นายกฯ เซ็นตั้ง ‘พิพัฒน์’ คุมแก้วิกฤตน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน

นายกฯ เซ็นตั้ง 'พิพัฒน์' คุมแก้วิกฤตน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน

นายกฯ เซ็นตั้ง ‘พิพัฒน์’ คุมแก้วิกฤตน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.55 น.

นายกฯลงนามคำสั่งมอบ‘พิพัฒน์’ คุมเข้มผู้ค้าน้ำมัน ป้องกันภาวะขาดแคลน ให้ผู้ค้าม.7 รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้า-รายชื่อลูกค้าที่ซื้อเกิน 3 พันลิตรต่อครั้ง 

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ.2569 โดยระบุว่าโดยที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้โดยง่าย ส่งผลกระทบต่อทั้งการผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญของโลก ปริมาณสินค้าดังกล่าวที่ลดน้อยลงอย่าง มีนัยสำคัญทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักจึงได้รับผลกระทบนี้โดยตรง อีกทั้งปรากฏว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันจำนวนมากไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงจำหน่าย เกิดความเดือดร้อนแก่การดำรงชีวิตของประชาชนและการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการจำนวนมาก จึงเป็นกรณีที่มีความฉุกเฉินและจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516  นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ 2 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ.2543 ดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้ ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มี.ค. พ.ศ. 2569  ให้ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ณ สถานประกอบการของผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้งที่มีการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543  ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายใน เวลา 18.00 น.ของทุกวัน
และให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ซึ่งมิได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ3,000 ลิตรต่อครั้ง ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานภายในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน โดยการรายงานให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และส่งไปที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ datapmo@doebonline.doeb.go.th

ข้อ3 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ดำเนินการตามด้วย ข้อ 4 มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ,รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ,และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัดเพื่อประโยชน์ในการบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแจ้งข้อมูลตามข้อ 2 และข้อ 3 ให้แก่บุคคลตามวรรคหนึ่ง ทราบทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย

ข้อ 5 ให้ นายพิพัฒน์ ,รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

อนุทิน เชื่อลอบยิง สส.นราฯ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิต

อนุทิน เชื่อลอบยิง สส.นราฯ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิต

อนุทิน เชื่อลอบยิง สส.นราฯ ปมการเมือง ชี้กระทำอุกอาจมุ่งหวังเอาชีวิต

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.26 น.

วันนี้ 20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 16.40 น.ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงรถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ(ปชช.) มีการเชื่อมโยงการเมืองหรือไม่ว่า การทำร้ายที่มุ่งหวังเอาชีวิตสส. ก็ถือว่าเป็นเรื่องการเมือง ตรงนี้ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ ก็โชคดีที่ไม่มีการเสียชีวิตแต่มีคนได้รับบาดเจ็บ

เมื่อถามว่า ได้เจอกับนายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา และเลขาธิการพรรคปชช.ได้ถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้สอบถามกับนายซูกาโน่ บอกนายกมลศักดิ์ปลอดภัย ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุใกล้จะถึงบ้านแล้ว ก็ต้องดำเนินคดีและติดตามผู้กระทำความผิด

อนุทิน

เมื่อถามย้ำว่า เป็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ

ครม.ใหม่เสร็จก่อนสงกรานต์ อนุทิน มั่นใจ ตรวจคุณสมบัติไม่ช้า

ครม.ใหม่เสร็จก่อนสงกรานต์ อนุทิน มั่นใจ ตรวจคุณสมบัติไม่ช้า

ครม.ใหม่เสร็จก่อนสงกรานต์ อนุทิน มั่นใจ ตรวจคุณสมบัติไม่ช้า

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

วันนี้ 20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 16.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า ก็จะเป็นไปตามแนวทางที่เราได้หาเสียงไว้ ซึ่งจะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ตนก็ได้รับรายชื่อรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยแล้ว จะได้ให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เร่งตรวจสอบคุณสมบัติ

เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จสิ้นก่อนสงกรานต์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะพยายามให้เร็วที่สุด น่าจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งก็วันที่ 20 มี.ค.แล้ว การตรวจสอบคุณสมบัติก็ต้องใช้เวลา และไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะพรรคเพื่อไทย ก็ต้องตรวจสอบในส่วนของพรรคภูมิใจไทยด้วย น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อันนี้เร็วที่สุดแล้ว เพราะต้องผ่านการตรวจสอบ 17 หน่วยงาน

