‘ศรีสุวรรณ’ บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ ‘ไชยชนก’ ล็อกสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport

'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ 'ไชยชนก' ล็อกสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport

‘ศรีสุวรรณ’ บุก ป.ป.ช.ร้องสอบ ‘ไชยชนก’ ล็อกสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.43 น.

ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช.ร้องสอบไชยชนกล็อคสเปกเอื้อประโยชน์โครงการ TH-AI Passport หรือไม่

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 9.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีผลักดันโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) อันมีข้อพิรุธ อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ประกอบพรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ผลักดันนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI ของประเทศ โดยให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เห็นชอบดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,650 ล้านบาท มาตั้งแต่ 12 พ.ย.68 แล้วเปิดประชาพิจารณ์ในเดือนธันวาคม 68 และเร่งรีบในการประกาศเชิญชวนประกวดราคาตั้งแต่ 24 ธ.ค.68-26 ม.ค.68 ซึ่งระยะเวลาการเปิดรับซองประมูลที่โครงการนี้เปิดรับซองประมูลเพียง 34 วัน ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวสิ้นปี และรัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการ ซึ่งโดยทั่วไปเขาไม่ทำกัน

ซึ่งในที่สุดได้ผู้ชนะการประมูล คือ “กิจการร่วมค้าทีเอช” ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท และได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการหลังผ่านพ้นช่วงเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 11 มี.ค.69 ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าบริษัทผู้ชนะมีความสนิทชิดเชื้อและเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน

โครงการดังกล่าวมีข้อพิรุธหลายประการ อาทิ การใช้งบประมาณกว่า 1.6 พันล้านแลกกับการเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี ถูกท้วงติงอย่างหนักจากทุก ๆวงการ  การเขียน TOR ในลักษณะล็อคสเปก  กำหนดบังคับ “พิกัดสื่อโฆษณานอกบ้าน” ในร้านสะดวกซื้ออย่างเฉพาะเจาะจง จำนวน 1,500 สาขา 6,000 จอ นั้น มีความเชื่อมโยงเชิงสัญญาระหว่างผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทชนะการประมูล กับบริษัทที่ผูกขาดสื่อโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ อีกทั้งกระบวนการกำหนดราคากลาง และความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้จัดทำราคากลางกับกลุ่มผู้ยื่นข้อเสนอในโครงการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อให้เกิดข้อกังขาว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว หรือไม่

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด รมว.ดีอีว่าการผลักดันโครงการดังกล่าวจนมีข้อพิรุธมากมายนั้น เช้าข่ายเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล

อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล

อนุทิน ชี้ ทักษิณ พ้นโทษ ไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

“อนุทิน”ชี้”ทักษิณ”พ้นโทษ ไม่ต้องกังวลมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ลั่นคนมีอำนาจตัดสินใจคือประชาชน บอกหากท่านตั้งใจวางมือทางการเมืองจริง ตนก็ต้องเชื่อ ส่วนปมถอนชื่อร่างแก้ไข รธน.เพื่อไทย ไม่มีปัญหา พูดคุยกันเข้าใจดี

5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนที่จะถอดกำไล EM ในจันทร์นี้แล้วนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีการเข้าไปพูดคุยกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ในทางการเมือง ตนก็คุยกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในเรื่องของการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาล

ส่วนในวันนี้เชื่อหรือไม่ว่านายทักษิณจะวางมือทางการเมืองจริง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าถามตนในฐานะที่เคยทำงานเป็นรัฐมนตรีของนายทักษิณมา ตนก็ต้องเชื่อว่า ความตั้งใจของท่านเป็นอย่างไร ตนก็ต้องเชื่อ

เมื่อถามว่า ไม่ต้องกังวลว่านายทักษิณจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ต้องกังวลเลย ในคณะรัฐมนตรีคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจคือประชาชน เพราะรัฐบาลฟังประชาชนเท่านั้น และไม่ต้องกังวลเลยว่า พวกตน จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร ซึ่งก็แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ชัดไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้ว คนที่รัฐบาลต้องฟังคือพี่น้องประชาชน และนี่ก็ไม่ใช่วาทกรรม แต่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสัจธรรม

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ได้มีการพูดคุยกับหัวพรรคเพื่อไทยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างได้หารือกันด้วยความเข้าใจอันดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย

นายกฯ มอบ สีหศักดิ์ นำทีมคุย UNCLOS ชี้เขมรดิ้นหาความชอบธรรม เพราะไม่มีความชอบธรรม

นายกฯ มอบ สีหศักดิ์ นำทีมคุย UNCLOS ชี้เขมรดิ้นหาความชอบธรรม เพราะไม่มีความชอบธรรม

นายกฯ มอบ สีหศักดิ์ นำทีมคุย UNCLOS ชี้เขมรดิ้นหาความชอบธรรม เพราะไม่มีความชอบธรรม

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.37 น.

นายกฯ มอบ สีหศักดิ์ นำทีมคุย UNCLOS บอกเรื่องอื่นต้องหยุดหมด ชี้เขมรดิ้นหาความชอบธรรม เพราะไม่มีความชอบธรรม 

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 เวลา 13.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.เข้าหารือ กรณีนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ยื่นหนังสือถึงไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS)ว่า ได้หารือเรื่อง UNCLOS ที่เราจะมีตัวแทนประเทศไทยเข้าไป เพราะเรากำลังเข้าสู่กระบวนการ โดยจะมีนายสีหศักดิ์ เป็นผู้ดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ต้องให้คนที่ดูแลเรื่องต่างประเทศที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดำเนินการ

เมื่อถามว่าจะเดินเกมเชิงรุกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้คิดว่าใครรุกใคร แต่ประเทศไทยต้องไม่เสียประโยชน์อะไรที่เรามีอยู่เดิม และต้องเป็นเรื่องอธิปไตย สิทธิ และเรื่องอะไรต่างๆเราต้องรักษาประโยชน์ของเราให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ 

เมื่อถามว่าคาดหวังเกี่ยวกับการเข้ากระบวนการ UNCLOS อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันเป็นกระบวนการและยังมีอีกหลายขั้นตอน ในรายละเอียดเมื่อถึงเวลาอันควรนายสีหศักดิ์ จะชี้แจง เพราะมันเป็นความชำนาญเฉพาะด้าน เพราะมีทั้งข้อกฎหมายสนธิสัญญาระหว่างประเทศ 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เพราะที่ผ่านมากัมพูชอบช่วงชิงพื้นที่ในเวทีโลก นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องกังวล เราจะมัวไปวิ่งตามคนนั้นคนนี้ไม่ได้เพราะเรามีอธิปไตยของเรา และมีขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและรักษาดินแดนของเราไว้ เราก็ไม่ต้องไปหวั่นไหว ตามหลักแล้วคนที่ต้องวิ่งไปโน่นไปนี่แสดงว่าเขากำลังหาความชอบธรรม แล้วทำไมเขาต้องหาความชอบธรรมเพราะมีความไม่ชอบธรรมอยู่ แต่เรามั่นใจในความชอบธรรมของเราก็ไม่ต้องวิ่งไปหาที่ไหน เพราะเราอธิบายทุกคนทุกฝ่ายได้ แม้กระทั้งอธิบายคนในประเทศของเราได้ 

เมื่อถามว่าถึงกรณี กัมพูชา ร้ององค์การสหประชาชาติ ว่าไทยยกเลิก MOU 44 ฝ่ายเดียว แสดงว่าเขาไม่ยอมรับกระบวนการUNCLOSใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าไม่ยอมรับUNCLOSก็ไปไหนต่อไม่ได้ เขาเป็นคนบอกว่ายอมรับว่าจะใช้แนวทางUNCLOSก็จบแล้ว และทั้่งสองประเทศต่างเป็นภาคีของ UNCLOSก็ใช้กระบวนการนี้เดินเรื่องต่อไป ถ้าบอกว่าเรายกเลิก MOU 44 มันไม่ใช่ เพราะกระบวนการไม่ได้ไปไหน ก็บอกว่าหาทางเจรจาใหม่หากรอบใหม่มาเจรจา เขาบอกไม่เจรจาเขาขอไป UNCLOS เมื่อเช่นนั้นก็ไปUNCLOS จากนี้ก็คุยUNCLOSก่อนเรื่องอื่นไม่คุย คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)  ไม่คุย ความร่วมมืออื่นๆยังไม่ต้องคุย การฟื้นฟูความสัมพันธ์ยังไม่ต้องคุย การเปิดด่านไม่มีวันเปิดนี่คือท่าทีของเรา

รุทธพล ลงนามตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว ทักษิณ-นักโทษทั่วประเทศ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

รุทธพล ลงนามตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว ทักษิณ-นักโทษทั่วประเทศ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

รุทธพล ลงนามตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว ทักษิณ-นักโทษทั่วประเทศ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

“รุทธพล” ลงนามตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย พิจารณาปล่อยตัว “ทักษิณ- นักโทษทั่วประเทศ” หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ ยันเรื่องไม่ต้องถึง”นายกฯ”

วันที่ 5 มิถุนายน 25269 เวลา 13.15 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์   รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนการปลดกำไรอีเอ็มของ  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  รวมถึงนักโทษคนอื่น ภายหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษว่า เมื่อวานนี้ตนได้ลงนามตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 21   แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ (คณะกรรมการ 3 ฝ่าย) ของแต่ละจังหวัด ซึ่งอยู่ที่ทางจังหวัดจะประชุมกันอีกที ที่จะพิจารณารายละเอียดของผู้ที่จะได้รับการพ้นโทษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ที่ได้รับการอภัยโทษ จำนวนมากน้อยแค่ไหนของ พล.ต.ท.
รุทธพล กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด  มีการรายงานขึ้นมา แต่รายละเอียดต้องถามทางราชทัณฑ์

เมื่อถามว่าระยะเวลายังอยู่ในกรอบ 120 วันหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดต้องให้ทางกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ เพราะกรรมการของแต่ละจังหวัดอาจจะมีการประชุมพิจารณาไม่ตรงกัน ซึ่งอยู่ที่ความพร้อมของคณะกรรมการในจังหวัดนั้นๆ ด้วย

เมื่อถามว่าได้กำหนดเวลาให้แต่ละจังหวัดแจ้งผลการพิจารณามาหรือไม่  พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ได้กำหนด แต่คงต้องมีการสรุปกับทางกรมราชทัณฑ์อีกครั้ง ว่าจังหวัดไหนที่พิจารณาเสร็จแล้ว

เมื่อถามว่าขั้นตอนสุดท้ายจะต้องส่งรายชื่อมาที่กระทรวงยุติธรรม หรือไม่    พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ได้ส่งที่กระทรวง ก็คงส่งมาที่กรมราชทัณฑ์  ซึ่งรัฐมนตรีมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการในแต่ละจังหวัดเท่านั้น
 
เมื่อถามว่าเดือนนี้จะพิจารณาจบหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อถามย้ำว่าจะต้องส่งเรื่องมาที่นายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่  พล.ต.ท.รุทธพล   กล่าวว่า ในระเบียบไม่มีที่จะต้องส่งมาให้นายกรัฐมนตรี

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด กลเกมกับดักแก้รัฐธรรมนูญ ซ่อนกฎเหล็ก 2 ชั้น ต้องผ่าน ด่าน สว. โอกาสผ่านแทบเป็นศูนย์

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด กลเกมกับดักแก้รัฐธรรมนูญ ซ่อนกฎเหล็ก 2 ชั้น ต้องผ่าน ด่าน สว. โอกาสผ่านแทบเป็นศูนย์

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด กลเกมกับดักแก้รัฐธรรมนูญ ซ่อนกฎเหล็ก 2 ชั้น ต้องผ่าน ด่าน สว. โอกาสผ่านแทบเป็นศูนย์

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ชัด กลเกมกับดักแก้รัฐธรรมนูญ กลไกรัฐธรรมนูญ “ซ่อนกฎเหล็ก 2 ชั้น” ต้องผ่าน “ด่าน สว.” โอกาสผ่านแทบเป็นศูนย์

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 สืบเนื่องจากพรรคเพื่อไทย ถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯเพื่อนำไปปรับร่างแก้ไขใหม่ ภายหลังพรรคภูมิใจไทยมีมติให้ สส.ถอนรายชื่อออกจากร่างเสนอญัตติฯดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้สัมภาษณ์และกล่าวว่า ในการจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามพี่น้องประชาชนว่า เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่  โดยประชาชนเสียงข้างมาก  21.2 ล้านเสียง มีฉันทามติเสียงข้างมาก เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นขั้นตอนในการหยั่งเสียงประชามติรอบแรกเท่านั้น เพื่อสอบถามความต้องการของประชาชน โดยยังไม่มีร่างพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนในปี 2539 ในรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปะอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ล่วงลับไปแล้ว  

ก่อนหน้านี้ ปรากฏใน คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 วินิจฉัยชี้ขาดว่า “รัฐสภามีอำนาจและหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามเจ้าของอำนาจในการสถาปนาอำนาจรัฐธรรมนูญทั้งก่อนและหลัง”

และ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 วินิจฉัยชี้ขาดว่า “รัฐสภามีอำนาสจในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงลงคะแนนในการจัดทำประชามติ 3 ครั้ง” โดยคำวินิจฉัยในข้อสาระสำคัญว่า “รัฐสภาไม่อาจจัดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง”

หากพิจารณาถึงข้อสาระสำคัญ ที่ว่า รัฐสภาไม่อาจจัดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ย่อมหมายถึง กระบวนการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะส่วนหนึ่งส่วนใดก็ตาม ไม่สามารถกระทำได้ เป็น “ข้อห้ามเด็ดขาด” และ ทุกองค์กร ต้องถือตาม โดยปรากฎชัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้าย ที่ว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญย่อมเด็ดขาด ผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ในการออกเสียงลงประชามติไปแล้ว ทั้งก่อนเสนอร่าง ขณะเสนอร่าง และร่างปรับแก้ผ่านสมาชิกรัฐสภา เป็นประชาธิปไตยทางตรง จะใช้สิทธิสองทางในเรื่องเดียวกันไม่ได้  เพราะการเลือกตั้ง สสร. เป็นประชาธิปไตยทางอ้อม เทียบเคียงกับการเลือกตั้ง สส. ส่วนการลงคะแนนออกเสียงประชามติ เป็นประชาธิปไตยทางตรง  

การได้มาซึ่งผู้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือ คณะ “สสร.” ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เป็นการขาดหลักการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในระบอบประชาธิปไตยฯหรือไม่  เพราะกระบวนการใช้สิทธิโดยตรงในการออกเสียงประชามติ เป็นกระบวนตรวจสอบและสิทธิเฉพาะตัวของประชาชนโดยตรงไปในตัว ทั้งก่อนและหลังผ่านร่าง  เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 และ 18/2568  

ส่วนที่ถามว่า กลไกแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านด่านประชามติเสียงข้างมาก 21.2 ล้านเสียง โอกาสที่จะผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ เพียงใด นั้น

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ผลประชามติ แสดงว่า ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่การจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในหมวด 15 และไปแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อกำหนดที่มาของ สสร. ทั้งสองประเด็นแยกคนละส่วนกัน

ดังจะเห็นได้จาก ประชามติ รอบแรก เป็นการหยั่งเสียง ประชาชนส่วนใหญ่เอาด้วย  ส่วนประชามติรอบที่สองและรอบที่สาม ต้องผ่านเงื่อนไขในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยข้อกฎหมายจะมีกับดัก กฎเหล็กถึง 2 ชั้น โดยซ่อนไว้ใน ในวาระที่ 1 และ วาระที่ 3  โดยข้อกฎหมายกำหนดให้มี เสียง สว.จำนวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสาม หรือ จำนวน 67 คน  ปรากฎชัดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256(3) และมาตรา 256(6)

ตัวแปรไม่ได้อยู่ที่มติเห็นชอบภาคประชาชน จำนวน 21.2 ล้าน เสียง แต่ตัวแปรหลัก อยู่ที่กระบวนการและกลไกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเจอกับดักเป็น กฎเหล็กถึง 2 ชั้น ในวาระที่ 1 และในวาระที่ 3  หมายความว่า นอกจากเสียงข้างมากของ สส.แล้วจะต้องเจอกับดับ สมาชิกรัฐสภา ซีก สว.  ต้องผ่านด่าน สว. ซึ่งเป็นกับดักและเป็นตัวแปรสำคัญ โอกาสผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทบเป็นศูนย์ เว้นแต่ รวบรวมเสียง สว.ได้ ไม่น้อยหว่า 67 คน

แฮชกแทก  #รัฐธรรมนูญ #แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ #แก้รัฐธรรมนูญ #ร่างแก้ไขเพิ่มเติม #รัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย #กลไกสมาชิกรัฐสภา  #ออกเสียงประชามติ #ฝ่ายนิติบัญญัติ #สมาชิกวุฒิสภา #ดร.ณัฏฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม

บอร์ด สคบ. มีมติส่งฟ้องแพ่งวอลโว่ ปมแบตเตอรี่ EV ไม่ปลอดภัย สั่งคืนเงิน-ชดใช้ค่าเสียหาย

บอร์ด สคบ. มีมติส่งฟ้องแพ่งวอลโว่ ปมแบตเตอรี่ EV ไม่ปลอดภัย สั่งคืนเงิน-ชดใช้ค่าเสียหาย

บอร์ด สคบ. มีมติส่งฟ้องแพ่งวอลโว่ ปมแบตเตอรี่ EV ไม่ปลอดภัย สั่งคืนเงิน-ชดใช้ค่าเสียหาย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

“ศุภมาส” สั่งฟ้อง 35 คดีแพ่ง บี้คดี “รถ Volvo-บ้านน็อกดาวน์-ซื้อของออนไลน์” เร่งคืนเงินผู้บริโภค 

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วยกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรวม 18 ท่าน เข้าร่วม

ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาเรื่องทั้งหมด 48 เรื่อง โดย สาระสำคัญ คือ การดำเนินคดีแพ่งกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวม 35 คดี ครอบคลุมคดีอสังหาริมทรัพย์ การให้บริการ การซื้อสินค้าทั่วไปและสินค้าออนไลน์ โดยกว่า 1 ใน 3 ของเรื่องร้องเรียนที่เข้ามายัง สคบ. เป็นคดีซื้อขายออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยคดีที่ได้รับความสนใจ  คือ คดีแพ่งบริษัท สแกนดิเนเวียน ออโต้ จำกัด และบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในกรณีผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า Volvo รุ่น EX30 จากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และคดีแพ่ง ห้างหุ้นส่วนจกัด สมเด็จโมเดิร์นโฮม กับนายจิรายุ บุษบารัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรณีผิดสัญญาว่าจ้างทำบ้านน็อกดาวน์และส่งมอบไม่ได้ตามสัญญา ทั้งสองคดีคคบ. มีมติให้ฟ้องเพื่อบังคับให้คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้บริโภค โดยคดีบ้านน็อกดาวน์เสนอศาลสั่งจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มด้วย

นางสาวศุภมาส ยังได้สั่งการให้ สคบ. เป็นหน่วยงานที่รวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และเป็นที่พึ่งของประชาชน ตามนโยบาย สคบ. พลัส 5 ด้าน ได้แก่ 1) ทำงานเชิงรุกป้องกันก่อนเสียหายด้วย Consumer Risk Dashboard 2) ยกระดับศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์เป็นระบบ One Stop Service 3) กำกับแพลตฟอร์มออนไลน์และ E-Commerce ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ ETDA และ ปปง. 4) ใช้ AI คัดกรองเรื่องร้องทุกข์และแจ้งเตือนเร่งด่วนอัตโนมัติ 5) เป็นองค์กรสีขาวโปร่งใส ตั้งเป้าคะแนน ITA การรับรู้ภายนอกเต็ม 100 คะแนน

พร้อมย้ำว่า สคบ. ต้องรวดเร็ว เชิงรุก เด็ดขาด และ พึ่งพาได้ ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภคต้องรับผิดชอบ และผู้บริโภคที่เสียหายต้องได้เงินคืนทุกบาท ซึ่งนโยบายทั้งหมดสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาล  ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริโภคตรวจสอบสัญญาและเงื่อนไขให้รอบคอบก่อนวางเงิน โดยเฉพาะการซื้อรถ การว่าจ้างสร้างบ้าน และการสั่งซื้อออนไลน์ รวมถึงเก็บหลักฐานการซื้อขายสินค้าและบริการ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect และเว็บไซต์ ocpb.go.th. 

ป.ป.ช.ชี้มูล เทวฤทธิ์ นิกรเทศ อดีต สส.เสียชีวิตแล้ว รวยผิดปกติ 37ล้าน จ่อริบทรัพย์จากกองมรดก

ป.ป.ช.ชี้มูล เทวฤทธิ์ นิกรเทศ อดีต สส.เสียชีวิตแล้ว รวยผิดปกติ 37ล้าน จ่อริบทรัพย์จากกองมรดก

ป.ป.ช.ชี้มูล เทวฤทธิ์ นิกรเทศ อดีต สส.เสียชีวิตแล้ว รวยผิดปกติ 37ล้าน จ่อริบทรัพย์จากกองมรดก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดคดีนายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ารวม 37,431,641.42 บาท จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระหว่างปี พ.ศ. 2551-2554 มีรายได้ตามแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เงินเดือนและเงินค่าเบี้ยประชุม) ปี 2551-2554 รวมจำนวน 4,203,489.35 บาท แต่มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นผิดปกติไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ รวมเป็นเงินจำนวน 37,431,641.42 บาท ดังนี้ เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชี นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ จำนวน 4 บัญชี เป็นเงิน 31,064,731 บาท เงินที่นำไปชำระหนี้ 3 รายการ เป็นเงิน 2,500,000 บาท รถยนต์ในชื่อนายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ จำนวน 3 คัน รวมมูลค่า 3,866,910.42 บาท

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติว่า นายเทวฤทธิ์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ สืบเนื่องจากการเปรียบเทียบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เป็นเงินทั้งสิ้น 37,431,641.42 บาท ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ ของนายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ตามรายการทรัพย์สินดังกล่าว รวมทั้งบรรดาทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาแทนทรัพย์สินนั้น ตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 118 ต่อไป

หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้วแต่กรณี ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย

ทั้งนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงว่านายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ ถึงแก่ความตายแล้ว เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 การบังคับเอาแก่ทรัพย์สินดังกล่าว จะดำเนินการบังคับเอากับทรัพย์สินในกองมรดกของผู้ตายต่อไป

‘ศุภมาศ’ เตือนเจอร้านค้าโกงสแกน ไทยช่วยไทย 60:40 ไม่ต้องซื้อ-สั่ง สคบ.ลงตรวจ

‘ศุภมาศ’ เตือนเจอร้านค้าโกงสแกน ไทยช่วยไทย 60:40 ไม่ต้องซื้อ-สั่ง สคบ.ลงตรวจ

‘ศุภมาศ’ เตือนเจอร้านค้าโกงสแกน ไทยช่วยไทย 60:40 ไม่ต้องซื้อ-สั่ง สคบ.ลงตรวจ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

“ศุภมาศ” เตือนเจอร้านค้าโกงสแกน “ไทยช่วยไทย 60:40” ไม่ต้องซื้อ-สั่ง สคบ.ลงตรวจ เผยยังไม่ได้รายงานร้านอาหารจีนรับหยวน-เมินเงินไทย โว รองนายกฯ เช็คตลาดมีแต่เสียงชื่นชม-ทำค้าขายคล่อง 

เมื่อเวลา 11.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีร้านค้าย่านห้วยขวางรับสแกนเงินหยวน ว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเห็นเพียงตามหน้าสื่อ ขอตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับยอมรับว่าได้ยินมาเหมือนกันว่าย่านห้วยขวาง เป็นย่านชาวจีนที่มาประกอบธุรกิจ ซึ่งจะให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า นางสาวศุภมาศ กล่าวว่า ตั้งแต่โครงการคนละครึ่งพลัสที่มีข้อกังวลและข้อห่วงใย แต่ก็แทบจะไม่พบกรณีผู้ค้าฉวยโอกาส แต่พอมาถึงโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ที่ได้ยินมามีเพียง 1 เคส ซึ่งเมื่อวานนี้ทางสคบ.ก็ได้ลงพื้นที่ ไปยังร้านรถเข็นที่เกิดเหตุ แต่ก็พบว่าปิดร้าน แต่กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ สินค้าทุกอย่างในประเทศไทยจะต้องปิดประกาศราคา หากไม่ปิดประกาศถือว่าผิด 

อย่างไรก็ตามขอแนะประชาชนว่า นอกจากจะมีการสแกนจ่ายเงินในโครงการดังกล่าวแล้ว จะต้องดูให้ดีว่าราคาตรงกันหรือไม่ ซึ่งรวมไปถึงการรูดบัตรเครดิตหรือสแกนจ่ายแบบปกติ ที่ผู้ค้าจะเป็นผู้คีย์ราคาก่อนจ่ายเงิน ซึ่งหากราคาไม่ตรงเราก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ่าย  ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส ไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ คิดว่าพ่อค้าแม่ค้ากว่า 99% ก็ไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว  และจากที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รวมถึงสส.ที่ลงพื้นที่ก็พบแต่เสียงชื่นชมและรอยยิ้ม ว่าช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้ยอดขายของร้านค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อก็ได้ของเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพราะฉะนั้นเรื่องร้องเรียนในโครงการนี้ยังไม่มี  

‘โสภณ’ ปัดตอบ ‘ฝ่ายค้าน’ เดินเกมยื่นร้อง ‘จนท.ป.ป.ช.’ เอี่ยวโยงคดี ‘ศักดิ์สยาม’

‘โสภณ’ ปัดตอบ ‘ฝ่ายค้าน’ เดินเกมยื่นร้อง ‘จนท.ป.ป.ช.’ เอี่ยวโยงคดี ‘ศักดิ์สยาม’

‘โสภณ’ ปัดตอบ ‘ฝ่ายค้าน’ เดินเกมยื่นร้อง ‘จนท.ป.ป.ช.’ เอี่ยวโยงคดี ‘ศักดิ์สยาม’

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.12 น.

ขอดูเนื้อหาก่อน! ‘โสภณ’ ปัดตอบ ‘ฝ่ายค้าน’ เดินเกมยื่นร้อง ‘จนท.ป.ป.ช.’ เอี่ยวโยงคดี ‘ศักดิ์สยาม’

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคมว่า เขายังไม่ยื่นมาตนเองยังตอบไม่ได้ ต้องรอเขายื่นมาก่อน

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการพิจารณาเบื้องต้นหรือไม่ว่าจะมีการรับไว้ นายโสภณ กล่าวว่า เรื่องรับหนังสือต้องรับไว้อยู่แล้ว แต่ว่าให้เขายื่นมาก่อนแล้วค่อยดูในเนื้อหา

รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

“รังสิมันต์” นำทีม “กมธ.กฎหมาย“ หารือ ”รมว.ยธ.“ ปิดช่องโหว่คดีลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” หลังพบอาวุธปืนก่อเหตุเชื่อมโยงกองทัพเรือ มองอย่าขีดเส้นเพียงเรื่องส่วนตัว ชี้ชัดคือความมั่นคงร้ายแรง พร้อมถกคดีหน่วยงานรัฐ-นักการเมืองฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ลั่นรัฐต้องมีคำขอโทษต่อผู้ถูกรังแกจากขบวนการไอโอ (IO) ซัดแรง ขบวนการไอโอถือเป็นตัวบ่อนเซาะกร่อนทำลายความมั่นคงชาติ ย้ำ หากมี จนท.รัฐเอี่ยวเบื้องหลังไอโอต้องดำเนินการ พร้อมติดตามคืบหน้าคดีปราบทุนเทา- คดีกักตุนน้ำมัน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ กระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ นายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1 นายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 นายองอาจ วงษ์ประยูร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 3 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 4 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายธีระ สุธีวรางกูร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมา ธิการ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิ การ นายศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ โฆษกคณะกรรมาธิการ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ กรรมาธิการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ การส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นำคณะผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับพร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล 

โดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้เรามีหลายเรื่องที่จะต้องพูดคุยหารือกับกระทรวงยุติธรรมที่กำกับดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องทุนสีเทา ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และรวมถึงเรื่องล่าสุดที่วานนี้ (4 มิ.ย.69) เราได้มีการประชุมพิจารณาร่วมกันเรื่องของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าเราจะสร้างบรรยากาศที่ทำให้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งกรณีของ สส.กมลศักดิ์ เรามองว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงเพราะว่าเป็นการลอบยิง และยังเป็นการทำลายบรรยากาศการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บริเวณชายแดนใต้ อีกทั้งยังพบว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุยิงนั้น ก็เป็นปืนของกองทัพเรือ และรถที่นำมาใช้ก่อเหตุก็เป็นของราชการ และผู้เกี่ยวข้องก็ดันเกี่ยวข้องกับกองทัพ

ดังนั้น หลากหลายปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า เรื่องนี้มันน่าจะมีมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัวหรือไม่ และเมื่อหน่วยงานหรือคนที่อยู่ในระบบราชการยังเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงหรือมีความร้ายแรงอะไร ตนมองว่ามันเป็นการประเมินสถานการณ์ที่เบาเกินไปกว่าความเป็นจริง จึงทำให้เราต้องมาหารือกับกระทรวงยุติธรรมว่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรได้บ้าง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นอกจากนี้ ยังจะมีการหารือในเรื่องการฟ้องปิดปาก หรือ Slapp เพราะจริง ๆ กระทรวงก็มีร่างกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องหาวิธีการพูดคุยกัน เพราะเราอยากสร้างบรรยากาศให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐสภา ก็คือในส่วนของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กับฝั่งของผู้ปฏิบัติ ผู้ออกนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หวังว่าวันนี้จะเป็นการพูดคุยหารือกันเป็นไปด้วยดี ส่วนกรณีที่พี่น้องประชาชนอาจจะให้ความสำคัญก็คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายไป เรื่องนี้ก็จะได้ติดตามความคืบหน้าด้วย

นายรังสิมันต์ เผยอีกว่า ตนมองว่าในการประชุมวันนี้คงไม่ได้มองเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่จะต้องได้คำตอบจากหน่วยงานภาครัฐ เพราะมองว่าทุกเรื่องมันควรที่จะได้คำตอบที่ชัดเจน เราจึงหวังว่าวันนี้มันคงจะไม่ได้คิดแค่การมาวันนี้แล้วจะต้องจบทุกปัญหา แต่ตนคิดว่าวันนี้สำคัญคือ เราอาจจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่มันราบรื่นขึ้น และในโอกาสต่อไปคณะกรรมาธิการจะได้ทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในหลากหลายมิติมากขึ้น จึงอยากเห็นความร่วมมือระหว่างกัน ตนจึงค่อนข้างคาดหวังว่าวันนี้เรามองหาการทำงานร่วม มันอาจจะไม่ได้รวดเร็วไปทุกเรื่องเพราะมันอาจจะมีปัญหาเรื่องข้อระเบียบ แต่สำคัญก็คือว่าเราจะสร้างเจตจำนงร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมาธิการให้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากเรามองเห็นปัญหาคล้าย และเรามีข้อเท็จจริงหลากหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน คิดว่ามันน่าจะนำมาใช้แก้ปัญหาได้ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก่อนการประชุมตนก็ได้พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เช่นปัญหาสแกมเมอร์ ที่ตนได้เคยตั้งกระทู้สอบถามรัฐมนตรีฯ ซึ่งรัฐมนตรีฯ ก็มีข้อมูลและได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันนี้เป็นการที่เราเอาข้อมูลมารวมกัน อย่างน้อยจะได้หาทางออกว่าจะเป็นอย่างไรได้บ้าง อนึ่ง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีอาญา คณะกรรมาธิการก็สามารถออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลได้ และเราก็ย้ำว่าเราไม่เคยหวงข้อมูลเลย ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการประชุมต่าง ๆ อย่างไรก็ต้องถูกเผยแพร่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อหน่วยงานได้มาเข้าร่วมประชุม ก็จะได้รับรู้รับทราบในส่วนที่คณะกรรมาธิการรับทราบเช่นเดียวกัน จึงมองว่าปัญหาหลายอย่างมันควรต้องเร่งแก้ไขเพราะตอนนี้ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ หากเรายังทำงานกันแบบเดิมมันก็จะยังวนอยู่แบบนี้ และเราก็จะเห็นการรุกคืบของทุนสีเทาอีก มองว่าทั้งสองฝ่ายมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง ก็ต้องนำจุดแข็งเหล่านี้มารวมกันให้ได้

นายรังสิมันต์ เผยต่อว่า สำหรับกรณีที่มีขบวนการไอโอ (IO) หรือการฟ้องปิดปาก (SLAPP) สื่อมวลชน และประชาชนที่มีความเห็นต่างจากรัฐ หรือนักการเมืองนั้น ตนค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการฟ้องปิดปากอย่างมาก เราติดตามประเด็นนี้มาตลอด วาระนี้เราจะใช้หารือในการประชุมวันนี้อย่างแน่นอน นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ไข แต่ก็ต้องยอมรับว่าขบวนการไอโอ (IO) ทุกวันนี้มันหนักขึ้นจริง ๆ และเราก็ได้รับการร้องเรียนจากศูนย์ทนายความมุสลิม มีการทำงานอย่างแข็งขันในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการมายื่นเรื่องร้องเรียนกับเรา ดังนั้น วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการไอโอเป็นสิ่งสำคัญในการบ่อนเซาะ กร่อนทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของชีวิตพี่น้องประชาชน ถ้ามีกระบวนการสร้างความเข้าใจเกิดขึ้นระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน ตนก็มองว่ามันเป็นเรื่องอันตรายและเราควรที่จะมีวิธีการแก้ไข เพราะเราก็พูดเรื่องขบวนการไอโอกันมาเยอะ แต่สิ่งที่ยังไม่มีมีการพูดถึงสักที ก็คือเราจะหยุดมันได้อย่างไร ซึ่งตนก็ไม่รู้ได้เลยว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการไอโอเหล่านี้บ้าง แต่ถ้ามีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เราจำเป็นต้องจัดการ 

ส่วนจะต้องมีคำขอโทษหรือการชดเชยจากรัฐหรือไม่ ที่มีการละเว้นปล่อยปละละเลยให้ขบวนการไอโอยังคงมีการโจมตีชีวิตพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนของคนที่เห็นต่าง หรือสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวสารบทความนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดี และควรที่จะใช้หารือในการประชุมวันนี้ ว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในกรณีที่รัฐปล่อยปละละเลย ว่ารัฐจะมีคำขอโทษหรือไม่ เพราะสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับว่าผลกระทบมันได้เกิดขึ้นแล้ว

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวเปิดการประชุมว่า กระทรวงยุติธรรมขอให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการก็จะได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนการทำงานและพูดคุยงานกับกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญติดตามในคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรงกับความคาดหวังของพี่น้องประชาชน กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งในมิติของอาชญากรรมข้ามชาติทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกระทำความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาชน ในการดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กระทรวงยุติธรรมเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินคดีที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักนิติธรรม ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการหารือในวันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการกับกระทรวงยุติธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น