ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

ตะลอนเที่ยว : ทวยเทพกับเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อ 2-3 วันก่อน ได้ไปธุระที่อำเภอเมือง พระนครศรีอยุธยา แล้วได้แวะเข้าไปที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร แต่เนื่องจากไปถึงวัดในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งพระอุโบสถได้ถูกปิดไปแล้ว ก็จึงกราบนมัสการหลวงพ่อโต ซำปอกง หรือพระพุทธไตรรัตนนายก อยู่ภายนอกพระอุโบสถ แล้วหลังจากนั้นก็เดินไปข้างพระอุโบสถบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก เพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก แต่ก็ปรากฏว่าประตูศาลปิดแล้วเช่นกัน ก็จึงกราบไหว้อยู่นอกตัวศาล แต่ทว่าข้างศาลของเจ้าแม่มีศาลเจ้าจีน มีทวยเทพต่าง ๆ หรือเซียนประดิษฐานอยู่หลายองค์ จึงเข้าไปกราบรูปบูชาของทวยเทพเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับประวัติของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก มีต่าง ๆ นานาหลายหลากมากมาย เช่นว่า เจ้าแม่คือพระธิดาของพระเจ้ากรุงจีน ที่พระบิดาพระราชทานพระนางให้อภิเสกสมรสกับพระเจ้าสายน้ำผึ้ง แห่งกรุงอโยธยา โดยพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงส่งขบวนเรือสำเภาไปรับพระนางสร้อยดอกหมากถึงกรุงจีน เมื่อขบวนเรือแล่นมาถึงเขตของกรุงอโยธยา พระนางเห็นเพียงเหล่าอำมาตย์และขุนนางไปรอรับเสด็จที่ท่าเรือ แต่ไม่ทรงเห็นพระเจ้าสายน้ำผึ้ง จึงน้อยพระทัย ไม่ยอมเสด็จลงจากเรือ แต่เหตุที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งไม่ทรงไปรับพระนาง เพราะว่าทรงตระเตรียมการรับพระนางอยู่ในพระราชวัง ดังนั้น พระนางจึงทรงตัดพ้อว่าเหตุใดไม่เสด็จไปทรงรับ ฝ่ายพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงได้ทราบเรื่อง ก็จึงทรงสัพยอกว่า เมื่อไม่ทรงอยากขึ้นจากเรือ ก็จงอยู่ที่นั่นต่อไปเถอะ ครั้นพระนางทรงทราบเรื่องก็น้อยพระทัยหนักเข้าไปอีก แล้วทรงกลั้นลมหายใจจนสิ้นพระชนม์บนเรือ นี่คือเรื่องเล่าสืบต่อกันมากระแสหนึ่ง แต่ยังมีกระแสอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะกล่าวไปถึงเมืองขอมเขมรกับพระเจ้ากรุงจีน แต่ทว่าขออนุญาตยังไม่กล่าวถึงเรื่องตามกระแสอื่นในวันนี้

สำหรับผู้ที่ศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ก็มักไปกราบไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าแม่ช่วยเหลือให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง เช่น ขอให้มีลูกสืบสกุล ขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก (แต่ก็น่าสงสัยว่า ทำไมจึงไปขอเจ้าแม่ให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก) ครั้นเมื่อได้รับความสำเร็จจากการบนบานแล้ว ก็จะไปแก้บนด้วยการถวายสร้อยไข่มุก เครื่องสำอาง และนำสิงโตไปเชิดถวายเพื่อเป็นเครื่องสังเวย

ส่วนศาลเจ้าข้างศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาย เป็นที่รวมของเหล่าทวยเทพเทวาของจีน หรือเซียน อาทิ ปุ๊กุ้ยฮุก หรือพระศรีอริยเมตไตรย์ หรือพระอ้วน (คนมักเข้าใจผิดเรียกว่าพระสังกัจจายน์) พระโพธิสัตย์กวนอิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเฮ่งเจีย ไตฮงโจวซือ ซิยิ่นกุ้ย เป็นต้น อันที่จริงยังมีทวยเทพในศาลเจ้าอีกมากมาย ซึ่งเทพแต่ละองค์ก็จะทรงมีพระอิทธิฤทธิ์ต่าง ๆ กันไป และสามารถทรงเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ที่เคารพศรัทธาได้เป็นอย่างดี 

แต่คนโบราณบอกกล่าวเล่ากันต่อ ๆ มาว่า การจะไปกราบไหว้บนบานขอให้ทวยเทพทรงให้ความช่วยเหลือเรานั้น ก่อนอื่นเราก็ต้องทำตัวและทำใจให้บริสุทธิ์ก่อนเป็นอันดับแรก ต้องรักษาศีลให้เคร่งครัด ต้องมั่นคงในหลักธรรม และต้องมานะอุตสาหะก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเราตั้งใจมั่นและทำความดีแล้ว เมื่อเราไปขอให้ทวยเทพช่วยเหลือ ก็จะได้รับความเมตตาจากเหล่าทวยเทพ

หากคุณสนใจจะร่วมท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณีชาติพันธุ์ หรือแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ เที่ยวแบบละมุมละไม ไม่เร่งรีบ ไม่ร้อนรน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า โทรฯ 091 7233615

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

สกู๊ปพิเศษ : ‘เนื้อเน่า..รู้เร็วรักษาทัน’ สสส.สานพลัง สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เนื้อเน่า รู้เร็วรักษาทัน” สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ – อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline – SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ค้นหาเร็ว ส่งต่อทัน เกิดเครือข่าย 26 โรงพยาบาล – รพ.สต. กว่า 300 แห่ง ลดความล่าช้าในการเข้าถึงการรักษา เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย สู่ระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งทั้งจังหวัด

เมื่อเร็วนี้ๆ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม อ.เดชอุดม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเจริญ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน รพ.สต. โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลแม่ข่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความล่าช้าในการเข้าถึงบริการ โดยเริ่มจากการค้นหาและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ก่อนส่งต่อเข้าสู่โรงพยาบาลชุมชน เพื่อประเมินอาการตามแนวทางเวชปฏิบัติการดูแล (Clinical Practice Guideline for Necrotizing Fasciitis: CPG-NF)  เชื่อมต่อผ่านระบบเฝ้าระวังและบริหารจัดการผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า (Smart Surveillance and Management for Necrotizing Fasciitis – SMART-NF) ไปยังโรงพยาบาล เมื่อผู้ป่วยพ้นระยะวิกฤตจะส่งกลับมาดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน เกิดเครือข่ายความร่วมมือระดับจังหวัด ครอบคลุมโรงพยาบาล 26 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกว่า 300 แห่ง โดยมี รพ.สต. และ อสม. ร่วมติดตามอาการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้

รศ.ดร.สุภาพร ใจการุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มรภ.อบ. หัวหน้าโครงการฯ เผยว่า จ.อุบลฯเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาโรคเนื้อเน่าอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคเนื้อเน่าสูงที่สุดในเขตสุขภาพที่ 10 โดยในช่วงปี 2555-2564 พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจาก 533 ราย เป็น 806 รายต่อปี ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 165 ราย เป็น 392 ราย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความล่าช้าในการรับรู้ การวินิจฉัย และการเข้าสู่ระบบการรักษา

“จากปัญหาดังกล่าวคณะวิจัยจึงร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยทั้งจังหวัด โดยมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาการคัดกรองในชุมชน ผ่านการสร้าง Community Guideline และเสริมศักยภาพ อสม. รพ.สต. และโรงพยาบาลชุมชน ให้สามารถค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงได้เร็วขึ้น 2.พัฒนาระบบ SMART NF เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง การแจ้งเตือน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ ช่วยให้การประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วยทำได้รวดเร็วขึ้น 3.พัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้มาตรฐานเดียวกันในการวินิจฉัย ส่งต่อ และรักษาผู้ป่วย ลดความคลาดเคลื่อนและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วย” รศ.ดร.สุภาพร กล่าว

นางกรรณิกา ตันติศิรินทร์ รอง นายก อบจ.อุบลฯ กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาควิชาการ หน่วยบริการสุขภาพ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้เกิดระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชน รพสต. โรงพยาบาลชุมชน ไปจนถึงโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษา ทำให้การค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง การวินิจฉัย และการส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น ช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย อบจ.อุบลฯพร้อมสนับสนุนการขยายผลการดำเนินงานและการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสมศรี วงศ์คำเหลา ผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า ชาว ต.นาเจริญ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า เดิมคิดว่าเป็นเพียงแผลถลอกเล็กน้อยจากการเดินสะดุดไม้ จึงใช้วิธีรักษาตามความเชื่อพื้นบ้านด้วยการประคบร้อนและทาปูนขาวบริเวณบาดแผล แต่หลังจากนั้นอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แผลบวมแดง ลุกลาม และมีอาการปวดมาก อสม. หมู่บ้านจึงประสานส่งต่อไปยัง รพ.สต. นาเจริญ และเข้ารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม พบว่ามีภาวะติดเชื้อรุนแรงและสงสัยโรคเนื้อเน่า ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างเร่งด่วน ทำให้ได้รับการผ่าตัดและดูแลอย่างทันท่วงที จนสามารถควบคุมการลุกลามของโรคได้

“อยากขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทุกคนที่ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะหากเข้ารับการรักษาช้ากว่านี้ อาจเกิดผลกระทบรุนแรงมากกว่านี้ ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ตระหนักว่าโรคเนื้อเน่าสามารถเกิดขึ้นได้จากบาดแผลเล็กๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง ปวดมาก หรืออาการลุกลามอย่างรวดเร็ว ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาอย่างทันท่วงที เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคและเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” นายสมศรี กล่าว

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

NIA เผยสตาร์ตอัปไทยโตแรง ขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ลุยปั้นยูนิคอร์น AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.40 น.

27 มิถุนายน 2569 ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Startup Ecosystem Update 2026” ภายในงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) โดยเปิดเผยว่า ระบบนิเวศสตาร์ตอัปของประเทศไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก โดยอยู่ในอันดับ 49 ของโลก และอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม อีกทั้ง NIA ยังประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) เพื่อเร่งสร้างสตาร์ตอัปศักยภาพสูงและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน

ดร.กริชผกา กล่าวว่า บรรยากาศตลอดการจัดงาน SITE 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนวัตกรรมและสตาร์ตอัประดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่สตาร์ตอัปกว่า 300 บริษัท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เทคโนโลยีการเกษตร (AgriTech) เทคโนโลยีอาหาร (FoodTech) เทคโนโลยีสุขภาพและการแพทย์ (MedTech/HealthTech) และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม (ClimateTech) รวมถึง AI และนวัตกรรมดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

“ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเหล่านี้ ส่งผลให้ประเทศไทยขยับขึ้น 4 อันดับในดัชนีระบบนิเวศสตาร์ตอัปโลก มาอยู่ที่อันดับ 49 และเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค รองจากเวียดนาม” ดร.กริชผกา กล่าว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองหลักของระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย โดยอยู่ในอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 76 ของโลก ขยับขึ้น 5 อันดับจากปีก่อน และครองอันดับ 1 ของภูมิภาคด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีการแพทย์ รวมถึงอันดับ 2 ด้านเทคโนโลยีการเกษตร สะท้อนบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางสตาร์ตอัป เทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยยังเริ่มขยายตัวสู่เมืองสำคัญทั่วประเทศ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา นครปฐม ปทุมธานี และสมุทรปราการ สะท้อนการเติบโตที่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองหลวง

ดร.กริชผกา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นแล้ว 4 ราย และเชื่อมั่นว่า ยูนิคอร์นรายที่ 5 ของประเทศจะเกิดจากธุรกิจด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

พร้อมกันนี้ NIA ได้ประกาศให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งการลงทุน” (The Year of Investment) โดยภาครัฐจะปรับบทบาทจากการสนับสนุนเงินแบบให้เปล่า (Grant) ไปสู่การร่วมลงทุน (Co-investment) มากขึ้น ผ่านการจัดตั้งกองทุนในรูปแบบ Holding Company หรือ PE Trust เพื่อร่วมลงทุนกับกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital: VC) รวมทั้งมีนโยบายสนับสนุนการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน โดยให้เงินสนับสนุนสูงสุด 10 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล

“แม้ NIA จะมีบุคลากรเพียงร้อยกว่าคน แต่เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน และสนับสนุนให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ออสเตรีย หรือประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทยให้แข็งแกร่ง และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘ชาตินวัตกรรม’ อย่างแท้จริง” ดร.กริชผกา กล่าว

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

'Prowell' เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน 'SITE 2026' กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

‘Prowell’ เอาใจคนรักสุขภาพยุคใหม่ ขนทัพนวัตกรรมอาหาร ร่วมงาน ‘SITE 2026’ กับมื้อปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

Prowell(โปรเวล) อาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่! ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รับประทานแทนมื้ออาหารหลัก เพื่อคุมปริมาณแคลอรี่และน้ำหนัก โดยให้สารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ทั้งปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของแต่ละสภาวะร่างกาย ยึดหลักโภชนาการที่ถูกต้องสมดุลในการแก้ปัญหาสุขภาพ

นายเชาวลิต ธนสหวรคุณ กรรมการผู้จัดการ Prowell Products for Well Living ซึ่งนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเพื่อคุณภาพชีวิตมาร่วมออกงานในงาน SITE 2026 (Startup & Innovation Thailand Expo 2026) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ของ Prowell มีการพัฒนามาเกือบ 10 ปี ในการพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหารสำหรับคนรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแลคโตส ไม่มีกลูเตน ผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้พัฒนาขึ้นมีทั้งอาหารสมดุลสำหรับผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สำหรับลดและควบคุมน้ำตาลในเลือด ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย กระตุ้นและเสริมภูมิคุ้มกัน ผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกาย โปรตีนต่ำ โซเดี่ยมต่ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาหารเสริมหลากหลายสูตรทั้งในแบบเพิ่มพลังงาน เผาผลาญไขมัน อาหารเสริมสำหรับลดการอักเสบ ลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ ฯลฯ รวมทั้งกลุ่มวิตามิน ทุกอย่างได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) อย่างถูกต้อง

“ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA คือ Prowell รุ่น Slim Wheel เป็นอาหารทางการแพทย์หรืออาหารทดแทนมื้ออาหารชนิดผงชงดื่ม ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการดูแลและควบคุมน้ำหนักตามหลักโภชนาการ ให้สารอาหารครบถ้วน พลังงานต่ำ โปรตีนและไฟเบอร์สูง แต่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันต่ำ ปราศจากน้ำตาล แลคโตส และกลูเตน สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก มีปัญหาอ้วนลงพุง ผู้ป่วยเมตาโบลิกซินโดรม” นายเชาวลิต กล่าวและว่า

ผลิตภัณฑ์ของ Prowell สร้างขึ้นจากรากฐานความชำนาญและประสบการณ์อันยาวนานในด้านการนำเข้าวัตถุดิบสารอาหารคุณภาพสูงจากต่างประเทศ แต่มีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ก่อให้เกิดแบรนด์ “Prowell” อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มต้นจากประสบการณ์จริงที่ล้ำค่าภายในครอบครัวของผู้ก่อตั้งเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุในบ้านล้มป่วยหนักและมีภาวะทุพโภชนาการ ด้วยองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านสารอาหารที่มีอยู่ เราจึงได้ริเริ่มงานวิจัยและพัฒนาอาหารทดแทนมื้ออาหาร (Meal Replacement) สูตรเฉพาะเจาะจง เพื่อนำมาใช้ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุท่านนั้นโดยตรง ผลลัพธ์ที่ได้รับคือปาฏิหาริย์แห่งโภชนาการ อาการป่วยที่เคยรุนแรงค่อย ๆ ทุเลาลง ร่างกายฟื้นฟูกลับมาแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น Prowell(โปรเวล) จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหารแทนมื้ออาหารทั่วไป แต่คือผลลัพธ์จากความรัก ความเชี่ยวชาญ และงานวิจัยที่สัมผัสผลลัพธ์ได้จริงเพื่อสุขภาพที่ดีของคนทุกช่วงวัย

ติดต่อศูนย์โภชนโปรเวล โทร.085-059-7478

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

UNHCR สื่อสารความหมายของสันติภาพผ่านศิลปะและดนตรี เปิดตัว Home เวอร์ชันพิเศษ บอย โกสิยพงษ์

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

อบอุ่นหัวใจกันถ้วนหน้า! เมื่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จับมือกับเครือข่ายระดับโลก และเจ้าพ่อเพลงรักระดับตำนาน “บอย โกสิยพงษ์” เนรมิตห้างดังใจกลางเมืองให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความรักและความหวัง จัดงาน “นิทรรศการศิลปะนานาชาติ Mayors for Peace” และแคมเปญพิเศษเพื่อสันติภาพโลก โดย คุณบอย  โกสิยพงษ์ เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก เพื่อส่งเสริมสันติภาพผ่านพลังแห่งศิลปะและเสียงดนตรี ได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับประเทศ คณะทูตานุทูต นำโดยเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคนในแวดวงบันเทิงตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ชั้น 2 โซน Sphere Gallery ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ที่ผ่านมา

นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ UNHCR ร่วมกับโครงการ Mayors for Peace เครือข่ายเมืองระดับโลกที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและการยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์ จัดแสดงผลงานภายใต้หัวข้อ “สันติภาพหมายถึงอะไรสำหรับฉัน” (What Peace Means to Me) ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเคารพในความหลากหลาย มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 245 ชิ้น และได้รับการคัดเลือกจำนวน 68 ชิ้น เพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ โดยเป็นภาพวาดจากเด็กไทย เด็กผู้ลี้ภัย และเด็กชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทอดความหมายของ “สันติภาพ” ผ่านพลังแห่งศิลปะและดนตรี โดยมีบทเพลง “Home” ผลงานของเจ้าพ่อเพลงซึ้ง บอย โกสิยพงษ์ เป็นสื่อกลางสำคัญ พร้อมด้วย ก้อ ณฐพล ศรีจอมขวัญ และ ต้าร์ สักกพิช มากคุณ ผู้บริหารค่าย YUPP! ที่มาร่วมสร้างสรรค์สีสันทางดนตรี และชวนศิลปินจากหลากหลายเส้นทางชีวิตมาร่วมถ่ายทอดบทเพลง “Home” (บ้าน) ในเวอร์ชันพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

“ผมเชื่อว่าความรู้สึกของคำว่า “Home” เป็นภาษาสากลที่ทุกคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน เติบโตมาอย่างไร หรือกำลังเผชิญกับอะไรในชีวิต ทุกคนต่างต้องการพื้นที่ที่อบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความหวัง ผมหวังว่า เพลง “Home” จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ชวนให้เราหันมาดูแลโลกและดูแลกันและกันมากขึ้น” บอย โกสิยพงษ์ กล่าว

ด้าน แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า “ในวันที่ผู้คนทั่วโลกยังคงถูกบังคับให้พลัดถิ่น สันติภาพจึงไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นรากฐานของความปลอดภัย ความหวัง และอนาคตที่ทุกคนสมควรได้รับ”

งานนี้ยังได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญและคนดังร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, โอม คณิน สแตนลีย์, ไบรอน บิชอพ, ซินดี้ สิรินยา บิชอพ, พัตเตอร์ ภูเบศ ประทุมรัตน์, ต้นเตย จิดาภา ผลโรจน์ปัญญา, กีต้าร์ สาริน ตั้งเจริญไพศาล, Flower.far รวมถึงสาวงามชื่อดังอย่าง น้ำผึ้ง กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล Miss World Thailand 2026, บิ๊นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ Miss International 2019 และ ปุยนุ่น วรางค์ศิริ ธนจรัสวรภัทร์ นางสาวไทย ระนอง 2025 ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

สำหรับ “นิทรรศการศิลปะนานาชาติ Mayors for Peace” เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชั้น 2 โซน Pop Up ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เพื่อร่วมสัมผัสความหมายของสันติภาพผ่านสายตาและจินตนาการของเด็ก ๆ พร้อมติดตามกิจกรรมแคมเปญ “Home” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ UNHCR ประเทศไทยต่อไป.

#UNHCRThailand #WithRefugees #WorldRefugeeDay #วันผู้ลี้ภัยโลก

สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

สวยเก่งครบเครื่อง เกรซ กาญจน์เกล้า คว้าใบประกาศฯ เวชศาสตร์วิถีชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสาวสวยมากความสามารถของวงการบันเทิงที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองจริงๆ สำหรับนางเอกสาวผิวออร่า “เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ที่ล่าสุดทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม หลังจากเจ้าตัวเรียนจบหลักสูตรพิเศษด้านสุขภาพ

โดยสาวเกรซได้โพสต์ภาพลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@gracekanklao) เผยให้เห็นภาพที่เธอกำลังถือใบประกาศนียบัตรสีม่วงด้วยรอยยิ้มสดใสและภาคภูมิใจ พร้อมระบุข้อความว่า

“ไปซุ่มเรียน Lifestyle Medicine for Good Health and Well-being by กรมอนามัย สสส KALM มา จบคอร์สแล้วจ้า…เย้!! เรียกดิฉันว่า Coach Grace ได้เล่อะ! ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเงิน”

นอกจากนี้ในภาพเธอยังเขียนแคปชั่นน่ารักๆ เพิ่มเติมอีกว่า “จบไปอีกใบ! อีกก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของเรา อิ้” และ “โปรดเรียกดิฉันว่า ‘โค้ช กกก’ ” ซึ่งหลักสูตรที่เธอจบนั้นเป็นความร่วมมือของหน่วยงานด้านสุขภาพชั้นนำอย่าง กรมอนามัย, สสส. และ KALM ที่เน้นเรื่องเวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงเข้ามาร่วมคอมเมนต์ชื่นชมในความเก่งกันเป็นจำนวนมาก

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

บอสณวัฒน์ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ ตั้งคำถาม เศรษฐีนีคนไหน ควัก 6.5 แสน ช่วย โย คืนเงิน หนิง ปัทมา

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

จากมหากาพย์ดราม่าสะเทือนมงกุฎ เมื่อ “หนิง-ปัทมา” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ส่งทนายแจ้งความจับ “นายโย” อดีตหัวหน้าวงดนตรีและคนรักเก่า ในข้อหาแบล็กเมล์ รีดทรัพย์ และขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม ล่าสุดประเด็นนี้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อตัวพ่อแห่งวงการนางงามอย่าง “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลแบบแซ่บซีด!

“อยากรู้เศรษฐีนีคนไหน รีบให้เงินโย 650,000 บาทมาคืนหนิงแบบรวดเร็ว หลังขบวนการล่มไม่เป็นท่า”

การออกมาเปิดประเด็นของ ‘บอสณวัฒน์’ในครั้งนี้ สอดคล้องกับเบาะแสก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า นายโยได้ทำการโอนเงินคืนให้หนิงเป็นจำนวน 650,000 บาท ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากกระแสสังคมเริ่มตีกลับ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนตื่นตัวคือ เงินก้อนนี้มาจากไหน? เพราะบอสใหญ่แห่งมิสแกรนด์ชี้เป้าชัดเจนว่า มี “เศรษฐีนี” ลึกลับอยู่เบื้องหลัง และทำกันเป็น “ขบวนการ” เพื่อหวังดิสเครดิตตัวนางงาม ซึ่งทางฝั่งหนิง ปัทมา และทีมงานมิสแกรนด์ ไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่ๆ โดยกำลังจี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เพื่อดูว่าใครคือ “เศรษฐีนี” ลึกลับตามที่บอสณวัฒน์เอ่ยถึง และมีจุดประสงค์อะไรในการสกัดขาหนิง ปัทมา ก่อนเดินทางไปประกวดเวทีระดับโลกอย่าง Miss Grand International 2026 ที่ประเทศอินเดียหรือไม่!งานนี้บอกเลยว่า ขบวนการล่มแถมกลิ่นดราม่าโชยแรงมาก ขาเผือกต้องปูเสื่อรอดูยาวๆ ว่า “เศรษฐีนี” ปริศนาคนนี้จะเป็นใคร!

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

หนิง ปัทมา มิสแกรนด์ฯ 2026 แจ้งจับอดีตแฟน แฉพฤติกรรมแบล็กเมล์รีดเงินแสน ขู่ปล่อยรูปก่อนศัลยกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.40 น.

เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในวงการนางงามและบันเทิงทันที เมื่อ “หนิง-ปัทมา” เจ้าของตำแหน่ง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับ “นายโย” (อายุ 43 ปี) อดีตหัวหน้าวงดนตรีปัทมาแบนด์ และอดีตคนเคยสนิท ในข้อหาหนัก ทั้งกรรโชกทรัพย์, รีดเอาทรัพย์, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ PDPA หลังจากถูกข่มขู่คุกคามและรีดไถเงินรวมกว่าครึ่งล้าน!

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่หนิงได้ชักชวนนายโยเข้ามาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรี จากนั้นได้ทดลองคบหาดูใจกันในช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 ปีกว่า จนกระทั่งปลายปี 2567 หนิงได้ตัดสินใจบอกเลิกเนื่องจากทัศนคติไม่ตรงกัน

ทว่าเรื่องราวไม่จบลงแค่นั้น ฝั่งอดีตคนรักไม่ยอมมูฟออน เริ่มมีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามอย่างต่อเนื่อง โดยขู่ว่าจะนำภาพถ่ายคู่ในอดีต ภาพความลับ รวมถึง “ภาพใบหน้าก่อนทำศัลยกรรม” ไปโพสต์ประจานต่อหน้าแฟนคลับกว่า 4 ล้านคน เพื่อทำลายชื่อเสียงและตำแหน่งมิสแกรนด์ฯ ด้วยความหวาดกลัว หนิงจึงยอมโอนเงินให้หลายครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 670,000 บาท (โดยครั้งล่าสุดยอมหอบเงินสดไปให้ถึง 300,000 บาท)ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นเมื่อหนิงปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเพิ่มอีก 100,000 บาท ทำให้นายโยเดินหน้าแฉด้วยการโพสต์รูปคู่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 พร้อมอ้างว่าคบหากันมานานถึง 4 ปี

ทางด้าน ‘หนิง’ ยืนยันหนักแน่นว่า “ข้อมูลคบ 4 ปีเป็นความเท็จทั้งหมด” ส่วนรูปคู่นั้นเกิดจากการจัดฉากเข้ามาประชิดตัวตอนที่เธอไปหาดจอมเทียน พัทยา เธอจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สน.อุดมสุข ในวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมาแง่คิดทางกฎหมาย  มีรายงานว่าช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. นายโยเกิดความกลัวและได้โอนเงินคืนให้หนิงรวม 650,000 บาท แต่ในทางกฎหมายถือว่า “ความผิดฐานกรรโชกทรัพย์สำเร็จไปแล้ว” การคืนเงินภายหลังไม่สามารถลบล้างความผิดอาญาแผ่นดินได้

นอกจากนี้  ‘หนิง’ยังสั่งเดินหน้าจี้ตำรวจให้ขยายผลเส้นทางการเงิน ว่าใครเป็นท่อน้ำเลี้ยงหนุนหลังเงิน 650,000 บาทนี้ รวมถึงตรวจสอบว่ามีขบวนการจงใจสร้างเรื่องดิสเครดิตเธอก่อนเดินทางไปประกวด Miss Grand International 2026 ที่ประเทศอินเดียหรือไม่

อีกด้านหนึ่ง ฝั่งเพื่อนสนิทและคนในวงการดนตรีของนายโย ต่างประสานเสียงออกโรงป้อง ยืนยันว่า “อาจารย์โย” ที่พวกตนรู้จักมา 20 ปี เป็นคนดี มีพระคุณ ไม่เคยเกาะกระแสหรือเอาเปรียบใคร พร้อมโพสต์ข้อความลึกลับชวนคิดว่า อย่าให้ต้องย้อนอดีตว่าใครเป็นคนสร้างวงจนมีชื่อเสียง แต่สุดท้ายกลับโดนแทงข้างหลัง

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยแชทหลุดที่เพื่อนทักไปถามถึงประเด็นข่มขู่เงิน 3 แสน ซึ่งนายโยตอบกลับสั้นๆ เพียงว่า “ไม่ใช่กูแน่นอน 55″

บทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร? ฝั่งไหนคือความจริงที่แท้จริง คงต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมและหลักฐานทางตำรวจเป็นผู้พิสูจน์ ส่วนขาเผือกทั้งหลาย คอมเมนต์กันอย่างมีสติ เพราะคดีนี้ทนายเขาเอาจริง!

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

บุ๋ม ปนัดดา ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.17 น.

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ประจำปี 2569 ในช่วงบ่ายวันนี้ยังคงหลั่งไหลไปด้วยผู้คนและเหล่าคนดังที่ทยอยเดินทางมาทำหน้าที่พลเมืองอย่างต่อเนื่องล่าสุด พิธีกรและนักแสดงมากความสามารถ ดีกรีดอกเตอร์และประธานองค์กรทำดี อย่าง ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม ปนัดดา) ก็ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีรายชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้มีการอัปเดตภาพบรรยากาศขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งภาพดังกล่าวเผยให้เห็น บุ๋ม ปนัดดา ในลุคเรียบหรูดูแพงด้วยเสื้อซีทรูลูกไม้สีดำ กำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กล้องพร้อมใช้นิ้วชี้ไปยังรายชื่อของตัวเองบนบอร์ด “ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเดินเข้าคูหาไปหย่อนบัตรลงคะแนนพร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ระบุข้อความสั้น ๆ ถึงแฟนเพจว่า “มาใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้วนะคะ”

การออกมาใช้สิทธิ์ของ บุ๋ม ปนัดดา ในวันนี้ นอกจากจะเป็นการทำหน้าที่พลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงสำคัญในฐานะคนสาธารณะที่ช่วยเชิญชวนและกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมืองหลวงในครั้งนี้

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

คึกคัก! ทัพดารา-คนดังตบเท้าเข้าคูหา ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ประจำปี 2569

วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.36 น.

บรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีประชาชนทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงกันอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเหล่าคนบันเทิงและคนดังในแวดวงสื่อมวลชนที่ต่างทำหน้าที่พลเมืองดี ร่วมโพสต์ภาพเชิญชวนคนกรุงให้ออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างพร้อมเพรียง

สรยุทธ นำทีมรณรงค์ขั้นตอนลงคะแนน เริ่มต้นที่ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้โพสต์ภาพขณะหย่อนบัตรลงคะแนนลงหีบรับบัตร พร้อมระบุข้อความแนะนำขั้นตอนการเลือกตั้งอย่างชัดเจนว่า “ไปเลือกตั้งกันครับ เลือกผู้ว่าฯ บัตรสีเขียว , เลือก สก.บัตรสีชมพู” เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไม่สับสนในขั้นตอนการลงคะแนน

เหล่าซุปตาร์-นักแสดงร่วมใจทำหน้าที่พลเมือง ทางด้านนางเอกตลอดกาลและผู้จัดละครชื่อดัง แอน ทองประสม ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 18 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง พร้อมเช็คอินภาพในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูคู่กับป้ายประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง พร้อมติดแฮชแท็ก ⁠#เลือกตั้งผู้ว่ากทม2569⁠

ขณะที่พระเอกหนุ่มฮอต นนกุล (ชานน สันตินธรกุล) ก็ได้โพสต์ภาพรอยยิ้มสดใสในชุดแจ็กเก็ตยีนส์หลังเข้าคูหา พร้อมเขียนข้อความสั้น ๆ แต่ได้ใจความว่า “อย่าลืมมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันนะครับ เลือกตั้งผู้ว่ากทม”

นอกจากนี้ยังมีอดีตนางเอกสาวรักษ์โลก เชอรี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ที่เดินทางไปใช้สิทธิ์ ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 22 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม พร้อมแชร์แง่คิดดี ๆ ผ่านแคปชันว่า “1 เสียงของเราอาจดูเล็ก แต่เมื่อรวมกันก็เป็นพลังที่กำหนดทิศทางของเมืองที่เราอยากเห็นนะคะ”

คนบันเทิงรุ่นใหญ่ตบเท้าร่วมกระบวนการประชาธิปไตย ไม่เพียงแค่นักแสดงรุ่นใหม่เท่านั้น นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง แม่ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ก็ได้โชว์บัตรประชาชนหน้าคูหาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมระบุว่า “ทำหน้าที่พลเมืองดีเรียบร้อยแล้วจ้า”

ทางด้านศิลปินหนุ่ม เจ-เจตริน วรรธนะสิน ก็ได้เดินทางไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา พร้อมแคปชันว่า “จัดไปตามท้องเรื่องแห่งประชาธิปไตย”

ด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” ไม่พลาด! เข้าคูหาตรวจรายชื่อ ทำหน้าที่พลเมืองดีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้มีการอัปเดตภาพบรรยากาศขณะที่เจ้าตัวเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งภาพดังกล่าวเผยให้เห็น บุ๋ม ปนัดดา ในลุคเรียบหรูดูแพงด้วยเสื้อซีทรูลูกไม้สีดำ กำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กล้องพร้อมใช้นิ้วชี้ไปยังรายชื่อของตัวเองบนบอร์ด “ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเดินเข้าคูหาไปหย่อนบัตรลงคะแนน พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ระบุข้อความสั้น ๆ ถึงแฟนเพจว่า “มาใช้สิทธิ์เรียบร้อยแล้วนะคะ”

รวมถึงคู่แฝดใจบุญฝันดี ได้โพส ลงในเพจ ฝันดี – ฝันเด่น จรรยาธนากร ที่ได้ถ่ายภาพเซลฟี่หน้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อรายงานตัวกับแฟน ๆ ว่า “ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย #ผู้ว่ากรุงเทพ #เลือกตั้ง” การออกมาใช้สิทธิ์ของเหล่าคนดังในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยรณรงค์และกระตุ้นให้คนเมืองหลวงตื่นตัวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางไปตรวจสอบรายชื่อและใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้ตามหน่วยเลือกตั้งที่มีรายชื่ออยู่จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้