อนุทิน

เมื่อถามถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหมายเรียกน.ส. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คดีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ขณะที่น.ส.สุดาวรรณ มีชื่อในโผครม.พรรค พท. นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบตรงนั้น เรื่องของครม.จะเปิดเผยได้ก็ต่อเมื่อมีการโปรดเกล้าฯแล้ว

เมื่อถามว่า แต่การตั้งครม. รอบนี้ นายกฯเคยระบุว่าจะเพลย์เซฟที่สุด แสดงว่าถ้าใครมีเรื่องหรือติดขัดอะไรก็จะไม่แต่งตั้งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันมีแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ การส่งตรวจสอบเขาก็จะมีข้อสรุปกลับมาให้

อนุทิน

เมื่อถามว่า จะสามารถทูลเกล้าฯ รายชื่อครม.ได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค.ได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าการตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนเมื่อไหร่ ไม่มีใครติด ซึ่งตนก็หวังว่าจะไม่มีปัญหา ถ้าไม่มีปัญหาก็นำขึ้นทูลเกล้าฯให้ทรงมีพระราชวินิจฉัย ส่งลงพระปรมาภิไธยต่อไปอย่างที่เรียนว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมาพูดอะไรกันตอนนี้ ไม่ช้าแน่นอน

เมื่อถามว่า ได้มีการส่งชื่อรัฐมนตรีสำรองไปตรวจสอบคุณสมบัติด้วยหรือไม่ นายอนุทิน เพียงแต่หัวเราะ ไม่ได้ตอบคำถาม

ฟ้า พรหมศร ยุติอดอาหาร ชาวเน็ตแห่เมนต์ยับ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ-มุกแป๊ก

ฟ้า พรหมศร ยุติอดอาหาร ชาวเน็ตแห่เมนต์ยับ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ-มุกแป๊ก

ฟ้า พรหมศร ยุติอดอาหาร ชาวเน็ตแห่เมนต์ยับ เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ-มุกแป๊ก

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.23 น.

วันนี้ 20 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากบนโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ออกมาโพสต์อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของ ฟ้า พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า ““ฟ้า” ยุติการอดอาหาร แต่ยังต้องดูแลร่างกาย-ฝันถึงการได้ออกไป

วันที่ 19 มี.ค. 2569 ทนายความเดินทางไปที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี เพื่อเยี่ยม “ฟ้า” พรหมศร วีระธรรมจารี อดีตนักกิจกรรมกลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งถูกคุมขังในคดี #มาตรา112 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษายืนจำคุก 2 ปี 10 เดือน ในคดีชุมนุมหน้า สภ.คลองหลวง และศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ประกันตัวระหว่างฎีกา โดยล่าสุดตั้งแต่ช่วงวานนี้ฟ้าได้ยุติการอาหาร ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่เย็นวันที่ 9 มี.ค. 2569 เพื่อเรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรมนักโทษทางความคิดทั้งหมดแล้ว รวมเป็นระยะเวลา 10 วัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

หลังจากรอเยี่ยมในช่วงเช้าราว 30 นาที ฟ้าเดินออกมาในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีดำ พร้อมยิ้มกว้างภายใต้สีหน้ายังคงอิดโรย เขารีบเล่าว่าเช้านี้ได้ออกไปเอกซเรย์ปอด ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของการตรวจร่างกายของนักโทษที่เพิ่งมาใหม่ เพื่อป้องกันเรื่องวัณโรคด้วย ซึ่งยังต้องรอผลตรวจอีกที

ฟ้าแจ้งว่าได้ยุติการอดอาหารตั้งแต่วานนี้แล้ว โดยได้เริ่มรับประทานอาหารที่ญาติฝากเข้าไป แต่เขามีอาการอาเจียนออกมา จึงแค่พยายามซดน้ำ ในช่วงกลางคืนก็มีอาเจียน เช้านี้ยังมีอาการหน้ามืด จุดเสียดแน่นท้อง อาการชาและหูอื้อก็ยังมี ต้องพยายามดูแลตัวเอง แต่ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น พยายามจิบน้ำและเกลือแร่ไว้ และได้กลับมาทานยาสำหรับโรคเกาต์แล้ว

ฟ้าเข้าใจเรื่องกระบวนการต้องค่อย ๆ กลับมากินอาหารอ่อน ค่อย ๆ ทานในปริมาณน้อย และระมัดระวังการกิน เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพอีกครั้ง โดยมีพยาบาลมาพูดคุยด้วยเหมือนกัน แต่ภายในเรือนจำไม่ค่อยมีลักษณะอาหารอ่อน ๆ เท่าไร ต้องรอให้ญาติสั่งจากร้านค้าข้างนอกเข้ามาอีกที

