นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.41 น.

นายกฯ ประกาศเดินหน้ากวาดล้าง สแกมเมอร์-นอมินีต่างชาติ ตั้ง 5 คณะอนุ ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ หลังคดีไซเบอร์ลดกว่า 50.9% มั่นใจทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานเข้มข้นต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 เวลา 13.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ทั้งด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย การเงิน การฟอกเงิน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ เครือข่ายยาเสพติด และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถสร้างผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมและช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ในหลายด้าน ผลงานสำคัญคือ ลดจำนวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จาก 34,478 คดี เหลือเพียง 16,920 คดี ลดลงกว่า 50.9 % และมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน จาก 2,224 ล้านบาท เหลือ 513 ล้านบาท ลดลงกว่า 63.2 % (ข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 68 – พ.ค. 69) รวมทั้งมีการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการสแกมเมอร์ 1,494 คดี ยึดเงินสดได้กว่า 57 ล้านบาท และสามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ 808 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ต.ค. 68 – 26 พ.ค. 69) 

นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ อีกทั้ง ยังเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานตระหนักและเข้าใจถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี แม้ว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน แต่ยังมีปัจจัยและปัญหาบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและการก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

“รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ เพื่อกำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม” นายกรัฐมนตรี ย้ำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของคณะกรรมการและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจสำคัญต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ยุติธรรม การต่างประเทศ และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน หน่วยงานด้านไซเบอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการทำงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 5 คณะ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ พิจารณาลงนามในคำสั่งต่อไป

1.) คณะอนุกรรมการตรวจสอบและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

2.) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานอนุกรรมการ

3.) คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ เป็นประธานอนุกรรมการ

4.) คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอนุกรรมการ

5.) คณะอนุกรรมการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว ‘ปราสาทตาควาย’ อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว 'ปราสาทตาควาย' อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

กัมพูชาพล่านประท้วงไทย เปิดท่องเที่ยว ‘ปราสาทตาควาย’ อ้าง สนธิสัญญา ฝรั่งเศส สยาม

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.21 น.

กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการดำเนินการของทางการไทย บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทคนา โดยระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและทำลายมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมเรียกร้องให้ทางการไทยระงับแผนการเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว และยุติทุกกิจกรรมในบริเวณดังกล่าวทันที

รายละเอียดประเด็นข้อเรียกร้อง

การรื้อถอนบันไดและผลกระทบ ทางกัมพูชาชี้แจงว่า บันไดทางขึ้นปราสาทความยาว 325 เมตร จำนวน 1,181 ขั้น ซึ่งกัมพูชาสร้างขึ้นเมื่อปี 2560 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเยือนและคนในพื้นที่ การที่ไทยรื้อถอนบันไดดังกล่าว กัมพูชามองว่าเป็นการทำลายมรดกทางวัฒนธรรม และเจตนาลบล้างหลักฐานการดูแลพื้นที่ของกัมพูชาที่มีมาอย่างยาวนาน

คัดค้านการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว กัมพูชาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อแผนการของไทย ที่เตรียมเปิดปราสาทตาควายให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในช่วงวันที่ 6-7 มิถุนายน รวมถึงการจำหน่ายตั๋วและจัดพิธีกรรมต่างๆ โดยระบุว่ากิจกรรมเหล่านี้ผิดกฎหมาย และเป็นการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์ในการครอบครองพื้นที่เพื่อนำไปสู่การสร้างความชอบธรรมในการครอบครองดินแดน

การอ้างสิทธิ์ทางกฎหมายและข้อเรียกร้อง กัมพูชายืนยันว่าปราสาทตาควายและปราสาทคนาตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินของกัมพูชา โดยอ้างอิงหลักฐานจากสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. 1904 และ 1907 รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ไทยยุติการทำลายมรดกทางวัฒนธรรมและเคารพข้อผูกพันระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กัมพูชาย้ำจุดยืนว่าจะปกป้องอธิปไตยของตนเองผ่านแนวทางสันติวิธีทางการทูตและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯ ส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.30 น.

ชัชชาติ หาเสียงสวนหลวง-ประเวศ เจอผู้สมัครฯส.ก.ปชป.-ทีมคนทำงาน ยันทำงานได้กับทุกคน ลุยเต็มที่คว้าคะแนนคนยังไม่ตัดสินใจ

5 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตสวนหลวงและเขตประเวศ เดินพบปะชาวชุมชนมัสยิดนาฟีอุ้ลอิสลาม และประชาชนในตลาดเสรีมาร์เก็ต พาราไดซ์พาร์ค ระหว่างลงพื้นที่ได้พบกับผู้สมัคร ส.ก. ทีมคนทำงาน และนายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตประเวศ พรรคประชาธิปัตย์ 

โดยนายชัชชาติกล่าวว่า วันนี้เจอผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ก็สนิทกัน ทำงานได้ดี อยู่ในพื้นที่ เรื่องน้ำท่วมดึกดื่นแค่ไหนก็มาเจอกันหน้างานตลอด วันนี้เจอกันก็ได้ถามไถ่ปัญหา อนาคตอาจจะมีการทำงานร่วมกัน แต่ตนไม่ได้เชียร์อะไรเป็นพิเศษ ทุกคนถ้าทำงานดี เราก็พร้อมที่จะทำงานด้วย

“การที่เราไม่มี ส.ก. ในมือไม่ใช่ปัญหา เพราะเป็นรูปแบบการเลือกตั้งแบบนี้ ท้องถิ่นเลือก ส.ก. กับเลือกผู้ว่าฯ ซึ่งอิสระจากกัน เป็นระบอบที่ให้มีการบาลานซ์เช็คกัน คือให้ ส.ก. มาเช็กผู้ว่าฯ ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมี ส.ก. ในมือ เราทำงานกับทุกคน และเป็นเหตุผลที่เราต้องทำงานหนัก ต้องเจอ ส.ก. ต้องทำงานด้วยกัน ให้รู้ว่าแต่ละเขตมีปัญหาอย่างไร”

เมื่อถามถึงผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ที่อันดับ 2 เป็นคนที่ยังไม่ตัดสินใจ นายชัชชาติ กล่าวว่า “ไม่เป็นไร เราก็ทำเต็มที่ของเรา ก็หวังว่านโยบายต่าง ๆ ถ้าเห็นแล้วก็อาจจะมาตัดสินใจเลือกเรา หรือเลือกคนอื่นก็ได้ ผมว่าก็เลือกคนที่เราคิดว่าดีที่สุด ก็เป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ก็จะเร่งแสดงนโยบายต่าง ๆ คนรอฟังอยู่ว่านโยบายอะไรเป็นอย่างไร เราก็มีนโยบายให้ศึกษาหลายข้อเลย ก็พยายามจะเอาให้คนเปลี่ยนใจเลือกเราให้ได้”

ในส่วนของการหาเสียงวันนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก แคมเปญหาเสียงของเราจึงพยายามรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ทั้งการใช้รถอีวี และการใช้ป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด เพื่อสะท้อนถึงแนวคิดให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน โดยเขตสวนหลวงและเขตประเวศหัวใจสำคัญคือ การเดินทางเนื่องจากมีประชาชนอาศัยอยู่เยอะ ปัญหาหลักคือ เรื่องคูคลองและน้ำท่วม เชื่อว่าหากโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเสร็จ การระบายน้ำก็จะดีขึ้น เพียงแต่อาจจะมีปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณอ่อนนุชตัดกับถนนศรีนครินทร์ เนื่องจากเอกชนไม่ได้อนุญาตให้ใช้แก้มลิงแล้วของเขาแล้ว จากการลงพื้นที่ประชาชนยังได้สะท้อนปัญหาเส้นเลือดฝอย โดยเฉพาะเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น.

ไชยชนก เผยคุย Meta สกัดปมไลฟ์คลิปอนาจารแล้ว เล็งเพิ่มความละเอียดปิดกั้นคอนเทนต์

ไชยชนก เผยคุย Meta สกัดปมไลฟ์คลิปอนาจารแล้ว เล็งเพิ่มความละเอียดปิดกั้นคอนเทนต์

ไชยชนก เผยคุย Meta สกัดปมไลฟ์คลิปอนาจารแล้ว เล็งเพิ่มความละเอียดปิดกั้นคอนเทนต์

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.26 น.

ไชยชนก เผยคุย Meta สกัดปมไลฟ์คลิปอนาจารแล้ว เล็งเพิ่มความละเอียดปิดกั้นคอนเทนต์ พร้อมประสาน ตร.ดำเนินคดีเครือข่ายปล่อยคลิป

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังจากกรณีไลฟ์สดอนาจาร ว่า ทางบริษัท เมตา (Meta) ได้ลดเกณฑ์การตรวจจับ และหลังจากนั้นยังไม่พบกรณีเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก โดยมีการเพิ่มความละเอียดตรวจจับคอนเทนต์ลักษณะนี้ให้มีความละเอียดเพิ่มมากขึ้นซึ่งบริษัทแจ้งว่าอาจส่งผลกระทบเป็นการไปปิดกั้นคอนเทนต์อื่นๆด้วย แต่ก็จำเป็นที่จะต้องทำ โดยจะไปพูดคุยเพิ่มเติมว่าจะสามารถทำอะไรเพิ่มเติมได้อีกบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องของการยิงโฆษณา ซึ่งได้รับการตอบรับว่าจะดำเนินการ โดยจะมีการนำร่องในกลุ่มของการลงทุน หากประสบความสำเร็จก็จะขยายไปในกลุ่มอื่นโดยเฉพาะเรื่องการโฆษณา

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าการกระทำความผิดขณะนั้นมีเครือข่ายที่ไม่ใช่คลิปที่เห็นเพียงคลิปเดียว ซึ่งทางเฟซบุ๊กได้ถอดนำคลิปลง และเก็บรวบรวมข้อมูลและกวาดออกจากแพลตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลให้กับสำนักงานตำแหน่งแห่งชาติ (ตร.)เพื่อดำเนินการในเรื่องเครือข่ายต่อไป ทั้งนี้ จะต้องมีการในเรื่องกฎหมาย ที่จะต้องทำให้ระยะเวลาดำเนินการสั้นลงเพื่อที่จะทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการทำงานอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยระยะเวลาควรลดลงไม่ถึง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงระเบียบไม่นาน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะให้ใช้เหลือเวลาเท่าไหร่ในการดำเนินการเพราะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งจะขยายไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกจาก บริษัท Meta ด้วย แต่ยอมรับว่าแพลตฟอร์มอื่นมีความรวดเร็วและให้ความร่วมมือที่ดีกว่า

ชัชชาติ โต้ ระบอบอากง แถลงพรุ่งนี้ ยันแต่งตั้ง ผอ.เขต โปร่งใส-ไร้ทุจริต

ชัชชาติ โต้ ระบอบอากง แถลงพรุ่งนี้ ยันแต่งตั้ง ผอ.เขต โปร่งใส-ไร้ทุจริต

ชัชชาติ โต้ ระบอบอากง แถลงพรุ่งนี้ ยันแต่งตั้ง ผอ.เขต โปร่งใส-ไร้ทุจริต

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.21 น.

ชัชชาติ สั่งทีมมอนิเตอร์ แถลงระบอบอากงพรุ่งนี้! ย้ำโปร่งใสมาตลอด บอกทำตามคำแนะ ก.พ.ค. แต่งตั้ง 17 ขรก.กทม. ถูกต้องตามระเบียบ ทวิดา แจงขั้นตอนยิบ ร้อง 2 รอบไม่มีร้องทุจริต 

5 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตประเวศ ถึงประเด็นที่พรรคเศรษฐกิจเตรียมแถลงข่าวเปิดหลักฐาน “ปฏิบัติการ ทุบ! ระบอบอากง” ประเด็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.เขต ว่า ตนให้ทีมงานมอนิเตอร์ และขอบคุณทุกทีมงานที่ตรวจสอบ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดี เรื่องตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายต่าง ๆ และตนเชื่อว่าเราทำได้อย่างโปร่งใสมาตลอด

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในเรื่องนี้ตอนแรกที่ผู้ร้องได้ร้องไปที่คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม (ก.พ.ค.) เป็นการร้องเกี่ยวกับกระบวนการในการคัดเลือก ไม่ได้เป็นการร้องเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือว่ามีมูลเหตุใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการร้องถึงเรื่องของเกณฑ์ในการคัดเลือก ซึ่งจะมีเกณฑ์ผลงานที่มีการดูค่าคะแนนจากผลงานที่ผ่านมา เกณฑ์ของความหลากหลาย เกณฑ์ของผลสัมฤทธิ์ของงานที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อผู้ร้องร้องว่าเกณฑ์ไม่ค่อยชัดเจน คณะกรรมการฯ ได้พิจารณา มีการเรียกคณะกรรมการสอบ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ไม่เกี่ยวกับข้าราชการทางการเมือง โดย ก.พ.ค. วินิจฉัยว่าเกณฑ์นั้นยังไม่ชัดเจน อาจจะมีการเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นได้ จึงมีวินิจฉัยกลับมาว่าให้ยกเลิกคำสั่งที่ตั้งไปก่อน แล้วให้จัดทำกระบวนการใหม่ทั้งหมด โดยให้ทำเกณฑ์ให้ชัดเจน ที่สามารถอธิบายได้ โดยที่ไม่ตกหล่นและสอดคล้องกัน สั่งการมาประมาณกลางเดือนมีนาคม และช่วงหลังสงกรานต์ ทางคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเรียกประชุม มีคนนอกด้วย ไม่ได้มุบมิบทำ โดยได้พิจารณาว่า เมื่อได้จัดทำกระบวนการใหม่ หลักเกณฑ์ชัดเจนแล้ว ก็ปฏิบัติการทันที ให้ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการประจำ จัดทำกระบวนการใหม่ทั้งหมด คัดเลือกกรรมการที่สอบใหม่เป็นชุดใหม่ จนได้รายชื่อส่งให้ท่านผู้ว่าฯ จัดทำไปอีก 1 ครั้ง ส่วนที่มีการร้องครั้งที่ 2 เป็นการร้องจาก 17 คนเดิม ที่พอเราถอยคำสั่งไป แขวนชั่วคราวตำแหน่งเดิมไว้ก่อน มีเรื่องของเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่มีความเสียหายเกิดขึ้น

“กระบวนการทั้งหมดไม่ได้จะมุบมิบทำ หรือว่าซ่อนเร้นอะไรเลย กระบวนการทุกอย่างทำถูกต้องตามระเบียบการปฏิบัติราชการทั้งหมด การแต่งตั้งทั้งหมด เกณฑ์สามารถอธิบายได้ อยากขอความเข้าใจว่า เวลาเราพูดเรื่องของการที่เป็นเรื่องของตำแหน่ง เป็นเรื่องแยกจากมูลเหตุอื่น ไม่ได้มีมูลเหตุของการทุจริต หรือว่ามีการชี้ในการสืบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด” น.ส.ทวิดากล่าว

นายชัชชาติย้ำว่า ขอบคุณทุกคนที่อยากจะตรวจสอบเราให้โปร่งใส เป็นเรื่องที่ดี เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นเราพูดมาตลอดตั้งแต่ปีแรก เป็นเรื่องใหญ่ ตนดีใจที่มีกระแสเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ขอให้เป็นกระแสต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ขอให้ทำตลอด ให้ช่วยกันตรวจสอบ แล้วเรามีช่องทางร้องเรียนคอร์รัปชั่นที่ทราฟฟี่ฟองดูว์ มีช่องแจ้งคอร์รัปชัน มีคนส่งมาช่วงแรกเป็น 100 เรื่อง ก็มีช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนได้

ส่วนที่ว่าเป็นคำสั่งสุดท้ายก่อนหมดวาระนั้น นายชัชชาติยืนยันว่า ทำตามระเบียบ ไม่อยากทิ้งภาระไว้ให้คนอื่น มีปัญหาก็รีบเคลียร์ให้จบก่อน ไม่อยากให้ต้องรอการโยกย้ายอีกเป็นเดือน เราก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย และก็ทำตามสิ่งที่ทางคณะกรรมการฯ แนะนำ.

พริษฐ์ บี้ ภท. แจงถอนชื่อ ร่างแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย สงสัย ระบอบสีน้ำเงิน ผูกขาดกติกา

พริษฐ์ บี้ ภท. แจงถอนชื่อ ร่างแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย สงสัย ระบอบสีน้ำเงิน ผูกขาดกติกา

พริษฐ์ บี้ ภท. แจงถอนชื่อ ร่างแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย สงสัย ระบอบสีน้ำเงิน ผูกขาดกติกา

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.58 น.

‘พริษฐ์’ บี้ ‘ภท.’ เปิดปากแจงถอนชื่อ ’ร่างแก้ รธน.ฉบับเพื่อไทย‘ อ่านไต๋รู้ทันเกมบีบของ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ กินรวบผูกขาดกติกา

5 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการที่ สส.พรรคภูมิใจไทย และสส.พรรคกล้าธรรม ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ว่า จะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ ให้ถามพรรคที่มีมติดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงต่อการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อปลายปี68  ตอนนั้นพรรคปชน. เปิดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักการไม่ต่างจากพรรคพท. ที่ให้ประชาชนเลือกส่วนหนึ่งและให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่าง ซึ่งตอนนั้นสส. และ สว.เห็นชอบกับฉบับของพรรคปชน. ส่วนฉบับของพรรคพท. ไม่ได้เสียง สว.ที่เพียงพอ แต่สส.พรรคภท. สนับสนุนรับหลักการ หากยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อพยายามไม่ร่วมลงชื่อกับฉบับของพรรคพท. รวมถึงไม่โหวตรับหลักการฉบับของพรรคปชน. หรือ พรรคพท. ต้องตอบสังคมด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร  

เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนได้หรือไม่ว่าจะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ บีบให้เหลือช่องทางเดียว  นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ตนเคยตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมาย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือ ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน หรือ ปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาได้มาของ ส.ส.ร. คัดเลือกผู้ร่าง หรือชี้ขาดเนื้อหา ดังนั้นหวังว่าสัญญาณที่ส่งมาจะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรกมีเพียงร่างของพรรคภท.เท่านั้นที่ผ่านไปได้

เมื่อถามว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือช่องทางเดียว จะมีความชอบธรรมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องสู้ทีละขั้นตอน โดยวาระหนึ่งต้องพยายามให้ทุกร่าง และนำความเห็นต่างในหลายประเด็นไปถกต่อในชั้นกมธ.แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่หากประชาชนมองว่าสิ่งที่เราเสนอตอบโจทย์ประเทศ ประชาชนขานรับ จะเป็นพลังหนุนที่นำไปทำความเข้าใจกับกมธ.ในรัฐสภา เมื่อถามว่าสุดท้ายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียงจะยอมรับได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขณะนี้ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้าคือ พยายามทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมา

สส.พรรคส้ม บี้ กกต. ตอบปมเด้งเลขาฯ จี้คดีฮั้ว สว. ต้องไม่เป็นศูนย์กลางความว่างเปล่า

สส.พรรคส้ม บี้ กกต. ตอบปมเด้งเลขาฯ จี้คดีฮั้ว สว. ต้องไม่เป็นศูนย์กลางความว่างเปล่า

สส.พรรคส้ม บี้ กกต. ตอบปมเด้งเลขาฯ จี้คดีฮั้ว สว. ต้องไม่เป็นศูนย์กลางความว่างเปล่า

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.56 น.

โยนหินถามทางหรือไม่! ‘สส.พรรคส้ม’ ข้องใจปล่อยข่าวประเมินการทำงาน ‘เลขา กกต.’ ดักคออย่าใช้เป็นข้ออ้างเปลี่ยนตัว ลาม ’ดองคดี เลือกตั้ง-เป่าคดีฮั้ว สว.‘ ทำเลือกตั้งเกิด ’สุญญากาศ‘ บี้มาแจง ’กมธ.กิจการศาลฯ‘ สัปดาห์หน้า หากโปร่งใสจริง 

5 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการ(กมธ.)กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า กมธ.กิจการศาลฯได้เรียกสำนักงาน กกต. มาชี้แจงในคดีฮั้วสว.และปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทั้ง สว.และ สส. ซึ่งหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากันพร้อมเพรียงแต่ กกต.ไม่มา ซึ่ง กมธ.ฯ ทำหนังสือเชิญล่วงหน้า 2 สัปดาห์ แต่ได้รับข้อความตอบกลับเพียง 2 วันก่อนการประชุมว่าติดภารกิจในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมอบหมายงานกันได้ เพราะเลขาฯกกต.ก็ไม่ได้ลงไปจัดการการเลือกตั้งด้วยตัวเอง แต่เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ซึ่งประธานกมธฯจึงใช้ พระราชบัญญัติ พ.ร.บ.อำนาจเรียก ให้มาประชุมในนัดถัดไป

