อาสพลธ์ แฉยับ เครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่น โยง DSI ระดับ พ.ต.ท. โชว์หลักฐานแชทไลน์มัด

28 สิงหาคม 2569 เวลา 16:13 น.

“อาสพลธ์”แฉยับ เครือข่ายตบทรัพย์สอบท้องถิ่น โยง DSI ระดับ “พ.ต.ท.” โชว์หลักฐานแชทไลน์มัด เตรียมลุยรับเรื่องร้องเรียน 11 ก.ย. นี้

28 สิงหาคม 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand รายการข่าวเชิงวิเคราะห์ โดย “หมาแก่-แมวสาว” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ “ผู้ใหญ่เฮง” อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย หลังเรียกรับเงิน 650,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้อาจจะโยงไป “บิ๊กบอส” หรือ นักการเมือง หรือ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชทไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต ส.ส.สอบตก

นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า เครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี “ผู้ใหญ่เฮง” เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด แต่จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของจังหวัดขอนแก่นก็มีลักษณะเครือข่ายลักษณะเดียวกันแต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “ผู้ใหญ่เฮง” ส่วนที่ในแชทไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ที่เชื่อมโยงกับ “ผู้ใหญ่เฮง” มีตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ (ระดับ C8-C9 หรือยศพันตำรวจโท)

“เครือข่ายการเรียกรับสินบนในจังหวัดศรีสะเกษ มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้ว 19 คดี และมีคดีเพิ่มเติมรวมเป็น 20 คดี ซึ่งทาง DSI ลงมาสอบปากคำเอง 18 คดี ส่วนอีก 1 คดีทาง ป.ป.ช. ลงมาดำเนินการเอง และมีอีก 1 คดีที่ส่วนกลางเข้าบุกจับกุมเมื่อวันก่อน คดีนี้ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ทำกันเป็นกลุ่ม/แก๊ง ในส่วนของคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร จะมีรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยจะเซ็นต์ MOU การทำงานร่วมกันเพื่อปราบปรามการทุจริตระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ และ ภาคประชาสังคม ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. และตำรวจดำเนินการขยายผลต่อไป” ประธาน กมธ. ป.ป.ช. กล่าว

อาสพลธ์สรรณ์ไตรภพ,พรรคภูมิใจไทย,แก๊งตบทรัพย์,สอบท้องถิ่น,DSI,

Bigo Live เปิดเวทียกย่องครีเอเตอร์ชั้นนำ ผู้ขับเคลื่อนการสร้างผลกระทบระดับโลก

29 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00 น.

 บีโก้ ไลฟ์ (Bigo Live) แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งระดับโลก เปิดเวทียกย่องครีเอเตอร์ชั้นนำในภูมิภาค ณ งาน ‘Thailand Mid-Year Gala 2026’ ซึ่งจัดขึ้นที่ RARIN Bangkok ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศไทย งานกาล่าครั้งนี้รวบรวมครีเอเตอร์ เอเจนซี และผู้นำชุมชนหลายร้อยคนจากกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค มาร่วมยกย่องความสำเร็จและผลงานของครีเอเตอร์ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“งานกาล่าครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญสำหรับคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ที่มีความหลากหลายของเรา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทอย่างน่าประทับใจแก่ผู้ชมทั่วโลก” ตัวแทนจาก Bigo Live ประจำประเทศไทย กล่าว “ครีเอเตอร์คือหัวใจสำคัญในความมุ่งมั่นของ BIGO LIVE ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นบวก มีชีวิตชีวา และปลอดภัยสำหรับทุกคน พวกเขากำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายด้วยการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นโอกาส พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคอมมูนิตี้ผ่านความสัมพันธ์ที่จริงใจ เราภูมิใจที่ได้สนับสนุนเส้นทางของครีเอเตอร์เหล่านี้ และจะเดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดกว้างและครอบคลุมสำหรับทุกคนต่อไป”

งานกาล่าครั้งนี้ยังถูกถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของ Bigo Live เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมหลายล้านคนจากทั่วโลกได้เข้าร่วม มีปฏิสัมพันธ์ และร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อม ๆ กับครีเอเตอร์คนโปรดแบบเรียลไทม์

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอันตระการตา ซึ่งผสมผสานนาฏศิลป์ไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับองค์ประกอบทางศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ตลอดค่ำคืน ผู้เข้าร่วมงานยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงจากครีเอเตอร์ของ Bigo Live ได้แก่ BIGO ID: anoli1, BIGO ID: blackjack6666 และ BIGO ID: 1064256800 ที่มาร่วมถ่ายทอดความสามารถและความคิดสร้างสรรค์บนเวที

ในพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติครั้งนี้ ครีเอเตอร์และเอเจนซีชั้นนำของ Bigo Live ได้รับการยกย่องจากผลงานและการมีส่วนร่วมสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศครีเอเตอร์ที่มีชีวิตชีวาของแพลตฟอร์ม โดยมีการถ่ายทอดบรรยากาศและช่วงเวลาสำคัญของงานทั้งจากบนเวทีและแบบออนไลน์ผ่านการไลฟ์สตรีมบนแอป Bigo Live (TH Official) รวมถึงบัญชีทางการของ Bigo Live บน Facebook (BIGO Live Thailand) และ YouTube (@BigoLiveThailand) โดยรายชื่อผู้ได้รับรางวัลมีดังนี้  Top Creator: HQ TOP 1 VJ Galaxy, BIGO ID: Pukkardjade และ Top Agency: AUGUST

ร่วมเฉลิมฉลองการเติบโตของครีเอเตอร์ประเทศไทย

ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดครีเอเตอร์ที่มีความเคลื่อนไหวโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนจากชุมชนชุมชนผู้ใช้งานที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่ง และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ Bigo Live ได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตดังกล่าว ด้วยการมอบเครื่องมือ โอกาส และการเชื่อมต่อสู่ผู้ชมทั่วโลกก 

เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และความหลงใหลของตนให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

แม้งาน Thailand Mid-Year Gala จะเป็นงานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญประจำปีของแพลตฟอร์ม แต่ Bigo Live ยังคงเดินหน้าสนับสนุนครีเอเตอร์ไทยตลอดทั้งปี ผ่านโครงการเพื่อชุมชนและแคมเปญท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ครีเอเตอร์ Bigo Live และชุมชนได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ผ่านกิจกรรมไลฟ์สตรีมแบบอินเทอร์แอคทีฟและการส่งของขวัญเสมือนจริง เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมไทยสู่สายตาผู้ชมทั้งในประเทศและทั่วโลก

Bigo Live ยังคงมุ่งมั่นในการส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยที่มีความหลากหลาย ด้วยการมอบแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และสร้างสรรค์ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถแสดงศักยภาพและความสามารถ สร้างคอมมูนิตี้ที่มีความหมาย และเชื่อมต่อกับผู้ชมทั่วภูมิภาคและทั่วโลก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bigo Live สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ https://www.bigo.tv/show/  สามารถดาวน์โหลด บีโก้ ไลฟ์ ได้บน App Store และ Google Play

BigoLive

ทันโลกทันเหตุการณ์ แพทยสภา : การใช้ยาหยอดตาอย่างปลอดภัย และถูกวิธี

29 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

หลายคนอาจคิดว่าแค่ ‘หยอดยา’ คงไม่ซับซ้อนอะไร แต่ในความเป็นจริง ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง อาจทำให้ยาไม่ได้ผล หรือบางครั้งอาจเกิดอันตรายกับดวงตาได้

ดวงตาของเราเป็นอวัยวะที่บอบบาง การรักษาโรคทางจักษุหลายโรคต้องพึ่งพายาหยอดตาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น โรคต้อหิน โรคตาแห้ง โรคตาอักเสบ หรือแม้กระทั่งการติดเชื้อที่ดวงตา

ยาหยอดตาที่ใช้ในปัจจุบันมีประเภทใดบ้าง

ยาหยอดตาสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามการใช้งาน ได้แก่ ยาขยายม่านตา ใช้งานโดยจักษุแพทย์ขณะตรวจตา,ยาลดอาการตาแดง เป็นยาที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ถ้าหากใช้บ่อยเกินไปจะทำให้ตาแดงมากกว่าเดิม

,น้ำตาเทียม ที่ใช้สำหรับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง, ยาลดอาการคัน หรืออาการแพ้, ยาชาเฉพาะที่ ต้องใช้ในห้องตรวจหรือห้องผ่าตัดเท่านั้น ห้ามนำมาใช้เอง, ยาปฏิชีวนะ สำหรับรักษาการติดเชื้อ, ยาลดความดันตา สำหรับรักษาโรคต้อหิน

,ยาสเตียรอยด์ สำหรับรักษาการอักเสบรุนแรง โดยต้องใช้ภายใต้การดูแลใกล้ชิด

“ยาทุกชนิดมีข้อดีและข้อควรระวัง การเลือกใช้ต้องเหมาะกับโรค และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เสมอ”

ทำไมต้องหยอดยาหยอดตาให้ถูกวิธี

ถ้าหากวิธีหยอดไม่ถูกต้อง อาจทำให้สูญเสียยาที่ควรจะออกฤทธิ์เต็มที่ ไปเกือบครึ่ง ส่งผลต่อผลการรักษาได้ หรือบางครั้งอาจไหลลงคอ ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ใจสั่น หรือ หายใจลำบาก

ขั้นตอนการหยอดยาหยอดตาที่ถูกต้อง

ขั้นตอนก่อนการใช้ยา : อ่านฉลากยา หรือคำแนะนำของแพทย์ให้ดีก่อนใช้เสมอ ใช้ยาหยอดตาให้ถูกต้องทั้งเวลา และวิธีการหยอด ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสตา ถ้าหากใส่ contact lens แนะนำให้ถอดออกก่อน ยกเว้นจักษุแพทย์แจ้งว่าไม่ต้องถอดออก

เตรียมยา เขย่าขวดถ้าฉลากระบุไว้ โดยเฉพาะยาบางชนิดเป็นสารแขวนลอย สามารถสังเกตได้ที่ข้างขวดยาจะมีคำว่า “Suspension”  เปิดฝาโดยอย่าสัมผัสบริเวณหัวขวดยา

***ยาหยอดตาชนิดแขวนลอยคือยาหยอดตาที่ตัวยาจะไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกันแต่จะกระจายเป็นอนุภาคเล็กๆลอยในน้ำ มีความสำคัญคือก่อนใช้งานต้องเขย่าเพื่อให้ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่กองที่ก้นขวด

ขั้นตอนหยอดยา : เตรียมท่าทาง เอนศีรษะ มองขึ้นบน ใช้นิ้วดึงเปลือกตาล่างเป็นกระพุ้งเพื่อรองรับหยดยา

