ ด้วยการสวม มงกุฎและคทานางสาวไทย พร้อมผ้าคลุมสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นเครื่องยศรางวัลแห่งเกียรติยศที่เธอเคยได้รับในอดีต

หมิง ชาลิสา

นับเป็นกิมมิกงานแต่งที่ทั้งแปลกใหม่และทรงพลัง สมฐานะอดีตนางสาวไทยตัวจริงเสียงจริง เมื่อความสวยระดับตำนานมาเจอกับออร่าของเจ้าสาวป้ายแดง บอกเลยว่าดาเมจแรงมาก แผ่ออร่านางพญาเต็มเฟรมภาพ กลายเป็นงานวิวาห์ที่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยดีเทลที่น่าประทับใจในทุกตารางนิ้วจริงๆ ขอแสดงความยินดีกับบ่าวสาวป้ายแดงทั้งคู่ด้วยนะคะ

หมิง ชาลิสา

แนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับเจ้าสาวป้ายแดง หมิง ชาลิสา ที่เนรมิตวันสำคัญได้สวยสง่าสมเกียรตินางสาวไทย ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น ณ คฤหาสน์หรู ครับ

หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา
หมิง ชาลิสา

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก อินสตาแกรม viirisbridal, อินสตาแกรม nongchat