ทรัมป์อ้างอิหร่านขอหยุดยิง ลั่นจะพิจารณาเมื่อเปิดฮอร์มุซแล้วเท่านั้น

ทรัมป์อ้างอิหร่านขอหยุดยิง ลั่นจะพิจารณาเมื่อเปิดฮอร์มุซแล้วเท่านั้น

1 เม.ย. 2569 21:50 น.

ทรัมป์อ้างอิหร่านขอหยุดยิง ลั่นจะพิจารณาเมื่อเปิดฮอร์มุซแล้วเท่านั้น

โดนัลด์ ทรัมป์อ้างว่า ประธานาธิบดีอิหร่านเรียกร้องขอการหยุดยิงจากฝั่งสหรัฐฯ แต่เขาจะพิจารณาเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว โดยระหว่างนั้น สหรัฐฯ จะถล่มอิหร่านให้สิ้นซาก

เมื่อ 1 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า อิหร่านได้ร้องขอการหยุดยิงมายังสหรัฐอเมริกา และเขาจะพิจารณาคำขอนั้นหลังจากที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเท่านั้น

“ประธานาธิบดีคนใหม่ของระบอบอิหร่าน ซึ่งมีความสุดโต่งน้อยกว่าและฉลาดกว่ารุ่นก่อนๆ มาก เพิ่งจะร้องขอการหยุดยิง ต่อสหรัฐอเมริกา! เราจะพิจารณาก็ต่อเมื่อช่องแคบฮอร์มุซเปิด, มีเสรีภาพ และเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว จนกว่าจะถึงเวลานั้น เราจะถล่มอิหร่านให้สิ้นซาก หรืออย่างที่เขาว่ากันว่า ส่งกลับไปสู่ยุคหิน!!! — ประธานาธิบดี DJT”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันเรื่องการร้องขอหยุดยิงจากทางฝั่งอิหร่าน และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีอิหร่านมีอำนาจในการตัดสินใจแทนระบอบการปกครองทั้งหมดหรือไม่

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ปัญหาสำหรับสหรัฐฯ และเคยเปรยว่าเส้นทางดังกล่าวจะเปิดออกทันทีที่สงครามสิ้นสุดลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เปรย สหรัฐฯ อาจถอนตัวจาก NATO ชี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ”

ทรัมป์เปรย สหรัฐฯ อาจถอนตัวจาก NATO ชี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ”

1 เม.ย. 2569 21:11 น.

ทรัมป์เปรย สหรัฐฯ อาจถอนตัวจาก NATO ชี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ”

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเป็นนัยว่า อาจพิจารณาพาสหรัฐฯ ถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตร NATO หลังสิ้นสุดสงครามกับอิหร่าน ชี้รู้มาตลอดว่าองค์กรนี้เป็นเพียง “เสือกระดาษ”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 เม.ย. 2569 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อังกฤษโดยกล่าวเป็นนัยว่า เขากำลังพิจารณาถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) หลังจากที่เขาออกมาวิพากษ์วิจารณ์องค์กรนี้หลายครั้ง ว่าชาติสมาชิกขาดการสนับสนุนในสงครามอิหร่าน

Telegraph สื่อฝ่ายขวาจัดของอังกฤษถามนายทรัมป์ว่า เขาจะพิจารณาทบทวนสถานะสมาชิก NATO ของสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดสงครามหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “โอ้ แน่นอน ผมบอกเลยว่ามันยิ่งกว่าการทบทวนเสียอีก… ผมไม่เคยหวั่นไหวไปกับ NATO ผมรู้อยู่เสมอว่าพวกเขาเป็นแค่เสือกระดาษ และปูตินเองก็รู้เรื่องนั้นดีเหมือนกัน”

บรรดาสมาชิกของ NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทหารเชิงป้องกัน ต่างมีความลังเลที่จะส่งกำลังทหารเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่อิหร่านสั่งปิดเพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล

นี่ถือเป็นครั้งล่าสุดที่นายทรัมป์กล่าวโจมตีชาติพันธมิตรและกลุ่ม NATO โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งบอกให้ประเทศที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า ให้ “รวบรวมความกล้าที่มาช้าเกินไปแล้ว และเดินหน้าไปที่ช่องแคบนั้น และจงไป ยึดมันมา ซะ”

“พวกคุณต้องเริ่มเรียนรู้วิธีต่อสู้ด้วยตัวเอง สหรัฐฯ จะไม่อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยพวกคุณอีกต่อไป เหมือนกับที่พวกคุณไม่อยู่เคียงข้างเรา” ประธานาธิบดีเขียนข้อความผ่านทาง Truth Social เมื่อวันอังคาร

นายทรัมป์ตั้งคำถามมาตลอดว่า พันธมิตร NATO จะมาช่วยหรือไม่ในตอนที่สหรัฐฯ ต้องการพวกเขา พร้อมกับกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานเมื่อเดือนมกราคมว่า กองกำลัง NATO “ถอยไปอยู่แนวหลัง” ในสมรภูมิอัฟกานิสถาน

“ยิ่งกว่าการไม่ยอมมาช่วย มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ และผมก็ไม่ได้พยายามหว่านล้อมอะไรมาก ผมแค่พูดว่า ‘เฮ้’ คุณก็รู้ ผมไม่ได้ตื้ออะไรมากนัก ผมแค่คิดว่ามันควรจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ” ทรัมป์กล่าวกับ The Telegraph

“เราไปช่วยคนอื่นโดยอัตโนมัติเสมอ รวมถึงยูเครนด้วย” เขากล่าว “ยูเครนไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่มันคือบททดสอบ และเราก็อยู่ที่นั่นเพื่อพวกเขา เราพร้อมจะอยู่ตรงนั้นเพื่อพวกเขาเสมอ แต่พวกเขากลับไม่อยู่ตรงนั้นเพื่อเรา”

อนึ่ง แม้ว่าสหรัฐฯ จะให้ข้อมูลข่าวกรองทางทหารแก่ยูเครนบ้าง และอนุญาตให้ยุโรปซื้ออาวุธของอเมริกาในนามของยูเครน แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่ได้อนุมัติแพ็กเกจความช่วยเหลือทางการทหารหรือการเงินชุดใหม่ให้กับยูเครนเลย นับตั้งแต่สิ้นสุดสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทรัมป์ยังเจาะจงโจมตีไปที่สหราชอาณาจักรเป็นพิเศษ โดยในการสัมภาษณ์กับ Telegraph ทรัมป์เยาะเย้ยกองเรือรบของอังกฤษว่า “พวกคุณไม่มีแม้แต่กองทัพเรือด้วยซ้ำ พวกคุณมันเก่าเกินไปแล้ว และยังมีเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใช้งานไม่ได้อีก”

“ผมจะไม่บอกเขาว่าต้องทำอะไร เขาอยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย มันไม่สำคัญหรอก สิ่งเดียวที่สตาร์เมอร์ (นายกรัฐมนตรีอังกฤษ) ต้องการคือ กังหันลมราคาแพงระยับที่กำลังทำให้ราคาพลังงานของพวกคุณพุ่งทะลุเพดาน” ทรัมป์กล่าวเสริม โดยอ้างถึงโครงการพลังงานสะอาด

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเห็นล่าสุดของทรัมป์ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ย้ำว่า NATO ยังคงเป็น “พันธมิตรทางการทหารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่โลกเคยเห็นมา” พร้อมกับยืนยันอีกครั้งว่าอังกฤษจะไม่ยอม “ถูกลากเข้าไป” ในสงครามกับอิหร่านอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Hyundai Motor เผยยอดขายรถ EV ในเกาหลีใต้พุ่ง 38%

Hyundai Motor เผยยอดขายรถ EV ในเกาหลีใต้พุ่ง 38%

1 เม.ย. 2569 14:42 น.

Hyundai Motor เผยยอดขายรถ EV ในเกาหลีใต้พุ่ง 38%

Hyundai Motor ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ เผยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ในประเทศเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นถึง 38% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการรถพลังงานสะอาดที่เติบโตต่อเนื่อง

ข้อมูลจากการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ฮุนไดจำหน่ายรถ EV ในเกาหลีใต้ได้ 7,809 คันในเดือนมีนาคม โดยยอดขายรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงรถไฮบริดและรถไฟฟ้า ทำสถิติสูงสุดใหม่สำหรับไตรมาสแรก โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม บริษัทจำหน่ายรถ EV ได้ 19,040 คัน และรถไฮบริด 39,597 คัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานสะอาดที่ยังคงเติบโต แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ทั่วโลกจะชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ากลับสวนทางกับภาพรวมยอดขายของบริษัท โดยฮุนไดมียอดขายรถยนต์ทั่วโลกในเดือนเดียวกันอยู่ที่ 358,759 คัน ลดลง 2.3% เมื่อเทียบรายปี โดยยอดขายรถรวมทุกชนิดในประเทศลดลง 2.0% ขณะที่ยอดขายรวมรถทุกชนิดในต่างประเทศลดลง 2.4%.

ที่มา : channelnewsasia

ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

1 เม.ย. 2569 11:55 น.

ทรัมป์เตรียมชี้แจงเรื่องอิหร่าน คืนวันพุธนี้ ขณะที่รูบิโอชี้สหรัฐใกล้ถึง “เส้นชัย” ของสงคราม

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะแถลงสดต่อประชาชนในคืนวันพุธนี้ เวลา 21.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือ 08.00 น. ของวันพฤหัสบดีตามเวลาในไทย เพื่ออัปเดตการตัดสินใจล่าสุดเกี่ยวกับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า เขาคาดว่าสงครามกับอิหร่านอาจสิ้นสุดภายในสองสัปดาห์ พร้อมเน้นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงในช่วงเวลานั้น

ขณะเดียวกัน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้สหรัฐกำลังแลกเปลี่ยนข้อความกับอิหร่าน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการประชุมโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า ทรัมป์จะไม่ยอมให้อิหร่านแสร้งเจรจา เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อซื้อเวลา

รูบิโอยังชี้ว่า สหรัฐได้ทำลายกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านไปมากแล้ว และกำลังทำลายโรงงานผลิตขีปนาวุธและโดรน รวมถึงระบบปล่อยขีปนาวุธในประเทศไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายทั้งสี่ข้อ และสามารถมองเห็นเส้นชัย ไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่กำลังจะมาถึง รูบิโอกล่าว พร้อมยืนยันว่ากองทัพสหรัฐดำเนินภารกิจด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

ทั้งนี้ แหล่งข่าวอเมริกันและภูมิภาคระบุว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังแลกเปลี่ยนข้อความทางอ้อมกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ซึ่งคาดว่าสามารถมีอิทธิพลต่อ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่.

ที่มา : CNN

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

1 เม.ย. 2569 10:25 น.

ฮือฮา! นักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูป “ส้วมทองคำ” กลางวอชิงตัน เสียดสี โดนัลด์ ทรัมป์

ชาวอเมริกันฮือฮา ประติมากรรมส้วมทองคำ ใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังศิลปินนำผลงานเสียดสีการเมืองไปติดตั้งที่เนชันแนล มอลล์ ใกล้กับอนุสรณ์สถานลินคอล์น ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปถ่ายภาพจำนวนมาก

ประติมากรรมดังกล่าวถูกออกแบบเป็น “บัลลังก์หรูสีทอง” แต่แทนที่ที่นั่งด้วยโถส้วม พร้อมป้ายข้อความว่า “A Throne Fit for a King” หรือ “บัลลังก์ที่เหมาะสำหรับกษัตริย์” โดยมีเนื้อหาเสียดสีการทำงานของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

ข้อความบนป้ายยังระบุว่า ในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญความขัดแย้งและปัญหาเศรษฐกิจ ผู้นำกลับให้ความสำคัญกับการปรับปรุงห้องน้ำในทำเนียบขาว พร้อมประชดว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่กลบปัญหาด้วยการทาให้เป็นสีทอง

ผลงานชิ้นนี้เป็นของกลุ่มศิลปินเชิงเคลื่อนไหวชื่อ Secret Handshake ซึ่งก่อนหน้านี้เคยติดตั้งงานศิลปะเชิงการเมืองในพื้นที่เดียวกันมาแล้วหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล

บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากหยุดชมผลงาน พร้อมหยิบกระดาษชำระที่จัดวางไว้เป็นของที่ระลึก ซึ่งมีการพิมพ์ชื่อกลุ่มศิลปินไว้ด้วย

ทั้งนี้ ประเด็นการปรับปรุงทำเนียบขาวของทรัมป์ยังคงถูกจับตา โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ มูลค่ากว่า 400 ล้านดอลลาร์ ที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานวางผังเมืองของรัฐบาลกลาง

หากโครงการดังกล่าวได้รับไฟเขียว อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของหนึ่งในสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา.

ที่มา :AP

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

1 เม.ย. 2569 08:58 น.

ยูเนสโกเผย โบราณสถานอิหร่านเสียหายอย่างน้อย 132 แห่ง จากการโจมตีสหรัฐ-อิสราเอล

องค์การยูเนสโก (UNESCO) เปิดเผยว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน ได้สร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปแล้วอย่างน้อย 132 แห่ง หวั่นความเสียหายขยายวง

ฮัสซัน ฟาร์ตูซี เลขาธิการคณะกรรมาธิการแห่งชาติยูเนสโกของอิหร่าน ระบุว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง จนอิหร่านต้องยื่นคำร้องขอเพิ่มรายชื่อแหล่งมรดกที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

ยูเนสโก (UNESCO) ยืนยันความเสียหายในหลายสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระราชวังโกเลสถาน พระราชวังหรูสมัยราชวงศ์กอญัรในกรุงเตหะราน ซึ่งพบความเสียหายต่อเพดานกระจก ผนังโมเสก และโครงสร้างบางส่วน

รวมถึงพระราชวังเชเฮลโซตูน พระราชวังในศตวรรษที่ 17 และมัสยิดจาเมห์แห่งอิสฟาฮาน มัสยิดโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายในพื้นที่ใกล้ หุบเขาคอร์รามะบาด ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนหลังไปถึงราว 63,000 ปีก่อนคริสตกาล

เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ความเสียหายเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้ และไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ พร้อมกล่าวหาว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการจงใจ เนื่องจากทั้งสหรัฐและอิสราเอลมีเทคโนโลยีที่สามารถระบุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ด้านยูเนสโกชี้แจงว่า ได้ส่งข้อมูลพิกัดของแหล่งมรดกให้ทุกฝ่ายล่วงหน้า เพื่อให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการทางทหารแล้ว

ทั้งนี้ ผลกระทบต่อแหล่งมรดกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอิหร่าน แต่ยังกระจายไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง โดยยูเนสโกกำลังติดตามความเสียหายในหลายพื้นที่.

ที่มา : AP

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

1 เม.ย. 2569 08:33 น.

เนทันยาฮูลั่น เดินหน้าบดขยี้ “ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน” ย้ำปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อกรุงเตหะรานต่อไป พร้อมย้ำว่าจะบดขยี้ระบอบก่อการร้ายของอิหร่าน และยืนยันว่าปฏิบัติการดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด

ในการแถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวันอังคาร เนทันยาฮูระบุว่าการรณรงค์ยังไม่จบ เราจะเดินหน้าบดขยี้ระบอบก่อการร้ายพร้อมย้ำว่า อิสราเอลจำเป็นต้องลงมือ และได้ดำเนินการแล้ว

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นไม่นาน หลัง มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านมีเจตจำนงที่จำเป็น ในการยุติสงครามกับอิสราเอลและสหรัฐ แต่ต้องการหลักประกันว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งซ้ำอีก

เนทันยาฮูยังกล่าวว่า อิสราเอลยังคงยืนหยัดในภารกิจ และสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางได้ พร้อมยืนยันว่า แม้สงครามยังดำเนินอยู่ แต่อิสราเอลได้ก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ เนทันยาฮู และโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้เปิดฉากสงครามครั้งใหม่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และจุดชนวนการตอบโต้รุนแรงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเยช อาทิด ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำปราศรัยของเนทันยาฮู โดยระบุว่า เป็นคำพูดที่หยิ่งผยอง และตั้งคำถามต่อคำกล่าวอ้างว่าอิสราเอลได้เปลี่ยนแปลงตะวันออกกลางจริงหรือไม่.

ที่มา : channelnewsasia

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

1 เม.ย. 2569 06:23 น.

เชลลี คิตเทิลสัน นักข่าวอเมริกัน ถูกลักพาตัวในอิรัก

(ภาพจาก Shelly Kittleson/Instagram)

สื่อสหรัฐฯ ยืนยัน นักข่าวหญิงชาวอเมริกันถูกลักพาตัวขณะอยู่ในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก พร้อมเรียกร้องให้คนร้ายปล่อยตัวเธออย่างรวดเร็วและปลอดภัย

Al-Monitor องค์กรข่าวที่มีฐานในสหรัฐฯ ยืนยันเหตุการณ์ลักพาตัว เชลลี คิตเทิลสัน ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันซึ่งทำงานในฐานะผู้สื่อข่าวสมทบให้กับพวกเขาในกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เมื่อวันอังคารที่ 31 มี.ค. 2569 พร้อมเรียกร้องให้มีการ “ปล่อยตัวเธออย่างปลอดภัยในทันที”

Al-Monitor ระบุว่าทางสำนักข่าวรู้สึก “ตกใจอย่างยิ่ง” ต่อเหตุลักพาตัวคิตเทิลสัน ซึ่ง “เราขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเธออย่างปลอดภัยและทันที เราขอสนับสนุนการทำหน้าที่รายงานข่าวที่สำคัญยิ่งของเธอในภูมิภาคนี้ และขอให้ปล่อยตัวเธออย่างรวดเร็ว เพื่อให้เธอสามารถสานต่องานที่สำคัญของเธอได้” แถลงการณ์ระบุเสริม

กระทรวงมหาดไทยของอิรักระบุในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ผู้สื่อข่าวหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่งถูกกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายลักพาตัวไปในย่านใจกลางกรุงแบกแดดเมื่อช่วงเย็นวันอังคาร และขณะนี้กองกำลังความมั่นคงได้เริ่มปฏิบัติการติดตามตัวผู้ก่อเหตุและเร่งช่วยเหลือเพื่อให้เธอได้รับอิสรภาพแล้ว

ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าพวกเขากำลัง “ติดตามรายงานเหล่านี้อย่างใกล้ชิด” แต่ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม “เนื่องจากเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและข้อพิจารณาอื่นๆ” พร้อมกล่าวเสริมว่า “รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความมั่นคงของชาวอเมริกัน”

คณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) ระบุว่า “กังวลอย่างยิ่ง” ต่อรายงานการลักพาตัวคิตเทิลสัน และกระตุ้นให้ทางการอิรักทำทุกวิถีทางเพื่อระบุตำแหน่งของเธอ และ “นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้”

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Al-Monitor ระบุว่า คิตเทิลสันเป็นผู้สื่อข่าวที่มีความเชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและอัฟกานิสถาน โดยมีผลงานตีพิมพ์ในสื่อระดับนานาชาติ ทั้งในสหรัฐฯ และอิตาลี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

1 เม.ย. 2569 05:56 น.

ทรัมป์เผย จะออกจากอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ ให้ชาติอื่นเปิดฮอร์มุซเอาเอง

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย จะถอนตัวออกจากเรื่องอิหร่านใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมย้ำว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซควรเป็นปัญหาของประเทศอื่นๆ ที่ใช้งานช่องแคบนั้น

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐอเมริกาน่าจะเสร็จสิ้นภารกิจสงครามกับอิหร่านภายในระยะเวลา 2 ถึง 3 สัปดาห์ และเป็นไปได้ว่าจุดจบของสงครามอาจมาถึงเร็วกว่านั้น หากสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้

“สิ่งเดียวที่ผมต้องทำคือถอนตัวออกมาจากอิหร่าน และเรากำลังจะทำแบบนั้นในเร็วๆ นี้” ทรัมป์กล่าว หลังถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันในประเทศที่กำลังพุ่งสูงขึ้น รวมถึงแผนการของเขาในการดึงราคาให้กลับลงมา

ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะ “ถอนตัว” จากอิหร่านภายใน 2 หรือ 3 สัปดาห์ โดยกล่าวว่าเขามี “เป้าหมายเดียว” คือการทำให้อิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และระบุว่าเป้าหมายนั้นบรรลุผลสำเร็จแล้ว

“เรากำลังปิดจ๊อบนี้” เขากล่าว และว่าสหรัฐฯ จะถอนกำลังออกไป “ภายในอาจจะ 2 สัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้นอีกแค่ไม่กี่วันเพื่อจบงาน”

“เราต้องการกำจัดทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีให้สิ้นซาก — แต่ตอนนี้มันก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะบรรลุข้อตกลงกันก่อนหน้านั้น” เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขาอาจจะได้ข้อตกลง แต่ “มันไม่สำคัญหรอก” ว่าฝ่ายนั้นจะ “ยอมรับการเจรจา” หรือไม่ (เพราะงานใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว)

ทรัมป์ระบุว่าด้วยขณะนี้เกิดการเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว โดยกล่าวว่ากลุ่มผู้นำอิหร่านชุดใหม่นั้น “มีความสุดโต่งน้อยกว่าเดิมมาก” และเป็นกลุ่มคนที่ “มีเหตุมีผล” มากขึ้น หากฝรั่งเศสหรือประเทศอื่นต้องการน้ำมัน พวกเขาก็สามารถล่องเรือเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซและ “ดูแลตัวเองกันเอาเอง” โดยย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกต่อไป

จากนั้น ผู้นำสหรัฐฯ ก็ย้ำว่า สหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าระบอบการปกครองนี้จะไม่สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ไปอีกหลายปี “พวกเขาต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง” การจะทำข้อตกลงหรือไม่นั้น “ไม่เกี่ยวกัน” กับกำหนดการที่สหรัฐฯ จะออกจากอิหร่าน

เมื่อถูกถามกรณีที่อิหร่านออกมาข่มขู่จะโจมตีบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรัมป์ก็ตอบโต้ด้วยท่าทีไม่แยแส โดยเขาตั้งคำถามว่าอิหร่านจะทำอะไรได้ จะใช้ “ปืนอัดลม” (BB guns) มาสู้หรืออย่างไร

ทรัมป์ระบุว่า ขณะนี้สหรัฐฯ สามารถปฏิบัติการได้โดย ไร้การต้านทานโดยสิ้นเชิง ทุกอย่างถูกระเบิดทำลายไปหมดแล้ว ระบอบอิหร่านไม่มีแม้แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศหลงเหลืออยู่แล้ว

“พวกเขาไม่ได้ขัดขืนเลย ไม่แม้แต่จะยิงใส่เราด้วยซ้ำ” ทรัมป์อ้าง พร้อมระบุว่านั่นเป็นเพราะ “ยุทโธปกรณ์ของพวกเขาถูกทำลายจนหมดสิ้น” และ “ไม่มีอะไรจะเหลือให้ใช้ยิงแล้ว”

ทรัมป์อ้างด้วยว่า ตอนนี้อิหร่านไม่มีทั้งกองทัพเรือหรือกองกำลังทหารหลงเหลืออยู่แล้ว “พวกเขากำลังแพ้ และพวกเขาก็ยอมรับว่าแพ้ ตอนนี้พวกเขากำลังอ้อนวอนขอทำข้อตกลงกับเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

1 เม.ย. 2569 03:01 น.

ปธน.อิหร่านเตือน ยุโรปอย่าแทรกแซงสงคราม ชี้จะเกิดผลกระทบร้ายแรง

ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนยุโรปไม่ให้เข้ามาแทรกแซงในสงครามครั้งนี้ มิฉะนั้นจะเกิดผลกระทบที่อันตรายตามมา พร้อมกล่าวโจมตีสหรัฐฯ ด้วยว่า ไม่มีความมุ่งมั่นที่แท้จริงต่อวิธีทางการทูต

เมื่อ 31 มี.ค. 2569 ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน หารือทางโทรศัพท์กับนายอันโตนิโอ กอสตา ประธานสภายุโรป โดยนายเปเซชเคียนกล่าวเตือนบรรดาผู้นำยุโรปว่า การแทรกแซงใดๆ ในสงครามครั้งนี้จะนำไปสู่ “ผลกระทบที่อันตราย”

ในระหว่างการพูดคุย เปเซชเคียนได้วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นจุดยืน “เชิงลบและมีอคติ” ของสหภาพยุโรปในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่าน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายสากลและหลักการอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุโรปมักกล่าวอ้างว่าตนเองปกป้องมาโดยตลอด

จนถึงขณะนี้ กลุ่มประเทศในยุโรปได้พยายามรักษาระยะห่างจากสงคราม โดยปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในปฏิบัติการเชิงรุก แม้ว่าบางประเทศจะให้ความสนับสนุนด้านการป้องกันภัยแก่กลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับก็ตาม โดยเมื่อเช้าวันอังคาร (31 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เพิ่งโพสต์ข้อความโจมตีชาติยุโรปที่ไม่ช่วยเหลือในการโจมตีอิหร่าน

นายเปเซชเคียนยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้อิหร่านได้เข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ “ด้วยความจริงใจ” แต่กลับถูกโจมตีอีกครั้งในระหว่างการหารือ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าวอชิงตันไม่มีความมุ่งมั่นที่แท้จริงต่อวิธีทางการทูต

ประธานาธิบดีอิหร่านเตือนด้วยว่า “การแทรกแซงเพิ่มเติมใดๆ จากต่างชาติ” ในความขัดแย้งนี้ “ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดก็ตาม” จะส่งผลกระทบที่อันตรายตามมา

ด้านนายกอสตาได้โพสต์ข้อความผ่าน X เมื่อวันอังคารว่า เขาได้เรียกร้องให้เกิด “การลดระดับความรุนแรงและการใช้ความอดทนอดกลั้น” ในระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับเปเซชเคียน

“ต้องมีพื้นที่สำหรับการทูต” นายกอสตากล่าว พร้อมเสริมว่า ในขณะเดียวกันก็ต้อง “จัดการกับความกังวลด้านความมั่นคงในวงกว้างที่เกิดจากอิหร่านด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn