สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ
วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สกู๊ปพิเศษ : SCG ขับเคลื่อน Zero Waste ‘เปลี่ยน’ หลังคาเก่าเป็น..‘แปลงผัก’ ใน 5 โรงเรียนต้นแบบสุขภาวะกรุงเทพฯ
SCG ROOF EXPERT ร่วมขับเคลื่อน Zero Waste ด้วยการสนับสนุน UddC-CEUS จุฬาฯ และสสส. กรุงเทพมหานคร ส่งต่อวัสดุเหลือใช้จากงานก่อสร้างให้กลายเป็นแปลงผักและห้องเรียนกลางแจ้งในโรงเรียน 5 แห่ง สร้างพื้นที่สุขภาวะและต้นแบบความมั่นคงทางอาหารที่ขยายผลได้จริงในเมืองใหญ่
โครงการ “พัฒนาพื้นที่สุขภาวะด้วยแนวคิดเกษตรในเมือง : กลไกบูรณาการเชิงนโยบายเพื่อสร้างพื้นที่สุขภาวะ และพื้นที่ส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหารของกรุงเทพมหานคร ” เดินหน้าสร้าง “ สวนเกษตรในเมือง ” ต้นแบบรวม 5 แห่งในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมเปิดตัวสวนและอบรมความรู้ “ โรงเรียนของเราน่าปลูก ” โดยมีนักเรียน ครู ชุมชน และหน่วยงานภาคีเข้าร่วม
โครงการนี้ดำเนินการโดย ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (UddC-CEUS) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพมหานคร บ้านและสวน Garden & Farm มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และภาคเอกชน นำโดย SCG ROOF EXPERT บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด ที่เข้ามาผสานความร่วมมือทั้งในมิติการออกแบบ พื้นที่สุขภาวะ นโยบายสาธารณะ ความรู้ด้านเกษตร และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste
ภายใต้กิจกรรม “ โรงเรียนของเราน่าปลูก ” โครงการได้พัฒนาสวนต้นแบบรวม 5 แห่ง ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ “ สวนเกษตรน่าปลูก ณ แจ่มจันทร์ ” โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา , “สวนชมพูพันธุ์ทิพย์ ” โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา เขตคลองเตย , “ เกษตรสร้างสุข @ โรงเรียนวัดดอกไม้ ” โรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา , “ สวนเกษตรริมราง ” โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน , “ สวนย่านาปู่เพี้ยนพิน ” โรงเรียนเพี้ยนพินอนุสรณ์ เขตบางนา
แต่ละสวนถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่เรียนรู้หลายมิติ ในจุดเดียวกัน เป็นแปลงปลูกผักและพืชผสมผสาน ที่เหมาะกับฤดูกาล เป็นห้องเรียนกลางแจ้ง ให้เด็กเรียนรู้วงจรพืช ดิน น้ำ การดูแลและรับผิดชอบ เป็นพื้นที่สุขภาวะ ที่เด็กได้ออกแรง ทำงานร่วมกัน และใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ และเป็นฐานเรียนรู้เรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร ให้เห็นตั้งแต่เมล็ดพันธุ์จนถึงจานอาหาร
หนึ่งในจุดเด่นของโครงการนี้ คือการดึงภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทด้าน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิด Zero Waste โดย SCG ROOF EXPERT นำ “ กระเบื้องหลังคาเก่า ” จากบ้านลูกค้าที่เดิมมักถูกทิ้งเป็นขยะงานก่อสร้าง กลับมาดัดแปลงใช้เป็นส่วนประกอบของสวนและแปลงปลูกในแต่ละโรงเรียน แทนการใช้วัสดุใหม่ทั้งหมด
สุชาติ ทองธรรมสกุล Technical Sales and Installation Management Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า การนำกระเบื้องเก่ากลับมาใช้ในสวนเกษตร เป็นตัวอย่างที่จับต้องได้ของแนวคิด Zero Waste ที่ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่เด็กๆ ครู และชุมชน “ ได้เห็น ได้สัมผัส และได้เรียนรู้ร่วมกันจริงๆ ” พร้อมเชื่อว่า เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและความยั่งยืนตั้งแต่วัยเรียน จะเติบโตไปเป็นคนรุ่นใหม่ที่มอง “ ของเหลือใช้ ” เป็น “ โอกาสใหม่ ” ของสังคม
ทั้ง “สวนเกษตรน่าปลูก” ที่โรงเรียนแจ่มจันทร์ และ “สวนเกษตรริมราง” ที่โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ถูกนิยามให้เป็นมากกว่าเพียงแปลงปลูกผัก แต่เป็น “ สามบทบาทในพื้นที่เดียว ” คือ ห้องเรียนกลางแจ้ง เด็กๆ เห็นวงจรชีวิตพืชตั้งแต่เพาะเมล็ด ดูแล รดน้ำ จนถึงการเก็บเกี่ยว เรียนรู้ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และความอดทนจากการลงมือทำจริง พื้นที่ทดลองแนวคิด Zero Waste ใช้กระเบื้องเก่าและวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์เป็นโครงสร้างสวนและแปลงปลูก แสดงให้เห็นว่า “ สิ่งที่คิดว่าหมดค่าแล้ว ยังสร้างประโยชน์ได้ ” ในเชิงรูปธรรม และจุดเชื่อมต่อชุมชน ความรู้และประสบการณ์ที่เด็กได้รับในโรงเรียนจะถูกส่งต่อกลับไปที่บ้าน และต่อยอดผ่านครอบครัวและชุมชน ก่อนจะย้อนกลับมาที่โรงเรียน เกิดเป็นวงจรการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง “ โรงเรียน – บ้าน – ชุมชน ”
กิตติพงษ์ พิพัฒนาโฆษิต New Business Development and Marketing Manager บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า สวนเกษตรในเมืองที่โรงเรียนทั้ง 5 แห่ง คือจุดเริ่มต้นของต้นแบบพื้นที่สุขภาวะในเมือง ที่สามารถนำไปขยายผลสู่โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ ได้ แสดงให้เห็นว่า แม้พื้นที่เมืองจะจำกัด เราก็ยังสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง
ในมุมมองของภาคีโครงการทั้งหมด ความสำเร็จของ “ โรงเรียนของเราน่าปลูก ” คือการทำให้เรื่องใหญ่อย่าง “ สุขภาวะเมือง ความมั่นคงทางอาหาร และ Zero Waste” กลายเป็นเรื่องที่เด็กๆ จับต้องได้ ผ่านภาพง่ายๆ เช่น แปลงผักที่ทำจากกระเบื้องเก่า เมล็ดพันธุ์ที่เด็กลงมือเพาะเอง หรือการพาแผงผักจากโรงเรียนกลับไปเล่าให้คนในบ้านฟัง
“ จากกระเบื้องเก่า สู่การเรียนรู้ใหม่ จากขยะ สู่ทรัพยากร จากความร่วมมือ สู่ความยั่งยืน ”
สะท้อนเป้าหมายสำคัญของโครงการที่ไม่ได้ต้องการเพียง “ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ” แต่ต้องการสร้าง “ คนรุ่นใหม่ที่เห็นคุณค่าของทรัพยากรและเมืองที่ตนเองอาศัยอยู่ ” ไปในเวลาเดียวกัน