เปิดโผ คกก.ภาครัฐโปร่งใส นายกฯ ดึงตัวแทนรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ร่วมขจัดทุจริต

เปิดโผ คกก.ภาครัฐโปร่งใส นายกฯ ดึงตัวแทนรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ร่วมขจัดทุจริต

เปิดโผ คกก.ภาครัฐโปร่งใส นายกฯ ดึงตัวแทนรัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ร่วมขจัดทุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.30 น.

23 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ แต่งตั้ง คณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (Multi-Stakeholder Forum : MSF) เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมกำหนดทิศทางนโยบาย ขับเคลื่อนภาครัฐระบบเปิด และรองรับการเข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP)

โฆษกฯกล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ มีเป้าหมายยกระดับการทำงานของภาครัฐจากการดำเนินงานโดยหน่วยงานรัฐเพียงฝ่ายเดียว สู่การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (National Action Plan : NAP) ไปจนถึงการติดตามและประเมินผล เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบสนองประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายปกรณ์ ได้ให้แนวทางไว้ว่า Open Government หรือ “ภาครัฐระบบเปิด” จะเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของภาครัฐ โดยยึดหลักความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล ให้ประชาชนเข้าถึง ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย ควบคู่กับการนำ digital technology เข้ามาใช้ในการทำงานและเชื่อมโยงข้อมูลของภาครัฐเทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับการบริการ ภายใต้ข้อยกเว้นด้านความมั่นคงตามหลักสากล  ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการทุจริต  ดังนั้น ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น open government digital government responsive government  transparency และ anti-corruption จึงเป็นเรื่องเดียวกัน  เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ลดการทุจริต และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการยังประกอบด้วย ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายมานะ นิมิตรมงคล นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา นายสุริยเดว ทรีปาตี โดยมีหน้าที่กำหนดทิศทางและกลยุทธ์การบริหารงานภาครัฐระบบเปิด พิจารณาแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี กำกับติดตามผล และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน โดยมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานกลางในการประสานและสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน

“รัฐบาลมุ่งยกระดับการบริหารราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้การตัดสินใจของภาครัฐมีความรอบด้าน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศ และสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (OGP) ต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว

– 006

หนูเดือดโยงเอี่ยวฮั้วสว. ฟ้อง‘ไอลอว์’ กร้าวไม่มียอมความ

หนูเดือดโยงเอี่ยวฮั้วสว. ฟ้อง‘ไอลอว์’ กร้าวไม่มียอมความ

หนูเดือดโยงเอี่ยวฮั้วสว. ฟ้อง‘ไอลอว์’ กร้าวไม่มียอมความ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนูเดือดโยงเอี่ยวฮั้วสว. ฟ้อง‘ไอลอว์’ กร้าวไม่มียอมความ กกต.อ้างคดีคืบหน้า

“หนู”ลมออกหูประกาศ เดินหน้า ฟ้อง “ยิ่งชีพ iLaw” หมิ่นประมาท ไม่มียอมความ หลายครั้งแล้ว ชี้อาจผิดหวังอะไรบางอย่าง ยันไม่เกี่ยวข้อคดีฮั้วสว.ไม่ได้ทำจะกังวลอะไร ด้าน’สุขสมรวย’เตรียมฟ้องที่อำนาจเจริญ ข้อหาหมิ่นประมาท ปูดเอี่ยวฮั้วสว.ยันไม่รู้จักรีสอร์ทตามอ้างถึง ขณะที่ปธ.กกต.ไม่หนักใจกระแสกดดันฮั้วสว.ให้ส่งศาลทั้งหมด ชี้ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน แจงคืบหน้าเกินครึ่ง เป็นไปตามไทม์ไลน์ เปิดเซฟทรัพย์สินมาร์ครวย 130 ล้าน การดี 233ล้าน ทองคำเพียบ

เมื่อวันที่ 22กรกฎาคม2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องหมิ่นประมาทกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่กล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.โดยมีชื่อ นายอนุทิน รวมอยู่ด้วยว่า ตามกฎหมายการจะพูดกล่าวหาใคร ต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษา แล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนได้รับความเสียหาย เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะพูดแต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ

‘อนุทิน’ลุยฟ้อง’ยิ่งชีพ’ปมฮั้วสว.

เมื่อถามว่า มอง นายยิ่งชีพ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้” เมื่อถามว่า มองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่คิด ไม่เสียเวลาคิด เราก็มีกฎหมายทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดีก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม ความชิงชังซึ่งกันและกันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง

เมื่อถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงเงินบริจาคให้ iLawว่า มาจากต่างชาติและใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายศุภชัย ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทางวิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอมขอศาลให้เมตตาแต่ครั้งนี้คงไม่เพราะหลายครั้งแล้ว เมื่อถามว่า จะฟ้องหมิ่นประมาทเฉพาะนายยิ่งชีพ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็แล้วแต่นายศุภชัย พรรคบอกว่าหากทำให้พรรคและสมาชิกพรรคเสียหายก็ต้องดำเนินการอีกหน่วยเวลาพูดจะได้คิดบ้าง เป็นคนที่มีผู้ติดตาม เป็นอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่อย่ากจะพูดอย่างจะทำอะไรก็ทำ

ไม่กังวลเพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมถึงขั้นไหนแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใจกับคดีนี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ถามอย่างนี้แปลว่าอะไร ไม่ได้ทำจะไปกังวลอะไร ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องคงโดนไปนานแล้ว เพราะคดีนี้เพิ่มมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็นนายกฯ จึงไม่ต้องมีใครมาเกรงใจและผมไปเป็นฝ่ายค้าน 3-4 เดือนไม่มีอำนาจวาสนาอะไรเลยจะไปต่อรองอะไรกับใครได้ สิ่งที่ยืนยันได้คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและไม่มีความคิดเข้าไปเกี่ยวข้อง“

‘สุขสมรวย’รุมฟ้องอีกที่อำนาจเจริญ

ด้าน นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.iLawกล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.โดยมีชื่อ นางสุขสมรวย รวมอยู่ด้วย ว่า ปล่อยให้ กกต.และฝ่ายกฎหมายดำเนินการ เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีข้อสรุป ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นเกมการเมือง ข้อความที่เขาเอามาลง ตนยังไม่รู้เลยว่า มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเคยมีหนังสือมาถึงเรา เฉพาะคณะกรรมการชุดที่26 ตนก็ได้ปฏิเสธไปและในข้อกล่าวหาก็ไม่ได้บอกรายละเอียด อีกทั้งตนไม่ได้รู้จักรีสอร์ทที่ นายยิ่งชีพ กล่าวอ้างถึง ฉะนั้นเชื่อว่า หากมีมูล มีข้อเท็จจริง กกต.และฝ่ายกฎหมายก็จะเรียกไปสอบ แต่ที่ผ่านมาปรากฏแต่ชื่อไม่เคยโดนเรียกไปสอบเลย

นางสุขสมรวย กล่าวด้วยว่า จะแจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทนายยิ่งชีพ ที่ จ.อำนาจเจริญและคงไม่โต้ตอบอะไรไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ จะไม่หลงกลฝ่ายค้านที่จะให้ไปร้องต่อศาล เชื่อว่าใครที่ทำอะไรเราไว้จะนอนไม่หลับอย่างแน่นอน ล่าสุดที่ นายยิ่งชีพ ได้ยอมรับผ่านรายการช่องดังว่า ไม่มีหลักฐานและภาพถ่าย หรือ คลิปวิดีโอ มีเพียงพยานพูดไว้ เพื่อจี้ให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ นางสุขสมรวย กล่าวว่า ถือเป็นการพูดแบบไม่รับผิดชอบ แม้จะมีการมาแก้ต่างภายหลัง ก็ไม่สามารถลบล้างได้ เพราะถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

ปธ.กกต.ไม่หนักใจถูกกระแสกดดัน

ขณะที่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนการทุจริตการเลือกสว.ในวันเลือกระดับประเทศว่า การพิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ โดยเหลือการพิจารณาสำนวนอีก 4 ครั้ง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนกรณีพรรคประชาชนและกลุ่ม iLawนำข้อมูล การเลือกสว.ระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกมาเปิดเผย และพบว่ามีบุคคลทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น ได้มีอยู่ในสำนวนด้วยหรือไม่ นายณรงค์ ระบุว่า ตนไม่ทราบว่า เขาเอาข้อมูลอะไรไปบ้าง แต่กกต.ก็พิจารณาในสำนวนทั้งหมด ขอให้วางใจ กกต.พิจารณาเป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่มีอะไรน่าหนักใจ ทุกอย่างอยู่ในสำนวน ส่วนการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและภาคประชาชน ที่มีการกดดันให้กกต.ส่งศาลทั้งหมดนั้น นายณรงค์ ย้ำว่า กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐานโดยไม่ได้คิดว่าเป็นการกดดัน เราทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด

กกต.ตั้ง7ข้อหาเอาผิดคดีฮั้วสว.

ขณะที่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการทำคดีฮั้ว สว.ว่า การพิจารณาคดีมีความคืบหน้าพอสมควร พิจารณาไปหลายข้อหา ซึ่งตั้งทั้งหมด 7ข้อหา ตอนนี้เหลือส่วนปลีกย่อย-ส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้พิจารณา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพาดพิงถึงนักการเมือง คาดว่าจะมีการพิจารณาในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ประธาน กกต.ได้วางไทม์ไลน์ไว้แล้ว อยากจะให้จบภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งไม่น่าจะขยายเวลา แม้ข้อมูลจะไม่พอ ถ้า กกต.ไปสั่งให้สอบเพิ่ม เกรงว่าจะเกิดความล่าช้า ส่วนนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw ไม่แน่ใจเอาข้อมูลมาจากไหน เตือนระวังทำคดีเสียหาย

‘ไอติม’ชี้ไม่ควรฟ้อง-ตอบตรงคำถาม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีจ่อยื่นฟ้อง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ว่า ในฐานะที่นายกฯเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้มีอำนาจรัฐ แทนที่จะทำการฟ้องผู้ตั้งคำถาม สิ่งที่ท่านทำได้คือชี้แจงข้อกล่าวหา ตามคำถามที่ถูกตั้งไว้ ถ้าฟังข้อมูล นายยิ่งชีพ จะเห็นว่ามีการพูดถึงข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างเจาะจง นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงสั้นๆได้ง่าย ภาพรวมมองว่า ไม่ว่าจะนายกฯก็ดี หรือรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงก็ดี แทนที่จะดำเนินคดีกับผู้ตั้งคำถาม แค่ตอบให้ตรงคำถาม จะทำให้สังคมมีข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น ในการพิจารณาว่า ควรเชื่อหรือไม่เชื่อใครและเรียกร้องไปถึงหน่วยงานตรวจสอบด้วยคือ กกต.และดีเอสไอ มีการตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ ต้องแยกเป็น2 วน ฝั่งนักการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐ แทนที่จะฟ้องผู้ตรวจสอบ ควรชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนหน่วยงานขอคำยืนยันเหมือนกันว่า ทำเต็มที่แล้ว ตรวจสอบกลั่นกรองข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า อยู่ในสำนวนและพิจารณาส่งศาลหรือไม่

‘โสภณ’รอเอกสารเปิดถกวิสามัญกู้เงิน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเปิดสมัยประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้มีการส่งสัญญาณกำหนดวันเปิดประชุมที่ชัดเจน เนื่องจากยังต้องดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขั้นตอนในขณะนี้ สภาฯ จำเป็นต้องรอเอกสารแจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการจากศาลรัฐธรรมนูญส่งมายังสภาก่อน เมื่อสภาได้รับเอกสารเรียบร้อยแล้ว จึงจะทำหนังสือแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ ครม. พิจารณานำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญต่อไป

นายโสภณ กล่าวถึงกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมว่า ในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นช่วงที่มีงานพระราชพิธีสำคัญตลอดทั้งสัปดาห์ ขณะเดียวกัน ถัดจากนั้นอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงการเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไปตามปกติ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ดังนั้น การจะกำหนดวันเปิดประชุมวิสามัญในช่วงใด จะต้องพิจารณาความเหมาะสมและการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บางท่าน ได้แจ้งภารกิจเดินทางไปต่างประเทศส่วนตัวไว้ล่วงหน้าพอสมควร

‘จักรภพ’ลั่นสส.ต้องตรวจสอบรบ.

นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดใจหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร โดยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า แม้จะเป็น สส.พรรคแกนนำรัฐบาล แต่จะไม่ทำหน้าที่เพียงยกมือสนับสนุนรัฐบาล หากยังคงทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนในการตรวจสอบ เสนอแนะ และวิพากษ์การทำงานของฝ่ายบริหารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การบริหารประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส.ส.ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ต่างมีหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชน การตรวจสอบรัฐบาลจึงเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้แทนราษฎร ไม่ใช่การเป็นศัตรูกับรัฐบาล แต่เป็นการช่วยให้รัฐบาลทำงานได้ดีขึ้น

‘อภิสิทธิ์’แจ้งมีทรัพย์สิน130ล้าน

วันเดียวกัน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กรณีเข้าดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.69 โดยนายอภิสิทธิ์ และนางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 130,916,823 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินของนายอภิสิทธิ์ 76,638,695 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 7 บัญชี 14,810,525 บาท ที่ดิน 2 แปลงย่านคลองตันกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับโอนจากบิดาและพี่สาว รวมมูลค่า 40.92 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นห้อง 2 หลังใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบ้านพักอาศัยในเขตวัฒนา กรุงเทพฯ รวมมูลค่า 18,633,170 บาท ยานพาหนะ 1.8 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่น 475,000 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 1,399,746 บาท โดยเป็นจากเงินเดือน 1,362,720 บาท และดอกเบี้ย 37,026 บาท มีค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลต่อปีรวม 600,000 บาท

‘พิมพ์เพ็ญ’มีสมบัติรวม54ล้านบาท

ส่วนนางพิมพ์เพ็ญ มีทรัพย์สินรวม 54,278,127 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 13 บัญชี 13,374,062 บาท เงินลงทุนในกองทุนเปิด 4,868,565บาท ที่ดิน 3 แปลงในเขตยานนาวา กรุงเทพฯ ที่ได้รับโอนจากมารดา รวมมูลค่า 27,475,000 บาท และมีทรัพย์สินอื่น 8,560,500 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 1,162,815 บาท จากเงินเดือน 1,129,380 บาท และดอกเบี้ย 33,435 บาท มีค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลต่อปี 400,000บาท ทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ อาทิ นาฬิกา patek philippe 1 เหรียญ มูลค่า 200,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 เส้น 75,000 บาท นาฬิกา IWC มูลค่า 17,000 บาท สร้อยมุก 11 เส้น รวมมูลค่า 2,144,000บาท สร้อยมุก+เพชร 4 เส้น รวมมูลค่า 580,000 บาท กำไลข้อมือทองคำขาว 1 วง มูลค่า 270,000 บาท ต่างหูเพชร+มุก 4 คู่ รวมมูลค่า 500,000 บาท แหวนเพชร 1 วง มูลค่า 500,000 บาท เข็มกลัดเพชร 2 อัน มูลค่า 200,000 บาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ครั้งสุดท้ายของนายอภิสิทธิ์ ก่อนหน้านี้ พบว่า ยื่นในปี 2554 คราวพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 10 ส.ค.54 โดยตนเองและคู่สมรสมีทรัพย์สินรวม 54,355,885 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการยื่นทรัพย์สินในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์และคู่สมรส มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 76,560,938 บาท

‘การดี-สามี’ร่ำรวยอู้ฟู่233ล้านบาท

ด้าน นางการดี เลียวไพโรจน์ หรือดร.อ้อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งกรณีเข้าดำรงตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุตนเองและนายชวภาส องค์มหัทมงคล ซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 233,808,707บาท มีหนี้สินรวม 8,062,974บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของ นางการดี 136,074,890บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 6,509,515 บาท เงินลงทุน 26,107,127 บาท เงินให้กู้ยืม 4,314,506 บาท โดยเป็นการให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กู้เมื่อ 16 ม.ค.68 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 2 ล้านบาท บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อ 25 ธ.ค.67 ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน 1 ล้านบาท บริษัท โนเวล คอร์ปอเรชั่นจำกัด ยอดหนี้คงเหลือ 924,455 บาท บริษัท แมคโนลียควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยอดหนี้คงเหลือ 390,051บาท

ส่วน นายชวภาส ซึ่งเป็นกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเอกชนหลายแห่ง แจ้งมีทรัพย์สินรวม 97,139,154บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 562,194 บาท เงินลงทุน 35,524,880 บาท ที่ดิน3แปลง ในเขตกรุงเทพฯและสมุทรปราการ มูลค่า37.5ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 16ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 7,544,254บาท ทรัพย์สินอื่น7,825บาทและมีหนี้สิน 4,448,382บาท โดยเป็นเงินเบิกเงินบัญชี 1,144,546บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3,303,836บาทและแจ้งมีรายได้ต่อปีจากเงินเดือน/ค่าตอบแทนบรรยาย/เบี้ยประชุม/โบนัส/19,075,000 บาท รายจ่ายต่อปีรวม 6,497,300บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สินรวม 594,662บาท เป็นเงินฝาก 501,181บาท สิทธิและสัมปทาน 93,480บาท

ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ

ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ

ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.21 น.

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง พรรคอนาคตไกลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 นั้น 

นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 33 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 พรรคอนาคตไกลไม่สามารถดำเนินการให้มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาคตามบัญชีรายชื่อภาคและจังหวัดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดอย่างน้อยภาคละ 1 สาขา ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียน จึงเป็นเหตุให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคอนาคตไกลสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

อธิบดีกรมการข้าวตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากร

อธิบดีกรมการข้าวตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากร

อธิบดีกรมการข้าวตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากร

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.06 น.

อธิบดีกรมการข้าวตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากร

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน แผนงานและโครงการ ตลอดจนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากแต่ละกลุ่มงาน เพื่อรับทราบข้อมูลและแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่อย่างรอบด้าน

โอกาสนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้พบปะพูดคุยกับบุคลากร พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และมุ่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของกรมการข้าวในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ SAFE Fertility Clinic

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ  SAFE Fertility Clinic

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ SAFE Fertility Clinic

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.07 น.

นิยามคำว่า “ครอบครัว” ของคนไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากยุคที่การมีลูกคือโซ่ทองคล้องใจ มาสู่ยุคที่หลายคนเลือกจะยังไม่มีลูก หรือมีลูกเมื่อพร้อมที่สุดเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงนี้คือเส้นเรื่องที่ SAFE Fertility Clinic หรือที่รู้จักกันในนาม SAFE Fertility Group PCL. เดินเคียงข้างหลากหลายความหวังในการมีครอบครัวมาตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ ในฐานะหนึ่งในคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากชั้นนำของประเทศไทยและในระดับเอเชีย หากนับตามเส้นทางการก่อตั้งโดย นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์    (ว.14960) SAFE Fertility Clinic มีบทบาทสำคัญที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคนมีลูกยากเป็นอย่างมาก

ยิ่งเมื่อบริบทระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป อัตราการเกิดที่ลดลง การมีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นในการมีลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเกิด คู่สมรสจำนวนมากจึงเลือกมีบุตรในช่วงอายุมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพ ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงความพร้อมในชีวิตมากกว่า 

นิยามครอบครัวที่เปลี่ยนผ่านตาม Generation กับความมุ่งมั่นของ SAFE Fertility Clinic

เมื่อรูปแบบและบริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป การนิยามคำว่าครอบครัว และการมีทายาทของผู้คนแต่ละเจเนอเรชั่นก็แตกต่างกันออกไปเช่นกัน เนื่องจากถูกหล่อหลอมจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ในแต่ละยุคที่เติบโตมา

Gen X: ครอบครัวคือความมั่นคง จุดเริ่มต้นของ SAFE Fertility Clinic

Gen X  ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น และหน้าที่รับผิดชอบ นิยามของครอบครัว จึงหมายถึงความสำเร็จตามเส้นทางชีวิตที่สังคมวางไว้และเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคง รูปแบบชีวิตส่วนใหญ่ จึงเป็นไปตามแพทเทิร์นเดิม ๆ อย่าง การแต่งงาน ซื้อบ้าน ซื้อรถ มีลูก และทำงานหนักเพื่อส่งลูกเรียนสูง ๆ เพื่อให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยมุมมองต่อการมีลูก คือ “โซ่ทองคล้องใจ” และเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบในชีวิตครอบครัว ครอบครัวมักเป็นขนาดกลางถึงใหญ่ โดยคนในเจเนอเรชั่น X นี้ เดิมมีความเชื่อว่า แต่งงานแล้วต้องมีลูก และคนจะมาหมอเมื่อมีปัญหาจริง ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีแนวคิดเรื่องการวางแผนล่วงหน้า นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ SAFE Fertility Clinic ได้เปิดตัวขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้มีปัญหาการมีบุตรยาก พร้อมการวาง DNA ของคลินิกที่จะเริ่มต้นด้วยการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเข้ามาพัฒนาวงการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในประเทศไทย

Gen Y (Millennials): ครอบครัวคือ “Partnership” ที่ต้องพร้อมทั้งกาย ใจ และการเงิน

Gen Y หรือ Millennials ให้ความสำคัญกับเรื่องความพร้อมและความสุขที่สมดุล ทำให้การสร้างครอบครัวของกลุ่มนี้ เปลี่ยนจากหน้าที่ที่จำเป็นต้องแต่งงาน หรือมีครอบครัวตามแพทเทิร์นของสังคมมาสู่การเลือกและวางแผนร่วมกัน เพราะครอบครัวคือ “Partnership” ที่ต้องมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้านก่อนที่จะก้าวไปอีกขั้น จึงมีการคิดและวางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งด้านการเงิน การงาน และคุณภาพชีวิตทำให้หลายคู่เลือกที่จะไม่มีลูก หรือหากจะมีลูก ก็มักจะมีเมื่อพร้อมมาก ๆ และพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยเพื่อความสมบูรณ์แบบ เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูก

แม้ว่าในช่วงเวลานั้นการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ที่หลายท่านรู้จักกันในชื่อของการทำเด็กหลอดแก้ว, GIFT, IVF หรือ ICSI ยังคงถูกสังคมตั้งคำถามในแง่ของความปลอดภัยและผลลัพธ์ SAFE Fertility Clinic จึงเลือกเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจ และเพิ่มอัตราความสำเร็จให้คนไข้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากการนำตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด (Embryoscope Plus) เข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องแรกเพราะเราเชื่อว่าองค์ประกอบความสำเร็จของการทำ IVF/ICSI มาจากความชำนาญของแพทย์ 40% ผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยถึง 60% และเพื่อตอกย้ำความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ในระดับสาธารณะ SAFE จึงก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

Gen Z: ครอบครัวคือ “Safe Zone” ที่เน้นความอิสระและการวางแผนเฉพาะบุคคล

กลุ่ม Gen Z มีความหลากหลาย อิสระ เป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ที่ได้นิยามคำว่าครอบครัวไว้ใหม่ จนแทบไม่เหลือกรอบเดิม ครอบครัวของคนรุ่นใหม่นี้ ไม่จำเป็นต้องผูกพันด้วยสายเลือดหรือทะเบียนสมรสอีกต่อไป แต่คือ Safe Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ซึ่งอาจหมายถึงกลุ่มเพื่อน คนรักเพศเดียวกัน หรือการอยู่คนเดียว เพราะการมีลูกไม่ใช่เป้าหมายหลักของชีวิตอีกต่อไป หลายคนมองว่าการเลี้ยงสัตว์ (Pet Parent) เช่น สุนัขหรือแมว คือรูปแบบครอบครัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และอิสระของพวกเขามากกว่า และหากจะมีลูก ก็ให้ความสำคัญกับความพร้อมของโลกและสภาพสังคมที่ลูกต้องเติบโตมาเป็นอันดับแรก

จากนิยามคำว่าครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมนี้ จึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายของธุรกิจการแพทย์เพื่อการเจริญพันธุ์ คลินิกFertility ต่าง ๆ ไม่อาจรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาเพื่อแค่ปรึกษาเรื่องการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) เหมือนยุคก่อนอีกต่อไป การบริการของ SAFE Fertility Clinic จึงครอบคลุมให้มากขึ้น ตั้งแต่การตรวจร่างกายและคัดกรองความเสี่ยงก่อนมีบุตร การฝากไข่ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรง จนกลายเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ยังลังเลกับอนาคต แต่ไม่อยากเสียโอกาสในการสร้างครอบครัวเมื่อมีความพร้อมทางด้านการงาน การเงิน และคู่ชีวิต รวมถึงในแง่มุมของการตอบโจทย์แนวคิดการสร้างความพร้อมที่ดีให้กับลูกที่กำลังเกิดมา  จึงได้นำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติกับ JUNO Genetics สหรัฐอเมริกาด้วยการนำ PGTseq เทคโนโลยีการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนแบบใหม่มาใช้เป็นครั้งแรกในเอเชีย เพื่อช่วยคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ด้วยการอ่านผลที่ละเอียดมากขึ้นของเทคโนโลยีนี้จะเป็นข้อมูลช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ให้กับคู่รักที่วางแผนมีบุตรได้สำเร็จมากขึ้นและลดความเสี่ยงการเป็นโรคที่ผิดปกติจากโครโมโซมหรือพันธุกรรมบางโรค

ตลอดการเดินทางเกือบ20 ปีของ SAFE Fertility Clinic ที่เข้าใจและพร้อมเคียงข้างคนอยากมีลูกในทุกเจเนอเรชั่นมาโดยตลอด จึงได้มีการขยับจากการเป็นเพียง “คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก” สู่การเป็น “คลินิกเพื่อการมีบุตร โดยขยายฐานการดูแลที่ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะคนไข้ที่มีลูกยากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนสุขภาพเพื่อสร้างครอบครัวที่แข็งแรง สอดรับกับแนวคิด ไลฟ์สไตล์ ความพร้อม และความหลากหลายของคู่รักรุ่นใหม่ให้ทุกคนสามารถเดินเข้ามาปรึกษาได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่คิดอยากมีลูก เพื่อเตรียมความพร้อมทางสุขภาพและสร้างทางเลือกที่หลากหลายเอาไว้ในวันที่มุมมองชีวิตเปลี่ยนไป

“ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน แต่วิสัยทัศน์ของ SAFE Fertility Group PCL. ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือการส่งมอบความหวังในการมีครอบครัว ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรฐานที่เชื่อถือได้ เพราะเราไม่ได้แค่ช่วยให้คนมีลูก แต่เราพร้อมช่วยวางแผนการเริ่มต้นครอบครัวให้กับครอบครัวในทุกรูปแบบ เราเชื่อว่าทุกความหวังในการสร้างครอบครัว… เริ่มต้นได้ที่ SAFE Fertility Clinic”

– นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE Fertility Group PCL.สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาแนวทางการวางแผนมีบุตร ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือก่อนมีลูก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) รวมถึงการฝากไข่ กับทีมแพทย์ SAFE Fertility Clinic สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.safefertilitygroup.com

ชวนสัมผัสไอหมอก ‘ผาซ่อนแก้ว’ ชมศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยมูลไส้เดือน – นวัตกรรม ‘เกษตรติดแกลม’

ชวนสัมผัสไอหมอก 'ผาซ่อนแก้ว' ชมศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยมูลไส้เดือน - นวัตกรรม ‘เกษตรติดแกลม’

ชวนสัมผัสไอหมอก ‘ผาซ่อนแก้ว’ ชมศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยมูลไส้เดือน – นวัตกรรม ‘เกษตรติดแกลม’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

รายการ”หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์นี้“เต้ย พงศกร”ชวนเพื่อนซี้สายลุย “ปั้นจั่น ปรมะ” เดินทางเช็กอินรับลมหนาวท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขา ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ รับไอหมอกฟิน ๆ ที่ “จุดชมวิววัดผาซ่อนแก้ว” แลนด์มาร์กเด่นที่ตั้งสง่าท่ามกลางเทือกเขา ก่อนจะพาไปเติมพลังที่ร้านในตํานานกว่า60 ปีอย่าง “ร้านขนมจีนหน้าวัง”(หล่มเก่า) สัมผัสเสน่ห์ขนมจีนแป้งสด ที่ใช้กระบอกทองเหลืองบีบมือแบบจานต่อจานจนได้เส้นที่เหนียวนุ่ม    พร้อมลิ้มรสเมนูซิกเนเจอร์หาทานยากอย่าง “ขนมจีนไก่โอก” รสนํ้าปลาร้านัวจัดจ้าน ท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนาวิวหลักล้าน ที่ทําเอาพิธีกรและแขกรับเชิญฟินระเบิด!

ชมไฮไลท์ที่ห้ามพลาด!!   กับความมหัศจรรย์ของนวัตกรรม ” เกษตรติดแกลม ” (Agri-Glam)ที่  “ Outletสมุนไพร ชญานิน ” เพื่อพิสูจน์ว่า ” มะขามหวานเพชรบูรณ์ ” ถูกยกระดับสู่สกินแคร์พรีเมียม สกัดสารสําคัญจากมะขามมาสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ได้รับรางวัล OTOP ดีเด่นระดับประเทศ นอกจากนี้พาไปเจาะลึกต้นนํ้าความสําเร็จที่ “ศูนย์เรียนรู้ปุ๋ยมูลไส้เดือน บ้านวังร่อง” แหล่งผลิตผักอินทรีย์ 100% ที่ช่วยลดหนี้และสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี ธ.ก.ส. เป็นพาร์ทเนอร์สําคัญที่คอย “เติมทุน เติมความรู้ และเติมตลาด” จนสามารถส่งออกผลผลิตสู่เลมอนฟาร์มทั่วประเทศ

มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนมรดกภูมิปัญญาให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์สุดทันสมัยได้ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” ในวันเสาร์ที่ 25กรกฎาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี

โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

 เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้เดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวแห่งมรดกอันทรงคุณค่าของโรงแรมผ่าน Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ที่เปรียบเสมือนหัวใจของการเฉลิมฉลองในครั้งนี้ โดยเชื่อมโยงผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การเผยโฉมอาคาร Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ คอลเลกชั่นกระเป๋าเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Globe-Trotter ไปจนถึงกลิ่นหอม Eternal Bloom ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษร่วมกับ PAÑPURI ซึ่งแต่ละผลงานล้วนสะท้อนปรัชญาอันยาวนานของโรงแรมที่ให้คุณค่าแก่งานดีไซน์ งานฝีมือชั้นสูง และศิลปะแห่งการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ

Celadon Green หรือสีเขียวศิลาดล ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีเคลือบอันละเอียดอ่อนของเครื่องศิลาดลโบราณแห่งเอเชีย สะท้อนภาพความหรูหรา เรียบสงบ และสง่างามตามแบบฉบับของแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งทำหน้าที่เป็นภาษาแห่งการออกแบบที่เชื่อมโยงโรงแรมในเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ลทั่วโลกเข้าด้วยกัน และในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้แต่ละจุดหมายปลายทางได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะของตนเอง สำหรับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง 150 ปี ที่เชื่อมโยงโลกแห่งการออกแบบ การเดินทาง และศาสตร์แห่งกลิ่นหอม สู่บทเฉลิมฉลองแห่งความประณีต ความสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณแห่งการบริการที่ยั่งยืนเหนือกาลเวลา

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี คือการเผยโฉม Garden Wing หลังการปรับโฉมใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยเป็นผลงานการออกแบบของ เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) มัณฑนากรระดับโลกจากดีไซน์วิลค์ส (DESIGNWILKES) ผู้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานกับเครือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ด้วยการนำเสนอมุมมองร่วมสมัยให้กับหนึ่งในอาคารห้องพักอันเป็นที่จดจำที่สุดของโรงแรม โดยยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์และมรดกดั้งเดิมอันงดงาม

โดยแรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้มาจากสวนอันร่มรื่นที่รายล้อม Authors’ Wing อาคารประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม โดย เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) ตั้งใจเชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน เพื่อสร้างบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และให้ความรู้สึกเสมือนการพักผ่อนในบ้านพักส่วนตัวที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายใต้การออกแบบใหม่ Celadon Green ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Chao Phraya Room, Chao Phraya Suite, Ambassador Suite และ Royal Suite ผ่านวอลล์เปเปอร์ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน สิ่งทอฝีมือประณีต และพรมสั่งทำพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพรรณไม้นานาชนิดของไทย พร้อมแต่งแต้มมิติของพื้นที่ด้วยเฉดสีเขียวมรกต สีคอรัล และสีทองอบอุ่นที่ผสานกันอย่างกลมกลืน

เจฟฟรีย์ วิลค์ส (Jeffrey Wilkes) กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบครั้งนี้ว่า “ความตั้งใจของเราคือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง Garden Wing กับหัวใจดั้งเดิมของโรงแรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สวนอันร่มรื่น แสงธรรมชาติ และความสง่างามอย่างผ่อนคลายของ Authors’ Wing เป็นแรงบันดาลใจให้เราสร้างสรรค์พื้นที่ภายในที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเสมือนบ้าน งดงามเหนือกาลเวลา และสะท้อนความเป็นแมนดาริน โอเรียนเต็ลได้อย่างแท้จริง

การเฉลิมฉลองครั้งนี้ยังต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับ Globe-Trotter แบรนด์กระเป๋าเดินทางระดับลักชัวรีจากประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านงานฝีมือการผลิตกระเป๋าเดินทางแฮนด์เมดมายาวนานกว่าศตวรรษ ผ่านการเปิดตัวคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ประกอบด้วยกระเป๋าเดินทาง Carry-On Case และกระเป๋าถือ London Square ในเฉดสี Celadon Green อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกระเป๋าทุกใบผลิตด้วยมือจากไฟเบอร์บอร์ดวัลคาไนซ์ (Vulcanised Fibreboard) วัสดุซิกเนเจอร์ของ Globe-Trotter พร้อมตกแต่งรายละเอียดด้วยหนังธรรมชาติ ที่สะท้อนถึงความประณีตและคุณค่าของงานฝีมือที่ทั้งสองแบรนด์ยึดมั่นร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ภายในกระเป๋าโดดเด่นด้วยลวดลายพัดที่เป็นอัตลักษณ์ของ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ในเฉดสี Celadon Green ซึ่งสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์และความงดงามของกระบวนพยุหยาตราชลมารคเหนือสายน้ำเจ้าพระยา รายล้อมด้วยลวดลายใบไม้และดอกไม้มงคล อันสะท้อนคติความเชื่อดั้งเดิม ความสง่างาม และสิริมงคล โดยคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นดังกล่าวจะวางจำหน่าย ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รวมถึง ช่องทางออนไลน์ https://bangkok.mandarinorientalshop.com/ พร้อมเปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสคอลเลกชั่นสุดพิเศษนี้ผ่านแพ็กเกจ The 150th Collector ซึ่งจัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของโรงแรม

แพ็กเกจ The 150th Collector เชิญชวนแขกผู้เข้าพักร่วมสัมผัสการเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ ผ่านประสบการณ์การเข้าพักที่ถ่ายทอดคุณค่าของงานฝีมือ ศิลปะแห่งการเดินทาง และการบริการอันเปี่ยมด้วยความใส่ใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโรงแรมมาโดยตลอด

โดยผู้เข้าพักห้อง Authors’ Suite จะได้รับกระเป๋า Carry-On Case รุ่นสั่งทำพิเศษจาก Globe-Trotter ขณะที่ผู้เข้าพักห้อง Chao Phraya Suite จะได้รับกระเป๋า London Square พร้อมอาหารเช้าที่ห้องอาหาร The Verandah และบริการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ณ Globe-Trotter สาขาเกษรวิลเลจ

The 150th Collector เปิดให้เข้าพักระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2569 – 31 มีนาคม 2570 โดยสามารถจองผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม ได้ที่ https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river/offers

นอกเหนือจากประสบการณ์แห่งการเดินทางและการเข้าพักแล้ว เรื่องราวของ Celadon Green ยังได้รับการถ่ายทอดต่อไปในอีกหนึ่งมิติ ผ่าน Eternal Bloom กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ที่รังสรรค์ขึ้นร่วมกับ PAÑPURI แบรนด์ลักชัวรีเวลเนสสัญชาติไทย เพื่อเติมเต็มการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเสนอคอลเลกชั่นในเฉดสี Celadon Green อันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเชื่อมโยงกับการเฉลิมฉลองครั้งนี้ พร้อมบอกเล่าจิตวิญญาณของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล  กรุงเทพฯ ผ่านมิติแห่งกลิ่นหอม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา สวนอันเขียวชอุ่ม และการต้อนรับด้วยหัวใจที่สืบทอดมายาวนาน เปิดสัมผัสกลิ่นหอมด้วยความสดชื่นของตะไคร้ ส้มแมนดาริน และเบอร์กามอต ก่อนเผยความละมุนของดอกมะลิ ดอกกระดังงา และดอกส้ม ก่อนปิดท้ายด้วยกลิ่นไม้ซีดาร์ พริกไทย และมัสก์อ่อนละมุน มอบความอบอุ่นที่ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนอันน่าประทับใจริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับคอลเลกชั่น Eternal Bloom ได้ถ่ายทอดผ่านผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ประกอบด้วย ก้านไม้หอม (Ambience Diffuser), สเปรย์ปรับอากาศ (Room Spray), ถุงหอม (Ambience Sachet) และ พัดหอม (Scented Fan) วางจำหน่าย ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รวมถึง ช่องทางออนไลน์ https://bangkok.mandarinorientalshop.com/ และ สาขาของ PAÑPURI ในประเทศไทย และฮ่องกง เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำความทรงจำและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กลับไปเติมเต็มบรรยากาศภายในบ้าน และหวนระลึกถึงประสบการณ์แห่งการเข้าพักได้ในทุกครั้งที่สัมผัส

ตลอดวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ยังคงเชิดชูมรดกอันน่าภาคภูมิ ควบคู่ไปกับการก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง จากการปรับโฉมพื้นที่อย่างพิถีพิถัน สู่ความร่วมมือกับพันธมิตรและช่างฝีมือผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ทุกก้าวย่างล้วนสะท้อนจิตวิญญาณอันยั่งยืนของโรงแรมที่มุ่งมั่นมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจแก่ผู้ เข้าพัก จากทั่วทุกมุมโลกรุ่นสู่รุ่น ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ที่มาร่วมสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลอง และร่วมแบ่งปันความประทับใจที่มีต่อโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เริ่มจากสาวสวยผู้หลงใหลในสไตล์ลักชัวรี ซอนญ่า สิงหะ ได้เล่าถึงความประทับใจว่า สำหรับเราโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่ทุกครั้งที่ได้มาพักจะรู้สึกถึงความสงบและความอบอุ่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา การบริการที่ใส่ใจ หรือเสน่ห์ของโรงแรมที่ยังคงความคลาสสิกไว้อย่างงดงาม ทำให้ทุกครั้งที่มาพักรู้สึกเหมือนได้ใช้เวลาไปกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การได้มาร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีในครั้งนี้ยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจ เพราะได้เห็นอีกหนึ่งบทใหม่ของโรงแรมผ่านการปรับโฉม Garden Wing แต่ยังคงรักษาเสน่ห์และมรดกอันทรงคุณค่าไว้  โดยเฉพาะการนำสี

เขียวศิลาดล มาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ ซึ่งเป็นเฉดสีที่ช่วยสะท้อนความเป็นโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน  ทำให้ทุกครั้งที่ได้เข้าพักรู้สึกถึงประสบการณ์ที่พิเศษและมีความหมายมากยิ่งขึ้น”

ถัดมาที่นักธุรกิจสาว อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าว่า ส่วนตัวเราคุ้นเคยกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นอย่างดี เพราะได้มีโอกาสมาใช้เวลาที่นี่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการมารับประทานอาหาร หรือการมาพักผ่อนสเตย์เคชั่น ที่ทุกครั้งที่มาก็ได้รับความประทับใจกลับไปเสมอ สำหรับเราแล้วเดินทางไม่ได้มีเพียงแค่จุดหมายปลายทาง แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำระหว่างทาง จึงรู้สึกประทับใจกับคอลเลกชั่นกระเป๋า Globe-Trotter รุ่นพิเศษในเฉดสีเขียวศิลาดลมากๆ ทั้งกระเป๋าเดินทาง Carry-On Case และ London Square ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมและความหมายอันลึกซึ้ง นอกจากจะสะท้อนความประณีตของงานฝีมือแล้ว ยังเป็นเหมือนตัวแทนของช่วงเวลาพิเศษที่สามารถพกพาความทรงจำไปได้ในทุกการเดินทาง

ปิดท้ายด้วยเซเลบริตี้สาวนักเดินทาง สาริศา ล่ำซำ เผยว่า เราเป็นคนที่ชื่นชอบการเดินทางไปเยือนที่ต่างๆทั่วโลกมากมาย แต่ทุกครั้งที่ได้กลับมาพักที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยเสมือนการได้กลับมาบ้าน สิ่งที่เราประทับใจคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆและการบริการ ที่สามารถสร้างความรู้สึกและความทรงจำที่แตกต่างจากที่อื่นๆ แม้แต่กลิ่นหอมภายในห้องอย่าง Eternal Bloom กลิ่นหอมซิกเนเจอร์จาก PAÑPURI ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ประทับใจ เพราะเวลาได้กลิ่นนี้ก็จะทำให้เหมือนเราได้ย้อนกลับไปสัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขและบรรยากาศของการเดินทางครั้งนั้นอีกครั้ง เหมือนเป็นความประทับใจที่ยังคงอยู่กับเราเสมอ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปี ของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้ทางเว็บไซต์ https://www.mandarinoriental.com/en/bangkok/chao-phraya-river/150-anniversary

TIPCO Food ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก พา 3 แบรนด์หลักคว้ารางวัล Superior Taste Award 2026

TIPCO Food ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก พา 3 แบรนด์หลักคว้ารางวัล Superior Taste Award 2026

TIPCO Food ยกระดับแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก พา 3 แบรนด์หลักคว้ารางวัล Superior Taste Award 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.10 น.

บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำศักยภาพแบรนด์ไทยบนเวทีโลก ด้วยการคว้ารางวัล “Superior Taste Award 2026” ระดับ 3 ดาว (3 Stars) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดด้านรสชาติ จาก International Taste Institute ประเทศเบลเยียม สถาบันชั้นนำระดับโลกด้านการประเมินรสชาติอาหารและเครื่องดื่ม โดยผ่านการตัดสินจากผู้เชี่ยวชาญระดับเชฟมิชลินสตาร์และซอมเมอลิเยร์จากสมาคมวิชาชีพชั้นนำของยุโรป ซึ่งสะท้อนมาตรฐานคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ โดยในปีนี้ผลิตภัณฑ์หลักของ TIPCO Food ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ น้ำผลไม้ 100% TIPCO น้ำแร่ธรรมชาติ Aura Natural Mineral Water และสับปะรดหอมสุวรรณ ต่างได้รับการรับรองด้านรสชาติในระดับสูงสุด ตอกย้ำคุณภาพและรสชาติที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ

และในปีแห่งการเฉลิมฉลอง ครบรอบ 50 ปีของ TIPCO ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ  การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างประสบการณ์รสชาติที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ

ความสำเร็จของ “น้ำแร่ออรา (Aura 100% Natural Mineral Water)” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านน้ำแร่ธรรมชาติระดับพรีเมียมของไทย หลังคว้ารางวัล Superior Taste Award 2026 ระดับ 3 ดาว (3 Stars) จาก International Taste Institute เป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 10 ปี สะท้อนมาตรฐานรสชาติและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

น้ำแร่ออราเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ 100% ที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการกรองตามธรรมชาติจากแหล่งกำเนิดใต้ผืนป่าธรรมชาติ ทำให้คงคุณภาพและเอกลักษณ์ของรสชาติที่นุ่ม ดื่มง่าย และสดชื่นในทุกครั้งที่ดื่ม จนได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญด้านรสชาติในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ TIPCO คือ น้ำส้มสายน้ำผึ้ง 100% ที่ได้รับรางวัล Superior Taste Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สะท้อนถึงความโดดเด่นด้านรสชาติและคุณภาพที่ผ่านการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความเชี่ยวชาญของ TIPCO ในฐานะผู้บุกเบิกตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมของประเทศไทย

ความโดดเด่นของน้ำส้มทิปโก้เกิดจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรส้มสายพันธุ์คุณภาพจากแหล่งเพาะปลูกที่เหมาะสม เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของรสชาติที่หวานหอม กลมกล่อม และสมดุลในทุกฤดูกาล ผสานกับกระบวนการผลิตภายใต้มาตรฐานการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อคงไว้ซึ่งรสชาติและคุณค่าจากผลไม้แท้ด้วยนวัตกรรมการผลิตแบบ 100% NFC Juice (Not From Concentrate) แสดงถึงกระบวนผลิตที่โปร่งใส ทุกกล่องที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำส้มเข้มข้น คงรสชาติ กลิ่น และประสบการณ์ใกล้เคียงผลไม้สดพร้อมเป็นแหล่งของวิตามินซีจากธรรมชาติ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาน้ำผลไม้ระดับพรีเมียมจากผลไม้แท้ 100% ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสดใหม่ และคุณค่าจากธรรมชาติ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงมาตรฐานด้านรสชาติของน้ำส้มทิปโก้ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ TIPCO ในการยกระดับอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ไทยสู่มาตรฐานระดับสากล พร้อมส่งมอบรสชาติและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกสู่ผู้บริโภคทุกกล่อง

ปิดท้ายความสำเร็จของทั้ง 3 แบรนด์ด้วย  สับปะรดหอมสุวรรณ ที่ร่วมคว้ารางวัล Superior Taste Award 2026 ระดับ 3 ดาว (3 Stars) ตอกย้ำความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านสับปะรดของ TIPCO ซึ่งสั่งสมมาอย่างยาวนาน สะท้อนถึงความสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ การคัดเลือกแหล่งเพาะปลูก การดูแลคุณภาพในทุกขั้นตอนไปจนถึงการควบคุมคุณภาพก่อนส่งมอบประสบการณ์รสชาติระดับพรีเมียมแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความโดดเด่นของ สับปะรดหอมสุวรรณ ไม่ได้อยู่เพียงที่รสชาติหวานหอมและรับประทานง่าย แต่คือประสบการณ์แห่งความประทับใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่คำแรก ด้วยเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อสีเหลืองทอง เนื้อสัมผัสแน่นฉ่ำกำลังดี และมีความเป็นกรดต่ำ ไม่กัดลิ้น ให้รสชาติที่กลมกล่อม สดชื่น ละมุน และเพลิดเพลินในทุกช่วงเวลา

ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับพรีเมียม สับปะรดหอมสุวรรณจึงก้าวข้ามบทบาทของผลไม้รับประทานเล่น สู่การเป็น Premium Lifestyle Fruit ที่ได้รับความไว้วางใจจากร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรมชั้นนำ ให้นำไปสร้างสรรค์เมนูพิเศษเพื่อยกระดับประสบการณ์ด้านอาหาร รวมถึงได้รับให้เป็นผลไม้คุณภาพสำหรับครอบครัว เป็นของฝาก และโอกาสพิเศษต่าง ๆ สะท้อนภาพลักษณ์ของผลไม้พรีเมียมที่เติมเต็มคุณค่าและความประทับใจในทุกมื้ออาหาร

คุณจักรภพ ฉิมอำพันธ์ (Consumer & Market Strategy Director) กล่าวถึงความสำเร็จบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณ International Taste Institute และคณะผู้เชี่ยวชาญที่ให้การยอมรับในคุณภาพและรสชาติของผลิตภัณฑ์ภายใต้ TIPCO Food รางวัล Superior Taste Award 2026 ที่เราได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจขององค์กร แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญ ความมุ่งมั่น และมาตรฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เรายึดมั่นมาตลอด 50 ปี เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพและประสบการณ์รสชาติที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภค

 และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ เราเตรียมเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาดครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด ‘World-Class Taste’ ผ่านสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) ทั่วประเทศ เพื่อประกาศความภาคภูมิใจของแบรนด์ไทยที่ก้าวสู่เวทีรสชาติระดับโลก พร้อมเชื่อมต่อประสบการณ์รสชาติระดับสากลสู่ผู้บริโภค ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติสำหรับความสำเร็จของทั้ง 3 แบรนด์ ไม่เพียงสะท้อนถึงความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่ม แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานอาหารและเครื่องดื่มไทย ผ่านคุณภาพ รสชาติ และนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราจะเดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผู้บริโภคไว้วางใจ และร่วมสร้างความภาคภูมิใจให้กับแบรนด์ไทยผ่านทุกผลิตภัณฑ์ของ TIPCO Food ครับ”

คุณแหน: 23 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 23 กรกฎาคม 2569

คุณแหน: 23 กรกฎาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 01.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ศ.เกียรติยศ สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นปูชนียแพทย์ และ คุณหญิงสุมนา ทรัพย์เจริญ วันพุธ 5 ส.ค. 17.00 น. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธาน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่รับการสรรหาจากสภามหาวิทยาลัยมหิดลให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่ม 1 ต.ค. 2569 ลูกศิษย์และกัลยาณมิตรดีใจมากเพราะผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงร่วมสนับสนุนกันถ้วนหน้า…

ll รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผอ.รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น มอบพระหลวงปู่แหวนเพื่อความเป็นสิริมงคลและสมปรารถนาแก่ นิภาดา กองแก้ว Biker ชื่อดัง ซึ่งขับมอเตอร์ไซค์ตั้งใจไปให้ถึงรัสเซีย แต่ไปประสบอุบัติเหตุหัวเข่าแตกที่มองโกเลีย จึงต้องแยกทางจากกลุ่มเพื่อนบินกลับไทยมาผ่าตัดดามกระดูกที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ผลการผ่าตัดเรียบร้อยดีและออกจากโรงพยาบาลไปพักผ่อนที่บ้านแล้ว…

ll งานฉลองหมั้นระหว่าง ดร.ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ บุตรี สิริอนงค์ ธนะวัฒนกรณ์ กับ นรพรรษ เพ็ชรตระกูล บุตร ปวีณา เพ็ชรตระกูล 23 ก.ค. 08.00 น. ที่ Andaz Ballroom, Andaz One Bangkok ส่วนงานฉลองสมรสกำหนดจัดงาน 15 ส.ค.18.00 น. ห้องนภาลัยบอลรูม รร.ดุสิตธานี กรุงเทพฯ…

ll ยามนี้นักเรียนของสถานสอนภาษาเอยูเอจะรื่นรมย์กับบทเพลงเป็นพิเศษ เพราะสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AUAA) โดย รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมฯ ผนึกกำลังกับ ปัญญชลี เพ็ญชาติ และ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดการแสดงมิวสิคัล “Bridge Across Time : Celebrating 200 Years of Thai-American Friendship” ฉลอง 200 ปี มิตรภาพไทย-สหรัฐอเมริกา วันอาทิตย์ 26 ก.ค. 14.00 น. ณ หอประชุมสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา อาคาร AUA ถ.ราชดำริ โดยมีศิลปิน, กก., สมาชิกเสียงดี อาทิ ดลชัย บุณยะรัตเวช, มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, วิทูร ศิลาอ่อน, เสาวนิตย์ นวพันธ์, วง VieTrio, หวาย-กามิกาเซ่ ฯลฯ เพื่อหารายได้สนับสนุนมูลนิธิมหิดลอดุลยเดช…

ll อ.จินตนา ธรรมวานิช ผจก.และผอ.โรงเรียนสมาคมสตรีไทย ดีใจและตื่นเต้นมากเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก ฉายภมร วัฒนโชติ อดีตนายกสมาคมสตรีไทยฯ อายุ 101 ปี ชัดเจนที่ความจำยังแม่นยำเหมือนเดิม มีแต่สุขภาพเท่านั้นที่ต้องนั่งรถเข็นไปทุกที่ตามสภาพร่างกายที่อายุเกินร้อยมาเพียง 1 ปี…

ll เพิ่งกลับจากสหรัฐอเมริกา สุมนา-ดร.ประพิณ อภินรเศรษฐ์ ไปต้อนรับคณะ “เข้าค่ายจับไมค์ใกล้ชิดธรรมชาติ” ที่จันทน์งาม เมาท์เท่น วิว รีสอร์ท สีคิ้ว ในฐานะเจ้าบ้าน เมื่อ 19 ก.ค. …

การกลับมาของ HYROX Bangkok การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยยอดผู้สมัครพุ่งทะลุ 20,000 คน

การกลับมาของ HYROX Bangkok การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยยอดผู้สมัครพุ่งทะลุ 20,000 คน

การกลับมาของ HYROX Bangkok การแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ด้วยยอดผู้สมัครพุ่งทะลุ 20,000 คน

วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.52 น.

HYROX การแข่งขันกีฬาฟิตเนสระดับโลก ประกาศการกลับมาจัดการแข่งขันในประเทศไทยอีกครั้งอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับการแข่งขันสู่รูปแบบ 4 วันเต็มเป็นครั้งแรก ภายใต้รายการ BYD HYROX Bangkok ระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม 2026 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยจะรวบรวมนักกีฬาจากทั่วประเทศไทยและภูมิภาคมาร่วมพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ท้าทายขีดจำกัด และสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันฟิตเนสระดับโลกในรูปแบบเฉพาะของ HYROX

การกลับมาจัดการแข่งขันที่กรุงเทพฯ อีกครั้งภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน หลังจากการแข่งขันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สะท้อนถึงกระแสความนิยมของ HYROX ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค โดยการแข่งขันครั้งก่อนมีนักกีฬาเข้าร่วมกว่า 17,500 คน ขณะที่การแข่งขันในเดือนสิงหาคมนี้ได้สร้างสถิติครั้งใหม่ในฐานะการแข่งขัน HYROX ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยจัดขึ้นในเอเชีย ด้วยจำนวนนักกีฬาที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 20,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 14% จากการแข่งขันครั้งก่อน และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนปิดรับสมัคร ภายใต้การสนับสนุนของ BYD ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ในฐานะพันธมิตรด้านยานยนต์ระดับภูมิภาคของ HYROX APAC และผู้สนับสนุนหลักของ HYROX Bangkok การขยายการแข่งขันในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการแข่งขันฟิตเนสที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย และสะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ HYROX ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

William Petty ผู้จัดการฝ่ายอีเวนท์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า: “กระแสตอบรับจากประเทศไทยนับว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง จากเสียงตอบรับอันล้นหลามในครั้งที่ผ่านมา เราจึงตัดสินใจขยายการแข่งขันเป็น 4 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ HYROX มากยิ่งขึ้น ขณะที่การแข่งขัน BYD HYROX Bangkok ครั้งนี้กำลังจะสร้างสถิติใหม่ในฐานะการแข่งขัน HYROX ที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในเอเชีย เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การแข่งขันระดับเวิลด์คลาส พร้อมร่วมเฉลิมฉลองอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการฟิตเนสในภูมิภาค”

กำหนดการแข่งขัน HYROX APAC ฤดูกาล 2026/27 ที่กำลังจะมาถึง

  • AirAsia HYROX Chiba – 6-9 สิงหาคม 2026
  • BYD HYROX Bangkok – 13-16 สิงหาคม 2026
  • AirAsia HYROX Perth – 21-23 สิงหาคม 2026
  • AirAsia HYROX Seoul – 14-15 พฤศจิกายน 2026
  • AIA HYROX Singapore – 26-29 พฤศจิกายน 2026
  • BYD HYROX Melbourne – 9-13 ธันวาคม 2026
  • AirAsia HYROX Kuala Lumpur – 11-13 ธันวาคม 2026
  • AIA HYROX Hong Kong – 7-10 มกราคม 2027
  • BYD HYROX Osaka – 21-24 มกราคม 2027
  • BYD HYROX Auckland – 4-7 กุมภาพันธ์ 2027
  • BYD HYROX Bangkok – 11-14 กุมภาพันธ์ 2027
  • HYROX Taipei – 12-14 มีนาคม 2027
  • BYD HYROX Brisbane – 31 มีนาคม-4 เมษายน 2027
  • HYROX Nagoya – 16-18 เมษายน 2027
  • BYD HYROX Incheon – 13-16 พฤษภาคม 2027

ข้อมูลกิจกรรม

  • HYROX คือการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกสำหรับทุกคน: ด้วยรูปแบบการแข่งขันที่หลากหลาย รองรับนักกีฬาทุกระดับความสามารถ
  1. ประเภทเดี่ยว (Singles) – การแข่งขัน HYROX รูปแบบมาตรฐาน ที่ผสมผสานความท้าทายและความสามารถในการเข้าถึงได้สำหรับนักกีฬาทุกระดับ 
  2. ประเภทเดี่ยวโปร (Singles Pro) – สำหรับนักกีฬาที่มีประสบการณ์ โดยเพิ่มระดับความท้าทายด้วยการใช้น้ำหนักที่มากขึ้นในการแข่งขัน 
  3. ประเภทคู่ (Doubles) – ร่วมแข่งขันกับคู่หู แบ่งปันภารกิจและความท้าทายตลอดการแข่งขัน เพื่อก้าวผ่านสนามไปด้วยกัน 
  4. ประเภทคู่โปร (Doubles Pro) – เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ท้าทายตัวเองด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น พร้อมแรงสนับสนุนจากคู่หูในการแบ่งภารกิจตลอดการแข่งขัน 
  5. ประเภททีมผลัด (Relay Teams) – เหมาะสำหรับยิม องค์กร และกลุ่มต่าง ๆ โดยสมาชิก 4 คนสามารถร่วมกันแบ่งภารกิจการแข่งขัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ HYROX ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสนุกไปด้วยกัน 
  6. ประเภท Adaptive – ประเภทการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาที่มีความบกพร่องทางการทำงานของร่างกายอย่างถาวรสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม
  • นักกีฬาทั่วโลกแข่งขันภายใต้รูปแบบการแข่งขันเดียวกันในทุกสนาม: เริ่มต้นด้วยการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัล 1 สถานี และทำซ้ำทั้งหมด 8 รอบ
  • ผู้เข้าร่วมสามารถเปรียบเทียบอันดับในระดับโลกได้: โดยนักกีฬาทุกคนจะได้รับชิปจับเวลาและเวลาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบผ่านระบบจัดอันดับโลกของ HYROX จากการแข่งขันทั่วโลก
  • การแข่งขันชิงแชมป์โลก: การแข่งขันชิงแชมป์โลกประจำฤดูกาล 2026/27 จะจัดขึ้นที่ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2027 โดยรวบรวมนักกีฬา HYROX ชั้นนำในแต่ละประเภทที่ผ่านการคัดเลือกจากการแข่งขันตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา พร้อมด้วยการแข่งขัน Elite 15 ซึ่งเป็นการรวมตัวของนักกีฬาชายและหญิง 15 อันดับแรกของ HYROX ทั้งนี้ HYROX จัดการแข่งขันในกว่า 35+ ประเทศ และ 95 เมืองทั่วโลก
  • HYROX เข้ามาเติมเต็มรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างในวงการฟิตเนส: ด้วยการผสานการแข่งขันความทนทานแบบดั้งเดิมเข้ากับฟิตเนสแบบฟังก์ชันนัล สร้างประสบการณ์การแข่งขันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ พร้อมแนวคิดที่สามารถวัดผล ฝึกซ้อม และพัฒนาได้อย่างเป็นระบบ
  • HYROX เกิดจากความเชี่ยวชาญของผู้บุกเบิกวงการการแข่งขันระดับโลก: ก่อตั้งโดย Christian Toetzke หนึ่งในผู้จัดการแข่งขันแบบ Mass Participation ที่มีประสบการณ์และประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก ร่วมกับ Moritz Fürste นักกีฬาฮอกกี้สนามเจ้าของ 3 เหรียญโอลิมปิกและแชมป์โลก