เปิดฉากประชุม SCO ปูติน-สี จิ้นผิง หารือที่คีร์กีซสถาน ร่วมกับผู้นำนานาชาติ

เปิดฉากประชุม SCO ปูติน-สี จิ้นผิง หารือที่คีร์กีซสถาน ร่วมกับผู้นำนานาชาติ

1 ก.ย. 2569 06:07 น.

เปิดฉากประชุม SCO ปูติน-สี จิ้นผิง หารือที่คีร์กีซสถาน ร่วมกับผู้นำนานาชาติ

การประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้เริ่มแล้วที่คีร์กีซสถาน โดย วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ร่วมกับผู้นำอีกหลายสิบประเทศ เข้าร่วมการประชุมระยะเวลา 2 วัน

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้เปิดฉากการหารือร่วมกันที่ประเทศคีร์กีซสถาน โดยมีผู้นำประเทศอีกนับสิบคนเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดระยะเวลา 2 วัน ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งหวังสร้างดุลอำนาจกับชาติตะวันตก

มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน, เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ผู้นำตุรกี, นเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย และเชห์บาซ ชารีฟ ผู้นำปากีสถาน เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดของกลุ่ม SCO ณ กรุงบิชเคก ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีขององค์การ

การประชุมสุดยอดของ SCO จัดขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนดำเนินมานาน 4 ปีครึ่ง และสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านดำเนินมานาน 6 เดือนโดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ

ก่อนหน้านี้ทั้งปูตินและสี จิ้นผิง เคยใช้การประชุมสุดยอด SCO เป็นเวทีในการผลักดันวิสัยทัศน์โลกแบบหลายขั้วอำนาจ (Multipolar world) และแสดงจุดยืนอันเป็นเอกภาพในการต่อต้านชาติตะวันตก

สี จิ้นผิง กล่าวกับปูตินว่าเขา “มีความสุข” ที่ได้พบกัน พร้อมระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนมีความ “แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” และ “แนวโน้มในอนาคตจะยิ่งสดใสขึ้นไปอีก”

“ความไม่แน่นอนและความไม่สามารถคาดเดาได้ในระเบียบโลก เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” ผู้นำจีนกล่าว ขณะที่ปูตินบอกกับสี จิ้นผิง ว่า “ความร่วมมือของเรากำลังดำเนินไปด้วยดีในทุกมิติ” โดยทั้งคู่พบกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เศรษฐกิจของรัสเซียต้องพึ่งพาจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสี่ปีครึ่งของสงครามในยูเครน ขณะที่ประเทศตะวันตกพยายามเรียกร้องให้ปักกิ่งกดดันมอสโกเพื่อให้ยุติการรุกราน

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน เปิดเผยกับสื่อรัสเซียว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับสงครามยูเครนเพียง “ผ่าน ๆ” เท่านั้น นอกจากนี้ คาดว่าปูตินจะมีการหารือแยกย่อยกับประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านอีกด้วย

ด้านเปเซชเคียนกล่าวที่กรุงบิชเคก หลังเกิดการยิงตอบโต้กันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยยืนยันว่าการทำสงครามต่อไปไม่ใช่ผลประโยชน์ของเตหะราน และพวกเขากำลังพยายามเดินหน้าสู่แนวทางการทำข้อตกลงและความเข้าใจร่วมกัน

ประธานาธิบดีอิหร่านยอมรับด้วยว่า ประเทศของเขากำลังเผชิญกับ “ความยากลำบากทางเศรษฐกิจ” ในขณะที่สหรัฐฯ เริ่มมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจของอิหร่านระลอกใหม่ และมุ่งเป้าลงโทษใครก็ตามที่ติดต่อทางธุรกิจหรือให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ศาลฎีกาไฟเขียวทรัมป์ลุยสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาวต่อ

ศาลฎีกาไฟเขียวทรัมป์ลุยสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาวต่อ

1 ก.ย. 2569 05:25 น.

ศาลฎีกาไฟเขียวทรัมป์ลุยสร้างห้องบอลรูมทำเนียบขาวต่อ

ศาลฎีกาสหรัฐฯ อนุญาตให้การก่อสร้างห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่ทำเนียบขาว สามารถดำเนินต่อไปได้แล้ว หลังจากถูกศาลชั้นต้นสั่งระงับ นับเป็นชัยชนะของ โดนัลด์ ทรัมป์

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีคำตัดสินเปิดทางให้การก่อสร้างห้องบอลรูมมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในทำเนียบขาวสามารถ “ดำเนินต่อไปได้” นับเป็นชัยชนะของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นผู้ผลักดันการก่อสร้างนี้

ด้วยมติ 5 ต่อ 4 เสียง ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้อนุมัติคำร้องฉุกเฉินของคณะทำงานทรัมป์ ซึ่งเป็นการระงับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่เคยสั่งยับยั้งการก่อสร้างอาคารส่วนเหนือพื้นดินของโครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกาสายอนุรักษนิยม ได้ลงมติเห็นต่างร่วมกับผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยมอีกสามคน โดยเขียนความเห็นแย้งว่า “การก่อสร้างนี้น่าจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” เนื่องจากสภาคองเกรสยังไม่ได้อนุมัติโครงการดังกล่าว

มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Trust for Historic Preservation – NTHP) เป็นผู้ยื่นฟ้องต่อศาล โดยโต้แย้งว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการสั่งดำเนินการก่อสร้างแต่เพียงฝ่ายเดียว

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้สั่งทุบทำลายปีกตะวันออก (East Wing) ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ของทำเนียบขาวเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วเพื่อเริ่มสร้างห้องบอลรูม โดยทำเนียบขาวระบุว่าโครงการนี้จะเสร็จสิ้น “เป็นส่วนใหญ่” ภายในเดือนพฤศจิกายน และจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในเดือนสิงหาคม ปี 2571

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้อนุญาตชั่วคราวให้การก่อสร้างห้องบอลรูมขนาด 90,000 ตารางฟุตต่อไปได้ ในขณะที่ศาลกำลังพิจารณาคำฟ้องที่ต้องการให้ระงับการก่อสร้างทั้งหมด ก่อนที่ในวันจันทร์ ศาลจะเปิดทางให้การก่อสร้างโดยระบุว่า ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น “น่าจะทำเกินขอบเขต” อำนาจของตนในการสั่งระงับการสร้างห้องบอลรูม

แม้ฝ่ายเสียงข้างมากไม่ได้ลงมติชี้ขาดเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของโครงการ แต่ระบุว่า กลุ่ม NTHP “ขาดความชอบธรรม” ในการฟ้องร้องรัฐบาล และคณะทำงานของทรัมป์พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า พวกเขาน่าจะชนะในการโต้แย้งว่า จะเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถแก้ไขได้หากไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ทรัมป์ยืนยันมานานแล้วว่าทำเนียบขาวจำเป็นต้องมีพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ขึ้น และเมื่อไม่นานมานี้เขายังระบุว่ามันมีความสำคัญต่อความปลอดภัยของเขาด้วย หลังเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อว่าเป็นความพยายามลอบสังหารในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม NTHP แย้งว่า การก่อสร้างนี้กำลังสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ต่อโบราณสถานทางประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ราคาน้ำมันบวก 2.7% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่

ราคาน้ำมันบวก 2.7% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่

1 ก.ย. 2569 04:24 น.

ราคาน้ำมันบวก 2.7% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่

ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.7% หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันครั้งใหม่ในรอบกว่า 1 เดือน ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะโต้กลับการโจมตีของอิหร่านอย่างรุนแรง

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 ราคาน้ำมันดิบปิดปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2.5% หลังจากการเปิดฉากโจมตีทางทหารรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ได้จุดชนวนความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวทั่วโลกอีกครั้ง ในขณะที่ความขัดแย้งยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 6

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.39 ดอลลาร์ หรือ 2.71% อยู่ที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดเพิ่มขึ้น 2.36 ดอลลาร์ หรือ 2.83% อยู่ที่ 85.76 ดอลลาร์ โดยระหว่างวันราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 91.52 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่า จะตอบโต้อิหร่านอย่างรุนแรง หลังจากอิหร่านยิงขีปนาวุธเข้าใส่ฐานทัพของสหรัฐฯ 2 แห่งในประเทศจอร์แดน เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัค (Larak Island) จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย

ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านดำเนินมานาน 6 เดือนแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะคุมเชิงกัน โดยอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญของโลก ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้อิหร่านอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า จำนวนเรือสินค้าที่มองเห็นได้ซึ่งเดินทางผ่านช่องแคบในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวัน

“น้ำมันบางส่วนจากอ่าวอาหรับยังคงสัญจรผ่านช่องแคบได้อยู่ ซึ่งช่วยชะลอการพุ่งขึ้นของราคาได้บ้าง แต่การปะทะทางทหารโดยตรงครั้งแรกในรอบเดือนได้บีบให้บรรดาเทรดเดอร์ต้องกลับมาคำนวณส่วนต่างราคาความเสี่ยงด้านอุปทานในระยะสั้นใหม่อีกครั้ง” นักวิเคราะห์จาก Gelber & Associates ระบุในรายงาน

ปัจจัยที่อาจช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานคือ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า น้ำมันที่ได้จากข้อตกลงกับเวเนซุเอลาจะถูกนำมาใช้เพื่อเติมเต็มคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งลดลงจนใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ก่อน ปริมาณน้ำมันดิบสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ ลดลงราว 3.1 ล้านบาร์เรล เหลืออยู่ที่ 286.6 ล้านบาร์เรล

แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า บริษัทของสหรัฐฯ อย่าง Chevron และ GE Vernova ร่วมด้วย ONGC จากอินเดีย, Eni จากอิตาลี และ GeoPark จากโคลอมเบีย เตรียมที่จะลงนามในข้อตกลงขั้นสุดท้ายในเวเนซุเอลา หลังจากเจรจามาหลายเดือนเพื่อสรุปโครงการพลังงานในชาติอเมริกาใต้แห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ขู่ตอบโต้อย่างรุนแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่าน โจมตีใส่กันรอบใหม่

ทรัมป์ขู่ตอบโต้อย่างรุนแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่าน โจมตีใส่กันรอบใหม่

1 ก.ย. 2569 03:17 น.

ทรัมป์ขู่ตอบโต้อย่างรุนแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่าน โจมตีใส่กันรอบใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะตอบโต้อย่างรุนแรง หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่านโจมตีตอบโต้กันอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องให้มีการเจรจาเพื่อยุติสงคราม

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่าง “รุนแรง” หลังจากทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงตอบโต้กันเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งเดือน ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านออกมาเตือนว่า การสู้รบกับสหรัฐฯ เพิ่มเติมไม่เป็นผลประโยชน์ต่อประเทศของเขา

กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเกาะลารัค (Larak) ของอิหร่าน ในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เตหะรานตอบโต้ทันควันด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านดำเนินมานาน 6 เดือนแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในภาวะคุมเชิงกัน โดยอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเลเพื่อตอบโต้อิหร่านอย่างต่อเนื่อง

การยิงตอบโต้กันในครั้งนี้ทำให้นานาชาติหวาดเกรงว่าอาจเกิดการปะทะกันครั้งใหญ่ขึ้นอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างแน่นอน

“เรากำลังจะโจมตีพวกเขาอย่างรุนแรง” ทรัมป์กล่าว ตามรายงานของผู้สื่อข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ที่ได้พูดคุยกับเขาช่วงสั้น ๆ “จะต้องมีการตอบโต้อย่างแน่นอน” ทรัมป์ย้ำ

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาโจมตีฐานปล่อยจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัค เพื่อป้องกันไม่ให้เตหะรานวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บอีกหลายราย

ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่จอร์แดนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยระบุว่าเป้าหมายคือกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ที่นั่น แต่ต่อมาในวันจันทร์ ประธานาธิบดี มาห์ซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการเจรจา

“เรายังคงพยายามเดินหน้าสู่แนวทางการทำข้อตกลงและความเข้าใจร่วมกัน และเราเชื่อว่าการทำสงครามต่อไปไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของฝ่ายเรา และไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของภูมิภาคนี้” เขากล่าวในการประชุมสุดยอดที่ประเทศคีร์กีซสถาน พร้อมเสริมว่า “ทางออกของปัญหาที่มีอยู่คือการเจรจาและความร่วมมือ”

อนึ่ง การโจมตีตอบโต้กันครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์สงครามค่อนข้างสงบมานานหลายสัปดาห์ โดยคณะทำงานของทรัมป์ได้เปลี่ยนไปเน้นการใช้ “สงครามเศรษฐกิจ” แทน โดยประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม และจะคว่ำบาตรใครก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ ทรัมป์ได้เรียกอิหร่านว่าเป็น “ประเทศที่ล้มเหลว” โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า กองทัพของอิหร่านถูกทำลายล้าง ระบบการเงินกำลังพังทลาย “และผู้นำของพวกเขาก็อยู่ในภาวะระส่ำระสายอย่างสิ้นเชิง จนไม่สามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้อย่างเหมาะสม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

บริษัทของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ทำกำไรครั้งแรก หลังเปิดมานาน 18 ปี

บริษัทของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ทำกำไรครั้งแรก หลังเปิดมานาน 18 ปี

1 ก.ย. 2569 01:29 น.

บริษัทของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ทำกำไรครั้งแรก หลังเปิดมานาน 18 ปี

ธุรกิจแฟชั่นและความงามของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม สามารถทำกำไรจากการดำเนินกิจการเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 หรือ 18 ปีก่อน

รายงานบัญชีระบุว่า บริษัท Victoria Beckham Holdings Ltd ซึ่งมีอดีตสมาชิกวง สไปซ์ เกิร์ลส์ (Spice Girls) รายนี้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ทำกำไรจากการดำเนินกิจการได้ 7.3 ล้านปอนด์ในปี 2568 หลังจากเผชิญภาวะขาดทุนมานานหลายปี

“พวกเราทุกคนทำงานหนักมาเป็นเวลานานเพื่อช่วงเวลาแห่งผลกำไรและการเติบโตนี้” วิคตอเรีย เบ็คแฮม ภรรยาของ เดวิด เบ็คแฮม อดีตนักฟุตบอลระดับตำนานของทีมชาติอังกฤษ กล่าวกับไฟแนนเชียลไทม์ส (Financial Times) สื่อสายธุรกิจของอังกฤษ

“เราเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาเสมอเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เราเคยเผชิญในธุรกิจ แต่ตอนนี้เราฟื้นตัวกลับมาได้แล้วและกำลังเติบโตในอัตราที่เหมาะสม หลังจากผ่านไป 20 ปี ผู้คนไม่มองว่าแบรนด์ของฉันเป็นแค่แบรนด์คนดังอีกต่อไป”

ทั้งนี้ เมื่อปี 2568 สารคดีทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ได้บอกเล่าเรื่องราวความพยายามของวิคตอเรีย ในการสร้างแบรนด์แฟชั่นและทำผลกำไร ซึ่งตัวซีรีส์เองมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างมาก โดยเฉพาะ “แรงส่งที่แข็งแกร่งในกลุ่มสินค้าผ้ายีนส์และผ้าเจอร์ซีย์”

รายงานบัญชีระบุว่า ฝั่งธุรกิจแฟชั่นของบริษัทมีการเติบโตโดยรวมเป็นตัวเลขสองหลักอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 ขณะที่ฝั่งธุรกิจความงามซึ่งเปิดตัวในปี 2562 “สร้างผลงานได้แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยมีมา”

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความนิยมของผลิตภัณฑ์รองพื้น Foundation Drops ซึ่งมียอดลงชื่อรอคิวซื้อ (Waiting list) มากกว่า 25,000 รายการ และช่วยเพิ่มขนาดของฝั่งผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ขึ้นถึงสองเท่า

สารคดีเน็ตฟลิกซ์แสดงให้เห็นภาพอดีตป็อปสตาร์พูดถึงความพยายามก้าวผ่านข้อกังขาเพื่อพิสูจน์ตัวเองในฐานะดีไซเนอร์และผู้ประกอบการ ก่อนจะประสบปัญหาทางการเงินจนบริษัทติดตัวแดง “หลายสิบล้านปอนด์”

ธุรกิจดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือจาก เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม สามีของเธอ ซึ่งกล่าวในรายการว่า “การที่เธอต้องเดินมาหาผมแล้วพูดว่า ‘ขอเงินหน่อยได้ไหม… เราต้องการเงินเพิ่ม ธุรกิจต้องการเงินเพิ่ม’ นั่นเป็นเรื่องยากสำหรับเราทั้งคู่ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะอุดหนุนแบบนี้ไปได้เรื่อย ๆ”

ด้านวิคตอเรียล่าวว่า “ถ้าเขาไม่เชื่อมั่นในตัวฉัน ฉันก็คงไม่มีธุรกิจเหลือมาจนถึงวันนี้”