ถือขวดห่างตา 1–2 ซม. ระมัดระวังไม่ให้ขวดสัมผัสตาหรือเปลือกตาโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคปนเปื้อนในขวดยา จากนั้นหยอดเพียง 1 หยด หลับตาค้างไว้ กดหัวตาเบา ๆ 1–2 นาที เพื่อป้องกันยาไหลลงคอ  เช็ดส่วนเกินที่บริเวณขอบตาออกขณะหลับตา ด้วยกระดาษสะอาด ถ้ามียาหยอดตาหลายชนิด ต้องเว้นระยะเวลา 3–5 นาทีระหว่างยาแต่ละตัว  การเก็บยาในตู้เย็น ให้สอบถามจักษุแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนว่าสามารถแช่เย็นได้หรือไม่

ล้างมือเสมอหลังหยอดยาหยอดตา

เล่าเสริม**:

สำหรับคนที่กลัวการหยอดตา หรือเด็กเล็ก ที่ไม่สามารถลืมตาขณะจะหยอดยาได้ สามารถหยอดยาไว้ที่หัวตา โดยระมัดระวังไม่ให้ขวดยาโดนเปลือกตาหรือผิวหนัง แล้วค่อยลืมตาให้ยากลิ้งเข้าไป กระพริบตา 2-3 ครั้งเพื่อให้ยากระจายทั่วๆ

มีอุปกรณ์ช่วยหยอดตา สำหรับคนสูงอายุที่มือสั่นหรือยกแขนลำบาก หรือสำหรับผู้ที่ไม่สามารถหยอดยาเองได้จริงๆ ทั้งอุปกรณ์ที่ช่วยเล็งหยดยา หรือช่วยให้ลืมตาได้ขณะหยอดยา

ยาหยอดตาประเภทที่เป็นขี้ผึ้งสามารถใช้วิธีในการหยอดแบบเดียวกับยาน้ำ แต่ควรใช้ตามแพทย์สั่งและ ใช้หยอดเป็นชนิดสุดท้ายหลังจากหยอดยาชนิดอื่น

ข้อควรระวัง ในการใช้ยาหยอดตา

อย่าใช้ยาที่หมดอายุ หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม ยาหยอดตาปกติมีอายุประมาณ 3 ปีนับจากวันผลิต เนื่องจากสารป้องกันการเติบโตของเชื้อโรคอาจหมดอายุ แต่หลังจากทำการเปิดใช้ยาหยอดตาแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน รวมถึงควรเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ถูกต้องตามชนิดของยา อย่าใช้ยาร่วมกับผู้อื่นเนื่องจากอาจมีการติดเชื้อได้

อย่าใช้ผิดขวด (เช่น ยาหยอดหูแทน) อย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเอง โดยเฉพาะยาต้อหิน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น แสบตา ตาแดงมาก หรือการมองเห็นเปลี่ยน → รีบมาพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

หยอดยามากกว่า 1 หยดจะดีกว่าไหม? → ไม่จำเป็นเนื่องจากดวงตาดูดซึมยาได้เพียงแค่ 1 หยดหากหยอดเกินทำให้เสียยาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

เก็บยาในตู้เย็นได้ไหม? → ยาบางชนิดได้ ถ้าแพทย์หรือเภสัชบอกว่าเหมาะ

เด็กเล็กหยอดยาต่างจากผู้ใหญ่ไหม? → ใช้หลักการเดียวกัน แต่ต้องมีผู้ใหญ่ช่วย

สรุปและฝากข้อคิด

“ดวงตาเป็นหน้าต่างของชีวิต และเป็นอวัยวะที่บอบบางมากครับ การใช้ยาหยอดตาอย่างถูกวิธี คือหนึ่งในวิธีดูแลรักษาดวงตาให้แข็งแรงและปลอดภัย

จำไว้เสมอว่า…ล้างมือก่อน – หยอดถูกวิธี – กดหัวตา – รักษาความสะอาด เพียงเท่านี้ ยาหยอดตาก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยถนอมสายตาของเราได้ครับ

โดย นพ.เอกชนก วัชรปัญจมาศ และ นพ.วิชญ์ ธรานนท์

ดัชมิลล์ จับมือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เดินหน้าแคมเปญ “ดัชมิลล์ DO ดี ทำสิ่งดีๆ ให้คนไทยสุขภาพดี

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:14 น.

กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ตในประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เปิดตัวโครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี ทำสิ่งดีๆ ให้คนไทยสุขภาพดี” เดินหน้ารณรงค์ให้คนไทยเปลี่ยนจาก “ความตั้งใจดี” มาเป็นการ “ลงมือทำจริง” (DO) ผ่านการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างสมดุล โดยเริ่มต้นจากการดูแลสมดุลของลำไส้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม

ปัจจุบันคนไทยต้องเผชิญกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบและความกดดันรอบด้าน จากสถิติพบว่ากว่า 7 ใน 10 ของคนไทยเผชิญกับภาวะหมดไฟ (Burnout) และกรุงเทพฯ ยังติดอันดับ 5 ใน 100 เมืองที่ประชากรทำงานหนักที่สุดในโลก ซึ่งความเครียดสะสมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารและทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ จนนำไปสู่ปัญหาระบบย่อยอาหาร ภูมิคุ้มกันตก และส่งผลย้อนกลับมาทำให้อารมณ์ลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาในระยะยาว สะท้อนให้เห็นว่า ‘สุขภาพที่ดี’ ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเป้าหมายระยะสั้น แต่ควรเป็นสิ่งที่เราสร้างและดูแลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว หรือแนวคิด Longevity และ Health span ที่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตที่ยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยจุดเริ่มต้นสำคัญคือการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล จึงนำ Dutch Mill DR-1 โพรไบโอติก SHOT โยเกิร์ตพร้อมดื่ม มาเป็นหนึ่งในตัวช่วยหลักของแคมเปญ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมนักวิจัยของดัชมิลล์ รีเสิร์ช ที่ผสานโพรไบโอติก 3 สายพันธุ์ เสริมด้วยพรีไบโอติก อินูลิน (Inulin) และ ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (FOS) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

โครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี” ยังได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก เครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในการจัดทำสื่อและกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและสมดุลลำไส้ เพื่อส่งต่อข้อมูลที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแก่ผู้รับบริการ ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โดยกิจกรรมจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน

ในงานเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ พร้อมด้วย พีท – กันตพร หาญพาณิชย์ และ แก้มบุ๋ม – ปรียาดา สิทธาไชย ผู้บริหารเครือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ร่วมเปิดโครงการและส่งต่อแนวคิด “DO ดี” เพื่อชวนคนไทยเริ่มต้นลงมือทำสิ่งดีๆ ให้กับสุขภาพของตัวเองในทุกวัน

ผู้ที่สนใจเริ่มต้นดูแลสุขภาพและใส่ใจสมดุลลำไส้ไปพร้อมกับโครงการ “ดัชมิลล์ DO ดี” สามารถพบกับ Dutch Mill DR-1 โพรไบโอติก SHOT พร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ทุกสาขา ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำใกล้บ้าน บูธกิจกรรมภายในโรงพยาบาลเกษมราษฎร์  และสาวดัชมิลล์ สาวดีไลท์ทั่วประเทศ

เพราะการมีสุขภาพที่ดี ไม่ได้เกิดจาก “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นได้จากการ ลงมือทำ หรือ DO ในทุกวัน

DutchMillดัชมิลล์DOดีสุขภาพดีดูดีเริ่มต้นที่การลงมือทำเรื่องดีดีเกิดขึ้นได้เมื่อเราช่วยกันDO

ททท. เปิดตัว E-Guide Book “Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน” ชูแนวคิด ROOT ON THE ROCK เปลี่ยนสุราชุมชนเป็นหมุดท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมนำร่องยกระดับ Gastronomy Tourism ผ่าน 5 เส้นทางทั่วไทย

28 สิงหาคม 2569 เวลา 18:03 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยด้วยเสน่ห์แห่งรสชาติและวิถีชีวิต ผ่านโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น พร้อมเปิดตัวคู่มือนำเที่ยวฉบับออนไลน์ ที่จะสร้างแรงบันดาลใจและเป็นคู่มือพานักเดินทางไปสำรวจท้องถิ่น เพื่อสัมผัสกับอรรถรสการกินและดื่มในแต่ละภูมิภาคของไทย

คู่มือท่องเที่ยว ฉบับ ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ถูกออกแบบให้ทันสมัยและสามารถเป็นผู้ช่วยตัวจริงของนักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้ต้องการเพียงปักหมุดไปร้านอร่อยหรือร้านดังเท่านั้น

แต่ต้องการมอบประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งกว่า อย่างการสัมผัสเรื่องราวและทราบถึงที่มาของรสชาติเหล่านั้น ผ่านการสำรวจท้องถิ่น ค้นพบแหล่งวัตถุดิบ ตลอดจนพบปะกับผู้รังสรรค์หรือต่อยอดอัตลักษณ์ของรสชาตินั้นด้วยตนเอง

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “การท่องเที่ยวเชิงอาหารและเครื่องดื่ม (Gastronomy Tourism) ไม่ได้หยุดอยู่ที่ความอร่อย  แต่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y-Z ยังแสวงหาคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของรสชาติอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย ซึ่งททท. เล็งเห็นว่าสุราชุมชนนั้นเป็น Cultural Asset ที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาซึ่งมีคุณค่าของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน จึงหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเรื่องราวของโครงการนี้”

“สำหรับการจัดทำ E-Guide Book ของโครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน เราตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวที่พิเศษและลึกซึ้ง ทั้งการสัมผัสวิถีชุมชนและผู้คน ทำความรู้จักวัตถุดิบท้องถิ่น เรียนรู้กรรมวิธีการหมักและกลั่นสุรา ตลอดจนการจับคู่อาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นกับสุราชุมชนอย่างร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก เชฟมารังสรรค์ร่วมกับทางชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตามรอยไปพบกับรสชาติที่มี เรื่องเล่าได้อย่างแท้จริง” นายอภิชัยกล่าวเสริม

E-Guide Book ฉบับนี้นำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวนำร่อง ได้แก่

  1. เส้นทาง จ.จันทบุรี (ภาคตะวันออก): แกะรอย “สุราเทวะ” จากวิถีดั้งเดิมของชาวชองชนเผ่าที่ปกปักรักษ์ผืนป่าเมืองจันท์ พร้อมเปิดมิติแห่งรสชาติอาหารตามฤดูกาลที่ร้าน RARIN – รริน
  2. เส้นทาง จ.สงขลา–พัทลุง (ภาคใต้): พบกับ “เมรีรัญจวน” สุรากลั่นจากน้ำตาลโตนด เสน่ห์ชีวิตบนคาบสมุทรสทิงพระ และอาหารปักษ์ใต้ร่วมสมัยโดย Chef Top × ร้าน Beastlab Hatyai
  3. เส้นทาง จ.สกลนคร (ภาคอีสาน): สัมผัส “สุราออนซอน” จากช่อดอกมะพร้าว พิธีเหยาของชาวภูไท พร้อม ลิ้มลองสเต็กเนื้อท้องถิ่นโดย Chef เปอร์ × ร้าน House Number 1712
  4. เส้นทาง จ.สุพรรณบุรี (ภาคกลาง): ดื่มด่ำบรั่นดีขาวเมล่อนคราฟต์ “เนภา” ล่องเรือตามรอยนิราศสุพรรณ นั่งอีแต๊กชมทุ่ง และถ่ายทอดรสชาติสุพรรณโดยคุณปอม ร้านชาณา
  5. เส้นทาง จ.น่าน (ภาคเหนือ): เจาะลึกการกลั่น “สุราอัสดง” เยือนสวนมะแขว่น พืชสมุนไพรกลิ่นหอมเผ็ดซ่า และเปิดประสบการณ์รสชาติโดย Chef แซ็ค แห่ง ZAC TA-RY

ททท. ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมออกไปสัมผัสเรื่องเล่าในขวดแก้ว และค้นพบเสน่ห์ของเมืองไทย ในมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย พร้อมติดตามคู่มือท่องเที่ยว โครงการ Local Spirit Guide เรื่องเล่าเคล้าสุราชุมชน ภายใต้แนวคิด ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า…เคล้าวิถีถิ่น ได้ทางช่องทางออนไลน์ของโครงการ Facebook Page: Root on the Rock  รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น / Instagram: Root on the Rock  รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น และสามารถดาวน์โหลดคู่มือท่องเที่ยว ROOT ON THE ROCK รินรสเล่า เคล้าวิถีถิ่น ได้ที่ bit.ly/RootontheRock

นางฟ้าของพี่! ‘ม้า อรนภา’ โพสต์ซึ้งถึง ‘เจ๊ปอง อัญชะลี’ หลังเดินทางขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต

29 สิงหาคม 2569 เวลา 08:50 น.

อัญชะลี ไพรีรัก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมิตรภาพที่แน่นแฟ้นและน่าประทับใจในยามยากสำหรับคนบันเทิงรุ่นใหญ่ชื่อดังอย่าง ม้า อรนภา กฤษฎี ที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ 28 สิงหาคม 2569 ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee เผยถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตกับการเดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดชลบุรีเป็นครั้งแรก โดยมีเพื่อนสนิทคนเก่งอย่าง อัญชะลี ไพรีรัก หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ เจ๊ปอง สื่อมวลชนอาวุโสคอยเคียงข้าง

โดยในโพสต์ดังกล่าวของ ม้า อรนภา มีข้อความทั้งหมดว่า “เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไปขึ้นศาล ศาลจ.ชลบุรี มีน้องปองไปเป็นเพื่อน มารับจากบ้าน และกลับมาส่งถึงบ้าน ทุกอย่างจบด้วยดี มิตรแท้คือแบบนี้นี่เอง ช่วยเหลือ พึ่งพาได้ อยู่เคียงข้างอย่างอบอุ่นไม่ทิ้งกัน และแบบแยบยล ปองคือนางฟ้าของพี่ และของเพื่อนๆทุกคน ขอบคุณผู้หญิงใจแกร่งคนนี้ ปองอัญชะลี และผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้น บุญคุณต้องทดแทนในชาตินี้”

ม้า อรนภา

หลังจากที่โพสต์ของ ม้า อรนภา เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลได้ไม่นาน ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจและชื่นชมในน้ำใจของทั้งคู่กันอย่างล้นหลาม โดยมีความคิดเห็นจากชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“เห็นด้วยค่ะมิตรแท้จะอยู่กับเราตลอดเวลาทุกข์หรือสุข”

“พี่ปองคือที่สุดค่ะ”

“พี่ปองแกชำนาญเรื่องขึ้นศาลค่ะสามารถปรึกษาได้ค่ะ/เป็นกำลังใจให้พี่ม้าผ่านพ้นไปให้ได้นะคะ”

“รักทั้งสองที่สุดคะ พี่ปอง พี่ม้าที่น่ารัก I Love You Hearts GIF by da sachin”

“สุขภาพแข็งแรงคะพี่พี่ทั้งสอง”

“รักทั้ง 2 ท่านค่ะ ส่งกำลังใจค่ะ”

“รักพี่ปอง พี่ม้าครับ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้านะคะ”

“น่ารักทั้งสองคนค่ะ”

“เป็นกำลังใจให้พี่ม้าค่ะ…”

“คนดี ที่รักผูกพันกัน”

“รักทั้งคู่ค่ะ”

เจ๊ปอง
เจ๊ปอง
ม้า อรนภา
ม้า อรนภา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Ornapa Krisadee

ข่าวดาราม้า อรนภาอรนภา กฤษฎีอัญชะลี ไพรีรักเจ๊ปอง

แอ๊ด คาราบาว สายเปย์ ควัก 1 ล้านให้รางวัล น้องเนเน่ อัดฉีดล่าฝัน AGT

29 สิงหาคม 2569 เวลา 11:40 น.

น้าแอ๊ดให้เงินรางวัลเนเน่

“แอ๊ด คาราบาว” สายเปย์! คลัก 1 ล้าน ให้รางวัล “น้องเนเน่” ช่วยสร้างแรงบันดาลใจเด็กไทย

ตำนานเพลงเพื่อชีวิต “แอ๊ด คาราบาว” หรือ ยืนยง โอภากุล ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่าน  Add Bao  โพสต์ข้อความตามหาตัวเด็กสาววัย 16 มากความสามารถอย่าง  “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย  พร้อมประกาศมอบเงินรางวัลอัดฉีดสูงถึง 1,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนในการสู้ศึกรอบชิงชนะเลิศ

ในโพสต์ดังกล่าว แอ๊ด ได้แสดงความชื่นชมในความสามารถของน้องเนเน่ที่กลายเป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรุ่นใหม่หันมาเล่นกีตาร์และสนใจเล่นดนตรีกันอย่างคึกคัก  โดยระบุว่า

” เนเน่ ครับตอนนี้หนูอยู่ไหน อยู่เมืองไทยหรือเปล่าครับ ……

ลุงแอ๊ด ปลื้มหนูมากๆ หนูเก่งจริงจ้ะ เเละยังทำให้เด็กๆ คนไทยอยากเป็นแบบหนู เชื่อไหมหลังเวทีคอนเสิร์ตลุงแอ๊ดน่ะ จะมีคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยๆ พร้อมหอบหิ้วกีต้าร์มาข้อลายเซ็นลุง

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่มันหนาตาขึ้นผิดปรกติ เพราะกระเเสจากความนิยมในความสามารถของหนูนี่เเหละ ถ้าเป็นหลังเวทีของหนู ลองนึกดูเอาละกันว่ามันจะถล่มทลายขนาดไหน 55555

ลุงแอ๊ดขอมอบเงินสดส่วนตัว 1 ล้านบาทให้หนูเพื่อจะได้ใช้เป็นค่าเดินทางค่าใช้จ่ายเพื่อไปพิชิตชัยชนะมาฝากชาวไทยและประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา…..

ลุงขอเป็นกำลังใจดวงเล็กๆ อีกดวงให้หนูไปทำภารกิจนี้แทนชาวไทยด้วยเด้อ รอบชิงเอาให้หรอยจังฮู้เลยนะลูกนะ

รักนะ..จุ้ฟๆ

ติดต่อได้ที่คุณ ณิชา โอภากุล Kingsley

085-9313300 ” 

Nene Royalข่าวบันเทิงวันนี้เนเน่แอ๊ดคาราบาวให้เงิน1ล้าน

‘ไก่ พรรณนิภา’ หวนคืนฟลอร์! เปิดตัวค่ายน้องใหม่ ‘Nova Records’ ในงาน ‘เต้น-กิน รำ-กิน ฟินเวอร์’

28 สิงหาคม 2569 เวลา 22:51 น.

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่แฟนเพลงยุค 90s และสายไลฟ์สไตล์ไม่ควรพลาด! เมื่อนักร้องเสียงทรงเสน่ห์ระดับตำนาน เจ้าของบทเพลงอมตะตลอดกาลอย่าง “กุหลาบแดง” โดย “ไก่-พรรณนิภา” ประกาศคัมแบ็กอย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว ภายใต้สังกัด“Nova Records” ค่ายเพลงน้องใหม่ที่จะเข้ามาเติมสีสันให้วงการดนตรีไทย

การกลับมาครั้งนี้นอกจากจะมาพร้อมบทบาทใหม่ภายใต้สังกัด Nova Records แล้ว ไก่ พรรณนิภา ยังเตรียมปล่อยอัลบั้มใหม่และเพลงลีลาศจังหวะสุดเก๋ที่ผสมผสานทั้ง Ballroom และ Swing เข้าด้วยกัน ให้แฟนๆ ได้ย้อนวันวานและวอร์มอัพร่างกายเตรียมเปิดฟลอร์ไปพร้อมกัน

ด้านนักร้องในตำนานได้กล่าวทักทายแฟนเพลงก่อนที่จะถึงวันเปิดตัวอัลบั้มใหม่ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ “สวัสดีแฟนเพลงกุหลาบแดงทุกท่านนะคะ ผ่านมาเกือบ 32 ปี ไก่ดีใจที่จะได้กลับมาสร้างผลงานใหม่ให้แฟนเพลงอีกครั้ง กับบทเพลงใหม่ กุหลาบแดงเวอร์ชั่นใหม่ และรวมถึงแนวเพลงลีลาศยุคใหม่ บทบาทใหม่ๆ ที่อยากให้ทุกท่านรอชม”ฝากติดตามกันไปเรื่อยๆนะคะไก่จะทำอย่างเต็มที่ ไม่ให้แฟนเพลงผิดหวังแน่นอนค่ะ

โดยความพิเศษทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในงาน “เต้น-กิน รำ-กิน ฟินเวอร์” งานมหกรรมสุดฉ่ำที่รวมดนตรี การเต้น อาหาร และไลฟ์สไตล์ไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์คอนเซปต์ “ไม่เป็นก็เต้นได้ คนเดียวก็เปรี้ยวได้ ไม่ต้องรอมีคู่!” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ ณ 65 HABITS สุขุมวิท 101/1 วชิรธรรมสาธิต 23 ตั้งแต่เวลา 12.00–22.00 น. (เข้าร่วมงานฟรี!)

ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาดตลอดทั้งวัน
* 12.00 น. เป็นต้นไป: สตาร์ทความอร่อยกับตลาดอาหารสุดชิค จิบเจลาโต้คลายร้อน และชิมเมนูเด็ดไฮไลต์ “ขนมจีนน้ำเงี้ยวสูตรเด็ด ไก่ พรรณนิภา” ที่เจ้าตัวลงมือมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง
* 16.00 น.: ปลดล็อกความเกร็ง! เวิร์กชอปสอนเต้นสไตล์ Social Dance สวิง และลีลาศแบบเข้าใจง่าย มือใหม่หรือมาคนเดียวก็จอยได้ทันที
* 19.00 น.: มินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “ไก่ พรรณนิภา” ฟังสดก่อนใครกับเพลงลีลาศใหม่ล่าสุดและเพลงจากอัลบั้มใหม่ ภายใต้บ้าน Nova Records
อย่าปล่อยให้วันหยุดผ่านไปเฉยๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันเปิดตัวค่าย Nova Records และปักหมุดมาร่วม กิน เล่น เต้น รำ ไปกับเสียงเพลงระดับตำนาน เสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ที่ 65 HABITS สุขุมวิท 101/1 วชิรธรรมสาธิต 23 ตั้งแต่เวลา 12.00–22.00 น. (เข้าร่วมงานฟรี!) มาเจอกันบนฟลอร์

Nova Recordsไก่ พรรณนิภา

แทบละสายตาไม่ได้! พั้นช์ วรกาญจน์ สลัดลุคหวาน อวดความสดใสริมสระ สวยออร่าทะลุจอ

28 สิงหาคม 2569 เวลา 20:58 น.

ทำเอาแฟน ๆ แห่เข้ามากดไลก์กันรัว ๆ สำหรับนักร้องสาวเสียงดี “พั้นช์ วรกาญจน์” ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ความสวยและเสน่ห์ก็ยังคงเหมือนเดิม แถมล่าสุดยังมีโมเมนต์ให้ได้เห็นในลุคสบายๆ แต่แอบเซ็กซี่เบาๆ จนหลายคนแทบละสายตาไม่ได้

โดยล่าสุด “พั้นช์ วรกาญจน์” ได้เผยภาพในช่วงวันพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลใกล้ทะเล งานนี้เจ้าตัวมาในเสื้อสายเดี่ยวสีฟ้าสดใส จับคู่กับกระโปรงสั้นสีขาว เป็นลุคเรียบง่ายที่ดูทั้งน่ารักและสดใส แต่ก็แอบเพิ่มความแซ่บขึ้นมาเล็ก ๆ

นอกจากแฟชั่นที่สะดุดตาแล้ว สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือรอยยิ้มหวาน ๆ และความสดใสที่เป็นเอกลักษณ์ของสาวพั้นช์ ยิ่งทำให้ภาพเซตนี้ดูละมุนและมีเสน่ห์มากขึ้น ขณะเดียวกันรูปร่างที่ดูฟิตและผิวพรรณที่ดูสดใส ก็ยิ่งทำให้ลุคพักผ่อนครั้งนี้ได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ไม่น้อย

พั้นช์ วรกาญจน์พั้นช์ วรกาญจน์ เที่ยวทะเล

โอ๊ยเล่าเรื่อง หมัดเทวาท้าเดิมพัน(Godskin) ‘หมัดต่อหมัดสัตว์ต่อสัตว์พลังต่อพลัง’

28 สิงหาคม 2569 เวลา 14:20 น.

FacebookXLineGmailCopy LinkShare

หนังไทย เรื่องล่าสุด ผลงานการสร้างร่วมกันของ M STUDIO, Jungka Studio และ Karmanline Studio ที่ นำเสนอ หนังแอ็คชั่นหมัดมวย งานกำกับของ กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา จาก ‘บอดี้..ศพ 19,  สี่แพร่ง ตอน “ยันต์สั่งตาย” , ห้าแพร่ง ตอน “หลาวชะโอน”รัก7ปีดี7หนตอน“14”,โกสต์แล็บ..ฉีกกฎทดลองผีและอนาฅตหมัดเทวา ท้าเดิมพัน พาผู้ชมเข้าสู่สังเวียนต่อสู้ใต้ดินสุดโหด ซึ่งชัยชนะไม่ได้ตัดสินกันเพียงแค่หมัดต่อหมัดแต่ยังต้องเดิมพันด้วยพลังเหนือมนุษย์และชีวิตของผู้เข้าแข่งขั

กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา ฉีกแนว จากที่เคยทำหนัง ผี ไซไฟ อย่าง บอดี้ศพ 19 หันมาทำหนังแอ็คชั่นหมัดมวย แต่ยังคง ลายเซ็นต์ของตัวเอง ที่ยังคง เน้น แฟนตาซี ผสมผสาน  โลกแฟนตาซีเข้ากับศิลปะการต่อสู้อย่างดุเดือด หนังเดินเรื่อง โดยตามติด ชีวิตของ วิน ไรเดอร์ จนตรอกเน้นไปที่การต่อสู้มีเรื่องราวของคนรอบข้างตัวเข้ามาแจม‘อิฐ’เพื่อนสนิท ผู้ชักนำเข้าวงการ
‘แพรวา’อดีตรักเยาว์วัยที่ มาเป็นคนรัก/กำลังใจในสยามมวย และ กวนอู FC ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ ‘วิน’ชนะตัวหนังมาตามสูตรหนังแนวนี้ ไม่ยากต่อการคาดเดา แค่รอดูว่า คู่ต่อสู้ เส้นทางเดินของ‘วิน’จะเป็นอย่างไร รอดูบทสุดท้ายว่าจะลงเอ่ยอย่างไรช่วงแรก หนังอาจจะดูธรรมดา เพลินแค่ฉากต่อสู้ในแบบทีเล่นทีจริงดูไปเรื่อยไม่มีจุดพีคแต่ดูได้ก่อนที่ จะมา หักมุม ในช่วงท้ายไคลแม็กซ์ บทสรุปบทเฉลย ที่อยู่ เหนือการคาดเดา เปลี่ยนโทนหนังไปโดยสิ้นเชิง หนังดู ดราม่า/จริงจัง/ทริลเลอร์ขึ้นมาทันทีและด้วย ความเป็น แนวแฟนตาซี/ไซไฟ พอมาถึงบทเฉลย อาจจะทำให้คนดูหลายคนไม่เข้าใจไม่เคลียร์กับเรื่อง

บรรยากาศของ หนังไทย ในยุคนี้ มาแบบจัดเต็ม ตัวละครแบบบ้านๆ การพูดคำจา ที่เห็นกันได้โดยทั่วๆไป ทำให้หนังดูติดดิน โลเกชั่นดูหม่นหมองอึ้มครึม ตามโทนเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในสนามมวยที่อยู่อาศัยหรือที่ร้านสักยันต์อาจารย์ทศ  แต่จะมีดูธรรมดาๆ ขัดตาไปสักนิด คือในบรรดานักพนันหรือในโรงพยาบาลรู้สึกลอยโดดออกมาจากตัวหนัง

ฉากแอคชั่นติวบู๊ต่างๆ นานา ทำออกมาได้ดี โดยทีม พันนาสตั้นท์(Panna-stunt) ลีลาการต่อสู้ บุคลิกท่าทาง ชวนให้นึกถึง หนังบู๊ขายสาย ของ ทีมพันนา ฤทธิไกร ในอดีต ลีลาแบบทีเล่นทีจริง เน้นขำๆ นักชกบนสังเวียน ลักษณะ หลากหลาย เหมือนไม่มีอะไร ท่าทางไม่เก่ง แต่เอาจริง แล้ว ไม่ธรรมดา มีทั้ง ผอมแห้งแรงน้อย อ้วนท้วนสมบูรณ์ สาวบอบบาง สาวเพศสอง เด็กน้อยนักร้องฯลฯ

ดีไซด์ฉากบู๊ ออกมา ในแบบของ เกมส์ การ์ตูน มังงะ การต่อสู้ที่เน้น ลีลาท่าทางของ สัตว์ต่างๆ ที่ ใส่ ภาพกราฟฟิคสัตว์ เข้ามาประกอบเวลาต่อสู้ ยิ่งทำให้ หนัง ออกมา เป็น แฟนตาซีมากขึ้นและที่ต้องชม คือ ฉากต่อสู้ยาวๆ แบบ ลองเทค ในห้องล้อกเกอร์ ดูโอเค สนุกตื่นเต้น ดูเข้าขากันดียิ่งปล่อยยาวคิวต้องเป๊ะต้องซ้อมกันเป็นอย่างดี

จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร มาพร้อมกับ หุ่นฟิตเปี๊ยะ ฉีกภาพเดิมๆ ที่ เคยดูมา ลีลาคิวบู๊ ท่ามวย ชั้นเชิงการต่อสู้ ดูปราดเปียวว่องไว ฉาก ดราม่า รัก ยังคงออกมาดูดี แบกหนังได้ทั้งเรื่อง

จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี ลื่นไหลไปกับบท อิฐ ที่มีทั้งความเป็นเพื่อน ควบกับ นักธุรกิจ เล่นดี ดูแล้วเชื่อว่า เป็น คนไหลลื่น มีประสบการณ์ เก๋าเกมส์ จริงๆ เป็น ผู้จัดการ ที่ เขี้ยวลาก แม้จะ..ไม่มี ฉากต่อสู้ แต่ก็ทำให้ คนดู สนุกไปกับเรื่อง ทุกฉาก ที่ออกมา เด่นทุกฉาก

 มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร เป็น แพรวา สาวพีอาร์ ในสนามมวย ดูสวย มีเสน่ห์ ตามบท เข้ามาเสริมในส่วน เรื่องรักได้ดี เสียดาย แค่ โชว์เนื้อหนังมังสา ฉากเลิฟซีน ดูธรรมดา ยังไม่ร้อนแรงตามโทนหนังถ้ามามากกว่านี้จะทำให้หนังสนุกขึ้น

บอนชอน-ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม (น้องชาย โดม เดอะสตาร์) เป็น กวนอู FC สปอนเซอร์ รายใหญ่ของ มาวิน ชัดเจน มาเสริม ในบทเฮฮา เรียกร้อยยิ้ม เป็นตัวช่วยที่ดี ในแบบ ลูกคุณหมู เด็กเนิร์ดติดเกมส์

เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ เป็น บิลลี่ บรองโก้ นักต่อยสู้ระดับตำนาน ที่ ดูดี ดูเป็นคู่ต่อสู้ ที่สูสีพริ้วไหวไปกับลีลาการต่อสู้ในแบบกวนๆ

อ.โต้ง-อัจฉริยะ ศรีทา มารับบท เป็น ทศ อาจารย์สักยันต์ ที่ ชัดเจน ให้ภาพของ ไซไฟ แฟนตาซี

น้าติง-สุวัฒน์ กลิ่นเกษร และ บอ.บู๋-บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร จับคู่กันมาเป็น  นักพากย์ประจำสังเวียนที่ออกทุกฉากต่อสู้ดูลื่นไหลบรรยากาศสนามมวยมาแบบเต็มๆ หมัดเทวาท้าเดิมพัน(Godskin) ดูสนุก สบายๆ เพลินไปกับ หนังแนวนักมวยใน สนามใต้ดิน ที่อาจจะ ยังดูขาดๆ เกินๆมีสะดุดไปบ้างแต่ถ้าดูแบบปล่อยใจก็ไม่เลวร้ายอะไรสู้กันมาทั้งเรื่อง โทนผนังแอ็คชั่น มาแบบจัดเต็ม หนังปิดท้ายเอนเครดิต พูดคุยกับ ตัวละคร..ทุกๆ คนในเรื่อง  บอกที่มาที่ไป ของ ทุกคนได้ดี..เก๋ไปอีกแบบชอบๆ ในระดับ 7/10 คะแนน