เมื่อ 14 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า ยูเครนและรัสเซียได้บรรลุข้อตกลงที่จะไม่ยิงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอีกฝ่ายแล้ว เพียงวันเดียวหลังจากที่เขาตำหนิยูเครนกรณีส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งทรัมป์อ้างว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้ำมันดีเซลขาดแคลน
“ยูเครนตกลงที่จะไม่โจมตีเป้าหมายพลังงานของรัสเซีย และรัสเซียก็ตกลงที่จะทำแบบเดียวกัน!” ข้อความของทรัมป์บน Truth Social ระบุ “ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ใช่อิหร่าน”
องค์กรเรียกร้องสิทธิ Women for Change และภาคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมายและการทำงานของตำรวจของแอฟริกาใต้ และเชื่อว่าทางออกในการแก้ไขปัญหานี้คือการที่ประชาชนต้องร่วมมือกันกดดันภาครัฐอย่างหนัก
ทั้งนี้ แอฟริกาใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติความรุนแรงทางเพศ (GBV) สูงที่สุดในโลก โดยข้อมูลจาก UN Women ระบุว่าอัตราการสังหารผู้หญิงในแอฟริกาใต้สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 5 เท่า
“พวกดัมโมแครตเคยบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับยิ่งใหญ่งดงาม (THE GREAT BIG BEAUTIFUL BILL) ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายฉบับใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา หรือลงนามเป็นกฎหมายโดยประธานาธิบดี จะไม่มีวันเกิดขึ้นจริง พวกเขาบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านสภา”
จีนตอบโต้สหรัฐฯ สร้างวาทกรรมคุกคามทำลายความร่วมมือ AI โลก
เจ้าหน้าที่จีนหลายคนออกมาตอบโต้สหรัฐฯ ที่สร้างวาทกรรมเรื่องการแข่งขันด้านการพัฒนา AI กับจีน ชี้การแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก
เมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 2569 นายกัว เจี่ยคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ชี้ว่าการสร้างวาทกรรมเรื่องความคุกคามและการแข่งขันอย่างประสงค์ร้ายมีแต่จะทำลายการกำกับดูแล AI ในระดับโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนา AI แบบเปิดกว้างและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ขณะเดียวกัน จีนยังคงชูนโยบาย Open-source โดยจัดตั้งองค์การความร่วมมือด้าน AI โลก เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และเสนอสร้างชุมชน AI แบบโอเพนซอร์สในการประชุม BRICS เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการกำกับดูแล AI ในระดับสากล