ตรีนุช อำนาจเบ็ดเสร็จ ตัดสินใจ พปชร.ร่วมรัฐบาล-โควตา รมต.

ตรีนุช อำนาจเบ็ดเสร็จ ตัดสินใจ พปชร.ร่วมรัฐบาล-โควตา รมต.

ตรีนุช อำนาจเบ็ดเสร็จ ตัดสินใจ พปชร.ร่วมรัฐบาล-โควตา รมต.

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.44 น.

“โฆษก พปชร.”หนุน”ภูมิใจไทย”ตั้งรัฐบาล คาด 5 เสียง พปชร.ได้ 1 รมช.หรือ รมต.ประจำสำนักฯ โยน”กกต.-ศาล”ตอบปมเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ เผยที่ประชุมพรรคมอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้”ตรีนุช” ตัดสินใจแทนพรรคในการเข้าร่วมรัฐบาล-โควตา รมต. ย้ำพรรคยึดเจตจำนงประชาชน ให้พรรคอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล

24 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 13.20 น.ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย กรรมการบริหารพรรคและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรรมการบริหารพรรค กรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่าปิดดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว พรรคพลังประชารัฐจะได้กี่ตำแหน่ง ว่า ก็คงต้องมีการพูดคุยกันก่อน ส่วนจะเน้นดูงานด้านใดนั้น คงต้องแล้วแต่นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ดูแล ที่ผ่านมาก็ร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยมาตลอดอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทย ที่ สส.10 ที่นั่งต่อ 1 รัฐมนตรี แต่พรรค พปชร.มี สส. 5 ที่นั่ง จะได้ตำแหน่งอะไรบ้าง พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า อาจจะเป็นตำแหน่งอื่น เช่น รัฐมนตรีช่วยฯ หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วแต่ว่าที่นายกฯ จะพิจารณา ส่วน พปชร.คงต้องพูดคุยในคณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาอย่างไร

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่ามีผู้ไปร้องศาล เกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทุกอย่างมีกระบวนการ ไม่ต้องห่วง ถ้าท้ายที่สุดแล้วหากศาลชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่เวลาอยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล

จากนั้น เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ปิยะ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน รักษาการหัวหน้าพรรค พปชร.เป็นประธาน ว่า เป็นการประชุมเพื่อเตรียมประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2569 เพื่อดำเนินกิจกรรมภายหลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งข้อบังคับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องมีการประชุมเพื่อเลือก กก.บห.ภายใน 60 วัน ซึ่งทางพรรคได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่ในวันที่ 7 มี.ค.เพื่อดำเนินการตามระเบียบต่อไป

ด้าน นายยุทธนา ศรีตะบุตร ว่าที่ สส.หนองคาย พรรค พปชร.กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีมติตามข้อบังคับของพรรค พปชร.ข้อที่ 17 (1) ฉ มอบหมายให้ น.ส.ตรีนุช ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดย น.ส.ตรีนุช ได้เล่าให้ที่ประชุมฟังว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องรอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน จึงมีการพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยกันบ้าง แต่ยังไม่ได้คุยรายละเอียด เป็นการพูดในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ซึ่งอย่างไรต้องการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ก่อนถึงจะดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ น.ส.ตรีนุช สามารถตัดสินใจแทนพรรคได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมรัฐบาล หรือการจัดสรรตำแหน่งใดๆ ใช่หรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า ถูกต้อง ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรคที่กำหนดไว้ เมื่อถามว่า ภาพหลังการเลือกตั้งที่ น.ส.ตรีนุช ไปที่พรรคภูมิใจไทย เป็นการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว เหลือแค่แถลงร่วมกันเท่านั้นใช่หรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า น.ส.ตรีนุช ไปในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเดิมที่มีการพูดคุยกันเบื้องต้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคหลักก็ยึดหลักข้อนี้ นั่นคือ พูดคุยหลังจากที่ กกต.มีความชัดเจน รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายยุทธนา กล่าวว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียดไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะต้องรักษาตามหลักที่ว่า กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว หลังจากนั้น น.ส.ตรีนุช ถึงจะตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามอีกว่า ถึงวันนี้พูดได้หรือไม่ว่า ถึงแม้พรรคพลังประชารัฐจะได้รับหรือไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี แต่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายยุทธนา กล่าวว่า ต้องลงในรายละเอียดอีกครั้งตามที่ น.ส.ตรีนุช ระบุว่าจะต้องมีการพูดคุยกันอีกรอบ