ฟ้ายังเล่าว่าเมื่อคืนหลังจากที่อาเจียนเสร็จ กลับมานอนต่อ ก็เกิดฝัน เขาฝันว่าเจอเงาตะคุ่มร่างใหญ่ น้ำเสียงมีพลังพูดขึ้นทำนองว่า “เดี๋ยวก็ออกไปนะมึง” เมื่อตะโกนถามไปว่าจะได้ออกตอนไหน เงานั้นก็พูดทำนองว่าเดี๋ยวก็ออกไป “แล้วถ้าออกไปให้ช่วยลูก ๆ กูด้วย” ฟ้าเชื่อเองว่าเงาร่างใหญ่นั้นอาจจะคือพญายม

เมื่อพูดคุยถึงเรื่องที่สงสัยว่าคำว่า “คังโคตรี” ที่ฟ้าฝากข้อความออกไปวานนี้นั้นหมายถึงอะไร พบว่าเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำคงคา และถือเป็นสัญลักษณ์ของสถานที่รวบรวมความสุขเอาไว้

ฟ้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วบอกเล่าว่า เขาเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ จุดเริ่มต้นคือที่บ้านสามารถเอาเรื่องศาสนา ความเชื่อ การเมืองมาคุยบนโต๊ะอาหารได้ พ่อก็ชอบเล่าเรื่องให้ฟัง เล่าภาษาอังกฤษบ้าง ไทยบ้าง แล้วฟ้าสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเรียบร้อย ไม่เชื่อที่พ่อเล่า ก็ต้องไปอ่านหนังสือเองเพื่อที่จะมาถกเถียงกับพ่อ โดยเขาพยายามอ่านภาษาอย่างภาษาแอราเมอิก หรือภาษามคธ มาตั้งแต่วัยรุ่นด้วย และทำให้สนใจเกี่ยวกับกาพย์กลอน

ฟ้าเล่าว่าวันนี้ยังมีเรื่องที่ดี คือได้ช่วยผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศที่เพิ่งเข้าเรือนจำมาใหม่ ครอบครัวของเขาอยู่ต่างจังหวัด เลยไม่มีใครช่วยเหลือ จึงได้ช่วยแบ่งขันน้ำ สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไป เขาก็ดีใจมาก ฟ้าแซวว่ากำลังทำโครงการ “ฟ้าปันยิ้ม”

ฟ้าบอกเล่าเรื่องราวต่อว่า การติดคุกครั้งนี้ทำให้เข้าใจมากขึ้น การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีกำลังคนมากต้องควบคุมดูแลนักโทษเป็นพัน ๆ คนนั้น เป็นงานที่หนัก เจ้าหน้าที่ที่ต้องออกเวรแล้ว ก็ต้องกลับมาทำงานอีกทันที ไม่ได้พักเหมือนตำรวจที่เข้าเวรแล้วก็คือให้พักไปเลยวันหนึ่ง ทำให้เรียนรู้เรื่องราวในเชิงปฏิบัติระหว่างสิทธิผู้ต้องขังกับฝ่ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทำให้เขาสนใจเรื่องปัญหาเรือนจำมากขึ้น

เขายังเล่าว่าเรือนจำอำเภอธัญบุรีนี้เป็นเรือนจำเก่า อายุกว่า 127 ปีแล้ว การก่อสร้างคล้าย ๆ แบบเลโก้ คือพื้นที่มันเท่าเดิม แต่มีการต่อเติมออกไปเป็นชั้น ๆ ในสภาพเท่าที่ได้ ผู้ต้องขังก็มีจำนวนมาก ทำให้เกิดความเบียดเสียดกัน ถ้าเสนอได้ ก็อาจจะต้องให้รัฐพิจารณาย้ายที่ใหม่ หรือปรับปรุงขนาดใหญ่ต่อไป

ช่วงท้ายของการเยี่ยม ฟ้าขออัปเดตสถานการณ์ภายนอก เขาทราบถึงสถานการณ์สังคม ส่งผลต่อปัญหาพลังงาน ฟ้าจึงฝากข้อความห่วงใยไปถึงทุก ๆ คน และหาทางเดินหน้าสู้กับศึกต่าง ๆ ที่ถาโถมอย่างกระหน่ำในคราวนี้ไปด้วยกัน อ่านบนเว็บไซต์: https://tlhr2014.com/archives/82469″

