ระทึกกลางไมอามี เครนยักษ์ถล่มทับรถ ไฟลุก คนขับ-คนงานเจ็บ 4

ระทึกกลางไมอามี เครนยักษ์ถล่มทับรถ ไฟลุก คนขับ-คนงานเจ็บ 4

15 ก.ย. 2569 08:19 น.

ระทึกกลางไมอามี เครนยักษ์ถล่มทับรถ ไฟลุก คนขับ-คนงานเจ็บ 4

เครนก่อสร้างสูง 26 เมตรพังถล่มกลางย่านหรูในเมืองไมอามี ร่วงทับรถยนต์ที่กำลังสัญจรจนเกิดไฟลุกไหม้ คนขับและคนงานก่อสร้างได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาสาเหตุ

เกิดเหตุระทึกในย่านบริกเคลล์ ซึ่งเป็นย่านหรูของเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เมื่อเครนก่อสร้างสูงประมาณ 26 เมตร พังถล่มลงมาทับรถยนต์ที่กำลังวิ่งผ่าน ส่งผลให้รถเกิดไฟลุกไหม้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

เหตุเกิดขึ้นหลังเวลา 08.00 น. วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยเครนดังกล่าวเป็นเครื่องจักรสำหรับตอกเสาเข็มในพื้นที่ก่อสร้าง ก่อนจะเกิดการเสียหลักและล้มลงมา

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมืองไมอามี เปิดเผยว่า คนงานก่อสร้าง 2 คนติดอยู่ในซากเครน ขณะที่ผู้ควบคุมเครนสามารถกระโดดออกมาได้ก่อนที่เครนจะล้ม ทั้ง 3 คนถูกนำตัวส่งศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉินใกล้เคียง โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ส่วนหญิงที่ขับรถยนต์ซึ่งถูกเครนถล่มใส่ ก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่รั่วไหลจากเหตุการณ์ พร้อมป้องกันไม่ให้เพลิงและน้ำมันที่รั่วไหลกระจายเป็นวงกว้าง จนกว่าทีมผู้เชี่ยวชาญจะเข้ามาดำเนินการ

ขณะนี้สำนักงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหรัฐฯ หรือ OSHA และเจ้าหน้าที่ด้านโครงสร้างอาคารที่ไม่ปลอดภัยของเทศมณฑลไมอามี-เดด เข้าตรวจสอบพื้นที่แล้ว ขณะที่สาเหตุที่ทำให้เครื่องตอกเสาเข็มพังถล่มยังอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ที่มา : AP

บ็อบ แม็คกี ตำนานดีไซเนอร์ฮอลลีวูด เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

บ็อบ แม็คกี ตำนานดีไซเนอร์ฮอลลีวูด เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

15 ก.ย. 2569 06:01 น.

บ็อบ แม็คกี ตำนานดีไซเนอร์ฮอลลีวูด เสียชีวิตแล้วในวัย 87 ปี

บ็อบ แม็คกี นักออกแบบเครื่องแต่งกาย และแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวอเมริกันระดับตำนานของฮอลลีวูด เจ้าของฉายา “สุลต่านแห่งเลื่อมระยิบระยับ” เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุได้ 87 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บ็อบ แม็คกี นักออกแบบเครื่องแต่งกายระดับตำนานชาวอเมริกัน ผู้ได้รับฉายาว่า “สุลต่านแห่งเลื่อมระยิบระยับ” (Sultan of Sequins) เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 จากอาการปอดบวม ด้วยวัย 87 ปี โดยผู้เกี่ยวข้องได้โพสต์ข้อความยืนยันข่าวเศร้านี้ผ่านทางอินสตาแกรม

ตลอดชีวิตการทำงาน แม็คกีได้รับรางวัลการันตีความสามารถมากมาย รวมถึงรางวัล Tony Award, รางวัล Emmys อีก 9 รางวัล จากการเข้าชิงถึง 32 ครั้ง, ได้รับเกียรติให้เข้าสู่หอเกียรติยศของบุคลากรโทรทัศน์ และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 3 ครั้งด้วย

แม็คกีถูกเรียกว่า สุลต่านแห่งเลื่อมระยิบระยับ จากผลงานการออกแบบชุดที่เน้นความหรูหรา อลังการ เต็มไปด้วยขนนก ลูกปัด คริสตัลเพชรเทียม และความเซ็กซี่เย้ายวนใจอันเป็นเอกลักษณ์

เขาคือผู้สร้างสรรค์ชุดไอคอนิกมากมายให้กับ “แชร์” (Cher) นักร้อง-นักแสดงชื่อดังของอเมริกา โดยเฉพาะชุดลุคโมฮอว์กอวดหน้าท้องสุดอื้อฉาวในงานออสการ์ปี 2529 ซึ่งถูกเรียกว่า “ชุดแก้แค้น” หลังจากเธอไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และเขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังชุดเปิดเผยหน้าท้องบนทีวีสหรัฐฯ ยุคแรกๆ ของเธอด้วย

แม็คกียังเป็นผู้ออกแบบชุดแข่งเบสบอลทีม Dodgers ปักเลื่อมสุดตราตรึงที่เอลตัน จอห์น สวมใส่เล่นคอนเสิร์ตในปี 2518 ซึ่ง เซอร์ เอลตัน จอห์น ได้ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของตำนานดีไซเนอร์รายนี้ด้วย โดยโพสต์ข้อความผ่านโลกออนไลน์ว่า ชุดของแม็คกีคือ “งานศิลปะ”

ผลงานของเขายังคงได้รับการสวมใส่โดยศิลปินระดับโลกต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พิงก์ (Pink), ไมลีย์ ไซรัส ในงานแกรมมี อวอร์ดส์ ปี 2567 และซาบรีนา คาร์เพนเตอร์ ในงาน MTV VMAs เมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ บ็อบ แม็คกี มีชื่อจริงว่า โรเบิร์ต กอร์ดอน แม็คกี เกิดเมื่อปี 2482 ที่เมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเขาเริ่มต้นเส้นทางสายงานออกแบบจากการเป็นนักวาดภาพร่างให้กับ ฌอง หลุยส์ ดีไซเนอร์เครื่องแต่งกายชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน

งานแรกๆ ชิ้นหนึ่งของเขาคือการวาดภาพร่างชุดเดรสประวัติศาสตร์ให้กับ มาริลีน มอนโร ในค่ำคืนที่เธอร้องเพลง “Happy Birthday Mr President” ให้แก่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อปี 2505

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์อ้าง รัสเซีย-ยูเครนตกลง หยุดโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานแล้ว

ทรัมป์อ้าง รัสเซีย-ยูเครนตกลง หยุดโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานแล้ว

15 ก.ย. 2569 05:34 น.

ทรัมป์อ้าง รัสเซีย-ยูเครนตกลง หยุดโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความอ้างว่า รัสเซียกับยูเครนตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายด้านพลังงานของอีกฝ่ายแล้ว เพียงวันเดียวหลังจากเขาตำหนิยูเครนที่โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย

เมื่อ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า ยูเครนและรัสเซียได้บรรลุข้อตกลงที่จะไม่ยิงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอีกฝ่ายแล้ว เพียงวันเดียวหลังจากที่เขาตำหนิยูเครนกรณีส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งทรัมป์อ้างว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้ำมันดีเซลขาดแคลน

“ยูเครนตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายพลังงานของรัสเซีย และรัสเซียก็ตกลงที่จะทำแบบเดียวกัน!” ข้อความของทรัมป์บน Truth Social ระบุ “ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ใช่อิหร่าน”

อย่างไรก็ตาม สำนักประธานาธิบดียูเครนปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ และยังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับในทันทีจากทางฝั่งมอสโก

การกล่าวอ้างของทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสงครามอิหร่านก็ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราเงินเฟ้อในอเมริกาปรับตัวสูงขึ้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมนัดสำคัญของสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน

ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันมาโดยตลอดว่าสงครามอิหร่านจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม และราคาน้ำมันจะลดลง แต่ในระหว่างนี้ ดูเหมือนเขาจะพบเป้าหมายใหม่ในการกล่าวโทษเรื่องราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่แพงขึ้น

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์โจมตีประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ระหว่างการเดินทางเยือนไอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ โดยระบุว่าเซเลนสกีต้องทำ “สิ่งหนึ่ง” คือ “หยุดทำลายโรงกลั่นน้ำมันดีเซล” ในรัสเซีย เนื่องจากกำลังเกิดภาวะขาดแคลนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทรัมป์เสริมว่าเขาได้พูดคุยกับผู้นำยูเครนเกี่ยวกับกรณีที่ยูเครนยกระดับการโจมตีสถานที่ดังกล่าวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

“ยังมีเป้าหมายอื่นอีกมากมาย อย่าไปโจมตีน้ำมันดีเซลเพราะมันส่งผลกระทบ มันกำลังทำร้ายคนทั้งโลก เราไม่อยากให้เขาโจมตีน้ำมันดีเซล … แต่นี่เขากำลังถล่มโรงกลั่นดีเซลอยู่”

ทั้งนี้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูเครนส่งโดรนเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของรัสเซียซึ่งอยู่ห่างไกลจากชายแดน ขณะที่มอสโกก็ยกระดับการโจมตีระยะไกลเช่นกัน ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตพุ่งสูงขึ้น

เมื่อสัปดาห์ก่อนทรัมป์กล่าวว่าเขาได้ “พูดคุยอย่างยอดเยี่ยม” กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยยืนยันว่าปูตินต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในยูเครน

ปูติน “ต้องการบรรลุข้อตกลง และถ้าเซเลนสกีต้องการทำข้อตกลงด้วย มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ (9 ก.ย.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

15 ก.ย. 2569 02:58 น.

ทรัมป์ตอกกลับ คำเตือนภัยคุกคาม AI ชี้เป็นแค่ “ทฤษฎีสมคบคิด”

โดนัลด์ ทรัมป์ ตอกกลับบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาเตือนเรื่องอันตรายของ AI และเรียกร้องให้มีการควบคุม ว่าเป็นเพียง “ทฤษฎีสมคบคิดสุดป่วย” และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องเร่งพัฒนาแข่งกับจีน

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาโจมตีกลุ่มคนที่เรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่าเป็น “ทฤษฎีสมคบคิดสุดป่วย” และปัดตกข้อเสนอที่ให้ชะลอการพัฒนา โดยย้ำว่าการคุม AI ที่ดีที่สุดคือการมีประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและฉลาด

“ตัวควบคุมหรือ ‘เกราะป้องกัน’ (Guardrails) เพียงหนึ่งเดียวที่ AI ต้องการ ก็คือประธานาธิบดีที่เข้มแข็งและฉลาด (ไอคิวสูง!) ซึ่งสหรัฐอเมริกามีสิ่งนี้อยู่อย่างเหลือเฟือ!”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวโจมตีนาย ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของ Anthropic ที่ออกมาเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI ว่าแสร้งทำตัวเป็น “เทวดาแสนดี” ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำกิจกรรมเสี่ยง พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มที่เขาเรียกว่าพวกทรยศและพวกทำข้อมูลรั่วไหล

นายทรัมป์ยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องรักษาความเป็นผู้นำเหนือจีนในศึกเทคโนโลยีนี้ให้ได้ โดยระบุว่า “ใครชนะศึก AI คนนั้นคือผู้ชนะ! เรากำลังนำหน้าจีนและประเทศอื่นๆ ทั้งหมด และเราจะนำต่อไป พวกนักทฤษฎีสมคบคิด พวกกบฏ พวกขายชาติ และพวกทำข้อมูลรั่วไหล ระวังตัวไว้!”

เมื่อถูกถามว่าเขากำลังด้อยค่าความกังวลของคนในวงการเทคโนโลยีเกี่ยวกับภัยคุกคามของ AI หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “เปล่า เราไม่ได้ด้อยค่าความกังวลเหล่านั้น แต่คุณก็รู้นี่ว่ามันจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียอยู่มาก”

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจาก ผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำ เช่น ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของบริษัท Anthropic กับ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงขั้นวิกฤตของ AI ที่อาจส่งผลถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการชะลอความเร็วในการพัฒนาที่สอดคล้องกัน

ในวันเดียวกันนี้ นายโวลเกอร์ เทิร์ก หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ออกจดหมายเตือนว่าโลกกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนผ่านที่ย้อนกลับไม่ได้ และเรียกร้องให้เร่งควบคุมความเสี่ยงของ AI ขณะที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กับสมเด็จพระราชินีนาถ แห่งสหราชอาณาจักร เตรียมจัดประชุมร่วมกับตัวแทนบริษัท AI ชั้นนำในสกอตแลนด์

ทั้งนี้ กระแสความกังวลเรื่อง AI และการขาดมาตรการควบคุม ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงลงอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางเสียงพรรคเดโมแครตที่เริ่มกดดันให้สภาสหรัฐฯ เร่งออกกฎหมายควบคุมปัญญาประดิษฐ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

15 ก.ย. 2569 02:32 น.

พบศพนักวิ่งสาว หายตัวไปในแอฟริกาใต้ เจออีก 4 ศพในพื้นที่เดียวกัน

เจ้าหน้าที่แอฟริกาใต้พบศพของนักวิ่งสาวที่หายตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว นอกจากนั้นพวกเขายังพบศพผู้หญิงอีก 4 รายในพื้นที่เดียวกัน อยู่ในสภาพกึ่งเปลือยและมีร่องรอยฟกช้ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 ก.ย. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ของแอฟริกาใต้พบศพของ เอลิซาเบธ โมเซลักโกโม นักวิ่งและคุณแม่ลูกหนึ่งวัย 38 ปี ที่หายตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว ในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก โดยเธอมีสภาพร่างกายบอบช้ำรุนแรงและเสื้อผ้าถูกถอดออกบางส่วน

ศพของเธอเป็น 1 ใน 5 ศพของผู้หญิงที่ถูกพบในสภาพกึ่งเปลือยและมีร่องรอยฟกช้ำในพื้นที่ “เคมป์ตัน พาร์ก” (Kempton Park) โดยศพล่าสุดถูกพบเมื่อวันจันทร์ ห่างออกไปราว 25 กิโลเมตร

ตำรวจตั้งทีมงานพิเศษเพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรมเหล่านี้ และแม้จะยังไม่สรุปว่านี่เป็นคดี “ฆาตกรต่อเนื่อง” หรือไม่ แต่ยอมรับว่าลักษณะคดีที่มีความคล้ายคลึงกันน่ากังวลพอที่จะต้องออกเตือนภัยสาธารณะ พร้อมเตือนให้ผู้หญิงหลีกเลี่ยงการเดินหรือวิ่งตามลำพัง โดยเบื้องต้นมีการจับกุมผู้สงสัยแล้ว 1 รายที่เกี่ยวข้องกับศพแรกที่พบ

คดีนี้จุดกระแสความไม่พอใจและความหวาดกลัวไปทั่วประเทศ เพื่อนร่วมสโมสรนักวิ่งและชาวแอฟริกาใต้ต่างร่วมไว้อาลัยให้โมเซลักโกโม และสะท้อนความจริงอันเลวร้ายว่า ผู้หญิงในแอฟริกาใต้ไม่สามารถออกมาใช้ชีวิต เดิน หรือวิ่งภายนอกได้อย่างปลอดภัย หากไม่มีการวางแผนหรือร่วมกลุ่มเพื่อความปลอดภัย

องค์กรเรียกร้องสิทธิ Women for Change และภาคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายและการทำงานของตำรวจของแอฟริกาใต้ และเชื่อว่าทางออกในการแก้ไขปัญหานี้คือการที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดดันภาครัฐอย่างหนัก

ทั้งนี้ แอฟริกาใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติความรุนแรงทางเพศ (GBV) สูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก UN Women ระบุว่าอัตราการสังหารผู้หญิงในแอฟริกาใต้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 5 เท่า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

15 ก.ย. 2569 01:19 น.

ทรัมป์ลั่นแจกจริง เงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ ถ้ารีพับลิกันชนะเลือกตั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่าจะแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ให้ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ทุกคนจริงๆ หากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม ย้ำเป็นสิ่งที่ชาวอเมริกันสมควรได้รับ

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันว่า การแจกเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์ให้ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันทุกคนหากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งกลางเทอม “จะเกิดขึ้นจริงอย่างแน่นอน” แม้ฝ่ายเดโมแครตจะหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม

“เงิน 5,000 ดอลลาร์ที่จะมอบให้แก่ผู้ใหญ่ทุกคนในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศของเรากำลังได้รับเงินนับล้านล้านดอลลาร์จากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ, การลงทุน และการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยพวก “ดัมโมแครต” (พรรคเดโมแครต) ซึ่งหวังว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น — แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน!”

“พวกดัมโมแครตเคยบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับยิ่งใหญ่งดงาม (THE GREAT BIG BEAUTIFUL BILL) ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายฉบับใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา หรือลงนามเป็นกฎหมายโดยประธานาธิบดี จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง พวกเขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านสภา”

“หรืออย่างของขวัญจำนวน 1,776 ดอลลาร์ ที่ผมมอบให้กับกองทัพของเราเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้เลย ทุกคนบอกว่าทำไม่ได้หรอก แต่ทำสำเร็จมาแล้ว เหล่าทหารผู้รักชาติของเราได้รับเงินก้อนนั้นและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผมพูดอะไร ผมหมายความตามนั้นจริง!”

“การแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะประชาชนในประเทศของเราสมควรได้รับมัน จงลงคะแนนให้รีพับลิกัน – ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ทั้งนี้ การประกาศแจกเงินของนายทรัมป์กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างหนักว่า จะเข้าข่ายการซื้อเสียงตามกฎหมายสหรัฐฯ หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่ามีช่องทางให้ทำได้อยู่ หากมองในมุมคล้ายกับสัญญาในการลดภาษี

แต่นั่นจะนำไปสู่ปัญหาอีกข้อคือ ทรัมป์จะไปหาเงินจากที่ใดมาแจก เนื่องจากในปัจจุบัน สหรัฐฯ มีประชากรวัยผู้ใหญ่เกือบ 270 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าการจ่ายเงินคนละ 5,000 ดอลลาร์ จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึงราว 1.3 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนั้น สภาคองเกรสเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณในสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุว่าเขาวางแผนจะขออนุมัติจากฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่า เป็นไปได้ยากที่เขาจะอนุมัติเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้ผ่านคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

14 ก.ย. 2569 23:20 น.

จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก

เจ้าหน้าที่จีนหลายคนออกมาตอบโต้สหรัฐฯ ที่สร้างวาทกรรมเรื่องการแข่งขันด้านการพัฒนา AI กับจีน ชี้การแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 นายกัว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ชี้ว่าการสร้างวาทกรรมเรื่องความคุกคามและการแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนา AI แบบเปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ส่วนนาย เฉิน อี้ซิน รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งรัฐของจีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่าจีนต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนากับความมั่นคง พร้อมเตือนภัยจากการถูกขั้วตรงข้ามนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด และเรียกร้องให้มีความร่วมมือในระดับนานาชาติ

ขณะเดียวกัน จีนยังคงชูนโยบาย Open-source โดยจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้าน AI โลก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเสนอสร้างชุมชน AI แบบโอเพนซอร์สในการประชุม BRICS เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการกำกับดูแล AI ในระดับสากล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเกิดขึ้นหลังจาก ผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำ เช่น ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอของบริษัท Anthropic กับ แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI ออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงขั้นวิกฤตของ AI ที่อาจส่งผลถึงการสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ หากไม่มีมาตรการความปลอดภัยและการชะลอความเร็วในการพัฒนาที่สอดคล้องกัน

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการให้ชะลอความเร็วในการพัฒนา AI ลง โดยเน้นย้ำว่าความสำคัญสูงสุดคือการทำให้สหรัฐฯ พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่าจีน โดยมองว่า “ผู้ที่ชนะในศึก AI คือผู้ชนะในเกมระดับโลก”

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า การทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เรื่องการพัฒนา AI นั้น เป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมองว่าเทคโนโลยีนี้คือหัวใจสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามใส่ประเด็น AI เข้าไปในวาระการเจรจาระหว่างสี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในสัปดาห์หน้า เนื่องจากความพ่ายแพ้ในศึก AI ถูกมองว่าเป็นการสูญเสียโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์แห่งยุคอุตสาหกรรมใหม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

14 ก.ย. 2569 22:30 น.

กบฏฮูตีถล่มฐานทัพในซาอุฯ รอบใหม่ อิหร่านปัดเอี่ยวสงครามเยเมน

กบฏฮูตีเผยว่า พวกเขายิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีฐานทัพในซาอุดีอาระเบียระลอกใหม่ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองเยเมนที่ปะทุขึ้นใหม่นี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารระลอกใหม่ ในขณะที่อิหร่านออกมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสงครามกลางเมืองในเยเมนที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

กบฏฮูตีซึ่งกำลังต่อสู้กับรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติและหนุนหลังโดยซาอุดีอาระเบีย สามารถเข้ายึดครองพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงและช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ได้สำเร็จเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยช่องแคบนี้กลายเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอย่างยิ่ง หลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเพราะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

กลุ่มฮูตีระบุว่า พวกเขายิงขีปนาวุธและโดรนจำนวนหลายสิบลูก/ลำ เข้าใส่ซาอุดีอาระเบีย ทำให้หน่วยป้องกันพลเรือนของซาอุฯ ต้องประกาศเตือนภัยระยะสั้นในเมืองคามิส มูเชต (Khamis Mushait) และเมืองอับฮา (Abha) ที่อยู่ใกล้เคียง

การสู้รบที่ปะทุขึ้นใหม่ในเยเมนเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระดับภูมิภาคยังคงอยู่ในภาวะคุมเชิงและหาทางออกไม่ได้ โดยเมื่อวันจันทร์ การประชุมที่เสนอขึ้นระหว่างกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและอิหร่านเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกเลื่อนออกไป โดยเตหะรานกล่าวหาว่ากรุงริยาดใช้สถานการณ์ในเยเมนเป็น “ข้ออ้าง” ในการประวิงเวลาการเจรจา

ด้านนาย เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “อิหร่านไม่ได้แทรกแซงกิจการภายในของเยเมน” พร้อมกล่าวเสริมว่ากลุ่มฮูตีเป็น “กลุ่มที่เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิงและตัดสินใจต่างๆ ตามผลประโยชน์ของตนเอง”

ทั้งนี้ แม้จะเป็นที่รู้กันว่า เตหะรานให้การสนับสนุนกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นสมาชิกใน “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน” (axis of resistance) ที่ต่อต้านอิสราเอลมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านอาวุธและเทคโนโลยี แต่นักวิเคราะห์ยังคงถกเถียงกันถึงระดับความเชื่อมโยงว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการสู้รบครั้งใหม่นี้มากน้อยเพียงใด

ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยขู่ว่าจะเปิด “แนวรบใหม่” ซึ่งรวมถึงช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ และการบุกโจมตีของกลุ่มฮูตีก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เพราะช่องแคบแห่งนี้กลายเป็นเส้นทางปลอดภัยเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่ ในการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียไปยังตลาดหลักในเอเชีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี “NAZA” หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี "NAZA" หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

14 ก.ย. 2569 16:36 น.

รมว.วัฒนธรรมอิสราเอลขู่ถอนสัญชาติ 2 ผู้กำกับสารคดี “NAZA” หลังคว้ารางวัลที่เวนิส

รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอลประกาศเตรียมดำเนินการเพิกถอนสัญชาติผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิสราเอล “ยูวัล อับราฮัม” และ “ราเชล ซอร์” หลังสารคดีเรื่อง “NAZA” ที่ตีแผ่การโจมตีและการสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาด้วยการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถคว้ารางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส พร้อมกล่าวหาผู้กำกับทั้งสองว่า “เป็นกบฏต่อรัฐ”

มิกิ โซฮาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอิสราเอล ประกาศว่า จะดำเนินการเพิกถอนสัญชาติอิสราเอลของ ยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ ผู้กำกับสารคดีเรื่อง “NAZA” หลังภาพยนตร์คว้ารางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งล่าสุด

โซฮาร์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ เรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “น่ารังเกียจ” และระบุว่าการที่ภาพยนตร์ได้รับรางวัลเป็นเรื่อง “น่าตกใจ” พร้อมกล่าวหาผู้กำกับทั้งสองว่าเต็มใจทำร้ายประเทศของตนเอง เพียงเพื่อได้รับเสียงปรบมือจากกลุ่มต่อต้านชาวยิวทั่วโลก รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอลยังกล่าวหาว่าการกระทำของทั้งคู่ “เข้าข่ายการกบฏต่อรัฐ” และระบุว่าจะดำเนินการโดยทันทีเพื่อขอเพิกถอนสัญชาติของผู้กำกับทั้งสอง

“NAZA” เป็นสารคดีความยาว 80 นาที ผลิตโดยเดอะการ์เดียน และนำเสนอข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของกองทัพและหน่วยข่าวกรองอิสราเอลในการกำหนดเป้าหมายโจมตีในฉนวนกาซา โดยชื่อเรื่องมาจากคำย่อที่ระบุจำนวนพลเรือนที่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลคาดว่าจะเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในกาซา

ผู้กำกับทั้งสองสัมภาษณ์อดีตเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยข่าวกรองอิสราเอล รวม 24 คน ซึ่งให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อเกี่ยวกับระบบ AI ที่ใช้ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีในกาซา หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า เคยมีการอนุมัติให้สังหารพลเรือนตามตัวเลขที่ระบบกำหนดสูงถึง 500 คน เพื่อแลกกับการสังหารสมาชิกกลุ่มฮามาส 1 คน

สารคดีเรื่องนี้ได้รับเสียงปรบมือยาวนานถึง 25 นาทีในการฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งถือเป็นสถิติของเทศกาล ก่อนคว้ารางวัล Special Jury Prize เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ เคยได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2025 จากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “No Other Land” ซึ่งนำเสนอประเด็นความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง

หลังจาก “NAZA” ได้รับรางวัล รัฐมนตรีอิสราเอลหลายคนออกมาโจมตีผู้กำกับทั้งสองด้วย โดยอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติฝ่ายขวาจัด กล่าวหาว่าทั้งคู่สร้างความเสื่อมเสียและความอับอายให้แก่ชาวอิสราเอลทั้งหมด ขณะที่อัฟกิดอร์ ลีเบอร์แมน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เรียกทั้งสองว่า “ผู้เกลียดชังอิสราเอล” ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเน็ตต์ กล่าวหาว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็น “การใส่ร้ายอย่างน่าสยดสยองต่อทหารและประชาชนชาวอิสราเอล”

อย่างไรก็ตาม การเพิกถอนสัญชาติสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายอิสราเอล แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยศาลสูงสุดอิสราเอลมีคำวินิจฉัยในปี 2022 ว่า รัฐสามารถเพิกถอนสัญชาติของบุคคลที่ไม่แสดง “ความจงรักภักดี” ต่อรัฐ เช่น กระทำการจารกรรมหรือกบฏ และกฎหมายได้รับการขยายขอบเขตในปี 2023 ให้ครอบคลุมผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อการร้ายด้วย

กระบวนการดังกล่าวกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสัญชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องให้ความเห็นชอบ และท้ายที่สุดต้องได้รับการรับรองจากผู้พิพากษา

อับราฮัมเคยเผชิญแรงกดดันและภัยคุกคามจากกลุ่มฝ่ายขวาของอิสราเอลมาก่อน โดยบ้านครอบครัวของเขาถูกกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายขวาบุกไปหา หลังภาพยนตร์ “No Other Land” ออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกในปี 2024

อับราฮัมกล่าวว่า เขาและซอร์กำลังเสี่ยงต่อการทำงานภายใต้ระบบที่ให้สิทธิพิเศษแก่พวกเขาในฐานะชาวยิวอิสราเอล พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์กับชาวปาเลสไตน์ โดยระบุว่า หากนักข่าวชาวปาเลสไตน์ในกาซาพยายามทำงานในลักษณะเดียวกันและติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล พวกเขาอาจถูกสังหาร

ด้านกองทัพอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาในสารคดี NAZA ในเบื้องต้น โดยระบุว่าไม่ยอมรับข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง และตั้งข้อสงสัยต่อการใช้คำให้การแบบไม่เปิดเผยตัวตน เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ให้ข้อมูลได้ ต่อมากองทัพระบุว่า ข้อกล่าวหาต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการตอบสนองอย่างละเอียดและอยู่บนพื้นฐานของหลักฐาน มากกว่าการปฏิเสธทั้งหมดโดยไม่มีรายละเอียด

ขณะเดียวกัน นักการเมืองฝ่ายซ้ายของอิสราเอลบางส่วนออกมาชื่นชมภาพยนตร์และผู้กำกับ โดยยูเซฟ จาบารีน อดีตสมาชิกรัฐสภาและประธานพรรคฮาดาชฝ่ายซ้าย แสดงความยินดีกับทั้งคู่ พร้อมขอบคุณที่นำเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า “อาชญากรรมอันน่าสยดสยองและความเป็นจริงอันโหดร้ายในกาซา” ให้ผู้ชมหลายล้านคนได้รับรู้

หนังสือพิมพ์ฮาอาเรตซ์ของอิสราเอลยังเรียกร้องให้ชาวอิสราเอลเผชิญหน้ากับสิ่งที่หนังสือพิมพ์ระบุว่าเป็นความจริงเกี่ยวกับการดำเนินสงครามของอิสราเอลในกาซา โดยเห็นว่าการนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายในเทศกาลเวนิส เป็นความพยายามที่จะทำให้ชาวอิสราเอลตระหนักถึงผลกระทบจากการทำสงคราม

สงครามในกาซาเริ่มขึ้นหลังกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,221 คน ตามการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวเอเอฟพีที่อ้างอิงตัวเลขจากทางการอิสราเอล และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คนถูกนำตัวไปยังฉนวนกาซา

กระทรวงสาธารณสุขกาซารายงานว่า นับตั้งแต่เกิดสงคราม มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลมากกว่า 73,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือน.

ที่มา Guardian / Al Jazeera

ส.ว.วิวรรธน์ โอดคนดีอยู่ยาก ปัดเอี่ยวคดีฮั้ว ลั่นถูกใส่ร้าย งง กกต. เชื่อพยานคนเดียว

15 กันยายน 2569 เวลา 16:17 น.

‘วิวรรธน์’ ปัด ‘ฮั้ว สว.’ ยันถูกใส่ร้ายมีเส้นเงินลามโยงซื้อเสียงผู้สมัคร โอด ‘อนุฯไต่สวนชุด26’ เชื่อปากคำพยานปากเดียวใส่ร้าย เผย ‘กกต.’ ไม่เคยเรียกไปชี้แจง ยังงงโดนได้ไง น้อยใจประเทศนี้คนดีอยู่ยาก ยันทำประโยชน์มามาก แต่กลับถูกทำร้ายไร้เหตุผล ขอต่อสู้ในกระบวนการเต็มที่

วันที่ 15 กันยายน 2569 นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.) 1ใน 26สว. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งเรื่องต่อศาลฎีกา ในคดีฮั้วสว. กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฮั้วสว. ตนเป็นสว.เชียงใหม่ แต่ถูกพาดพิงมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับนายวิเชียร ชัยสถาพร อดีตสว.ลำพูน ที่เป็นน้องชายของตน ที่พ้นตำแหน่ง สว. เพราะผิดเรื่องแจ้งเท็จคุณสมบัติผู้สมัครสว. แต่กกต.ไปจับโยงสำนวนคดีของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยไปเชื่อมโยงคำให้การของพยานคนหนึ่งชื่อ “อาทร”ใส่ร้ายว่า ตนและน้องชายมีการจ่ายเงินให้พยานรายนี้ นำไปจ่ายให้ผู้สมัครสว.รายอื่นๆ เพื่อล็อบบี้คะแนนเลือกสว. อนุฯชุดที่26 พยายามเชื่อมโยงตนมีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับน้องชาย ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ถ้าน้องชายทำผิด ถามว่าพี่ชายต้องผิดด้วยหรือ เรื่องนี้พร้อมไปชี้แจงต่อศาลฎีกาว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นเงินใดๆในคดีนี้ แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่26 ไปเชื่อคำให้การของพยานแค่คนเดียวที่อ้างชื่อผม และที่ผ่านมากกต. ก็ไม่เคยเรียกไปชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องนี้ ก็ยังงงอยู่ว่ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ดูแล้วเรื่องนี้เล่นการเมืองมากเกินไป รู้สึกน้อยใจที่คนดีอยู่ยากในประเทศนี้ ในฐานะประธานกมธ.พาณิชย์ วุฒิสภา ทำประโยชน์ให้ประเทศมากมาย ทำงานอย่างเต็มที่ เช่น แก้ปัญหาเรื่องนอมินีข้ามชาติ แต่กลับถูกทำร้ายโดยไม่มีเหตุผล พร้อมไปต่อสู้ชั้นศาลฎีกา มั่นใจว่า ศาลพร้อมให้ความยุติธรรม” นายวิวรรธน์ กล่าว