ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

ประทับใจไม่รู้ลืม! คอนเสิร์ตการกุศล ‘Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ’

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.37 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย ร่วมกับ เวิร์คพอยท์ กรุ๊ป และพันธมิตร ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการจัดคอนเสิร์ตการกุศลเชื่อมหัวใจคน 3 GEN “The Giving Concert 3 Generations 1 Heart” ในเจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ชื่อ “Sing Memories เพลงหวานในความทรงจำ” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ณ SiamPic Hall ชั้น 7 สยามสแควร์วัน ในวาระครบ 133 ปีของสภากาชาดไทย โดยรายได้จากการบริจาครับบัตรชมคอนเสิร์ต จะนำไปสนับสนุนการดำเนินงานตาม 4 พันธกิจหลักด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้และประสบภัยพิบัติต่างๆ ต่อไป

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นอย่างอบอุ่น ก่อนจะเปิดม่านอย่างเป็นทางการด้วยเสียงเพลงความหมายดีๆ อย่าง “ให้เธอ” ขับร้องโดย อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ พร้อมทั้งเปิดตัวคู่หูพิธีกรต่างเจเนอเรชัน ป๋ากิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ และ อาร์ม-กรกันต์ ที่มารับหน้าที่พาทุกคนย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำอันเปี่ยมเสน่ห์ในยุคแอนะล็อก

ไฮไลต์สำคัญของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือการรวบรวมบทเพลงฮิตระดับมาสเตอร์พีซและศิลปินระดับไอคอนิกของเมืองไทยมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เริ่มต้นด้วยกลุ่มศิลปินอารมณ์ดีระดับตำนานอย่าง วงเฉลียง นำโดย พี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง และ พี่เกี๊ยง-เกียรติศักดิ์ ที่มาสะกดคนดูทั้งฮอลล์ด้วยเสียงประสานนุ่ม ๆ ในเพลงอบอุ่นอย่าง อิ่มอุ่น, เที่ยวละไม, อื่น ๆ อีกมากมาย และ ง่าย ๆ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับ “ตัวแม่” แห่งวงการเพลงช้ำรักจากฝั่งลาดพร้าว (ค่าย RS Promotion)   ปาน-ธนพร แวกประยูร ที่มาโชว์พลังเสียงทรงพลังบาดลึกทะลุทรวงในเพลง เหงาเข้าใจ, เรื่องง่าย ๆ ที่ผู้ชายไม่รู้ และ   ตบมือข้างเดียว พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษในการร้องเพลงคู่กับ พี่แต๋ง-ภูษิต ในเพลง พี่ชายที่แสนดี

ความสนุกต่อเนื่องเมื่อ พี่เจี๊ยบ-วัชระ และ พี่ดี้-นิติพงษ์ แท็กทีมสมทบกับพี่แต๋ง รวมตัวเป็น “3 ลุงแห่งวงเฉลียง” ขนเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง เอกเขนก, นายไข่เจียว, เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ, รู้สึกสบายดี และ ถ้าโลกนี้มีเราเพียงสองคน มาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเอง จากนั้นสร้างความคึกคักอีกครั้งเมื่อขุนพลนักแต่งเพลงฝั่งอโศก (ค่ายแกรมมี่) พี่ดี้-นิติพงษ์ ได้ควงแขนเจ้าหญิงแห่งวงการเพลง R&B นัท มีเรีย ขึ้นมาร้องเพลงคู่กันในเพลง รักแท้ยังไง ก่อนที่นัท มีเรีย จะจัดเต็มโชว์เมดเลย์เพลงฮิตที่ทุกคนคิดถึง ทั้ง รักไม่ช่วยอะไรเลย, ขอโทษที่กวนใจเธอ และสลับอารมณ์มาแดนซ์ในเพลง อย่าทำ อย่าทำ จนคนดูนั่งไม่ติดเก้าอี้ และในรอบค่ำ ยังมีศิลปินหญิงระดับตำนาน ไอคอนแห่งยุคป๊อปคาสเซ็ท แหม่ม พัชริดา ที่มาผลัดไม้ต่อจาก นัท ทีเรีย มอบความสุขแห่งเสียงเพลงถ่ายทอดบทเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง ญาติกา, ทิ้ง, ด้วยแรงอธิฐาน

ก่อนปิดฉากค่ำคืนแห่งความประทับใจ ศิลปินทุกคนได้ร่วมกันขับร้องบทเพลง “ไม่รักแต่คิดถึง” และ “ยังคงเอกเขนก” สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและความทรงจำอันงดงาม ก่อนส่งท้ายด้วยบทเพลงอันทรงคุณค่า “ดอกไม้แห่งชีวิต” ประพันธ์โดย คุณประภาส ชลศรานนท์ ศิลปินแห่งชาติ  ขับร้องโดย ปาน-ธนพร แวกประยูร ที่ถ่ายทอดความหมาย  อันลึกซึ้งของการเป็น “ผู้ให้” สื่อถึงการสืบสานปณิธานแห่งการให้ และการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ตามพันธกิจของสภากาชาดไทย พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน เพื่อสร้างโอกาสและความหวังให้แก่ผู้ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือในสังคมไทยต่อไป

ความสำเร็จของคอนเสิร์ตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ร่วมสืบสานภารกิจของสภากาชาดไทย ได้แก่ กลุ่มธนบุรี หนึ่งในผู้นำธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทย ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 85 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งต่อคุณภาพ นวัตกรรม และความใส่ใจในทุกประสบการณ์ของลูกค้าเสมอมา, COMMART, บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีทโบ๊ต จำกัด และ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม

ในโอกาสนี้ คุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทยผ่านการเข้าชมคอนเสิร์ต โดยรายได้จากการจัดงานจะนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ประสบความเดือดร้อน ตามพันธกิจด้านมนุษยธรรมของสภากาชาดไทย เสียงเพลงจึงไม่ได้มอบเพียงความสุข ความประทับใจ และความทรงจำอันงดงามให้แก่ผู้ชมเท่านั้น หากยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า “พลังแห่งการให้” ของทุกคน สามารถหลอมรวมเป็นพลังแห่งความหวัง และส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง พร้อมให้ผู้ร่วมงานทุกท่านอิ่มเอมทั้งความสุขและความอิ่มบุญ กลับบ้านพร้อมหัวใจที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ

สำหรับซีรีส์คอนเสิร์ตแห่งการให้ในครั้งนี้ยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ คณะผู้จัดงานเตรียมส่งไม้ต่อความประทับใจไปสู่คนรุ่นใหม่ในเจเนอเรชันที่ 3 กับคอนเสิร์ตบทสรุปสุดยิ่งใหญ่ “Sing Infinity เพลงเพราะไม่รู้จบ” รวมพลังศิลปินไอดอล Gen Y และ Gen Z นำโดย นุนิว ชวรินทร์, เติ้ล-มติมันท์, เฟิร์สวัน วรรณกร, เบนซ์ ข้าวขวัญ, อิ๊น มาธวี และแชมป์ชิงช้าสวรรค์จากโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีกำหนดการจัดงานขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2569 นี้ ซึ่งบัตรคอนเสิร์ตได้รับบริจาคเต็มแล้วทุกที่นั่งเรียบร้อยแล้ว

แม้บัตรคอนเสิร์ตจะบริจาคเต็มทุกที่นั่ง แต่พลังแห่งการให้ยังไม่สิ้นสุด ทุกท่านยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนพันธกิจหลักของสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือ บรรเทา และรักษาผู้ยากไร้ร่วมกัน ได้ที่ www.iredcross.org

จ๊ะสร้างบ้าน ประกาศพ้นสภาพพนักงาน ระดับผู้จัดการ จากนี้ไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณี

จ๊ะสร้างบ้าน ประกาศพ้นสภาพพนักงาน ระดับผู้จัดการ จากนี้ไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณี

จ๊ะสร้างบ้าน ประกาศพ้นสภาพพนักงาน ระดับผู้จัดการ จากนี้ไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณี

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

เพจ “จ๊ะสร้างบ้าน” (บริษัท รวยดังปังดี จำกัด) ร่อนประกาศ ปลดอดีต ผู้จัดการฝ่ายขายพ้นสภาพพนักงาน ย้ำตัดขาดไม่รับผิดชอบทุกการกระทำหลังจากนี้ เตือนลูกค้าติดต่อกลับด่วนหากมีงานค้าง

เพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง “จ๊ะสร้างบ้าน” ภายใต้การบริหารของ บริษัท รวยดังปังดี จำกัด ได้ร่อนจดหมายแถลงการณ์ด่วน ประกาศพ้นสภาพพนักงานระดับผู้จัดการ 1 ราย พร้อมย้ำชัดเจนว่า ทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ของบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป

โดยเนื้อหาในประกาศ ระบุ อย่างเป็นทางการว่า นางสาวxxx ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขาย ได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของ บริษัท รวยดังปังดี จำกัด (จ๊ะ สร้างบ้าน) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

“ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ หลังจากนี้ทั้งสิ้น ของบุคคลดังกล่าว จึงแจ้งประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน” แถลงการณ์จากบริษัทฯ ระบุ

นอกจากนี้ ทางเพจ “จ๊ะสร้างบ้าน” ยังได้ฝากถึงลูกค้าหรือผู้ที่กำลังติดต่อประสานงานอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบต่อโปรเจกต์สร้างบ้าน โดยระบุแนวทางแก้ไข หากใครที่เคยติดต่อประสานงานกับอดีตผู้จัดการฝ่ายขายรายนี้ และมีงานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ให้รีบติดต่อสอบถามข้อมูลเพื่อประสานงานต่อโดยตรงที่ Line ID: @jaban69