ต่อมาในปี 2560 วิคตอเรียได้รับเงินทุนสนับสนุน 30 ล้านปอนด์จากการขายหุ้น 30% ของบริษัทให้แก่ NEO Investment Partners ซึ่งเข้ามาเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร

ตามที่ เดวิด เบลฮัสเซน จาก NEO ระบุ กระบวนการปรับโครงสร้างรวมถึงการจัดการกับค่าใช้จ่ายที่วิคตอเรียยอมรับว่า “สิ้นเปลืองอย่างน่าเหลือเชื่อ” ซึ่งรวมถึง “การขนส่งเก้าอี้ข้ามโลกจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง” และการใช้เงินไปกับต้นไม้ตกแต่งออฟฟิศถึง “70,000 ปอนด์ต่อปี”

ในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ เดวิด เบลฮัสเซน ประธานบริษัท Victoria Beckham Holdings กล่าวว่า “ด้วยกลไกการเติบโตที่ส่งเสริมกันสองทางทั้งแฟชั่นและความงาม ฐานลูกค้าต่างประเทศที่ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และโมเดลการดำเนินงานที่มีเป้าหมายชัดเจน ทำให้ธุรกิจมีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตที่ทำกำไรในระยะถัดไป”

ด้านซิบิล ดาร์ริการ์แรร์ ลูเนล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กล่าวว่า “การบรรลุกำไรจากการดำเนินงานเป็นครั้งแรกถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ วิคตอเรีย เบ็คแฮม และสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างมีวินัยและการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

“การสร้างผลลัพธ์นี้ได้ท่ามกลางภาวะตลาดสินค้าหรูหราและเศรษฐกิจภาพรวมที่ท้าทาย ยิ่งทำให้ความสำเร็จครั้งนี้เป็นหมุดหมายที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจของเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไฟป่าทำพิษ สภาพอากาศเกาะบอเนียว พุ่งสู่ระดับ “เป็นอันตราย”

ไฟป่าทำพิษ สภาพอากาศเกาะบอเนียว พุ่งสู่ระดับ “เป็นอันตราย”

1 ก.ย. 2569 00:01 น.

ไฟป่าทำพิษ สภาพอากาศเกาะบอเนียว พุ่งสู่ระดับ “เป็นอันตราย”

ดัชนีคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ของเกาะบอเนียว พุ่งสู่ระดับ “เป็นอันตราย” แล้ว ในขณะที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญเหตุไฟป่าหลายสิบแห่ง ซึ่งทำให้มีผู้ล้มป่วยแล้วนับหมื่นราย

ข้อมูลการตรวจวัดจาก IQAir แพลตฟอร์มเฝ้าระวังข้อมูลคุณภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า มลพิษทางอากาศในบางพื้นที่ของจังหวัดกาลิมันตันกลางและกาลิมันตันตะวันตก บนเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย แตะระดับ “เป็นอันตราย” แล้ว หลังเกิดเหตุไฟป่าหลายสิบแห่ง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (31 ส.ค.) เมืองปาลังการายา ในจังหวัดกาลิมันตันกลาง กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษในอากาศสูงที่สุดในหมู่เกาะอินโดนีเซีย โดยมีดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 780 ณ เวลาเที่ยงวัน

ขณะเดียวกัน เมืองปอนเตียนัก (Pontianak) ในจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก ตามมาเป็นอันดับสองด้วยค่า AQI ที่ 593 ทั้งนี้ ค่า AQI ที่สูงกว่า 300 ถือว่าเป็นระดับที่เป็นอันตราย

นายดันเต ซักโซโน ฮาร์บูโวโน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ประชาชนมากกว่า 5 ล้านคนบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากหมอกควันพิษที่เกิดจากไฟป่าหลายสิบแห่งทั่วทั้งหมู่เกาะอันกว้างใหญ่

เขากล่าวเสริมว่า มีประชาชนประมาณ 13,500 คนที่เข้ารับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวแห่งชาติ อันตารา (Antara) ของอินโดนีเซีย รายงานว่า เพื่อต่อสู้กับปัญหาไฟป่า กองทัพอินโดนีเซียและหน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ ได้เริ่มฟื้นฟูระบบนิเวศและจัดสรรแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อ “เยียวยา” พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและไฟพรุในจังหวัดกาลิมันตันตะวันออกและกาลิมันตันเหนือแล้ว

