‘อัครา’ ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

'อัครา' ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

‘อัครา’ ลงพื้นที่นราธิวาส มุ่งส่งเสริมอาชีพกลุ่มแม่บ้านมุสลิม สร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.04 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานทีม พม.ใกล้คุณ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ณ สถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อเปิดโครงการบูรณาการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง และพบปะเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง พร้อมมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต โดยมี นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับ

นายอัครา กล่าวว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสครั้งแรก ภายหลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้มาเปิดโครงการบูรณาการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สู่คุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเปราะบาง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ รีสตาร์ทชีวิต ซึ่งการลดรายจ่ายคือเราต้องส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางมีอาชีพ ช่วยลดรายจ่าย และสร้างรายได้ให้ครัวเรือน ซึ่งวันนี้เราจะทำงานแบบบูรณาการทุกช่วงวัย และการได้เจอกลุ่มแม่บ้านมุสลิมในวันนี้ ทำให้นึกถึงเรื่องของการอบรมส่งเสริมอาชีพ โดยตนเคยไปที่ประเทศฟิลิปปินส์ ที่นั่นเขาให้ความสำคัญกับกลุ่มแม่บ้านและมีอัตลักษณ์ในการผลิตสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นถิ่น และจำหน่ายส่งขายไปทั่วโลก จึงอยากนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาสะท้อนให้พี่น้องแม่บ้านมุสลิมที่จังหวัดนราธิวาสให้เกิดประโยชน์ ตามพระราชกรณียกิจที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านได้สร้างไว้ในเรื่องการส่งเสริมอาชีพ

นายอัครา กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาตนเคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนราสิกขาลัย ที่จังหวัดนราธิวาส และเมื่อมาเป็นรัฐมนตรี จึงอยากจะตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านมุสลิมและเยาวชนที่อยู่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้  เราจะกลับมาส่งเสริมการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน โดยยึด ความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยทั่วไทย ระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวง พม. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เมื่อเดือนก่อน โดยการให้ท้องถิ่นสะท้อนปัญหาขึ้นมายังส่วนกลาง และกระทรวง พม. กับ 3 กระทรวง จะนำปัญหาดังกล่าวไปตกผลึกในการยกร่างกับแผนการพัฒนาคน โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมอาชีพ ตามนโยบาย พม.ใกล้คุณ คือการลดรายจ่าย สร้างรายได้ รีสตาร์ทชีวิต

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้พบประธานเครือข่ายคนพิการจังหวัดนราธิวาส และได้รับฟังปัญหาซึ่งพวกเขาอยากให้กระทรวง พม. ช่วยส่งเสริมในเรื่องอาชีพและการเข้าถึงแหล่งตลาด ซึ่งคนพิการหลายคนมีทักษะในการสร้างผลิตภัณฑ์ แต่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งตลาด ทั้งนี้ เราจะมีการอบรมฝึกทักษะการสร้างร้านค้าออนไลน์ ให้แก่คนรุ่นใหม่ในสถานสงเคราะห์แห่งนี้ เพื่อให้เขาสามารถสร้างร้านค้าในแพลตฟอร์มของตนเองได้ โดยเฉพาะปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเล่น TikTok ดังนั้นเราต้องเสริมศักยภาพให้เขาใช้โซเชียลให้เป็นประโยชน์ต่อไป

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

เปิดวอร์รูม ระดมสมองหารือแก้ปัญหาหนี้ SME ไทย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.01 น.

เมื่อเร็วๆนี้ นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมด้วย นายปราณ สยามวาลา นายคมสรรค์ วิจิตรวิกรม ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจพรรคปวงชนไทย และนายกัมปนาท จิราภรรคกุล เจ้าของช่องติ๊กต๊อก JustGolff ได้เข้าร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาหนี้ของ SME ไทย ณ ที่ทำการพรรค ปวงชนไทย

โดยได้ข้อสรุปอย่างเป็นรูปธรรม คือ แนวทางการแปรหนี้เป็นทุน โดยเสนอเป็นหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) ที่มีลักษณะลูกผสมระหว่างหุ้นสามัญและหุ้นกู้ โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินปันผลในอัตราคงที่ เพื่อช่วยพยุงให้กิจการยังเดินต่อได้ โดยจะหารือต่อเนื่องเพื่อให้ได้เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง เพื่อให้ SME ไทยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

-(016)

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

ซีพีและบริษัทในเครือ ร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์ซีเกมส์ – อาเซียนพาราเกมส์ 2025

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.46 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัทในเครือ ร่วมแสดงพลังครั้งสำคัญในพิธี “อัญเชิญไฟพระฤกษ์” มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยส่งตัวแทนจากเครือฯและบริษัทในเครือ ร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์รวม 8 จุด โดยในส่วนของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำวิ่งไฟพระฤกษ์โดย “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักชกขวัญใจคนไทย  พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ ซึ่งได้ร่วมวิ่งในจุดที่ 4  เป็นระยะทาง 850 เมตร เริ่มจากป้ายรถเมล์หน้าบริษัท โคเวย์ พระราม 9 ถึงหน้าป้ายรถเมล์หน้าด่านเก็บเงินทางด่วน จากนั้นไฟพระฤกษ์ได้ถูกส่งเข้าสู่ช่วงไม้ผลัดของผู้นำจากบริษัทต่าง ๆ ในเครือซีพี ซึ่งเข้าร่วมอัญเชิญไฟพระฤกษ์อย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ ไม้ที่ 5 นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ไม้ที่ 6 นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (True)  นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซีพียังได้ร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ตลอดเส้นทาง สร้างภาพพลังองค์กรที่เข้มแข็งและหลากหลาย ได้แก่ นายวิชัย จันทร์จริยากุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ (CP ALL – 7-Eleven) นายถิรายุ ทรงเวชเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัล บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า นายมนต์ชัย อินทรพรอุดม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CP AXTRA – Makro – Lotus’s) นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บจก.แอสเซนด์ มันนี่ และดร. สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App

บรรยากาศการร่วมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ของซีพีและบริษัทในเครือ เต็มไปด้วยเสียงเชียร์จากพนักงาน เสื้อทีมสีเดียวกัน และการรวมตัวของผู้นำจากหลายกลุ่มธุรกิจที่ก้าวเคียงกันบนเส้นทางเดียวกันอย่างภาคภูมิใจ สอดคล้องตามแนวคิด“รวมพลังคนซีพี ส่งต่อไฟแห่งแรงบันดาลใจ” เพื่อเชียร์ทัพนักกีฬาชาติไทยในมหกรรมกีฬาครั้งสำคัญนี้

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือซีพี กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซีพีภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนทัพนักกีฬาไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์พระราชทาน ซึ่งเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจอันทรงพลังที่ส่งต่อถึงนักกีฬาและประชาชนไทยทุกคน เราได้นำทุกธุรกิจในเครือฯ มาบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างเต็มที่ ทำให้การสนับสนุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้การแข่งขันกีฬาเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ยังสร้างแรงเชียร์และพลังใจให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและความภาคภูมิใจของประเทศอย่างแท้จริง”

ร้อยเอกสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ “บัวขาว บัญชาเมฆ” นักมวยชื่อดังขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ ในฐานะผู้นำวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในจุดของซีพี กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนเครือซีพีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าปลาบปลื้ม ที่ได้ร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาและประชาชน ตลอดเส้นทางวิ่งมีรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และความอบอุ่นจากพนักงานซีพี ซีพีจิตอาสา และประชาชนที่ช่วยกันสร้างบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความสุข”

ด้าน ดร.ฐานิสร์ ฟอลเล็ต Director of Legal & Contract Management บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในเครือซีพี นักวิ่งคณะติดตามนักวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ของซีพี กล่าวว่า “ตนเองรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมการรวมพลังของพนักงานซีพีที่ออกมาร่วมวิ่ง ถือคบเพลิง และร่วมสร้างบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความสุขตลอดเส้นทาง ซึ่งซีพีในฐานะผู้สนับสนุนหลักก็ได้ส่งเสริมมหกรรมกีฬาในครั้งนี้อย่างเต็ม ครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งอาหาร การสื่อสาร การใช้จ่ายระบบอิเล็กทรอนิกส์ ”

ทั้งนี้ นอกจากผู้บริหารและพนักงานของเครือซีพีที่พร้อมใจกันออกมาวิ่งติดตามการอัญเชิญไฟพระฤกษ์แล้ว ยังมีนักวิ่งสมัครเล่นที่เข้าร่วมสมทบ ซึ่ง นายฐมศิลป์ ตันศรีตรัง ได้เผยความรู้สึกด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมวิ่งในขบวนอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในงานมหกรรมซีเกมส์ 2025 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะไทยของเราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ผมเคยร่วมวิ่งซีเกมส์ที่สงขลามาแล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งพิเศษกว่าเดิม เพราะได้มาวิ่งที่กรุงเทพฯ และได้รับการคัดเลือกจากเครือซีพีให้เข้าร่วม จึงรู้สึกดีใจมาก โดยเฉพาะในฐานะที่เป็นลูกค้าของซีพีอยู่แล้ว เลยลองสมัครผ่านแฟนเพจ We Are CP และโชคดีที่ได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ เหนือสิ่งอื่นใดผมอยากส่งต่อกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคน ขอให้คว้าชัยและเป็นเจ้าเหรียญทองในซีเกมส์ปีนี้ให้ได้ เราทุกคนเป็นกำลังใจให้เสมอ”

นอกจากการวิ่งคบเพลิงแล้ว ภายในงาน ซีพีและกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ยังจัดบูธกิจกรรมพิเศษเพื่อเพิ่มสีสันให้กับประชาชนผู้ร่วมงาน อาทิ บูธของ CPF, True, CP ALL (7-11), CP AXTRA (Makro & Lotus’s), Ascend Money และ Amaze Super App รวมถึงการรวมพลังของจิตอาสาซีพีที่ช่วยกันเก็บขยะ เพื่อสร้าง Green ซีเกมส์ ตามแนวทางการจัดงานอย่างยั่งยืน ณ บริเวณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

ก่อนหน้านี้ ไฟพระฤกษ์ของซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ได้รับการอัญเชิญมาเก็บรักษาไว้ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้คณะผู้จัดการแข่งขันนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้ารับพระราชทานไฟพระฤกษ์เพื่อนำไปใช้ในพิธีเปิดการแข่งขัน ต่อมา ได้รับการอัญเชิญไปยัง 4 จังหวัด ที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, สงขลา และนครราชสีมา ก่อนจะมีการงานวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ในวันนี้

กิจกรรมวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 67 กิโลเมตร แบ่งเป็นเส้นทาง ราชมังคลากีฬาสถาน – อาคารนิมิบุตร ระยะทาง 37.1 กิโลเมตร และ อาคารนิมิบุตร – ราชมังคลากีฬาสถาน ระยะทาง 29.6 กิโลเมตร ร่วมกับอีก 2 จังหวัด คือ ชลบุรี และสงขลา ส่วนนครราชสีมา สำหรับกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ โดยรวมมีผู้ถือคบเพลิงอัญเชิญไฟพระฤกษ์ทั้งหมด 292 ผลัด ตลอดเส้นทางมีทั้งนักกีฬา ประชาชน และองค์กรต่าง ๆ รวมถึงเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศอบอุ่น สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งความสามัคคี เพื่อร่วมต้อนรับมหกรรมกีฬาของคนไทยทั้งชาติอย่างสมศักดิ์ศรี

ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซีพีได้ยึดมั่นในปรัชญา 3 ประโยชน์ ขององค์กร ทั้งการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ การสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชน และการสร้างคุณประโยชน์ต่อองค์กร พิธีวิ่งอัญเชิญไฟพระฤกษ์ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำปรัชญานี้มาปฏิบัติจริง เพราะไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งกีฬาและความสามัคคี แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนและนักกีฬาไทยร่วมส่งพลังใจและแรงเชียร์ให้ทัพนักกีฬา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของซีพีในการส่งต่อพลังบวกและสร้างความสุขให้กับสังคมไทยเสมอมา

#ซีพีร้อยเรียงใจพาไทยคว้าชัยซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ #คนไทยหัวใจนักสู้ #ซีเกมส์ #ซีเกมส์33 #อาเซียนพาราเกมส์ #SeaGame #SEAGames2025 #AseanParaGames2025 #AseanParaGames

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

กทปส. จัดงาน ‘BTFP Showcase 2025’ โชว์ 8 โครงการเด่นด้านเทคโนโลยีวิจัย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.44 น.

ถือเป็นกิจกรรมประจำของทุกปี ที่กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (Broadcasting and Telecommunications Research and Development Fund for the Public Interest-BTFP) หรือ กทปส. และงาน BTFP Showcase 2025  ปีนี้เพื่อนำผลสำเร็จและนวัตกรรม จากความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัย ที่ได้รับทุนสนับสนุน เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่ๆ ก้าวสู่เวทีการวิจัยให้มากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ได้คัดเลือก 8 โครงการไฮไลท์ ร่วมแสดงผลงาน ณ ศูนย์การค้าสามย่าน มิตรทาวน์ ลานกิจกรรมชั้น G วันที่ 14 พฤศจิกายน ศกนี้ โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และประธานกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เป็นประธานเปิดงาน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาท กทปส. ว่านอกจากจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนแล้ว ยังต้องการส่งเสริมการพัฒนาประเทศด้วยการจัดสรรเงินทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนและสังคมส่วนรวมได้

“เงินทุนที่ กทปส. ให้การสนับสนุน แบ่งเป็นประเภทที่ 1. ทุนเปิดกว้าง ประเภทที่ 2. ทุนที่คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนด ประเภทที่ 3. ทุนที่ กสทช.ประกาศกำหนด ประเภทที่ 4 ทุนสำหรับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำหรับปี 2568 มีหลายโครงการที่ได้รับทุน มีผลงานโดดเด่น  และเป็นประจำทุกปี ที่จะได้นำผลงานดังกล่าวมาร่วมแสดงในงาน BTFP Showcase เผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการวิจัย และนวัตกรรม ให้เป็นที่รู้จัก สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยใหม่ๆ ให้ก้าวเข้าสู่เวทีการวิจัยมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้โครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก กทปส. ได้พัฒนาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้อย่างแท้จริง” นายไตรรัตน์ กล่าว

สำหรับไฮไลต์ของการจัดงาน BTFP Showcase 2025  นอกจากจะนำผลงานจาก 8 โครงการ มาเผยแพร่แล้ว ยังเปิดเวทีให้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง ในการผลิตเนื้อหารายการและการพัฒนาบุคลากรด้านการผลิตเนื้อหารายการสู่ระดับสากล ทั้งนี้ หากมีผู้สนใจที่จะขอรับการสนับสนุนจากกองทุน ภายในงานนี้มีการเปิดพื้นที่ สำหรับให้คำปรึกษาแนะนำในการยื่นขอรับทุนด้วย

สำหรับ 8 โครงการที่นำมาจัดแสดงภายในงาน BTFP Showcase 2025 ได้แก่

1. โครงการให้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศ หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

2.  โครงการระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ  หน่วยงาน: มูลนิธิกรมควบคุมโรค

3.  โครงการพัฒนาแพลตฟอร์ม Edge Computing เพื่อต่อยอดแพลตฟอร์ม NETPIE IoT  หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

4. โครงการพัฒนาอุปกรณ์ถอดรหัสช่องสัญญาณมาตรฐาน 5G สำหรับสื่อการสอนและการ์ดเร่งความเร็ว FEC สำหรับโครงข่าย O-RAN หน่วยงาน: สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า    เจ้าคุณทหารลาดกระบัง

5.  โครงการการออกแบบและพัฒนาเรดาร์เพื่อการตรวจจับโดรนและจำแนกโดรนจากสิ่งรบกวน หน่วยงาน: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 

6. โครงการระบบบริหารด้านการเกษตรเพื่อวิสาหกิจชุมชน เฟส 2 หน่วยงาน: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

7.โครงการ KidBright Net: โครงข่ายการสื่อสารเพื่อการศึกษา (ระยะที่ 2) หน่วยงาน: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

8.  โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการผลิตบริการเสียงบรรยายภาพเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนพิการ หน่วยงาน: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ส่วนกิจกรรมเสวนา หัวข้อเรื่อง “การพัฒนาบุคลากรกับการผลิตเนื้อหารายการที่มีคุณภาพสู่ระดับสากล” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน ) หรือ CEA และ นายณัฏฐชาติ พวงสุดรัก ผู้อำนวยการส่วนนโยบายและแผน สำนักกองทุนวิจัยและพัฒนา สำนักงาน กสทช.

กิจกรรม Short Talk  มี ปราโมทย์ แสงศร, ศิวโรจณ์ คงสกุล และ อวัช รัตนปิณฑะ ร่วมวงพูดคุยถึงพลังการสร้างสรรค์ของคนเบื้องหลังกับทีมผู้กำกับภาพยนตร์คนรุ่นใหม่  สุดท้ายกับกิจกรรมการสัมภาษณ์ แชร์ประสบการณ์ และ วิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทรนด์วงการภาพยนตร์บันเทิง โดยศิลปินชื่อดัง นน-ชานน สันติธรกุล  นอกจากนี้ ภายในงาน “BTFP Showcase 2025” ยังจัดกิจกรรมพิเศษ Interactive Game ตอบคำถามรับของที่ระลึก เป็นการเพิ่มสีสันและสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ซึ่งงานนี้ มีนักเรียน นักศึกษา ให้ความสนใจ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

-(016)

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag): ผลของความดีที่ส่งต่อให่ไปถึงผู้ประสบภัย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางจิตใจและส่งเสริมความยั่งยืนของชุมชน โดยมอบ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” (Heart Bag) เป็นที่ระลึกแก่ผู้แสดงความจำนงบริจาคหัวใจให้สภากาชาดไทย 100 คนแรก ตามโครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

กิจกรรมนี้ ผสานความตั้งใจในการทำความดีเข้ากับการช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุใหญ่ โดยใช้พลังแห่งการให้เป็นแรงขับเคลื่อนการฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายอาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย แถลงถึงความหมายของ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” ว่าไม่ใช่เป็นเพียงของที่ระลึก แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตาและการฟื้นฟู

กระเป๋าแต่ละใบผลิตด้วยมือ  (Handmade) จากวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้ไผ่ ผักตบชวา เชือกกล้วย  หวาย  ใยกัญชง  หรือ ปอ   โดยหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายยาก สะท้อนภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทยที่กำลังได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ เช่น ดิออร์  หลุยส์ วิตตอง

โครงการนี้เน้นการจัดซื้อตรงจากกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง โดยพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุน ชุดแรกได้แก่:
• หมู่บ้านชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
 หมู่บ้านลานแหลม ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างสรรค์ของที่ระลึกที่มีความหมายสูงส่ง แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้ในยามยากลำบาก และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและคนในชุมชนที่สืบทอดงานหัตถกรรมพื้นบ้านด้วยความรักและความชำนาญ

ผู้ที่ได้รับ “กระเป๋าแห่งหัวใจ” คือผู้ที่แสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ในการทำความดี ด้วยการให้คำมั่นว่าจะบริจาคหัวใจและอวัยวะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระเป๋าใบนี้จึงเปรียบเสมือนของขวัญแห่งเกียรติยศ ไม่ต่างจากการถือกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง เพราะบรรจุไว้ด้วยคุณค่าของการแบ่งปันและการส่งต่อพลังชีวิตจากผู้ให้สู่ผู้รับ

“กระเป๋าแห่งหัวใจ” เป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงความเมตตาของคนไทยเข้ากับงานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างงดงาม “หัวใจของผู้ให้” ได้ถูกส่งต่อเพื่อเยียวยา “หัวใจของชุมชน” ให้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง

ภาพแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตร ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนปักกิ่ง รัฐบาลจีนต้อนรับถวายพระเกียรติยศสูงสุด

ภาพแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตร ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนปักกิ่ง รัฐบาลจีนต้อนรับถวายพระเกียรติยศสูงสุด

ภาพแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตร ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนปักกิ่ง รัฐบาลจีนต้อนรับถวายพระเกียรติยศสูงสุด

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13–17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทย–จีน อีกทั้ง ยังเป็นวาระเฉลิมฉลองครบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา  10.35  น.  (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปยังมหาศาลาประชาชน บริเวณลานด้านทิศตะวันออก ณ ที่นั้น นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และศาสตราจารย์เผิง ลี่หยวน ภริยา พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง สาธารณรัฐประชาชนจีน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ 

ต่อจากนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพ พร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ  วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามลำดับ  ฝ่ายจีนยิงสลุต 21 นัด ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความเคารพในระดับสูงสุด ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางทหารสากลที่ใช้ในโอกาสสำคัญต่างๆ ของชาติ ผู้บังคับกองทหารเกียรติยศ กราบบังคมทูลรายงานและเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจแถวทหารเกียรติยศ เป็นภาษาจีน  

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปทรงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ  เมื่อเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวเด็กชาวจีนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่างโบกธงชาติไทย ธงชาติจีน และช่อดอกไม้  โอกาสนี้ ทรงแย้มพระสรวลและทรงโบกพระหัตถ์ทักทายเด็กชาวจีนเหล่านั้น  จากนั้น เสด็จขึ้นแท่นรับการถวายความเคารพอีกครั้ง  เพื่อทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศและการแปรขบวนของวงดุริยางค์ทหาร  เมื่อเสร็จสิ้นการสวนสนามและการแปรขบวนดังกล่าวแล้ว  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  จึงเสด็จพระราชดำเนินเข้ายังอาคารมหาศาลาประชาชน

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยา ดังใจความตอนหนึ่งว่า…

“ข้าพเจ้าก็ยินดีที่มีโอกาสได้มาเยือน และได้เห็นความเจริญก้าวหน้าความสวยงาม ของเมืองมีความชื่นใจภูมิใจที่ ประเทศของเราทั้งสองได้มีความสัมพันธ์ ฉันมิตรอย่างใกล้ชิด ที่สุด และได้มีการแลกเปลี่ยนและมีกิจกรรมหลายอย่าง ที่ได้ร่วมทำด้วยกัน”

ขณะที่ นาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวว่า “การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลือกจีนเป็นประเทศแรกในการเยือนอย่างเป็นทางการ แสดงถึงความสำคัญที่ไทยให้กับความสัมพันธ์จีน–ไทย และสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในแนวคิด จีน–ไทยคือครอบครัวเดียวกัน”

ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสถานที่สำคัญต่างๆ ในกรุงปักกิ่ง ได้แก่ วัดหลิงกวง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กรุงปักกิ่ง ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรด้านการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีด้านอวกาศจีน ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมวิทยาศาสตร์นักบินจีน และศูนย์ควบคุมการบินอวกาศกรุงปักกิ่ง

นอกจากนี้ ยังเสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร: นิทรรศการโบราณวัตถุฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน” รวมทั้งทอดพระเนตรพระที่นั่งไท่เหอ

การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ เป็นหมุดหมายสำคัญในการสืบสานมิตรภาพและความร่วมมือรอบด้านระหว่างไทย–จีน อันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

รวมร้านดังการันตี ‘Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB’

รวมร้านดังการันตี 'Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB'

รวมร้านดังการันตี ‘Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.29 น.

สายกินห้ามพลาด!   Gourmet Eats ศูนย์รวมความอร่อยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์  จับมือ    LINE MAN Wongnai ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารอันดับหนึ่งของไทย ต่อยอดรางวัล Users’ Choice ร้านอร่อยรีวิวดี เปิดฮับความอร่อยกับโซน  “Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB”  จุดเช็กอินใหม่ของเหล่านักชิม ทั่วกรุงเทพฯ  รวมร้านเด็ดกว่า 25 ร้านดังเจ้าของรางวัล Users’ Choice ระหว่างวันที่ 13 – 26 พฤศจิกายน 2568  บริเวณ  Gourmet Hall ชั้น G พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

โดยภายใน Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB” แบ่งเป็นร้านอาหารดัง ห้ามพลาดเป็น   4 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ 

● Users’ Choice สายอาหารคาว ครบเครื่องต้องลอง: สุกี้พรศิริ   ร้านดังกับเมนู ‘สุกี้ผัดแห้ง’ เครื่องแน่นและซอสสูตรพิเศษ  , หมึกมันไก่ ข้าวมันไก่สไตล์สิงค์โปร์  ไก่นุ่มฉ่ำเสิร์ฟพร้อมตับทองนุ่มละมุน   , ครัวบ้านเอ   ขาหมูพะโล้ และ อาหารใต้ -อีสาน จากเอ ศุภชัย , ชู้ลาว ชู้รส ร้านอาหารอีสานสูตรสะหวันนะเขต จาก สปป. ลาว, Baleemu  (บะ-หลี่-หมู่) ร้านบะหมี่คลุกเจ้าดัง ย่านถนนพระอาทิตย์ และ เทพผัดไทย  ผัดไทยหอมกลิ่นพริกคั่ว รสเผ็ดนัว

● Users’ Choice สายหวานห้ามพลาดBread bar เค้ก Crunchy Choco Bomb พรีเมียมร้านดังในโซเชียล   , Ba Hao Tian Mi (ปา เฮ่า เถียน มี่) ร้านพุดดิ้งและเครื่องดื่มสไตล์จีนโมเดิร์นจากเยาวราช , K-Pastry ขนมอบฝรั่งเศส โดย เชฟเคอร์ Hell’s kitchen  , Groob Glace  ร้านไอศกรีมฟิวชันรสชาติไทยๆ ครีเอทเมนูโดยเชฟฟ้า MasterChef Thailand และ dolly churros ขนมชูโรส ต้นตำรับสเปน ทอดร้อนๆ ชิ้นต่อชิ้น     

● Users’ Choice สายเครื่องดื่ม Specialty:  เริ่มจาก Flourist Matcha มัจฉะพรีเมียมร้านดัง จาก จ. ปทุมธานี , Teaory Teahouse เมนูชาและของหวานโมจินมสดโรยผงมัจฉะ, SILA Premium Thai Tea ชาไทยพรีเมียมรสเข้มข้น กับเมนูซิกเนเจอร์ ROYAL THAI TEA  และ โต้วเจียง น้ำเต้าหู้ร้อน-เย็น เครื่องแน่น

● Users’ Choice อาหารหลากหลายสัญชาติ : ได้แก่  ร้านกะเพราแท้ ครบเครื่องตำรับไทยแท้ , หอมด่วน ร้านอาหารเหนือต้นตำรับเจ้าดังย่านเอกมัย, ข้าวซอยนิมมาน ส่งความอร่อยจากเชียงใหม่ , ก๋วยเตี๋ยวเรือสามแซ่บ รสเผ็ด เปรี้ยว หวาน สูตรอยุธยาดั้งเดิม , ฟ่าน (FAAN) ภัตตาคารจีนเจ้าดัง ย่านกัลปพฤกษ์, อาม่งหม่าล่า หม่าล่าหม้อไฟ และสุกี้หมาล่า รสชาติถูกปากคนไทย , กู่หลงเปา ซาลาเปาโบราณ สูตรแต้จิ๋ว 100 ปี , Sosinesso Galbi-Jjim & Korean Cuisine  ร้านอาหารเกาหลีดังย่านอารีย์  และ Wagyu Wagyu อิซากายะยอดฮิตย่านสุขุมวิท 

พิเศษ รับโค้ดสุดคุ้ม!  เมื่อสั่งผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN ทั้งรูปแบบ Delivery  และ  Pick & Go 

–  พิมพ์โค้ด  GOURMETUCNEW สำหรับผู้ใช้ใหม่: ลด 30% สูงสุด 100 บาท* เมื่อมียอดสั่งขั้นต่ำ 200 บาท

– พิมพ์โค้ด   GOURMETUC100 สำหรับผู้ใช้เดิม: ลด 15% สูงสุด 100 บาท* เมื่อมียอดสั่งขั้นต่ำ 250 บาท

– พิมพ์โค้ด   GOURMETPICK สำหรับ Pick & Go: ลด 20% สูงสุด 100 บาท* เมื่อมียอดสั่งขั้นต่ำ 250 บาท *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

พบกับร้าน Users’ Choice เจ้าดังที่พร้อม หมุนเวียนเสิร์ฟความอร่อยไม่ซ้ำ อีกมากมายที่  Users’ Choice x Gourmet Hall FOODIES HUB” ได้ตั้งแต่ วันที่ 13 – 26 พฤศจิกายน 2568  บริเวณ  Gourmet Hall ชั้น G พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์   ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : linemanth และ Gourmet Eats The Mall Group

คุณแหน : 17 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 17 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 17 พฤศจิกายน 2568

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.44 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงยกยอดฉัตรพระมหารามัญเจดีย์และทรงเปิดป้ายสมโภชพระอารามครบ 150 ปี วัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร เกาะเกร็ด นนทบุรี 4 ธ.ค.13.00 น.

อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานเปิดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 2568 “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่นป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ” ณ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน..๐๐

พล.ต.ต.ชูเกียรติ-จิตรา ประทีปะเสน พร้อม รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร, ภัทธิรา หาญสกุล ไปร่วมยินดีกับ จีรานุช ภิรมย์ภักดี ในงานฉลองมงคลสมรสพระราชทานของลูกชายคนเก่ง สุนิษฐ์ ภิรมย์ภักดี สก๊อต กับ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล..๐๐

ยินดีกับ ดร.ธีรณี อจลากุล ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี..๐๐

รศ.ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย ชวนคนใจบุญ มาร่วมลุ้นรถ ลุ้นทอง ได้บุญ ซื้อสลากกาชาดจุฬาฯ เพียงใบละ 100 บาท ก็มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล รถ Mercedes-Benz A200 AMG, รถ BYD Seal 5 DM-i (Premium) และรถ MG S5 EV D+ นอกจากนี้ยังมีทองคำแท่งและรางวัลเลขท้ายอีกเพียบ ร่วมทำบุญเพื่อช่วยเหลืองานสาธารณกุศลของสภากาชาดไทย ได้ที่โทร 02-2180384 และ 02-2180066..๐๐

วัดโบสถ์เมืองบางขลัง จ.สุโขทัย จัดพิธีเททองหล่อองค์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์และพ่อขุนผาเมือง เนื้อทองสัมฤทธิ์ฝรั่ง ขนาดความสูง 3 เมตร ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งบูรพมหากษัตริย์ผู้สร้างชาติ ทรงวางรากฐานแห่งความเป็นชาติไทย 21 พ.ย.09.09 น.  ชื่อบัญชี “เพื่อสร้าง สองพ่อขุน วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง”  ธ.ออมสิน เลขที่บัญชี 020468392533 สอบถามพระครูพิพัฒน์สุตากร 095-9232699..๐๐

กองทุนเพื่อผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เชิญร่วมบริจาคทุก 3,500 บาท รับ Art Toy สีสุดพิเศษ ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ชื่อบัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สาขา มธ.ศูนย์รังสิต เลขที่บัญชี 091-0-20188-8 Line@tuh_donation  โทร.02-9269432..๐๐

ขอแสดงความเสียใจกับ ประชา  เหตระกูล และลูกๆ ดอม-ดล-แดน เหตระกูล ที่สูญเสีย ปรียาพร เหตระกูล พิธีรดน้ำศพ 17 พ.ย.16.00 น. และสวดพระอภิธรรมถึง 22 พ.ย.18.30 น.ที่ศาลาเจ้าจอม วัดธาตุทอง และฌาปนกิจ 23 พ.ย.14.00 น. เจ้าภาพแจ้งงดพวงหรีด ..๐๐

คุณแหน 

พิชิตเบาหวานด้วยการเลือกโภชนาการที่ดี คุมระดับน้ำตาลในเลือด สู่ภาวะเบาหวานสงบ

พิชิตเบาหวานด้วยการเลือกโภชนาการที่ดี คุมระดับน้ำตาลในเลือด สู่ภาวะเบาหวานสงบ

พิชิตเบาหวานด้วยการเลือกโภชนาการที่ดี คุมระดับน้ำตาลในเลือด สู่ภาวะเบาหวานสงบ

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคเบาหวาน ยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas ปี 2025 ระบุว่า ความชุกของโรคเบาหวานในกลุ่มผู้ใหญ่ชาวไทยอายุ 20-79 ปี อยู่ที่ 11.7% ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ในภูมิภาคอาเซียน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 11.1% กระทรวงสาธารณสุขยังชี้ว่า ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและโรคไตเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญ ในโอกาสวันเบาหวานโลก ปี 2568 จึงเป็นช่วงเวลาอันดีที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันยกระดับการป้องกัน การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรก และการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับผู้ป่วยทุกคน

ทพญ. ดร. อรุณี ลายธีระพงศ์ ผู้อำนวยการการแพทย์ด้านโภชนาการของแอ๊บบอต ประจำประเทศไทย เผยว่า แม้โรคเบาหวานเกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยง แต่การเลือกรูปแบบวิถีชีวิตคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความรุนแรงของโรค รวมไปถึงภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ทั้งนี้ ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียกำลังเผชิญกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชากรมีแนวโน้มของการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงและการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้น จากการศึกษาพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานในเอเชียมากถึง 3 ใน 4 คน มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการดูแลโภชนาการตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ความมุ่งมั่นในการเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบ

จากสถิติโรคเบาหวานที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันกลยุทธ์เชิงรุกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ควบคู่กับการให้ความรู้และการสนับสนุนระยะยาว กระทรวงสาธารณสุขไทยจึงได้ร่วมกับหน่วยงานและสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission Guidelines) เมื่อปี พ.ศ. 2565 โดยเน้นย้ำการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำกว่าค่าที่ใช้วินิจฉัยโรคอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้ยา ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของภาวะเบาหวานสงบ (Diabetes Remission) แนวทางดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวดเป็นกุญแจสำคัญสู่ภาวะเบาหวานสงบ โดยเฉพาะการวางแผนโภชนาการที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

จากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ภาวะเบาหวานสงบ (Remission) หมายถึง ภาวะที่ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c) ให้อยู่ต่ำกว่า 6.5% (หรือ 48 mmol/mol) ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่ต้องใช้ยารักษาเบาหวานโดยตรง ซึ่ง ทพญ.ดร.อรุณี ได้เน้นย้ำว่า “แม้ภาวะเบาหวานสงบจะเป็นเป้าหมายที่ผู้ป่วยหลายคนคาดหวัง แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การหายขาดจากโรค ต้นเหตุสำคัญอย่างภาวะดื้อต่ออินซูลินและปัจจัยทางพันธุกรรมยังคงมีอยู่ จึงจำเป็นต้องดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาภาวะสงบนี้ไว้”

โภชนาการ: เครื่องมือสำคัญในการสู้เบาหวาน

ความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับการปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยรูปแบบดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการปรับโภชนาการหรือการออกกำลังกายควรทำอย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นความท้าทายในการปฏิบัติตามในชีวิตจริง ดังนั้นอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมโภชนาการต่อวันได้ดียิ่งขึ้น

การศึกษาวิจัยทางคลินิคซึ่งเผยแพร่เมื่อปี พ.ศ. 2560 ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 235 คน ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ซึ่งรับประทานอาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทดแทนมื้ออาหารบางส่วนควบคู่กับการปรับแผนการบริโภคอาหารให้เหมาะกับแต่ละบุคคลโดยใช้อาหารประจำถิ่นพร้อมกับการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ เป็นเวลา 180 วัน พบว่า ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลงที่ 1.1% ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ น้ำหนักลดลง 6.9 กิโลกรัม หรือลดลง 8.3%  ค่าความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัว (Systolic Blood Pressure) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การนำผลิตภัณฑ์อาหารสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาใช้แทนมื้ออาหารบางส่วนหรือทั้งหมดในแต่ละวัน อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนร่วมกับโรคเบาหวาน และกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน

ทพญ. ดร. อรุณี กล่าวเสริมว่า “การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แทนมื้ออาหาร เป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสผสมผสานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายเข้ามาในแผนการรับประทานของตน ซึ่งอาจส่งผลให้สามารถปฏิบัติตามแผนโภชนาการได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น”

สร้างสุขนิสัยในที่ทำงาน เพื่อควบคุมโรคเบาหวาน

การดูแลโรคเบาหวานให้ได้ผลต้องอาศัยความตั้งใจและการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต สอดคล้องกับแนวทางของวันเบาหวานโลกประจำปี 2568 ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการโรคเบาหวานในสถานที่ทำงาน ซึ่งมีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณสร้างสุขนิสัยที่ดีระหว่างวันทำงานได้มากขึ้น

วางแผนการกินอย่างรอบคอบ

การคิดล่วงหน้าและเตรียมแผนสำหรับอาหารเช้า กลางวัน เย็น รวมถึงของว่าง เป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน โดยควรคำนึงถึงความสมดุลของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน รวมถึงการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้ อาจพิจารณาใช้อาหารทดแทนสูตรครบถ้วนสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น กลูเซอนา ซึ่งให้สารอาหารที่หลากหลายที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มาเป็นหนึ่งในทางเลือกในการทดแทนบางมื้ออาหาร การเสริมโภชนาการตามข้างต้นจะช่วยควบคุมปริมาณแคลอรีต่อวันได้ดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานที่มีน้ำหนักตัวน้อยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ

เลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ

คาร์โบไฮเดรตส่งผลโดยตรงต่อระดับน้ำตาลในเลือด การเข้าใจเรื่อง “ดัชนีน้ำตาล” (Glycemic Index – GI) จะช่วยให้เลือกอาหารได้ดียิ่งขึ้น อาหารที่มีค่า GI ต่ำจะย่อยช้ากว่า ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้าลง ตัวอย่างเช่น ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ควินัว ผลไม้บางชนิด และถั่วต่าง ๆ การเลือกคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมจึงมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใส่ใจในสิ่งที่เลือกรับประทานเป็นของว่าง

การรับประทานของว่างระหว่างการประชุมเป็นเรื่องปกติในที่ทำงาน แต่พฤติกรรมนี้ก็อาจเป็นการเพิ่มปริมาณแคลอรีให้ร่างกายโดยไม่ตั้งใจ และมักเพิ่มปริมาณน้ำตาลที่มากเกินไป ดังนั้น เมื่อต้องการรับประทานของว่าง ให้พิจารณาตัวเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ถั่วไม่ใส่เกลือ ผลไม้ หรือผักที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารเพื่อช่วยรักษาสุขภาพที่ดี การควบคุมปริมาณก็สำคัญเช่นกัน เพราะแม้แต่ของว่างที่ดีต่อสุขภาพก็อาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้หากกินมากเกินไป

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เนื่องจากร่างกายจะดึงกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์มากขึ้น และช่วยให้ร่างกายใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวาน ควรออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะ ๆ หรือว่ายน้ำ แม้ในวันทำงานที่แสนวุ่นวาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ลองเปลี่ยนมาใช้บันไดแทนลิฟต์ หรือชักชวนเพื่อนร่วมงานตั้งกลุ่มออกกำลังกายสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเล่นแบดมินตันหลังเลิกงาน อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลังกาย เพราะภาวะขาดน้ำอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นได้

“การดูแลโภชนาการของผู้เป็นเบาหวานควรปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล ขณะเดียวกัน พฤติกรรมและวิถีชีวิตในที่ทำงานในแต่ละวันก็มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์ด้านสุขภาพโดยรวม การเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและดูแลโภชนาการตั้งแต่เนิ่น ๆ ถือเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เพียงเพื่อช่วยให้การดูแลโรคเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังอาจช่วยให้ผู้ป่วยบางรายสามารถควบคุมโรคจนเข้าสู่ภาวะเบาหวานสงบได้ เริ่มจากการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพในแต่ละวัน และขยับร่างกายให้มากขึ้นระหว่างวันทำงาน การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านี้ หากทำอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน และเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดผลอย่างยั่งยืน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อวางแผนโภชนาการและวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับกิจวัตรและสภาพแวดล้อมในการทำงานถือเป็นสิ่งสำคัญ” ทพญ. ดร. อรุณี กล่าวสรุป

เนื่องในโอกาสวันเบาหวานโลก แอ๊บบอตมุ่งส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลโรคเบาหวาน เพื่อให้ผู้คนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างมั่นใจ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่และมีสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมเมื่อเป็นเบาหวาน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.family.abbott/th-th/glucerna.html

‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

‘ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์’ หัวเรือใหญ่ ‘ทีเส็บ’ ร่วมขับเคลื่อน ‘มหกรรมพืชสวนโลก 2569 อุดรธานี’

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ด้วยบริบทการแข่งขันทางเศรษฐกิจระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการกำหนดทิศทางการลงทุน และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดรับกับแนวโน้มโลก และศักยภาพของประเทศ จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของประเทศไทย

อุตสาหกรรมไมซ์ เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ที่มีนักเดินทางเข้ามาเจรจาธุรกิจใช้เวทีแสดงสินค้า งานประชุมวิชาการ หรือแม้กระทั่งงานประชุมองค์กร เป็นวัตถุประสงค์หลัก  สร้างเครือข่ายธุรกิจผ่านเวทีงานในประเทศไทย โดยช่วงที่ผ่านมาไทยมีโอกาสได้แสดงศักยภาพในการจัดงาน เมกะอีเวนท์ที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งการเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับโลกไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่  จนสามารถสร้างบทบาทบนเวทีโลกในหลากหลายมิติ

ล่าสุดจากการทำงานร่วมกันทุกระดับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ทางสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ได้ประกาศการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (ระดับ B)   ภายใต้แนวคิด Diversity of Life: Connecting people, water and plants for sustainable living (วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)  ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 (134 วัน) บริเวณพื้นที่ ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนเนื้อที่ 1,030 ไร่ แบ่งเป็น พื้นน้ำ 400 ไร่ และพื้นดิน 630 ไร่

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ

สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ด้วยสถานะความเป็นประตูสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงความเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและเศรษฐกิจของทางจังหวัดอุดรธานี ทำให้มั่นใจได้ว่าการจัดงานครั้งนี้ จะสามารถสะท้อนภาพแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมตลอดจนพันธุ์ไม้นานาชนิดของชาวอุดรธานีได้เป็นอย่างดี

อีกทั้ง การเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 2569  ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างทักษะ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านธุรกิจการนำเข้าและส่งออกผลผลิตการเกษตร ส่งเสริมการต่อยอดงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้เป็นอย่างมากเพิ่มเงินสะพัดระหว่างการจัดงานได้ประมาณ 32,000 ล้านบาท

สร้างโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ คาดว่าจะทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมงานถึง 3.6 ล้านคน เป็นชาวไทยร้อยละ 70 และชาวต่างชาติร้อยละ 30 มีจำนวนประเทศ ที่เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 20 ประเทศ / องค์กร / สมาคม  สามารถเพิ่มมูลค่าการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ประมาณ 20,000 ล้านบาท เกิดการสร้างงาน การจ้างงาน ประมาณ 81,000 อัตรา รวมถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจ สร้างโอกาสการลงทุนจากต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสังคม รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลกที่เข้ามาชมงาน

ขณะที่ ทีเส็บในฐานะเป็นหน่วยงานที่เข้าถึงผู้จัดงานทั้งโลก สามารถเข้าไปเชื่อมต่อพูดคุยอย่างมีเทคนิค เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานแต่ละประเทศทั่วโลกเชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจ จึงจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อความพร้อมในการต้อนรับนักเดินทางที่จะมาจากทั่วโลก โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นให้มีบทบาทร่วมคิด ร่วมสร้าง การปลูกฝังความภาคภูมิใจและการเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพื่อผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงาน

แสดงศักยภาพเกษตรและพืชสวนไทย

ดร. ศุภวรรณ กล่าวต่อว่า  งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี แม้จะอยู่ในระดับ B ตามการจัดประเภทของสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH) แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปูทางการจัดงานในระดับ A1ที่จังหวัดนครราชสีมาในปี 2572  เป็นเวทีสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกษตรและพืชสวนไทยต่อสายตานานาชาติ ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสาน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนในอนาคต และยกระดับภาพลักษณ์ของอีสานให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงโลกกับวิถีไทย

อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลกผ่านการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ  เป็นแรงขับเคลื่อนในเมกะอีเวนท์สำคัญอื่นๆที่ทีเส็บจะดำเนินการยื่นประมูลสิทธิ์ในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งต่อๆ ไป เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานเมกะอีเวนท์ระดับโลก  และมีศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงยั่งยืน