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า จากข่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา เรื่องการประเมินการทำงานของนายแสวง ไม่ใช่คำถามว่าเลขากกต.จะอยู่หรือจะไป แต่คำถามที่ใหญ่กว่านั้น คือกกต. กำลังทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยเกิดสุญญากาศหรือไม่ เพราะการจัดการเลือก สว. ก็มีปัญหา ซึ่งคดีนี้เป็นผลพวงมาจากการเลือกตั้ง การเปลี่ยนตัวผู้บริหารสูงสุดของสำนักงาน กกต. ซึ่งจะกระทบต่อความต่อเนื่องของสำนวนหรือไม่ เพราะจากรายงานข่าวบอกว่านายแสวงอาจจะไม่ผ่านผลการประเมิน และอาจจะไม่ได้ไปต่อในฐานะเลขาฯกกต. ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งตามสัญญาจ้างมีการประเมินรายปี และมีข้อมูลจากนักวิชาการและอดีตกกต.ว่า หากคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 60 คะแนน อาจนำไปสู่การยกเลิกสัญญาจ้างได้ ซึ่งภาคประชาสังคมได้มีการเปรียบการเลือกตั้งของประเทศไทยและประเทศอื่นๆ โดยประเทศไทยมีคะแนนประเมินต่ำกว่า 50 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ แต่คำถามที่สำคัญคือถ้าเป็นการประเมินผลงานการเลือกตั้งเมื่อปี 2568 ทำไมถึงมีข่าวความชัดเจนออกมาช่วงปี 2569 มีนัยยะสำคัญอะไร การประเมินที่ล่าช้าแบบนี้สะท้อนปัญหาการบริหารภายใน กกต.เองหรือไม่ หรือปล่อยข่าวโยนหินถามทาง

“ถ้าเลขาฯ กกต.ถูกประเมินว่าสอบตก ประชาชนก็มีสิทธิ์ถามต่อ และ กกต.ทั้ง 7 คน ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลเลขาฯกกต. อีกทีหนึ่ง ต้องรับผิดชอบต่อผลงานนี้อย่างไรเพราะเลขาฯกกต.ไม่ได้ทำงานลอยๆ แบบไม่มีผู้กำกับดูแล เขารายงานกลับไปที่ กกต.ทั้ง 7 คน” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ที่สังคมกำลังกังวลว่า จะมีการเป่าคดีฮั้ว สว. หรือไม่ เพราะมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกี่ยวข้องด้วย หรือจะทำให้มันจบเร็ว หรือทำให้มันถูกอ่อนแรงลงเป็นสุญญากาศ อาจจะไม่มีความชัดเจนในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ก็อยากให้จับตาดูว่า ครบ 90 วันแล้ว ถ้ายังคลุมเครืออยู่จะเกิดอะไรขึ้น ทำให้ประชาชนอาจเข้าใจผิดว่าจบหมดแล้วทุกคดี ทั้งๆ ที่สำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และอัยการสูงสุด อยู่บนฐานกฎหมายคนละตัวกัน เช่น เส้นทางฟอกเงิน อั้งยี่ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องบอกว่าไม่จบง่ายๆ แน่เพราะประชาชนจับตาเรื่องนี้อยู่ 

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ขอฝากถามถึงกกต. ว่า การประชุมกมธ.กิจการศาลฯ ครั้งหน้าจะมาหรือไม่ จะมีการแถลงหรือมีมติใดเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.ต้องบอกประชาชนให้ชัด ว่ามีกี่คน มีหลักฐานใดบ้างและมตินั้นมีผลต่อสำนวนของดีเอสไอ ตามกฎหมายข้อใด และสำนวนคดีฮั้วสว.เข้าสู่ ที่ประชุมของ กกต. ชุดใหญ่แล้วหรือยัง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อยู่ในมือของ ดีเอสไอแล้วไม่ผิดไม่ได้ เพราะมีเส้นทางการเงินและบันทึกการสื่อสารในกลุ่มไลน์ หากมีการเปลี่ยนเลขากกต.ใครจะรับผิดชอบการบรรจุวาระ ส่งสำนวนประสาน ดีเอสไอ อัยการฯ และชี้แจงต่อรัฐสภา อย่าให้ข้ออ้างกันเปลี่ยนตัว เลขากกต. มาเป็นเหตุสำคัญให้คดีนี้ถูกแช่แข็งเอาไว้ 

“หากประชุมกมธ.กิจการศาลฯ แล้ว กกต.ไม่มาตอบ เรื่องความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นของประชาชนก็จะยิ่งเสียหาย เพราะนี่เป็นเครื่องยืนยันว่าไม่กล้ามาตอบ การเรียกมาให้ชี้แจงไม่ได้ต้องการตรวจสอบบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เพื่อตอบคำถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าและการได้มาซึ่ง สว.ในครั้งหน้า ไม่อยากให้มีปัญหาแบบนี้อีก ดังนั้นงานของกมธ.กิจการศาลฯ จึงต้องนำไปสู่การแก้กฎหมายและระเบียบให้เป็นรูปธรรมเพื่อให้ประเทศไม่มาเจอกับปัญหาและคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเชื่อได้ขนาดไหนว่าคดีเลือกตั้งจะมีการพิจารณาบนมาตรฐานเดียวกันหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว

นายกฯ ปธ.ประชุมปราบอาชญากรรมฯ นัดแรก ยัน รัฐบาลพร้อมปกป้อง ปชช. ไม่ปล่อยให้ใช้คนไทยเป็นนอมินี

นายกฯ ปธ.ประชุมปราบอาชญากรรมฯ นัดแรก ยัน รัฐบาลพร้อมปกป้อง ปชช. ไม่ปล่อยให้ใช้คนไทยเป็นนอมินี

นายกฯ ปธ.ประชุมปราบอาชญากรรมฯ นัดแรก ยัน รัฐบาลพร้อมปกป้อง ปชช. ไม่ปล่อยให้ใช้คนไทยเป็นนอมินี

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.49 น.

นายกฯประชุม คกก.ปราบอาชญากรรมเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ลุยปราบปรามการสแกมเมอร์ -เครือข่ายยาเสพติด สร้างความมั่นใจปชช.เห็นถึงความจริงใจรบ. ลั่นปล่อยต่างชาติใช้นอมินี ทำธุรกิจในไทยไม่ได้ ลุกลามสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น.  ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ท.อดุลย์บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการฯ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังจากที่ตนได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยนโยบายที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้พวกเขาได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมในทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องยาเสพติด เรื่องฉ้อโกง การก่อการร้าย การหลอกลวงทางไซเบอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงต่อประชาชน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปราบปรามกระบวนการสแกมเมอร์ การปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน จึงขอแสดงความชื่นชมทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีผลงานแต่ละคดีที่ออกมามากมายสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เห็นว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการตามนโยบายการสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็มีชาวต่างชาติที่ได้เข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศของเราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาค คนเหล่านี้เข้ามาประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจที่แข็งขันกับคนไทยด้วย รวมถึงมีการใช้คนสัญชาติไทยมาเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อเข้าทำธุรกรรมต่างๆเช่น การถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ครึ่งหนึ่ง หรือดำเนินธุรกิจต่างๆแทนตัวคนต่างชาติ เช่น อาชีพธุรกิจโรงแรม ที่พัก โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษา เอกชน ร้านอาหารตลอดจนธุรกิจและบริการอื่นๆ ซึ่งทำให้มีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากในบางกรณีรวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม และทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงไม่ได้ ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถ้าเรายังคงปล่อยไว้เป็นเช่นนี้ อาจจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต และจะก่อความเสียหายกับทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นายกฯ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมาเป็นการให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เพื่อให้อยู่ในคำสั่งเดียวกันนี้เน้นในเรื่องของสแกรมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์ลดความเสียหายและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต้องขอขอบคุณทุก ทุกท่าน ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ได้มาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงเพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้เห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะคอยปกป้องดูแลความปลอดภัย ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา ขอให้ทุกท่านได้คงดำรงความมุ่งมั่นและดำรงเป้าหมายต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อให้การดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำให้ความเชื่อมั่นต่างๆของประเทศไทยได้อยู่ในระดับที่สูง และจะก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความมั่นใจเรื่องการลงทุน การค้าจากต่างประเทศ การมาเป็นคู่สัญญาต่างกับประเทศไทย และการท่องเที่ยวตลอดจนความมั่นคงของประเทศ และความร่วมมือของประเทศนานาชาติที่มีต่อประเทศไทย ฉะนั้นถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ด้วยประสิทธิภาพ ประสิทธิผลความตั้งใจ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นและความต่อเนื่องสิ่งเหล่านี้จะบรรลุผลสำเร็จได้  และยังประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศของเรา

สาธิต เปิดรายชื่อสส.ใต้ โหวตคว่ำ กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

สาธิต เปิดรายชื่อสส.ใต้ โหวตคว่ำ กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

สาธิต เปิดรายชื่อสส.ใต้ โหวตคว่ำ กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสาทิตย์​ วงศ์หนองเตย​ รองหัวหน้า​พรรค​ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุว่า เปิดชื่อ สส.ใต้ ที่โหวตคว่ำ กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ #ปิดหูปิดตาประชาชนทำไม พร้อมภาพที่มีรายชื่อ โหวตคว่ำ กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

ชุมพร 

วิชัย สุดสวาดิ์

กิตติศักดิ์ พรหมรัตน์

สุพล จุลใส

ระนอง

คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์

สุราษฎร์ธานี

กาสินี โอภาสรังสรรค์

พิพิธ รัตนรักษ์

พิชัย ชมภูพล

สงขลา

สรรเพชญ บุญญามณี

สมยศ พลายด้วง

อนุกูล พฤกษานุศักดิ์

ณัฎฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ

พัทลุง

วรท เทอดวีระพงศ์

นครศรีธรรามราช

นันทวัน วิเชียร

อภินันท์ สโมสร

อวยพรศรี เชาวลิต

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

ปัตตานี

บาฮารุดดีน ยูโซะ

คอซีย์ มามุ

บูรฮันธ์ สะเม๊าะ

สาเหะมูหามัด อัลอิดรุส

นราธิวาส

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

ยะลา

สุไลมาน บือแนปีแน

ซูการ์โน มะทา

สตูล

พีรพัฒน์ รัชกิจประการ

วรศิษำ์ เลียงประสิทธิ์

ตรัง

เอกพล ณ พัทลุง

ทวี สุระบาล

กระบี่

กิตติ กิตติธรกุล

ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ

กิตติชัย เอ่งฉ้วน

พังงา

อรรถพล ไตรศรี

ฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์

ปลัด ยธ. คาดกระบวนการปล่อยตัว ทักษิณ เสร็จสิ้น มิ.ย.นี้

ปลัด ยธ. คาดกระบวนการปล่อยตัว ทักษิณ เสร็จสิ้น มิ.ย.นี้

ปลัด ยธ. คาดกระบวนการปล่อยตัว ทักษิณ เสร็จสิ้น มิ.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

ปลัด ยธ. คาดกระบวนการปล่อยตัว ทักษิณ เสร็จสิ้น มิ.ย.นี้ 

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนกระบวนการปล่อยตัวคุมประพฤติ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 2569 ว่า จะมีคณะกรรมการตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 3 ฝ่าย ได้แก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัยการจังหวัด และผู้บัญชาการเรือนจำ ซึ่งขณะอยู่ระหว่างการนัดวันประชุมในเร็วๆ นี้ โดยกรอบระยะเวลาการพิจารณาตามหลักเกณฑ์คือ ไม่เกิน 120 วัน แต่ส่วนใหญ่จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับความพร้อมของเรือนจำแต่ละจังหวัด ซึ่งมีจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน โดยในครั้งนี้มีผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วประเทศจากทุกเรือนจำกว่า 1 หมื่นคน

นางพงษ์สวาท กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประชุมแล้ว จะมีการออกใบบริสุทธิ์ ซึ่งกรณีของนายทักษิณ ขึ้นอยู่กับเขตอำนาจศาลธนบุรี จากนั้นจะนำใบไปยื่นขอออกจากการคุมประพฤติถือว่าสิ้นสุดกระบวนการ 

ส่วนขั้นตอนกระบวนการจะเสร็จสิ้นได้ภายในเดือน มิ.ย. หรือไม่ นางพงษ์สวาท กล่าวว่า คิดว่าภายในเดือนมิ.ย.น่าจะเสร็จสิ้น โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบปฎิบัติ