คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 6 พฤศจิกายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ..
  • อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล, ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการในคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง..
  • ศ.นพ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานเปิดงานวันคนพิการ ครั้งที่ 56 ประจำปี 2568 จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ  ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมฯ พร้อมคณะกก.อาทิ ดร.วิชัย ไทยถาวร,อัจฉรา เกษมวัฒนา,ธิดารักษ์ สัจจพงษ์,ปราโมทย์ สัชฌุกร ร่วมพิธี  8 พ.ย.09.00 น. อาคาร 9 ชั้น 1 บ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ถ.แจ้งวัฒนะ ..
  • ชมรมดนตรีสยาม ขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล “อมตะเพลงจีนในดวงใจ” ร่วมฉลอง “ปีทองแห่งมิตรภาพไทย – จีน” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย  กับสาธารณรัฐประชาชนจีน  รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบกองทุนโรคหลอดเลือดสมอง สถาบันประสาทวิทยา 16 พ.ย.14.00 น. ห้องประชุมใหญ่ บ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)ถ. แจ้งวัฒนะ อาคาร 9 ชั้น 2 พบศิลปินชาวไทยที่มาขับขานบทเพลงจีนสากลที่คุ้นเคยแสนไพเราะ อาทิเช่น อิงค์ ชิสา วิเศษกุล The Voice of China, อลิศ Golden Songสุนทรีย์ จวบสมัย, รวี รัตติกาล, หลินหลิน อินไทยแลนด์, หนึ่ง Terry Lu, ครูผิง (張瑞萍), อาร์ม เงาเสียงเจินเจิน และ เอ๊ะ ซูฉี ไทยแลนด์ บัตรราคา 1,000 / 1,500 / 2,000 / 2,500 บาท จองซื้อบัตรโดยติดต่อ line Id: Eed Soontaree..
  • วัดโบสถ์เมืองบางขลัง จ.สุโขทัย เชิญชวนเหล่าลูกหลาน พร้อมกัน ณ จุดกำเนิดประเทศไทย ร่วมพิธีเททอง องค์ปฐมกษัตริย์ สูง 3 เมตร พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพ่อขุนผาเมือง เนื้อทองสัมฤทธิ์ ขนาดความสูง 3 เมตร ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งบูรพมหากษัตริย์ผู้สร้างชาติทรงวางรากฐานแห่งความเป็นชาติไทย  21 พ.ย.19.09 น.ชื่อบัญชี “เพื่อสร้าง สองพ่อขุน วัดโบสถ์ ต.เมืองบางขลัง” ธ.ออมสิน เลขที่บัญชี 020468392533 ..สอบถามพระครูพิพัฒน์สุตากร 095-9232699..
  • ลานทิพย์ ทวาทศิน นายกสมาคม YWCA กรุงเทพฯ จัดงาน YWCA Diplomatic Charity Bazaar ฉลอง 70 ปีของการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ให้ด้วยใจยินดี ปีที่แล้วทางสมาคมฯ ได้ช่วยเหลือ 60 โครงการ ปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าช่วยให้ได้ถึง 70 โครงการ ชวนช็อปสนุกสินค้าจากสถานทูตต่างๆ กว่า 43 ประเทศ ได้ของดีและได้ทำกุศลช่วยเด็ก ผู้ป่วยและผู้ลำบากทั้งหลาย 6-9 พ.ย.ที่ เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 7 Pulse Zone ..

น้อง

การท่องเที่ยวไต้หวัน พาแฟนคลับไทยบินลัดฟ้าร่วมงานแฟนมีต ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจตามรอยศิลปิน

การท่องเที่ยวไต้หวัน พาแฟนคลับไทยบินลัดฟ้าร่วมงานแฟนมีต 'อาเล็ก-ธีรเดช' พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจตามรอยศิลปิน

การท่องเที่ยวไต้หวัน พาแฟนคลับไทยบินลัดฟ้าร่วมงานแฟนมีต ‘อาเล็ก-ธีรเดช’ พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจตามรอยศิลปิน

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.59 น.

“อาเล็ก-ธีรเดช” จัดงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พาแฟนคลับไทยบินลัดฟ้ามาไต้หวัน สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันต่อยอดกระแส จัดแพ็กเกจท่องเที่ยวพิเศษโพรโมตการท่องเที่ยว

ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวัน ได้จัดงานแฟนมีตติ้งในต่างประเทศครั้งแรก ณ ศูนย์จัดแสดงอเนกประสงค์ CORNER MAX กรุงไทเป โดยกิจกรรมครั้งนี้ผสานเสน่ห์ของศิลปินเข้ากับการส่งเสริมการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้ร่วมมือกับบริษัททัวร์ สายการบิน และแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เปิดตัวแพ็กเกจ “ทริปแฟนมีต อาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” ซึ่งมาพร้อมสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญชวนเหล่าแฟนคลับชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวไต้หวันพร้อมตามรอยศิลปินภายใต้สโลแกนประจำปี “ไต้หวันมะ?” ที่ชวนให้ชาวไทยออกมาสำรวจเสน่ห์อันหลากหลายของไต้หวันด้วยตนเอง กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากเหล่าแฟนคลับชาวไทยที่เดินทางมาร่วมงาน ได้ใกล้ชิด พบปะ ถ่ายภาพ และเก็บเกี่ยวความทรงจำอันงดงามจากการมาเยือนไต้หวันในครั้งนี้