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวถูกลงนามโดย บริษัท รวยดังปังดี จำกัด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทำเอาชาวเน็ตและลูกค้าหลายคนต่างเข้ามาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าสาเหตุเกิดจากประเด็นใดกันแน่

ขอบคุณข้อมูลจาก: เพจจ๊ะสร้างบ้าน (บริษัท รวยดังปังดี จำกัด)

ตามเสียงเรียกร้อง เอ-แป้ง พาล่องใต้ครั้งแรก เช็กอินชุมพร ตะลุยหาของดี

ตามเสียงเรียกร้อง เอ-แป้ง พาล่องใต้ครั้งแรก เช็กอินชุมพร ตะลุยหาของดี

ตามเสียงเรียกร้อง เอ-แป้ง พาล่องใต้ครั้งแรก เช็กอินชุมพร ตะลุยหาของดี

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.09 น.

“มิตรรักทั่วไทย” ล่องใต้ครั้งแรก “เอ – แป้ง” จัดให้ตามเสียงเรียกร้องแฟน ๆ บุกชุมพร ชิมทอดมันปลา OTOP 5 ดาว ตะลุยร้านลับ ติดตามได้ 12 กรกฎาคมนี้ได้เวลาล่องใต้กันแล้ว! อาทิตย์นี้ี่ เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ จัดทริปพิเศษตามคำเรียกร้องของแฟนรายการ “มิตรรักทั่วไทย” พาเปิดประสบการณ์เที่ยวภาคใต้เป็นครั้งแรก มุ่งหน้าสู่ จังหวัดชุมพร เมืองประตูสู่ภาคใต้ ที่อัดแน่นทั้งของอร่อย วิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวสุดประทับใจ

เปิดรายการด้วยการสักการะ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ หาดทรายรี เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางสู่ ชุมชนชาวประมงปากน้ำชุมพร  แหล่งรวมของดีขึ้นชื่อของจังหวัด โดยมีไฮไลต์เป็น “บ้านทอดมัน เจ้จัน-องุ่น” เจ้าของทอดมันปลา OTOP 5 ดาว ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียว นุ่ม เด้ง จนกลายเป็นของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

งานนี้ พ่อเอ-ลูกแป้ง บุกไปถึงที่โรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน เจอกับ เจ๊องุ่น-บุญญาพร แก้ววิลัย ผู้นำกลุ่มที่เริ่มมาจากศูนย์จนปัจจุบันนี้สามารถสร้างสินค้าของชุมชนให้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ โดย เจ๊องุ่น  พาสองพ่อลูกนั่งรถซาเล้งเที่ยวชุมชน ชมบรรยากาศสะพานปลาปากน้ำชุมพร แพปลาที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด ก่อนพาเข้าชมห้องเย็น โรงงานผลิต และทุกขั้นตอนการทำทอดมันปลาแบบมาตรฐาน ซึ่งเมื่อได้ชิมคำแรก สองพิธีกรถึงกับยกนิ้วคอนเฟิร์มว่า อร่อยสมคำร่ำลือ “เหนียว นุ่ม เด้ง” ตรงปกไม่จกตา

อิ่มจากของดีประจำชุมชนแล้ว ยังพาไปปักหมุดร้านลับอย่าง ร้านตามสั่งเจ๊ตาท่ายาง ที่โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสด ราคาสบายกระเป๋า พร้อมเมนูเด็ดทั้ง หมึกไข่ผัดน้ำดำ กุ้งราดซอสมะขาม ปลากะพงทอดน้ำปลา ทะเลผงกะหรี่ และแกงคั่วหอยขม ที่ปรุงด้วยเครื่องแกงใต้สูตรเฉพาะของร้าน

ก่อนปิดท้ายทริป เอ-แป้ง ยังช่วยโปรโมตสินค้าจากวิสาหกิจชุมชน นอกจากทอดมันปลาแล้ว ยังมี น้ำพริกไข่ปู จ๊อปู ห่อหมกทะเล ปลาอินทรีย์เค็มหอม หมึกไข่ต้มหวาน ปลาทูแดดเดียว และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทะเลอีกมากมาย พร้อมชวนแฟนรายการร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชนจากทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv   

ร่วมออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย และสัมผัสเสน่ห์เมืองชุมพรไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ที่ ประตูสู่ภาคใต้จ.ชุมพร พร้อมกันในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปี! จัดเต็มยิ่งใหญ่สมการรอคอยวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.04 น.

