แย้งDSI‘เขากระโดง’ ปปช.โยนฟ้องกันเอง

แย้งDSI‘เขากระโดง’ ปปช.โยนฟ้องกันเอง

แย้งDSI‘เขากระโดง’ ปปช.โยนฟ้องกันเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แย้งDSI‘เขากระโดง’ ปปช.โยนฟ้องกันเอง

เลขาฯป.ป.ช.แย้ง DSI ปมที่ดินเขากระโดงโยนข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน “ร.ฟ.ท.-เอกชน-ปชช.”ชี้เป็นเรื่องหน่วยงานรัฐฟ้องศาลเอง ส่วนสอบ “รมว.มหาดไทย-ปลัดมท.-อธิบดีกรมที่ดิน-คณะกรรมการสอบสวน” ปมไม่เพิกถอนโฉนด 2 แปลง ป.ป.ช.จะไต่สวนให้เสร็จโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช.ชี้แจงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีที่ดินเขากระโดง มาให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาดำเนินการว่าปัญหาเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดิน ที่อาจทับที่ หรืออยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และมีโฉนดที่ดินที่มีการครอบครองจำนวนหลายแปลง ที่เป็นปัญหาข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐ คือ การรถไฟแห่งประเทศไทยกับผู้ที่ครอบครองที่ดิน ที่อ้างว่า เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน

โดยข้อเท็จจริงยังเป็นปัญหาเกี่ยวกับอาณาเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท รวมทั้งการออกโฉนดที่ดินในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าทุจริตต่อหน้าที่ การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการป.ป.ช.ซึ่งที่ผ่านมาเป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง และมีการอ้างคำพิพากษาของศาลที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวในปี 2554 คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ไต่สวนความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและมีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดินจำนวน 2 แปลง โดยสำนักงาน ป.ป.ช.จึงได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 กันยายน 2554 แจ้งให้กรมที่ดินพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และเลขที่ 8564 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากมีการออกโฉนดที่ดินทับที่ของการรถไฟ ตามมาตรา 99แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 

โดยปรากฏว่ากรมที่ดินยังไม่ได้เพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวและการรถไฟซึ่งเป็นผู้เสียหายในฐานะเจ้าของที่ดินกลับไม่ใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลงดังกล่าวตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการประชุมครั้งที่ 100/2566 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566 และมีมติให้ดำเนินการไต่สวนอธิบดีกรมที่ดินและผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 ส่งเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณา กรณีที่มีผู้ร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปล่อยให้มีผู้บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาและไม่ฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินต่อศาล ซึ่งรวมถึงโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วย

ทั้งนี้ เรื่องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเรื่องมาให้ป.ป.ช.เป็นเรื่องการกล่าวหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน และคณะกรรมการสอบสวน ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ว่า ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบบริเวณเขากระโดง

สำนักงานป.ป.ช.ยังชี้อีกว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือประชาชน เป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐจะต้องไปดำเนินการใช้สิทธิทางศาลเอง ส่วนเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป.ป.ช.ในการไต่สวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการเร่งรัดไต่สวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว อาจมีข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับที่แถลงมาในวันนี้

‘หนู’เต้นเรียกศบก.ถกด่วน ไล่หาตัวไอ้โม่ง เค้นต้นตอ‘กักตนนํามัน’ ข้องใจส่งลงเรือขายตปท.

‘หนู’เต้นเรียกศบก.ถกด่วน ไล่หาตัวไอ้โม่ง เค้นต้นตอ‘กักตนนํามัน’ ข้องใจส่งลงเรือขายตปท.

‘หนู’เต้นเรียกศบก.ถกด่วน ไล่หาตัวไอ้โม่ง เค้นต้นตอ‘กักตนนํามัน’ ข้องใจส่งลงเรือขายตปท.

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘หนู’เต้นเรียกศบก.ถกด่วน ไล่หาตัวไอ้โม่ง เค้นต้นตอ‘กักตนนํามัน’ ข้องใจส่งลงเรือขายตปท. สิงห์รถบรรทุกฮึ่มหยุดวิ่ง

“พิพัฒน์” เผย นายกฯ เรียก ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องค้าน้ำมัน ถกที่รัฐสภา 19 มี.ค. จ่อแก้ผ้ารายคน หาตัวใครกักตุน บอกทำธุรกิจไม่เสี่ยง ซื้อมาขายไป รับเข้าใจผู้ประกอบการ-โรงกลั่น ข้องใจ ยังมีการส่งน้ำมันลงเรือขายต่างประเทศหรือไม่ วอนเห็นใจเด็กปั๊ม ใครจะด่า ให้มาด่าตน “สิบล้อ” ฮึ่มๆ ขู่หยุดวิ่ง ทุบโต๊ะดีเซลต้องไม่เกิน 30 บาท

เมื่อเวลา 16.08 น. วันที่ 18 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก.แถลงภายหลังหารือร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง ว่า เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันดิบขึ้นสูงน้ำมันดิบที่กลั่นจากโรงกลั่นราคาสูงกว่าหน้าสถานีบริการ กลุ่มเรือประมงก็รับตรงนี้ไม่ได้ เพราะเขาใช้น้ำมันมากกว่าบนฝั่ง จึงทำหนังสือมายังตน ซึ่งเราจะหาทางออกให้เขา เบื้องต้นเราจะเอาน้ำมัน B20 มาให้เขาใช้ก่อน เพราะกลุ่มเรือประมงสามารถใช้น้ำมัน B20 ได้ทุกลำ ต้นทุนถูกกว่าน้ำมัน B7 อยู่ 5 บาท ซึ่งในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ศบก.ที่รัฐสภา โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม และทางกลุ่มสมาคมการประมงฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย คาดว่า น่าจะมีทางออกให้กับหลายฝ่าย

ช่วยเหลือชาวประมง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสมาคมการประมงฯระบุว่า หากราคาน้ำมันยังไม่ลดจะมีการจอดเรือ ที่ขณะนี้เริ่มดําเนินการแล้ว มาตรการที่ออกมาจะสามารถทำให้พวกเขากลับไปทำงานได้หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เขาจอดเรือเขาไม่ได้ประท้วง การจอดเรือของสมาคมประมงฯหมายความว่า เขาออกเรือไปแล้วเขาขาดทุน เขาก็ไม่สามารถที่จะออกได้ เวลานั้นเขาจึงยอมที่จะจอดเรือดีกว่า ตนจึงได้บอกกับพวกเขาว่า มีอะไรให้คุยกัน ดีกว่าจะมาประท้วง มันจะทําให้ชาวบ้านเดือดร้อน จนไม่อยากเห็นภาพการประท้วง มีอะไรก็ส่งตัวแทนมาหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกที่ดี แต่ถ้ามัวแต่ประท้วงปิดถนน ปิดแม่น้ำ ปิดปากอ่าว สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไม่รู้เรื่องรู้ราว

ขายน้ำมันในสต๊อกเก่า

เมื่อถามว่า ที่แหลมฉบัง สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมตัวรถบรรทุกปิดถนน พร้อมเรียกร้องว่า มีการนำน้ำมันสต๊อกเก่าออกมาขายในราคาแพง จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า น้ำมันสต๊อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบัน ตนไม่ได้ตอบแทนโรงกลั่น หรือผู้ประกอบการ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้วันนี้ จะต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เราพูดถึงแฟร์ทูแฟร์ เรามีกติกาของการค้าขาย กติกาการเทรดน้ำมัน ไม่ใช่เอาแต่ได้ ฉะนั้น ตนขอฝากผู้ประกอบการ วันที่เขารับซื้อน้ำมันถูก เขามีกำไร ณ วันนี้ แต่วันหน้าเมื่อสงครามยุติเขาขาดทุนหรือไม่ ฉะนั้นต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่น และผู้ประกอบการ พวกเราคิดบวกลบคูณหารกันได้ทุกคน

“เป็นที่รู้กันว่าผมนั้นมีสถานีบริการน้ำมัน และผมค้าขายน้ำมัน ผมก็ไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเอง เพราะผมไม่มีโรงกลั่น ผมซื้อวันนี้ผมขายวันนี้ อัตราเสี่ยงผมน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นน้ำมันที่ซื้อวันนี้ อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ฉะนั้น ตัวผมเองในฐานะที่เป็นผู้ค้ากับโรงกลั่น อยู่คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะของผมซื้อมาขายไปวันต่อวัน ผมไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด ฝากผู้ประกอบการและผู้ใช้น้ำมัน ขอให้เข้าใจ ไม่มีใครอยากจะมากลั่นแกล้งใคร” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า กรณีผู้ที่ขับรถเข้าไปเติมน้ํามันในปั๊ม แล้วน้ำมันในปั๊มหมด ทุกท่านก็ไปโวยวายใส่น้องๆ ที่ให้บริการ น้องๆ เขาอยากขาย ให้กับทุกท่าน แต่เมื่อน้ํามัน ท่านไปด่าน้องๆ เขาก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ไม่รู้จะไปเอาน้ํามันที่ไหนมาขายให้ท่าน ก็ต้องเห็นใจน้องๆ ที่ให้บริการในสถานีด้วย ยังไงถ้าด่าให้มาด่าที่ตนดีกว่า ตนพร้อมจะรับฟังทุกข้อมูล ทุกคําถาม ทุกคำติชม

หนูเชิญทุกฝ่ายประชุม19มี.ค.

เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการออกมาโวยว่า ถูกตัดโควตาน้ำมันลงไป50% นายพิพัฒน์กล่าวว่า  เรื่องนี้นายกฯได้เชิญทุกฝ่ายมาประชุมในวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งจะเป็นการประชุมซัพพลายเชนทั้งหมดที่เกี่ยวกับพลังงาน นายกฯเรียกมาทุกหน่วยงาน ตั้งแต่โรงกลั่นผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ขนส่ง รวมถึงจ๊อบเบอร์ทั้งหลาย ทุกแผนกทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมัน แล้วเราจะมาแก้ผ้าดูกันทีละคนว่า ใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ในวันที่ 19 มี.ค.จะเป็นการจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่า น้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ช็อต กระทรวงพลังงานบอกว่าไม่ได้ช็อต ปตท.บอกว่า ไม่ได้ช็อต แล้วทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์ถึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้น ใครเท็จก็เชื่อว่าในวันที่ 19 มี.ค. พวกเราคงได้รู้

เมื่อถามอีกว่า ประเด็นนี้ตัวท่านเองก็คาใจใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนเองก็ไม่สบายใจ และคิดไม่ออก เพราะตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ตนไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีทีและยี่ห้ออื่น เราต้องการทำการเปรียบเทียบว่า ในแต่ละบริษัทดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ดีอย่างไร ตนจะมีปั๊มน้ำมันแต่ละยี่ห้อ ซึ่งในแต่ละยี่ห้อนี้ในอดีต ขอยกตัวอย่าง ปั๊ม ก. ได้รับน้ำมันและขายได้อาจจะวันละ 1-1.5 หมื่นลิตรต่อวัน แต่วันนี้ บางยี่ห้อขายให้ปั๊มตนแค่ 4-5 พันลิตรต่อวัน ซึ่งหายไป 1 หมื่นลิตร ต้องถามว่า น้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่า โรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้มันล่องหนได้หรือ ฉะนั้น ต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน ในวันที่ 19 มี.ค.เป็นสิ่งที่นายกฯเชิญผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนมาหารือกัน เพราะต้องการรู้ว่า ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ตนเองก็อยากทราบ เพราะก็โดนนักข่าวถามทุกวันจนเริ่มที่จะตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ตนรู้อะไรมาก็บอกไปหมด

สืบหาใครโกหกกันแน่

เมื่อถามย้ำว่า เป็นเพราะขนส่งหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขนส่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือ ณ หน้าคลังน้ำมัน ไม่มีน้ำมันกลั่นก็แสดงว่า มันเกิดอะไรขึ้น ถ้าอย่างนั้น แสดงว่า โรงกลั่นโกหก เพราะไม่มีน้ำมัน หรือกระทรวงพลังงานโกหก เพราะไม่มีน้ำมันในสต๊อก เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า วันนี้กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ว่า เรามีสต๊อก 101 วัน แต่ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นมาเต็มกำลังการผลิต ไม่ได้ลดการกลั่นในแต่ละวัน เมื่อกลั่นเต็มทุกวันน้ำมันก็ต้องมีขาย ไม่มีขาดเลยสักวันเดียว เพราะวันนี้เรายังมีน้ำมันดิบพอที่จะเอามากลั่น ดังนั้น เมื่อมีน้ำมันพร้อม โรงกลั่นก็กลั่นออกมาพร้อมโรงกลั่นจ่ายน้ำมันให้กับผู้ซื้อตามปกติ ไม่มีการตัดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วพอออกจากโรงกลั่นน้ำมันไปแล้ว น้ำมันมันหายไปไหน

“ต้องถามว่า ส่วนนี้มีใครนำน้ำมันส่งออกทางเรือไปขายประเทศอื่นหรือไม่ นี่ผมตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และผมก็ได้ถามไปทางกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยว่า คุณได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง นี่คือ ปัจจัยหนึ่งที่ผมยังไม่สบายใจว่า สุดท้ายคุณได้ห้ามการส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง”นายพิพัฒน์ กล่าว

หยุดตัดโควต้าน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ม็อบเรียกร้องให้ยุติเรื่องการตัดโควตาน้ำมัน ไม่เช่นนั้นจะยกระดับหยุดเดินรถ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โควตาน้ำมันของใคร ที่ผ่านมาภาครัฐไม่เคยจำกัดโควตาขายน้ำมัน ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า อดีตคุณเคยซื้อน้ำมันอย่างไร วันนี้เมื่อออกจากโรงกลั่นตามปกติ ขอถามว่า ถ้าจำกัดแล้วจะเอาแทงค์ที่ไหนไปเก็บ อย่างไรก็ไม่มีที่เก็บ ในเมื่อกลั่นน้ำมันออกมาทุกๆ วัน ที่เก็บไม่มีแน่นอน เพราะมันโปร่ง เพราะฉะนั้น มันต้องมีการกลั่น เมื่อขายออกมันต้องมีการใช้ ยืนยันรัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตา ฉะนั้น คนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จากบริษัทแม่ลงไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ สิ่งที่นายกฯอยากรู้ในวันที่ 19 มี.ค.คือ ใครคือผู้ที่ซ่อนความจริงเอาไว้

เมื่อถามย้ำว่า สงสัยหรือไม่ว่า โรงกลั่นอาจจะกักน้ำมันเอาไว้ รอให้ราคาขึ้นสูงกว่านี้ ทำให้มีราคาเพิ่มขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องถามว่า โรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ กลั่นมาทุกวันมันไม่มีที่เก็บ เพราะฉะนั้น โรงกลั่นไม่มีสิทธิที่จะกักเหมือนกัน และเชื่อว่า ไม่มีใครที่สามารถกักได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังผลิตเหมือนที่ประกาศออกมา ถ้าตนบอกว่า มีกำลังกลั่นวันหนึ่ง 3 แสนบาร์เรล แต่วันนี้แทงค์ตนยังมีพื้นที่ว่างสำหรับน้ำมันดิบ ตนก็อาจจะกลั่นแค่ 2 แสนบาร์เรล แต่ตนประกาศว่า 3 แสนบาร์เรล นั่นแสดงว่า เก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า พรุ่งนี้ราคาน้ำมันดิบอาจจะร่วงลงมา วันหนึ่ง 20-30 ลิตรใครจะรู้ ดังนั้น ตนยังมีความมั่นใจว่า ไม่มีใครอยากเสี่ยงในการกักตุนที่มองไม่เห็นอนาคต ซึ่งอนาคตไม่มีใครรู้ มันจะสู้รบกันอีกกี่วัน หรือคืนนี้อาจจะประกาศยุติการรบแล้วก็ได้

ทุกอย่างต้องมีทางออก

เมื่อถามว่า มีไอ้โม่งที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังการปั่นราคาน้ำมันใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ไม่ใช่ประเทศไทย เราจะประกาศราคาน้ำมันตลาดโลกได้อย่างไร มันไม่ใช่ ต้องไปถามประเทศที่ทำสงครามว่า ใครได้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เพราะประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้วันละ 7 หมื่นบาร์เรลเท่านั้น

เมื่อถามอีกว่า ที่ตั้งข้อสังเกตคือ การลักลอบทางเรือนำน้ำมันไปขายต่างประเทศใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อันนี้ตนสันนิษฐาน มันมีทางที่ออกไปได้ทางเดียวคือ ทางเรือ ไม่อย่างนั้นถึงอย่างไรประเทศไทยเราไม่มีที่เก็บแน่นอน

สิบล้อฮื่มขู่หยุดวิ่ง

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าคณะกรรมการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ฯ ร่วมประชุมหารือถึงผลกระทบจากราคาพลังงานโลกที่ผันผวน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ภายหลังการหารือ ดร.ทองอยู่ ระบุว่า ที่ประชุมมีมติยื่นข้อเสนอ 4 ข้อต่อรัฐบาล จากเดิมที่เคยยื่นไปแล้วก่อนหน้านี้ 8 ข้อ

ได้แก่ 1.ขอให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วขายปลีกหน้าปั๊ม ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และให้ทุกภาคส่วนมีเวลาปรับตัว

2.ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนในสถานีบริการน้ำมัน และยุติการจำกัดโควตาหรือการจำหน่ายแบบ 2 ราคา 3.บริหารจัดการราคาน้ำมันให้มีเสถียรภาพ โดยกำหนดให้ราคาหน้าโรงกลั่นของผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยแตกต่างกันไม่เกิน 2 บาทต่อลิตร เพื่อความเป็นธรรม และ 4.เร่งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดภายในท่าเรือแหลมฉบัง โดยกำหนดระยะเวลาการเข้า-ออก ของรถบรรทุกไม่เกิน 3–4 ชั่วโมงต่อเที่ยว เพื่อลดต้นทุนและการสูญเสียพลังงาน

หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม อาจมีการยกระดับการเคลื่อนไหวในอนาคต อย่างเช่น “หยุดเดินรถ” เป็นต้น

มีแผนกดดันรัฐบาล

ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ได้เตรียมมาตรการไว้หลายระดับ เพื่อใช้กดดันภาครัฐ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากทั้ง 9 องค์กรภาคีเครือข่าย พร้อมย้ำว่า กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งยัง “ไม่ตัดสินใจปรับขึ้นค่าขนส่ง” ในขณะนี้ และถือเป็นทางเลือกสุดท้าย เพื่อไม่ซ้ำเติมประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม 9 กลุ่ม หลีกเลี่ยงการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา

นอกจากนี้ยังโต้กระแสข่าวกรณีน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ โดยยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากปัญหาการขนส่ง แต่เป็นผลจาก “ระบบโควตา” และพฤติกรรมของโรงกลั่นบางแห่งที่อาจมีการกักตุน เพื่อรอจังหวะราคาปรับขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนเทียมในตลาด

สหพันธ์ฯ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน และกรมธุรกิจพลังงาน ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน พร้อมตรวจสอบโรงกลั่นอย่างจริงจัง และหากพบการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ต้องดำเนินการทันที

เกษตรกรร้องรัฐบาลช่วย

นายสิงห์ชัย เรืองขจร ประธานคณะทำงานผู้ประสานงานสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประจำภาคกลาง นำกลุ่มเกษตรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ถึงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111

โดยกลุ่มเกษตรผู้ได้รับความเดือดร้อน ระบุว่าสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบในภูนิภาคตะวันออกกลาง มีแนวโน้มยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดด้านการขนส่ง และความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยอย่างหลีกเลียงไม่ได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว กระทบต่อเกษตรกรในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เฉพาะเกษตรกรด้านพืชไร่ พืชสวน และประประมงเพาะเลี้ยง ซึ่งต้องประสบกับปัญหาต้นที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อีกทั้งในบางพื้นที่เกษตรกรประสบปัญหาไม่สามารถหาน้ำมันเชื้อเชื้อเพลิงเพียงพอ เพราะข้อจำกัดในการจำหน่ายของสถานีบริการน้ำมัน โดยเกษตรกรมีความจำเป็นต้องจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร หากไม่สามารถจัดหาน้ำได้เพียงพอ จะทำให้การผลิตทางการเกษตรหยุดชะงัก และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรอย่างรุนแรง

ขอซื้อน้ำมันราคาพิเศษ

จึงขอเสนอแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นการเร่งด่วน คือ ให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เกษตรกรเป็นกรณีพิเศษ โดยกำหนดมาตรการให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้แกลลอน เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพภาคเกษตรกรรมได้ ภายใต้หลักเกณฑ์และปริมาณที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ขอให้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์บูรณาการข้อมูลทะเบียนเกษตรกร เพื่อนำมากำหนดมาตรการกำกับดูแลราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในการลดภาระต้นทุนภาคเกษตรกรรม

ภาครัฐวอนประหยัดพลังงาน

นางสาวพัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน แถลงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันประหยัดพลังงานโดยเฉพาะภาคประชาชน เรามีมาตรการส่งเสริมการติดตั้งการติดตั้งโซล่ารูฟท็อปในที่อยู่อาศัย ประชาชนที่มีความประสงค์จะติดตั้งสามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท พร้อมมีมาตรการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง นำมาหักค่าใช้จ่าย 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้ไป โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 นอกจากนี้ในปีนี้เรายังมีการขยายผลเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพิ่มเติม โดยสนับสนุนการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงาน ผ่านโครงการสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนปรับปรุงเครื่องจักร (Co-pay) ส่งเสริมในการปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงในสถานประกอบการ โดยภาครัฐจะสนับสนุน 20% สำหรับโรงงานหรืออาคารควบคุม และ 30% สำหรับโรงงานหรือการควบคุมที่อยู่นอกข่าย โดยวงเงินสูงสุดที่จะขอสนับสนุนได้ 3 ล้านบาทต่อราย

พาณิชย์ยันคุมสินคาได้

ด้านนางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่ากระทรวงได้เตรียมมาตรการรับมือด้านราคา และปริมาณของสินค้า เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจว่า สินค้ามีเพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ราคาก็จะต้องเป็นธรรมกับผู้ซื้อและผู้ผลิต ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ทำงานอย่างต่อเนื่อง ในการกำกับดูแลสินค้าและบริการ โดยพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ติดตามราคาสินค้าและบริการรายวัน เพื่อประเมินสถานการณ์ และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร หรือกักตุนสินค้า

ปุ๋ยยังไม่ขาดแคลน

นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลพี่น้องเกษตรกรกระทรวงพาณิชย์ขอเรียนว่า ขณะนี้มีสต๊อกปุ๋ยในประเทศใช้ได้ถึงเดือนพ.ค. และยังสามารถควบคุมราคาปุ๋ยได้ และอยู่ระหว่างการรอการขนส่งจากตะวันออกกลางมาเสริมสต๊อก รวมทั้งเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน อย่างไรก็ดีกระทรวงพาณิชย์ จะใช้โอกาสนี้สนับสนุนเกษตรกรให้ปรับสูตรปุ๋ยพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าน้อยลง และใช้วัตถุดิบอินทรีย์มากขึ้น นอกจากนี้หากมีการปรับราคา เนื่องจากโครงสร้างราคาได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบที่พึ่งพาการนำเข้า จะมีมาตรการสนับสนุนลดราคาปุ๋ย ขยายขอบเขตของโครงการปุ๋ยธงเขียว ให้ครอบคลุมถึงช่วงที่เกษตรกรมีความต้องการสูง เช่น ฤดูกาลปลูกข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ในช่วงเดือนพ.ค.- ส.ค.

อย่าเพิ่งตำหนิรัฐบาล

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤติน้ำมัน ว่า เราอย่าเพิ่งไปโทษรัฐบาล เพราะไม่ได้มาจากการบริหารผิดพลาดอะไร แต่เกิดจากภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เราเองก็ได้รับผลกระทบ

ย้ำว่า ตนไม่เห็นด้วยที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศว่าจะตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาท เพราะทุกคนทราบดีว่าราคาที่แท้จริงคือประมาณ 50 บาท ถ้ากองทุนน้ำมันอุ้มไว้ถึง 20 บาทและประกาศชัดเจนว่าจะตรึงราคาตายตัว คนก็จะยิ่งกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างนี้ เพราะรู้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันจะยิ่งสูงขึ้น

ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรประกาศว่าจะตรึงราคาตายตัว แต่ควรบอกว่าจะใช้กองทุนน้ำมันประคับประคองให้การปรับขึ้นราคาเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อของแพงขึ้นสะท้อนความเป็นจริง คนก็จะปรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันลดลง และรัฐบาลอาจจะเสริมด้วยมาตรการต่างๆ เช่น ให้สิทธิหย่อนภาษีแก่บริษัทที่มีมาตรการ Work from home เพื่อจูงใจให้ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำมันของประเทศลง รัฐบาลต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตช่วงโควิด แล้วเราจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

พท.เดินหน้าพลังงานสีเขียว

นายยศชนัน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาพลังงาน ทั้งด้านราคาและเรื่องการขาดแคลนว่า สมาชิกพรรคได้ลงพบปะกบประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาล ในระยะยาว เรื่อง Green Energy หรือพลังงานสีเขียว เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มพูดถึง เช่น การลดการใช้น้ำมัน และหันมาใช้พลังงานทดแทนให้มากขึ้น รวมถึงเรื่องปุ๋ย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปรับใช้พลังงานรูปแบบใหม่ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้าง ทั้งด้านการผลิต วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 1–4 ปี

ด้านนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะนำการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงว่า 1 ให้รัฐบาลงดจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และ2 โรงกลั่นจ่ายสมทบเข้ากองทุนน้ำมัน 3 บาทต่อลิตร

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ภาครัฐได้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำหนดมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านพลังงาน และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า การดูแลค่าครองชีพ”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มีนาคม 2569

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มีนาคม 2569

ลึกลับในสนามข่าว : 19 มีนาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

nn…หลังเข้ารับตำแหน่งผู้แทนฯเต็มสมบูรณ์แบบ ก็ลุยงานทันทีทันควัน ตามสโลแกนประจำพรรค“พูดแล้วทำพลัส” โดยสส.สาวสวยแกร่ง “กานต์ -สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ” สส.อุบลราชธานี เขต 7ศรีเมืองใหม่ – โขงเจียม -สิรินธร – พิบูลฯ (ต.ระเว,ต.ทรายมูล) ควงบิดา “ชูวิทย์กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ” ไปตระเวนแจกฟักทองให้ชาวบ้าน สาวเจ้าบอกว่า ป๋ากุ่ย ไปเหมาสวนฟักทอง ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร น้องกานต์ มีหน้าที่ช่วยเอามาแจก ให้พี่น้องในเขต 7 เฮาเริ่มที่ตลาดวันจันทร์ศรีเมืองใหม่ พี่น้องพากันถือฟักทองเลาะตลาดเป็นตาเบิ่งคัก มีความสุข ทุกๆ วัน”….ไม่เพียงเท่านั้น สาวกานต์ก็ประกาศคิวถัดไปทันควัน ฮักแล้ว ฮักเลย .. น้องกานต์ คือเก่าจ้า มื้อแลง 4 โมงแลง ตลาดนิคม 1 อ.สิรินธรจ้า แจกฟรี หวานๆ มันๆ คือคนแจก ฟักทองมาแล้วจ้า…พร้อมติดแฮชแท็ก “แจกตลอดกาล #น้องกานต์ต่อเก่า”….แหมมมม งานนี้ มีพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาลูกเด็กเล็กแดงวัยรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ก็มาตามนัด รับกันไปคนละลูกสองลูก อิ่มอกอิ่มใจ ทั้งคนให้คนรับ บอกแล้ว เขา “พูดแล้วทำพลัส” แต่สำหรับน้องกานต์แล้ว “พูดแล้วทำซูเปอร์พลัส”จ้า….nn

สุดารัตน์

พิทักษ์พรพัลลภ

nn…เช่นเดียวกับ สาวอีฟ – จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล” สส.ศรีสะเกษ เขต 5 อำเภอขุนหาญ อำเภอภูสิงห์ พรรคภูมิใจไทย ที่ฝ่าด่านสมรภูมิเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ 2569 มาได้ จนถึงเวลาเข้าประชุมสภาฯนัดแรกเริ่มทำหน้าที่ผู้แทนฯ เต็มตัว ผู้สื่อข่าวประจำสภาฯแอบเห็นสส.อีฟแต่งกายด้วยเสื้อตัดจากผ้าไทยสีน้ำเงินลวดลายสวยงามมาก เลยถึงบ้างอ้อ เพราะก่อนหน้านี้เห็นเจ้าตัวแวบไปช้อปเสื้อผ้าเตรียมเข้าประชุมสภาฯมื้อแรก โดยเลือกจะใช้ผ้าไทยฝีมือชาวบ้านพื้นถิ่นของจ.ศรีสะเกษ นั่นเอง เป็นร้านค้าในงานเทศกาลดอกลำดวนบาน ประจำปี 2569 ที่สวนสมเด็จฯ เมืองศรีสะเกษช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา…ก็ได้เสื้อชุดดังกล่าว ซึ่งงดงามตามท้องเรื่อง ที่สำคัญนอกจากคำชมเสื้อสวยแล้ว ไม้แขวนอย่างสส.อีฟก็ได้คำชื่นชมจากเอฟซีหลายคนตรงกันมาด้วยว่า “ชุดสวยงามมาก น้องจินณ์ตวรรณเป็นคนรุ่นใหม่ อยากให้เราฉีกแนวเอาความนิยมไทยมาใช้ พยายามใส่ผ้าไทยในวาระสำคัญ เช่น การเข้าประชุมสภาฯ นอกจากจะเสริมปมเด่นให้เราแล้ว ยังจะเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมทอผ้าไทยให้ชาวบ้านมีรายได้อีกด้วย…”…เรียกว่างานนี้สส.อีฟยิ้มแก้มปริ ดูท่ามาถูกทางแล้ว เพราะเห็นติดแฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก#ศรีสะเกษ …การแต่งกายของผู้แทนฯ ก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ทำให้เสื้อผ้า-อาหาร ของชาวบ้านในพื้นที่เป็นที่รู้จักต่อสาธารณะอีกทาง….ยิ่งไปกว่านั้น เป็นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่หันมาแต่งผ้าไทยกันมากขึ้นด้วย…เริ่มเลย…nn

จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล

ทร.เร่งช่วย3ลูกเรือ ลอยลำเข้าอิหร่าน กต.ชี้ยังสู้รบหนัก ให้คนไทยอพยพ

ทร.เร่งช่วย3ลูกเรือ ลอยลำเข้าอิหร่าน กต.ชี้ยังสู้รบหนัก ให้คนไทยอพยพ

ทร.เร่งช่วย3ลูกเรือ ลอยลำเข้าอิหร่าน กต.ชี้ยังสู้รบหนัก ให้คนไทยอพยพ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ทร.เร่งช่วย3ลูกเรือ ลอยลำเข้าอิหร่าน กต.ชี้ยังสู้รบหนัก ให้คนไทยอพยพ

ผบ.ทร.ประสานทัพเรือโอมาน เร่งช่วยลูกเรือ “มยุรี นารี” อีก 3 คน ที่ตกค้าง เผยได้รับข้อมูลเรืออยู่ในน่านน้ำอิหร่าน รอกระทรวงการต่างประเทศ ประสานช่วยเหลือ ด้านศบก.เตือนคนไทยรีบออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมเร่งนำคนไทยกลับประเทศโดยเร็ว ประเมินการสู้รบในตะวันออกกลาง ยังรุนแรงต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการประสานงานช่วยเหลือลูกเรือมยุรี นารี อีก 3 คน หลังจากเรือถูกกองทัพอิหร่าน โจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซว่า มีรายงานครั้งสุดท้าย เมื่อ 2 วันก่อน จากประเทศโอมาน ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพเรือไทย โดยกองทัพเรือ ต้องขอขอบคุณกองทัพเรือโอมาน ที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์ให้ แต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา กองทัพเรือโอมาน รายงานว่าเรือดังกล่าวได้ลอยลำข้ามแดนไปยังน่านน้ำประเทศอิหร่าน ทำให้กองทัพเรือโอมาน ไม่สามารถติดตามได้ หากเรือดังกล่าวลอยกลับมายังเขตน่านน้ำโอมาน กองทัพเรือโอมาน ก็จะติดตามสถานการณ์ให้ทราบ

ผบ.ทร.กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ได้แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ แล้ว ซึ่งได้ขอให้ดำเนินการต่อในการเจรจากับประเทศอิหร่าน และดูลูกเรือไทย ส่วนการแจ้งเตือนของกองทัพเรือ ขณะนี้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว 6 ฉบับ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งกองทัพเรือ จะแจ้งไปยังสมาคมเจ้าของเรือไทย เพื่อแจ้งไปยังลูกข่าย ให้รับทราบว่าตรงจุดใดมีความเสี่ยง ตามที่กองทัพ ได้แจ้งเตือนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงเวลาแรกเมื่อมีความขัดแย้ง ได้แจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยง และเมื่อได้ข้อมูลว่ามีการเตือนเรื่องทุ่นระเบิด มีการแจ้งเตือนอีกครั้ง รวมทั้งมีการแจมระบบหาเรือดาวเทียมให้ได้รับทราบว่าอยู่ในจุดที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งถือเป็นงานปกติที่กองทัพเรือ ดำเนินการอยู่

อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คน ต้องมีการประสานงานไปยังประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น ประเทศโอมาน หรือประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แม้ว่าจะไม่มีเรือไทยอยู่ในน่านน้ำยูเออี ก็ตาม

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่าการสู้รบยังคงขยายวงกว้าง กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้คนไทย พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศคูเวต และรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศจอร์แดน สำหรับการดูแลคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ และการอำนวยความสะดวกให้คนไทยที่เดินทางกลับประเทศ

นายปาณิดลกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการเดินทางออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม มีคนไทย 2 คน ออกจากอิหร่าน ข้ามพรมแดนมายังตุรกี เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทย ในวันที่ 19 มีนาคมนี้ นอกจากนี้ยังกำหนดการอพยพ
คนไทยออกจากอิหร่าน เพิ่มเติม รอบถัดไป ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ดังนั้นขอให้คนไทยในอิหร่าน ติดตามสถานการณ์จากช่องทางของทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับ แจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต โดยเร็ว

นายปาณิดลกล่าวต่อว่า ขณะที่อิสราเอล มีการประเมินว่าสถานการณ์การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะรุนแรงมากขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอล ให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยนอกจากนั้นแล้ว สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง ทุกแห่ง ยังคงอำนวยความสะดวก และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพ พร้อมประสานกับสายการบินให้กับคนไทย ที่ประสงค์จะเดินทางกลับ

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาประเทศไทย หรือไปประเทศที่ 3 แล้วรวมทั้งสิ้น 1,149 คน

ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.25 น.

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาควบคุมพิเศษ ฉบับที่ 58 มีเนื้อหาว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 76 (4) แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 และมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการยา ในการประชุมครั้งที่ 421-5/2567 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (100) ของข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาควบคุมพิเศษ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 “(100) ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด”

ประกาศ ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569

ลงนามโดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

‘อนุทิน’เข้าทำเนียบฯช่วงค่ำ เคลียร์งานช่วงไปต่างประเทศ ย้ำไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน รัฐบาลทำเต็มที่

‘อนุทิน’เข้าทำเนียบฯช่วงค่ำ เคลียร์งานช่วงไปต่างประเทศ ย้ำไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน รัฐบาลทำเต็มที่

‘อนุทิน’เข้าทำเนียบฯช่วงค่ำ เคลียร์งานช่วงไปต่างประเทศ ย้ำไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมัน รัฐบาลทำเต็มที่

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.08 น.

‘อนุทิน’เข้าทำเนียบฯตอนค่ำ เคลียร์งานช่วงไปต่างประเทศ ย้ำ ไม่ต้องกังวลอะไรเรื่องน้ำมัน รัฐบาลทำเต็มที่ ขออย่าเพิ่งคิดว่าใคร หลัง ‘พิพัฒน์’เตรียมจับโกหกคนกักตุนในที่ประชุมพรุ่งนี้

วันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 20.04 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้ามายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.69 โดยนายอนุทิน กล่าวว่า เข้ามาทำเนียบฯเพื่อมาเคลียร์เอกสารที่อยู่เต็มโต๊ะทำงาน ในวันที่ 19 มี.ค. จะเดินทางไปรัฐสภาเพื่อประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 09.00 น.

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่รัฐสภา ในวันที่ 19 มี.ค.เวลา 13.00 น. ว่า จะต้องประชุมทุกวันเรื่องพลังงาน ตนได้ติดตามอยู่ตลอดแม้จะเดินทางไปต่างประเทศ 3 วัน ก็มีการประชุมหารือกันตลอด ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ช่วยกันรัฐบาลก็เต็มที่ แต่ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. ระบุว่า จะจับคนโกหกเรื่องโรงกลั่นน้ำมัน ในการประชุมวันที่ 19 มี.ค. นายกฯ กล่าวว่า ไม่มี อย่าเพิ่งไปคิดว่าใคร ทุกคนก็พยายามที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนน้อยที่สุด มันมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเป็นของที่ต้องนำเข้ามา และมีสถานการณ์ในพื้นที่นั้น แต่จะบริหารจัดการภายในประเทศให้เกิดความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด ตอนนี้ความต้องการเยอะ การใช้ การเติมเยอะ ต้องไปหาวิธีว่า จะทำอย่างไรให้จำนวนน้ำมัน และการนำน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ รวมไปถึงส่วนผสมต่างๆ เพิ่ม สำรองให้มีมากขึ้น

จับตา! อนุทิน เตรียมเสนอชื่อ วันนอร์ นั่งประธานที่ปรึกษานายกฯ

จับตา! อนุทิน เตรียมเสนอชื่อ วันนอร์ นั่งประธานที่ปรึกษานายกฯ

จับตา! อนุทิน เตรียมเสนอชื่อ วันนอร์ นั่งประธานที่ปรึกษานายกฯ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.00 น.

จับตา ’อนุทิน‘เล็งตั้ง ‘วันนอร์’ นั่งที่ปรึกษานายกฯ ส่วนพรรคเล็กจ่อนั่งเก้าอี้ในฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติ

วันที่ 18 มีนาคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในส่วนของพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน 2” คงต้องจับตาไปที่ตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น  ตำแหน่งในส่วนฝ่ายบริหาร  ตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขาธิการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรี เป็นต้น ส่วนตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ ตำแหน่งในกรรมาธิการต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎร

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ และที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกฯ เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานด้านชายแดนภาคใต้และสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ภายหลังจากกระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ปลัด มท.สั่ง ด่วน ให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เร่งสำรวจปั๊ม-ปริมาณน้ำมันย้อนหลัง 7 วัน

ปลัด มท.สั่ง ด่วน ให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เร่งสำรวจปั๊ม-ปริมาณน้ำมันย้อนหลัง 7 วัน

ปลัด มท.สั่ง ด่วน ให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เร่งสำรวจปั๊ม-ปริมาณน้ำมันย้อนหลัง 7 วัน

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.51 น.

’มท.‘ สั่ง ‘ผู้ว่าฯ-นายอำเภอ’ ทั่วประเทศ เร่งสำรวจสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงย้อนหลัง 7 วันถึงปัจจุบัน เพื่อพิจารณาแนวทางกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ภาพรวม

วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการร่วมกับกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ประสานงานกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้รถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถเดินรถผ่านเส้นทางการจราจรในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงไปแล้วนั้น

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสถานการณ์พลังงานเชื้อเพลิงในพื้นที่เกิดความชัดเจน และมีข้อมูลในการบริหารจัดการในภาพรวมของพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยจึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้นายอำเภอทั้ง 878 อำเภอสำรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในท้องที่ที่รับผิดชอบให้ครอบคลุมทุกแห่ง และรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมา โดยรวบรวมและรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยเร่งด่วนภายในวันนี้ เวลา 20.00 น. ครอบคลุม 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เปรียบเทียบกับภาวะปกติ ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด พร้อมระบุเหตุผล 2. ระบุชื่อสถานีบริการน้ำมันและสถานที่ตั้งอย่างชัดเจน 3. ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจำนวนเท่าใด และ 4. พบปัญหาหรืออุปสรรคในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ และได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร 

“ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ในภาพรวม อันเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ตลอดจนการดำเนินธุรกิจของห้างร้านในพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยยังคงติดตามการบริหารจัดการด้านพลังงานเชื้อเพลิงร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบด้านพลังงานเชื้อเพลิง สามารถแจ้งผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ท่านตลกแต่คนไทยไม่ขำ! ‘พี่คนดี’ร่ายกลอน สอนมวย ประธานสภา อย่าเม้นต์เยอะ เงียบไว้เถอะ

ท่านตลกแต่คนไทยไม่ขำ! 'พี่คนดี'ร่ายกลอน สอนมวย ประธานสภา อย่าเม้นต์เยอะ เงียบไว้เถอะ

ท่านตลกแต่คนไทยไม่ขำ! ‘พี่คนดี’ร่ายกลอน สอนมวย ประธานสภา อย่าเม้นต์เยอะ เงียบไว้เถอะ

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.17 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2569 เฟซบุ๊กเพจ ‘P.khondee(พี่คนดี กวีสมัครเล่น)’ ที่มีผู้ติดตามบนมากกว่า 1.4 แสนราย ได้ออกมาโพสต์บทกลอนว่า ตลก

เป็นผู้ใหญ่ แล้วอย่าเผลอ ทำเล่อล่า
ถ้าพูดได้ ถูกเวลา อาจพาผล
ถ้าพูดได้ ผิดเวลา อาจพาจน
ที่พูดเพื่อ ประโยชน์ตน หรือคนไทย

ท่าน “ตลก” แต่คนไทย ไม่ขำด้วย
เรื่องผู้ช่วย เรื่องบำนาญ ไม่ขานไข
เป็นประธาน ไม่วางตัว น่ากลัวใจ
พูดมากไป พาบรรลัย ได้เช่นกัน

ถึงตอนนี้ ใครหนอที่ มีแสงส่อง
เอาคันฉ่อง ส่องดูหนา ใครน่าขัน
แค่นิ่งนิ่ง ไม่ต้องขิง ทุกสิ่งอัน
คงไม่โดน คนกล่าวขวัญ เช่นวันนี้

ท่านประทาน อย่าพูดเล่น อย่าเม้นต์เยอะ
เงียบไว้เถอะ ให้เป็นหลัก เป็นศักดิ์ศรี
ออกหมัดชก กลาย “ตลก” ได้ทันที
ไม่อาจหนี คำของตน น่าจนใจ
พี่คนดี
18/3/2569