ไต้หวันใช้เวลาเดินทางจากไทยเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง อีกทั้งยังมี นโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย จึงเป็นโอกาสอันดีที่สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันได้เชิญ “อาเล็ก–ธีรเดช เมธาวรายุทธ” นักแสดงชื่อดังจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ของประเทศไทย มารับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวันประจำปี 2025 พร้อมเปิดตัวสโลแกน “ไต้หวันมะ?” ซึ่งเป็นคำเชิญชวนที่อบอุ่นและเป็นมิตร มาใช้เป็นสโลแกนประจำปี พร้อมจัดกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาเยือนไต้หวันมากยิ่งขึ้น อาเล็ก-ธีรเดชนั้นเป็นนักแสดงหนุ่มขวัญใจของคนไทยทุกช่วงวัย ด้วยภาพลักษณ์สดใส เป็นมิตร และมีบุคลิกเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยว เขาเคยมาเยือนไต้หวันหลายครั้ง ทั้งที่เกาสงและหมาจู่ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านภาพยนตร์สั้นเพื่อโพรโมตการท่องเที่ยวไต้หวันซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ชาวไทย

ภายในงาน คุณหวงอี้เฉิง ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ได้กล่าวขอบคุณอาเล็กสำหรับการสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวัน พร้อมกล่าวว่า

“ไต้หวันมะ?” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนคำเชิญชวนที่อบอุ่นและจริงใจจากชาวไต้หวันที่อยากให้เพื่อนชาวไทยได้มาสัมผัสเสน่ห์และประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดพิเศษด้วยตนเอง

ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวต่างประเทศยอดนิยมของชาวไทย ซึ่งตรงกับช่วงที่ไต้หวันมีอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การท่องเที่ยว งานแฟนมีตติ้งในครั้งนี้จึงถือเป็นตัวอย่างของการนำ เสน่ห์ของศิลปินมาผสานกับกิจกรรมการท่องเที่ยว สร้างกระแสความสนใจและเพิ่มแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางมาเยือนไต้หวันมากยิ่งขึ้น

ในอนาคต สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ จะยังคงเดินหน้าร่วมมือกับสายการบินไต้หวัน  บริษัททัวร์ไทย และผู้ให้บริการบัตรเครดิต เปิดตัวโปรโมชันพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวไทย พร้อมผนึกกำลังกับคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ไทยในการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวหลากหลาย เช่น การสักการะวัดดัง, การชิมอาหาร Michelin Bib Gourmand, การท่องเที่ยวรถไฟ–จักรยาน (Rail & Bike Tourism) และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อทุกเพศ (Gender-friendly Tourism) ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่หลากหลายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อขยายการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไต้หวันและเพิ่มแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาเยือนไต้หวันมากยิ่งขึ้น

-(016)

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

เริ่มแล้ว ‘เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568’ ชวนคนยุคใหม่สืบสานคุณค่าจากขุนเขาผ่านเมนูดัง รังสรรค์จากวัตถุดิบโครงการหลวง

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.47 น.

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และกูร์เมต์ อีทส์ ศูนย์รวมความอร่อยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ภายใต้การบริหารโดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป และบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงาน “เทศกาลสินค้าโครงการหลวง 2568” ส่งตรงสินค้าคุณภาพจากชาวเขาและเกษตรกรกว่า 1,000 รายการ จาก 15 กลุ่มสินค้าสู่ชาวเมือง พร้อมสืบสานแรงบันดาลใจสู่คนยุคใหม่ผ่านเมนูอร่อยจากร้านดังกว่า 20 ร้านค้า ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมาปรุงเป็นเมนูพิเศษให้เลือกช้อป – ชิม ตลอดการจัดงาน

สินค้าไฮไลต์จากกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มผัก ได้แก่ ข้าวโพดข้าวเหนียวสวีทแฟนตาซี เมล็ดเหนียว นุ่ม หวาน มี 3 สีในฝักเดียว, แตงกวาญี่ปุ่น เนื้อสัมผัสกรอบอร่อย, ผักโขมคละสี มากด้วยคุณประโยชน์และปรุงอาหารได้หลากหลาย, ผักกาดขาวปลี แคลเซียมและโฟเลทสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือด กระดูก และฟัน ให้แข็งแรง 

กลุ่มผลไม้ ได้แก่ ลูกอาบิว ผลไม้หาทานยาก เนื้อละมุนคล้ายเจลลี รสชาติหวานหอม, มะเดื่อฝรั่ง หรือลูกฟิก เปลือกบาง หวานกลมกล่อม, เสาวรสพันธุ์เหลืองหวานมีความหอมหวานมาก เปรี้ยวน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น อุดมด้วยวิตามินเอและซี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาและผิวพรรณ, กลุ่มแปรรูปจากนม ได้แก่ เฟต้าชีสนมควายผสมนมแพะแบบร่วน พร้อมรับประทาน รสชาติเค็ม มัน หอมนม ประโยชน์ล้น, โยเกิร์ตนมควายรสออริจินัล และผสมน้ำผึ้งแท้ และกลุ่มปศุสัตว์ ได้แก่ ไข่ไก่อินทรีย์ เปลือกสีขาวนวล จากแม่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย ไม่ใช้ฮอร์โมน เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีสินค้าจากกลุ่มพืชไร่, สลัดและน้ำสลัด, สมุนไพร, ชา, กาแฟ, ประมง, สินค้าแปรรูป, ไม้ดอกไม้ประดับ, เครื่องสำอางและสปา มาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนในเมืองได้สัมผัสคุณภาพของสินค้าโครงการหลวง  

พร้อมทั้งร่วมกับพันธมิตรร้านอาหาร สร้างสรรค์เมนูอร่อยจากวัตถุดิบคุณภาพจากขุนเขา เป็นการต่อยอดคุณค่าจากเกษตรกร สู่ผู้บริโภค และสังคมในวงกว้าง เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ เอริค เคเซอร์ (Eric Kaysor) กับการรังสรรค์เมนูทาร์ตไข่จากไข่ไก่อินทรีย์โครงการหลวง, มัชชิโอะ (Matchio) นำเสนอเมนูมัทฉะเสาวรส โดยใช้เสาวรสจากโครงการหลวง, ร้านมังกี้ ทรี (Monkey Three) นำกาแฟคั่วเมล็ดโครงการหลวงมาสร้างสรรค์ 2 เมนูเครื่องดื่ม มัทฉะคอฟฟี่ลาเต้ และเดอร์ตี้ แก้วเย็น -60 องศาเซลเซียส, โอลิโอ พาสต้า (Olio Pasta) กับเมนูคาโบนาร่  ไข่ออนเซ็น โดยใช้ไข่ไก่โครงการหลวง และร้านอาหารครัวต้นฝนอาหารใต้พังงา มิชลินไกด์ 4 ปีซ้อน เสิร์ฟเมนูหมูเคยหอมโดยใช้พริกสามสีโครงการหลวงมาปรุงในเมนู เป็นต้น 

ร่วมสัมผัสคุณค่าจากขุนเขา และแรงบันดาลใจจากเมนูอร่อยร้านดังจากวัตถุดิบโครงการหลวงได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ, วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ นครราชสีมา, และวันที่ 24 – 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ตลอดจนภายใน กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน ‘Melody of Life 16’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน ‘Melody of Life 16’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เซ็นทรัล ทำ สานต่อพลังรักษ์โลก ในงาน ‘Melody of Life 16’ ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนโลกด้วยการแยกขยะ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.57 น.

เซ็นทรัล ทำ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรี “Melody of Life ครั้งที่ 16” เทศกาลดนตรีรักโลกที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral) และมีการจัดการขยะอย่างจริงจัง ลดขยะสู่หลุมฝังกลบ  เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ภายในงาน เซ็นทรัล ทำ ได้จัดกิจกรรม สกรีนเสื้อโลโก้ศิลปิน เริ่มต้น ตัวละ 350 บาท แต่ถึงแม้งานจะจบลงไปแล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมกิจกรรมสกรีนเสื้อได้ที่ร้าน “กุ๊ด กุ๊ดส์” สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และปีนี้พิเศษขึ้นอีกขั้น ทุกๆ การสกรีนเสื้อ 1 ตัว จะเท่ากับบริจาคเงินปลูกต้น ไม้ 7 ต้น กับโครงการ Plant Togetherซึ่งเป็นโครงการที่ตั้งใจชวนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการ “ปลูกป่า” โดยสามารถร่วมกันปลูกได้ที่ Tham-dee.com/plant-together ต้นละ 50 บาท รายได้จากการบริจาคทั้ง หมดสมทบทุนเข้ามูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายที่จะนำร่องส่งเสริมการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว รวมไปถึงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บริเวณห้วยน้ำจำ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบัวใหญ่

นอกจากนี้ เซ็นทรัล ทำ ยังร่วมกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆ ในการจัดตั้ง จุดคัดแยกขยะ อย่างชัดเจนถึง 5 จุด มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแยกขยะคอยชี้แนะ เพื่อให้ขยะทุกชิ้นถูกจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะภายในงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรณรงค์ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) และกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เซ็นทรัล ทำ เชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นต้องอาศัยพลังของทุกคน เราจึงมุ่งส่งต่อแนวคิดความยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เช่น Melody of Life ซึ่งดนตรีเป็นสื่อกลางที่ช่วยเชื่อมโยงคนในสังคมได้อย่างงดงาม กิจกรรมสกรีนเสื้อและการคัดแยกขยะในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการลดขยะ แต่ยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลโลกของเรา”

การมีส่วนร่วมของ เซ็นทรัล ทำ ในงาน Melody of Life 16 ครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการ “สร้างสังคมแห่งความยั่งยืน” ผ่านการผสานพลังของ ดนตรี ศิลปะ และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาร่วมขับเคลื่อนโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ร่วมถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

คณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มเซ็นทรัล ประกอบด้วย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ร่วมน้อมถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ตลอดพระชนม์ชีพกว่าเก้าทศวรรษ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมพระ ราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนชาวไทย  และทรงเป็นแบบ อย่างแห่งพระราชจริยวัตรอันงดงามที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

พิธีถวายความอาลัยจัดขึ้น ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมี มุกดา จิราธิวัฒน์ ประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ และ พิชัย จิราธิวัฒน์ นำกล่าวน้อมถวายความอาลัย พร้อมเชิญผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากนั้นประธานในพิธีและคณะผู้บริหารได้วางพวงมาลัยถวายความอาลัย ตามด้วยพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลจากทุกหน่วยงานร่วมวางดอกมะลิ บริเวณเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งและน้อมสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลทั่วประเทศได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 14 สาขา, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา 44 สาขา, ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์ไสตล์ 27 สาขา และไทวัสดุ 88 สาขา ได้จัดพิธีถวายความอาลัยขึ้นอย่างพร้อมเพรียง พร้อมตั้งโต๊ะหมู่ประดิษ ฐานพระฉายาลักษณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานและประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงนามถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณร่วมกัน นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ร่วมแสดงความอาลัยและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการจัดทำ “ริบบิ้นไว้อาลัย”เพื่อให้ประ ชาชนร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  โดยหลังจากนี้จะมีการจัดนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านอีกด้วย

กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมตั้งปณิธานที่จะมุ่งมั่นดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคล บาท น้อมนำพระราชคุณธรรมจรรยาและพระราชจริยวัตรอันงดงาม มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานและดำเนินชีวิต โดยจะเทิดทูนพระมหา กรุณาธิคุณไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตลอดไป

สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ส่งสาส์นถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ส่งสาส์นถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ส่งสาส์นถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

รัฐบาลสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเมื่อช่วงที่ผ่านมา ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ และนายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ร่วมส่งสาส์นถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ผ่านสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และในช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม นายเก๋อเป่าเซวียน ปลัดกระ ทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน ได้รับมอบหมายเดินทางเยือนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) เพื่อร่วมถวายความอาลัย ในขณะเดียวกัน นายปีเตอร์ หลัน ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย และภริยา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ ได้ร่วมถวายความอาลัย และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนอย่างยิ่งของพสกนิกรชาวไทย นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาธรรมและพระราชจริยวัตรอันงดงามและทรงสง่า ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูงในประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนไต้หวันระหว่างวันที่ 5 – 8 มิถุนายน พ.ศ. 2506 ในการโดยเสด็จฯ เยือนไต้หวันของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อเจริญพระราชไมตรีแล้วยังส่งผลที่ดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและไต้หวันในสาขาต่างๆ ทั้งสอง พระองค์ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง (Thailand Royal Project Foundation) อันเป็นการส่งผลดีต่อการสนับสนุนพัฒนาเกษตรกรรมในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย

นายเก๋อ เป่า-เซวียน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เดินทางเยือนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย
(ไทเป) เพื่อร่วมถวายความอาลัยต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างสุดซึ้ง โดยมี นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ ผู้แทนสำนักงานฯ ให้การต้อนรับ

นายเก๋อ เป่า-เซวียน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน เดินทางเยือนสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) เพื่อร่วมถวายความอาลัยต่อพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างสุดซึ้ง โดยมี นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ ผู้แทนสำนักงานฯ ให้การต้อนรับ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.42 น.

ค่ำวานนี้ (4 พ.ย. 68) เวลา 18.39 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน เพื่อสืบทอดธำรงนาฏยกรรมอันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

การเสด็จไปทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ  ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต ชุดไทยพระราชนิยม แบบที่ 7 ในบรรดาชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ใช้ในโอกาสกลางคืน แทนการสวมชุดราตรีแบบตะวันตก ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไว้อย่างสง่างาม อันเป็นพระราชมรดกแห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงนำความเป็นไทยสู่สากล โดยฉลองพระองค์นี้ ออกแบบโดย ป้อม-ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี 2562

โอกาสนี้ นายพิธาน เหี้ยมโท้ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นางนฤมล ล้อมทอง กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการ และคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆ ผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และคณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรม สมาชิกศิลปาชีพ ร่วมเฝ้ารับเสด็จ และร่วมรับชมการแสดงฯ

การนี้ เสด็จเข้าสู่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระวโรกาสให้ นางสาวนิตติกาล สุขกลิ่น (ผู้แสดงมณโฑ) ผู้แทนนักแสดงทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แล้วทอดพระเนตรการแสดงรำอาศิรวาทรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เบื้องหลังการจัดการแสดงโขนรอบปฐมทัศน์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สัตยาพาลี และทอดพระเนตรการแสดงตามลำดับ และเมื่อจบการแสดง พระราชทานพระวโรกาสให้ นาวาอากาศเอก สุพัฒน์ แก้วภา ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 เบิกผู้แทนคณะทำงาน และนักแสดง โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ/ผู้กำกับการแสดง นายสมศักดิ์ ทัดติ ผู้แทนผู้เชี่ยวชาญและครูผู้ฝึกซ้อมการแสดง (โขนยักษ์) นายลำยอง โสวัตร ผู้แทนครูผู้ฝึกซ้อมการบรรเลงและขับร้อง นายวิชัย รักชาติ ผู้แทนฝ่ายศิลป์ ฉากและอุปกรณ์การแสดง และนายธันย์ชนก อุ่นบางหลวง (ผู้แสดงพาลี) ผู้แทนนักแสดง เข้าเฝ้ารับพระราชทานช่อดอกไม้