“ในเดือนนี้ เรากำลังฟื้นฟูพืชพรรณธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ถูกเผาทำลายและเสื่อมโทรม รวมถึงตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ” พลตรี กริโด ปราโมโน ผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 6/มูลาวาร์มัน กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นอกจากการปลูกป่าแล้ว กริโดยังเสริมว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ “บ่อบาดาลที่เราขุดเจาะไว้ ไม่เพียงแต่ให้น้ำสะอาดเท่านั้น แต่ยังสามารถสนับสนุนการป้องกันและดับไฟป่าได้อีกด้วย”

ขณะเดียวกัน เรือขนส่งของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นได้เดินทางออกจากท่าเรือในจังหวัดฮิโรชิมาเมื่อวันอาทิตย์ และคาดว่าจะเดินทางถึงอินโดนีเซียภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการดับไฟป่า โดยนี่จะถือเป็นการเข้าร่วมภารกิจดับไฟป่าในต่างประเทศครั้งแรกของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ChatGPT จ่อเป็นแชตบอทเอไอตัวแรก ที่ถูก EU คุมเข้มมากขึ้น

ChatGPT จ่อเป็นแชตบอทเอไอตัวแรก ที่ถูก EU คุมเข้มมากขึ้น

31 ส.ค. 2569 23:21 น.

ChatGPT จ่อเป็นแชตบอทเอไอตัวแรก ที่ถูก EU คุมเข้มมากขึ้น

สหภาพยุโรป บรรจุ ChatGPT เข้าสู่รายชื่อบริการดิจิทัลที่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นแล้ว นับเป็นแชตบอทเอไอตัวแรกที่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 สหภาพยุโรป (EU) บรรจุชื่อ ChatGPT เข้าสู่รายชื่อ แพลตฟอร์มออนไลน์ กับ เสิร์ชเอนจินออนไลน์ “ขนาดใหญ่มาก” ซึ่งเป็นสถานะที่จะมาพร้อมกับข้อบังคับและการกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกมาตรการนี้ถูกนำมาใช้กับปัญญาประดิษฐ์ประเภทแชตบอท

นอกจากนั้น EU ยังบรรจุแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Reddit และแพลตฟอร์มเกม Roblox เข้าสู่บัญชีดังกล่าวด้วย

นาง เฮนนา วีร์คคูเนน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ EU กล่าวว่า “ตอนนี้ ChatGPT, Reddit และ Roblox จะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานการตรวจสอบและความรับผิดชอบที่สูงขึ้นใน EU ให้สอดคล้องกับผลกระทบใหญ่หลวงที่มีต่อพลเมืองและสังคมของเรา”

คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า การจัดประเภทให้เป็นแพลตฟอร์ม “ขนาดใหญ่มาก” จะใช้กับแพลตฟอร์มและเสิร์ชเอ็นจินที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำต่อเดือน (Monthly Active Users) มากกว่า 45 ล้านคนในกลุ่มประเทศสมาชิก EU ทั้ง 27 ประเทศ ซึ่ง ChatGPT, Reddit และ Roblox ได้รายงานว่ามีจำนวนผู้ใช้ทะลุเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว

ทั้งสามบริการมีเวลา 4 เดือนในการปฏิบัติตามข้อบังคับเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายบริการดิจิทัล (Digital Services Act หรือ DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมเนื้อหา ที่ EU นำมาใช้เพื่อควบคุมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Big Tech) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สหภาพยุโรประบุว่า ข้อบังคับเหล่านี้รวมถึง “การประเมินและบรรเทาความเสี่ยงเชิงระบบที่เกิดจากบริการและระบบอัลกอริทึมของตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายเนื้อหาผิดกฎหมาย, ผลกระทบเชิงลบต่อผู้เยาว์, สุขภาวะทางร่างกายและจิตใจของผู้ใช้ สิทธิขั้นพื้นฐาน, กระบวนการเลือกตั้ง และความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ”

เพื่อให้ ChatGPT อยู่การควบคุมของกฎหมาย DSA คณะกรรมาธิการยุโรปจึงได้จัดประเภทให้ ChatGPT มีสถานะเป็นเสิร์ชเอ็นจิน

