‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’ ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’  ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

‘ชฎาทิพ จูตระกูล’ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ ‘PIONEERS OF PLACES AWARDS’ ปั้น ‘ไอคอนสยาม’ สร้างประวัติศาสตร์โลก ขึ้นแท่น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

7 ปีแห่งความยิ่งใหญ่ ไอคอนสยาม ภายใต้การบริหารของ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ คว้า 53 รางวัลแห่งความสำเร็จ ล่าสุดขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปีจากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ขณะที่ ชฎาทิพ จูตระกูล ได้รับรางวัลเกียรติยศ “PIONEERS OF PLACES”  1 ใน 5 คนจาก MAPIC และเป็นนักธุรกิจเอเชียคนเดียวที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ของโลกในรอบ 30 ปี

ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่อีกครั้งบนเวทีอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกระดับโลก ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวทีระดับโลก MAPIC Awards 2025 ซึ่งเป็นเวทีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “รางวัลออสการ์ของวงการ Retail” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไอคอนสยามที่เป็นสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ที่ล้ำเลิศ สร้างแรงบันดาลใจและสามารถดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของสยามพิวรรธน์  ซึ่งเป็นเจ้าของคอนเซปต์ในการพัฒนา Global Destination ที่สร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย เป็น Game Changer ที่แสดงให้โลกเห็นชัดเจนแล้วว่าศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยนั้นไม่แพ้ชาติใดในโลก

MAPIC คือเวทีระดับโลกด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้เข้าร่วมงานนิทรรศการและสร้างเครือข่าย กว่า 4,000 คนจากกว่า 75 ประเทศทั่วโลก ทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ ผู้บริหารแบรนด์ค้าปลีก และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมค้าปลีกโลก เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และแนวโน้มใหม่ๆ ในวงการค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์  

ภายในงานประจำปีของ MAPIC มีการจัดมอบรางวัล MAPIC Awards ในสาขาต่างๆ ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลก เพื่อยกย่องโครงการและแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและการพัฒนาเมือง โดย MAPIC ได้มอบรางวัลในสาขาต่างๆ ทุกปี เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในธุรกิจค้าปลีกและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกที่คนในวงการทั่วโลกรอคอย และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งไอคอนสยามเคยได้รับรางวัลชนะเลิศสาขา Best Shopping Centre หรือศูนย์การค้าที่ดีที่สุดในโลก มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2562

ยิ่งไปกว่านั้นในปีนี้ MAPIC ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี จึงได้จัดให้มีการมอบรางวัลพิเศษ “Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years” เฉพาะในปีนี้เท่านั้น เพื่อยกย่องโครงการที่มีอิทธิพลสูงสุดของโลกในรอบสามทศวรรษ และรางวัลเชิดชูเกียรติ  “PIONEERS OF PLACES AWARDS” แก่บุคคลที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์และมีผลงานอันโดดเด่นที่ได้กำหนดบรรทัดฐานใหม่ของโครงการที่ล้ำเลิศ เป็นผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกโลก และเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองที่มอบประโยชน์ให้แก่ผู้คนและสังคม ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา

‘ไอคอนสยาม’ ขึ้นแท่นเป็น 1 ใน 3 ‘โครงการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกในรอบ 30 ปี’

ไอคอนสยาม สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบนเวทีโลก ด้วยการเป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย (Finalist) ร่วมกับอีกสองโครงการ คือ Puerto Venecia จากประเทศสเปน และ Westfield London จากสหราชอาณาจักร โดยไอคอนสยามได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 สุดยอดโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบ 30 ปี  หรือ Most Influential Retail Property Project of the Past 30 Years จากเวที MAPIC Awards 2025 อย่างสง่างาม

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ได้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งความร่วมมือ ศรัทธาและจิตวิญญาณของบริษัทคนไทย ที่ได้ตั้งใจสร้างแลนด์มาร์กใหม่ของประเทศ  เพื่อนำเสนออัตลักษณ์ของความเป็นไทย โดยมีแรงบันดาลใจจากการที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแบบอย่างของการนำเสนอความเป็นไทยที่งดงาม โดยทั้งสองพระองค์ได้ทรงงานตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อพัฒนาความสามารถของคนไทยจากภูมิปัญญาไทยในเรื่องต่างๆ ให้กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าและมีมูลค่ามหาศาล ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นดำเนินรอยตาม และน้อมนําความเป็นไทยมาใช้ในการพัฒนา Global Destination เพื่อแข่งขันในเวทีโลกอย่างภาคภูมิ ในวันนี้ที่ไอคอนสยามได้เป็นโครงการหนึ่งเดียวจากประเทศไทยและเอเชีย ที่ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 โครงการที่ทรงอิทธิพลของโลกนั้น ถือว่าได้บรรลุปณิธานแรกเริ่ม ที่จะให้โครงการนี้สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้แก่ประเทศไทย ให้โลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เป็นรองใครในเวทีโลก

ตั้งแต่เปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 7 ปี ไอคอนสยามได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเมืองธนบุรี ให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ทัดเทียมฝั่งกรุงเทพมหานคร และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบให้เติบโตไปพร้อมกัน โครงการนี้จึงมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะร่วมสร้างคุณค่า (Shared Value) และเป็นแม่เหล็กที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อให้ประเทศไทยยืนหยัดได้อย่างสง่างามตลอดไป”

ชฎาทิพ จูตระกูล คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติระดับโลก “PIONEERS OF PLACES AWARDS”

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ 

ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติจากเวที MAPIC Awards 2025  คว้ารางวัล “PIONEERS OF PLACES AWARDS” ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติระดับ Lifetime Achievement ในฐานะคนไทยและชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้ เคียงข้างกับผู้นำธุรกิจค้าปลีกระดับโลกที่มีผลงานโดดเด่นอีก 4 ราย ได้แก่ Mr. Maurice Bansay ประธานและผู้ก่อตั้ง APSYS ผู้พัฒนาโครงการระดับแลนด์มาร์กทั้งในฝรั่งเศสและโปแลนด์  Mr.Philippe Journo ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Compagnie de Phalsbourg ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ของฝรั่งเศสที่มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มีมาตรฐานด้านสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม Mr. Alexander Otto ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ECE ผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกในยุโรปกว่า 200 แห่ง  Mr. Alain Taravella  ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท ALTAREA หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ใน 3 ประเทศ ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

รางวัลนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และความเป็นผู้นำของสยามพิวรรธน์ในการพัฒนาโกลบอลเดสติเนชัน อาทิ สยามพารากอน “The Pride of Bangkok” และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผสานศูนย์การค้า ศิลปวัฒนธรรม ที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม จนกลายเป็นต้นแบบใหม่ของโครงการที่เป็น Global Destination ความสำเร็จนี้ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้บุกเบิกที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางค้าปลีกระดับโลก อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเป็น “Game Changer” ตัวจริงที่สามารถพลิกทุกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการโลก

หนึ่งในความภาคภูมิใจสูงสุดของสยามพิวรรธน์ คือการมีส่วนร่วมในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีโลก และการประกาศให้โลกรู้ว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์และความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก รางวัลอันทรงเกียรตินี้จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จขององค์กร หากแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความภาคภูมิใจ และแรงบันดาลใจของคนไทยทุกคน เสมือนการนำธงชาติไทยไปโบกสะบัดอย่างสง่างามบนเวทีโลก

“รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ จึงไม่ใช่ของสยามพิวรรธน์ แต่เป็นรางวัลของประเทศไทย เป็นเกียรติยศ และความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกคน เราจะมุ่งมั่นและทุ่มเททำทุกวิถีทาง เพื่อให้ไอคอนสยามเป็น ‘แม่เหล็ก’ ดึงดูดที่ทรงพลัง ที่จะทำให้คนทั้งโลกกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า และหลงรักประเทศไทยอีกครั้งอย่างไม่มีวันสิ้นสุด”  ชฎาทิพ กล่าวในที่สุด

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) พันปีของจีนถึงยุคการก่อตั้งประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงเวลาของอาณาจักรจีน จากราชวงศ์จิ้นถึงราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 813-1822) เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเกือบ พันปี เทียบได้ตั้งแต่สมัยอาณาจักรฟูนัน เจนละ ทวารวดี จนถึงยุคที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงก่อตั้งกรุงสุโขทัยนั้น     เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ มีการแตกแยกและรวมชาติ การเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ไปจนถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อโลก      มีนวัตกรรมสำคัญมากมายเกิดขึ้น ยุคนี้ เช่น กระดาษ การพิมพ์ เข็มทิศ ดินปืน และธนบัตร ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงโลกและมีความสำคัญถึงปัจจุบัน ในขณะที่วรรณกรรม ปรัชญา และศิลปะจากยุคนี้ยังคงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมนุษยชาติ

1.ราชวงศ์จิ้น (Jin Dynasty 晋) พ.ศ. 813-962 (ค.ศ. 265-420) 

ช่วงปลายของยุคสามก๊ก     สุมาเอี้ยน (司馬炎) หลานปู่ของสุมาอี้ ได้รบชนะ วุยก๊ก ง่อก๊ก  รวมประเทศจีนให้เป็นหนึ่งเดียวได้ในปี พ.ศ. 823 แล้วสถาปนาราชวงศ์จิ้น 晉朝Jìn Cháo  ขึ้นครองอำนาจ เป็นจักรพรรดิจิ้นอู่ตี้ (司马炎) โดยใช้เมืองลั่วหยาง หรือลกเอี๋ยง (Luoyang) และ ฉางอาน หรือซีอาน (Chang’an) เป็นเมืองหลวง   ในสมัยราชวงศ์จิ้นนี้ มีการพัฒนาตัวอักษรจีน การแพทย์แผนจีน    การหลอมเหล็กและการแปรรูปโลหะเจริญก้าวหน้า  ราชวงศ์จิ้น ล่มสลายจากการก่อจลาจลของบรรดาอ๋อง (จลาจล 8 อ๋อง 八王之亂) และการรุกรานของชนเผ่า 5 เผ่าจากทางเหนือ

2.ราชวงศ์เหนือใต้ (南北朝  Northern and Southern dynasties) พ.ศ. 962-1131 (ค.ศ. 420-589)  

ในยุคนี้   จีนเข้าสู่การแตกแยกเป็น 2 ส่วน คือ ราชวงศ์ทางเหนือ (ส่วนใหญ่ปกครองโดยชนเผ่าไม่ใช่ฮั่น) และราชวงศ์ทางใต้ (ปกครองโดยชาวฮั่น)     พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง วัฒนธรรมฮั่นและชนเผ่าต่างๆ ผสมผสานกัน  ระบบชลประทานได้รับการพัฒนา   เครื่องเคลือบดินเผา คุณภาพสูงเริ่มมีชื่อเสียง

ราชวงศ์สุ่ย (隋   Sui Dynasty) พ.ศ. 1124-1161 (ค.ศ. 581-618) 

เป็นราชวงศ์ที่ปกครองจีนเพียง 37 ปี แต่สำคัญมากในการรวมประเทศจีนเหนือและใต้เข้าด้วยกันอีกครั้งหลังจากแยกกันนานกว่า 300 ปี  มีการสร้างคลองใหญ่ต้ายุ่นเหอ 大运河เชื่อมโยงแม่น้ำฮวงโห และแยงซีเกียงเข้าด้วยกัน ยาว 1,776 กม.มีการพัฒนาการพิมพ์ด้วยแกะไม้เป็นตัวอักษร     มีการทำสงครามกับเกาหลีแต่พ่ายแพ้

ราชวงศ์ถัง (唐 Tang Dynasty ) พ.ศ. 1161-1450 (ค.ศ. 618-907)

ราชวงศ์ถัง เป็นราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ปกครองจีนยาวนานเกือบ 300 ปี โดยมีเมืองหวงอยู่ที่ฉางอาน (ซีอาน)   เป็นยุคทองของอารยธรรมจีน โดยเฉพาะในสมัยของถังไทจงฮ่องเต้  (唐太宗Tang Taizong) มีการขยายดินแดนจีนไปทั่วเอเชียกลาง  การค้าขายระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรืองผ่านเส้นทางสายไหม     พระถังซำจั๋ง  หรือ เสวียนจั่ง (玄奘 Xuanzang): เดินทางไปสืบพระพุทธศาสนาที่ อินเดีย     มีการทำหนังสือพิมพ์แกะไม้แผ่นแรกของโลก “พระสูตรเพชร” (พ.ศ. 1411)   คิดค้นดินปืนเครื่องมือหาตำแหน่งดาวและนาฬิกาน้ำ   เซรามิกสามสีสวยงามพัฒนากระดาษและหมึก  ราชสำนักและรัฐบาลกลางเข้าสู่ช่วงเสื่อมอำนาจลงในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 14 จากการเกิดกบฏชาวนาที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียและการพลัดถิ่นของประชากรจํานวนมาก ความยากจนที่แพร่กระจายมากขึ้น ความขัดแย้งภายในรัฐบาลนำไปสู่การสิ้นสุดของราชวงศ์ถังใน พ.ศ. 1450

ยุคห้าราชวงศ์สิบอาณาจักร (Five Dynasties and Ten Kingdoms) พ.ศ. 1450-1503 (ค.ศ. 907-960)

เป็นช่วงเวลาของ ความวุ่นวายทางการเมือง และ สงครามชิงอำนาจ ระหว่างบรรดาขุนศึกและอาณาจักรต่างๆ ที่ต่างก็อ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดอำนาจที่ชอบธรรมของราชวงศ์ถัง  ยุคนี้สิ้นสุดลงใน พ.ศ. 1503 เมื่อพระเจ้าซ่งไท่จู่ ได้ยึดอำนาจและสถาปนา ราชวงศ์ซ่ง (Song Dynasty) ขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมจีนให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง

ราชวงศ์ซ้อง หรือ ซ่ง  (宋 Song Dynasty) พ.ศ. 1503-1822  (ค.ศ. 960-1279)

สมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นยุคแห่งความเจริญทางเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี     เจริญรุ่งเรืองด้วยการค้าและอุตสาหกรรม  เกิดสงครามกับจักรวรรดิมองโกลที่ยืดเยื้อ    เริ่มใช้เข็มทิศในการเดินเรือ   นำดินปืนไปใช้ในอาวุธสงครามจริง   คิดค้นธนบัตรซึ่งเป็น เงินกระดาษชิ้นแรกของโลก “เจียวซื่อ” (交子)  คิดค้นเทคโนโลยีการหลอมเหล็กเพื่อผลิตเหล็กกล้าคุณภาพสูง  ประดิษฐนาฬิกาน้ำแบบดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนและแม่นยำ   ประดิษฐ์เครื่องมือทางการแพทย์เช่นเข็มฝังเข้าหู และศัลยกรรมขั้นพื้นฐาน  ประดิษฐ์แว่นขยาย

สมัยปลายราชวงศ์ซ้อง (พ.ศ. 1503-1822) ตรงกับสมัยที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ครองกรุงสุโขทัย (พ.ศ.  1792-1822)   เมืองจีนถูกพวกมองโกลนำโดยเจงกิสข่านเข้าโจมตี จนถึงปักกิ่ง  ทำให้สิ้นราชวงศ์ซ้อง  แล้วสถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้นแทน

โดย  อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2568

วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • บรรดาสมาชิกราชสกุลต่างๆ ได้ไปถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท…สำหรับราชสกุล “กำภูฯ” กำหนดในวันที่ 18 พ.ย. ซึ่ง เทอดขวัญ กำภูฯ บอกกล่าวมาว่า ลูกสาวคนโต ชลทิพย์ ภริยา ท่านออท. ธานี แสงรัตน์ บินมาจากเกาหลีใต้ เพื่อการนี้ด้วย…
  • เริ่มสัปดาห์ใหม่ไทยแลนด์ก็เจอรายการโป๊ะแตกแล้ว สืบเนื่องจากข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา ปรากฎว่าเรา “ไม่เข้าตา” ประธานาธิบดีทรัมป์ ในฐานะประธานสักขีพยาน ในพิธีลงนามปฏิญญา ถึงกับสั่งการให้ผู้แทนการค้ายูเอสแจ้งระงับการเจรจาภาษีทรัมป์กับรัฐบาลไทย เจอลูกนี้เข้าอย่าว่าแต่รัฐบาลเลยเจ้าสัวการค้าของไทยหลายคนต้องเริ่มกินยานอนหลับแล้ว…หลายผู้เชี่ยวชาญหลายความเห็นมาก บารอนเนส คัดเอาข้อแนะนำของผู้สันทัดกรณีผู้มีประสบการณ์งานจริงระดับโลก 1) อดีต สว.และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐฯ พิศาล มาณวพัฒน์ ให้ความเห็นเยอะ สรุปได้ว่า กัมพูชาขณะนี้ “ล้ำเส้น” แล้ว หากไทยจะตอบโต้ทางทหาร ควรควบคู่ไปกับขบวนการการทูต และอันนี้ท่านเห็นชัดเจนกว่าคนอื่น เพราะเคยปฏิบัติหน้าที่ประสานงานกับ WHITE HOUSE มาแล้ว กล่าวคือ หากถ้าท่านนายกฯจะ”กดปุ่ม”สั่งการปฏิบัติการทหาร สมควรให้เกียรติ ประธานาธิบดีทรัมป์ แจ้งฮอตไลน์ท่านประมาณ 30 นาที ก่อนแอคชั่น(ทั้งเซเลนสกี้ และ เนทันยาฮู ปฏิบัติมาแล้ว), 2) อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงรัฐบาลไทย ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ชี้ทางสว่างให้รัฐบาล โดยเผยว่า ฮุนมาเนต จบการทหารจาก รร.นายร้อยเวสพอยท์ ของสหรัฐฯ นายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคนปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน WHITE HOUSE สนิทกับ ฮุนมาเนต เท่ากับเขามี “ลู่วิ่งใน” กับ ทรัมป์ ซึ่งได้เปรียบเราเยอะ…
  • เอ่ยชื่อเขาไม่ว่าจะเป็นอิสตรีรุ่นไหนก็ต้องกรี๊ดเป็นธรรมดา ไม่มีใครที่ไหนนอกจากอดีตนักฟุตบอลซุปเปอร์สตาร์ชาวอังกฤษ เดวิด เบ็คแฮม นับเนื่องจากนี้เราคงจะไม่เรียกเขาแบบกันเองว่า “เดวิด” อีกแล้ว เพราะผลงานอันมากมายของเขาในนามของสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพอังกฤษซึ่งครอบคลุมถึง 40 รัฐ ! ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 20 ปี จึงเป็นที่มาของประกาศพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงทำให้เขามีฐานันดรศักดิ์เป็นท่าน “เซอร์” เรียกเต็มว่า SIR DAVID BECKHAM จากกษัตริย์อังกฤษพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เขากล่าวอย่างตื้นตันว่า “วาระนี้เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต จากการรับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพรัก” อีกทั้ง VICTORIA ภรรยาคู่สมรสก็จะได้รับฐานันดรศักดิ์เป็น LADY BECKHAM ตามราชประเพณีนับเป็นเกียรติอันสูงสุดกับวงศ์ตระกูลตลอดไป…แบคกราวด์ของ เบ็คแฮม ถูกยกย่องดั่งพล็อตในนวนิยาย แต่เป็นแบบอย่างที่เยาวชนทั่วโลกน่ายึดถือปฏิบัติ เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นกรรมาชีพมีถิ่นที่อยู่ในย่านชุมชนแออัดของการเคหะแห่งชาติ EAST END ในเมื่อรู้ตัวว่าเรียนหนังสือไม่เก่งจำต้องมีวิชาชีพที่ทำได้ดีเพื่อครอบครัว พบสิ่งที่รักที่สุดคือฟุตบอล นั่นคือจุดเริ่มต้นของการมุ่งมั่นฝึกฝนชิงความเป็นเลิศและยัง “อยู่เป็น” โดยรักษาตัวออกห่างจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษในชุมชนแออัดของมหานครลอนดอน…
  • ในรายการ SOUTHEAST ASIAN AMATEUR GOLF TEAM CHAMPIONSHIP 2025 ช่วง 11-14 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ สนาม LUISITA Golf & Country Club, Tarlac, Philippine ทีมชาติไทยส่งนักกอล์ฟเข้าร่วมแข่งขัน ปรากฏว่า ทีมชาติไทย ได้ที่ 1 ครองถ้วย KARTINI ส่วน เจลลี่ ได้ที่ 1 ประเภทบุคคล คุณยาย ตวงพร เลาหบุตร ดีใจเป็นที่ยิ่ง…
  • ส่วน Esther ได้รางวัลชนะเลิศหญิงเดี่ยว รุ่น 9 ปี ( Esther อายุ 7 ปี ) จากการแข่งขันแบดมินตันรายการ GROW UP BADMINTON CHAMPIONSHIP # 2 ที่สนามเเบต CC BADMINTON RAMA 2 ด้วยคะแนน 21 /16 กับ 21 / 11 ยินดีกับ คุณย่า สุวรรณา เบญจดล ด้วย…
  • พิธีไว้อาลัย คุณครูวรรณดี คันธวงศ์ อดีตผู้บริหาร รร.วัฒนาวิทยาลัย ที่คริสจักรวัฒนา 2 วันคือ วันที่ 17 – 18 พ.ย.19.00 น…เจ้าภาพขอความร่วมมืองดรับพวงหรีด ดอกไม้สด และพัดลมทุกชนิด !!…

บารอนเนส

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

เอเซอร์ – อินเทล จัด “Thailand Predator League 2026” รอบชิง หาตัวแทนลุยศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่อินเดีย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.04 น.

เอเซอร์และอินเทล จัดการแข่งขัน “Thailand Predator League 2026” รอบ Finals เพื่อเฟ้นหาทีมตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย ปีนี้ แฟน ๆ อีสปอร์ตจะได้ร่วมเชียร์ทีมไทยถึงสองทีม ได้แก่ ทีมแชมป์จากการแข่งขัน Thailand Predator League 2026 ในเกม VALORANT และทีมตัวแทนไทยในเกม DOTA 2 ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นี้ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของนักกีฬาอีสปอร์ตไทยในการแสดงศักยภาพและสร้างชื่อเสียงในระดับเอเชีย

บรรยากาศในรอบ Finals ของ Thailand Predator League 2026 เต็มไปด้วยความคึกคัก และเป็นแมตช์ที่แฟนเกม VALORANT ทั่วประเทศจับตา เมื่อ FULL SENSE ทีมอีสปอร์ตที่มีประสบการณ์บนเวทีระดับใหญ่ โคจรมาพบกับ TEAM NKT แชมป์เก่าสองสมัยที่ครองตำแหน่งมาอย่างแข็งแกร่ง การพบกันครั้งนี้จึงเป็นศึกตัดสินระหว่างทีมแชมป์เก่าที่ต้องการป้องกันบัลลังก์ และผู้ท้าชิงที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พร้อมเดิมพันสำคัญคือสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันในศึก Asia Pacific Predator League 2026 ที่ประเทศอินเดีย

ในรอบชิงชนะเลิศ FULL SENSE โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรง เอาชนะ TEAM NKT ไปได้ด้วยเทคนิคการเล่นและจังหวะเกมที่เฉียบคมกว่า คว้าแชมป์ Thailand Predator League 2026 ไปครอง ขณะที่ด้าน TEAM NKT ต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการแข่งขัน คว้าตำแหน่งรองแชมป์ไปครองท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นจากเหล่าแฟน ๆ อีสปอร์ตที่หลั่งไหลกันแน่น Union Co-Event Space พร้อมผู้ชมอีกนับไม่ถ้วนที่ร่วมลุ้นกันแบบเรียลไทม์ผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ยิ่งไปกว่านั้น มูลค่ารางวัลรวมสูงถึง 250,000 บาท ยังช่วยตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของศึกอีสปอร์ตระดับประเทศครั้งนี้ได้อย่างดี

“สำหรับเอเซอร์แล้ว Thailand Predator League ไม่ได้เป็นเพียงรายการแข่งเกม VALORANT เท่านั้น แต่เป็นการต่อยอดแนวความคิด ‘อีสปอร์ตคือเวทีแห่งโอกาส’ โดยตลอดแปดปีที่ผ่านมา Predator League ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่ได้ก้าวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตอย่างจริงจัง ทั้งในฐานะนักกีฬาและคนทำงานเบื้องหลังทุกแขนง ให้ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ทัดเทียมมาตรฐานระดับสากล” เจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวถึงแนวคิดการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

“หัวใจสำคัญอีกด้านของ Predator League คือการทำให้อีสปอร์ตเป็นพื้นที่ของทุกคน รวมไปถึงผู้พิการด้วย ปีนี้เราเปิดโอกาสให้คนพิการเข้ามาร่วมทำงานเบื้องหลัง ทั้งในส่วนการเตรียมงาน การช่วยสนับสนุนทีมแข่งขัน และการร่วมทีมผลิตคอนเทนต์ในรอบ Finals ร่วมกับกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ทุกคนได้เรียนรู้จากหน้างานจริง สร้างความมั่นใจ และสร้างโอกาสต่อยอดไปสู่การทำงานในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตอย่างเท่าเทียม”

นอกจากเฟ้นหาตัวแทนนักกีฬาอีสปอร์ตแล้ว เอเซอร์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนวงการอย่างยั่งยืนผ่านโครงการ Esports Internship Program โครงการที่สร้างโอกาสให้นักศึกษาและกลุ่มคนพิการได้เข้ามาเรียนรู้กระบวนการทำงานจริงในอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต ทั้งด้านการจัดการแข่งขัน การผลิตคอนเทนต์ อีเวนต์โปรดักชัน แผนการตลาด ไปจนถึงการทำงานเบื้องหลังของทีมอีสปอร์ตมืออาชีพ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชนและผู้ที่สนใจในสายงานอีสปอร์ต ได้พัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติ เสริมความมั่นใจ และสร้างผลงานจริงเป็นพอร์ตโฟลิโอ เพื่อนำไปต่อยอดสู่อาชีพในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้ กลุ่มคนพิการ สามารถเข้าถึงอาชีพในวงการนี้ได้อย่างเท่าเทียม เอเซอร์เชื่อว่า การผลักดันบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้และทักษะตรงสาย จะเป็นแรงสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และแข่งขันได้ในระดับสากลต่อไป

หลังปิดฉากศึกในประเทศแล้ว เส้นทางของอีสปอร์ตไทยยังเดินหน้าต่อบนเวที Asia Pacific Predator League 2026 เมื่อ FULL SENSE แชมป์จากเกม VALORANT และตัวแทนทีมไทยในเกม DOTA 2 เตรียมเข้าสู่สมรภูมิสุดท้ายไปเผชิญหน้ากับทีมชั้นนำจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยแฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ตารางแข่ง และรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของ Predator Gaming Thailand และ Predator League Thailand

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมขับเคลื่อนอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างคุณค่าร่วม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำพันธกิจ “เติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน” ผ่านการสนับสนุนและพัฒนาสินค้าท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒน ธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละชุมชนทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังบริษัทในเครือขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานและศักย ภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสมัยใหม่ โดยกลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า “รากของความยั่งยืน เริ่มจากรากของชุมชน” การสนับสนุนสินค้าชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการต่อยอดภูมิปัญญาไทย นำความรู้และวัตถุดิบเฉพาะถิ่นมาสร้างนวัตกรรมและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค ทั้งยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน เสริมรากฐานเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและยั่งยืน และชุมชนมีความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดของตนเอง

ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นของทุกบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา สนับสนุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างและเปิดโอกาส ช่องทางการตลาด การออกแบบ และพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ได้มาตรฐาน การยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการส่งเสริมแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า ‘ความยั่งยืนของประเทศเริ่มต้นจากความเข้มแข็งของชุมชน’ เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตจากฐานราก สนับสนุนให้ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้ต่อยอดเป็นพลังสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สำหรับเรา การพัฒนาชุมชนไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบขององค์กร แต่เป็นหัวใจของวิสัยทัศน์ที่กลุ่มเซ็นทรัลยึดถือมายาวนาน เรามุ่งใช้พลังของธุรกิจเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงคุณค่าของผู้คน ท้องถิ่นและสังคม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้ความเจริญทางเศรษฐกิจเดินคู่ไปกับความภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทย เราจึงมุ่งมั่นร่วมพัฒนาสินค้าชุมชน (Community Product) ให้มีศักยภาพทางการตลาด ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตรในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐ กิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความยั่งยืน”

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในมิติต่างๆ ดังนี้

โครงการ “ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา” อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation) ตั้งแต่ปี 2560 ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้ขับเคลื่อนการเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาผลผลิต การรับซื้อ แปรรูป และจัดจำหน่ายผ่าน “จริงใจ Farmers’ Market” และ “ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต” รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิต และโลจิสติกส์ให้ได้มาตรฐาน อย.  นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรโดยจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชนแม่ทา ออร์แก นิก” เป็นศูนย์การเรียนรู้และโฮมสเตย์ด้านเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 14 ล้านบาทมีจำนวนสมาชิกว่า 130 ครัวเรือน และต้อนรับผู้มาเยือนและศึกษาดูงานกว่า 800 คน ในปี 2567

โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน บ้านเทพพนา อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษาและวิสาหกิจชุมชน พัฒนาเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคนิคคาร์บอนต่ำ พลิกฟื้นพื้นที่เสื่อมโทรมกว่า 5,000 ไร่ สู่เกษตรยั่งยืน นำผลผลิตจำหน่ายที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และจริงใจ Farmers’ Market สร้างรายได้รวมกว่า 41 ล้านบาท พร้อมขยายเครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดกว่า 1,000 ราย โครงการยังได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับเขตเข้าประกวดเกษตรกรดีเด่นระดับชาติ และได้รับการต่อยอดโดยโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ของกลุ่มเซ็นทรัล ได้พัฒนาต่อยอดด้านการท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรอินทรีย์ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี

โครงการศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ บ้านกุดจิก วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก จ.สกลนคร สืบสานภูมิปัญ ญาการย้อมครามและสีธรรมชาติ พัฒนานวัตกรรมย้อมผ้าให้ทันสมัยและคงทน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมสร้างโรงย้อม โรงทอ และพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ ได้มีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางจำหน่ายผ่าน Good Goods และห้างเซ็นทรัล ช่วยขยายตลาดและเพิ่มรายได้ให้ชุมชนจาก 3.5 แสนบาท เป็นกว่า 3.6 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3,000 คนต่อปี สะท้อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน และในมิติต่างๆ

Central Robinson Love the Earth Project มุ่งสนับสนุนสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน Central Edition ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จากชุมชนทั่วไทยและร่วมกับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ 24 ราย นำวัสดุเหลือใช้กลับมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างประโยชน์และรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ล่าสุดเปิดตัว Organic Zone ในแผนกบิวตี้ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นครั้งแรกของห้างในไทยที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ หรือรีไซเคิลได้ เพื่อลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พร้อมส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชน รวมถึงเปิดพื้นที่จำ หน่ายสินค้าชุมชนที่ผลิตจากวัสดุพื้นถิ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมทุกหมวดสินค้าในห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสันทั่วประเทศ

“ท็อปส์ ท้องถิ่น” โครงการสนับสนุน SME ไทยที่มีศักยภาพสูงแม้เป็นธุรกิจขนาดเล็กให้สามารถเติบโตและเข้าถึงเครือข่าย Tops ทั่วประเทศ รวมถึงขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด Local Discoveries – Supporting Thai SMEs to Create Sustainable Growth Together” โครงการได้ผลักดันผู้ประกอบการกว่า 140 ราย ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านการตลาด การตรวจสอบคุณภาพสินค้า (QA) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขพิเศษ เช่น เครดิตเทอม 15 วัน และไม่มีค่าแรกเข้า เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และพนักงานไม่เกิน 50 คน เข้าร่วมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น “ท็อปส์ ท้องถิ่น” เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจเล็กคือรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงและยั่งยืน

จริงใจ ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เปิดโอกาสให้เกษตรกรท้องถิ่นได้นำพืชผักปลอดภัยและสินค้าขึ้นชื่อของชุมชนมาวางจำหน่ายในพื้นที่ของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้เกษตรกรและผู้บริโภคได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำไปพัฒนาสินค้า พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน (Central to Life) และการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจทั้งในระดับชุมชนและประเทศ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล อุดรธานี ปัจจุบันขยายผลสู่ 28 จังหวัด สนับสนุนกว่า 12,300 ครัวเรือน ยกระดับสินค้าชุมชนกว่า 5,000 SKU สร้างรายได้รวมกว่า 160 ล้านบาทในปี 2025

โครงการสนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่นขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงการสนับสนุนผู้ค้า, เกษตรกร และชุมชนท้องถิ่นในแต่ละภูมิ ภาค โรบินสันไลฟ์สไตล์และท็อปส์พลาซ่า สนับสนุนวิสาหกิจท้องถิ่น ผู้ค้าและเกษตรกรทั่วประเทศ โดยจัดสรรพื้นที่กว่า 50,000 ตร.ม. สำ หรับจำหน่ายและแสดงสินค้าชุมชน เพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สร้างรายได้กว่า 20 ล้านบาท และอาชีพกว่า 3,000 ตำแหน่งในไตรมาส 1–3 ปี 2568 พร้อมจัดพื้นที่ประจำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในหลายจังหวัด เช่น กาดเมืองราช, Sea, Kids Market,ตลาดชุมชนคนแปดริ้ว และอาหารดีวิถีเมืองเพชร

ไทวัสดุ เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ออกสู่ตลาด เพื่อสร้างอา ชีพและรายได้อย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการชุมชน 5 แห่ง ใน 5 จังหวัด ได้แก่ แพร่ นครปฐม ปราจีนบุรี มหาสารคาม และลำปาง นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาจำหน่ายในสาขาไทวัสดุทั่วประเทศ ความร่วมมือนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลให้เกิดรายได้รวมกว่า 5.1 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุม 166 ครัวเรือน และสินค้ากว่า 34 SKU สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

ตลาดนัดชุมชน โก โฮลเซลล์ โก โฮลเซลล์ไม่เพียงเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความใส่ใจต่อชุมชนในทุกจัง หวัดที่เปิดสาขา เปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนนำสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกสิ้นเดือน เพื่อให้ชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน ปัจจุบันโก โฮลเซลล์มี 13 สาขา สนับสนุนร้านค้าชุมชนแล้วกว่า 247 ร้าน สร้างรายได้รวมกว่า 6.1 ล้านบาท เพราะสำหรับเรา การทำธุรกิจไม่ใช่แค่การขายสินค้า แต่คือการร่วมแบ่งปันความสุขและความสำเร็จกับชุมชนที่เราอยู่ร่วมกัน

เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม เดินหน้าโครงการ “Livelihood for Community” เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชุมชนภูเขา ผ่านแนวคิด “สร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value)” ที่เติบโตไปพร้อมธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2017 โครงการได้ช่วยเกษตรกรรายได้น้อยกว่า 7 ล้านด่งต่อเดือน ขยายผลในปี 2024 ครอบคลุม 6 โครงการใน 3 จังหวัด สร้างมูลค่าผลผลิตกว่า 4.4 พันล้านด่อง และยกระดับชีวิตเกษตรกรกว่า 126 ครัวเรือน

บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) กับการส่งเสริมสินค้าชุมชน

เซ็นทรัลพัฒนา กับการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายให้กับชุมชน มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น โดยเปิดพื้น ที่ภายในศูนย์การค้าทั่วประเทศให้ชุมชนได้นำสินค้าท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ OTOP และของดีประจำจังหวัดมาจำหน่าย รวมกว่า 2,700 กิจกรรม อา ทิ งาน Sacit, เพลิน Craft, งานโครงการหลวง และงานจำหน่ายผลไม้ล้นตลาด พร้อมทั้งจัดกิจกรรม “จริงใจมหานคร” ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นครั้งแรก และร่วมจัดนิทรรศการ Thailand Rice Fest เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวจากเกษตรกรไทย รวมไปถึงการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนและสนับสนุนพื้นที่ฟรีสำหรับกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีท้องถิ่น อาทิ งาน “มีเทศน์ มีทอล์ค”, พิธีทำบุญตักบาตร, สรงน้ำพระ, งานประเพณีจังหวัด และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้โครงการ Go Local Love Local ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  เพื่ออนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เขาพับผ้า Unseen Thailand จ.นครศรีธรรมราช, งานแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี และงาน ปักษ์ใต้ดีไซน์วีค จ.สงขลา เป็นการสร้างรายได้ กระ จายโอกาส และขับเคลื่อนความยั่งยืนให้กับชุมชนทั่วประเทศ

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL / เซ็นทารา

เซ็นทารา มุ่งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น นำเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาประยุกต์ในการออกแบบ การตกแต่ง และการบริการภายในโรงแรม รวมถึงสนับสนุนสินค้าชุมชนและงานหัตถกรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนให้กับชุมชน ทั้งยังให้ความสำคัญกับการเคารพวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ พร้อมเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรม อาหาร และการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความเข้าใจและคุณค่าในความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ในปี 2024 โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึกจากชุมชน จำนวน 6,066 ชิ้นสินค้า จาก 23 ชุมชน เพื่อวางจำหน่ายในโรงแรมและใช้เป็นของที่ระลึกในห้องพักสำหรับการ เปิดเตียง (Turndown Service) ให้กับลูกค้า

บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)

บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)  ร่วมกับ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด (สลัดแฟคทอรี่) เดินหน้าสานต่อพันธกิจความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนและพัฒนา “ฟาร์มสามารถ” ณ สมาคมคนพิการ จังหวัดปทุมธานี เพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างอาชีพให้ผู้พิการอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนงบประมาณรวม 1,000,000 บาท สำหรับปรับปรุงพื้นที่ สร้างโรงเรือนปลูกผักปลอดสาร พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมทักษะอา ชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้ผู้พิการ และจำหน่ายใน “ฟาร์มสามารถ คาเฟ่”  ขณะเดียวกัน สลัดแฟคทอรี่ ยังส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในท้องถิ่น ด้วยการรับซื้อผักจากกลุ่มเกษตรกรกว่า 45 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในร้าน ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกร พร้อมส่งมอบอาหารปลอดภัยให้ผู้บริโภค

กลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นคือรากฐานสำคัญของความยั่งยืนของประเทศ เพราะในทุกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นล้วนสะท้อนเรื่องราวของผู้คน ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน การต่อยอดและพัฒนาให้สินค้าชุมชนเติบโตอย่างเข้มแข็งจึงเป็นมากกว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่คือการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของสังคมไทยให้คงอยู่และก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ

กลุ่มเซ็นทรัลจะยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้กับผู้คนในทุกพื้นที่ ส่งเสริมให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทยไปด้วยกันบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน เพื่อให้ความเจริญเติบโตเกิดขึ้นอย่างมีคุณค่า แบ่งปันความภาคภูมิใจและความงดงามของความเป็นไทยสู่ทุกชุมชนทั่วประเทศ

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

จริงใจ ฟาร์เมอร์มาร์เก็ต ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต

จริงใจ ฟาร์เมอร์มาร์เก็ต ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต

ท็อปส์ ท้องถิ่น

ท็อปส์ ท้องถิ่น

Central Robinson Love the Earth Project

Central Robinson Love the Earth Project

ไทวัสดุ เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้า

ไทวัสดุ เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้า

ตลาดนัดชุมชน โก โฮลเซลล์

ตลาดนัดชุมชน โก โฮลเซลล์

เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม

เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม

โครงการ “ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา

โครงการ “ชุมชนเกษตรอินทรีย์วิถีชีวิตยั่งยืนแม่ทา

โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

โครงการศูนย์การเรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน

โครงการศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ บ้านกุดจิก

โครงการศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าย้อมครามและสีธรรมชาติ บ้านกุดจิก

สินค้าชุมชนจากแบรนด์ กุ๊ด กุ๊ดส์

สินค้าชุมชนจากแบรนด์ กุ๊ด กุ๊ดส์

เซ็นทารา ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์

เซ็นทารา ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนผ่านการอนุรักษ์

โครงการ “ฟาร์มสามารถ”

โครงการ “ฟาร์มสามารถ”

เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park  สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

เตรียมเปิดตัว “MELAND” World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกสุดมหัศจรรย์แห่งแรกในไทย ณ สยามพารากอน ธันวาคมนี้

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.55 น.

เตรียมต้อนรับปรากฏการณ์ใหม่ของศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัวกับการเปิดตัว “MELAND” –  World-Leading Indoor Theme Park สวนสนุกในร่มสุดล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกและเป็นแฟล็กชิปโกลบอลแลนด์มาร์คนอกประเทศจีนแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมนี้ ณ ชั้น 5 สยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยเงินลงทุน 400 ล้านบาท บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 5,000 ตร.ม. MELAND จึงเป็น World-Class Atrractions ที่ทรงพลังที่สถานที่อื่นๆ ไม่มี 

โดย สยามพารากอน นับเป็นโกลบอลแลนด์มาร์คระดับโลกที่มีผู้คนจากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งและมีพื้นที่ที่มี attractions ที่ทรงพลังแห่งเดียวในประเทศไทยรวมกันถึง 30,500 ตร.ม.ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดบันเทิงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้กว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับครอบครัวสู่มาตรฐานสากล พร้อมผสานแนวคิด Edutainment ที่ผสมผสานการเรียนรู้และความสนุกไว้อย่างลงตัว ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางด้านการเรียนรู้และความบันเทิงอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเปิดตัวที่ทุกสายตาจับจ้องของ MELAND แบรนด์สวนสนุกในร่มระดับโลกจากประเทศจีน กำลังจะพลิกโฉมวงการความบันเทิงสำหรับครอบครัว ด้วยการนำเสนอ “พื้นที่แห่งการเล่นสนุกแห่งอนาคต” (Visionary Play Space) ที่ได้รับการออกแบบอย่างล้ำสมัยโดย X+Living สตูดิโอระดับโลกผู้สร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นและคว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย ร่วมเนรมิตจุดหมายปลายทางสุดมหัศจรรย์ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์แบบ Immersive Destination เต็มรูปแบบ พร้อมแล้วที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับแหล่งรวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว ด้วยการมอบประสบการณ์ตวามสนุกที่เปี่ยมด้วยจินตนาการ ความรู้ และความสุขอย่างไร้ขีดจำกัดที่ สำหรับเด็กและครอบครัวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจความบันเทิงสำหรับครอบครัวในประเทศจีน MELAND ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการเรียนรู้ผ่านการเล่น ด้วยการออกแบบพื้นที่ Edutainment แบบอินเทอร์แอคทีฟครบวงจร ที่ผสานความสนุก กีฬา การศึกษา ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยประสบการณ์เกือบ 30 ปี จากบริษัทแม่ และเครือข่ายกว่า 140 สาขาในกว่า 60 เมืองทั่วประเทศจีน MELAND ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการสร้างสรรค์โลกแห่งจินตนาการที่เปี่ยมด้วยความสุนทรีย์ในสไตล์เทพนิยาย พร้อมเครื่องเล่นและกิจกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ที่มอบประสบการณ์การเล่นอันเต็มอิ่มและเหนือระดับให้กับผู้มาเยือนทุกคน ด้วยความโดดเด่นนี้ MELAND จึงไม่เพียงแต่เป็นมาตรฐานสูงสุดของสวนสนุกในร่มในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังก้าวขึ้นสู่การเป็น ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรม Edutainment ที่กำลังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมความบันเทิงสำหรับครอบครัวทั่วโลก

“MELAND” ผู้บุกเบิกศิลปะแห่งการออกแบบระดับโลก กำหนดนิยามใหม่ของพื้นที่สวนสนุกในร่ม  (Indoor Play Spaces) 

สวนสนุกของ “MELAND” ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ คว้ารางวัลการออกแบบอันทรงเกียรติระดับโลกมากมาย อาทิ A’ Design Award, IDA Design Award และ Frame Awards ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบที่โลกยอมรับ ด้วยการฉีกทุกกฎเกณฑ์ของสนามเด็กเล่นแบบเดิมที่ซ้ำซากจำเจ MELAND ยึดหลักการสำคัญเพียงหนึ่งเดียว — “มองโลกผ่านสายตาของเด็ก” สู่การสร้าง อาณาจักรแห่งจินตนาการไร้ขอบเขต ที่ผสานศิลปะและนวัตกรรมการออกแบบอย่างลงตัว พื้นที่โดดเด่นด้วยโทนสีร่วมสมัย สถาปัตยกรรมเชิงประติมากรรม และงานศิลปะโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีกลไกเคลื่อนไหวได้จริง ทุกองค์ประกอบผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริง น่าทึ่ง และน่าตื่นตาตื่นใจเกินจินตนาการ นวัตกรรมนี้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น และปลุกพลังแห่งจินตนาการของเด็ก ๆ เปลี่ยนทุกการมาเยือนให้เป็นการเดินทางเหนือจริง — เสมือนก้าวเข้าสู่หนังสือนิทานมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยการค้นพบที่ไร้ขีดจำกัด 

“MELAND” เปิดประสบการณ์ความบันเทิงของครอบครัวรูปแบบใหม่ ผสานกว่า 500 นวัตกรรมสุดล้ำ สร้างมาตรฐานใหม่ให้สวนสนุกในร่มระดับโลก”

แฟล็กชิปสโตร์ระดับโลกแห่งใหม่ของ MELAND ใจกลางกรุงเทพฯ คืออาณาจักรแห่งความมหัศจรรย์บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับโลกแห่ง Edutainment สุดล้ำสมัย ด้วยการออกแบบที่แยบยลใน 6 ธีมโซนสุดตระการตา พร้อมเครื่องเล่นกว่า 100 รายการ และประสบการณ์สุดสมจริงมากกว่า 500 รูปแบบ ที่จะพาผู้เล่นทุกคนดำดิ่งสู่จินตนาการเหนือจริง ที่นี่จึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสนุกเชิงการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับทุกครอบครัวทั้งจากไทยและทั่วโลก เด็ก ๆ และครอบครัวจะได้สัมผัสประสบการณ์อันหลากหลาย เช่น
• ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลลึกลับกับ Wandering Carousel
• โบยบินเหนือก้อนเมฆไปกับ Sparkle Sky Cruise
• พิชิต Cloudtop Jungle Gym ฐานปีนป่ายขนาดมหึมาสูงกว่า 5 ชั้น
• ต่อสู้ในสังเวียนอินเทอร์แอคทีฟแบบเสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง Meta-Racers
• สำรวจอาชีพกว่า 20 อาชีพ อาทิ นายแพทย์ นักดับเพลิง เชฟ เกษตรกร และอีกมากมาย ในโซนเล่นสวมบทบาท (roleplay) ในเมืองจำลอง Mini City พร้อมเรียนรู้ผ่านการเล่นที่เต็มไปด้วยจินตนาการ

ด้วยความร่วมมือสุดครั้งสำคัญกับบริษัทศิลปะดิจิทัลชื่อดังระดับโลกอย่าง district ทำให้ MELAND มาพร้อมประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟมีเดียระดับออริจินัลจาก Arte Kids Park by Arte Museum บนเกาะเชจู การผสมผสานที่ไร้รอยต่อระหว่างอาณาจักรทางกายภาพและดิจิทัลนี้สร้างสภาพแวดล้อมที่ชวนหลงใหลและตราตรึงใจ ที่ซึ่งการสำรวจและความอัศจรรย์อันไม่มีที่สิ้นสุดจะเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ตรงหน้าจริงๆ 

MELAND x สยามพารากอน:  การผนึกกำลังเพื่อสร้างจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกสำหรับครอบครัว

ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก(Global Destination) สยามพารากอน สร้างความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่างต่อเนื่อง ครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน การร่วมมือ กับ MELAND ในครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์การร่วมสร้างสรรค์ระหว่างผู้นำในวงการรีเทลโลกระดับโลกและผู้บุกเบิกนวัตกรรมสวนสนุกระดับโลกสร้างแลนด์มาร์กใหม่สำหรับครอบครัว และกำหนดมาตรฐานพรีเมียมใหม่ให้กับสวนสนุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งนับเป็นการทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญในวาระครบรอบ 20 ปีของสยามพารากอน ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจรและเป็นแม่เหล็กสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Global Landmark Destination ที่เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ในการมอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

เตรียมสัมผัสประสบการณ์สวนสนุกมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่หรูหราตระการตาแห่งอนาคต กับการเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ระดับโลกของ MELAND ในเดือนธันวาคมนี้ ณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนไม่ควรพลาด#meland #melandbangkok #WorldLeadingIndoorThemePark #SiamParagon #SiamParagonOnly

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘QSCBC EXHIBITION’ น้อมถวายอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ร่วมกับ สยามพารากอน ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายความอาลัยและเข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION” ระหว่างวันที่ 14 -18 พฤศจิกายน 2568 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

ครั้งเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงงานที่จังหวัดสกลนคร โดยมีนายแพทย์กฤษณ์ จาฎามระ ตามเสด็จด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2544 ช่วงเวลาพระราชทานอาหารมื้อค่ำ นายแพทย์กฤษณ์ จาฎามระ ได้ทูลนำเสนอแนวคิดว่า “จากการที่ข้าพเจ้าได้ทำงานด้านการรักษามะเร็งเต้านม มาอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้ามองเห็นปัญหาหลายอย่าง ข้าพเจ้าจึงมีแนวคิดว่า อยากจะสร้างศูนย์มะเร็งเต้านมที่ดีที่สุดเทียบเท่ากับของต่างประเทศ” จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงมีพระราชดำรัสตอบกลับทันทีว่า “แนวคิดนี้ดีนะหมอ ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง” จากนั้นทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินก้นถุงในการเริ่มโครงการและทรงหาทุนทรัพย์สมทบทุนโครงการเพิ่ม โดยจัดแฟชั่นโชว์การกุศล และทรงเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง จากนั้นท่านได้พระราชทานชื่อและตราสัญลักษณ์ของพระองค์ภายใต้ชื่อ ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม 

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน  พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและพระอัจฉริยภาพด้านสาธารณสุขในการส่งเสริมสุขภาพผู้หญิงไทยให้ห่างไกลมะเร็งเต้านมมาโดยตลอด

ต่อมาศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ได้ก่อตั้งมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของศูนย์สิริกิต์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และท่านทรงรับมูลนิธิฯ ให้อยู่ภายใต้พระบรมราชินูปถัมภ์ 

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ของการดำเนินงาน นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามาระ ได้น้อมนำพระราชดำรัสดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน  เพื่อให้ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม เป็นที่พึ่งของผู้หญิงอย่างแท้จริง  

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION” จัดทำขึ้นเพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” ภายใต้แนวคิด “เส้นทางภารกิจเพื่อผู้หญิงไทยห่างไกลมะเร็งเต้านม” ผ่านการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นสถานบันต้นแบบของการพัฒนาองค์ความรู้และเป็นผู้นำนวัตกรรมการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านม มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเต้านมในเชิงการป้องกัน การรักษาและการดูแล ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อยกระดับการรักษามะเร็งเต้านมในระบบสาธารณสุขไทยให้ทัดเทียมระดับสากล 

ภายในนิทรรศการ ประกอบด้วย

1.งานวิจัยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy Project) 

2.ความร่วมมือระหว่างประเทศในการก่อตั้งศูนย์มะเร็งเต้านม และการจัดโครงการอบรมบุคคลากรทางการแพทย์เฉพาะโรคมะเร็งเต้านมระดับสูง เพื่อพัฒนาทักษะและองค์ความรู้แบบสหวิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดศูนย์มะเร็งเต้านม ณ ประเทศภูฏาน 

3.โครงการสร้างความตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพเต้านม (Breast Cancer Awareness Campaign) 4.โครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ขาดโอกาสในชุมชนแออัดให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม (Slum Project) 5.โครงการบ้านพิงพัก (Pink Park Village) ประกอบด้วย สถานดูแลป่วยเป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย (Hospice Centre) บ้านพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำการรักษา (Convalescence Centre) ศูนย์ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Breast Cancer Care Centre) ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรม (Learning & Training Centre) ศูนย์วิจัยและวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านม (Diagnostic Centre) ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงไทยทุกคน          

ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย ร่วมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “QSCBC EXHIBITION”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น.ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน และรับพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ Miss Pink Park สัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็งได้ในงาน พร้อมชมการแสดงพิเศษ : การแสดงบรรเลงวงดนตรีสากล ถวายความอาลัยและเพลงพระราชนิพนธ์ 3 รอบเวลา : 11.00 – 11.45 น. / 14.00 – 14.45 น. และ 17.00 – 17.45 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เฟสบุ๊ค : ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

เปิดตัว MIR เทศกาลวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ที่ภูเก็ต เวทีแรกของการประชันศิลปินรุ่นท็อปของสองชาติ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ภูเก็ตเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพงาน Russian–Thai Investment Forum (RTIF) เวทีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างรัสเซียกับไทย ที่จะจัดขึ้น ณ Pullman Phuket Karon Beach Resort ระหว่างวันที่ 26–28 พฤศจิกายนนี้ โดยสภาธุรกิจรัสเซีย–ไทย เพื่อมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาโครงการร่วมลงทุน การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว และเปิดประตูสู่ศักยภาพการลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากเวทีเสวนาด้านเศรษฐกิจและการค้าแล้ว ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ MIR Thai–Russian Cultural Festival เทศกาลวัฒนธรรมและความบัน เทิงซึ่งจะะจัดขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่อันดามันดา สวนน้ำขนาดยักษ์ของภูเก็ต เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของ Russian Radio ของรัสเซีย และเป็นกิจกรรมส่งท้ายของเวทีเสวนาอันเป็นความร่วมมือจากการค้าสู่วัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

ศิลปินชื่อดังของรัสเซียจากเวทีคอนเสิร์ต Golden Gramophone Award เช่น JONY, Irakli, และ Alexandra Vorobyova จะบินตรงมาร่วมสร้างความบันเทิงกับศิลปินระดับแนวหน้าของไทย ได้แก่ Bowkylion, Getsunova, Kae Wanthakan, Wizzle, Rocketman และ The Mousses

นอกจากจะสนุกกับเสียงเพลงกันอย่างเต็มที่แล้ว ในงานยังมีอาหารที่คัดสรรและพื้นที่สร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอันเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรมนี้ได้ที่ mir-fest.com

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย’

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด 'ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย'

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แถลงข่าวการร่วมออกร้านในงานกาชาด ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด ‘ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.10 น.

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เป็นประธานเปิดการแถลงข่าว “สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมออกร้านงานกาชาด ประจำปี 2568” โดยร่วมกับองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเพื่อการายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพีนี โซน 6 (ประตู 1 ถนนวิทยุ) เวลา 11.00 – 22.00 โดยมี เบญจมาศ รุจิรวงศ์, อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์, วิภาศิริ มะกรสาร, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมแม่ดีเด่นฯ และพรเสก กาญจนจารี ร่วมงาน ณ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ อาคารบ้านพระกรุณาวาสน์ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม.


กิจกรรมภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้
โซนที่ 1 : การจำหน่ายสลากบำรุงสภากาชาดไทย
โซนที่ 2 : นวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ
โซนที่ 3 : ร้าน “ร้านสภาสตรีแห่งชาติฯ ช่วยเศรฐกิจ ช่วยชาติ”

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน ‘สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน 'สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

ปรากฏการณ์ ‘เขยไทยฟีเวอร์’ ดัน ‘สุภาพโอสถ’ เนื้อหอม! ยอดขายออนไลน์พุ่ง

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

จากปรากฏการณ์ที่ “เขยไทย” ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง “แจ็คสัน หวัง” สร้างกระแสเหมาหยิบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากแบรนด์ สุภาพโอสถ จนเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียลเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้แบรนด์สุขภาพสัญชาติไทยรายนี้กลายเป็นที่จับตาและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

หลังจากภาพและเรื่องราวของ “เขยไทย” เลือกหยิบสินค้าของสุภาพโอสถด้วยตัวเองถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏการณ์ “สินค้าขาดตลาด” ก็เกิดขึ้นทันที โดยเฉพาะสินค้าที่ ได้เลือกเอากลับไปจีน

ทำให้ยอดขายในช่องทางออนไลน์และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากต่างต้องการตามรอย “เขยไทย” ทำให้บริษัทต้องเร่งกำลังการผลิตและจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่ทะลักเข้ามา

ปรากฏการณ์ “เขยไทยเหมาสินค้า” เป็นการตอกย้ำถึง คุณภาพและความน่าเชื่อถือ ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Made in Thailand” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคชาวต่างชาติ

ขณะนี้ สุภาพโอสถกำลังเร่งวางแผนการตลาดและการผลิต เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งสองตลาด และยังคงส่งผลบวกอย่างต่อเนื่องให้กับแบรนด์

-(016)