ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

ตาโปน ตาแห้ง ‘ไทรอยด์ขึ้นตา’ โรคอันตรายของเบ้าตาที่ควรรู้

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

หลายคนอาจรู้จัก “โรคไทรอยด์” จากอาการน้ำหนักขึ้นลงผิดปกติ หัวใจเต้นแรง หรือเหนื่อยง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า ไทรอยด์ยังส่งผลต่อดวงตาได้เช่นกัน โดยเฉพาะอาการตาโปน หนังตาบวม หรือแม้กระทั่งการมองเห็นเปลี่ยนไป โรคตาโปนจากไทรอยด์ หรือ Thyroid Eye Disease (TED) คือปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์แล้ว ยังส่งผลกระทบชีวิตประจำวันได้

ไทรอยด์ขึ้นตาคืออะไร

แพทย์หญิง ภาวินี อมรพันธางค์ แพทย์ผู้ชำนาญการพิเศษ สาขาจักษุวิทยาTED โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ และไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบลูกตาและเนื้อเยื่อในเบ้าตาเกิดการอักเสบ บวม และมีพังผืดตามมา จนเกิดอาการ “ตาโปน” หรือ “ตาอักเสบ” ซึ่งสัมพันธ์กับโรคไทรอยด์ โดยเฉพาะไทรอยด์เป็นพิษ (Graves’ disease)

สาเหตุของไทรอยด์ขึ้นตา

แม้ยังไม่เป็นที่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่อาการไทรอยด์ขึ้นตา สามารถเกิดจากปัจจัยดังนี้ เกิดร่วมกับโรคไทรอยด์เป็นพิษ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง พันธุกรรม คนในครอบครัวมีประวัติไทรอยด์ขึ้นตา มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และการสูบบุหรี่

อาการของโรค

เปลือกตาบวม แดง แสบตา ตาแห้งผิดปกติ น้ำตาไหลตลอดเวลา เห็นภาพซ้อน ตามัว ตาเข ตาเหล่ ในรายที่อาการรุนแรงมาก อาจสูญเสียการมองเห็น

แนวทางการรักษา

การรักษาไทรอยด์ขึ้นตามักรักษาควบคู่กับไทรอยด์เป็นพิษ โดยมีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้ 1.รักษาแบบประคับประคองอาการ  ใช้น้ำตาเทียม น้ำยาหยอดตา หรือเจลเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง แสบเคือง 2.การใช้ยาในระยะอักเสบ  ยากลุ่มสเตียรอยด์ ใช้ในช่วงที่มีการอักเสบรุนแรง เพื่อลดอาการบวมและกดภูมิคุ้มกัน   3.การผ่าตัดในระยะโรคคงที่ เช่น ผ่าตัดลดความดันในเบ้าตา (orbital decompression) สำหรับผู้ที่ตาโปนมากหรือเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น ทั้งนี้ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ และการผ่าตัดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ควบคุมปัจจัยที่กระตุ้นอาการของโรค งดการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ การรักษาไทรอยด์ขึ้นตาไม่ใช่แค่เรื่องของยา หรือการผ่าตัด แต่เป็นการจัดการโรคอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การควบคุมระดับฮอร์โมน ดูแลสุขภาพดวงตา ไปจนถึงการปรับพฤติกรรม หากตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยส่วนมากสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมองเห็นได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

สงสัยหรือต้องการปรึกษาอาการทางสายตา สามารถติดต่อนัดหมายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์จักษุวิทยาเฉพาะทาง ชั้น 3 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร. 02 836 9999 ต่อ *3621-2

‘ทวี สอดส่อง’ มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

‘ทวี สอดส่อง' มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

‘ทวี สอดส่อง’ มองการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องสกัดเส้นทางจากประเทศเพื่อนบ้าน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชาติ หมายเลข 33 ให้สัมภาษณ์สื่อเปิดเผยนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะถือเป็นปัญหาที่กัดกินประเทศ โดยตั้งแต่สมัยเป็น รมว.ยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว มีการจับกุมยาบ้าได้รวมกว่า 900 ล้านเม็ด จากแต่เดิมจับกุมได้ 70 ล้านเม็ดต่อปี ยาไอซ์ กว่า 4 หมื่นกิโลกรัม สะท้อนความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามยาเสพติด

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนั้นยังพบว่ามีการนำเข้ายาเสพติดจากนักค้ายารายใหญ่ จากประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้บงการ ที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจและข้าราชการบางส่วน ซึ่งในสมัยที่เป็นรัฐบาล ได้เข้มงวดกับการปราบปรามการลักลอบจากประเทศเพื่อนบ้าน ดังจะเห็นตัวเลขยึดอายัดทรัพย์ และดำเนินคดี ขึ้นสู่ศาล ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานจะได้ข้อสรุปเชื่อมโยงไปถึงผู้มีอิทธิพลได้

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ปัญหายาเสพติด ยังกระทบต่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องไม่ให้ภาคใต้กลายเป็นเมืองหลวงของยาเสพติด ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วผู้มีอิทธิพล ก็เอาเงินเหล่านี้เข้ามาสู่การเมืองและควบคุมอำนาจการบริหาร จึงต้องจัดการอย่างเด็ดขาด ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแผนของพรรคประชาชาติ ที่จะต้องปราบปรามนักค้ายาเสพติดให้เป็นศูนย์ ไม่ให้มีที่ยืนในประเทศนี้อีก

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมการปลูกพืชกัญชา และกระท่อม ออกกฎหมายกำหนดให้กัญชาต้องใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น กระท่อมต้องกลับไปสู่บัญชียาเสพติด ต้องมีการอนุญาตให้ใช้เท่านั้น

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า ยอมรับว่าปัญหาเกียร์ว่างของข้าราชการก็มีผลกระทบ จึงจำเป็นต้องเข้ามาควบคุม นิ้วไหนร้ายต้องตัดนิ้วนั้นทิ้ง ใช้กลไกปปง.เข้ามาตรวจสอบ และยึดทรัพย์ ก่อนเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูผู้เสพ และนำกลับเข้าสู่สังคมด้วยการศึกษา และพัฒนาเศรษฐกิจที่ดี ไม่ให้กลับไปมีปัญหาเรื่องยาเสพติดอีก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.59 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานและทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2569 รายการ “Royal Concert – Leonidas Kavakos plays Tchaikovsky’s Violin Concerto” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การนี้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ถวายคำกล่าวรายงาน ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนี ออร์เคสตร้าฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ และมี นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเมืองไทยประกันภัย กรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ และฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ถวายมาลัยข้อพระกร และชริดา สังข์ทอง เลขานุการกรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม บันเทิง เพียรค้า ผู้อำนวยการกลุ่มค่านิยมและความเป็นไทย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา ณัฐภา จีรพรบัณฑิต ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และชนาภรณ์ แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างสุนทรียะทางวัฒนธรรม ข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ

นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการมูลนิธิฯ เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าฯ กราบทูลถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทอดพระเนตรการแสดงภาคแรก ได้แก่ Glinka: Ruslan and Lyudmila Overture และ Tchaikovsky: Violin Concerto in D major, Op.35 และการแสดงภาคหลัง ได้แก่ Tchaikovsky: Symphony No.4 in F minor, Op.36 ภายหลังจบการแสดง โปรดให้ผู้เชิญช่อดอกไม้พระราชทานแด่ศิลปิน จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายลีโอนีดัส คาวาคอส (Leonidas Kavakos) ศิลปินเดี่ยวไวโอลิน นางบิง ฮาน (Bing Han) หัวหน้าวงดุริยางค์ และนายวาเลนติน เอเกล (Valentin Egel) ผู้อำนวยเพลง

การแสดงคอนเสิร์ต “Royal Concert – Leonidas Kavakos plays Tchaikovsky’s Violin Concerto” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคล และสะท้อนบทบาทของดนตรีคลาสสิกซึ่งเป็นภาษาสากล ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมของนานาประเทศ ผ่านผลงานของคีตกวีเอก และการแสดงของศิลปินระดับโลก ซึ่งเปิดการแสดงด้วยบทเพลง Ruslan and Ludmilla Overture ของมีคาอิล กลิงกา (Mikhail Glinka) บทประพันธ์ที่เปลี่ยมพลังและถือเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีรัสเซียยุคใหม่ จากนั้นเป็น Violin Concerto in D major, Op.35 ของไชคอฟสกี (Tchaikovsky) หนึ่งในผลงานไวโอลินคอนแชร์โต ที่ยิ่งใหญ่และได้รับความนิยมมากบทหนึ่ง เต็มไปด้วยความงดงามของท่วงทำนอง ความเข้มข้นทางอารมณ์ และความท้าทายความสามารถของนักไวโอลิน ถ่ายทอดโดยนายลีโอนีดัส คาวาคอส (Leonidas Kavakos) ร่วมกับ RBSO

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยบทประพันธ์ Symphony No.4 in F minor ซิมโฟนีอันทรงพลังของไชคอฟสกี (Tchaikovsky) ซึ่งสะท้อนการต่อสู้ระหว่างชะตากรรมและความหวังในชีวิต เต็มไปด้วยอารมณ์สลับไปมา ระหว่างความรื่นเริงกับความเศร้า ความหวังในชีวิต และอารมณ์อันลึกซึ้ง

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

CELS จับมือ TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

CELS ผนึก TSRI และ DNDi ผลักดันวิจัยยารักษาโรคที่ถูกละเลย เพิ่มโอกาสรักษาคนไทย พร้อมสร้างมูลค่าการลงทุนด้านสุขภาพ

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ TSRI และองค์กรระหว่างประเทศ Drugs for Neglected Diseases Initiative (DNDi) จัดประชุมหารือความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคที่ถูกละเลย ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้บริหารระดับสูง นักวิจัย และผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคที่ยังขาดแคลนการรักษา ได้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพงานวิจัยและอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และดึงดูดการลงทุนด้านการแพทย์และสุขภาพจากทั้งในและต่างประเทศ

TCELS ระบุว่า การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคเอกชน และองค์กรนานาชาติ จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมสุขภาพของไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในระดับสากล

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

คอนเสิร์ตเปียโนเฉลิมฉลอง 25 ปี Artas Balakauskas และอินทุอร ศรีกรานนท์ แห่งเส้นทางดนตรี การถ่ายทอด และการให้คืนสู่สังคม

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.12 น.

ขอเชิญร่วมสัมผัสค่ำคืนแห่งดนตรีคลาสสิกในคอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall คอนเสิร์ตเปียโนพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของการอุทิศตนในเส้นทางการสอนและการสร้างสรรค์ทางดนตรีของอาจารย์ Artas Balakauskas และ อาจารย์อินทุอร ศรีกรานนท์ ร่วมกับ ลูกศิษย์รุ่นแรก (First Generation of Students) ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานผ่านเสียงดนตรี

ภายในคอนเสิร์ตประกอบด้วยการแสดงเปียโนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่การแสดงเปียโนเดี่ยว (Solo), เปียโนดูโอ (Duet) และ Piano Ensemble โดยนำเสนอผลงานของคีตกวีเอก อาทิ Ravel, Beethoven, Mendelssohn, Mozart
รวมถึงบทเพลงจากคีตกวีท่านอื่น ๆ ที่ได้รับการคัดสรรอย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดทั้งมิติของศิลปะการแสดงเดี่ยวและพลังของการบรรเลงร่วมกัน

รายชื่อลูกศิษย์รุ่นแรกที่ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต ได้แก่ ธารินทร์ สุภประกร, วศิน ประเสิรฐลาภ, ณิชาพัชร วลัยพัชรา, ผลิกา เหลืองเรืองรอง, สุมิดา อังศวานนท์, วัชรพัฐ เมตตานันท, ธนิศา ดุรงคเวโรจน์, Asta Balakauskas และ Indre Balakauskas

โดย คอนเสิร์ต Hearts in Harmony: A 25 Years Celebration for a Cause ณ Yamaha Music Hall จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 20 มกราคม 2569  เวลา 19.00 น. ณ Yamaha Music Hall บัตรทั่วไป 1,000 บาท และบัตรนักเรียน / นักศึกษา 500 บาท รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สามารถซื้อบัตรได้ทาง Ticketmelon ที่เว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/th/25YearsMusicalJourney/HeartsinHarmony คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จทางดนตรีตลอด 25 ปี หากยังเป็นการรวมพลังของเสียงดนตรีเพื่อการกุศล

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย – คอฟฟี่ เวิลด์ เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย - คอฟฟี่ เวิลด์  เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

ชิงแชมป์นักชงตัวท็อป! กาแฟพันธุ์ไทย – คอฟฟี่ เวิลด์ เปิดเวทีค้นหาสุดยอดบาริสต้าระดับประเทศ

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.00 น.

บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมกับ บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจคอฟฟี่เวิลด์ จัดการแข่งขัน “Barista Championship Competition 2025” ณ ลานกิจกรรม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี่ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพบาริสต้าไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล โดยมุ่งเน้นการส่งมอบเครื่องดื่มและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในด้านคุณภาพของสินค้าและการบริการ ต่อยอดสู่การแข่งขันบนเวทีระดับประเทศ และระดับโลกต่อไป 

การจัดการแข่งขันในปีที่ 2 สำหรับกาแฟพันธุ์ไทย และเป็นครั้งแรกสำหรับ คอฟฟี่เวิลด์ สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมในการยกระดับคุณภาพบุคลากร โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นระบบเป็นระยะเวลา 2 เดือน ประกอบด้วยรอบทดสอบความรู้พื้นฐาน รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จนคัดเหลือผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้าย 20 คน โดย มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ศึกษาดูงานที่ไร่กาแฟดอยช้าง จ.เชียงราย เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าใจกระบวนการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ สร้างความตระหนักถึงคุณค่า และคุณภาพของกาแฟไทย 

ชาคริต Coffee World – คุณอนันต์ Punthai

ผู้ชนะจากกาแฟพันธุ์ไทย

ผู้ชนะจากคอฟฟี่ เวิลด์

อนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด 

อนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food and Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า “พันธุ์ไทยตั้งเป้าหมายเป็น ‘ที่หนึ่งในใจนักดื่มกาแฟ’ และธุรกิจบริการ โดยเชื่อว่าความเป็นที่หนึ่งเกิดจากประสบการณ์ลูกค้าที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่กาแฟคุณภาพระดับโลก ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มคุณภาพดี แต่รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์จากทีมงานที่น่าประทับใจ ในร้านที่สะอาด บรรยากาศอบอุ่น และบริการที่เป็นมิตรเหมือนเดิมทุกครั้ง โดยขับเคลื่อนผ่าน “PROUD” ซึ่งเป็น DNA หรือ ค่านิยมของคนพันธุ์ไทย เป็นกุญแจสู่ภารกิจที่เกิดขึ้นได้จริงทุกสาขา 

P – Proud (มีความภาคภูมิใจในการให้บริการ) 
R – Respect (มีความสุภาพและการให้เกียรติ) 
O – Ownership (มีความรับผิดชอบและการดูแลจนแล้วเสร็จ) 
U – Upgrade (มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง) 
D – Deliver (ส่งมอบประสบการณ์ที่ดี) 

“PROUD” ยังเชื่อมโยงกับมาตรฐานการบริการ “7 Steps” ซึ่งเป็นกรอบการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกสาขา พร้อมขับเคลื่อนผ่าน People & Culture ตั้งแต่การคัดเลือกคนให้เหมาะสม อบรมและโค้ชแบบบูรณาการ พร้อมเติบโตไปด้วยกัน เพื่อให้การดูแลลูกค้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะความสม่ำเสมอเริ่มต้นจาก DNA ของบุคลากร และ PROUD คือแนวทางทำให้ภารกิจพันธุ์ไทยเกิดขึ้นจริงทุกสาขา” 

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม Training Center กว่า 450 แห่งกระจายทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร พร้อมแผนขยายสาขาให้ครบ 600 แห่งทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 จากศักยภาพกว่า 900 อำเภอ เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพและกระจายรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศ 

ชาคริต อนุสภา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด

ชาคริต อนุสภา ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท จีเอฟเอ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของธุรกิจร้านกาแฟคือบาริสต้าที่มีทักษะ ความรู้ ความชำนาญ และความรักในงาน ไม่ว่าจะมีเมนูที่ดี อุปกรณ์การชงกาแฟที่ทันสมัย หรือเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงเพียงใด หากขาดบาริสต้าที่มีคุณภาพ และมีใจรักในงาน ก็ไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ เราต้องการสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง ไม่เพียงแค่ในเรื่องของการสร้างสรรค์เครื่องดื่มคุณภาพดี แต่รวมถึงการส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจในมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา การแข่งขันในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าเวทีประลองฝีมือ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้บาริสต้าได้ฝึกฝน และพัฒนาทักษะอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านการเข้าร่วมหลักสูตรเชิงลึกต่างๆ หลังการแข่งขัน เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องต่อไป” 

สำหรับผลการแข่งขันในส่วนของกาแฟพันธุ์ไทย รางวัลชนะเลิศได้แก่ นายธนากร วังอรุณ ตำแหน่ง Supervisor สาขาแกลง 11 รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวบุษบา ศศิธรชัยวัฒน์ ตำแหน่ง Senior Barista สาขาสุขุมวิท 101/1 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวนารีเนตร นรากรณ์ ตำแหน่ง Senior Barista สาขาตลาดสุวรรณเกลียวทอง อยุธยา ในส่วนของคอฟฟี่เวิลด์ รางวัลชนะเลิศได้แก่ นายชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ตำแหน่งบาริสต้าอาวุโส สาขา CW Tower รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวโมนีกา อายีกู่ ตำแหน่งบาริสต้าอาวุโส สาขา CW Tower และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นายเอกวิช เอี่ยมสารี ตำแหน่งผู้จัดการร้านอาวุโส สาขาโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยผู้ชนะการแข่งขันทุกท่านได้รับเงินสดและของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท 
คุณธนากร วังอรุณ ผู้ชนะเลิศจากกาแฟพันธุ์ไทย กล่าวแสดงความรู้สึกว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ หลังจากพยายามมาเป็นเวลา 2 ปี ปีนี้ได้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ขอขอบคุณแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทยที่จัดโครงการนี้และเปิดโอกาสให้บาริสต้าได้แสดงศักยภาพ” 

ชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ผู้ชนะเลิศจากคอฟฟี่ เวิลด์

ชิษณุพงศ์ ฉิวกระโทก ผู้ชนะเลิศจากคอฟฟี่ เวิลด์ กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจมากที่ได้แสดงศักยภาพของตัวเอง เป็นรางวัลแรกในชีวิตจากการแข่งขันในลักษณะนี้ ได้ฝึกฝนและผลักดันตนเองอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าผู้เข้าแข่งขันทุกท่านล้วนเป็นผู้ชนะที่ได้พัฒนาตนเอง” 

ธนากร วังอรุณ ผู้ชนะเลิศจากกาแฟพันธุ์ไทย

นอกจากการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรแล้ว ยังขยายผลการให้ความรู้สู่เยาวชนและนักเรียน ผ่านหลักสูตร “Cup of Inspiration” ที่กาแฟพันธุ์ไทยพานักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเปิดโลกกาแฟด้วยการสัมผัสประสบการณ์จริงผ่าน Workshop ดริปกาแฟ Slow Bar ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้พื้นฐานของกาแฟอย่างครบถ้วน ทั้งการเลือกเมล็ดกาแฟ ระดับการคั่ว และปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อรสชาติ พร้อมฝึกทักษะดริปกาแฟแบบ Slow Bar ที่เน้นความละเอียด ความใส่ใจในรายละเอียด และการสร้างสรรค์รสชาติจากกระบวนการดริปด้วยตนเอง เป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน เชื่อมโยงประสบการณ์จริง เสริมสร้างศักยภาพ พร้อมต่อยอดสู่อาชีพบาริสต้า และผู้ประกอบการร้านกาแฟในอนาคต 

เป้าหมายสำคัญของโครงการคือ การเปิดโอกาสให้บาริสต้าได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชี่ยวชาญที่จะรองรับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมทสร้างแบบอย่างและแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องในอนาคต โดยเตรียมความพร้อมสู่การประลองฝีมือในเวทีระดับประเทศและระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานวงการกาแฟไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลกต่อไป 

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา  ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

“SYS” เดินหน้าสร้าง “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” มอบทุนชูพลังการศึกษา ปักหมุดพัฒนาเยาวชน 12 โรงเรียนระยอง เติมเต็มโอกาสทางการศึกษา สู่ความยั่งยืนของชุมชน

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.48 น.

บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS เดินหน้าตอกย้ำพันธกิจการดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคม จัดพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปี 2568 ให้แก่เยาวชนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จาก 12 โรงเรียนในจังหวัดระยอง มุ่งหวังบ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์ทางปัญญา” ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในชุมชนอย่างยั่งยืน    


 
เจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ มานานกว่า 30 ปี กล่าวว่า SYS เชื่อมั่นว่าการสร้างเหล็กที่แข็งแกร่งต้องควบคู่ไปกับการสร้างคนที่เข้มแข็ง เพราะความสำเร็จที่แท้จริงขององค์กรคือการได้เห็นชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน การสนับสนุนด้านการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ SYS ให้ความสำคัญและยึดมั่นมาตลอดกว่า 3 ทศวรรษ การมอบทุนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แต่คือการส่งต่อโอกาสและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนกล้าที่จะฝัน เพราะพลังแห่งการเรียนรู้คือรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ยั่งยืน 

เจษฎา ปลั่งมณี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด หรือ SYS ผู้ผลิตเหล็กเอชบีม ไวด์แฟลงก์ 

ดร.เภา บุญเยี่ยม ผู้จัดการทั่วไป สายงานรัฐกิจและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด เผยถึงรายละเอียดของโครงการทุนการศึกษาเพิ่มเติมว่า ทุนการศึกษาของ SYS ขับเคลื่อนภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ การเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพได้ศึกษาต่อตามศักยภาพอย่างไร้อุปสรรค การแบ่งเบาภาระ ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในชุมชนรอบโรงงาน และการสร้างสายใยความผูกพันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถานศึกษา เพื่อร่วมกันบ่มเพาะเยาวชนในท้องถิ่นให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเองต่อไปในอนาคต  

สำหรับทุนการศึกษาที่มอบให้ในปีนี้ ครอบคลุมโรงเรียนในเขตพื้นที่มาบตาพุด ห้วยโป่ง เนินพระ และบ้านฉาง รวม 12 แห่ง เป็นทุนระดับประถมศึกษา รวม 160 ทุน และระดับมัธยมศึกษา รวม 40 ทุน รวมทุนการศึกษาทั้งสิ้น 200 ทุน คิดเป็นเงินมูลค่ารวม 500,000 บาท โดยทาง SYS และโรงเรียนร่วมกันพิจารณาคัดเลือกจากเยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย และเป็นผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้ารับทุนในปีนี้ ประกอบด้วย 

ระดับประถมศึกษา 10 แห่ง ได้แก่ 
• โรงเรียนวัดตากวน 
• โรงเรียนบ้านมาบตาพุด 
• โรงเรียนวัดกรอกยายชา 
• โรงเรียนบ้านหนองแฟบ 
• โรงเรียนวัดมาบชลูด 
• โรงเรียนวัดห้วยโป่ง 
• โรงเรียนวัดเนินกระปรอก 
• โรงเรียนวัดชากลูกหญ้า 
• โรงเรียนวัดประชุมมิตรบำรุง 
• โรงเรียนบ้านพยูน 
ระดับมัธยมศึกษา 2 แห่ง 
• โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร 
• โรงเรียนระยองวิทยาคม 


 
นับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน SYS ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดระยองและทุนนอกพื้นที่จังหวัดระยอง อาทิ ทุนการศึกษานักเรียนพยาบาลทหารเรือ ทุนการศึกษาบุตรบุคลากรทางการแพทย์ ฯลฯ ไปแล้วกว่า 1,800 ทุน คิดเป็นมูลค่า 5,500,000 บาท นอกจากนี้ SYS ยังให้ทุนการศึกษาในโครงการ SYS Education Fund (SEF) ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า จนจบปริญญาตรี โดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อผูกมัดใด ๆ กับทางบริษัท ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 มีนักเรียนทุนในโครงการ จำนวน 100 คน ใช้เงินสนับสนุนทุนการศึกษาในโครงการนี้ไปแล้ว 33 ล้านบาท ปัจจุบันนักเรียนทุนในโครงการ SEF  สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วจำนวน 18 คน 


 
SYS ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายขอบเขตแห่งโอกาส เพื่อรดน้ำและบ่มเพาะ “เมล็ดพันธุ์คุณภาพ” เหล่านี้ให้เติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแกร่ง พร้อมเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศและสร้างสังคมที่ยั่งยืน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโล่ที่ระลึกให้แก่ไทยเบฟ ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันกีฬาขี่ม้า Princess’s Cup Thailand 2025 ครั้งที่ 11 พร้อมทั้งพระราชทานโล่ที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน โดยมีนางสุทธิพรรณ นุชฉายา เป็นผู้แทน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในการรับโล่พระราชทานดังกล่าว ณ สนามขี่ม้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ (สนามเป้า) กรุงเทพมหานคร โดยการแข่งขันในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Building the Bond Between Horse & Rider. Discover the Joy of Horse Connection” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขี่ม้ากับม้า รวมไปถึงผู้ฝึกสอน ผู้ดูแลม้าและช่างทำเกือกม้า พร้อมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ระดับโลก

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

‘มูลนิธิซิตี้’ สนับสนุนหนุน ‘มูลนิธิคีนัน’ ปั้นแพลตฟอร์มลดปัญหาการว่างงานในเยาวชนไทย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.18 น.

มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) เดินหน้าโครงการ 2025 Global Innovation Challenge มอบทุน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่องค์กรเพื่อสังคม 50 แห่งทั่วโลก จัดทำโซลูชันเพื่อส่งเสริมการจ้างงานเยาวชนที่มีรายได้น้อย โดยในประเทศไทย มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย (Kenan Foundation Asia) ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการฯ จำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนาอาชีพที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ที่รวบรวมองค์ความรู้ การวางแผนอาชีพ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในตลาดแรงงาน ตอกย้ำปณิธานระยะยาวของธนาคารซิตี้แบงก์และมูลนิธิซิตี้ในการส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เยาวชน

นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัญหาการว่างงานของเยาวชนเป็นความท้าทายทางสังคมในระดับโลก โดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ชี้ว่า ปัจจุบันมีเยาวชนกว่า 65 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นผู้ว่างงาน โดยมีสาเหตุสำคัญของปัญหาการว่างงานที่เกิดจากความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับความต้องการของตลาด (Skills Mismatch) ซึ่งสืบเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้นายจ้างต้องการแรงงานที่มีทักษะใหม่อย่าง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง จากการเล็งเห็นปัญหาดังกล่าว มูลนิธิซิตี้จึงได้เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาทักษะของเยาวชน ผ่านการมอบเงินทุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ให้แก่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรทั่วโลก ในการพัฒนาโครงการส่งเสริมการจ้างงานและนวัตกรรมเพื่อยกระดับทักษะทางอาชีพแก่เยาวชน อันเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน”

“ขณะที่ในประเทศไทย ปัญหาการว่างงานของคนรุ่นใหม่เริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น สะท้อนจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า อัตราการว่างงานของเยาวชนไทยในปี 2568 อยู่ที่ 5.3% เพิ่มขึ้นจาก 4.5% ในปีก่อนหน้า เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาดแรงงานไทย ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิซิตี้จึงได้มอบทุน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) แก่มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ในการดำเนินโครงการ “A.I.R” (AI for Readiness and Resilience) พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมโอกาสทางอาชีพและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตแก่เยาวชน ตอบรับกับพันธกิจของซิตี้แบงก์ในการใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงิน ยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ทุกชุมชนที่องค์กรได้มีการดำเนินธุรกิจทั่วโลก” นางสาวนฤมล กล่าวเสริม

ด้าน ดร. วิมลกานต์ โกสุมาศ กรรมการบริหาร มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งยกระดับศักยภาพของประชากร ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็น ภายใต้โครงการ A.I.R ทางมูลนิธิฯ มีแผนพัฒนาเว็บไซต์ http://www.kenan-asia.org ให้เป็นแพลตฟอร์มด้านการเรียนรู้แห่งโลกอนาคตที่ครบวงจรสำหรับนักเรียนและครูผู้สอน ทั้งคลังความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน ระบบ AI แนะนำการวางแผนเส้นทางอาชีพเฉพาะบุคคล โปรแกรมจำลองการสัมภาษณ์ เครื่องมือช่วยสร้างเรซูเม่ ฟีเจอร์ประเมินทักษะ Soft Skills ตลอดจนแหล่งข้อมูลด้านทักษะอาชีพในหลากหลายสาขา ทั้งนี้ ทุนสนับสนุนจากโครงการ 2025 Global Innovation Challenge จะช่วยให้แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ภายในภาคการศึกษาแรกปี 2569 และคาดว่าจะสามารถเข้าถึงนักเรียนอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส. ปีที่ 1-2) จำนวน 2,000 คน และครูผู้สอน 80 คน ในระยะ 2 ปีหลังการเปิดตัว”

ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ 2025 Global Innovation Challenge ได้ทาง https://www.citigroup.com/global/foundation

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์  ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

‘สุขแรกของปี’ ที่สวนกลางเมือง ชอป ชิม ฟังเพลงชิลล์ ในงาน ‘กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เปิดปีด้วยสุขแรกของปี ชวนคนกรุงชิลล์กลางสวน หลบความวุ่นวาย มาผ่อนคลายสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่สวนป่ากลางเมือง ที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจW Bangkok Bestival 2026  ครั้งที่ 4 ที่เนรมิต 4 สวนสาธารณะใหญ่กลางกรุงให้เป็นพื้นที่แห่งความสุข  ไฮไลต์ที่สายชิลล์ห้ามพลาด คือโซน “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ณ สวนเบญจกิติ ตลาดนัดชุมชนสุดกรีนที่คัดสรรของดีของอร่อยมาเลือกให้ชอป ชิมแบบจุใจ 

“มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ชอป-ชิม ของดีกรุงเทพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากชุมชน และสินค้าเพื่อสุขภาพ อาทิ ผักผลไม้ปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และอาหารเพื่อสุขภาพที่คัดมาแล้วว่าดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีงานคราฟต์เก๋ๆ ให้เลือกชอปอีกมากมาย วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 14.00-20.00 น. ณ สวนเบญจกิติ

“ดนตรีในสวนดีต่อใจ” โดยวงดนตรีจากกรุงเทพมหานคร ฮีลใจด้วยการรับฟังดนตรีเพราะๆ ท่ามกลางสวนธรรมชาติสีเขียว วันที่ 9-11 มกราคม 2569 เวลา 17.00-18.30 น.

งานนี้จัดเต็มความสุขเข้าฟรีตลอด 3 วัน  ระหว่างวันที่ 9-11 มกราคม 2569 เตรียมเสื่อปิกนิก และถุงผ้ามาให้พร้อม แล้วมาพบกันที่งานเทศกาล “กรุงเทพดีต่อใจ Bangkok Bestival 2026”  ครั้งที่ 4 ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจ FB:กรุงเทพดีต่อใจ