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย! กับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 8 ปีของวงป็อปคุณภาพระดับตำนานอย่าง P.O.P (Period of Party) โดย 4 สมาชิกอย่าง นภ พรชำนิ, ก้อ-ณฐพล ศรีจอมขวัญ, MR.Z-สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และ เจอรี่-ศศิศ มิลินทวนิช ที่พร้อมใจพาแฟนเพลงทุกคนก้าวเข้าสู่ภาคใหม่ของวงในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ “Chang Music Connection Presents P.O.P GO Concert: A New Era Has Begun”

งานนี้สร้างสรรค์โดย Suud Entertainment และ AME IMAGINATIVE ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ซึ่งจัดขึ้น ณ One Bangkok Forum เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเนรมิตโปรดักชันสุดยิ่งใหญ่อลังการ จัดเต็มแสง สี เสียง แบบครบทุกมิติ เข้าถึงทุกโสตประสาทสัมผัส เพื่อให้แฟนเพลงทุกคนได้เต็มอิ่มความสุขกับเสียงเพลงในค่ำคืนสุดพิเศษนี้

บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยเหล่าแฟนเพลงตัวจริงจากทั่วทุกมุมโลกที่พร้อมใจเดินทางมาคอนเสิร์ตครั้งนี้ เปิดเวทีด้วยเสียงกรี๊ดกระหึ่มฮอลล์ ต้อนรับสมาชิกวง P.O.P ทั้ง 4 คนอย่างอบอุ่น ก่อนจะพาแฟน ๆ ออกเดินทางไปกับเสียงเพลงในพาร์ทแรกด้วยเพลงดังจากหลากหลายอัลบั้มของ P.O.P อาทิ คนที่เดินผ่าน, ตรงนี้, และ คนดี

ต่อด้วยช่วงเวลาพิเศษในเพลง อยากหลับตา, ฝน, ดาว และ หยุด ที่สมาชิกทั้ง 4 ของ P.O.P. เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเพลงฮิตเหล่านี้ จากนั้นก็ถึงเวลาดำดิ่งสู่ตัวตนและความเป็น P.O.P ที่อยากถ่ายทอดให้แฟนๆ เป็นพิเศษผ่านบทเพลงลึกซึ้งอย่าง เชื่อในตัวฉัน, ถึงเวลา, ทำไม่ไหว, ได้ยินความรักบ้างไหม, มีความรักอยู่ที่นี่, ที่แห่งนี้ และเพลง สิ่งสุดท้าย ที่แฟนเพลงต่างร่วมกันร้องเพื่อรำลึกถึง โต้ง-มณเฑียร แก้วกำเนิด สมาชิกผู้ล่วงลับ กลายเป็นห้วงเวลาแห่งความทรงจำที่งดงามและตราตรึงใจของทุกคน

เข้าสู่ช่วงโซโล่เมดเลย์ของแต่ละสมาชิก เริ่มกันที่ นภ-พรชำนิ จัดเต็มเสียงหวาน ๆ ในเพลง รู้สึกแปลก, ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรก, ขอโทษ, ผมแอบชอบคุณอยู่, ความสุข, หมุนตามเธอไป ไปกันต่อกับ เจอรี่-ศศิศ ในเพลง เพราะฉันพบเธอ, ฝันซ้ำๆ, พอได้แล้ว ที่ได้ โป้-โยคีเพลย์บอย แขกรับเชิญคนพิเศษที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทมาร่วมแจมเวทีนี้ให้สนุกสนานยิ่งขึ้น ปลุกความสดใสด้วยเสียงละมุนจาก ก้อ-ณฐพล ในเพลง กรุณา ที่ได้ มาเรียม เกรย์ มาร่วมฟีเจอริง และเพลง เธอจะเชื่อไหม ที่เจ้าตัวลงจากเวทีมาเดินเสิร์ฟความใกล้ชิดกับแฟนๆ ทั่วฮอลล์

ความสนุกอัปเลเวลขึ้นเรื่อย ๆ กับดนตรีจังหวะสนุกสนานในเพลง จนกว่า, เวลา, วงกลม และ เสียงข้างในจิตใจ ได้แขกรับเชิญคนสำคัญอย่าง บอย-โกสิยพงษ์ และ บอย-ตรัย ภูมิรัตน สองผู้อยู่เบื้องหลังทุกอัลบั้มของ P.O.P มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้มบนเวที

เท่านี้ยังไม่พอเติมเต็มความอิ่มอกอิ่มใจมากยิ่งขึ้นกับ คิว-สุวีระ และ มาเรียม เกรย์ ที่นอกจากจะเป็นคอรัสกิตติมศักดิ์แล้วยังเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษมาร่วมปาร์ตี้อย่างสนุกครึกครื้นบนเวทีนี้ไปกับ P.O.P ในเพลง ชอบอ่ะ, ครั้งนี้, ดอกไม้ ความมันยังไม่จบไปกันต่อกับ MR.Z-สมเกียรติ ชวนสองสาว โบ สุรัตนาวี และ จอยซ์ กรภัสสรณ์ ดูโอในตำนานอย่าง Triumphs Kingdom มาชวนแฟนเพลงลุกขึ้นเต้นกันยับในเพลง อย่าเข้าใจฉันผิด, รัก รัก รัก และ ผ้าเช็ดหน้า โยกสะบัดกรี๊ดสนั่นกันทั้งฮอลล์

หลังจากพักเหนื่อย แฟนๆ ได้ร่วมดื่มด่ำกันต่อในเพลง แค่ได้พบเธอ, เผลอ, ลมหายใจ ที่แฟนๆ ช่วยกันร้องตามกันกระหึ่มฮอลล์ ก่อนจะส่งท้ายความสุขในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้ด้วยเพลง เคียงข้าง, รักของเธอมีจริงหรือเปล่า, ยอม, ไม่มี ซึ่งแฟน ๆ ร้องตามกันลั่นฮอลล์สมกับเป็นแฟนเพลงตัวจริงของ P.O.P

นอกจากนี้ P.O.P ยังมอบเซอร์ไพรส์สุดพิเศษให้กับแฟนๆ ที่มาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ด้วยการเปิดซิงเกิลใหม่ล่าสุดอย่างเพลง “ยั้ง” ให้ได้ฟังและชมมิวสิกวิดีโอ (MV) ก่อนใครเป็นที่แรกในโลก! พร้อมเผยข่าวดีอย่างเป็นทางการว่า เตรียมตัวพบกับอัลบั้มใหม่ของ P.O.P เร็วๆ นี้แน่นอน

เรียกได้ว่า “Chang Music Connection Presents P.O.P GO Concert: A New Era Has Begun” เป็นคอนเสิร์ตที่เติมเต็มทุกอารมณ์ ความสุข และความประทับใจตลอดการโชว์เต็มอิ่มกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม เพื่อให้แฟนเพลงได้เก็บบันทึกเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่ยากจะลืมเลือน ซึ่งอบอวลไปด้วยมวลความคิดถึงที่แฟนๆ มีต่อ P.O.P กับภาพความทรงจำที่ทุกคนได้กลับมาร่วมร้องเพลง และส่งพลังใจให้กันอีกครั้งบนเวทีแห่งนี้ และในโอกาสพิเศษกับการครบรอบ 28 ปีของวง นับเป็นคอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่พร้อมจะโอบกอดแฟนเพลงทุกคน แล้วก้าวต่อไปสู่อนาคตภาคใหม่ของ P.O.P อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ไม่อยากพลาดประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง  Facebook / Instagram: Sudsapda และ Suud Entertainment

#POPGOconcert
#Sudsapda
#SuudEntertainment
#AMEimaginative
 

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

ต้น สุชาติ นำศิลปินนักแสดงร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

ต้น-สุชาติ ชวางกูร ผู้นำ “กลุ่มสร้างพลเมืองคุณภาพ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำกิจกรรมที่ช่วยเหลือสังคม และให้กำลังใจทหารหาญ ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผู้เสียสละ เช่น การเลี้ยงอาหาร เข้าเยี่ยมและจัดกิจกรรมสันทนาการส่งมอบความสุข

ได้นำ ศิลปินนักแสดง อาทิ สุรชาติ สมบัติเจริญ(อุ้ม), หทัยทิพย์ สีสังข์(จอย บียอนด์),  วสันต์ ไชยวรศิลป์(โจโจ้ โดมิแนนท์) และสมาชิก “กลุ่มสร้างพลเมืองคุณภาพ” ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศล และกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 

