รพ.พระรามเก้า รับรางวัล AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ “Happy Kidney, Happy Life”

รพ.พระรามเก้า รับรางวัล AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ

รพ.พระรามเก้า รับรางวัล AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ “Happy Kidney, Happy Life”

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards 2026 (AREA 2026) สาขา Health Promotion จากโครงการ “Happy Kidney, Happy Life” โครงการที่เกิดจากความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์และภาคีเครือข่าย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ได้รับข้อมูลการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงการรักษาและทางเลือกในการรักษาอย่างเหมาะสมมากขึ้น

รางวัล AREA จัดขึ้นโดย Enterprise Asia เพื่อยกย่ององค์กรในภูมิภาคเอเชียที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยสาขา Health Promotion มอบให้แก่องค์กร  ที่มีส่วนในการส่งเสริมสุขภาวะของชุมชนและสังคมในวงกว้าง

นพ.วิทยา วันเพ็ญ รองกรรมการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า รางวัลนี้เป็นกำลังใจให้กับบุคลากรทุกคนที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้มาตั้งแต่ต้น และสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานเชิงรุกเพื่อสังคมสามารถเกิดขึ้นได้จริงในบริบทของโรงพยาบาลเอกชน

“ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายจำนวนมาก และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในขณะที่จำนวนการปลูกถ่ายไตที่ทำได้จริงทั่วประเทศยังคงมีข้อจำกัดอยู่มาก โครงการ Happy Kidney, Happy Life จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะนำความรู้เกี่ยวกับโรคไตไปสู่ผู้ป่วยในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัด เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้และดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การป้องกัน ไปจนถึงการรักษาและการรักษาผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนสูง

โครงการ “Happy Kidney, Happy Life” ดำเนินงานผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

การให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ป่วย ผ่านการจัดสัมมนาและกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เรื่องโรคไต ทั้งการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดโรค และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกในการรักษาอย่างถูกต้อง รวมถึงกิจกรรม Home Coming Day ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ป่วยที่ผ่านการปลูกถ่ายไตได้แบ่งปันประสบการณ์ตรง เพื่อลดความกังวลใจสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาทางเลือกการรักษา

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดอบรมให้กับทีมสุขภาพในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการดูแลและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน, การดูแล, การรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง

การรณรงค์เพื่อสังคม จัดโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการบริจาคอวัยวะ สร้างความตระหนักรู้และทัศนคติเชิงบวกต่อการบริจาคในสังคมวงกว้าง

นพ.วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของหลายฝ่าย และเป็นแรงผลักดันให้บุคลากรโรงพยาบาลพระรามเก้าเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการดูแลผู้ป่วยและการป้องกันการเกิดโรค

“การดูแลสุขภาพไตที่ดีต้องครอบคลุมทุกช่วง ตั้งแต่การป้องกันก่อนเจ็บป่วย การรักษาในระยะต่างๆ ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาที่ซับซ้อนสูง โรงพยาบาลพระรามเก้าพร้อมแบ่งปัน       องค์ความรู้ในทุกมิติเหล่านี้ ทั้งกับประชาชนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ในทุกภูมิภาค”

สำหรับผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษาด้านโรคไตและการปลูกถ่ายไต สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  ได้ที่ สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร. 1270 หรือ Line: @praram9hospital

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

จิตแพทย์เตือน วิกฤตบูลลี่พุ่ง เด็กเสี่ยงซึมเศร้า PTSD และทำร้ายตนเอง

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.00 น.

ในวันที่สังคมไทยให้ความสำคัญกับผลการเรียน ความสำเร็จ และภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ เด็กจำนวนมากกลับกำลังเติบโตขึ้นพร้อมบาดแผลทางใจที่ไม่มีใครมองเห็น จากคำพูดบางคำที่ผู้ใหญ่หรือเพื่อนอาจมองว่าเป็นเพียง “การล้อเล่น” แต่สำหรับเด็ก คำพูดเหล่านั้นอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียความมั่นใจ คุณค่าในตนเอง และความสุขในการใช้ชีวิต ขณะที่การบูลลี่ในยุคดิจิทัลไม่ได้จบลงเมื่อเลิกเรียน แต่สามารถติดตามเด็กไปได้ทุกที่ผ่านข้อความ คอมเมนต์ และสื่อสังคมออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง จนกลายเป็นวิกฤตเงียบที่กำลังคุกคามสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

พญ.ปรานี ปวีณชนา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า หลายคนยังมองว่า “การบูลลี่” เป็นเพียงการหยอกล้อหรือเป็นเรื่องธรรมดาของเด็ก แต่ในมุมของสุขภาพจิตการบูลลี่คือความรุนแรงรูปแบบหนึ่งที่สามารถสร้างบาดแผลทางใจได้ไม่ต่างจากการถูกทำร้ายร่างกาย และบางครั้งผลกระทบเหล่านั้นอาจติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

“ปัญหาการบูลลี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่นอย่างมาก โดยปัจจุบันพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากการถูกบูลลี่จนพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล ภาวะเครียดภายหลังเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) รวมถึงพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณสำคัญที่ครอบครัว โรงเรียน และคนใกล้ชิดไม่ควรมองข้าม”

การบูลลี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบหลัก ได้แก่

• การบูลลี่ทางร่างกาย เช่น การตี ตบ เตะ หรือทำร้ายร่างกาย

• การบูลลี่ทางคำพูด เช่น การล้อเลียน เสียดสี ประชดประชัน หรือใส่ร้าย

• การบูลลี่ทางจิตใจและความสัมพันธ์ เช่น การกีดกันออกจากกลุ่ม การเมินเฉยหรือทำเหมือนไม่มีตัวตน

• การบูลลี่ด้านทรัพย์สิน เช่น การซ่อน ขโมย หรือทำลายข้าวของ

• การระรานทางไซเบอร์ (Cyberbullying) ซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่งในปัจจุบัน

พญ.ปรานี ให้ข้อมูลเพิ่มว่า การบูลลี่ในปัจจุบันมีความรุนแรงและอันตรายมากกว่าในอดีต โดยเฉพาะ Cyberbullying ที่มีการนำรูปของเด็กไปตัดต่อ เผยแพร่คลิปประจาน สร้างข่าวลือ หรือระดมผู้คนจำนวนมากเข้ามารุมโจมตีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และแทบไม่สามารถลบออกจากโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด ส่งผลให้สภาพจิตใจของเด็กถูกกระทบกระเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มีการแชร์หรือส่งต่อเนื้อหาเหล่านั้น

“ในอดีต เด็กอาจหลีกหนีจากผู้ที่กลั่นแกล้งได้เมื่อกลับถึงบ้าน แต่ในปัจจุบัน โลกออนไลน์ทำให้ผลกระทบจากการบูลลี่ดำรงอยู่ได้ยาวนานกว่าที่เคย เด็กจำนวนมากรู้สึกเหมือนกำลังถูกตัดสินจากคนทั้งโลก โดยไม่มีโอกาสอธิบายข้อเท็จจริงหรือปกป้องตนเอง

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่ได้ส่งผลเพียงความรู้สึกเสียใจหรืออับอายเท่านั้น แต่ยังค่อยๆ ทำลายความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางอารมณ์และจิตใจ เมื่อความเจ็บปวดสะสม เด็กอาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนทางสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นอาการเศร้า เครียด วิตกกังวล หงุดหงิดผิดปกติ แยกตัวจากสังคม ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ร้องไห้ขณะใช้งานโทรศัพท์ ไม่อยากไปโรงเรียน ปฏิเสธการพูดคุยกับคนในครอบครัว หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวมากขึ้น

ในบางราย เด็กอาจเริ่มทำร้ายตนเอง เช่น การกรีดแขนเพื่อระบายความเครียด หรือเข้าไปอยู่ในกลุ่มออนไลน์ที่ส่งเสริมแนวคิดการทำร้ายตนเองและการฆ่าตัวตาย ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด”

พญ.ปรานี กล่าวปิดท้ายว่า การแก้ปัญหาการบูลลี่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และสังคม โดยโรงเรียนควรมีนโยบายไม่ยอมรับการบูลลี่ทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) อย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมการสื่อสารแบบเผชิญหน้า เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม ความเห็นอกเห็นใจ และการเคารพผู้อื่น

“การแก้ปัญหาการบูลลี่ไม่ใช่การหาคนผิด แต่คือการหยุดวงจรความรุนแรง เพื่อไม่ให้มีเด็กคนใดต้องกลายเป็นเหยื่อ หรือเติบโตขึ้นเป็นผู้ส่งต่อความรุนแรงให้กับผู้อื่น ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือควรครอบคลุมทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ เพราะเด็กที่กลั่นแกล้งผู้อื่นจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญปัญหาภายในครอบครัว ความรุนแรงในชีวิตประจำวัน หรือปัญหาสุขภาพจิตที่ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องเด็กจากการบูลลี่ คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว และสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้กับลูกตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านการชื่นชมในความพยายาม ความสามารถ และคุณค่าของตัวตน มากกว่าการเปรียบเทียบกับผู้อื่น เด็กที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) แข็งแรง จะมีภูมิคุ้มกันทางใจที่ดี สามารถแยกแยะได้ว่าเสียงวิจารณ์ใดควรรับฟังหรือปล่อยผ่าน และพร้อมขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา

ในวันที่สังคมกำลังสอนให้เด็กแข่งขัน พ่อแม่ทุกคนต้องช่วยกันสอนเรื่องความเมตตา การเคารพความแตกต่าง และการรับฟังกันด้วยหัวใจ เพราะบางครั้งคำพูดเพียงไม่กี่คำอาจทำลายอนาคตของเด็กคนหนึ่งได้ ขณะที่การรับฟังด้วยความเข้าใจเพียงครั้งเดียว อาจช่วยรักษาหัวใจของเด็กคนหนึ่งไว้ได้ตลอดชีวิต”

หากสังเกตเห็นว่าเด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น เก็บตัว เครียด วิตกกังวล ไม่อยากไปโรงเรียน หรือมีสัญญาณที่น่ากังวลด้านอารมณ์และจิตใจ สามารถปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต โรงพยาบาลพระรามเก้า โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital

เที่ยงบันเทิง ทอล์ก เปิดใจ ฝ้าย พีรญา ฮอตแรงระดับโลก แชมป์ แป๋ว เซอร์ไพรส์ดึง อะตอม ร่วมทอล์ก

เที่ยงบันเทิง ทอล์ก เปิดใจ ฝ้าย พีรญา ฮอตแรงระดับโลก แชมป์ แป๋ว เซอร์ไพรส์ดึง อะตอม ร่วมทอล์ก

เที่ยงบันเทิง ทอล์ก เปิดใจ ฝ้าย พีรญา ฮอตแรงระดับโลก แชมป์ แป๋ว เซอร์ไพรส์ดึง อะตอม ร่วมทอล์ก

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.00 น.

“ฝ้าย  พีรญา” เผยหมดทุกเรื่องราวชีวิตใน “เที่ยงบันเทิง ทอล์ก” พร้อมเปิดความรู้สึกดี ๆ ขอบคุณทุกการซัปพอร์ตของ Fayemily ด้านสองพิธีกร “แชมป์-แป๋ว” จัดเซอร์ไพรส์ชวน “อะตอม ปริยะ” นักแสดงคนแรกในสังกัดร่วมทอล์ก

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่ยิ่งรู้จัก ยิ่งตกหลุมรัก ที่ตอนนี้ฮอตสุด ๆ เรียกว่าพุ่งดังระดับโลกเลยทีเดียว สำหรับ ฝ้าย– พีรญา มะลิซ้อน หรือ “หญิงขวัญ” จากละคร “ทุกอณูฤทัย” ที่มาเยือนรายการ เที่ยงบันเทิง ทอล์ก ให้พิธีกรคู่หู แชมป์-ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล และ แป๋ว-ดวงใจ สอาดจิตต์ ล้วงลึกแบบหมดเปลือก เปิดใจทุกมิติ ทั้งเส้นทางนักแสดง ความสำเร็จในระดับอินเตอร์ บทบาทเจ้าของธุรกิจ ช่างตัดผมมือทอง  และ CEO รุ่นใหม่แห่ง “Fabel Entertainment” พร้อมเผยความประทับใจที่มีต่อ Fayemily กลุ่มแฟนคลับที่คอยสนับสนุนจากทั่วทุกมุมโลก ฝ้ายเล่าย้อนเส้นทางการทำงาน พร้อมอัปเดตฟีดแบ็กละคร ทุกอณูฤทัย ที่กำลังฮอตขณะนี้ ทำแฟน ๆ ละครอินกับบท หญิงขวัญ ซึ่งเจ้าตัวเผยด้วยรอยยิ้มว่า  “ต้องบอกว่าฝ้ายไม่เคยหายไปจากหน้าจอช่อง 7 ก็มีผลงานให้ติดตามกันเรื่อย ๆ กับพี่ ๆ ทีมงานเราก็ยังติดต่อกันตลอด เรียกว่าฝ้ายไม่เคยหายจากช่อง 7 เลย  อย่างตอนนี้กับ ทุกอณูฤทัย ฟีดแบ็กหลายคนก็ทัก ทำไมร้ายจังเลย อย่าให้เจอนะ  เราก็อยากให้ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ (ยิ้ม) อยากให้รอดูจนจบเลย”

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเปิดใจถึงการเปลี่ยนชื่อ การก้าวสู่บทบาท CEO ของ  Fabel Entertainment รวมถึงธุรกิจร้านตัดผมที่ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยยอมรับว่าการทำงานเบื้องหลังไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความอดทนและการเรียนรู้ในทุกขั้นตอน แต่ก็เป็นอีกบทบาทที่ท้าทายและทำให้เติบโตมากขึ้นอีกหนึ่งช่วงคำถามที่เรียกรอยยิ้มและความประทับใจ คือการที่ฝ้ายพูดถึง Fayemily กลุ่มแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างมาตลอด พร้อมกล่าวขอบคุณทั้งแฟนชาวไทยและอินเตอร์แฟนที่คอยสนับสนุนทุกก้าวของชีวิต

“ฝ้ายกล้าพูดได้เลยว่า  ถ้าฝ้ายไม่มีแฟน ๆ ก็อาจไม่มีฝ้ายอยู่ตรงนี้ก็ได้  แรงซัปพอร์ตของพวกเขามันมหาศาลมาก เป็นทั้งกำลังใจ  เป็นพาวเวอร์ให้เราต้องพัฒนาต่อ ๆ ไป  ฝ้ายไม่เคยลืมที่จะขอบคุณแฟน ๆ ทั้งแฟนไทย และอินเตอร์แฟน ขอบคุณทุกการซัปพอร์ตทุกครั้งตลอดเวลา  ไม่ว่าเราจะทำอะไรเราก็จะทำด้วยกันตลอด ขอบคุณความรักที่ไม่เคยห่างหายไปเลยนะคะ  ขอบคุณที่ซัปพอร์ตกันอยู่ด้วยกันนาน ๆ เป็น Fayemily แบบนี้ไปนาน ๆ นะคะ”

หลังจบช่วงออกอากาศทางโทรทัศน์ ความสนุกยังต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อ แชมป์-แป๋ว จัดเซอร์ไพรส์ ชวน อะตอม-ปริยะ ปิยะพันธ์โอภาส นักแสดงคนแรกในสังกัดของฝ้าย มาร่วมพูดคุย โดยอะตอมเผยความประทับใจที่มีต่อ CEO พี่ฝ้าย ว่าเป็นคนทำงานเก่ง ขยัน และทุ่มเทกับทุกผลงาน  

“พี่ฝ้ายเป็นคนใจดี ทำงานเก่ง  เป็นคนน่ารัก พี่ฝ้ายขยันมาก  พี่ฝ้ายจะเป็นคนสองโหมด เวลาทำงานจะเป็นคนจริงจังลุควัยรุ่นสร้างตัว  แต่เวลาสนุกสนานเฮฮาก็เอ็นจอยเลย  การได้เดินทางไปมีตติงที่ต่างประเทศ ต้องบอกว่าเกินฝันไปเยอะเลยค่ะ  ดีใจที่ทุกคนซัปพอร์ตพวกเรามาตลอดค่ะ” 

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตอนของ เที่ยงบันเทิง ทอล์ก ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ รอยยิ้ม และโมเมนต์อบอุ่นจากนักแสดงสาวมากความสามารถ ที่ไม่ว่าจะสวมบทบาทไหน ก็ได้รับกำลังใจจากแฟน ๆ อย่างล้นหลามติดตามชมการทอล์กฉบับเต็ม ๆ ย้อนหลังได้ที่ Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainmentและมาร่วมรับชมความสนุกรายการ “เที่ยงบันเทิง ทอล์ก” ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 12.40 น. ชมสดทางช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และรับชมย้อนหลังทาง  BUGABOO.TV  และ YouTube : Ch7HD       และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

ช็อตฟีลกันทั้งไทม์ไลน์ มดดำ รับผิดโป๊ะเอง ยัน ดิว อริสรา ไม่ได้บล็อกไลน์ เคลียร์ชัดปมเงิน ไฮโซสาว ยังไม่ผิดสัญญา

ช็อตฟีลกันทั้งไทม์ไลน์ มดดำ รับผิดโป๊ะเอง ยัน ดิว อริสรา ไม่ได้บล็อกไลน์ เคลียร์ชัดปมเงิน ไฮโซสาว ยังไม่ผิดสัญญา

ช็อตฟีลกันทั้งไทม์ไลน์ มดดำ รับผิดโป๊ะเอง ยัน ดิว อริสรา ไม่ได้บล็อกไลน์ เคลียร์ชัดปมเงิน ไฮโซสาว ยังไม่ผิดสัญญา

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

ทำเอาขาเผือกตาตั้งนอนไม่หลับกันทั้งคืน ล่าสุดเพจดังอย่าง บันเทิงหน้าตุ๊ด ได้ออกมาโพสต์อัปเดตกระแสข่าวร้อนฉ่าในวงการบันเทิง กรณีที่พิธีกรฝีปากกล้าตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง มดดำ คชาภา หลุดปากกลางรายการข่าวใส่ไข่ว่าติดต่อตัวมารดา ดิว อริสรา ไม่ได้ เพราะโดนอีกฝ่ายบล็อกไลน์ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์สนั่นเมือง

แต่ล่าสุดเตาเผือกต้องดับวูบลงทันที เมื่อเพจบันเทิงหน้าตุ๊ดเผยภาพและข้อความสรุปสถานการณ์ล่าสุด ว่า งานนี้แม่มดดำออกมาเคลียร์ใจแบบแมน ๆ ยอมรับผิดเต็มประตูว่าตนเองโป๊ะแตกเองจ้า ความจริงคือสาวดิวไม่ได้บล็อกไลน์แต่อย่างใด เพียงแต่เจ้าตัวได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่และเปลี่ยนชื่อไลน์เป็นตัวอีโมจิเลยทำให้มดดำค้นหาชื่อไม่เจอเอง

บันเทิงหน้าตุ๊ด

โดยทางด้าน ดิว อริสรา เมื่อได้เห็นข่าวก็ไม่ยอมปล่อยให้สังคมคาใจนาน ทักตรงหาแม่มดดำทันทีพร้อมลั่นวาจาสุดจึ้งว่า “หนูไม่เคยบล็อกพี่ ไม่ว่าจะช่องทางไหน หนูผ่านอะไรมาเยอะแต่ไม่เคยบล็อกใคร!” ยืนยันความชัดเจนตามสไตล์ตัวมัม ทำเอาสบายใจกันไปทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ เพจดังยังได้ขยี้ต่อถึงประเด็นค้างคาใจเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับไฮโซสาว ซีเมย์ วาสนา ซึ่งสาวดิวได้กางสัญญาชี้แจงชัดเจนว่า จนถึงตอนนี้ยังคงติดต่อพูดคุยกับซีเมย์อยู่ตลอด และที่สำคัญคือยังไม่ได้ผิดสัญญา เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวระบุเวลาในสัญญาไว้ชัดเจนและยังไม่ถึงกำหนดเวลา ขณะที่มดดำก็รีบออกมาชี้แจงช่วยอีกแรงว่า ตนเองไม่ได้รู้เรื่องสัญญาลึกซึ้ง แค่โทรไปแซวซีเมย์ขำ ๆ ว่าได้เงินคืนหรือยัง เพื่อจะให้มาช่วยซื้อโฆษณารายการเท่านั้น พร้อมคอนเฟิร์มว่ารอบนี้ดิวไม่ผิดเพราะยังอยู่ในสัญญาจริง ๆ

ดิว อริสรา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดราม่าหม้อใหญ่ครั้งนี้จบลงด้วยดีแบบม้วนเดียวจบ โดยเพจทิ้งท้ายว่า แม่มดดำได้ขอโทษขอโพยสาวดิวเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการเคลียร์ใจของตัวมารดาแบบสวย ๆ ชนิดที่ขาเม้าท์ขาเผือกทั้งหลายสบายใจหายห่วงและแยกย้ายไปพักผ่อนกันได้เลยค๊า

มดดำ คชาภา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก บันเทิงหน้าตุ๊ด, อินสตา่แกรม moddamkachapa, อินสตาแกรม duearisara

เรื่องจริงยิ่งกว่าทอล์กโชว์ โน้ส อุดม โดน คนสนิท โกงหมดตัว

เรื่องจริงยิ่งกว่าทอล์กโชว์ โน้ส อุดม โดน คนสนิท โกงหมดตัว

เรื่องจริงยิ่งกว่าทอล์กโชว์ โน้ส อุดม โดน คนสนิท โกงหมดตัว

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาฮอตปรอทแตกติดเทรนด์โลกโซเชียลขึ้นมาทันที เมื่อเจ้าพ่อไมโครโฟนอย่าง โน้ส อุดม แต้พานิช ที่กำลังจะกลับมาสร้างเสียงหัวเราะอีกครั้งในเดี่ยว 16 DEAW 16 : NEVER GROW UP ได้ไปเปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ของตัวพ่อเล่าข่าว สรยุทธ สุทัศนะจินดา งานนี้ทำเอาแฟน ๆ ช็อกตาค้างและส่งกำลังใจกันรัว ๆ เพราะเบื้องหลังรอยยิ้มครั้งนี้กลับมีเรื่องราวสุดสะเทือนใจซ่อนอยู่ เมื่อเจ้าตัวยอมรับตรง ๆ ถึงสถานะทางการเงินในปัจจุบันที่ถึงขั้นต้องนิยามการกลับมาขึ้นเวทีครั้งนี้ว่าเป็น ไมค์ปลดหนี้ เหตุเพราะโดนลูกน้องคนสนิทโกงจนหมดตัว

โดย พี่โน้ส ยอมรับว่าเรื่องนี้ไม่เคยบอกใครมาก่อน ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตลูกน้องคนสนิทที่ไว้ใจมาก แอบนำบัตรเครดิตและเอกสารต่าง ๆ ไปทำธุรกรรมจนเงินรายได้จากการแสดงเดี่ยวกว่า 46 รอบในอดีตหายเกลี้ยง ปัจจุบันศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคู่กรณี 20 ปีโดยไม่ให้ประกันตัว ส่วนภรรยาของผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป ซึ่งพี่โน้สเล่าว่าตนไม่เคยไปปรากฏตัวที่ศาลเลยเพราะมันปวดใจเกินกว่าจะมองหน้าคนที่เคยรักและไว้ใจ

โน้ส อุดม

มรสุมครั้งนี้ทำให้พี่โน้สในวัยนี้ต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ ถึงขั้นต้องนำบ้านหลังใหญ่ที่อาศัยอยู่ไปจำนองเพื่อกู้เงินมาประดับประคองและหมุนเวียนในชีวิต นอกจากเรื่องโดนโกงแล้ว พี่ยุทธยังเผยอีกหนึ่งเรื่องราวชวนเอ็นดู เมื่อพี่โน้สทุ่มเงินซื้อที่ดินริมน้ำย่านบึงกุ่ม หน้ากว้าง 50 เมตร เพื่อตั้งใจจะสร้างอาคารแสดงงานศิลปะ แต่พีคตรงที่ลืมคำนวณกฎหมายการก่อสร้างเรื่องระยะถอยร่นจากทั้งฝั่งน้ำและฝั่งถนน ซึ่งที่ดินมีความลึกน้อยอยู่แล้ว พอหักระยะร่นออกไปเลยเหลือพื้นที่สร้างอาคารได้บางมาก ชนิดที่เข้าประตูหน้าก็ถึงหลังบ้านทันที สรุปคือสร้างไม่ได้เลย ทำเอาเจ้าตัวหัวเราะแก้เขินพร้อมยอมรับตรง ๆ ว่า “โคตรโง่เลย ไม่เคยเล่าให้ใครฟังเรื่องนี้… ผมน่ะฉลาดแต่เรื่องโง่ ๆ”

โน้ส อุดม

แม้จะต้องเจอเรื่องหนักหนาและต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่พี่โน้สก็ยังคงเดินหน้าส่งต่อความสุขและเสียงหัวเราะให้แฟน ๆ ในเดี่ยว 16 ต่อไป แฟน ๆ คนไหนอยากไปให้กำลังใจก็อย่าลืมไปจับจองบัตรกันได้เลยจ้า

โน้ส อุดม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ

ยิ่งโตยิ่งสวย น้องทาเรีย ลูกสาว น้ำฝน กุลณัฐ ฉายแววออร่านางเอก

ยิ่งโตยิ่งสวย น้องทาเรีย ลูกสาว น้ำฝน กุลณัฐ ฉายแววออร่านางเอก

ยิ่งโตยิ่งสวย น้องทาเรีย ลูกสาว น้ำฝน กุลณัฐ ฉายแววออร่านางเอก

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.37 น.

ยิ่งโตก็ยิ่งฉายแววความสวย สำหรับ “น้องทาเรีย” ลูกสาวสุดที่รักวัย 9 ขวบ ของนักแสดงสาว “น้ำฝน กุลณัฐ” และ “จอร์แดน วินเทอร์” นักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่ล่าสุดทำแฟนๆ ชื่นชมในความน่ารักและหน้าตาที่โดดเด่นไม่แพ้คุณพ่อคุณแม่

ล่าสุด น้ำฝน กุลณัฐ ได้โพสต์ภาพของน้องทาเรียในชุดบัลเลต์ที่สวมใส่สำหรับการประกวด เผยให้เห็นความสดใสและความสง่างามของลูกสาวที่เริ่มเติบโตเป็นสาวน้อยอย่างเต็มตัว พร้อมรอยยิ้มหวานที่สะกดสายตา จนหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความสวยและเชียร์ให้ก้าวตามรอยคุณแม่ในวงการบันเทิง

แถมคุณแม่น้ำฝนยังเผยความรู้สึกผ่านแคปชั่น ว่า “ทุกครั้งที่ทาเรียมีโชว์ หนูจะดูชิลมาก เพราะเป็นคนชอบโชว์ แต่คนที่ตื่นเต้นที่สุดน่าจะเป็นหม่ามี้ซินะ  รักหนูนะลูก… ขอบคุณน้าเอ๋สำหรับหน้าและผมที่สวยเสมอ”

หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป แฟน ๆ ต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก หลายคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องทาเรียยิ่งโตยิ่งสวยจริงๆ

ขอบคุณภาพจาก : @namfonkullanut

‘เบิ้ล ปทุมราช’ ทำบุญวันเกิด ให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลอำนาญเจริญ

‘เบิ้ล ปทุมราช’ ทำบุญวันเกิด ให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลอำนาญเจริญ

‘เบิ้ล ปทุมราช’ ทำบุญวันเกิด ให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลอำนาญเจริญ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.26 น.

นับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ใจฟูของศิลปินลูกทุ่งสุดฮอต “เบิ้ล ปทุมราช” กับการทำบุญวันเกิด โดยงานนี้เจ้าตัวได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมจัดกิจกรรมแจกข้าวกล่องให้แก่ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และรอยยิ้มแห่งการแบ่งปัน

 ซึ่งการได้กลับมาทำบุญและแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับบ้านเกิด ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่เจ้าตัวยึดถือมาโดยตลอด เรียกว่าสร้างความอิ่มเอมใจให้กับทั้งผู้ให้และผู้รับ นับว่าวันเกิดปีนี้ของหนุ่มเบิ้ลเต็มไปด้วยความหมายและความสุขอย่างแท้จริง

ห้างแทบแตก! ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์ แฟนคลับแห่ต้อนรับแน่น

ห้างแทบแตก! ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์ แฟนคลับแห่ต้อนรับแน่น

ห้างแทบแตก! ลิซ่า ลลิษา ปรากฏตัวที่เซ็นทรัลเวิลด์ แฟนคลับแห่ต้อนรับแน่น

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.15 น.

สร้างปรากฏการณ์ความคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อ “ลิซ่า BLACKPINK” หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปินสาวระดับโลก ปรากฏตัวในงาน SHISEIDO ULTIMUNE Studio: LISA’S BACKSTAGE ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ (3 ก.ค.) ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางแฟนคลับและสื่อมวลชนที่เดินทางมารอต้อนรับกันอย่างเนืองแน่น

ทันทีที่ลิซ่าปรากฏตัว บรรยากาศภายในงานก็เต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและความตื่นเต้นจากแฟน ๆ ที่เฝ้ารอชมตัวจริงของไอดอลคนโปรด โดยเจ้าตัวมาในลุคเรียบหรู สวยสง่า พร้อมออร่าที่สะกดทุกสายตา แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแฟชั่นลุคอย่างเป็นทางการ แต่ภาพและคลิปจากภายในงานก็ถูกแชร์ต่อบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว

นอกจากบรรยากาศภายในงานจะคึกคักแล้ว กระแสบนโลกออนไลน์ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เมื่อแฮชแท็ก #LISAxSHISEIDO และ #LISAwithULTIMUNE พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม X อย่างรวดเร็ว มีแฟน ๆ ร่วมโพสต์ภาพ คลิป และข้อความชื่นชมการปรากฏตัวของลิซ่าจำนวนมาก

ขอบคุณภาพจาก : CentralWorld

​ศรีริต้า เจนเซ่น เช็กอินญี่ปุ่น สวมกิโมโนอวดลุคเรียบหรู สวยแพงทุกลุค

​ศรีริต้า เจนเซ่น เช็กอินญี่ปุ่น สวมกิโมโนอวดลุคเรียบหรู สวยแพงทุกลุค

​ศรีริต้า เจนเซ่น เช็กอินญี่ปุ่น สวมกิโมโนอวดลุคเรียบหรู สวยแพงทุกลุค

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

ทำเอาแฟนๆ กดไลก์กันรัวๆ เมื่อนางเอกสาวและคุณแม่คนสวย “ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” ปล่อยภาพจากทริปพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางสวนสีเขียว 

       นอกจากภาพเดี่ยวที่เผยความสวยแล้ว ศรีริต้ายังแชร์โมเมนต์สุดหวานกับสามี “กรณ์ ณรงค์เดช” ที่สวมชุดกิโมโนเข้าคู่กันอย่างลงตัว เติมเต็มบรรยากาศของทริปให้ดูอบอุ่นและโรแมนติก จนแฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมทั้งความน่ารักของทั้งคู่ และความสวยสง่าของศรีริต้าอย่างต่อเนื่อง

       เรียกได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในลุคไหน หรือเช็กอินมุมใดของญี่ปุ่น ศรีริต้า เจนเซ่น ก็ยังคงสะกดทุกสายตาด้วยความสง่างามและรสนิยมอันโดดเด่น สมกับเป็นอีกหนึ่งไอคอนด้านแฟชั่นและความงามของวงการบันเทิงไทย

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม : @sriritajensen

แอน ทองประสม เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ บรรยากาศร่มรื่นสุดฮีลใจ

แอน ทองประสม เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ บรรยากาศร่มรื่นสุดฮีลใจ

แอน ทองประสม เปิดบ้านนาที่เชียงใหม่ บรรยากาศร่มรื่นสุดฮีลใจ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

ทำเอาแฟนๆ อดอิจฉาไม่ได้ เมื่อนางเอกและผู้จัดคนดัง “แอน ทองประสม” ขอพักเบรกจากชีวิตในเมือง เดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้านนา จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมเผยบรรยากาศสุดร่มรื่น ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวที่โอบล้อมไปด้วยทุ่งนาและภูเขา

โดย แอน ทองประสม ได้โพสต์คลิปผ่านโซเชียลมีเดีย พาแฟน ๆ ชมวิวรอบบ้านที่เต็มไปด้วยความเขียวขจี ตั้งแต่ภาพยามเช้าที่สดชื่น อากาศบริสุทธิ์ ไปจนถึงมุมต่าง ๆ ภายในพื้นที่บ้าน

และเขียนแคปชั่นว่า “กลับบ้านนา.. มาหาชูใจ หมูปิ้ง หมูสะเต๊ะ” ทำเอาแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวกันอย่างคึกคัก พร้อมชื่นชมว่าบรรยากาศของบ้านนาสวยงาม ร่มรื่น และน่าไปพักผ่อนตามรอย