ด้าน ลีนา-มาเรีย บอสวาลด์ จาก Interface สถาบันวิจัยด้านเทคโนโลยีของเยอรมนี กล่าวไว้ก่อนการประกาศว่า ความเคลื่อนไหวนี้ของสหภาพยุโรปจะสร้าง “บรรทัดฐานใหม่” และ “ส่งผลต่อความคาดหวังด้านการกำกับดูแลสำหรับระบบ AI เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ขนาดใหญ่ทุกระบบที่เปิดใช้งานใน EU”

“OpenAI (ผู้ให้บริการ ChatGPT) มีหน้าที่ต้องจัดการความเสี่ยงภายใต้กฎหมายปัญญาประดิษฐ์ (AI Act) อยู่แล้ว แต่กฎหมาย DSA อาจขยายขอบเขตให้กว้างขึ้นไปอีก” เธอกล่าว

การจัดประเภทในครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ EU กำลังยกระดับการบังคับใช้กฎระเบียบกับแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่แห่งต่างๆ ของโลก ซึ่งหลายแห่งเป็นของสหรัฐฯ แม้จะเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักและการขู่ตอบโต้จากทางสหรัฐฯ ก็ตาม

เมื่อไม่นานมานี้ EU ได้เตือน TikTok ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มประมาณ 30 แห่งที่อยู่ในรายชื่อ ให้เปลี่ยนการออกแบบบริการที่พวกเขามองว่า “เข้าข่ายมอมเมาผู้ใช้” มิฉะนั้นจะถูกปรับเป็นเงินมหาศาล

และเมื่อปีที่แล้ว EU ได้สั่งปรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ของ อีลอน มัสก์ เป็นเงิน 120 ล้านยูโร จากการละเมิดข้อบังคับด้านความโปร่งใสและการทำผิดกฎระเบียบอื่น ๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ดับทะลุ 900 ศพ น้ำท่วมฉับพลันเนปาล-ทิเบต เร่งช่วยคนงานติดในอุโมงค์

ดับทะลุ 900 ศพ น้ำท่วมฉับพลันเนปาล-ทิเบต เร่งช่วยคนงานติดในอุโมงค์

31 ส.ค. 2569 22:10 น.

ดับทะลุ 900 ศพ น้ำท่วมฉับพลันเนปาล-ทิเบต เร่งช่วยคนงานติดในอุโมงค์

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม-โคลนถล่ม บริเวณชายแดนเนปาลกับทิเบต พุ่งทะลุ 900 ศพแล้ว ขณะที่ผู้สูญหายก็เพิ่มขึ้นจนเฉียดใกล้ 5,000 คน ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังเร่งช่วยคนงานที่ติดในอุโมงค์

เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ส.ค. 2569 สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาลกับทิเบตเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว 903 ศพ ขณะที่จำนวนผู้สูญหายในเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 4,247 ราย

ส่วนทางการจีนรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตในทิเบตแล้ว 16 ศพ และมีผู้สูญหายอีก 546 คน ขณะที่อินเดียพบร่างผู้เสียชีวิต 17 ราย ลอยมาตามแม่น้ำที่เชื่อมต่อมาจากประเทศเนปาล

สาเหตุของหายนะครั้งนี้เกิดจาก ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ถล่มลงจากภูเขา ก่อให้เกิดมวลน้ำแข็ง ดินโคลน และเศษซากต่างๆ ทะลักเข้าใส่หมู่บ้านต่างๆ โดยเฉพาะในฝั่งเนปาล ทำให้หมู่บ้าน โรงไฟฟ้า ถนน และสะพานถูกทำลายเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูคาดว่าจะสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจ้าหน้าที่ในเนปาลพยายามขุดทางเข้าไปในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้า ที่เชื่อว่ามีผู้สูญหายอยู่ในนั้น
เจ้าหน้าที่ในเนปาลพยายามขุดทางเข้าไปในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้า ที่เชื่อว่ามีผู้สูญหายอยู่ในนั้น

ทีมกู้ภัยจากเนปาล จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ กำลังเร่งขุดเจาะอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ “อัปเปอร์ ตรีศูลี เอ3” (Upper Trishuli 3A) ในเนปาล เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่คาดว่าติดค้างอยู่ราว 100 คน จากแรงงานที่ยังสูญหายทั้งหมด 933 คน โดยเจ้าหน้าที่เจาะเข้าไปในพื้นที่ส่วนบนของอุโมงค์ได้แล้ว และกำลังอัดอากาศเข้าไปด้านใน

นาย บาเรนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ใช้เชือกโรยตัวลงไป แล้วร้องเรียกหาผู้สูญหาย แต่ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไป

ส่วนปฏิบัติการกู้ภัยที่ทิเบต สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในปฏิบัติการกว่า 2,000 นาย แต่ความพยายามเข้าถึงจุดศูนย์กลางภัยพิบัติที่ด่าน “จี๋หรง” (Gyirong) นั้น ดำเนินไปได้เพียง 285 ม. ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเสี่ยงที่ทะเลสาบซึ่งก่อตัวขึ้นจากการถล่มของธารน้ำแข็งดังกล่าว จะพังถล่มลงมาซ้ำ

ขณะที่เนปาลกำลังเผชิญกับปัญหาอื่นคือ ห้องเก็บศพหนาแน่นเกินความจุ จนรัฐบาลต้องตัดสินใจเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเอาไว้ ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตไปฝังในหลุมศพหมู่ เพื่อให้ญาติมาติดต่อรับภายหลัง พร้อมทั้งร้องขอตู้แช่ศพจากนานาชาติมากกว่า 1,000 ตู้ ด้วย

แต่ท่ามกลางความโศกเศร้ายังคงมีความหวังอยู่ เมื่อเจ้าหน้าที่ในเนปาลสามารถนำตัวเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ขึ้นมาจากใต้โคลนได้สำเร็จ 4 วันหลังจากเกิดหายนะเมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) และเด็กได้กลับคืนสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัยแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นายกฯ ล้อมวงถกแก้ปัญหาชายแดนใต้ รับฟังปัญหาจากผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม ประชาชน 3 จังหวัดใต้

นายกฯ ล้อมวงถกแก้ปัญหาชายแดนใต้ รับฟังปัญหาจากผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม ประชาชน 3 จังหวัดใต้

31 ส.ค. 2569 18:21 น.

นายกฯ ล้อมวงถกแก้ปัญหาชายแดนใต้ รับฟังปัญหาจากผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม ประชาชน 3 จังหวัดใต้

นายกฯ อนุทิน ล้อมวงถกแก้ปัญหาชายแดนใต้ ดึงรัฐมนตรี-หน่วยงานความมั่นคง มารับฟังปัญหาจากผู้นำศาสนาพุทธ-อิสลาม ตัวแทนเอกชน และประชาชน 3 จังหวัด มุ่งปรับปรุงการทำงานเร่งด่วน เพื่อความสงบสุข

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็น เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 หน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมรับฟัง

และมีผู้แทนสถาบันทางการศึกษา ผู้แทนศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ผู้แทนภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมสะท้อนปัญหาทุกมิติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งรูปแบบจัดเป็นลักษณะของการล้อมวงพูดคุยกัน และให้ตัวแทนแต่ละฝ่าย ไล่รายจังหวัดสะท้อนปัญหาในส่วนของตัว ทั้งปัญหาเรื่องความมั่นคง ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและยาเสพติด เป้าประสงค์เป็นการรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำความคิดเห็นไปใช้ในการปรับปรุงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ เพื่อคืนความสงบสุขให้กับพื้นที่ 

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

1 กันยายน 2569 เวลา 14:47 น.

1 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ประจำวันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569 ดังนี้

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอแต่งตั้ง นางพจมาน ท่าจีน ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่ง รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (นักบริหารสูง)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอแต่งตั้ง นายกรณินทร์ กาญจโนมัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (นักบริหารสูง) ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (นักบริหารสูง) เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์เสนาธิการทหารบก กองทัพบก ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม 2569

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ดังนี้

1. นายวิสุทธิ์ ฉัตรานุฉัตร ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับต้น) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการ กระทรวง) ตำแหน่งเลขที่ 8 สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

2. นายสมชาย คนตรง ผู้ช่วยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับต้น) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการ กระทรวง) ตำแหน่งเลขที่ 15 สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

3. นายฐิตินันท์ สิงหา รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นักบริหารระดับต้น) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 
ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ตรวจราชการกระทรวง) ตำแหน่งเลขที่ 20สำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ข้าราชการ,คณะรัฐมนตรี,ครม,แต่งตั้ง,มติคณะรัฐมนตรี,