ซึ่ง ต้น-สุชาติ ชวางกูร ได้กล่าวด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นอวตาลของพระโพธิสัตว์ ด้วยทรงมีพระเมตตากรุณาต่อทุกชีวิตที่ตกทุกข์ได้ยาก  ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับผู้คนทุกหมู่เหล่าไม่เลือก ชั้นวรรณะและชาติพันธุ์ คนไทยเราส่วนใหญ่คงลืมไปแล้ว และคนรุ่นใหม่ก็คงเกิดไม่ทัน แต่เรากลับไปดูหลักฐานต่างๆได้ ว่าเมื่อช่วงปี พ.ศ 2522 ประเทศข้างๆบ้านเรา เขาเกิดสงครามผู้คนหนีตายมาหลายแสนคน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีรับสั่งให้เปิดพรมแดนให้พวกเขาหนีตายเข้ามาบนแผ่นดินไทย…หนีร้อนมาพึ่งเย็น ทรงเสด็จไปชายแดนด้วยพระองค์เอง ทรงห่วงใยในชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านั้น พระองค์ต้องประทับแรมอยู่ที่นั่นเพื่อบัญชาการทุกอย่างให้เรียบร้อยอยู่หลายวัน สำหรับพสกนิกรชาวไทย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกพื้นที่เหนือจรดใต้ สุดเขตแดนสยามทั้งตะวันออกและตะวันตก ด้วยพระวิริยะอุตสาหะตลอดพระชนม์ชีพ  ทรงสร้างอาชีพให้คนไทยด้วยการรักษามรดกทางภูมิปัญญาทั้ง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ศิลปะ วัฒนะธรรม ทรงชุบเลี้ยงผู้คนให้ได้รับการศึกษาไว้มากมาย ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ไว้มากมายทั้งพลเรือนและทหารตำรวจทุกหมู่เหล่า แม้กระทั่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ป่าทั้งหลายพระองค์ก็ทรงอนุรักษ์ฟื้นฟูรวมทั้งป่าไม้ และผืนป่าต่างๆให้อุดมสมบูรณ์ พระมหากรุณาธิคุณนั้นมากมายล้นพ้นสุดจะพรรณนา ถึงแม้ผมจะไม่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโดยตรง แต่สิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้นั้น ทำให้ประเทศของเรานี้อยู่อย่างสงบสุขและมีความสุขมากๆ  และจากนี้ไปเหลือเวลาอีกไม่มากที่เราจะได้มีโอกาสมากราบถวายบังคมพระบรมศพ  เราใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงมากราบพระองค์ท่าน แต่พระองค์ท่านใช้เวลาตลอดพระชนม์ชีพทำนุบำรุงดูแลพสกนิกรของพระองค์เหมือนแม่ดูแลลูก… ทรงเป็นสมเด็จแม่แห่งชาติไทย อย่างแท้จริง”

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

ความรัก ฮิตอีกครั้ง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 YouTube Thailand 3 สัปดาห์ซ้อน

วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

แม้จะเป็นเพลงที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2553 แต่วันนี้ “ความรัก” ของ bodyslam กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง หลังถูกนำไปใช้ประกอบคอนเทนต์บนโลกออนไลน์อย่างหลากหลาย จนเกิดกระแสไวรัล พาวง bodyslam ขึ้นอันดับ 1 ศิลปินที่มีผู้ฟังสูงสุดบน YouTube Thailand ต่อเนื่องถึง 3 สัปดาห์ (5-25 มิถุนายน 2569) จากข้อมูล ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พร้อมพาเพลง “ความรัก” กลับมาอยู่ในใจผู้ฟังอีกครั้ง ทั้งแฟนเพลงรุ่นแรกและคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้ค้นพบเพลงนี้

“ความรัก” คือหนึ่งในเพลงจากอัลบั้ม “คราม” ที่ถูกปล่อยเมื่อปี 2553 จุดเริ่มต้นจาก “กบ BIG ASS” ไปเจอประโยคสะดุดใจในบทสัมภาษณ์ของนักธุรกิจที่ดินท่านหนึ่ง จึงนำมาเปรียบเทียบว่า ‘ความรัก ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันสวยงามเสมอ’ ซึ่ง ตูน ก็เห็นชอบด้วย กบ จึงเริ่มลงมือเขียนเนื้อเพลงและโทรคุยกับรุ่นน้องที่เพิ่งผ่านประสบการณ์อกหักและนำความรู้สึกนั้นมาแต่งเป็นเนื้อเพลง

ด้าน ตูน bodyslam เผยถึงความรู้สึกที่เพลง ‘ความรัก’ กลับมาฮิตอีกครั้งหลังผ่านไปกว่า 16 ปี ว่า “พอทุกคนกลับมาฟังเพลงนี้ก็ดีใจครับ และก็มีหลายคนที่เพิ่งเคยได้ฟัง จริงๆเพลงนี้ถูกปล่อยมาสิบกว่าปีแล้ว มันเลยทำให้เราคิดว่า เพลงที่เราทำบางทีอาจจะมีคนฟังในตอนแรกไม่ได้เยอะ แต่ถ้าเป็นเพลงที่ดีหรือเพลงที่มีความหมาย มันก็ยังจะอยู่ได้ด้วยตัวของมันเอง เลยเป็นเหมือนข้อเตือนใจให้เราอย่างนึง ไม่ว่ายังไงก็ตามในงานใหม่ ๆ ของเรา เราก็ยังจะต้องทำเพลงที่เราชอบและทำเพลงดี ๆ ที่เราทำได้อย่างดีที่สุด เพราะเพลงมันอยู่ยาวนานกว่าที่เราคิด”

