ทักษิณหลังพ้นโทษ! บารมีเก่าโรยราในโลกการเมืองยุคใหม่

ทักษิณหลังพ้นโทษ! บารมีเก่าโรยราในโลกการเมืองยุคใหม่

ทักษิณหลังพ้นโทษ! บารมีเก่าโรยราในโลกการเมืองยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.18 น.

ภาพครอบครัวชินวัตรที่ผลัดกันเข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ณ เรือนจำกลางคลองเปรม ต่อเนื่องกันถึง 48 ครั้งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ยืนยันว่าอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ยังคงเป็นศูนย์กลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทุกฝ่ายจับจ้อง

ล่าสุด พานทองแท้, พินทองทา และ แพทองธาร ชินวัตร พร้อมคู่สมรส ได้เข้าเยี่ยมทักษิณภายในเรือนจำ โดย “พินทองทา” เปิดเผยว่าการพูดคุยยังเป็นไปด้วยดี และขณะนี้อยู่ในช่วง “เคาท์ดาวน์” เวลาไปเรื่อยๆ แม้จะรู้สึกว่ายิ่งใกล้ยิ่งช้า แต่ก็ยอมรับว่าตื่นเต้นเพราะเตรียมตัวใกล้ออกแล้ว

ทว่าในมุมการเมือง ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พรรคเพื่อไทยยังเดินตามจังหวะเดิมที่วางรากฐานมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย การคุมอำนาจเบ็ดเสร็จนานกว่า 20 ปี ทำให้ชื่อทักษิณกลายเป็นภาพจำเดียวที่พรรคใช้ขับเคลื่อนมาตลอดสองทศวรรษ

ในวันที่อิสรภาพมาถึง! คำถามสำคัญคือบารมีที่สะสมมานานจะยังเป็น “ไม้ตาย” หรือจะกลายเป็น “ตัวถ่วง” ที่ล่ามพรรคไว้กับโลกใบเก่า ในวันที่บริบทสังคมเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาคือ “ใบแจ้งหนี้” ที่ส่งมาบอกว่ามนต์ขลังทางการเมืองถึงจุดอิ่มตัว การที่เพื่อไทยร่วงลงมาอยู่อันดับสาม คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าวิธีคิดแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ความพ่ายแพ้นี้เจ็บปวดตรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทักษิณอยู่ในเรือนจำ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ออกมาปราศรัยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งพิสูจน์ชัดว่า แค่ “ชื่อ” ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ไม่มีแรงดึงดูดมากพอจะกวาดคะแนนได้เหมือนวันวาน

“ภาพลักษณ์ทักษิณ” ที่เคยเป็น “สินทรัพย์” เรียกคะแนนนิยม บัดนี้กลายเป็น “หนี้สิน” ที่พรรคต้องแบกรับ เพราะประชาชนยุคนี้ไม่ได้เลือกที่ตัวบุคคล แต่ต้องการพรรคการเมืองที่เป็นระบบและตรวจสอบได้

การยึดติดกับตัวบุคคลมากเกินไป กำลังทำให้เพื่อไทยกลายเป็นสินค้าล้าสมัยในสายตาผู้เลือกตั้งที่ต้องการความชัดเจนของนโยบาย มากกว่าการยึดติดกับบารมีเก่าที่หมดความขลังไปตามกาลเวลา

ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ “ตัวบุคคล” ที่ผูกขาดความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี ชื่อของทักษิณคือศูนย์กลางของรอยร้าวที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นฝักฝ่ายมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นภาพจำความวุ่นวายที่สลัดไม่หลุด

การที่ทักษิณยังพยายามมีอิทธิพลเหนือพรรค ไม่เพียงแต่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ไว้วางใจ แต่ยังเป็นการตอกย้ำประวัติศาสตร์ความแตกแยกให้ฝังรากลึกต่อไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากมองชื่อนี้เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งในอดีต ซึ่งกลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นไม่ให้เพื่อไทยขยายฐานเสียงไปสู่กลุ่มใหม่ๆ ได้

แม้จะมีการส่งคนรุ่นใหม่ขึ้นมาบังหน้า แต่ตราบใดที่ภาพการบงการจากอำนาจเก่ายังชัดเจน พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีทางสลัดภาพ “ธุรกิจครอบครัว” ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขความขัดแย้งเดิมๆ ออกไปได้

“บารมีทักษิณ” จึงกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้พรรคเสียโอกาสในการเข้าถึงฐานเสียงกลุ่มคนที่ต้องการก้าวพ้นการเมืองแบบแบ่งขั้วตัวบุคคลที่กัดกินสังคมไทยมาตลอดสองทศวรรษ

บทบาทของทักษิณหลังพ้นโทษจึงไม่ใช่การกลับมาทวงอำนาจคืน แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่า “เวลาของเขาหมดลงแล้ว” ในฐานะกลไกทางการเมืองที่เคยประสบความสำเร็จ

บทเรียนจากการพ่ายแพ้จนตกไปอยู่อันดับสาม ยืนยันชัดเจนว่าการใช้อิทธิพลครอบงำพรรคแบบเดิมมีแต่จะทำให้ “ภาพลักษณ์ทักษิณ” กลายเป็นปัจจัยลบที่ดึงพรรคให้ดิ่งต่ำลงกว่าเดิม หากเขายังเลือกที่จะไม่ปล่อยมือ

การคืนสู่อิสรภาพครั้งนี้ต้องมาพร้อมกับการ “ถอยห่าง” อย่างจริงใจ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนสายเลือดใหม่อย่าง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” และทีมบริหารยุคใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือโดยปราศจากเงาบงการจากหลังม่าน

อดีตผู้นำต้องกล้าสละอำนาจเพื่อให้พรรคมีลมหายใจเป็นของตัวเอง ตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องรอ “ใบสั่ง”

นี่คือทางรอดเดียวที่จะทำให้เพื่อไทยก้าวพ้นจากวิกฤตอันดับสามกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง หากยังห่วงอำนาจ บารมีที่โรยรานี้จะทำลายทุกอย่างที่สร้างมาตลอด 20 ปีจนยับเยิน เพราะโลกการเมืองปัจจุบันไม่มีที่ว่างให้คนที่ปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

รมว.พลังงาน ประสาน 4 หน่วยงาน ผ่อนปรนเวลาวิ่ง รถบรรทุกน้ำมัน เพิ่มเที่ยวขนส่ง

รมว.พลังงาน ประสาน 4 หน่วยงาน ผ่อนปรนเวลาวิ่ง รถบรรทุกน้ำมัน เพิ่มเที่ยวขนส่ง

รมว.พลังงาน ประสาน 4 หน่วยงาน ผ่อนปรนเวลาวิ่ง รถบรรทุกน้ำมัน เพิ่มเที่ยวขนส่ง

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

“รมว.พลังงาน”ขอความร่วมมือ 4 หน่วยงาน ผ่อนปรนเวลา”รถบรรทุกน้ำมัน”เพิ่มเที่ยวขนส่ง ยันน้ำมันพอถึง 100 วัน เผยโรงกลั่น-ผู้ค้าร่วมมือ รอ ศบก.เคาะตรึงราคา

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการพิจารณาแนวทางตรึงราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ ว่า จะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) รวมถึงการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยอุดหนุน ส่วนจะตรึงไปอีกกี่วันและเรื่องอื่นต้องหารือในที่ประชุมก่อน โดยกระทรวงพลังงานได้เชิญผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ผู้ค้าน้ำมัน หารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ขอย้ำว่าปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศยังมีเพียงพอถึง 100 วัน และยังดูน้ำมันจากแหล่งอื่น ทั้งจากอเมริกา แอฟริกา

นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่เกิดน้ำมันขาดแคลนบางช่วงเวลา เกิดมาจากการขนส่ง ซึ่งน้ำมันเป็นสินค้าควบคุมและเรื่องของความปลอดภัย รถที่ใช้ขนส่งต้องมีลักษณะเฉพาะ แต่เมื่อประชาชนแตกตื่นไปเติมน้ำมัน ส่งผลให้ยอดขายเพิ่ม 2 เท่า ทำให้เกิดปัญหาจัดส่งน้ำมันไม่ทัน ในเรื่องนี้โรงกลั่นให้ความร่วมมือเดินเครื่อง 100 เปอร์เซ็นต์ หากทำได้มากกว่านั้นก็ขอความร่วมมือให้ทำเพิ่ม ส่วนผู้ค้าน้ำมันให้เปิดเดินงานกระจายน้ำมัน 24 ชั่วโมง ไปยังสถานีบริการเป็นเวลา 7 วัน สำหรับปัญหาเรื่องรถขนส่งที่ติดขัดเรื่องการจำกัดเวลาวิ่งรถ กระทรวงพลังงาน ได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าฯ กทม. ผ่อนปรนเฉพาะรถบรรทุกน้ำมัน เรื่องช่วงเวลาในการวิ่งในบางพื้นที่ เพื่อไปเติมน้ำมันจากคลัง เพื่อสามารถกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการต่างๆ ได้ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตัวแทนผู้ประกอบการน้ำมันบางรายร้องเรียนว่าถูกลดโควตาลงเหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ นายอรรถพล กล่าวว่า 50 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าเป็นตัวเลขจากยอดที่สูงมากกว่าปกติ ขอยืนยันว่าการจ่ายน้ำมันของผู้ค้า ไม่ได้ต่ำกว่ายอดปกติ ก่อนที่จะเกิดความแตกตื่นและแห่เติมน้ำมัน เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ก็อาจจะเพิ่มให้แต่อาจไม่ได้ตามที่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันต้องการ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องของเที่ยวรถบรรทุกน้ำมัน

“ยืนยันว่าต้นทางมีน้ำมัน โรงกลั่นพยายามกลั่นออกมา เพิ่มเพื่อจ่ายไปที่คลัง แต่ติดตรงที่คลังของผู้ค้าน้ำมัน รถที่จะรับจากคลังมาไม่ทัน เพราะเที่ยววิ่งไม่ทัน กรณีรถที่วิ่งไปต่างจังหวัดใช้ระยะทางเท่าเดิม ในขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 2 – 3 เท่า รถจึงวิ่งไปส่งไม่ทัน จึงทำให้บางปั๊มไม่มีน้ำมันในบางช่วงเวลา ซึ่งกำลังแก้ปัญหาตรงนี้อยู่ เพื่อให้เพื่อนเที่ยวในการขนส่งน้ำมันเพิ่มมากขึ้น” นายอรรถพล กล่าว

เมื่อถามว่า เงินกองทุนน้ำมันจะสามารถใช้อุดหนุนได้นานแค่ไหน นายอรรถพล กล่าวว่า ยังใช้ตัวเลขเดิมที่เคยติดลบกว่าแสนล้าน และเงินในกองทุนอยู่ในแดนลบแต่ยังไม่ถึงแสนล้านบาท โดยจะหารือในที่ประชุม ศบก.ว่าจะตรึงราคาอย่างไร ย้ำว่าจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันช่วยบริหารจัดการได้อยู่

สั่งเช็กบิลพวกกักตุน! ปลัดพลังงาน ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน

สั่งเช็กบิลพวกกักตุน! ปลัดพลังงาน ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน

สั่งเช็กบิลพวกกักตุน! ปลัดพลังงาน ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนในการตรึงราคาน้ำมัน ว่า ต้องรอที่ประชุม ครม. ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีมาตรการอย่างไร นายประเสริฐ กล่าวว่า อาจจะต้องผสมไบโอเพิ่ม ซึ่งต้องเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ขณะเดียวกัน ต้องเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน เวิร์คฟอร์มโฮม ต้องขอความร่วมมือจากภาคเอกชน รวมถึงส่วนราชการช่วยประหยัดน้ำมัน เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสภาพที่ร้ายแรงเกินไป

เมื่อถามถึงการจัดหาน้ำมันสำรอง นายประเสริฐ กล่าวว่า ตอนนี้ ปตท.และโรงกลั่น สามารถจัดหาได้เรื่อยๆ เห็นได้จากตัวเลขกรมธุรกิจพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม จาก 90 วัน เป็น 95 วัน สะท้อนว่ามีการจัดหาได้มากขึ้น ขณะที่ในต่างประเทศก็มีการส่งให้เรา

เมื่อถามว่า กรณีที่รัฐบาลยืนยันว่าน้ำมันเพียงพอ แต่ปั๊มน้ำมันกลับติดป้ายว่าน้ำมันหมด นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาหลักคือเรื่องการขนส่งและการบริหารจัดการ ซึ่งจะเห็นตัวเลขคนไปเติมน้ำมันมากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของการขนส่งน้ำมันไม่ทัน ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งท้องถิ่น ขนส่ง คมนาคม กทม. เพื่อผ่อนผันเรื่องเวลาการขนส่ง เพราะบางครั้งวิ่งรถได้เฉพาะแค่กลางคืน รวมถึงมีระยะเวลาการวิ่ง ซึ่งคงจะหารือใน ครม. ต้องยอมรับว่า อาจจะเกิดจากตนเอง ทีมงาน หรือ ปตท.ที่อาจจะสื่อสารไม่ชัดเจนจนเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้มีความตื่นตระหนกมาเติมน้ำมันกันเยอะขึ้นมากกว่าปกติ ยืนยันว่า กระบวนการขนส่งเดินหน้าเต็มที่ 100% ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน โดยจะมีน้ำมันเข้ามาเสริมตลอด ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานได้เข้าไปตรวจที่คลังก็พบว่าปกติ มีปริมาณสำรองตามกฏหมาย ตอนที่แต่ตอนที่ขนส่งออกมา จำนวนรถที่เคยเพียงพออาจจะไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดการขาดแคลน แต่ตอนนี้ได้บอกกับทางขนส่งแล้วให้เพิ่มรถ พร้อมเพิ่มการขนส่งทางท่ออย่างเต็มที่ เพื่อให้ไปถึงประชาชนมากที่สุด

เมื่อถามถึงเรื่องการกักตุน ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ต้องใช้กฎหมายที่มีอยู่กดดัน เพราะกระบวนการแบบนี้ทำให้ขนส่งเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ โดยจะไปตรวจสอบดูว่าการกักตุนเกิดจากผู้ประกอบการ หรือ ผู้บริโภค ใครกักตุนนั้นผิดกฎหมาย เพราะเป็นสินค้าควบคุม เอามาขายเกินราคาก็ผิดกฎหมาย และเป็นสิ่งที่อันตราย ต้องระมัดระวัง หากจับได้ก็ต้องเอามาเป็นตัวอย่าง จะใช้กฎหมายขั้นสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า กองทุนน้ำมันจะอุ้มราคาน้ำมันได้นานแค่ไหน นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้กองทุนติดลบค่อนข้างมาก ประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท แต่ที่ผ่านมาเคยติดลบ 100,000 ล้าทบาท อาจจะมีการกู้ ซึ่งอาจจะมีภาษีสรรพสามิตตามมา คิดว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการ ไม่มีทางให้ราคาขึ้นไปตามตลาดโลก

เมื่อถามอีกว่า การกู้เงินจะเป็นรูปแบบการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ตอนนี้เตรียมไว้หมดแล้ว หากสามารถกู้ได้โดยไม่ต้องค้ำประกัน ก็ไม่ต้องออก พ.ร.ก.แต่ดูแล้วอาจจะต้องออก พ.ร.ก. ส่วนตัวเงินที่จะกู้คาดว่าเป็นตัวเงินเดิมประมาณแสนล้านบาท ซึ่งต้องหารือ และได้รับการอนุมัติจาก ครม. และต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภา ซึ่งต้องรอรัฐบาลใหม่ก่อน

การันตี ยา-เวชภัณฑ์ เพียงพอ! รมว.สธ.ชี้ น้ำมันรถฉุกเฉิน ยังปกติ ไม่ต้องสำรอง

การันตี ยา-เวชภัณฑ์ เพียงพอ! รมว.สธ.ชี้ น้ำมันรถฉุกเฉิน ยังปกติ ไม่ต้องสำรอง

การันตี ยา-เวชภัณฑ์ เพียงพอ! รมว.สธ.ชี้ น้ำมันรถฉุกเฉิน ยังปกติ ไม่ต้องสำรอง

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.52 น.

“รมว.สาธารณสุข”ยัน มีสต๊อกยา-เวชภัณฑ์ เพียงพอ รับวิกฤตสู้รบตะวันออกกลางทำต้นทุนขนส่งเพิ่ม ย้ำซื้อจากสหรัฐฯ-จีน ชี้ยังไม่ต้องสำรองน้ำมันสำหรับรถฉุกเฉิน พร้อมสั่งการให้ทุก รพ.เตรียมพร้อมไม่ให้ติดขัด

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบด้านการแพทย์หรือไม่ ว่า ได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลไปตรวจสอบ สต๊อกของยา และแหล่งจัดหายาว่ามาจากที่ใดบ้าง ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่า ยังมียาเพียงพอในสต๊อกหลายเดือน เนื่องจากไทยซื้อยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน ไม่ได้ซื้อยาจากประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้ประมาท เพราะคาดการณ์ว่า ด้วยการขนส่งที่อาจจะล่าช้า และต้นทุนการขนส่งที่อาจจะเพิ่มขึ้น อาจจะทำให้ราคายามีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ปล่อยประละเลย มีการประสานกับภาคเอกชน และโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการยา และเวชภัณฑ์ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า รถฉุกเฉินของโรงพยาบาล พบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำมันหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ยังอยู่ในภาวะปกติ และได้สั่งการให้โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมเรื่องการอพยพ การออกตรวจผู้ป่วยให้ไม่ติดขัด เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีการประสานขอสำรองน้ำมันสำหรับรถฉุกเฉินหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี

15วันผ่านเริ่มขาดมือ ‘สว.นรเศรษฐ์’ บี้ถาม ‘นายกฯ’ น้ำมันสำรองมีใช้เป็นเดือนไปไหนหมด

15วันผ่านเริ่มขาดมือ ‘สว.นรเศรษฐ์’ บี้ถาม ‘นายกฯ’ น้ำมันสำรองมีใช้เป็นเดือนไปไหนหมด

15วันผ่านเริ่มขาดมือ ‘สว.นรเศรษฐ์’ บี้ถาม ‘นายกฯ’ น้ำมันสำรองมีใช้เป็นเดือนไปไหนหมด

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

15วันผ่านเริ่มขาดมือ ‘สว.นรเศรษฐ์’ บี้ถาม ‘นายกฯ-รัฐบาล’ น้ำมันสำรองที่อ้างว่ามีใช้เป็นเดือนหายไปไหนหมด ข้องใจใครได้ประโยชน์จากวิกฤตนี้ จี้7ข้อแจงด่วนก่อนสังคมลุกเป็นไฟ เตือน หวั่นหากยังเป็นแบบนี้ จะลามกระทบถึงช่วง ‘เทศกาลสงกรานต์’ 

17 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แถลงถึงสถานการณ์น้ำมันของประเทศ และความชัดเจนเรื่องสต๊อกน้ำมัน การบริหารจัดการน้ำมัน และการสื่อสารกับประชาชนในภาวะวิกฤตว่า จากสถานการณวิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ประชาชนจำนวนมากเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเพียงพอของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ เห็นได้จากการที่ประชาชนออกไปต่อแถวเติมน้ำมัน รวมถึงสถานการณ์ที่ปั๊มน้ำมันหลายแห่งจำกัดการเติมน้ำมันหรือกระทั่งไม่ มีน้ำมันให้ประชาชนเติม รวมถึงความไม่ชัดเจนของข้อมูลที่ฝ่ายบริหารและหน่วยงานภาครัฐสื่อสารออกมา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ควรเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันความตื่นตระหนกของประชาชน 

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรตอบคำถามให้ชัดเจนคือ 1.ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่จริงเท่าใดกันแน่ ระหว่างตัวเลขที่มีการกล่าวถึงว่า 60 วัน 90 วัน หรือ 100 วันกันแน่และตัวเลขดังกล่าวนับรวมสต๊อกของใครบ้าง ทั้งสต๊อกของรัฐ โรงกลั่น และผู้ค้าน้ำมัน 2. หากประเทศไทยมีน้ำมันสำรองในระดับดังกล่าว เหตุใดเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนจึงเกิดสถานการณ์ที่ประชาชนบางพื้นที่เริ่มหาน้ำมันเติมได้ยาก น้ำมันสำรองเหล่านี้อยู่ที่ใด ใครเป็นผู้ถือครอง และสามารถนำออกมาใช้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเร็วเพียงใด 3. ภายหลังการประกาศตรึงราคาน้ำมันเพียง 15 วัน รัฐบาลมมีมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อป้องกันการกักตุน การชะลอการจำหน่าย หรือการเก็งกำไรของผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต 4. กลไกการตัดสินใจในการปล่อยน้ำมันสำรองของประเทศคืออะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ และ มีเงื่อนไขใดที่ทำให้รัฐต้องใช้สต๊อกสำรองเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาด
 
นายนรเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า 5. สถานการณ์การนำเข้าน้ำมันของประเทศไทยในขณะนี้ยังเป็นไปตามปกติหรือไม่ มีข้อจำกัดด้าน เส้นทางขนส่งหรือกำลังการผลิตของโรงกลั่นที่ทำให้เกิดความตึงตัวของอุปทานหรือไม่ 6. หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 15 วัน หรือเกิน 1 เดือน รัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไร ทั้งในด้านการ บริหารสต๊อกน้ำมัน การจัดลำดับความสำคัญของการใชน้ำมัน และมาตรการดูแลผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน 7.สถานะปัจจุบันของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอย่างไร ยังมีศักยภาพเพียงพอที่จะดูแลเสถียรภาพ ราคาพลังงานได้อีกนานเพียงใดในภาวะวิกฤต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความชัดเจนของข้อมูลและความโปร่งใสในการสื่อสารของรัฐบาล เพราะหาก ประชาชนไม่มั่นใจในข้อมูลที่ได้รับ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดความตื่นตระหนก การกักตุน หรือความเข้าใจผิดในสังคม และหลายครั้งที่มีวิกฤตเช่นนี้ เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา คนที่มักเจ็บตัวคือประะชาชน คนที่ลอยตัวและหลายครั้งได้ประโยชน์กลับเป็นกลุ่มทุนที่หลายครั้งพอผ่านพ้นวิกฤตไปก็ประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นสถิติจากการกักตุนทำกำไร บนภาวะยากลำบากของประชาชน 

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำมันของประเทศอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสาร ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมั่นใจและมีข้อมูลที่ถูกต้อง” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนได้รับเรื่องเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงานจากประชาชนส่งข้อมูลมาให้ เช่น ไม่สามารถหาปั๊มเติมน้ำมันได้ หรือการจำกัดในการเติม แต่เห็นว่าสถานการณ์หากเป็นเช่นนี้ต่อไป หากไม่ทราบกระบวนการการบริหารสต๊อกน้ำมัน คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเรื่องการเดินทางหรือราคาสินค้ากระทบต่อประชาชนที่เดินทางกลับในช่วงเมษายนนี้

พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน

พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน

พรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา! พิพัฒน์เผยตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท ยันไม่ขาดแคลน

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.33 น.

“พิพัฒน์”รับพรุ่งนี้ขึ้นเบนซิน-ดีเซล อั้นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เผย”กองทุนน้ำมัน”ติดลบหมื่นล้าน กู้ได้แค่ 4 หมื่นล้าน รอมีรัฐบาลใหม่คลังเซ็นค้ำประกัน ยันหากสุดวิสัยทำเรื่องขอ กกต.กรณีพิเศษ ยันน้ำมันไม่ขาด มีนอกอ่าวอีก รอดีลน้ำมันรัสเซีย

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ปัญหาพลังงานโดยเฉพาะการพยุงราคาน้ำมันดีเซล ว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องหารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็ขอให้ทางกระทรวงพลังงานยืนยันว่า เรายังมีน้ำมันใช้อยู่จริงหรือไม่ เพราะเห็นบางปั๊มก็ปิด ซึ่งทางกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า เรายังมีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 96 วัน ตัวเลข ณ วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่บางปั๊มน้ำมันหมด เนื่องจากการขนส่งไม่ทัน รวมถึงปั้มหลอด หรือปั้มขนาดเล็กที่ไม่มีบริษัทแม่ รวมกันแล้วมี 20,000 แห่งน้ำมันหมด ประชาชนจึงแห่มาเติมปั๊มน้ำมันในเมืองจนเป็นภาพอย่างที่เห็น หรือปั๊มบางแห่ง อาจจะขาดน้ำมันเพียงแค่บางตัวเท่านั้น ไม่ใช่ขาดทั้งหมด โดยแนวทางแก้ปัญหาตรงนี้จะมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ในวันเดียวกันนี้ ว่ามาตรการต่อจากนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อถามถึงมาตรการตรึงราคาน้ำมัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราจะมีการประชุมเย็นวันเดียวกันนี้ ซึ่งแน่นอนบอกได้เลยว่า ในวันที่ 18 มี.ค.เราจะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ซึ่งราคาน้ำมันเบนซินมีการขยับราคามาแล้ว ตั้งแต่ 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนน้ำมันดีเซลจะขยับราคาตั้งแต่เช้าวันที่ 18 มี.ค.นี้ แต่จะขยับกี่สตางค์นั้น โดยจะมีการอั้นราคาไว้ไม่เกินประมาณ 33 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ จะมีการปรับสูตร โดยเราจะมีน้ำมัน E 10 E 20 และ E 85 ซึ่งก็คงเห็นโครงสร้างราคาอยู่แล้วว่าน้ำมัน E 10 ราคาจะสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ในการผสมน้ำมัน B 100 เราจะมีน้ำมันดีเซล B 7 , B 10 และ B 20 ซึ่งโครงสร้างราคาจะคล้ายกันกับน้ำมันเบนซิน ซึ่งในส่วนของน้ำมันดีเซล B 20 เราต้องมานั่งดูว่าราคาต้องลบจากราคาน้ำมัน B 7 กี่บาท ดังนั้น เมื่อโครงสร้างเป็นแบบนี้น้ำมัน B 20 เราอาจจะส่งให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง รวมถึงภาคการเกษตรตรงนี้ถือเป็นการช่วยภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเราประมาณการว่าน้ำมัน B 20 ต้องลบจากน้ำมัน B 7 ประมาณ 4 – 5 บาท ซึ่งจะสรุปในที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในเย็นวันเดียวกันนี้

เมื่อถามต่อว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมันจะต้องมีการกู้เงินหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แน่นอนว่ากองทุนน้ำมันปัจจุบันเราติดลบ 12,000 กว่าล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีการพูดคุยกันเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่าoมา โดยนายกฯ ร่วมประชุมด้วยว่า กองทุนน้ำมันจะใช้เกิน 40,000 ล้านบาทไม่ได้ เราจะต้องหาวิธีการแก้ ถ้าสมมุติว่า นายอนุทินได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ หลังจากนั้นรอโปรดเกล้าฯ และนำเสนอรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ และมีการตรวจสอบประวัติก่อนนำขึ้นทุนเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ ขั้นตอนจากนั้นจะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฎิบัติหน้าที่ และ ครม.นโยบายต่อรัฐสภา ครม.ชุดใหม่ จึงจะทำงานได้ ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถเซ็นค้ำประกัน เนื่องจากการกู้เงินในขณะนี้เท่าที่พูดคุยกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน เราคงอั้นได้แค่ประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน แต่ถ้ารัฐบาลใหม่มาไม่ทันจริงๆ รัฐบาลชุดปัจจุบัน คงจะต้องทำเรื่องไปขอกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นกรณีพิเศษ ถือเป็นกระบวนการที่สุดวิสัยจริงๆ ถ้าไม่ทัน

“ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ขณะนี้เรายังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เซ็นสัญญาต่อเรียบร้อยแล้ว และพยายามหาจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติม รวมถึงการเจรจากับประเทศรัสเซียด้วย” นายพิพัฒน์ กล่าว

จับตา ครม.อนุทิน 2 เลขาฯ ครม.เผยยังไม่ถึงขั้นตอนส่งรายชื่อ รมต.

จับตา ครม.อนุทิน 2 เลขาฯ ครม.เผยยังไม่ถึงขั้นตอนส่งรายชื่อ รมต.

จับตา ครม.อนุทิน 2 เลขาฯ ครม.เผยยังไม่ถึงขั้นตอนส่งรายชื่อ รมต.

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.28 น.

“เลขาฯครม.”ยันตอนนี้ยังไม่มีการส่งชื่อ รมต. เหตุสภาฯยังไม่ได้โหวตนายกฯ ย้ำขั้นตอนตรวจคุณสมบัติตามเดิม เผยแม้มีเรื่องอยู่ในชั้น ป.ป.ช.ไม่ได้หมายความว่าเป็นไม่ได้ กันถูกกลั่นแกล้ง

17 มีนาคม 2569 นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลอนุทิน 2 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการส่งชื่อทั้งสิ้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบนั้นยังคงเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า หากมีชื่อถูกร้องเรียนอยู่ในองค์กรอิสระ จะเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางณัฐฎ์จารี กล่าวว่า ต้องดูทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่า หากอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ เลขาธิการ ครม.กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นว่า เขายังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดจากการร้องเรียน เพื่อกลั่นแกล้งกัน เพราะฉะนั้นต้องดูให้รอบคอบ ไม่ใช่ว่ามีเรื่องร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช.แล้วเป็นไม่ได้เลย มันก็ไม่ใช่

อุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง! เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน

อุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง! เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน

อุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง! เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.22 น.

เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม.ถกวางหลักการดูแลราคาพลังงาน รับอุ้มได้แค่ระดับหนึ่ง ตอนนี้ทุกประเทศราคาพุ่งหมด

17 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการด้านพลังงาน ว่า เข้าใจว่าทาง ครม.น่าจะมีมติวางหลักการในการที่จะช่วยดูแลราคาพลังงาน ว่าจะช่วยดูอะไรกันอย่างไรบ้าง ส่วนที่มีการร้องเรียนกันอยู่ว่าน้ำมันไม่มีนั้น ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ได้มีการหารือกัน ซึ่ง รมว.พลังงาน ยังยืนยันว่าน้ำมันยังไม่ขาดแคลน ส่วนที่มีปัญหาคือในเรื่องของโลจิสติกส์ ตอนนี้เกิดปัญหาว่าประชาชนตกใจ เลยเข้าไปเติมน้ำมันกันเยอะ ทำให้การใช้ปริมาณน้ำมันต่อวัน แทนที่จะปกติมันเลยกลายเป็นเพิ่มขึ้นสองเท่าต่อวัน รถที่ไปส่งน้ำมันเลยขาด จึงหารือกันว่าทำอย่างไรจะให้รถน้ำมันวิ่งได้ตลอด เพราะเดิมรถน้ำมันจะวิ่งได้เฉพาะช่วงเวลาที่จำกัด

นายปกรณ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องการดูแลราคาน้ำมันนายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงพลังงาน ไปดูแลว่าจะปรับอะไรอย่างไรได้บ้าง ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่สถานการณ์ปกติ และเป็นอย่างนี้ทุกประเทศ รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด ว่าจะดูแลอะไรอย่างไร หลายประเทศก็มีปัญหาและหลายประเทศมีปัญหายิ่งกว่าเราอีก มีการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันไปแล้ว ส่วนของเราพยายามดูแลกันอย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังดูแลได้ แต่ทั้งนี้ ในการดูแลเรื่องระดับราคาก็ต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการนำมาอุดหนุนพลังงาน ในช่วงระยะเวลาต่างๆ นี้มันก็ค่อนข้างเยอะ ซึ่งเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วอย่างในช่วงที่เกิดโควิดหรือในช่วงที่เกิดสงครามยูเครน ซัพพลายก็ขึ้นราคาไปเยอะ เราอุดหนุนกันไปจนติดลบเป็นแสนล้าน ตอนนั้นก็น่ากลัวอยู่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ถูกต้องก็คืออาจจะต้องปรับตัวโดยการขอความร่วมมือจากประชาชนด้วยในสถานการณ์เช่นนี้ให้มาช่วยกันประหยัดพลังงาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานสักนิดนึง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรึงราคาน้ำมันต่อหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องตรึงราคา รมว.พลังงานคงจะเป็นผู้ชี้แจง เพราะนายกฯมอบหมายให้ไปดูในรายละเอียด ส่วนเรื่องราคาสินค้าบริการอะไรต่างๆ นายกฯเป็นกังวล ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงานร่วมกันไปดูไม่ให้เกิดกรณีสินค้าขาดแคลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าควบคุม ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการจัดทีมลงไปร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าทีม

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป จะถึงขั้นต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ทำเต็มที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเรื่องของการอุ้มราคาจริงๆ แล้วมันเป็นการแทรกแซงตลาดอย่างหนึ่ง ถ้าถามว่ามันถูกหรือไม่ มันไม่ควรจะเยอะขนาดนั้น ถ้าอุ้มก็อุ้ม ก็ดูแลได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะถ้าดูแลทั้งหมดไม่มีที่ไหนในโลกทำได้ ทุกประเทศราคาขึ้นหมด แม้กระทั่งมาเลเซียเองที่เราคิดว่าราคาน้ำมันถูกตอนนี้ก็ไม่ได้ถูกกว่าเราแล้ว

อรรถวิชช์ บี้รัฐหยุดวงจร ดีเซล 2 ราคา งัดกฎหมายปี 16 ชนโรงกลั่น-รีดภาษีลาภลอย

อรรถวิชช์ บี้รัฐหยุดวงจร ดีเซล 2 ราคา งัดกฎหมายปี 16 ชนโรงกลั่น-รีดภาษีลาภลอย

อรรถวิชช์ บี้รัฐหยุดวงจร ดีเซล 2 ราคา งัดกฎหมายปี 16 ชนโรงกลั่น-รีดภาษีลาภลอย

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.26 น.

17 มีนาคม 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์คลิปวีดีโอ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “หยุดวงจร “ดีเซล 2 ราคา” ต้นเหตุน้ำมันขาดแคลน รัฐบาลต้องกล้าชนโรงกลั่น ใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ตรึงราคาน้ำมันทันที พร้อมเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) เก็บส่วนต่างโรงกลั่นที่กำไรเกินควร!”

ตรรกะเจี๊ยบ! เลิกข้าวฟรี ลดผู้ช่วย=สกัดสส.น้ำดีเข้าสภา

ตรรกะเจี๊ยบ! เลิกข้าวฟรี ลดผู้ช่วย=สกัดสส.น้ำดีเข้าสภา

ตรรกะเจี๊ยบ! เลิกข้าวฟรี ลดผู้ช่วย=สกัดสส.น้ำดีเข้าสภา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ระบุว่า 

การเสนอตัดงบอาหาร สวัสดิการบำนาญสส. ลดผู้ช่วยสส.จนเหี้ยนฟังดูดี เหมือนเป็นการปราบ/กดนักการเมืองที่เป็นอาชีพที่สังคมมีอคติอยู่แล้ว ได้ความสะใจกองเชียร์
.
แต่ความจริงถ้าอยากได้นักการเมืองน้ำดีมาไล่น้ำเน่าที่นั่งอยู่เต็มสภา นี่คือข้อเสนอที่เต็มไปด้วยอคติ และไม่เข้าใจความเป็นจริงของอาชีพนักการเมืองเลย 
.
ปรับลดในบางส่วนได้ เช่น ลดค่าอาหารให้สมเหตุสมผล 
.
แต่ยังควรมีให้ไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งหมด เพราะถ้าให้ไปต่อคิวหาซื้ออาหารทานเองก็เสียเวลาในการประชุมเพราะการประชุมสภาไม่มีการพักกลางวัน 
.
หลายครั้งประชุมถึงดึกดื่นเที่ยงคืน หรือข้ามคืน จะไปหาซื้อรับประทานจากไหน
.
เรื่องนี้ไปหาความลงตัวกันในกมธ.กิจการสภา แต่ไม่ใช่ตัดแบบเอาซีน เอามัน สะใจ
.
เงินเดือนสส. 1 แสนเศษ หักภาษี หักเงินเข้ากองทุนอะไรต่าง ๆ เหลือเข้าบัญชีสุทธิ 9 หมื่นกว่าบาท
.
เฉลี่ยวันละ 3 พันนิด ๆ ไม่ถือว่ามาก จะลองชำแหละให้ฟังคร่าว ๆ
.
ประสบการณ์ส่วนตัว ค่าพวงหรีดดอกไม้สดพวงละพันกว่าบาท (1,200-1,500)
.
วันไหนวางหรีดงานศพเกิน 2 งานก็หมดแล้ว 
.
ไม่นับงานบวช งานแต่ง งานบุญ กฐินผ้าป่า แม้จะเลือกไปเฉพาะงานที่จำเป็นก็เยอะแล้ว
.
เงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้า เช่น งานสงเคราะห์ค่ารถค่าราผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยต่าง ๆ 
.
สปอนเซ่อร์งานวันเด็ก ทีมกีฬา ตามที่ขอมา
.
ค่าใช้จ่ายร่วมกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ที่มากกว่าอาชีพอื่นโดยเฉลี่ยแน่นอน 
.
สส.พรรคส้ม ยังมีการแบ่งเงินไปบริจาคเงินช่วยเหลือพรรคด้วย
▪︎อาชีพนักการเมืองไม่ใช่อาชีพมั่นคง
▪︎แม้แต่ธนาคารยังไม่กล้าปล่อยกู้ซื้อบ้านซื้อรถ
▪︎ไม่มีโบนัส แต่ภาษีสังคมสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ โดยเฉลี่ย
▪︎มีวาระแค่ 4 ปี (ตามสถิติเกือบครึ่งสภาไม่ได้ไปต่อในการเลือกตั้งครั้งถัดไป)
▪︎เมื่อหมดวาระ การกลับไปเริ่มต้นชีวิตเดิมที่เคยละทิ้งมาก็ไม่ง่าย กลับไปต่อไม่ติด 
.
ถ้าจะตัดทุกอย่างแบบดูเท่ ตัดให้สะใจกองเชียร์ คนธรรมดาก็อยู่ไม่ได้ ไปเพ่งเล็งคนขาดลามาสาย โดดประชุมสภาดีกว่า

คนหนุ่มสาวที่มีไฟ มีอุดมการณ์ แต่ไม่มีทุนรอน จะไม่กล้าเสี่ยงทิ้งอาชีพมั่นคงมาทำการเมือง
.
สุดท้ายสภาจะเหลือใคร ?
.
ที่เหลือจะไม่ใช่คนธรรมดาที่อยากเปลี่ยนประเทศ
.
แต่จะเหลือแต่คนที่มีเงิน มีอำนาจ หรือเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง
.
ถ้าอยากไล่นักการเมืองน้ำเน่าออกจากสภา
.
อย่าทำให้ “ส.ส.น้ำดี” เข้ามาไม่ได้ตั้งแต่แรก