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สัตยาพาลี” จับตอนเรื่องราวของพญาพาลีวานรผู้เป็นกษัตริย์แห่งเมืองขีดขิน ซึ่งเสียคำสัตย์เพราะความหลงผิด แต่ภายหลังระลึกได้จึงสำนึกและยอมรับโทษ โดยการแสดงเริ่มจากองก์ที่ 1 “สัตยาพาลี” โดย ทศกัณฐ์ผู้คั่งแค้นเนื่องจากพาลีแย่งนางมณโฑไปเป็นชายาจนมีลูกด้วยกันคือ องคต ได้รู้ข่าวพิธีลงสรงขององคต จึงแปลงเป็นปูยักษ์เพื่อหวังสังหารองคตในพิธีลงสรง แต่ถูกพาลีจับได้ จับมัดขึ้นฝั่ง นำมาให้องคตขี่ และลากเล่นจนครบ 7 วัน แล้วปล่อยไป จากนั้น พาลีผู้มีฤทธิ์มากได้สังหารทรพีที่อกตัญญูต่อทรพาผู้บิดา เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พาลีมีเรื่องผิดใจกับสุครีพถึงกับขับไล่น้องชายออกจากเมือง กระทั่งสุครีพได้พบหนุมานและเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระราม และได้ทูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พระรามจึงให้สุครีพกลับเข้าเมืองขีดขินเพื่อรบกับพาลี พระรามแผลงศรหมายสังหารพาลี แต่ด้วยฤทธิ์พาลีจับลูกศรได้ พระรามแสดงอิทธิฤทธิ์ปรากฏกายเป็นพระนารายณ์ พาลีสำนึกผิดที่ขาดสัตย์และไม่สามารถทนอยู่ได้ด้วยความละอายต่อความผิด จึงยอมตายปล่อยให้ศรพรหมาสตร์ปักอกตนเอง

จากนั้น ในองก์ที่ 2 “ศึกอสุรีเจ้าลงกา” โดยกล่าวถึงทศกัณฐ์ที่ยังผูกจิตอาฆาตพระราม และบรรดาวานรที่ฆ่าญาติวงศาและลูกล้มตาย นางมณโฑทูลว่านางได้รับพรจากพระอุมาในการหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตผู้ตายให้ฟื้นได้ ทศกัณฐ์จึงสั่งให้นางมณโฑตั้งโรงพิธี และให้ทศคีรีวันกับทศคีรีธรออกรบเป็นทัพหน้า ส่วนทศกัณฐ์จะเป็นทัพหลวง เมื่อกองทัพพระราม และเหล่าวานรเข้ารบกับทัพยักษ์และฆ่าทัพยักษ์ได้ ทศกัณฐ์ใช้น้ำทิพย์ประพรม เหล่าทัพยักษ์ก็ฟื้นกลับขึ้นมารบได้อีก พระรามสงสัยถามพิเภกจึงรู้สาเหตุ จึงสั่งให้หนุมานไปทำลายพิธีของนางมณโฑ หนุมานแปลงกายเป็นทศกัณฐ์ เพื่อลวงนางมณโฑให้หยุดทำพิธี เมื่อเสร็จภารกิจหนุมานและพลวานรก็กลับเข้าสู่สนามรบ เพื่อทูลพระรามว่าได้ทำลายพิธีสำเร็จแล้ว ทศกัณฐ์โกรธสั่งให้ปีศาจยักษ์ เสนายักษ์ และทศคีรีวันกับทศคีรีธรเข้ารบ แต่ถูกพระลักษมณ์และพลวานรฆ่าตายจนสิ้น ทศกัณฐ์ขว้างจักรแก้วหมายสังหารพระราม พระรามแผลงศรทำลายจักรแก้วและฆ่าช้างทรงทศกัณฐ์ ทศกัณฐ์จึงหย่าทัพหนีกลับเข้าลงกา

“สัตยาพาลี” ชี้ให้เห็นคุณของความกตัญญูและโทษของความไม่รักษาสัตย์ และกล่าวถึงหน้าที่ของแต่ละบุคคลที่ต้องตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความจงรักภักดีต่อแผ่นดินและผู้มีพระคุณ การต่อสู้ของทศกัณฐ์และพระราม (อวตารของพระนารายณ์) ย้ำให้มั่นใจว่าผู้มีจิตใจชั่วร้ายแม้จะมีอิทธิฤทธิ์มากมายปานใดก็ไม่สามารถดำรงตนไปได้นาน ฝ่ายผู้ยึดมั่นในธรรมะ แม้จะเผชิญอุปสรรคใด ๆ ก็จะชนะฝ่ายอธรรมเสมอ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดง “โขน” ซึ่งเป็นนาฏกรรมไทยอันทรงคุณค่า มีความงดงามประณีต วิจิตรบรรจง ทั้งศิราภรณ์ พัสตราภรณ์ และเครื่องประดับ ยังผลให้นักแสดงและผู้เกี่ยวข้องกับโขน ได้ร่วมสนองพระราชปณิธานเพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย และด้วยพระมหากรุณาธิคุณนี้ ยังผลให้ในปี พ.ศ. 2561 องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นบัญชี “Khon, masked dance drama in Thailand” (การแสดงโขนในประเทศไทย) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการ อันแสดงเป็นประจักษ์ว่า “โขน” ซึ่งเป็นนาฏกรรมไทยชิ้นเอกนี้ ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกสมดังพระเจตนารมณ์แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย”

โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “สัตยาพาลี” จัดแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เชิญร่วมสัมผัสความงดงามตระการตาแห่งนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย จำหน่ายบัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาท และ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 200 บาท) ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์  โทร. 0-2262-3456 www.thaiticketmajor.com

เริ่มแล้ว! คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.’69 เปิดโลกชีววิทยา – เรียนรู้ฟิสิกส์แบบจับต้องได้

เริ่มแล้ว! คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.'69 เปิดโลกชีววิทยา - เรียนรู้ฟิสิกส์แบบจับต้องได้

เริ่มแล้ว! คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.’69 เปิดโลกชีววิทยา – เรียนรู้ฟิสิกส์แบบจับต้องได้

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.44 น.

“คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2569 เริ่มแล้ว ดีเดย์ 18 – 21 พ.ย.นี้ ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก จากนั้นกระจายความสนุกทั่วประเทศ พบกิจกรรมหลากหลายทั้งสนุกและมหัศจรรย์ที่ไม่มีให้เห็นในห้องเรียน ทุกคนจะได้สัมผัสของจริง ทั้ง AI – เปิดฟ้ามองดาว 3 มิติ – สนุกกับอาชีพวิทย์ –  สิ่งประดิษฐ์ใหม่แนวสะเต็มศึกษา – เปิดโลกชีววิทยา – เรียนรู้ฟิสิกส์แบบจับต้องได้และอีกมากมายห้ามพลาด!

5 พฤศจิกายน 2568 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า  NSM จัด “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2569 เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศพร้อมจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ได้พบกับความมหัศจรรย์ที่ไม่มีให้เห็นในห้องเรียน ทุกคนจะได้สัมผัสของจริง และประสบการณ์จริงผ่านการทดลองเล่นและค้นหาคำตอบด้วยตัวเองผ่านนิทรรศการและกิจกรรมที่สนุกสนาน โดยจะเริ่มเคลื่อนขบวนคาราวานระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 18 – 21 พ.ย.2568  ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก จากนั้นวันที่ 25-28 พ.ย.68 ณ โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก, วันที่ 16-19 ธ.ค. 68 ณ โรงเรียนปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ, วันที่ 23-26 ธ.ค. 68 ณ โรงเรียนแก้งคร้อวิทยา จ.ชัยภูมิ, วันที่ 3-6 ก.พ. 69 ณ โรงเรียนบึงกาฬ จ.บึงกาฬ, วันที่ 10-13 ก.พ. 69 โรงเรียนหนองหานวิทยา จ.อุดรธานี

ส่วน “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ระยะที่ 2 ได้แก่ วันที่ 9-12 มิ.ย. 69 ที่ จ.พิจิตร, วันที่ 16-19 มิ.ย. 69 ที่ จ.สระบุรี , วันที่ 23-26 มิ.ย. 69 ที่ จ.จันทบุรี, วันที่ 7-10 ก.ค. 69 ที่ จ.พัทลุง, วันที่ 14-17 ก.ค. 69 ที่ จ.นครศรีธรรมราช และวันที่ 21-24 ก.ค. 69 ที่ จ.ระนอง

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” นอกจากนิทรรศการและกิจกรรมของ อพวช.แล้ว ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว.และหน่วยงานทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมผนึกกำลังเข้าร่วมด้วย อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.), สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.), สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.),สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมด้วย

“ขบวนความสนุกและความมหัศจรรย์ด้านวิทยาศาสตร์ที่นำมาจัดแสดงมีมากมาย  ประกอบไปด้วย “นิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่” (Hands-on Exhibit) ชุด Science for Fun ชวนทดลองเล่นและค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเองในรูปแบบนิทรรศการสื่อสัมผัส โดยประกอบไปด้วยชิ้นงานวิทยาศาสตร์ 6 สี 6 เรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์พื้นฐาน, นิทรรศการ AI Trick or Truth สัมผัสประสบการณ์เบื้องหลังนวัตกรรมแห่งอนาคตที่จะทึ่งในความมหัศจรรย์ของ AI, “การแสดงทางวิทยาศาสตร์” (Science show) เรื่อง “AirBlow โชว์เว่อร์” ที่ชวนสนุกสนานไปกับของไหลอย่างอากาศรอบตัว ที่เยาวชนจะสนุก ตื่นเต้น พร้อมได้รับสาระความรู้วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว, “กิจกรรม Explorium” ตอน ผีเสื้อแสนสวย  ที่เปิดประตู..สู่ธรรมชาติ ไปรู้จักกับโลกมหัศจรรย์ของผีเสื้อ, “กิจกรรมเกมและของเล่นวิทยาศาสตร์” (Science Games & Toys) ชวนเยาวชนท้าทายความคิดและจินตนาการ เน้นให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านเกมและการประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุที่หาได้ง่ายและอยู่รอบตัว, “กิจกรรมเปิดฟ้ามองดาว” (Planetarium) สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องกลุ่มดาว  พร้อมตื่นตาตื่นใจกับการเรียนรู้ภาพยนตร์ดาราศาสตร์ 3 มิติ แบบ full-Dome, “กิจกรรมมุมนักประดิษฐ์” (Maker Space) ชวนมาปลดปล่อยความคิดและจินตนาการในการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษา, “นิทรรศการสนุกกับอาชีพวิทย์” (Enjoy Science Career) ชวนเยาวชนมาค้นพบความถนัดด้านอาชีพผ่านแบบทดสอบและประสบการณ์จากกิจกรรมสวมบทบาทในอาชีพต่าง ๆ, นิทรรศการ Science Spark เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ฟิสิกส์แบบ Interactive ที่ให้ผู้ชมได้จับต้อง ทดลอง และเล่นได้ด้วยตนเอง  และนิทรรศการ Science Speak เปิดโลกแห่งชีววิทยา เรียนรู้ผ่านการเล่น ทดลอง ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ด้วยความสนุกสนานในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกมากมายภายในงาน

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตามวันและสถานที่ดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 – 577 – 9999 ต่อ 2103 หรือติดตามเพิ่มเติมที่ Facebook : คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. และเว็บไซต์ http://www.nsm.or.th

-(016)

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ ร่วมเสวนาระดับนานาชาติ ‘Women Leading with Purpose’

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ ร่วมเสวนาระดับนานาชาติ ‘Women Leading with Purpose’

‘คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช’ ร่วมเสวนาระดับนานาชาติ ‘Women Leading with Purpose’

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ตัวแทน “ผู้นำหญิงหนึ่งเดียว” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ผู้นำหญิงที่อุทิศตนเพื่อการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง ได้รับเกียรติให้เป็น ตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทย เข้าร่วมการเสวนาระดับนานาชาติในรูปแบบ Webinar ภายใต้หัวข้อ “Women Leading with Purpose”

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

การเสวนาระดับนานาชาติดังกล่าว จัดขึ้นโดย Drucker School of Management, Claremont Graduate University ถือเป็นการแสดงถึงบทบาทความเป็นผู้นำหญิงไทยที่สถาบันระดับโลกให้การยกย่อง ในฐานะผู้ขับเคลื่อนสังคมด้วยวิสัยทัศน์ คุณค่า และจุดมุ่งหมายอันทรงพลัง การเสวนาครั้งนี้มุ่งเน้นแนวคิด “ภาวะผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย (Purpose-Driven Leadership)” มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนให้กับสังคมและอนาคตของเยาวชน โดยเน้นย้ำถึงพลังของ “การศึกษา” ในฐานะรากฐานของความเท่าเทียมและโอกาส พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การผลักดันนโยบายที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และยังได้มีโอกาสตอบคำถามพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วม webminar ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเป็นกันเอง

นั่นเพราะการเป็นผู้นำ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างหน้าเพียงลำพัง แต่คือการยื่นมือพาผู้อื่นก้าวไปด้วยกัน ด้วยหัวใจที่มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อส่วนรวม

LIFE & HEALTH : รู้จักเทคโนโลยีอะเฟรีซิส การรักษาเฉพาะจุดที่มากกว่าการฟอกเลือด

LIFE & HEALTH : รู้จักเทคโนโลยีอะเฟรีซิส การรักษาเฉพาะจุดที่มากกว่าการฟอกเลือด

LIFE & HEALTH : รู้จักเทคโนโลยีอะเฟรีซิส การรักษาเฉพาะจุดที่มากกว่าการฟอกเลือด

วันพุธ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไตเป็นอวัยวะมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของร่างกาย โดยช่วยกรองของเสีย ควบคุมระดับน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิต รวมถึงผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อชีวิต โรคไต คือภาวะที่ไตทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายขับของเสียและน้ำส่วนเกินได้ไม่ดี อาจเกิดจากเบาหวาน ความดันสูง หรือการใช้ยาบางชนิด อาการที่พบบ่อยคือ บวม อ่อนเพลีย ปัสสาวะผิดปกติ หากไม่รักษาอาจลุกลามถึงขั้นไตวายเรื้อรัง ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่อง อาจมีบางกรณีที่ภาวะของโรคมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องการทำงานของไตเพียงอย่างเดียว เช่น เกิดภาวะภูมิคุ้มกันทำร้ายเนื้อเยื่อไต มีภาวะไขมันในเลือดสูงผิดปกติ หรือการได้รับสารพิษบางชนิดที่ไม่สามารถขจัดได้ด้วยการฟอกไตทั่วไป ในปัจจุบันจึงมีการรักษาที่เรียกว่า “อะเฟรีซิส (Apheresis)” ที่จะช่วยคัดแยกสิ่งไม่พึงประสงค์ในเลือดให้ออกจากร่างกายได้แบบเฉพาะเจาะจง

ข้อมูลจาก นายแพทย์ณฐพุฒิ บุญวิสุทธิ์ อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า อะเฟรีซิส (Apheresis) มาจากภาษากรีก แปลว่า “การนำออกไป” เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ช่วยคัดแยกส่วนประกอบที่ผิดปกติในเลือดได้แบบเฉพาะเจาะจง เช่น สารพิษ ภูมิคุ้มกันที่ทำร้ายร่างกาย หรือเซลล์เม็ดเลือดที่มากเกินไป แล้วนำส่วนที่ปกติกลับเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งต่างจากการฟอกเลือดทั่วไป (Dialysis) ที่มุ่งเน้นการกรองของเสียขนาดเล็กออกจากเลือดเพียงอย่างเดียว

อะเฟรีซิสสามารถปรับใช้ได้ตามลักษณะของโรคหรือสารที่ต้องการนำออกจากร่างกาย เช่น

  • พลาสมาอะเฟรีซิส (Plasma-apheresis) เป็นการแยกพลาสมา (น้ำเลือด) ออกจากเลือดเพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติหรือสารพิษบางชนิด
  • เม็ดเลือดแดงอะเฟรีซิส (Erythrocyta-apheresis) เป็นการแยกเม็ดเลือดแดงออกจากเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดแดงผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคโลหิตจางชนิดเคียว (sickle cell anemia)
  • สารพิษบางชนิด เช่น แอมนิติน (amnitins) ซึ่งเป็นสารพิษจากเห็ดบางชนิด

ตามที่ได้กล่าวไปเบื้องต้นว่าการรักษาอะเฟรีซิสจะช่วยนำสารบางอย่างที่เป็นผลเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น วิธีการนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้แก่

  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune diseases) เช่น โรคเอสแอลอี (SLE), โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia Gravis), กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome) ที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานผิดปกติมาทำลายเนื้อเยื่อของตนเอง
  • โรคเลือดบางชนิด เช่น ภาวะเลือดข้นเกินไป (hyperviscosity syndrome), โรคเม็ดเลือดแดงแตกจากภูมิคุ้มกัน (autoimmune hemolytic anemia)
  • การกำจัดสารพิษ ในกรณีที่ร่างกายได้รับสารพิษบางชนิดทที่ไม่สามารถกรองออกได้ด้วยการฟอกไต
  • การเตรียมตัวก่อนการปลูกถ่ายอวัยวะ เพื่อลดระดับภูมิคุ้มกันที่อาจทำให้เกิดการปฏิเสธอวัยวะ

ก่อนเริ่มกระบวนการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการประเมินสุขภาพอย่างละเอียด โดยแพทย์จะพิจารณาชนิดของสารที่ต้องการนำออกและปริมาณเลือดที่ต้องผ่านกระบวนการ จากนั้นจะมีการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและอาจมีการให้ยาบางชนิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ในระหว่างการทำอะเฟรีซิส เลือดของผู้ป่วยจะถูกดึงออกมาจากเส้นเลือดผ่านเครื่องอะเฟรีซิส เครื่องจะทำการแยกส่วนประกอบของเลือดตามที่กำหนดไว้ เช่น พลาสมาหรือเม็ดเลือดแดง ส่วนประกอบเหล่านี้คือส่วนที่ไม่ต้องการก็จะถูกกำจัด ส่วนอื่นจะถูกคืนกลับเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยผ่านเส้นเลือดอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งกระบวนการนี้มักจะใช้เส้นเลือดดำขนาดใหญ่ที่แขน หรืออาจต้องใส่สายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง (central venous catheter) ในกรณีที่จำเป็น

โดยทั่วไป การทำอะเฟรีซิสจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมงต่อครั้ง แต่ระยะเวลาที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารที่จะนำออก รวมถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิด

แม้อะเฟรีซิสจะเป็นกระบวนการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำเนื่องจากมีการหมุนเวียนของเลือดภายนอกร่างกายขณะทำการรักษา, ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำเนื่องจากมีการใช้สารกันเลือดแข็งซึ่งอาจจับกับแคลเซียม, อาการแพ้ต่อสารกันเลือดแข็งหรือสารอื่นๆ ที่ใช้ในกระบวนการรักษา, การติดเชื้อบริเวณตำแหน่งที่เจาะเข็มหรือใส่สายสวน, ภาวะเลือดออกผิดปกติ หากมีการให้สารกันเลือดแข็งในปริมาณมากเกินไป, ความผิดปกติของเกลือแร่ เช่น โซเดียมสูง โพแทสเซียมต่ำ และภาวะเม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก

โอกาสสำเร็จของการรักษาด้วยอะเฟรีซิสขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิดของโรค ความรุนแรงของอาการ และการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย ในหลายกรณีอะเฟรีซิสสามารถช่วยควบคุมอาการของโรค ลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม อะเฟรีซิสมักเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาที่ครอบคลุม ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ยาหรือการรักษาอื่น ๆ ควบคู่กันไป

ขอเชิญช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ ไว้ในพระอุปถัมภ์จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 24 ปีแล้ว ที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ นับว่ามีคุณูปการอันสูงยิ่งต่อวงการแพทย์ นอกจากช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ยากไร้แล้ว ยังถือเป็นกองทุนตั้งต้น สำหรับงานศึกษาวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางการรักษาต่อไปในอนาคต

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมช่วยสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