Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Health News : โรคทางเดินหายใจในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่และทางเดินหายใจสหรัฐฯ ขณะนี้นับว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากระดับการป่วยด้วยโรคนี้ในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นถึงจุดที่ รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 25 ปี หรือนับตั้งแต่ฤดูกาลระบาดปี 1997-98 คาดการณ์ว่ามีชาวอเมริกันติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 11 ล้านคน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 120,000 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 5,000 ราย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC รายงานว่า จำนวนผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการไข้ ไอ และเจ็บคอ ซึ่งเป็นอาการหลักของไข้หวัดใหญ่ มีสัดส่วนสูงถึง 8.2% ของการเข้าพบแพทย์ทั้งหมด สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997

สาเหตุหลักของการระบาดที่รุนแรงในปีนี้เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A(H3N2) กลุ่มย่อยใหม่ที่ชื่อว่า “subclade K” ซึ่งมีการกลายพันธุ์จนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและการติดเชื้อในอดีตได้ดีขึ้น และเนื่องจากสายพันธุ์ใหม่นี้แพร่กระจายหลังจากที่ได้มีการผลิตวัคซีนประจำปีไปแล้ว ทำให้อานุภาพของวัคซีนในปีนี้อาจป้องกันการติดเชื้อได้เพียงบางส่วน แต่ผู้เชี่ยวชาญยังยืนยันว่า วัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการเสียชีวิตได้

ขณะที่แพทย์แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิดที่มีคนหนาแน่น ล้างมือบ่อยๆ และผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนควรรีบฉีดทันที เนื่องจากคาดว่าการระบาดจะยังคงรุนแรงต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์

‘BINANCE TH จับมือ GULF – ม.เกษตร’ พัฒนา ‘บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล’ ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Digital Asset ของภูมิภาค

‘BINANCE TH จับมือ GULF - ม.เกษตร’ พัฒนา ‘บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล’ ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Digital Asset ของภูมิภาค

‘BINANCE TH จับมือ GULF – ม.เกษตร’ พัฒนา ‘บุคลากรสินทรัพย์ดิจิทัล’ ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Digital Asset ของภูมิภาค

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

BINANCE TH by Gulf Binance ผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการกำกับดูแลภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย คณะวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มพูนทักษะให้กับบุคลากร พัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่าง ๆ รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย พร้อมวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็น Digital Asset Hub แห่งอาเซียน

ข้อมูลจาก ก.ล.ต. สรุปภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดือน เดือนพฤศจิกายน 2568  ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย มีมูลค่าประมาณ 8.58 หมื่นล้านบาท  มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 2.88 พันล้านบาท และมีจำนวนบัญชี Active 2.08 แสนบัญชี สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความมั่นใจของนักลงทุน  ที่ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งประเทศไทยกำลังต้องการแรงงานดิจิทัลจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาเอไอ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและความปลอดภัยไซเบอร์

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กัลฟ์ให้ความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม และการที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีบุคลากรที่พร้อม เป้าหมายของเราคือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำในภูมิภาค โดยการร่วมมือนี้จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ BINANCE TH ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ การร่วมมือนี้จึงไม่ใช่แค่การลงทุนในการศึกษา แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศไทย”

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล, CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (BINANCE TH) กล่าวว่า “ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศที่พัฒนาบนเทคโนโลยีระดับโลก เราเห็นความต้องการบุคลากรที่มีความรู้เชิงลึกทั้งด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้จริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างหลักสูตรที่ผสานทฤษฎีกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่พร้อมสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม โดยจะเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล การเงินดิจิทัล และกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือการกำกับดูแล เพื่อให้นักศึกษาไทยมีความรู้ทัดเทียมในระดับสากล เราเชื่อว่าการร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานบุคลากรในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย”

ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี ม.เกษตรฯ กล่าวว่า “ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศ เราพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล โดยผสานความเชี่ยวชาญทางวิชาการกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ นำเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ Blockchain, Cryptocurrency, NFT และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่ทุกคนต้องเตรียมตัวและพัฒนาทักษะให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ Web3 การร่วมมือกับ GULF  และ BINANCE TH จะช่วยให้นักศึกษาของเราได้รับความรู้ที่ทันสมัยและประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ไม่เพียงแต่ในด้านทฤษฎี แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก  และช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน”

ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเนื้อหาหลักดังนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้ – ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการพัฒนาโซลูชันบล็อกเชน, การเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล – เรียนรู้การลงทุน การซื้อขาย และการจัดการพอร์ตโฟลิโอ, กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ – ศึกษากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย, ความปลอดภัยไซเบอร์ – การรักษาความปลอดภัยในระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และ การพัฒนานวัตกรรม – นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล (FinTech Innovation)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรม Workshop การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และโครงการฝึกงานในองค์กรต่าง ๆ ปูทางเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายในตลาด Web3

ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่การลงนาม โดยทั้งสามองค์กรจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Digital Asset Hub แห่งอาเซียน และจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียนคาดว่าจะแตะ 108.79 ล้านคนภายในปี 2026

แหวกฟ้าหาฝัน : Edvard Munch in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Edvard Munch in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Edvard Munch in Thiel Gallery

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน Thiel Gallery ไม่เพียงมีผลงานของศิลปินชาวสวีดิชเจ้าถิ่นเป็นจำนวนมาก ที่นี่ยังมีผลงานของ Edvard Munch ศิลปินนอร์เวที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Scandinavia อีกจำนวนมากด้วย Edvard Munch เกิดวันที่ 12 ธันวาคม 1863 ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นแพทย์ ณ หมู่บ้าน Adalsbruk เมือง Loten นอร์เว เขาเป็นลูกคนที่สองโดยมีพี่สาว 1 คน และน้องชายอีก 3 คน แม่ของเขามีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่เด็ก เมื่อบิดาของเขาได้รับการว่าจ้างให้เป็นแพทย์ทหารที่ Akershus Fortress ครอบครัวของเขาก็ย้ายไปออสโลเมืองหลวงของนอร์เวในปี 1864 มารดาของเขาเสียชีวิตจากวัณโรค หลังมารดาเสียชีวิต ครอบครัวของเขาทุกคนก็ป่วยบ่อยในฤดูหนาวทำให้เขาและพี่น้องขาดเรียนบ่อย พี่สาวของเขาจึงเสียชีวิตด้วยวัณโรคในปี 1877

ถึงกระนั้นก็ตาม เขาได้มีโอกาสหัดวาดภาพอยู่เสมอทั้งกับเพื่อนและน้า พ่อของเขาดูแลครอบครัวอย่างดี แต่ก็มักเล่าเรื่องผีจากหนังสือของ Edgar Allan Poe ให้เขาฟังเป็นประจำ อีกทั้งยังเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย และมักพูดกับเขาและพี่น้องซ้ำ ๆ เสมอว่า แม่มองจากบนฟ้าแล้วเสียใจที่พวกเขาทำตัวไม่ดี การที่เขามีบิดาย้ำคิดย้ำทำ มองโลกในแง่ร้ายร่วมกับสุขภาพที่ไม่ดีของตัวเอง อีกทั้งยังฟังเรื่องผีจากนิทานของพ่ออยู่บ่อย ๆ กลายเป็นภาพสยดสยองในใจของเขาตลอดเวลาจนถึงกับทำให้เขารู้สึกว่าเขาใกล้ตายอยู่บ่อย ๆ ไม่เพียงเขาจะมีปัญหา น้องสาวของเขาอีกคนก็ได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคทางจิต ส่วนน้องชายที่ได้แต่งงานเพียงคนเดียวในพี่น้องก็กลับมาเสียชีวิตไปเสียหลังแต่งงานได้เพียงไม่กี่เดือน ซ้ำร้ายรายได้ของพ่อของเขาจากการเป็นหมอทหารก็ต่ำมาก อีกทั้งยังประสบความล้มเหลวจากการทำคลินิกส่วนตัวด้วยยังผลให้ครอบครัวของเขายากจนมาก ครอบครัวของเขาต้องย้ายจากบ้านที่ค่าเช่าต่ำไปที่ต่ำกว่าอยู่บ่อย ๆ

Munch ได้ใช้ทัศนียภาพภายในบ้านตัวเองและสิ่งของต่าง ๆ ของพ่อ เช่น ขวดยาเป็นตัวอย่างในงานจิตรกรรมของเขา เมื่ออายุได้ 13 ปี เขาได้มีโอกาสพบกับกลุ่มศิลปินที่สมาคมศิลปะส่งผลให้เขามีความสนใจในการเขียนภาพทิวทัศน์ และเริ่มลอกเลียนแบบภาพเขียนเหล่านั้นด้วยสีน้ำมัน ฤดูใบไม้ร่วงปี 1908 เขาเริ่มดื่มจัดจนเห็นภาพหลอน เขาจึงสร้างสรรค์ผลงานที่ดูบ้าบอ เขาต้องเข้ารับการบำบัดที่ Clinic of Daniel Jacobson ด้วยการรับยาและช็อตกระแสไฟฟ้าอยู่นาน 8 เดือน หลังจากอาการเริ่มดีขึ้นในปี 1909 เขากลับบ้านและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยการคบเพื่อนที่ดีและไม่ดื่มเหล้า เขากลับมาสร้างสรรค์งานภาพเหมือนและทิวทัศน์ด้วยมุมมองที่เป็นบวกโดยใช้ฝีแปรงที่อ่อนโยนและสีสันสดใสมากขึ้น อีกทั้งยังมองโลกในแง่ร้ายลดลงจนงานมีคุณภาพสูงมากเป็นที่ต้องการของตลาด

ผลงานของเขากลายเป็นที่ต้องการของมิวเซียมต่าง ๆ จนได้รับแต่งตั้งเป็น Knight of the Royal Order of St. Olav และได้จัดนิทรรศการที่นิวยอร์คในปี 1912 เมื่อเขามีรายได้มากขึ้น เขาก็สามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้นและช่วยเหลือคนในครอบครัวได้มากขึ้น เมื่อสงครามโลกครั้งที่หนึ่งปะทุขึ้น เขาต้องอยู่ในภาวะสับสนอีกครั้ง เนื่องจากผู้สนับสนุนเขาส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็สามารถรอดพ้นจากภาวะเศรษฐานะย่ำแย่ได้ อีกทั้งยังโชคดีรอดจากไข้หวัดสเปนที่กลืนกินชีวิตผู้คนไปหลายสิบล้านคน เขาได้มีโอกาสใช้ชีวิตที่ดีอยู่ร่วม 20 ปี และได้รังสรรค์ภาพนู้ดอยู่บ่อย ๆ ซ้ำยังมีความสัมพันธ์กับนางแบบของเขาด้วย ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง นาซีติดฉลากงานของเขาว่าเป็นศิลปะแห่งความเสื่อม (Degenerative Art) และนำผลงานของเขาทั้ง 82 ชิ้นออกจากมิวเซียมในเยอรมัน

ปี 1940 เมื่อเยอรมันบุกนอร์เวซึ่งเป็นเวลาที่เขาเริ่มอายุมากถึง 76 ปี เขาอยู่ด้วยความกลัวว่านาซีจะยึดผลงานของเขาอีกซึ่งมีจำนวนมากถึง 70 กว่าชิ้นในบ้านของตัวเอง แต่เหตุการณ์ร้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้น เขาเสียชีวิตที่ออสโลในวันที่ 23 มกราคม 1944 ในขณะมีอายุได้ 79 ปี หลังเขาเสียชีวิตรัฐบาลนาซีได้เสนอจะจัดงานศพอย่างเป็นทางการให้ แต่ครอบครัวปฏิเสธด้วยเกรงว่าจะใช้งานศพเขาสร้างโอกาสโฆษณาชวนเชื่อ ผลงานจิตรกรรมที่ Thiel Gallery ส่วนใหญ่เป็นผลงานในช่วงหลังของชีวิตจึงมีสีสันค่อนข้างสดใส และมองโลกในแง่ดี แต่ยังคงมีอัตลักษณ์ที่แสดงตัวตนของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Despair ชนิดที่เห็นภาพนี้แล้วคิดถึง The Scream อันลือลั่นของเขาเลยทีเดียว

Photos of the week : ‘กรีนแลนด์’ ดินแดนที่มีแต่คนหมายปอง

Photos of the week : ‘กรีนแลนด์’ ดินแดนที่มีแต่คนหมายปอง

Photos of the week : ‘กรีนแลนด์’ ดินแดนที่มีแต่คนหมายปอง

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชมความงดงามตามธรรมชาติของกรีนแลนด์ เกาะขนาดใหญ่ใกล้ขั้วโลกเหนือซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก และกำลังกลับมาเป็นกระแสพูดถึงทั่วโลกอีกครั้งในช่วงต้นปีนี้ จากการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงท่าทีว่าต้องการได้ดินแดนแห่งนี้มาอยู่ในการครอบครองของสหรัฐฯ อย่างยิ่ง โดยไม่ตัดความเป็นไปได้ทั้งการเสนอซื้อเกาะ หรือกระทั่งใช้ไม้แข็งอย่างวิธีการทางทหาร จนหลายฝ่ายเริ่มกังวลต่อชะตากรรมของกรีนแลนด์มากขึ้น หลังจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถเข้าควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาได้สำเร็จ

(ภาพ 1-8)

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste  ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste  ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ

SCG ROOF EXPERT ร่วมขับเคลื่อน Zero Waste ด้วยการสนับสนุน UddC-CEUS จุฬาฯ และสสส. กรุงเทพมหานคร ส่งต่อวัสดุเหลือใช้จากงานก่อสร้างให้กลายเป็นแปลงผักและห้องเรียนกลางแจ้งในโรงเรียน 5 แห่ง สร้างพื้นที่สุขภาวะและต้นแบบความมั่นคงทางอาหารที่ขยายผลได้จริงในเมืองใหญ่

โครงการ “พัฒนาพื้นที่สุขภาวะด้วยแนวคิดเกษตรในเมือง : กลไกบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างพื้นที่สุขภาวะ และพื้นที่ส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารของกรุงเทพมหานคร เดินหน้าสร้าง สวนเกษตรในเมือง ต้นแบบรวม 5 แห่งในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมเปิดตัวสวนและอบรมความรู้ โรงเรียนของเราน่าปลูก” โดยมีนักเรียน ครู ชุมชน และหน่วยงานภาคีเข้าร่วม

โครงการนี้ดำเนินการโดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (UddC-CEUS) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร บ้านและสวน Garden & Farm มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และภาคเอกชน นำโดย SCG ROOF EXPERT บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด ที่เข้ามาผสานความร่วมมือทั้งในมิติการออกแบบ พื้นที่สุขภาวะ นโยบายสาธารณะ ความรู้ด้านเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste

ภายใต้กิจกรรม โรงเรียนของเราน่าปลูก โครงการได้พัฒนาสวนต้นแบบรวม 5 แห่ง ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สวนเกษตรน่าปลูก ณ แจ่มจันทร์ โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา , “สวนชมพูพันธุ์ทิพย์ โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย , เกษตรสร้างสุข โรงเรียนวัดดอกไม้ โรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา , สวนเกษตรริมราง โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน , สวนย่านาปู่เพี้ยนพิน” โรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์ เขตบางนา

แต่ละสวนถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่เรียนรู้หลายมิติ ในจุดเดียวกัน เป็นแปลงปลูกผักและพืชผสมผสาน ที่เหมาะกับฤดูกาล เป็นห้องเรียนกลางแจ้ง ให้เด็กเรียนรู้วงจรพืช ดิน น้ำ การดูแลและรับผิดชอบ  เป็นพื้นที่สุขภาวะ ที่เด็กได้ออกแรง ทำงานร่วมกัน และใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ และเป็นฐานเรียนรู้เรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ให้เห็นตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงจานอาหาร

หนึ่งในจุดเด่นของโครงการนี้ คือการดึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทด้าน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste โดย SCG ROOF EXPERT นำ กระเบื้องหลังคาเก่า จากบ้านลูกค้าที่เดิมมักถูกทิ้งเป็นขยะงานก่อสร้าง กลับมาดัดแปลงใช้เป็นส่วนประกอบของสวนและแปลงปลูกในแต่ละโรงเรียน แทนการใช้วัสดุใหม่ทั้งหมด

สุชาติ ทองธรรมสกุล Technical Sales and Installation Management Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า การนำกระเบื้องเก่ากลับมาใช้ในสวนเกษตร เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของแนวคิด Zero Waste ที่ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่เด็กๆ ครู และชุมชน ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ร่วมกันจริงๆ พร้อมเชื่อว่า เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและความยั่งยืนตั้งแต่วัยเรียน จะเติบโตไปเป็นคนรุ่นใหม่ที่มอง ของเหลือใช้” เป็น โอกาสใหม่ ของสังคม

ทั้ง “สวนเกษตรน่าปลูก” ที่โรงเรียนแจ่มจันทร์ และ “สวนเกษตรริมราง” ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าเพียงแปลงปลูกผัก แต่เป็น สามบทบาทในพื้นที่เดียว คือ ห้องเรียนกลางแจ้ง เด็กๆ เห็นวงจรชีวิตพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ดูแล รดน้ำ จนถึงการเก็บเกี่ยว เรียนรู้ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และความอดทนจากการลงมือทำจริง พื้นที่ทดลองแนวคิด Zero Waste ใช้กระเบื้องเก่าและวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นโครงสร้างสวนและแปลงปลูก แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่คิดว่าหมดค่าแล้ว ยังสร้างประโยชน์ได้” ในเชิงรูปธรรม และจุดเชื่อมต่อชุมชน ความรู้และประสบการณ์ที่เด็กได้รับในโรงเรียนจะถูกส่งต่อกลับไปที่บ้าน และต่อยอดผ่านครอบครัวและชุมชน ก่อนจะย้อนกลับมาที่โรงเรียน เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง โรงเรียนบ้านชุมชน

กิตติพงษ์ พิพัฒนาโฆษิต New Business Development and Marketing Manager บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า สวนเกษตรในเมืองที่โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง คือจุดเริ่มต้นของต้นแบบพื้นที่สุขภาวะในเมือง ที่สามารถนำไปขยายผลสู่โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ ได้ แสดงให้เห็นว่า แม้พื้นที่เมืองจะจำกัด เราก็ยังสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

ในมุมมองของภาคีโครงการทั้งหมด ความสำเร็จของ โรงเรียนของเราน่าปลูก คือการทำให้เรื่องใหญ่อย่าง สุขภาวะเมือง ความมั่นคงทางอาหาร และ Zero Waste” กลายเป็นเรื่องที่เด็กๆ จับต้องได้ ผ่านภาพง่ายๆ เช่น แปลงผักที่ทำจากกระเบื้องเก่า เมล็ดพันธุ์ที่เด็กลงมือเพาะเอง หรือการพาแผงผักจากโรงเรียนกลับไปเล่าให้คนในบ้านฟัง

จากกระเบื้องเก่า สู่การเรียนรู้ใหม่ จากขยะ สู่ทรัพยากร จากความร่วมมือ สู่ความยั่งยืน

สะท้อนเป้าหมายสำคัญของโครงการที่ไม่ได้ต้องการเพียง เพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ต้องการสร้าง คนรุ่นใหม่ที่เห็นคุณค่าของทรัพยากรและเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่ ไปในเวลาเดียวกัน

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นาซาอาจส่งตัวนักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด        

สื่อในสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดปัญหาด้านสุขภาพกับลูกเรือรายหนึ่งบนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทำให้นาซาต้องยกเลิกภารกิจเดินอวกาศที่กำหนดไว้ในวันพฤหัสบดีทันที นักบินอวกาศรายนี้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อเพื่อความเป็นส่วนตัวมีอาการคงที่ และกำลังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดบน ISS

แต่เนื่องจากความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา จึงกำลังประเมินว่าอาจต้องยุติภารกิจ Crew-11 เร็วกว่ากำหนด ซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2026 โดยอาจใช้ยานสเปซเอกซ์ ดรากอน ครูว์ เดินทางกลับโลกเร็วกว่าที่วางแผนไว้ ส่วนภารกิจเดินอวกาศ เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ iROSA ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับระบบถ่ายทอดสดเสียงและวิดีโอจากไอเอสเอสบางส่วนถูกระงับชั่วคราวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารเรื่องการแพทย์

สำหรับภารกิจ Crew-11 ประกอบด้วยนักบินอวกาศ 4 คน คือ เซนา คาร์ดแมน และ ไมค์ ฟิงเคอ สองนักบินอวกาศของนาซา โอเลก พลาโตนอฟ นักบินอวกาศรัสเซีย และ คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การส่งลูกเรือกลับก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมากในประวัติศาสตร์ของ ISS เนื่องจากบนสถานีมีการเตรียมอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานและการฝึกซ้อมเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินไว้อยู่แล้ว แต่หากอาการเกินกว่าที่อุปกรณ์บนนั้นจะรับมือได้ การกลับโลกคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

คุณแหน : 10 มหราคม 2569

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แต่งตั้ง ปรมินทร์ แสนทรงศักดิ์ ให้เป็นเลขานุการกรมฯ คนใหม่ ส่วนเลขานุการกรมฯ คนเดิม วัฒน์ ทาบึงกาฬ ย้ายเก้าอี้มาเป็น ผอ.ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมฯ กรมฯเดียวกัน…
  • รัตนาภรณ์ เกษมอมรลักษณ์ ยินดีกับน้องชาย พิชิต สุขไผ่ตา ประธานกรรมการบริหาร เพจอีจัน ที่กิจการก้าวหน้าขึ้นสู่ปีที่ 9 แล้ว…
  • ขอแสดงความยินดีกับ ธวัชชัย- สุทัศนีย์ ไวยนิยา ที่ชีวิตสมรสราบรื่นมากว่า 42 ปีแล้ว…
  • ดีใจด้วยกับ เต็มดวง จาตุรจินดา ที่ร้านอาหารฮอตช๊อป สุขุมวิท41 ได้รับรางวัลด้านอาหาร เมื่อต้นปีนี้…
  • กำหนดการพิธีพระราชทานเพลิงศพ นพ.ดิเรก วังวิวัฒน์ 18 ม.ค.17.00 น.ณ วัดธาตุทอง (เมรุหน้า)…
  • พิธีสวดพระอภิธรรมศพ ประมุท สูตะบุตร 9 – 11 ม.ค.18.30 น.ณ ศาลาบุพการอนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ส่วน พิธีฌาปนกิจศพจัด 12 ม.ค. 16.00 น.ณ เมรุ 2…
  • กำหนดพระราชทานเพลิงศพ บุญเสริม วรรณรัตน์ 11 ม.ค.17.00 น.ณ วัดเทพศิรินทราวาส…
  • หญิงผู้มีหัวใจสีเขียว รักสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าการแยกขยะจนเป็นผลสำเร็จ ผุสดี โสรัต จัดหาเครื่องกำจัดขยะ มาทำปุ๋ยได้…ท่านใดสนใจปรึกษากันได้ที่ เจ้าตัว …
  • ธนษร กีรติบุตร แจ้งข่าว ชาวศิษย์เก่าราชินีรุ่น 77 นัดพบกัน 11 ม.ค.11.30 น. ที่สยามเจริญนครคาเฟ่แอนด์เรสทัวรองค์…บอกกล่าวล่วงหน้าขอให้มาขานชื่อกันให้ครบๆ…
  • นิรมล เรียบร้อยเจริญ ช่วงนี้มีแขกจากต่างประเทศมาเที่ยวไทยให้ต้อนรับ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับ สุวัฒน์ สามีผู้จากไปหลายปีแล้ว…
  • ข่าวการท่องเที่ยวรับปีใหม่ยังมีส่งมาประปรายให้เขียนถึง…อย่างเช่น ชมพูนุช นวมภักดี ผู้ซึ่งวางแผนล่วงหน้าว่าพา น้องเอวา ลูกสาวไปตะลุยเที่ยวก่อนเทศกาลรับปีใหม่ เพื่อจะได้พักผ่อนอยู่บ้านตอนต้นปี แต่ในความเป็นจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากร้าน @พระนคร ปิดทำการ เปิดเพียงร้านแซบ 64 ปรากฎว่า มีลูกค้าใช้บริการมากมาย …แม้ว่าจะไม่ได้พักผ่อนตามแผน แต่ก็มีความสุขใจที่ได้นับเงินแทน…ดูทีดูท่าว่าปีม้านี้จะเฮงๆรวยๆแน่นอน…
  • เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา รุ่งนภา – สุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ นำพี่ๆน้องๆไปร่วมทำบุญถวายสังฆทานที่วัดหนองแจง และรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศริมทะเลพร้อมพักผ่อนที่ชะอำ…
  • ข่าวรัฐบาลจะโอนเงินช่วยเหลือค่าครองชีพให้ 3 กลุ่มเปราะบาง ในวันที่ 9 ม.ค. 69 นั้นเป็นข่าวจริงจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)โดยแจ้งว่า กำหนดการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพใน 3 กลุ่มเปราะบาง ประจำเดือน ม.ค.69 ซึ่งจะได้รับการโอนเข้าบัญชีในวันที่ 9 ม.ค.ดังนี้…1.เงินอุดหนุนการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด , 2.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ , 3. เบี้ยความพิการ…ข่าวนี้จริงแท้ไม่บิดเบือนแต่อย่างใด…
  • สำหรับข่าวที่ว่า ผู้ป่วย SLE เสี่ยงเกิดภาวะโลหิตจางจากหลายสาเหตุ…มีการยืนยันมาแล้วจาก กรมการแพทย์ ว่า โรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคพุ่มพวง (SLE) สามารถทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้จริง โดยเป็นหนึ่งในอาการแสดงที่พบบ่อยของโรค เนื่องจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่หันมาทำลายเซลล์ของร่างกายตนเอง…ภาวะโลหิตจางในผู้ป่วย SLE มีกลไกการเกิดที่ซับซ้อนได้หลายวิธี ตั้งแต่การอักเสบเรื้อรังที่ขัดขวางการสร้างเม็ดเลือด, การที่ภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดแดงโดยตรง, ไปจนถึงผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา…ข่าวนี้ตรวจสอบโดย โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข !!…

บารอนเนส

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

‘ACUVUE’ ชวนดูแลสายตารับของสุดพรีเมี่ยม พร้อมลุ้นกิจกรรมพิเศษกับน้องเนย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.39 น.

ACUVUE (แอคคิววิว) แบรนด์คอนแทคเลนส์จาก จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดเทค จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี ACUVUE x Butterbear Camp & Care ชวนดูแลสุขภาพสายตา เพื่อการใช้ชีวิต ทำกิจกรรมในทุกช่วงเวลาได้อย่างสะดวก และมั่นใจ พร้อมมอบประสบการณ์ความสุขผ่านความน่ารักของ Butterbear

คุณมาเฮช โดไรอัปปา ผู้อำนวยการแผนกวิชั่นแคร์ประเทศไทย บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เมดเทค (ประเทศไทย) กล่าวว่า “แอคคิววิว มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับสุขภาพสายตา เพราะการมองเห็นคือจุดเริ่มต้นที่ดีในการใช้ชีวิต จึงได้พัฒนานวัตกรรมคอนแทคเลนส์ที่มีเทคโนโลยีเพื่อสอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยจากความสำเร็จของแคมเปญ ACUVUE x Butterbear ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปีนี้ที่ผ่านมา ทำให้เรานำมาต่อยอดกลยุทธ์การสื่อสารที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพสายตาเข้ากับไลฟ์สไตล์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำทิศทางการตลาดของแอคคิววิวผ่านโปรโมชันใหญ่ส่งท้ายปีและกิจกรรม Meet & Greet ที่ร่วมกับ Butterbear เพื่อสร้าง Emotional Connection เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคและบริบทการใช้ชีวิตจริงได้อย่างมีความสุขและมั่นใจ”

สำหรับไฮไลท์แคมเปญ ACUVUE x Butterbear Camp & Care นับเป็นการมอบของขวัญสุดพิเศษยิ่งใหญ่ปลายปีสำหรับสมาชิกมายแอคคิววิว

โปรโมชันที่ 1

  • รับเซตเก้าอี้แคมป์ปิ้ง 1 ชุด เมื่อซื้อคอนแทคเลนส์แอคคิววิวชนิดรายวัน ขนาด 30 ชิ้น จำนวน 4 กล่อง/ใบเสร็จ เพียง 2,000 สิทธิ์เท่านั้น (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 หมายเลขสมาชิก)

โปรโมชันที่ 2

  • รับบัตรเข้างาน Meet & Greet (จัดวันที่ 24 เมษายน 2569) และเซตโต๊ะเก้าอี้แคมป์ปิ้ง พร้อมกระบอกน้ำ Magsafe ลายน้องเนย เมื่อซื้อคอนแทคเลนส์รายวัน 30 ชิ้น จำนวน 8 กล่อง/ใบเสร็จ เพียง 300 เซต (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 หมายเลขสมาชิก)

สินค้าที่ร่วมรายการโปรโมชัน คอนแทคเลนส์แอคคิววิว ชนิดรายวันขนาด 30 ชิ้น

 – แอคคิววิว โอเอซิส แบรนด์ วิธ ไฮดราลักซ์

 – แอคคิววิว โอเอซิส แบรนด์ วิธ ไฮดราลักซ์ สำหรับสายตาเอียง

 – วันเดย์ แอคคิววิว มอยซ์ แบรนด์ มัลติโฟคอล

 – วันเดย์ แอคคิววิว ดีไฟน์ แบรนด์ วิธ ลาครีออน

เริ่มตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2569 เท่านั้น หรือจนกว่าของแถมจะหมด *ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับโปรโมชันนี้ให้คำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สุด

ตรวจสอบร้านที่ร่วมรายการได้ที่ https://lin.ee/p0bhMdp สมัครสมาชิกมายแอคคิววิว และ ติดตามข่าวสารของแอคคิววิวเพิ่มเติมได้ที่ https://lin.ee/wLIxvEn

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

สภากาชาดไทย ชวนน้องๆ หนูๆ มาสนุกในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.31 น.

สภากาชาดไทย เชิญชวนน้องๆ เที่ยวในงานวันเด็ก ภายใต้เเนวคิด “เด็กไทย หัวใจภักดี” ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ และได้ร่วมทำความดีถวายพระพันปีหลวง มีการแสดงอาทิ

  1. แฟชั่นโชว์วิวัฒนาการชุดพยาบาลสภากาชาดไทย
  2. ชมการแสดงโขนสุดตื่นตา
  3. เรียนรู้การปฐมพยาบาลและ CPR
  4. ความรู้เรื่องการดับเพลิง
  5. รำไทย ดนตรีไทย
  6. พิเศษ! พบกับ “น้องเจ้าคุณ-พันธ์ชนกชนม์” และศิลปิน Golden Song

เตรียมตัวให้พร้อมเเล้วมาเจอกัน 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 15.00 น. ณ สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

ร้อยวัน ร้อยอาลัย รำลึกในพระเมตตา

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

ในวาระครบรอบ 100 วัน วันสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ในวันที่ 31 มกราคม 2569

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขอเชิญบุคลากรและผู้ใช้บริการทุกท่าน ร่วมแสดงความอาลัย ถ่ายทอดความรักและความทรงจำ ถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวง “แม่แห่งแผ่นดิน” ในกิจกรรม “เขียนโปสการด์ถึงแม่”

4 ขั้นตอนในการ “เขียนโปสการ์ดถึงแม่”

  1.  เลือกโปสการ์ดพรรณไม้พระนาม ซึ่งมี 4 แบบ
  2. เขียนข้อความแสดงความรักความอาลัย ด้านใดด้านหนึ่งของโปสการ์ด
  3. ฉีกโปสการด์ตามรอยปรุ เพื่อเก็บครึ่งหนึ่งเป็นที่ระลึก
  4. หย่อนโปสการ์ดที่เขียนข้อความแล้วลงในกล่อง บริเวณซุ้มแสดงความอาลัยทั้ง 6 จุด ทั่วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • พิมานจิตรลดา – อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์
  • สิริยาลัย – อาคารนวมินทราชินี-คัคณางค์
  • ไกลกังวล – อาคาร สก.
  • ยลภูพิงค์ – อาคาร ภปร
  • มิ่งภูพาน – อาคารอานันทมหิดล
  • สถานทักษิณา – อาคาร ส.ธ.

**ข้อความบนโปสการ์ดจะถูกนำไปแสดงในนิทรรศการ “สายธารพระเมตตา” บริเวณโถงอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป