ไทยวาโก้ จับมือ มศว. ลงนาม MOU ขับเคลื่อนนวัตกรรม พัฒนาศักยภาพนิสิต สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

28 สิงหาคม 2569 เวลา 12:07 น.

บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ WACOAL ภายใต้การจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (SWU) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ มุ่งสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรไปจนถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ สำนักงานหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการร่วมมือครั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และร่วมพัฒนาหลักสูตรด้านการสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาด พร้อมส่งเสริมให้นิสิตได้ประยุกต์ใช้ความรู้ภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการร่วมสร้างสรรค์และออกแบบลวดลายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างมืออาชีพ

อีกทั้งภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้บริหารทั้งสององค์กร ถึงแนวคิดและแนวทางความร่วมมือ รวมถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อบุคลากร นิสิตและสังคม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยวัชร พรหมจิตติพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม และ นางอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นอกจากนี้ WACOAL ยังจัดกิจกรรม “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” เชิญชวนนิสิตและบุคลากร มศว. ร่วมส่งต่อชุดชั้นในเก่าทั้งหญิงและชายทุกแบรนด์ที่เสื่อมสภาพ เพื่อนำไปจัดการและกำจัดอย่างถูกวิธี โดยได้รับความสนใจและการมีส่วนร่วมจากนิสิตรวมถึงบุคลากรเป็นจำนวนมาก

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ WACOAL ในการสนับสนุนการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมร่วมสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับสังคมในการมุ่งขับเคลื่อนอนาคตอย่างยั่งยืน

จากวัสดุรีไซเคิลสู่แฟชั่นอย่างมีสไตล์ “ELLE Recycle Nylon Collection” สะท้อนแนวคิดสวย ใส่ใจโลก

28 สิงหาคม 2569 เวลา 11:13 น.

ELLE (แอล) แบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียม ภายใต้การบริหารและจัดจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ “ELLE Recycle Nylon Collection” หยิบเอาความร่วมสมัยมาผสานเข้ากับแนวคิด “ELLE Planet Chic” ที่เราเชื่อว่า “ความชิค” สามารถอยู่ร่วมกับ “ความใส่ใจโลก” ได้

เสน่ห์ของคอลเลกชันนี้อยู่ที่การนำเส้นใยไนลอนจากขวดพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Nylon from Plastic Bottles) มาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าแฟชั่นผ่านกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้หญิงยุคใหม่ เน้นความคล่องตัว น้ำหนักเบา ทนทาน เหมาะกับการเป็น Everyday Bag ที่สามารถหยิบมาใช้ได้ในหลากหลายโอกาส คงความเป็นดีเอ็นเอของ ELLE ได้อย่างลงตัว

ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ELLE เชื่อว่าแฟชั่นที่ดีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่สามารถเดินไปพร้อมกับความใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ จึงเป็นที่มาของคอลเลกชัน ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมใหม่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กระเป๋าทุกใบในคอลเลกชันนี้เราเลือกใช้วัสดุไนลอน ซึ่งผลิตจากขวดพลาสติกรีไซเคิล ผ่านการดีไซน์อย่างประณีตเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ มีทั้งทรงTote Bag, Mini Hobo Bag, Backpack และ Bucket Bag น้ำหนักเบา ทนทาน ใช้งานง่าย เพราะเราอยากให้การเลือกกระเป๋าสักใบเป็นมากกว่าเรื่องของแฟชั่น แต่เป็นการเลือกสิ่งที่สวย ใช้ได้จริง และมีความหมายมากขึ้นค่ะ”

ELLE Recycle Nylon Collection จึงสะท้อนอีกมิติของแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวเบื้องหลังของสิ่งที่เราเลือกใช้ ผ่านการผสาน Style, Function และ Sustainability เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มองหาแฟชั่นที่สวย และสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างใส่ใจโลก เพราะแฟชั่นที่ดี อาจไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เราเลือกใช้ในแต่ละวัน แต่ยังสะท้อนถึงสิ่งที่เราเลือกให้ความสำคัญด้วย

พบกับ “ELLE Recycle Nylon Collection” ไอเทมแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่  พร้อมใส่ใจโลกไปพร้อมกัน

ช้อปได้แล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ ELLE ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และช่องทางออนไลน์ ICC Shopping, Lazada และ Shopee

#ICCinternational #ELLEThailand #ELLEProductsThailand #ELLEBag #RecycledNylonCollection #ELLEPlanetChic

คุณแหน : 28 สิงหาคม 2569

28 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

ll ฯพณฯ เรย์ลีน ซีอาลี ทากาลอ ลูฟาลานี เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานการศึกษานิวซีแลนด์ 2026 จัดโดย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ 29 ส.ค. 11.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ..

ll ภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม Thailand–Japan Bio Business Roundtable เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมชีวภาพและสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น..

ll ยินดีกับ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์, ธีรเดช สินธพเรืองชัย, ประภาพรรณ พิชัยคำ, ดร.จรวยพรภัทร ลีสมสิริ, โอม ศิวะดิตถ์, จักร โกศัลยวัตร, ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, นพ.พลลภัตม์ เสถียร, ปริชญ์ รังสิมานนท์ ที่ได้เป็น คณะทำงานสืบสานพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ชุดใหม่ ของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา โดยมี ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เป็นประธานคณะทำงานฯ..