หลังจากที่โพสต์ของ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย เช่น

“เค้าเรียก “เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ””

“คิดบวกเข้าไว้นึกถึงพ่อแม่ให้มากๆไม่ต้องห่วงอนาคตประเทศมากนักห่วงอนาคตตัวเองให้เยอะๆเพราะถ้าอนาคตตัวเองดีอนาคตประเทศจะดีตาม”

“ทำไมไม่ปรึกษาเพนกวินก่อนว่าอดยังไงเป็นเดือนๆ ยังอ้วนสมบูรณ์”

“เสียดายไม่น่าหยุดเลย”

“ว่าแล้วว 555 หนูหิว”

“อดโหนศพ มุกแป๊ก 5555”

“อ้าว เลิกซะแล้ว”

“รักษาตัวเข้าไว้ครับฟ้า”

“เอ้า ไม่ได้ดั่งใจ….เลิกวุ้ย”

“เชื้อเปียกอะดิเลยจุดไม่ติดแล้วมันจะค่อยๆมืด”

“ห้าหิว เป็นลม”

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ ย้ำพันธไมตรี

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ทบ.รับมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน จากสหรัฐฯ อเมริกา โดยกองทัพสหรัฐฯ ย้ำ เป็นการแสดงออกถึงความไว้ใจ และความเชื่อมั่นต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมทั้งเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์การบินทหารบก จังหวัดลพบุรี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) นายฌอน เค โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และพลโท โจเอล วาว์เวิล รองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก (USARPAC) เข้าร่วมพิธีปิดการฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 โดยโอกาสนี้ กองทัพบกสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก ได้ประกาศการส่งมอบยานเกราะสไตรเกอร์ติดอาวุธ 17 คัน ให้แก่กองทัพบกไทย ภายใต้โครงการ Excess Defense Articles (EDA) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญในความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการของกรมยานเกราะสไตรเกอร์ (กรมทหารราบที่ 111) ให้มีความทันสมัย ทั้งภารกิจการฝึกและการปฏิบัติการ โดยที่ผ่านมา หน่วยทหารบกของสหรัฐฯ ได้ใช้งานและซ่อมบำรุงยานเกราะเหล่านี้เป็นอย่างดี 
     
โดย พล.อ.โรนัลด์  คลาร์ก ผู้บัญชาการ USARPAC ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของพันธไมตรีระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ว่าพันธไมตรีสหรัฐฯ – ไทย เป็นสิ่งสำคัญของเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และการส่งมอบสไตรเกอร์นี้เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ของเราต่อพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ แต่คือการกระชับความสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจ และเสริมสร้างขีดความสามารถ ซึ่งจะป้องปรามการรุกราน และรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ เมื่อกองทัพไทยได้รับการเสริมสร้างขีดความสามารถและทันสมัยมากยิ่งขึ้น เราไม่เพียงแต่ปรับปรุงความพร้อมรับมือเท่านั้น แต่เรายังเสริมสร้างความสามารถร่วมกันของชาติของเราเพื่อให้ความสำคัญกับความเป็นหุ้นส่วน เคารพอธิปไตย และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ

ขณะที่ นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการส่งมอบนี้ ว่าจะเป็นการช่วยให้ยานสไตรเกอร์มีความพร้อมใช้งานในระยะยาว และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้กับทั้งสองประเทศ นั่นคือการสร้างงานและพัฒนาขีดความสามารถทางทหารและพาณิชย์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศของเราทั้งสอง การลงทุนนี้จะทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการซ่อมบำรุงและนวัตกรรมด้านการป้องกันประเทศ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับบริษัทสหรัฐฯ ในการร่วมมือกับหุ้นส่วนไทย นี่คือตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
     
ทั้งนี้ การฝึกหนุมานการ์เดียน ประจำปี 2569 เป็นการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับไทย และเป็นหัวใจสำคัญของการร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคี การฝึกในปีนี้ประกอบไปด้วยกิจกรรมการฝึกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การฝึกกระสุนจริงไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกำลังพลสหรัฐฯ และไทย การประกาศการส่งมอบสไตรเกอร์ในพิธีปิดนี้เน้นย้ำความสำเร็จร่วมกัน ตลอดจนเป้าประสงค์ในอนาคตของกองทัพของทั้งสองประเทศ

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

อนุทิน เตรียมลุยโคราช เปิดงาน 200 ปี วันแห่งชัยชนะท้าวสุรนารี แสงสีเสียงยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

นายกฯ อนุทิน​ เตรียมลุยโคราชเปิดงาน​ วันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ครบรอบ​ 200​ ปี​ วันที่​ 23 มีนาคม 2569​ ร่วมสดุดีวีรกรรมเชิดชูเกียรติยศวีรสตรีไทย

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่​จังหวัดนครราชสีมา​ เพื่อเปิดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี​ ประจำปี 2569 ในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา โดยมี​ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา​ ข้าราชการ​ เจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมงาน

ในการนี้​ นายกรัฐมนตรี​ เฝ้ารับเสด็จ​ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่จะเสด็จร่วมทอดพระเนตรกิจกรรมภายในงานด้วย

สำหรับงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรือที่คนทั่วไปเรียกว่างานย่าโม เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีและสนามหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของท่านท้าวสุรนารี ที่กอบกู้เมืองโคราชจากกองทัพเวียงจันทน์ได้สำเร็จเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2369  โดยปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “200 ปี วีรกรรมก้องหล้า ศรัทธาไม่เสื่อมคลาย”

กิจกรรมภายในงาน​จะมีขบวนสักการะ​ และการรําบวงสรวงท้าวสุรนารี​ พิธีเปลี่ยนผ้าสไบ​ห่มอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ซึ่งมีการเปลี่ยนใหม่เป็นประจำทุกปี​ และการแสดงแสง สี เสียง ประวัติศาสตร์ และโดรนโชว์แปรอักษร​ และตลาดของใช้ท้องถิ่น ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่เชิดชูเกียรติยศความกล้าหาญของย่าโม แต่ยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

พิพัฒน์ เผย นายกฯ เซ็นตั้งชุด ฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน กักตุน-ขายเกินราคา ทั่วไทย

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

’พิพัฒน์‘ เผย ’นายกฯ‘ เซ็นตั้งชุดฉก.ไล่ตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ‘กักตุน-ขายเกินราคา’ ทั่วไทย

วันที่ 20 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ทึ่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) ให้สัมภาษณ์กรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) เข้าตรวจสอบบริษัทน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง หลังพบข้อร้องเรียนมีการกักตุน และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาที่สูงกว่าปกติว่า กำลังไล่ตรวจสอบอยู่ ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมา1ชุด เพื่อไล่ตรวจสอบทั้งประเทศ

เมื่อถามว่าแสดงว่ามีจำนวนมากหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะต้องมีการตรวจสอบก่อน คงต้องตรวจสอบทั้งหมด

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

‘พรรคส้ม’เตรียมเช็กบิลงูเห่า! แหกมติพรรค ชี้ ‘ขับออก’ ไม่เป็นประโยชน์

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.41 น.

พรรคส้ม เตรียมย้อนเกล็ดงูแหกมติพรรค ยันการขับออกไม่เป็นประโยชน์

วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 1 พรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี สส.งูเห่า นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี เขต7 พรรคประชาชน ที่โหวตส่วนมติพรรคไปสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมา นั้น ว่า อะไรที่เป็นโทษกับคนที่แหกมติพรรคมากที่สุด ทางพรรคก็จะดำเนินการสิ่งนั้น  ซึ่งในอดีตก็มีบทเรียนด้านนั้นมาแล้ว การขับออกไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไป อย่าลืมว่าพอขับออกแล้วเขาก็วิ่งหนีไปเข้าที่อื่นได้ทันที มันจะยิ่งสนับสนุนปรากฎตการงูดูดงูเข้าไปอีก  ดังนั้น จำเป็นและควรจะต้องเป็นมาตรการที่ลงโทษแล้วได้ผลมากที่สุด  ซึ่งเรื่องนี้ขอรอให้เป็นข้อสรุปจากที่ประชุม สส.ก่อน แต่โดยหลักการต้องเป็นสิ่งที่เป็นการลงโทษจริงๆไม่ใช่เป็นการให้ประโยชน์ 

ถามว่าเมื่อวานนี้ ตัว สส. ที่โหวตส่วนมติได้พยายามชี้แจงทางพรรคหรือยัง นายวีระยุทธ กล่าวว่า  มีคนที่พยายามติดต่ออยู่ และเดี๋ยวจะนำข้อมูลมาประชุม ส.ส.เพื่อสรุปเป็นมาตรการต่อไป ส่วนในเดือน เม.ย.พรรคประชนจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค จะมีความชัดเจนเรื่องหัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรคคนใหม่หรือไม่นั้น ซึ่งการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งการบริหาร จะต้องหารือกันในที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดประชุมในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้  ซึ่งเป็นการครบรอบประจำปี และทุกปีก็จะมีการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ก็ขอให้มติของที่ประชุมพรรค ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้  

ถามว่า ถ้าที่ประชุมพรรคเห็นชอบให้นาย วีระยุทธยเป็นหัวหน้าพรรค ก็พร้อมที่จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และพร้อมจะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เดี๋ยวรอเวลานั้นก่อนดีกว่า

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

สกสค เซ็น 5 โรงพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนปี 69

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.31 น.

เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 องค์การค้า ของ สกสค. ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือทันตามกำหนด พร้อมรับคำชื่นชมด้านความโปร่งใส ประหยัดงบกว่า 255 ล้านบาท องค์การค้า ของ สกสค. เดินหน้าโครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียนประจำปีการศึกษา 2569 โดยได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 และได้เชิญผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 5 ราย ได้แก่ 1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 2) บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด 3) บริษัท วรรณชาติ เพรส จำกัด 4) บริษัท สยามเพลส จำกัด และ 5) บริษัท อุดมศึกษา จำกัด เข้าร่วมลงนามในสัญญาในวันนี้ (20 มีนาคม 2569) เพื่อเริ่มดำเนินการผลิตหนังสือแบบเรียนตามแผนงานที่กำหนด

ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ได้มอบหมายให้ ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์  รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ร่วมกันระหว่างผู้ชนะการเสนอราคา ผู้สังเกตการณ์ และองค์การค้าของ สกสค. เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

องค์การค้า ของ สกสค.

ขณะเดียวกัน นางสาวชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) และประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของโครงการ เพื่อกำกับและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล โดยผลการประกวดราคาพบว่า โครงการนี้สามารถ ประหยัดงบประมาณได้รวมทั้งสิ้น 255,637,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.31 ของงบประมาณโครงการ 

ในวันเดียวกันนี้ ยังได้มีการประชุมบริหารสัญญา โดยมี ดร.สุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กำกับและติดตามกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างทั้ง 5 ราย ดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถส่งมอบหนังสือแบบเรียนแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตามกำหนดการ ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน  สร้างความมั่นใจ ลดความกังวลของตัวแทนจำหน่าย และสถานศึกษาว่าการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลา

องค์การค้า ของ สกสค.

การลงนามในสัญญาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมทั้ง 3 ท่าน และคุณวาสนา สุทธิเดชัย คณะกรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โดย ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้กล่าวชื่นชม ว่า “การดำเนินโครงการว่าการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สกสค. ในครั้งนี้ ได้นำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ เปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดทำ TOR กำหนดราคากลางไปจนถึงประกวดราคา และแบบ (e-bidding) และกำหนดให้ผู้เสนอราคาสามารถยื่นข้อเสนอได้ในทุกรายการ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างเปิดกว้าง ทำให้สามารถจัดซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม ได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง และประหยัดงบประมาณ”

องค์การค้า ของ สกสค.
องค์การค้า ของ สกสค.
องค์การค้า ของ สกสค.

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ โดนตื้อ 7 ครั้ง ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายคำพอง เทพาคำ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แฉเบื้องลึกเบื้องหลังการติดต่อซื้อตัว สส. หรือที่เรียกกันว่า “งูเห่า” โดยระบุว่า เป็น สส.สองสมัยข้าฯถูกติดต่อเสนอซื้องูเห่า กี่ครั้ง?

ครั้งแรก 3 ล้าน

ครั้งที่สอง 30 ล้าน เงินรายเดือนๆละ2แสน พร้อมตำแหน่งขุนพลอีสาน (มาติดต่อถึงบ้านที่อุบลฯ)

ครั้งที่สาม 20 ล้าน

ครั้งที่สี่ 40 ล้าน

ครั้งที่ห้า 30 ล้าน(ให้ไปรับเงินที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง มีรถตู้มารับไป) นี่ก่อนโหวตประธานสภา และโหวตประยุทธเป็นนายกฯ

ครั้งที่หก 80 ล้าน พร้อมรถหรูป้ายแดง 1 คัน (หลังยุบพรรคอนาคตใหม่)

ครั้งที่เจ็ด 15 กิโล (หลังยุบพรรคก้าวไกล)

ทุกครั้งติดต่อผ่านคนรู้จักเช่นเพื่อน ที่ทำงานเก่า มีต่อตรงคือครั้งที่ 2 , 6 และ 7 มันเกิดขึ้นจริง แบบบักยอดชั่ว