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าหากมีการพรรคอื่นมาทาบทามจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย จะพูดคุยหรือไม่พูดคุย นายยุทธนา กล่าวว่า ยังไม่มี แต่กระบวนการตามประชาธิปไตยที่พรรคพลังประชารัฐยึดถือคือ เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่จะต้องให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลเสียก่อนเป็นอันดับไป ซึ่งเป็นไปตามประเพณีทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองได้หรือไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ กั๊กเพื่ออะไร ทำไมถึงไม่ร่วมไปเลย นายยุทธนา กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการกั๊ก ก็เป็นไปตามหลักการที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคต่างๆ ให้สัมภาษณ์ว่าส่วนใหญ่รอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะมีการตัดสินใจอีกรอบหนึ่ง

นันทนา ข้องใจพิพัฒน์ วางเป้าเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ ส่อก้าวก่ายแทรกแซงงานกกต.

นันทนา ข้องใจพิพัฒน์ วางเป้าเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ ส่อก้าวก่ายแทรกแซงงานกกต.

นันทนา ข้องใจพิพัฒน์ วางเป้าเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ ส่อก้าวก่ายแทรกแซงงานกกต.

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

ก้าวก่ายแทรกแซงงานกกต.?! นันทนา ข้องใจพิพัฒน์ วางเป้าเร่งตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ก่อนสงกรานต์ กดดันเร่งรับรองผลเลือกตั้ง แนะใช้ 60 วันให้คุ้มค่า เคลียร์ทุกปมปัญหาให้กระจ่าง

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ภายในช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ว่า ขณะนี้ยังมีประเด็นข้อสงสัยที่ กกต. ยังไม่ชี้แจงรายละเอียดให้สังคมได้รับความกระจ่าง โดยเฉพาะจำนวนตัวเลขของผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่แท้จริง รวมถึงกระบวนการเลือกตั้งที่ยังมีปัญหาเรื่องการลงคะแนน เรื่องบัตรเขย่งที่ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ดังนั้นหาก กกต.เร่งรับรองการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะค้านกับความรู้สึกของประชาชน

เมื่อถามว่าล่าสุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ต้องแล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์ น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากเป็นแบบนั้น อาจเรียกได้ว่าเข้าไปก้าวก่าย แทรกแซงการทำงานของ กกต. เพราะกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลควรรอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งที่ได้ตรวจสอบในทุกประเด็นให้กระจ่างชัดเจนจากกกต.ก่อน ไม่ใช่ว่าให้เร่งรีบประกาศรับรอง หากเป็นเช่นนั้นจริง อาจถูกมองได้ว่ารับคำสั่ง และไม่เป็นอิสระ

“กกต. ควรเร่งชี้แจง สื่อสารกับประชาชชนในทุกประเด็นข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงควรรอผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินที่อยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของบุคคลที่ยื่นให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อกระบวนการเลือกตั้ง และในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ยังรอคำชี้แจงจาก กกต. ด้วย ดังนั้นเมื่อคนยังสงสัย แต่กกต.รีบร้อนรับรองผล อาจถูกมองได้ว่าทำไปเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่” น.ส.นันทนา กล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า กับการตรวจสอบผลการเลือกตั้งก่อนประกาศรับรอง กกต. มีเวลา 60 วันนับจากวันเลือกตั้ง ดังนั้นควรใช้เวลาที่ได้รับตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อให้หมดข้อสงสัย ไม่มีปัญหา อีกทั้งหาก กกต. เร่งรับรองผลเลือกตั้ง เท่ากับว่าได้รับรองความถูกต้อง ชอบธรรม ของ สส.  ทั้งที่ยังมีประเด็นที่อยู่ในกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการเลือกตั้งที่ถูกมองว่ามีปัญหา

เลขาฯสภาฯ เผยพร้อมรับรายงานตัวสส.ใหม่ 26 ก.พ. หากกกต.รับรอง 25 ก.พ.

เลขาฯสภาฯ เผยพร้อมรับรายงานตัวสส.ใหม่ 26 ก.พ. หากกกต.รับรอง 25 ก.พ.

เลขาฯสภาฯ เผยพร้อมรับรายงานตัวสส.ใหม่ 26 ก.พ. หากกกต.รับรอง 25 ก.พ.

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.36 น.

เลขาฯสภาฯ เผยพร้อมรับรายงานตัว สส.ใหม่ 26 ก.พ. หากกกต. รับรอง 25 ก.พ. รับอาจติดมีปัญหาเรื่องจัดทำบัตรประจำตัวผู้แทนฯ บางส่วน เหตุเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง แต่จะเร่งดำเนินการส่งตามมาให้ภายหลัง ขณะที่การเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก ต้องรอเคาะผลครบ 95-100%

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการรับรายงานตัว สส.ใหม่ ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อว่า ตามรายงานข่าวที่ระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะให้การรับรอง สส. ภายใน 1-2 วันนี้ หรือในวันที่ 25 ก.พ. ดังนั้นทาง สส. ใหม่ก็จะมารายงานตัวต่อสภาฯ ในวันที่ 26 ก.พ. ซึ่งทางสภาฯ ก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง โดยจะใช้ห้องประชุม ชั้น B1 เป็นสถานที่รายงานตัว ทั้ง สส. เขต และบัญชีรายชื่อ เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 

“หาก กกต.รับรองมาเร็วขึ้น สภาฯก็มีความพร้อมในเรื่องการเตรียมเอกสารต่างๆ ไม่มีปัญหา แต่มีบางส่วนที่อาจจะต้องขลุกขลักนิดหน่อย เกี่ยวกับการทำบัตรประจำตัวให้กับ สส.บางส่วน เพราะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง ก็อาจจะต้องใช้เวลา แต่ก็จะเร่งดำเนินการ โดยจะนำบัตรประจำตัวไปมอบให้สมาชิก ในภายหลัง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร” นายศิโรจน์ กล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากที่ กกต. รับรอง สส. ครบอย่างน้อย 95% จะสามารถเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกได้ในช่วงใด เลขาธิการสภาฯ กล่าวว่า ต้องดูก่อนว่า กกต. จะประกาศผลรับรอง สส. ได้เกินกว่า 95-100% วันไหน ถ้า กกต. ประกาศวันมาแล้ว  ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 ระบุว่า ภายใน 15 วัน ทางสภาฯ จะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก

ทุกอย่างมีขั้นตอน อนุทิน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

ทุกอย่างมีขั้นตอน อนุทิน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

ทุกอย่างมีขั้นตอน อนุทิน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.32 น.

24 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ทักทายสื่อมวลชนว่า “เจริญพร” ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วันที่ 26 มิถุนายน และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นรัฐบาลรักษาการนานจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่นานหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอน

อนุทินสั่งกลาง ครม. เอกนิติ-ศุภจี ทำงานใกล้ชิดทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ

อนุทินสั่งกลาง ครม. เอกนิติ-ศุภจี ทำงานใกล้ชิดทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ

อนุทินสั่งกลาง ครม. เอกนิติ-ศุภจี ทำงานใกล้ชิดทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

อนุทินสั่งกลาง ครม. เอกนิติ-ศุภจี ทำงานใกล้ชิดทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ชี้สถานการณ์ระยะสั้นดีขึ้น แต่ต้องระวังผลกระทบระยะยาว