เมื่อถามถึงความรู้สึกที่อยากจะบอกกับแฟนเพลงที่กลับมาฟังเพลงความรักอีกครั้ง ตูน จึงกล่าวว่า “สิ่งที่ผมได้ยินบ่อยจากการกลับมาของเพลง ‘ความรัก’ ในครั้งนี้คือ หลายคนที่ฟังตอนเด็ก ๆ ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงหมายถึงอะไร แต่พอมาฟังในวันที่ผ่านวัย ผ่านความรัก ผ่านชีวิตอะไรมาสักพักนึงแล้ว เขาเข้าใจเพลงนี้มากขึ้นเยอะ คือเราไม่ได้คิดหรอกครับ ว่าตอนที่เราปล่อยออกไปใครจะเข้าใจมันหรือเปล่า แค่เรารู้สึกกับมัน แค่เราเข้าใจมัน เราก็รู้สึกดีแล้ว แต่พอหลายคนบอกว่า พอมาฟังตอนนี้ตอนที่ชีวิตผ่านอะไรมา ฟังและร้องเพลงด้วยความเข้าใจมัน ผมก็รู้สึกดีใจที่เพลง bodyslam ได้เข้าไปแชร์ประสบการณ์ร่วมกับชีวิตของใครหลาย ๆ คนครับ”

การที่เพลง “ความรัก” กลับมาฮิตติดเทรนด์ในครั้งนี้ อาจเกิดได้จากหลากหลายเหตุผล ทั้งอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย หรือเนื้อเพลงที่ยังคงเข้าถึงคนฟังอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม เพลงนี้ก็ได้ทำให้หลายคนกลับมาพบความหมายของเพลงอีกครั้งในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของชีวิต

ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook , Instagram , Tiktok , X : bodyslamband และ Facebook : genie records

#bodyslamband #genierecords

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

สง่างามบนเวทีโลก ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทยที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

สง่างามบนเวทีโลก! ศธ.เยือนนิทรรศการผ้าไทย “La Mode en Majesté” ที่ปารีส ถอดบทเรียนประวัติศาสตร์-มรดกไทย ผ่านเครื่องแต่งกาย ผสานแฟชั่นสู่แหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ของไทย 

8 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้แทนไทย กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 7-11 กรกฎาคม 2569 เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการสร้างความร่วมมือกับองค์กรการศึกษาระดับโลก การศึกษานวัตกรรมการเรียนรู้ เทคโนโลยี AI และการพัฒนาอาชีวศึกษา ตลอดจนพบปะนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส

โดยในวันแรก วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. (ตามเวลา ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส) รมว.ศธ. และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้พระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs นำเสนอคุณค่าแห่งมรดกภูมิปัญญาไทยผ่านเครื่องแต่งกาย ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ และผลงานแฟชั่นร่วมสมัยกว่า 200 รายการ โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 7 ห้อง ครอบคลุมเรื่องราวความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส พัฒนาการของชุดไทยพระราชนิยม งานหัตถศิลป์ไทย ภูมิปัญญาผ้าไทย และการต่อยอดสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับนานาชาติ สะท้อนพลังของทุนทางวัฒนธรรมไทยในการสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจร่วมกันในระดับสากล 

การเยี่ยมชมนิทรรศการครั้งนี้ นอกจากเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังเป็นโอกาสในการศึกษาแนวทางการใช้พิพิธภัณฑ์และนิทรรศการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านมรดกทางวัฒนธรรม และปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์ ต่อยอดศิลปหัตถกรรมไทย และเสริมสร้างศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

พลิกโฉมเกษตรไทย! พัฒนา ‘เครื่องผสมปุ๋ยฯ’ หนุนเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับภาคเกษตรกรรมไทยสู่ยุค Smart Farming แถลงข่าวความสำเร็จการดำเนินโครงการ “การพัฒนาเครื่องผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอัตโนมัติร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์” นวัตกรรมฝีมือคนไทยที่พร้อมตอบโจทย์การทำเกษตรแม่นยำสูง ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด (สกต.)

โครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า นำโดย กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.) สป.อว. ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยมี ผศ.ดร.คธา วาทกิจ หัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลทางวิศวกรรมและความสำเร็จของนวัตกรรม พร้อมทั้งมีการสาธิตการทำงานของเครื่องจักรจริง เพื่อโชว์ศักยภาพการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการกระจายปุ๋ยสูตรแม่นยำสู่มือเกษตรกรในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเครื่องผสมปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินอัตโนมัติร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ มีจุดเด่น ดังนี้ 1.แม่นยำสูง (Tailor-made Fertilizer) คำนวณและผสมปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินจริงของแต่ละพื้นที่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้พืชได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเหมาะสม , 2.ผสานพลังอินทรีย์ รองรับการผสมร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยฟื้นฟูสภาพดินและส่งเสริมความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม , 3.ลดต้นทุน – เพิ่มกำไร ป้องกันการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็น (Over-fertilization) ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนปุ๋ยให้แก่เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม

นวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “เกษตรกรแม่นยำสูง” ที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

เปิดประชุม ‘สภาลูกเสือไทย’69 ชู 3 หลักคิดปั้นเยาวชนจิตอาสาสู่พลเมืองดีของชาติ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่สภานายกสภาลูกเสือไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2569 โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.พลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม เพื่อร่วมกันวางแนวทางการพัฒกากิจการลูกเสือไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ณ ห้องประชุมอารียา ชั้น 5 โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ต จ.ปทุมธานี

โดยก่อนเริ่มการประชุม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการลูกเสือทุกท่าน ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงมีพระเมตตาและทรงให้ความสำคัญต่อกิจการลูกเสือแห่งชาติมาโดยตลอด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะ ทรงมีพระราชดำริและพระปณิธานในการส่งเสริมกิจการลูกเสือไทยให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง อันเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างหาที่สุดมิได้

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 สภาลูกเสือไทยมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และพิจารณารายงานประจำปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้ดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ มุ่งปลูกฝัง ฝึกฝน และพัฒนาเยาวชนให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกพลเมือง บำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเยาวชนไทยให้เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ

ทั้งนี้ ยังได้ดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ ด้วยความร่วมมือจากลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ หน่วยงานการศึกษา สถานศึกษาทุกสังกัด ตลอดจนองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

คณะลูกเสือแห่งชาติมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเยาวชนทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ และเป็นพลเมืองดีของสังคม จึงขอเน้นย้ำใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ 1.เรื่องระเบียบวินัย (Discipline) ที่ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเป็นเยาวชนเพื่อให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติของหน้าที่พลเมือง 2.ศีลธรรม (Governance) เพื่อสร้างประเทศชาติให้น่าอยู่ และ 3.การเป็นผู้ให้ ด้วยการแสวงหาความรู้และพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น การรู้เท่าทันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Security) การกลั่นแกล้งออนไลน์ ข่าวปลอม และการเข้ามาของเทคโนโลยี AI เพื่อให้ลูกเสือไทยรู้เท่าทันโลก ควบคู่กับการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เคารพสิทธิและหน้าที่ของตนเอง นำความรู้ในโลกยุคใหม่มาบูรณาการร่วมกับคุณธรรมเพื่อเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

“ขอให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะผู้นำทางความคิดและแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน พร้อมขอให้ทุกฝ่ายร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านการลูกเสือ ยกระดับการบริหารจัดการ และขยายเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้กิจการลูกเสือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างพลเมืองคุณภาพที่พร้อมอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

มน.ร่วมพัฒนาศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ จัดอบรมพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ภคพร วัฒนดำรงค์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งที่มาจากหน่วยงานภายในมหา’ลัยและจากนอกหน่วยงาน ได้แก่  สำนักงานศาลปกครองพิษณุโลก องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ชมรม 10 สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัดพิษณุโลก และผู้จัดรายการวิทยุอิสระ จำนวน 70 คน โดยในโครงการฯ มีการบรรยายเรื่องศิลปะการสร้างเสน่ห์หน้าไมค์ และเทคนิคการเล่าเรื่องผ่าน Podcast ซึ่งมี น.ส.โสภิต หวังวิวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายสื่อเสียง องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอสพอดแคสต์) มาร่วมเป็นวิทยากร ณ ห้อง Main Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร

สำหรับโครงการฯนี้ จัดขึ้นเพื่อให้เครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายที่สำคัญในการผลิต รายการของสถานีวิทยุฯ มีเทคนิคการนำเสนอข้อมูลข่าวสารทางวิชาการที่น่าสนใจ พัฒนาคุณภาพรายการให้มีคุณภาพ รวมถึงเป็นสื่อกลางในการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเผยแพร่ออกสู่สาธารณชนและประชาชนได้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

โดยเครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ได้สร้างการมีส่วนร่วมผ่านการให้ข้อเสนอแนะในโครงการอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการผลิตรายการวิทยุ เช่น มีความคาดหวังต่อสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz ในการพัฒนาการผลิตรายการวิทยุคู่ขนานในรูปแบบ Podcast ระยะเวลาการนำเสนอเนื้อหาในโครงการมีน้อยไป ควรจัดโครงการแบบเต็มวัน รวมถึงเสนอให้มีการจัดทำเวิร์กช็อป สำหรับนักจัดรายการ เป็นต้น โดยสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้รับผิดชอบโครงการ จะได้นำการมีส่วนร่วมผ่านข้อเสนอแนะของเครือข่ายผู้จัดรายการวิทยุ ได้แก่ การพัฒนาการผลิตรายการวิทยุคู่ขนานในรูปแบบ Podcast การเพิ่มระยะเวลาในการนำเสนอเนื้อหาในโครงการแบบเต็มวัน รวมถึงการจัดให้มีการทำเวิร์กช็อปสำหรับนักจัดรายการ ไปเป็นแนวทางการพัฒนาโครงการต่อไป