ll วิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ ​มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ส่งมอบอาคารติดตั้งระบบผลิตก๊าซทางการแพทย์ พร้อมอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่ รพ.บึงนาราง จ.พิจิตร..

ll ชื่นชม ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (FIN) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มช. นำทัพนักวิจัยและผู้ประกอบการไทยสร้างชื่อ คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติ The 12th International Exhibition of Inventions  (IEI 2026) ณ นครกว่างโจว..

ll มิตรสหายยินดีกับ อรวรรณ คงธนขันติธร ที่ได้เป็น รองเลขาธิการ ก.พ. สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ 1 ตค. เป็นต้นไป..

ll นพ.ทวีชัย วิษณุโยธิน ผอ. รพ.มหาราชนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา แก่นักศึกษาแพทย์ที่มีความตั้งใจแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์..

ll ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล ชวน รสริน เธียรนุกุล, ดร.อลิสา เลิศเดชเดชา, พัชรีภรณ์ ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์, กชพรรณ นุ่มฤทธิ์, อมรรัตน์ ตันติโชติ ไปพักผ่อนกันที่บ้านพักจ.เชียงใหม่พร้อมแวะไปทักทาย วัลยา จิราธิวัฒน์ ที่บ้านด้วย..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ สพญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ผู้ก่อตั้ง รพ.สัตว์ทองหล่อ ที่ รพ. มีอายุก้าวสู่ปีที่ 33 จากห้องแถว 3 ห้องในวันนั้น วันนี้ได้ขยายไปกว่า 21 สาขา และกำลังลงทุนกว่า 250 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ อัปเกรดสาขาเดิม รวมถึงพัฒนานวัตกรรมการดูแลสัตว์เลี้ยง..

ll ยามนี้ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ควงมาดาม พญ.สุภาณี ไปทริป 10 วันเดินทางย้อนรอยเส้นทางสายไหมโบราณจากจีนเข้าสู่เอเซียกลาง..

ll วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ หลานชายปิดเทอม คุณย่าเพ็ญพาน้องไพร์มไปพักผ่อนพร้อมครอบครัวที่สวนสนุกฉางหลง เมืองจูไห่..

ll วนิดา ฐานีพานิชสกุล วันเกิดทำบุญกับมูลนิธิรามา  สภากาชาดไทย และ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ ตกเย็นก็ฉลองกับเพื่อนๆอย่างอบอุ่น..

น้องใหม่

เช็กอินพังงา ชมวิวพาโนรามาเสม็ดนางชี สัมผัสนวัตกรรม ‘หมอนหลอดพลาสติกเพื่อสุขภาพ’

27 สิงหาคม 2569 เวลา 19:56 น.

เต้ย พงศกร พิธีกรรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์นี้ ชวนเพื่อนซี้สายแอดเวนเจอร์ ไผ่ พาทิศ เดินทางสัมผัสมนต์เสน่ห์ดินแดนใต้ Unseen ที่ จังหวัดพังงา ในรูปแบบ One Day Trip ด้วยการนั่งรถโฟวิลไต่ขึ้นยอดเขาสูงกว่า 800 เมตร สู่ “จุดชมวิวเสม็ดนางชี” สูดอากาศบริสุทธิ์ชมทัศนียภาพอ่าวพังงาแบบพาโนรามา 360 องศาอันน่าทึ่ง  โดยสามารถมองเห็นหมู่เกาะหินปูน และผืนทะเลอ่าวพังงาได้อย่างกว้างไกล ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันงดงาม ก่อนปิดท้ายความตื่นเต้นท้าทายด้วยการพายเรือคายัค ลุยอุโมงค์ต้นไทรโบราณอายุนับร้อยปี ที่ “คลองสังเน่ห์” หรือ Little Amazon เมืองไทย อําเภอตะกั่วป่า ลําคลองสายเล็กที่ไหลผ่านผืนป่าร่มรื่น  รายล้อมด้วยต้นไทรและพืชพรรณนานาชนิด ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมเหนือสายนํ้า จนเกิดเป็นอุโมงค์ธรรมชาติอันโดดเด่น   ระหว่างเส้นทางยังสามารถพบเห็นความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้ง นกเงือก  งูปล้องทอง และสัตว์ท้องถิ่นอีกหลายชนิดอย่างใกล้ชิด นับเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความสําคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

และไฮไลท์สําคัญคือการเจาะลึกนวัตกรรมแปรรูปขยะเพื่อสังคม ณ ตลาดสีเขียวรับความอบอุ่นยามเช้าท่ามกลางสวนปาล์มร่มรื่นที่ “หลาดลองแล” (ตลาดลองแลบางนุ) อําเภอตะกั่วทุ่ง ร่วมกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งบน “ถนนสายบุญ” และลิ้มลองของอร่อยพื้นบ้านสูตรดั้งเดิมอย่าง “ลูกชกสดต้มนํ้าเชื่อม” และ “ขนมจอกโบราณ” ในบรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติรักษ์โลก 100% เตรียมพบกับเรื่องราวของ “เกษตรคาร์บอนตํ่า” และความร่วมมืออันแข็งแกร่งของชุมชนบ้านบางนุ ภายใต้การสนับสนุน ของ ธ.ก.ส. ในโครงการ “ชุมชนอุดมสุข ธ.ก.ส.” ที่เข้ามาช่วยจัดระบบการจัดการขยะครบวงจร และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการดูแลโลกอย่างยั่งยืน

มาร่วมเดินทางท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสนุก แรงบันดาลใจดี ๆในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้กลายเป็นสินค้าส่งต่อคุณค่าสู่สังคมได้ ในรายการ“หอมแผ่นดินกลิ่นไอเกษตร”วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9  HD กด 30

พังงาหมอนหลอดพลาสติกเพื่อสุขภาพเสม็ดนางชี

Arkitektura คว้ารางวัล ‘Master Entrepreneur Award’ จากเวที APEA 2026

27 สิงหาคม 2569 เวลา 19:51 น.

ความสำเร็จอีกขั้นของ อาร์คิเทคทูรา บนเวทีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนศักยภาพผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิด “It’s all about quality” พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า ธุรกิจ และสังคม

นายสมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด (มหาชน) หรือ ARK เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับสากล “Master Entrepreneur Award” จากเวที Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2026 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้นำองค์กรที่มีภาวะผู้นำโดดเด่น มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารธุรกิจ ตลอดจนสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อภาคธุรกิจ สังคม และประเทศ

รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผู้นำองค์กรซึ่งมีภาวะผู้นำโดดเด่น มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและหมุดหมายสำคัญของ Arkitektura ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “It’s all about quality” โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพในทุกมิติ ตั้งแต่การคัดสรรผลิตภัณฑ์ การออกแบบ การให้คำปรึกษา การบริหารโครงการ การประกอบและติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อส่งมอบประสบการณ์และคุณค่าที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างแท้จริง 

“รางวัล Master Entrepreneur Award ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่เป็นรางวัลของผู้บริหารและพนักงาน Arkitektura ทุกคนที่ร่วมกันสร้างองค์กรด้วยความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย เราเชื่อว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งต้องเริ่มต้นจากคุณภาพ ความไว้วางใจ และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน สังคม และประเทศ” นายสมชัยกล่าว

โดยความสำเร็จในครั้งนี้ มาจากการที่นายสมชัยได้เข้าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีและการวางระบบหลายแห่ง ได้แก่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC และบริษัท แทนเจอรีน จำกัด ก่อนนำความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี การขาย และการพัฒนาธุรกิจ มาต่อยอดสู่การก่อตั้ง Arkitektura พร้อมวางรากฐานให้องค์กรเติบโตด้วยระบบการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน การวิเคราะห์ข้อมูล และการวางกลยุทธ์ในระยะยาว

ภายใต้การนำของนายสมชัย Arkitektura มุ่งสร้างความแตกต่างด้วยความเชี่ยวชาญด้านการนำเข้าเพื่อจำหน่าย ประกอบ และติดตั้งผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์ชุดครัว ตู้เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดเครื่องนอนและผ้าขนหนู และผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งอื่นๆ ผ่านการได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าจากต่างประเทศ และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง โดยประสบการณ์กว่า 15 ปีทำให้บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและโดดเด่นด้านดีไซน์จากประเทศชั้นนำทั่วโลก ทั้งอิตาลี เยอรมนี สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีน โดยผสานความเข้าใจด้านการออกแบบ วิศวกรรม คุณภาพ และการจัดหาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน 

“ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นพลังสำคัญให้ Arkitektura เดินหน้าสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งบ้าน แต่คือการส่งมอบคุณภาพที่ช่วยยกระดับพื้นที่และการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น”

 

APEA 2026ARKITEKTURAMaster Entrepreneur Award

“แบรนด์ซุปไก่สกัด” มอบ 1 ล้านบาท สนับสนุน “ดีป้า” จุดประกายศักยภาพเยาวชนไทย ภายใต้โครงการ “Coding Thailand 2026: AI-Inspires the Future”

27 สิงหาคม 2569 เวลา 17:38 น.

แบรนด์ซุปไก่สกัด โดย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อการสนับสนุนด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพสมองของเยาวชนไทย มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท ให้กับ “สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า” เป็นปีที่ 3 ภายใต้โครงการ “Coding Thailand 2026: AI-Inspires the Future”
มุ่งส่งเสริมทักษะด้าน Coding, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ และต่อยอดสู่นวัตกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต

 นางสาวจุฑามาศ งามจิตรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัด บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “แบรนด์ซุปไก่สกัดดำเนินธุรกิจภายใต้ค่านิยมองค์กร ‘Giving Back to Society’ หรือ ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ โดยมุ่งส่งเสริมสุขภาวะและพัฒนาศักยภาพของคนไทยในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ แบรนด์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI โดยเชื่อว่าการเสริมสร้างทักษะด้าน Coding และ AI ควบคู่กับการพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างยั่งยืน

นางสาวจุฑามาศ งามจิตรกุล

ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว แบรนด์ซุปไก่สกัดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อการสนับสนุนสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นปีที่ 3 ผ่านกิจกรรม ‘National Coding & AI Competition’ ภายใต้โครงการ ‘Coding Thailand 2026: AI-Inspires the Future’ โดยมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนรวม 43 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค, รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ, รางวัล Best of the Best และ Best Idea from BRAND’S เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะด้าน Coding และ AI ผ่านการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง ต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม และแสดงศักยภาพบนเวทีระดับประเทศ”

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “โครงการ ‘Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future’ เป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ Coding Thailand ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งขยายโอกาสให้เยาวชน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าถึงและพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้ง Coding, AI, AIoT และ Robotics ควบคู่กับองค์ความรู้ด้านธุรกิจและ Soft Skills เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสร้างนวัตกรรม การประกอบอาชีพในสายงานดิจิทัล และการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรดิจิทัลและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนวางรากฐานการพัฒนากำลังคนดิจิทัลให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งนี้ ดีป้าขอขอบคุณแบรนด์ซุปไก่สกัด ในฐานะพันธมิตรภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนไทยให้พร้อมเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป”

ดร.ศุภกร สิทธิไชย

สำหรับผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจากแบรนด์ซุปไก่สกัดให้เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล Best Idea from BRAND’S จำนวน 3 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ทีม Sun Kids จากโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ กับผลงาน “Sun Kids Farm” ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ ทีม Dsdekerror โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กับผลงาน “Care Motion” และระดับอาชีวศึกษา ได้แก่ ทีม Hello World จากวิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง กับผลงาน “Flash Flood Alert”

Sun Kids เจ้าของผลงาน “Sun Kids Farm”

เด็กชายพิชญภูมิ บุญป้องชีพ โรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ ระดับประถมศึกษา ตัวแทนจากทีม Sun Kids เจ้าของผลงาน “Sun Kids Farm” กล่าวว่า “ผลงานของพวกเราต้องการแก้ปัญหาที่เกษตรกรต้องเจอทุกวัน โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ AI วิเคราะห์ความรู้สึกของลูกเป็ด และ IoT ลงมือดูแล เพื่อให้เกษตรกรให้การเลี้ยงดูได้อย่างเหมาะสม ทั้งการให้อาหาร เติมน้ำ และเปิด-ปิดประตูโรงเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกไข่และผลผลิต พวกเราดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัล Best Idea from BRAND’S และจะนำประสบการณ์นี้ไปพัฒนาความรู้และต่อยอดไอเดียให้เกิดประโยชน์จริงในอนาคตครับ”

ทีม Dsdekerror เจ้าของผลงาน “Care Motion”

นายปุญญพัฒน์ กูลมนุญ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ระดับมัธยมศึกษา ตัวแทนจากทีม Dsdekerror เจ้าของผลงาน
“Care Motion”
 กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ไอเดียของเราได้รับการคัดเลือกจากแบรนด์ โดยเราเริ่มต้นพัฒนาผลงาน ‘Care Motion’ จากปัญหาโรคพาร์กินสันที่มักถูกมองข้าม แต่หากเป็นแล้วจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก พวกเราจึงนำ AI และ Coding มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมสำหรับคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันในระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตและประเมินความเสี่ยงได้อย่างสะดวกมากขึ้น”

นางสาวพัชรพร ถนอมการ วิทยาลัยการอาชีพแม่สะเรียง ระดับอาชีวศึกษา ตัวแทนจากทีม Hello World เจ้าของผลงาน “Flash Flood Alert” กล่าวว่า “พวกเราได้แนวคิดในการพัฒนาผลงาน ‘Flash Flood Alert’ จากปัญหาน้ำป่าไหลหลากซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์ได้ เราจึงนำ AI มาพัฒนาเป็นระบบแจ้งเตือนน้ำป่าไหลหลากผ่านเสียงตามสายและแอปพลิเคชันแชต เพื่อช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที พวกเราดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับรางวัล Best Idea from BRAND’S ซึ่งถือเป็นกำลังใจให้พวกเราอยากเรียนรู้และพัฒนาผลงานต่อไปค่ะ”

สวธ. จัด THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” พร้อมเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีการพัฒนา

27 สิงหาคม 2569 เวลา 17:28 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 “วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” เปิดมุมมองใหม่ต่อบทบาทของ “วัฒนธรรม” ในฐานะทุนและเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมสร้างพื้นที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีการพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และค้นหาโอกาสความร่วมมือรูปแบบใหม่ ผ่านการนำเสนอแนวโน้มด้าน Culture-Led Sustainability เวทีเสวนาระหว่างภาคธุรกิจ เมือง และชุมชน รวมถึงพิธีมอบ Thailand Culture for SDGs Recognition Awards 2026 ยกย่อง 5 เมืองต้นแบบที่นำทุนวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569  ณ อาคาร Festie Town โครงการ Happitat ซึ่งร่วมสนับสนุนพื้นที่จัดงาน ด้วยแนวคิดที่เชื่อในพลังของวัฒนธรรม จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ในการเชื่อมโยงผู้คน ต่อยอดประสบการณ์ให้เกิดคุณค่าและความหมาย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่สังคม

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า “วัฒนธรรมไม่ได้มีบทบาทเพียงการอนุรักษ์ สืบสาน หรือต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองให้มีอัตลักษณ์ สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ขอแสดงความยินดีกับทุกเมืองที่ได้รับรางวัล และหวังว่ารางวัลครั้งนี้จะเป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจให้เมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ นำอัตลักษณ์และศักยภาพของตนเองมาเป็นพลังในการพัฒนา เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยที่โดดเด่นและสง่างามบนเวทีโลก”

ภายในงานนำเสนอแนวคิด “วัฒนธรรมคือ JIGSAW ที่หายไปของความยั่งยืน” สะท้อนว่าวัฒนธรรมสามารถเป็นทั้งกลไกขับเคลื่อน (Driver) และตัวเปิดทาง (Enabler) ที่เชื่อมโยงการพัฒนาในหลายมิติ พร้อมกิจกรรม The Future of Culture-Led Sustainability: อนาคตของการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านมิติทางวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอมุมมองและโอกาสในการเชื่อมโยง Culture × SDGs × ESG โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เริ่มจาก “ราก” และ “คน” ในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือ เพื่อยกระดับทุนวัฒนธรรมไปสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือเวทีเสวนา “Co-creating Sustainable Futures: How Business, Cities and Communities Can Grow Together Through Culture” ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารจากภาคธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ ดร.เอกชัย ตั้งรัตนาวลี รองประธานกรรมการ สำนักประธานกรรมการ CP Group, นายทวีสุวรรณ ศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Thoresen Thai Agency และนายจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงาน-ซีพีพลายเชน Food Passion ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของภาคธุรกิจในการทำงานร่วมกับเมืองและชุมชน พร้อมชวนมองการยกระดับความร่วมมือจากการ “สนับสนุน” ไปสู่ Strategic Partnership ที่นำวัฒนธรรมมาเป็นจุดเชื่อมโยงในการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจ เมือง และชุมชน ตลอดจนต่อยอดเป้าหมายด้าน ESG และ Sustainability ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้จัดพิธีมอบรางวัลยกย่องเมืองที่พัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยมิติวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2569 Thailand Culture for SDGs Recognition Awards 2026 เพื่อยกย่องเมืองที่สามารถนำทุนและมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมืองที่ได้รับรางวัลจะได้รับโล่เชิดชูเกียรติ เกียรติบัตร และเงินอุดหนุนเพื่อการพัฒนาเมืองด้วยมิติทางวัฒนธรรม

สำหรับ รางวัลการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยมิติทางวัฒนธรรมแบบองค์รวม (Holistic Sustainable Development) ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ได้รับเงินอุดหนุน 200,000 บาท ส่วนรางวัลรายมิติอีก 4 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท ได้แก่ เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อมและความสามารถในการรับมือ (Environment & Resilience), เทศบาลตำบลเมืองที อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ด้านความมั่งคั่งและความเป็นอยู่ที่ดี (Prosperity & Livelihoods), องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ด้านทักษะองค์ความรู้ (Knowledge & Skills) และเทศบาลตำบลบางปลา อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ด้านการมีส่วนร่วมและไม่แบ่งแยกกีดกัน (Inclusion & Participation)

ทั้ง 5 เมืองสะท้อนให้เห็นว่า “ทุนวัฒนธรรม” สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองได้ในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม องค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะที่รางวัลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงปลายทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการสร้างการยอมรับ เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และโอกาสความร่วมมือใหม่ ๆ บนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน ดังนั้น การจัดงาน THAI CULTURE SDGs FORUM & AWARDS 2026 จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดัน “วัฒนธรรม” จากรากฐานและอัตลักษณ์ของพื้นที่ สู่การเป็น พลังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่เชื่อมภาครัฐ ภาคธุรกิจ เมือง ชุมชน และภาคีเครือข่ายให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

‘ต้าวหยอง’เปิดหมดใจใน ‘เที่ยงบันเทิง ทอล์ก’ เคยหลงแสงสีจน ‘พ่อเอ๊ะ’เสียน้ำตา เผยเส้นทางสู่ ‘เอวหวาน 4G’

28 สิงหาคม 2569 เวลา 15:58 น.

รายการ “เที่ยงบันเทิง ทอล์ก” ชวน “ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์” ผู้ปลุกกระแสหมอลำฟีเวอร์จากแดนเซอร์ที่ยืนอยู่แถวหลัง สู่ตัวท็อปฉายา “ซูเปอร์ตาร์เอวหวาน” วันนี้ไม่ได้มีดีแค่ลีลาการเต้นสุดพลิ้ว แต่ก้าวมารับบทบาทหนึ่งในนักแสดงนำละครเรื่อง “นางฟ้าหมอลำ” ทางช่อง 7HD พร้อมเปิดหมดใจถึงอดีตที่เคยก้าวพลาด หลงแสงสี จนทำ“พ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์” เสียน้ำตา สารภาพกว่าจะถึงวันที่เป็นขวัญใจแฟน ๆ ท้อจนแอบร้องไห้มาแล้ว !

ทำเอาแม่ยกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จ้องจออย่างพร้อมเพรียง เมื่อ ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์ หรือ  หมูหยอง-ยุคลเดช ปัจฉิม แดนเซอร์หมอลำหนุ่มที่มีท่าเต้นสุดพลิ้วกลายเป็นไวรัล จนได้รับฉายา “เอวหวาน 4G”  และใช้ช่วงปิดฤดูการแสดงหมอลำ มารับงานแสดงเป็นครั้งแรก ในละครเรื่อง“นางฟ้าหมอลำ” ตอบรับคำชวนรายการ “เที่ยงบันเทิง ทอล์ก”  มาโชว์ลีลาควงเอวสุดพลิ้วพร้อมเปิดใจให้พิธีกร แชมป์-ศรัณภัสร์ ตั้งไพศาลธนกุล และแป๋ว-ดวงใจ สอาดจิตต์ ล้วงลึกถึงเส้นทางชีวิต จุดเริ่มต้นการเป็นแดนเซอร์, ลีลาท่าเต้นที่มาของฉายาเอวหวาน 4G, จุดเปลี่ยนของชีวิตที่ก้าวมาเป็นซูเปอร์สตาร์ขวัญใจแฟน ๆ  

 โดย ต้าวหยอง เปิดใจว่า “จุดเริ่มต้นผมเข้าคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ตอนนั้นอายุ 15 ครับ ช่วงที่เข้ามาแรก ๆผมกดดันมากครับ เพราะผมเริ่มจากศูนย์เลย เพราะเต้นก็ไม่เป็น เข้าหาคนก็ไม่เป็นเพราะผมเป็นคนไม่ค่อยพูด ช่วงนั้นแทบจะไม่พูดเลย ถ้าไม่รู้จัก บาง คนจะมองว่าทำไมผมหยิ่ง แต่จริง ๆ ผมพูดไม่เป็นครับ ซึ่งที่ผมตัดสินใจมา เพราะพี่ชายผมอยู่วงนี้อยู่แล้วผมจบม.3 พอดี เลยตัดสินใจมา  ผมก็อยากแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ด้วยก็เลยมาเลย  

กว่าจะมาถึงฉายาเอวหวาน 4G มีถอดใจบ้างไหม “ตอนอยู่แรก ๆ ก็มีร้องไห้ เราต้องซ้อมเต้น 2 เดือนกว่าเลยต้องจำ ท่าวันหนึ่งสคริปต์เพลง 30  เพลง เรื่องถอดใจก็มีบ้างครับที่คิด พอครูปล่อยเบรกพัก ก็มีคิดว่าทำไมมันเหนื่อยจัง ไม่ไหวแล้ว บางทีไปร้องไห้ในห้องน้ำบ้าง ไปอยู่หลังบ้านขี่จักรยานไปอยู่คนเดียว ให้เรารู้สึกดีขึ้น ช่วงแรกที่ผมเต้นจะอยู่แถวที่ 4 คือ แถวสุดท้ายเลย จนวันหนึ่งผมได้มีโอกาสได้ลงมาเต้นแทนพี่เพราะเค้ามีเหตุต้องหยุดเต้น  พี่ที่ดูแลแดนเซอร์เลยให้น้องชายคือผมมาลงแทนแถวหน้า แล้วมีคนถ่ายคลิป  คือ พ่อเอ๊ะ  ระเบียบวาทศิลป์ (ภักดี พลล้ำ) จะสอนแดนเซอร์ทุกคนว่าทุกคนต้องยิ้มนะ เอนเนอร์จีต้องมี ใครไม่มองก็ช่าง เราต้องยิ้มตลอดนะ  ทีนี้ก็มีคนดูมาถ่ายคลิปในวันที่ผมได้เต้นแถวหน้าก็จะแซวว่าทำไมยิ้มเก่งจัง  ส่วนฉายาเอวหวาน 4G จริง ๆ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาได้อย่างไร คือช่วงนั้น TikTok กำลังฮิตท่าเต้นใช้เอวคนเขามาก็ถ่ายไปลงจนกลายเป็นกระแสครับ แล้วชื่อต้าวหยอง ที่มาเป็นช่วงจากตอนนั้นแฟนเพลงพี่นุ๊ก  พี่ปาย แฟนคลับพี่เขาเรียก ต้าวนุก ต้าวปาย แฟนคลับก็เรียกผมว่า ต้าวหยอง เพราะผมชื่อเล่นว่าหมูหยอง ตอนแรกก็ไม่ชินแต่พอเรียกบ่อยก็ชิน กลายเป็นชื่อเราว่า ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์ จนทุกวันนี้”

ส่วนการทำงานกับ พ่อเอ๊ะ ระเบียบวาทะศิลป์ ต้าวหยองเผยว่า “พ่อเอ๊ะดุมากครับ อย่างเวลาพ่อเอ๊ะดุจะเหมือนคนละคนเลย” แต่ถึงอย่างนั้นก็มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่จะใช้คำว่าหลงแสงสีได้ไหม “ครับ เป็นช่วงวัยรุ่นที่ผมอยากกลับบ้าน อยากไปหาเพื่อน ไปเล่นกับเพื่อน ติดเพื่อน คือผมทำงานมาตั้งแต่เด็กก็เลยจะขาดช่วงเวลานี้ไป อย่างพ่อให้มาแสนหนึ่ง ผมใช้ไม่ถึง 15 วันด้วยซ้ำ ใช้ไป 7 หมื่น คือเพิ่งมีเงินครับ แบบผมเพิ่งหาได้แล้วรู้สึกว่าหาได้เยอะขนาดนี้เลย ก็เลยฟุ่มเฟือยหน่อย” เป็นที่มาทำให้พ่อเอ๊ะ เสียน้ำตา “ใช่ครับ วันนั้นคือผมโทรไปบอกพ่อว่า วันนี้ผมอยู่บ้านไม่ได้ไปไหน พอวางสายพ่อปุ๊บ ผมก็โทรหาเพื่อนต่อเลย นัดไปเที่ยวโน่นนี่นั่น ซึ่งจะมีสายของพ่อที่จังหวัดกาฬสินธุ์เขาจะคอยส่องดูว่าผมไปไหนมาไหนบ้าง วันนั้นที่ผมออกไปเที่ยว ผมโดนรายงานไปหมดเลย ซึ่งผมโกหกไปแล้ว วันนั้นผมก็ไปหาพ่อ ไปนั่งสำนึกผิดเลยครับ พ่อก็จะสอน ๆ พ่อเคยบอกกับผมว่าพ่อเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน เมื่อก่อนเราไม่เข้าใจว่าทำไม วันนี้พอเรามาย้อนคิดกลับไป เรารู้สึกว่าเราไม่น่าทำเลย ถ้าเราไม่ทำพ่อจะไม่เสียใจซึ่งผมก็เสียใจ และจะไม่ทำอีกแล้วครับ” จนทุกวันนี้เป็นลูกบุญธรรมของพ่อเอ๊ะไปเรียบร้อย “ครับแต่ไม่ได้เป็นตามกฎหมาย พ่อไปคุยกับพ่อแม่ของผมว่าจะเลี้ยง ดูแล  ก็อยากบอกพ่อเอ๊ะว่ารักนะครับ”

ก่อนจะปิดท้ายด้วยเรื่องของการทำงานละครกับช่อง 7HD เรื่อง “นางฟ้าหมอลำ” นั้น ซึ่งต้าวหยองยิ้มก่อนจะเปิดใจว่า “แฟน ๆ ก็ดีใจมาก ที่พอได้รู้ว่าผมมาเล่นช่อง 7HD มีแม่ ๆ บอกว่าต้องซื้อทีวีใหม่ละ จะซื้อเพื่อมาดูเรา ก็ดีใจครับกับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ บรรยากาศกองถ่ายนี้ชิล ๆ เลย ส่วนจะเห็นเอวหวาน 4G มั้ยก็ต้องฝากคุณผู้กำกับเพิ่มเติมด้วยนะครับ (ยิ้ม) อยากให้แฟน ๆ ติดตามด้วยนะครับ เรื่องนี้ผมร้องเพลงประกอบละครด้วยครับ”

ติดตามชมการทอล์กของ “ต้าวหยอง” ฉบับเต็ม ๆ ย้อนหลังได้ที่ Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment และ YouTube : Ch7HD และมาร่วมรับชมความสนุกรายการ “เที่ยงบันเทิง ทอล์ก” ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 12.40 น. ชมสดทาง
ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และรับชมย้อนหลังทาง  BUGABOO.TV  และ YouTube : Ch7HD

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมร่วมเปิด ‘Asia Vertical Content Festival 2026’เทศกาลคอนเทนต์แนวตั้งแห่งเอเชีย

28 สิงหาคม 2569 เวลา 11:53 น.

เปิดเทศกาลอย่างเป็นทางการสำหรับ เทศกาลคอนเทนต์แนวตั้งแห่งเอเชีย หรือ Asia Vertical Content Festival 2026 (AVCF) เทศกาลที่เปิดพื้นที่ให้กับคอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้ง Vertical Film, Short Drama และ Micro Drama พร้อมรวบรวมผู้สร้างสรรค์และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากประเทศไทยและต่างประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอผลงาน สร้างเครือข่าย และมองหาโอกาสใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์แนวตั้งในภูมิภาคเอเชีย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้โครงการเงินอุดหนุนสนับสนุนกิจกรรม เทศกาล งานประกาศรางวัล ภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชั่นไทย ในประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติ
เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ศิลปิน นักแสดง และแขกผู้มีเกียรติโดยบรรยากาศในวันเปิดเทศกาลเริ่มต้นด้วยกิจกรรมเดินพรมแดงและการสัมภาษณ์นักแสดง (Red Carpet & Artists Interview) ณ โรงแรม Merchant’s Gate Songwat ก่อนเข้าสู่กิจกรรมเปิดจุดฉายคอนเทนต์ในเทศกาล (AVCF Official Opening) ณ โกดังทรงวง ทรงวาด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพลังสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถนำทุนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของบุคลากรไทยมาต่อยอดเป็นผลงานที่สร้างทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้ผู้สร้างสรรค์ไทยสามารถปรับตัวและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและผู้ชม

สำหรับกิจกรรมในวันเปิดเทศกาล ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ภาพรวมอุตสาหกรรมคอนเทนต์แนวตั้งไทย – จีน” ร่วมด้วย จาง หนาน, เมืองภูมิ หาญสิริเพชร (หาน ปิง), บีเวอร์ พรรษพล เจนสรรพกิจกุล
และต้นหลิว เมธาพัฒน์ ฉิมกุล เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการเติบโตของคอนเทนต์แนวตั้งและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของวันเปิดเทศกาล คือการฉายซีรีส์ “Heart Shaker Series เขย่าหัวใจไอ้จอมดื้อ” ในฐานะ ซีรีส์เปิดเทศกาล (Opening Series) พร้อมโชว์เพลงประกอบซีรีส์ “เขย่าหัวใจ” จากนักแสดง และกิจกรรม Q&A ร่วมกับทีมนักแสดง ได้แก่ สมรักษ์ ลุงจาย (สมรัก), ณัฐวุฒิ แดงทุ่ง (อิคคิว), ณัฐธัญ แซ่วู้ (ภูเก็ต), วทัญญู เจียวก๊ก (มิกค์), เมธพนธ์ เอกฤทธิไกร (โอ๊ต), วิชชคุน ศิริพุทธ (เชน), ชินพีรพัฒน์ จีระธรรมสุนทร (เต้), วัชรากร ถนัดกรีเดช (ซัน) และณัฐวุฒิ พรมดวงดี (บูมจ๊อบแจ๊บ) เปิดโอกาสให้ผู้ชมและแฟนซีรีส์ได้ร่วมรับชมผลงาน พร้อมพูดคุยกับนักแสดงอย่างใกล้ชิด สะท้อนแนวทางของเทศกาลที่ต้องการสร้างพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างผลงาน ผู้สร้าง นักแสดง และผู้ชม พร้อมนำเสนอศักยภาพและความหลากหลายของการเล่าเรื่องผ่านคอนเทนต์แนวตั้งของไทย

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของเทศกาล คือ กิจกรรมสัมมนาและเวทีพูดคุยตลอดระยะเวลาการจัดงาน ระหว่างวันที่ 28 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น 6 โรงแรม Merchant’s Gate Songwat เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ บุคลากรในอุตสาหกรรม ผู้สร้าง นักแสดง และผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายสาขา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ องค์ความรู้ และแนวโน้มของอุตสาหกรรมคอนเทนต์แนวตั้ง ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาเนื้อหา เทคโนโลยีและกระบวนการทำงาน การถ่ายทำ มุมกล้องและการจัดแสงสำหรับซีรีส์แนวตั้ง ไปจนถึงการพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับบุคลากรและนักแสดงในอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นทั้งมิติของการสร้างสรรค์และโอกาสในการพัฒนาคอนเทนต์แนวตั้งอย่างรอบด้าน

นอกจากกิจกรรมสัมมนาแล้ว เทศกาลยังขยายประสบการณ์การรับชมออกจากพื้นที่จัดงานหลัก
ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในย่านทรงวาด ผ่านจุดฉายคอนเทนต์ของเทศกาลจำนวน 5 จุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงผลงานคอนเทนต์แนวตั้งได้ในบรรยากาศที่หลากหลาย และเชื่อมกิจกรรมของเทศกาลเข้ากับพื้นที่สร้างสรรค์ภายในย่าน โดยประกอบด้วย Main Stage ชั้น 6 โรงแรม Merchant’s Gate Songwat, Sober Bar ชั้น 3 โรงแรม Merchant’s Gate Songwat, ร้าน The Old Breadshop, โกดังทรงวง ทรงวาด
และร้าน Ceremony Matcha ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับนำเสนอและฉายผลงานคอนเทนต์ตลอดช่วงเทศกาล

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของเทศกาล ผ่าน:

Facebook: AVCF

X: @AVCF__official

Instagram: @avcf.official

TikTok: @avcf.official                                 

‘ต้า’ ย้อนวันที่ท้อ ทัวร์ลงฉ่ำ แต่ยังได้ ‘แทค ภรัณยู’ และ ‘ป๋อง กพล’ คอยซัพพอร์ต

28 สิงหาคม 2569 เวลา 15:51 น.

ต้า”ย้อนวันสุดอบอุ่น ถึงเจอทัวร์ลงหนัก แต่ก็ได้พี่ทั้ง 2 แทค ภรัณยู” และ ป๋อง กพล” คอยซัพพอร์ต  โดย ต้า เล่าว่า วันที่โดนกระแสสังคมหนักได้เดินทางไปที่สตูดิโอของ “แทค ภรัณยู” เพื่อขอดูการทำงานไลฟ์สดปักตะกร้า  และวันนั้นมี “ป๋อง กพล” มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ

ต้าเล่าว่า …. วันที่ทัวร์ลงตามด่าผม วันนั้นขอไปนั่งดูศึกษางานไลฟ์สดปักตะกร้า ที่สตูดิโอของช่องพี่ Tack Pharunyoo วันนั้นพ่อป๋อง Pong TheShock เป็นดารารับเชิญ พอขึ้นไลฟ์ พวกพี่ก็ชวนผมเข้าไลฟ์ด้วย ผมไม่กล้าออก บอกว่าถ้าผมออก ทัวร์จะเข้าป่วนพิมพ์ด่าผมจนพี่ไม่ได้ขายของ เเล้วพี่แทคกับพ่อป๋องก็จะโดนคนด่าด้วยที่มายุ่งเกี่ยวกับผม ที่เป็นจำเลยสังคมตอนนั้น สิ่งที่พี่แทคตกับพ่อป๋อง ตอบกลับคือ….

Screenshot

มึงมาทำมาหากิน ทำสิ่งดี ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวพวกพี่ปกป้องให้เอง”

 ผมอึ้งเลย ซึ้งในตัวพี่เเทคพี่ป๋อง  พอเดินเข้าไลฟ์ เป็นจริง ทัวร์กระหน่ำด่า พี่ทั้งสอง สั่งทีมงานปิดเพลง หยุดขาย แล้วเค้าก็บอกทัวร์  พวกเรามาขายของ ถ้าอยากด่าให้ 1นาที อัดมาเลย”  จากนั้นก็ด่าทัวร์กลับ

กูเปิดแมนๆ ให้ด่าละนะ กูจะขายของต่อ จากนี้ใครด่าน้องกูอีก กูจะด่ามึงคืน” จากนั้น ทัวร์เงียบกริบ ออกจากไลฟ์ไป

เราขายของกันต่อ ผมต้องขอบพระคุณพี่แทคคกับพ่อป๋องมากๆ นะครับ วันนั้นมันทำให้ผมมีกำลังใจ กล้าออกสื่อมากขึ้นครับ รักครับ

                หลังจากนั้น “แทค ภรัณยู” ก็ได้แชร์โพสต์ของต้า พร้อมกับ แคปชั่น ปนฮาว่า  …

เรื่องดร่ามา เรื่องทัวร์ พี่ผ่านมาหมดละ ( เจ็บมาเยอะ ) 55555 ป๋องโดนด่ายืนหงอยอ่านคอมเม้นไม่ทันเลย

ดราม่า ต้า เฟ็ดเฟ่ต้า เฟ็ดเฟ่ป๋อง กพลแทค ภรัณยู