24 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้รับฟังรายงานที่ทีมไทยแลนด์ได้ติดตามสถานการณ์ที่สหรัฐฯ ได้มีการปรับภาษีการค้าจากภาษีตอบโต้ เป็นภาษี 15% ทั่วโลก ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ติดตามสถานการณ์และพัฒนาการของเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าของไทยในระยะต่อไป

“นายกฯ กล่าวว่า แม้ว่าในระยะสั้นไทยเราจะได้ประโยชน์จากภาษีที่ลดลง แต่ระยะต่อไปอาจได้ร้บผลกระทบกับภาษีที่อาจเพิ่มขึ้นจากมาตรการต่างๆ ซึ่งขอให้รัฐมนตรีทั้งสองคนติดตามเรื่องนี้ และประสานกับทีมไทยแลนด์เพื่อหามาตรการรับมือเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด”

นอกจากนี้ นายกฯ ยังสั่งการให้ทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ ที่ได้ทำงานก่อนหน้านี้ เดินหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพราะในเรื่องของภาษีและข้อตกลงการการค้าต้องใช้ระยะเวลาในการพูดคุยกันระหว่างสองประเทศ จึงขอให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องด้วย

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต.ปทุมธานี สอบผู้สมัคร สส.พรรคส้ม เขต 8 แจกของหลังเลือกตั้ง

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต.ปทุมธานี สอบผู้สมัคร สส.พรรคส้ม เขต 8 แจกของหลังเลือกตั้ง

ศรีสุวรรณ ร้อง กกต.ปทุมธานี สอบผู้สมัคร สส.พรรคส้ม เขต 8 แจกของหลังเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

ศรีสุวรรณบุก กกต.ปทุมธานีร้องสอบผู้สมัคร สส.พรรคส้มเขต 8 แจกของหลังเลือกตั้งผิด กม.เลือกตั้ง ม.73 หรือไม่

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จ.ปทุมธานี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่าน ผอ.การเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี เพื่อชี้เบาะแสให้สืบสวนหรือไต่สวน กรณีผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 8 ปทุมธานีเเจกเครื่องดื่ม-เสื้อยืดหาเสียง ขอบคุณประชาชนในเขตเลือกตั้ง เข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 73 (1) ของ พรป.เลือกตั้ง สส. 2561 หรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง  เขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กชื่อของตน  หลังผ่านการเลือกตั้งไปประมาณ 1 สัปดาห์ โดยลงข้อความเเละภาพของตนเเละทีมงานช่วงลงพื้นที่ในห้วงเวลาดังกล่าวว่า “วันนี้ผมได้ไปพบพี่น้องปทุมธานี เขต 8 เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ผมด้วยตัวเอง พร้อมนำเสื้อทีมไมค์ฯ ไปมอบเป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณจากใจ สำหรับกำลังใจที่มีให้กันมาตลอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง หรือผลแพ้ชนะ แต่เป็นความตั้งใจของผมและทีมงาน…” 

ในเพจดังกล่าวพบว่า มีภาพของผู้สมัคร สส. ได้เเจกลังเครื่องดื่ม/เสื้อยืดสีส้มพร้อมโลโก้พรรคประชาขนเเละหมายเลข 6 ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวของผู้สมัคร สส. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมาให้กับประชาชนหลายคนด้วยความยิ้มแย้งแจ่มใส ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่บ่งบอกว่า ผู้สมัคร สส. คนดังกล่าวมีเจตนาที่จะฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 (1) บัญญัติไว้ความว่า “ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการจัดทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด

ซึ่งหากฝ่ายสืบสวนหรือไต่สวนของ กกต.ตรวจสอบแล้วเป็นไปตามข้อเท็จจริง ชอบที่จะต้องเสนอให้คณะกรรมการ กกต.เสนอไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาลงโทษผู้สมัคร สส.รายดังกล่าวตามความผิดใน มาตรา 158 ซึ่งมีอัตราโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่น – 2 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีด้วย 

นอกจากนั้นในทางสืบสวนหากพบว่ามีหัวหน้าพรรคหรือคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทํานั้นแล้ว แต่มิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม คณะกรรมการ กกต.ต้องดําเนินการเสนอคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองดังกล่าว และมีคําสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นตามมาตรา 132 วรรคสาม ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ภาพและข้อความในเพจดังกล่าวถูกลบไปแล้ว แต่ได้แค๊ปภาพและข้อความไว้หมดแล้ว ถือว่ามีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น ย่อมถือได้ว่าเป็นความผิดที่สำเร็จแล้ว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาชี้เบาะแสให้ กกต.จังหวัดปทุมธานีได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามครรลองของกฎหมายต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

นันทนา คาด 26 ก.พ.นี้ชัด เดินเกมล่าชื่อชงยื่นศาลรธน. ชี้ขาดเลือกตั้ง69 ไม่เป็นไปตามรธน.ส่อโมฆะ

นันทนา คาด 26 ก.พ.นี้ชัด เดินเกมล่าชื่อชงยื่นศาลรธน. ชี้ขาดเลือกตั้ง69 ไม่เป็นไปตามรธน.ส่อโมฆะ

นันทนา คาด 26 ก.พ.นี้ชัด เดินเกมล่าชื่อชงยื่นศาลรธน. ชี้ขาดเลือกตั้ง69 ไม่เป็นไปตามรธน.ส่อโมฆะ

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.16 น.

นันทนา คาด 26 ก.พ.นี้ชัด เดินเกมล่าชื่อชงยื่นคำร้องส่งศาลรธน. ชี้ขาดเลือกตั้ง69 ไม่เป็นไปตามรธน.ส่อโมฆะ 

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเข้าชื่อเพื่อเสนอคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยต่อกระบวนการการเลือกตั้ง เมื่อ 8 ก.พ. ที่ส่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งไม่มีเฉพาะการปรากฎคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังถึงการลงคะแนนได้ แต่ยังมีกระบวนการนับคะแนน กระบวนการลงคะแนนใหม่ที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบัตรเลือกตั้ง เมื่อ 22 ก.พ. ที่ไม่ปรากฎหมายเลขเหมือนกับบัตรเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 

ดังนั้นจึงต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วนอีกครั้ง ซึ่งมีประเด็นที่เป็นวาระที่ขอให้พิจารณาคือ สั่งให้การเลือกตั้ง สส. รอบนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นตามเจตนารมณ์และขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงวันที่ 26 ก.พ.นี้ ก่อนให้ สว.ร่วมลงชื่อคำร้องต่อไป

เมื่อถามว่าได้พิจารณาในข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ว่าจะใช้ช่องทางหรือมาตราใดเพื่อดำเนินการ น.ส.นันทนา กล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในรายละเอียดเบื้องต้น ว่าสามารถใช้สิทธิได้ตามช่องทางใด แต่หากไม่เข้าข้อกฎหมายอาจต้องพิจารณาใช้ช่องทางอื่น หรือ วิธีการอื่นๆ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26 ก.พ. เพื่อเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน น.ส.นันทนา กล่าวว่าในวันดังกล่าว นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ได้ยื่นญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาชะลอการลงมติเนื่องจากสว.ส่วนใหญ่มีคดีฮั้วสว. แต่เชื่อว่าจะไม่ถูกบรรจุไว้ในวาระประชุมแน่นอน และคงไม่เปิดให้ตนอภิปรายโต้แย้งแสดงเหตุผล ดังนั้น หากถูกปิดกั้นการอภิปรายในที่ประชุม พร้อมจะแถลงข่าวทันที และพร้อมงดการเข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบ กกต. ด้วย

พปชร. งานเข้า สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

พปชร. งานเข้า สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

พปชร. งานเข้า สนธิญา ยื่น กกต. ตรวจสอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนผู้สมัครอย่างเป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.14 น.

พปชร.งานเข้า ‘สนธิญา’ร้อง กกต.สอบจริยธรรม ปมไม่สนับสนุนค่าใช้จ่ายผู้สมัครพรรคอย่างเป็นธรรม จี้เร่งรับรอง ส.ส.500 คน เชื่อปมBarcode QR Codeไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ ปูดซื้อเสียงมหาศาล  1 พรรคใช้ 3,000 ล้าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายสนธิญา สวัสดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ยื่นคำร้องต่อกกต.ขอให้ตรวจสอบจริยธรรม กรรมการบริหาร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีการส่ง ผู้สมัคร สส. ลงสมัคร แล้วไม่มีการสนับสนุนเรื่องเงินค่าใช้จ่าย โดยตนเป็นผู้สมัครส.ส.คนหนึ่งของพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากพรรคแม้แต่สตางค์แดงเดียว จึงเข้าลักษณะหัวหน้าพรรคกรรมการบริหารพรรคเลือกปฏิบัติสนับสนุนเฉพาะบุคคลที่ถูกอกถูกใจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในพรรคซึ่งตนยังได้รับการร้องเรียนจากสมาชิก 50-60 คน จึงต้องนำเรื่องนี้มายื่นร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อให้ตรวจสอบและสั่งให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคยุติการปฏิบัติหน้าที่ และหากผลการตรวจสอบเป็นจริงผู้ที่ถูกร้องก็จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

ทั้งนี้ นายสนธิญา ยังได้เรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า ในการเลือกตั้งที่ ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐมีการสนับสนุนด้านการเงิน แก่บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะหรือไม่ และหากมี ข่าวว่าพรรคได้รับเงินสนับสนุนจากผู้สนับสนุนรายใหญ่ เงินดังกล่าวถูกนำไปใช้หรือจัดสรรอย่างไร

รวมทั้งตรวจสอบรายรับรายจ่ายของพรรค ว่ามีการโอนเงินสนับสนุนแก่ผู้สมัครรายใดหรือไม่ และ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กกต. กำหนด ซึ่งกำหนดเพดาน ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อคน นับ ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาจนถึงวันเลือกตั้งเมื่อวัน ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

นอกจากนี้ยังขอให้ กกต. ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด หากมี การเพิกเฉยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อาจเข้าข่าย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายสนธิญาณ ยังระบุว่าในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือต่อกกต.รับรอง ให้เร่งรับรองส.ส.ทั้ง 500 คน โดยเร็ว เพราะหลายอย่างรัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ มันเสียเวลาประเทศ ควรรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง  ต่อข้อถามว่า สวนกระแสคนส่วนใหญ่ที่อยากให้เลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า มันเป็นความเห็นต่าง เราต้องมองประโยชน์ประเทศสำคัญกว่าเราเสียเวลามากมาแล้ว

เมื่อถามว่า แสดงว่ามองเรื่อง บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ไม่ผิด นายสนธิญา กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ผิด แต่จุดประสงค์ของ กกต. เพื่อที่จะไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร ทั้งนี้ต้องมองกระบวนการทั้งระบบว่าลับหมดหรือลับเฉพาะบางส่วน  ถ้าลับทั้งหมด ตอนนับคะแนนก็ต้องไม่ให้คนอื่นเห็น ส่วนตัวเห็นว่า ประเด็นนี้จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสนธิญา  เปิดเผยด้วยว่า  การเลือกตั้งครั้งนี้มีการใช้เงินจำนวนมาก  ก่อนเลือกตั้งผู้สมัครเข้าไปที่พรรคเขาบอกเลยว่ามีการเตรียมเงินไว้แล้ว 35 ล้านบาท แจกหัวละ 500 บาท  ซื้อเสียง  7 หมี่นคน  เขาหวังแค่ครึ่งเดียว 50 เปอร์เซ็นต์  สังเกตดูพรรคเหล่านั้นจะมีคะแนนเกิน 35,000 คะแนนตลอด เพราะเขาซื้อ 7 หมื่นคน แต่หวัง 50 เปอร์เซ็นต์ คือ 35,000-42,000 คะแนน ถามว่าถ้าไม่ซื้อเสียงเขาจะได้คะแนนเท่าไหร่  ดังนั้นไปดูฐานคะแนนได้ ส.ส.ที่ได้คะแนน 35,000-42,000 คะแนน สัมพันธ์กับที่ตนพูดหรือเปล่า คาดว่าใช้เงินประ มาณ 3,000 ล้านบาทต่อพรรค และเขายิงเข้าเป้าด้วย โดยพรรคนี้จะยิงเฉพาะเขตที่สู้ได้ และมีฐานคะแนนอยู่แล้ว ยุทธวิธีคือใช้เงินในเขตที่สู้กับพรรคประชาชน โดยการซื้อเป็นการสมยอมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พรรคที่ซื้อเขาคุมได้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว รู้เลยจะได้คะแนนเท่าไหร่  บ้านใหญ่คุมได้หมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ไม่มีใครบ้าเอาบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดไปตรวจสอบหรอก มันไร้สาระ
 
นายสนธิญา กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากนายมงคลกิตติ์ ให้ไปทำงานการเมืองด้วยกัน แต่คิดว่าคงไม่ไป เพราะผมกลัวไดโนเสาร์ โดยคิดที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อว่าพรรคธรรมราษฎร์ ซึ่งมีความหมายว่าความเป็นธรรมของราษฎร

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็กรายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.08 น.

วันที่14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้

การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ  (สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)

วะคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเสนอแต่งตั้ง นายปริญญวัฒน์  วัชรอาภากร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ) ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงาน กปร. ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2568  ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ และนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการต่างประเทศ)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอแต่งตั้ง 

นางสาวจิรัสยา พีรานนท์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ซึ่งการแต่งตั้งข้าราชการให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศดังกล่าว ได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับและนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้ง ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัด กระทรวงคมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้

1. นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2. นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป และรองนายกรัฐมนตรี(นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว

เรื่อง ขอความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (กระทรวงคมนาคม)

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจ้างเป็นต้นไปและไม่ก่อนวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว

ศุภจี รายงาน ครม. รับทราบสหรัฐฯ ปรับภาษีเท่ากัน 15% ทั่วโลก ระยะสั้นไทยได้ประโยชน์ แต่รอดูความชัดเจนเพิ่ม

ศุภจี รายงาน ครม. รับทราบสหรัฐฯ ปรับภาษีเท่ากัน 15% ทั่วโลก ระยะสั้นไทยได้ประโยชน์ แต่รอดูความชัดเจนเพิ่ม

ศุภจี รายงาน ครม. รับทราบสหรัฐฯ ปรับภาษีเท่ากัน 15% ทั่วโลก ระยะสั้นไทยได้ประโยชน์ แต่รอดูความชัดเจนเพิ่ม

วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.00 น.

“ศุภจี”เผยรายงาน ครม.รับทราบสหรัฐฯ ปรับภาษีเท่ากัน 15% ทั่วโลก ชี้ระยะสั้นไทยได้ประโยชน์ แต่รอดูความชัดเจนเพิ่ม ยันไม่ต้องเจรจาลิสต์สินค้าใหม่

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภ่ยหลังประชุมครม.ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการรายงานถึงกรณีที่ผู้นำสหรัฐ ปรับมาตรการภาษีตอบโต้รายประเทศ เป็น 15% ทั่วโลก ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายมาตรา 122 ของผู้นำสหรัฐ ซึ่งในระยะต่อไปรัฐบาลก็จะดูความชัดเจนของมาตรการภาษี หลังจาก 150 วันนี้ว่าจะออกมาในลักษณะใด ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ 

“ตอนนี้ในระยะสั้นถือว่าเราได้ประโยชน์ เพราะว่าเดิมเราได้ 19% แต่ว่าหลังจากนี้ต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม” 

เมื่อถามว่า รายละเอียดสินค้าต่างๆ จะต้องมีการเจรจากำหนดใหม่หรือไม่ นางศุภดี กล่าวว่า ไม่ต้องเจรจาใหม่ เนื่องจากสหรัฐได้มีการกำหนดราคาสินค้ามา ซึ่งบางสินค้าได้มีการยกเว้นให้