กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทยเปิดงานเทศกาล ‘Taste of Korea’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทย นายคิม นัมฮยอก และ นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ร่วมเปิดงานเทศกาล “Taste of Korea จัดโดย แม็คโคร ธุรกิจค้าส่ง ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวัตถุดิบอาหารคุณภาพ  นำเสนอสินค้าคุณภาพจากเกาหลีทั้งอาหารสด อาหารแปรรูป และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม

นายคิม นัมฮยอก กงสุลใหญ่เกาหลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วัฒนธรรมการกินของไทยและเกาหลีมีความคล้ายคลึง ทั้งสองประเทศหลงใหลในรสชาติและศิลปะแห่งอาหาร การร่วมมือระหว่างซีพี แอ็กซ์ตร้า และ aT เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสอาหารเกาหลีคุณภาพหลากหลาย ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทย-เกาหลีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้า กล่าวว่า “แม็คโครมุ่งมั่นคัดสรรสินค้าคุณภาพจากทั่วโลกเพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าชาวไทย งาน ‘Taste of Korea’ เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจนี้อย่างชัดเจน เราต้องการถ่ายทอดเสน่ห์และเอกลักษณ์ของเกาหลี ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ให้ผู้บริโภคได้ทั้ง ลิ้มรส และสัมผัสหัวใจของเกาหลี กิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างแม็คโคร องค์กรการค้าการเกษตรกรรมและการประมงแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Korea Agro-Fisheries & Food Trade Corporation (aT)) และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าสินค้าเกาหลี สร้าง ‘สะพานความสัมพันธ์’ ระหว่างไทยและเกาหลี ทั้งด้านธุรกิจและวัฒนธรรม เพื่อให้สินค้าคุณภาพจากเกาหลีเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้ทั่วประเทศ”

งานเทศกาล “Taste of Korea หลากหลาย ครบครัน เพื่อเมนูเกาหลี” จัดเต็ม อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์พรีเมียม พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ลดสูงสุด 30% ผ่านการตกแต่งบรรยากาศ กิจกรรม และของรางวัลต่าง ๆ ให้ผู้เข้าร่วมได้ทั้ง ช้อป ชิม และสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Makro – แม็คโคร

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 16 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ประธานที่ปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  พระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญพระนามประดับด้านหน้าของเสื้อที่ระลึกสำหรับเยาวชนผู้ร่วมโครงการส่งเสริมศิลปและวัฒนธรรมไทย เฉลิมพระเกียรติคร้งที่ 10  จำนวน 100 คน จาก ทั่วประเทศ ซึ่งมีภราดา ดร.ศิริชัย ฟอนซิกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นประธานโครงการ ฯ โดย ผศ. ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข เลขาธิการมูลนิธิฯ จะปฐมนิเทศเยาวชนผู้รับทุนมูลนิธิฯ จากทั่วประเทศ ในวันที่ 21 ต.ค. ณ ตึกนวมหาราช สภาสงคมสงเคราะห์ ฯ  และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเปิดห้องรัตนโกสินทร์  ศาลาว่าการ กทม. ให้โอวาทแก่เยาวชนทุนมูลนิธิฯ ด้วย..
  • เมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สร้างคุณประโยชน์แก่ชาวลำปางมากมาย พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา บุตรชาย เมื่อได้รับทราบจาก บจ.ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง)  ซึ่งคุณพารณเป็นผู้สร้างและฟันฟ่าอุปสรรคมากมายว่าอยากจะไปเคารพศพที่กรุงเทพ จึงตัดสินใจพาคุณพารณใส่ผะอบมาทำบุญในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่รักและเคารพคุณพารณมากมายรวมทั้งข้าราชการจากหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นที่มาร่วมงานจำนวนมาก..
  • ประทุม รัตนาวะดี  ปลื้มใจที่หลานรัก ธารา รัตนาวะดี บุตร สานิต-ศิรินันท์ รัตนาวะดี จะมีคู่คิดคู่ครอง ปภาดา ตันติมาสกุล บุตรี พชรพล-พิมลพรรณ ตันติมาสกุล ฉลองสมรสพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ ฤกษ์ดี 1 พ.ย.07.09 น.ที่ รร.คาเปลล่า..
  • อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ เปลี่ยนข้อเข่าที่ รพ.พระมงกุฎฯ มีนางพยาบาลคนสวย สิริพร ภาณุพงศ์ ดูแลใกล้ชิด ตอนนี้คนป่วยกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้วยังคงทำงาน Online และฟื้นฟูสุขภาพด้วยการ Exercise อย่างมีวินัยต่อเนื่อง..
  • ทุกวันที่ 23 ต.ค. วันปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 พระประชานาถมุนี วิ.ดร. เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จัดพิธีตักบาตรเช้าสืบชะตา และภาคค่ำ สมโภชพระตระกรุดดินเผา ..  ส่วนท่านที่ต้องการเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเด็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า เด็กยากจน กว่า 800 ชีวิต ที่วัดดอนจั่น ซึ่งดูแลเป็นที่พึ่งพิงของเด็กยากไร้มานานกว่า 40 ปี ประมาณสอบถามได้ 094-635-9159  Line:0822288542 ชื่อบัญชี วัดดอนจั่น โครงการเด็กด้อยโอกาส ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 406-014156-5 สาขาหางดง..
  • ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ผู้นำเข้าอาหาร, เบเกอรี และช็อกโกแลตแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์ และซีส์ แคนดีส์ เตรียมคาราวานความอร่อยรับโค้งสุดท้ายแห่งปี ด้วยการส่งร้านรูปแบบ Pop-up Cart พร้อมทัพโดนัท คริสปี้ ครีม ณ ดินแดนประตูสู่ภาคเหนือ ชั้น 1 โซน รอบวอยด์ ศูนย์การค้า วี-สแควร์ นครสวรรค์  15 ต.ค – 14 ม.ค.ศกหน้า..
  • อัญชุลี สิมะเสถียร ประธานมูลนิธิสมาคมสตรีอุดมศึกษาฯ จัดเสวนาทางวัฒนธรรมเรื่อง “รำไทยได้อะไรกว่าที่คิด” โดย ศิลปินแห่งชาติ นันทวัน เมฆใหญ่,กนกวรรณ ด่านอุดม,กรรณิการ์ ธรรมเกษร ดำเนินรายการโดย พัชรินทร์ บูรณสมภพ 2 พ.ย.13.00 น.ที่อาคาร ICG ชั้น 2 ถ.พระราม 6..

น้อง

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

‘KOSÉ’ จัดกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมร่วมสมทบทุนโครงการศูนย์วิจัย

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.49 น.

บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โคเซ่ KOSÉ” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมช่วยเหลือสังคมไทย ในกิจกรรม  “ปล่อยเต่า กลับคืนสู่ใต้ท้องทะเล”  เพี่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ท้องทะเล และปลูกปะการัง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย โดยทีมผู้บริหาร ได้ชักชวนเหล่าพนักงาน บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด  ร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งกิจกรรมนี้เป็น กิจกรรมที่ทาง บริษัทฯ ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์เต่าทะเล  และการปลูกปะการัง เพื่อความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติกลับคืนสู่ใต้ท้องทะเลเพี่อเป็นต่อยอดสร้างความยั่งยืนให้กับท้องทะเลไทยต่อไป

นอกจากนี้ คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ทีมผู้บริหาร ได้มอบอุปกรณ์ และสิ่งของให้กับ ศูนย์วิจัย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เป็นมูลค่าทั้งหมด 98,000 บาท (เก้าหมื่นแปดพันบาทถ้วน) เพื่อนำไปใช้ในโครงการสำหรับเต่าทะเล และสัตว์ทะเลหายาก รวมถึงการปลูกและอนุบาลปะการัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมดุลย์ในใต้ท้องทะเลไทย โดยมี ผอ.อติชาต อินทองคำ เป็นผู้รับมอบ และ ให้การต้อนรับ ณ บริเวณ ศูนย์วิจัย ทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัดระยอง

คุณฮิเดกิ มัตสึโมโตะ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทาง บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกคนที่อุดหนุน ผลิตภัณฑ์เซกิเซ ทุกชนิดเพราะลูกค้าทุกคนได้มีส่วนร่วมและช่วยเหลือการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ทางทะเลไทยไปพร้อม ๆ กับทางบริษัทฯ ด้วยและนอกจากนี้ทางบริษัท ฯ ยังยินดีที่ได้เป็นส่วนหนี่งของการสนับสนุนในเรื่องของการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมไปถึงการฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธรรมชาติทางทะเลมีความสมบูรณ์สวยงามไปอีกนาน” 

ออมสิน ชู ‘เกาะลิบง’ ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรอง กับโครงการ ‘ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา’

ออมสิน ชู 'เกาะลิบง' ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรอง กับโครงการ 'ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา'

ออมสิน ชู ‘เกาะลิบง’ ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรอง กับโครงการ ‘ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา’

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.12 น.

ออมสิน ชู “เกาะลิบง” ต้นแบบท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบายรัฐ – Quick Big Win ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยแนวคิดการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ผ่านโครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา”

ธนาคารออมสินเดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ผลักดันงานพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมในพื้นที่โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” โดยสร้างสรรค์การท่องเที่ยววิถีใหม่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนเกาะลิบง จังหวัดตรัง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น มุ่งพัฒนาเกาะลิบงให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีใหม่ใน 2 ด้าน คือ ด้านการยกระดับการท่องเที่ยวแบบชุมชน และ ด้านการส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ พร้อมจับมือกับ 4 บล็อกเกอร์ชื่อดังของเมืองไทย นำโดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ช่อง Alex Rendell, พลอย Pigkaploy ช่อง Pigkaploy, บาส-ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ ช่อง Go Went Go และ โจโฉ-ทรงธรรม สิปปวัฒน์ ช่อง โจโฉ เดินป่า ร่วมถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ธรรมชาติแห่งอันดามัน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นถิ่นในมุมมองของตัวเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน

“Meaningful Travel” – ลิบง เที่ยวด้วยใจ ให้มากกว่าที่ตาเห็น เป็นแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ที่วางเป้าหมายการพัฒนาครอบคลุมทุกมิติ โดยยกระดับผ่าน การท่องเที่ยวแบบชุมชน และ การส่งเสริมอาชีพ/สร้างรายได้ ทั้งในรูปแบบของการจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวผ่าน E-Book ยกระดับกิจการโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และสร้างผู้นำเที่ยวชุมชนโดยให้เยาวชนเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ตลอดจนยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และส่งเสริมการตลาดของกลุ่มอาชีพ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเกาะลิบงได้ที่เฟซบุ๊กเพจ GSB Society

โครงการ “ลิบงสุขใจ ออมสินพัฒนา” ถือเป็นโครงการที่ 2 ต่อจากโครงการ “ออมสินฮ่วมใจ๋ฮักขุนน่าน” จังหวัดน่าน ที่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวมเพื่อให้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยึดโยงกับบริบทของพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินโครงการลิบงสุขใจฯ ตั้งแต่ปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Island)” มีเป้าหมายการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นบทบาทการพัฒนาสังคม ชุมชน และส่งเสริมการออม ตามภารกิจของธนาคารเพื่อสังคม

-(016)

เปิดตัว! นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด ‘หนังสือเคียงใจ หุ่นเชื่อมไมตรี’

เปิดตัว! นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด 'หนังสือเคียงใจ หุ่นเชื่อมไมตรี'

เปิดตัว! นิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด ‘หนังสือเคียงใจ หุ่นเชื่อมไมตรี’

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

กลับมาเยือนกรุงเทพฯ อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง สำหรับนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้จัดขึ้นภายในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 30 (BOOK EXPO THAILAND 2025) ระหว่างวันที่ 9–19 ตุลาคม 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นการกลับมาประจำทุกๆ ปี ของนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ และปี 2025 นี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 9 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอสื่อสิ่งพิมพ์และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนลิขสิทธิ์หนังสือกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเป็นเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้จัดพิมพ์ไทยและจีน แต่ละปีถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างไทย-จีน มาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี

สำหรับไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ครั้งที่ 9 ที่สะท้อนสีสันแห่งวัฒนธรรมจีนและมีความแตกต่างกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา คือ รูปแบบการนำเสนอ เนื้อหาที่เปลี่ยนไปมีความแปลกใหม่ และตื่นตา ตื่นใจ มากขึ้น ภายใต้แนวคิด “หนังสือเคียงใจ หุ่นเชื่อมไมตรี” เนื่องจากพื้นที่จัดนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แบ่งเป็นโซนสื่อสิ่งพิมพ์ และโซนสินค้าสร้างสรรค์ เท่านั้น ยังแบ่งเป็นโซนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น จัดแสดงผลผลิตทางวัฒนธรรมรวมกว่า 300 รายการ ซึ่งครอบคลุมทั้งงานหนังสือ งานฝีมือศิลปะการตัดกระดาษ และหุ่นกระบอก เพื่อเปิดพื้นที่โซนนี้ให้เป็นแหล่งแห่งการเรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึกให้กับผู้อ่านชาวไทยที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมสืบสานมรดกวัฒนธรรมจีน ในฐานะที่ประเทศไทยก็มีทั้งคนไทยที่เป็นลูกหลานเชื้อสายจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก

ขณะที่โซนสื่อสิ่งพิมพ์ ได้มีการคัดสรรผลงานคุณภาพของหนังสือจีนต่างๆ อย่างมากมาย เช่น หนังสือว่าด้วยพัฒนาการของประเทศจีน, หนังสือเนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่สอง, หนังสือวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม ตลอดจนตำราเรียนภาษาจีน และสิ่งที่เป็นไฮไลต์สำคัญสุด คือ หนังสือเรื่อง “สีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เล่มที่ 5 ซึ่งมีทั้งฉบับภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ปัจจุบันได้นำหนังสือเล่มนี้มาเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ผลปรากฏว่าเป็นหนังสือที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากทุกๆ แวดวงวิชาชีพ ตั้งแต่นักวิชาการ และผู้อ่านชาวไทย ชาวต่างประเทศ

รวมถึงยังมีโซนหนังสือพิเศษ คือ “หนังสือร่วมจีน-ไทย” เป็นการรวบรวมหนังสือคุณภาพจากจีนแล้วส่งออกมายังตลาดไทย ผ่านโครงการนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ โดยเรื่องนี้ นายอนุรักษ์ กิจไพบูลทวี กรรมการบริหารบริษัท แมงมุม คัลเจอร์ จำกัด กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วทางสำนักพิมพ์ของบริษัทได้ซื้อลิขสิทธิ์เรื่อง ‘ดอกไม้ ทะเล ทิเบต’ ภาคพิเศษของบันทึกจอมโจรแห่งสุสาน ปรากฏว่าทำยอดขายได้ดีมาก มาปี 2025 จึงตัดสินใจซื้อเรื่อง ‘ชีวประวัติเฉินเจียเกิง’ และหนังสือเด็กเรื่อง ‘เพื่อนของฉันเป็นนักว่ายน้ำ’ หนังสือเด็กชุด “Think and Play”รวมกันกว่า 10 เรื่อง เพราะมั่นใจว่าแต่ละเรื่องผู้อ่านจะให้การตอบรับอย่างดีมากเช่นกัน

อย่างไรก็ดี นอกจากโซนหนังสือแล้ว ยังมีโซนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ถือว่าเป็น (gimmick) ลูกเล่นใหม่ๆ ที่ได้นำมาจัดแสดงเพิ่มเติมในปีนี้ ส่งผลให้ผู้ชมงานต่างให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมเยียนสอบถามพูดคุยจำนวนมาก ซึ่งทางนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ ได้จัดขึ้นมา ผ่านความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ความสัมพันธ์ฝูเจี้ยน–ไต้หวันแห่งประเทศจีน (China Museum for Fujian–Taiwan Kinship) ในการสร้างสรรค์พื้นที่พิเศษนี้ขึ้นมา เพื่อใช้จัดแสดง “ศิลปะแห่งหุ่นกระบอกฝูเจี้ยน-ไต้หวัน” ด้วยการนำเสนอเกี่ยวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมผ่านรูปภาพ ข้อความและหุ่นกระบอกจริง จึงขอเชิญชวนผู้ชมชาวไทยมาร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของหนังสือ ควบคู่กับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในพื้นที่โซนนี้ด้วยกัน

ทั้งนี้ คุณเสิ่นเหวินเฟิง รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ความสัมพันธ์ฝูเจี้ยน–ไต้หวันแห่งประเทศจีน (China Museum for Fujian–Taiwan Kinship) กล่าวว่า นี้คือครั้งแรกที่ได้นำหุ่นกระบอกซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปะมรดกขึ้นชื่อของพิพิธภัณฑ์ฯ มาจัดแสดงที่ประเทศไทยในรูปแบบจับคู่กับงานมหกรรมหนังสือ โดยเนื้อหาของหุ่นกระบอกที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ จะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์เกี่ยวกับหุ่นกระบอก เป็นเนื้อหาที่ได้รับรางวัลระดับชาติ ภายในประเทศจีน จากรัฐบาลกลาง นับว่าเป็นสิ่งที่ดีในอนาคตที่จะมีการสื่อสารเรื่องราวประวัติศาสตร์ และมรดกวัฒนธรรม ผ่านหุ่นกระบอกออกไปสู่คนไทยรุ่นใหม่ มากขึ้น ต่อไป

เพราะประเทศไทยและมณฑลฝูเจี้ยนต่างเป็นจุดสำคัญบน ‘เส้นทางสายไหมทางทะเล’ โดยทั้ง 2 แห่งมีพื้นฐานการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมกันมายาวนาน ดังนั้นการนำหุ่นกระบอกที่เป็นเอกลักษณ์ของฝูเจี้ยนในหลายๆ รูปแบบ ทั้งหุ่นฝ่ามือ หุ่นสายเชิดกว่า 10 ชนิด มาจัดแสดงผ่านนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรฯ จะมีส่วนช่วยให้ผู้ชมชาวไทยและชาวจีนโพ้นทะเลได้เรียนรู้ร่วมกันในมิติหลากหลาย ทั้งต้นตอทางประวัติศาสตร์ และการพัฒนาความสัมพันธ์จนนำไปสู่การหลอมรวมกัน

ขณะเดียวกันภายในโซนดังกล่าว ยังได้จัดเตรียมผังตระกูลฝูเจียน-ไต้หวัน มาใช้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อ่าน เพื่อช่วยให้ชาวไทยเชื้อสายฝูเจี้ยน ไต้หวัน สามารถสืบหา ‘จุดเชื่อมต่อ’ ทางจิตวิญญาณกับบ้านเกิด โดยมิตรสหายชาวจีนโพ้นทะเลจำนวนมาก ที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้หลายคนเกิดความรู้สึกประทับใจ และบอกว่าถ้ามีโอกาสอยากกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด

ส่วนช่วงบ่ายของวันเดียวกัน นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้นำตัวแทนวิชาชีพหนังสือของประเทศไทยเข้าเยี่ยมชมบูธของนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างอบอุ่น โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างหารือเรื่องราวต่างๆ ในระดับเชิงลึกเกี่ยวกับความร่วมมือด้านงานนิทรรศการหนังสือระดับนานาชาติ, การซื้อขายลิขสิทธิ์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในยุคดิจิทัล

โดยนายณัฐกร กล่าวว่า ปัจจุบันการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือระหว่างไทย-จีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดหนังสือของไทย คือ ผู้นำเข้าลิขสิทธิ์หนังสือจากประเทศจีนจำนวนมาก ดังนั้นในความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศนี้ ย่อมเติบโตและมีอนาคตสดใสแน่นอน ประกอบกับเมื่อได้มีการตอบรับคำเชิญจากบริษัทเซี่ยเหมิน อินเตอร์เนชั่นแนล บุ๊ก คอมพานี (XIBC) ผู้ดำเนินการนิทรรศการ เรื่องพิจารณานำคณะผู้แทนอุตสาหกรรมหนังสือไทยเดินทางไปสื่อสารแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน ก็ยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้นในอนาคต

สุดท้าย นายสงหลี่กั๋ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซี่ยเหมิน อินเตอร์เนชั่นแนล บุ๊ก คอมพานี กล่าวว่า ปัจจุบันนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและธุรกิจการค้าครบวงจร ไม่เพียงแต่เฉพาะหนังสือเท่านั้น ผมรู้สึกดีใจที่เห็นผู้อ่านคนไทยให้ความสนใจอย่างมาก รวมถึงมีเสียงตอบรับที่ดีต่อสินค้าทางวัฒนธรรมจีนด้วย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสร้างสรรค์, งานศิลปะดั้งเดิม, งานศิลปะร่วมสมัยต่างๆ โดยผมวางแผนว่าจะนำผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมจีนที่มีความหลากหลายมากขึ้น มาร่วมจัดแสดงผ่านนิทรรศการสื่อสิ่งพิมพ์จีนสัญจรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปีหน้า 2026 แน่นอน

-(016)

‘กุลบุตร – กุลธิดากาชาด’ ไม่ใช่แค่การคัดสรร แต่เป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งจิตอาสา

‘กุลบุตร - กุลธิดากาชาด’ ไม่ใช่แค่การคัดสรร แต่เป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งจิตอาสา

‘กุลบุตร – กุลธิดากาชาด’ ไม่ใช่แค่การคัดสรร แต่เป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งจิตอาสา

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด คำว่า “จิตอาสา” อาจถูกมองข้ามไปในหลายโอกาส แต่ไม่ใช่สำหรับพวกเขา…เหล่าผู้สมัครโครงการสรรหา “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” ประจำปี 2568

การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจจิตอาสา เมื่อสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ได้เปิดรับสมัครโครงการสรรหา “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” ประจำปี 2568 โครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากบรรดาคนรุ่นใหม่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ และสิ่งสำคัญพวกเขาสมัครเข้ามาด้วยหัวใจแห่งความเสียสละและพร้อมช่วยเหลือ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่สภากาชาดไทยเฟ้นหา เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของกาชาด

การได้รับตำแหน่ง “กุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568” ในครั้งนี้ ได้ต่อยอดความตั้งใจแน่วแน่ของ อาร์เซนอล – กฤษฎา ชูสุข เด็กหนุ่มจากจุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้มีใจรักจิตอาสาและพร้อมอย่างเต็มที่ ที่จะเป็นกระบอกเสียงส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่ผู้อื่น “ผมเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมจิตอา สาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ การเรียนที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำให้ผมได้มีโอกาสได้แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ให้แก่คนอื่น ๆ อยู่เสมอ แต่ผมคิดว่าเสียงของผมยังดังไม่พอ ผมจึงตัดสินใจร่วมโครงการนี้ ไม่ว่าผมจะได้ตำแหน่งกุลบุตรกาชาดหรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าเสียงของผมก็จะดังขึ้นได้ครับ”

หรือแม้แต่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่าง บอส-พลพิสิฏฐ์ ฤทธิ์คำรพ เจ้าของตำแหน่ง “รองกุลบุตรกาชาด ประจำปี 2568” ที่ตัดสินใจเข้าร่วม เพราะโครงการนี้จะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้เพิ่มมากขึ้นแบบนับไม่ถ้วน “ผมมองว่าการเป็นนัก ศึกษาแพทย์ของผมในเวลานี้ ทำให้ได้มีส่วนช่วยเหลือคนอยู่บ้าง แต่อาจจะได้แค่ไม่กี่คน แต่ว่าการเป็นกุลบุตรหรือกุลธิดากาชาด อาจเข้าถึงและช่วยเหลือผู้คนได้หลายพัน หลายหมื่น หลายแสนคน คือเข้าถึงคนได้เยอะมาก และสามารถช่วยเหลือคนได้เยอะจริง ๆ ครับ”

ค่ายกุลบุตร – กุลธิดากาชาด ช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มและมิตรภาพ จากผู้สมัครนับร้อยคน คัดสรรจนได้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 69 คน พวกเขาจะต้องเข้าสู่ “ค่ายกุลบุตร-กุลธิดากาชาด” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 – 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการจัดค่ายครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้า ใจในอุดมการณ์กาชาดและพัฒนาองค์ความรู้ ด้านภาวะผู้นำ การสื่อสาร และการทำงานอาสาสมัครเชิงบูรณาการ ให้สามารถคิด ออกแบบ และทำกิจกรรมจิตอาสาได้ด้วยตนเอง นำโดย สุนันทา ศรอนุสิน ผู้อำนวยการสำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการนี้

“ปีนี้มีความพิเศษ เราได้คัดสรรเด็กเจนใหม่ระดับสุดยอดมาเจอกันที่นี่นะคะ เด็ก Gen ใหม่ เขามีความเป็นตัวของตัวเอง กิจกรรมที่ให้ทำเราจะปรับให้เหมาะกับเขา ให้เขาได้คิด ได้วางแผนกันเอง เป็นการเรียนรู้กระบวนการทำงาน ขณะเดียวกันในค่ายเราก็จะสอดแทรกเรื่องความมีมนุษยธรรม คุณธรรม จริยธรรมเข้าไป ฉะนั้นเรามั่นใจว่าเยาวชนที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทยนั้น นอกจากจะเป็นผู้เผยแพร่ภารกิจของสภากา ชาดไทยไปยังสาธารณชนในรูปแบบต่าง ๆ เขาจะต้องเป็นแบบ อย่างของความเสียสละ ของการช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน“

บรรยากาศภายในค่ายเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่ที่เปี่ยมล้นไม่แพ้กันคือการได้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาด้วยหัวใจจิตอาสา และได้จุดประกายความคิดในการสานต่อเจตนารมณ์ของสภากาชาดไทยไปพร้อมกัน ซึ่งบรรยากาศแห่งความสุขเหล่านี้ได้รับการยืนยันจาก พอเพียง-กษม สินธุภิญโญ กุลธิดากาชาด ประจำปี 2568  “คิดไม่ถึงเลยว่าค่ายจะสนุกขนาดนี้ ที่สำคัญ คือ เราได้มิตรภาพที่ดีมากๆ จากเพื่อน ๆ พวกเราสนิทกันเร็วมาก ๆ เลยค่ะ เหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่ชื่อว่าสภากาชาดไทยและยิ่งได้เห็นภาพของรุ่นพี่กุลบุตร-กุลธิดาปีก่อนๆ ที่ลงไปทำงานแนวหน้าจริง ๆ ทำให้ได้ตระหนักรู้ในเรื่องของการเป็นจิตอาสามากขึ้น”

และเน้นย้ำถึงความทรงจำดี ๆ โดย ฝ้าย-รุจรวี จีระเดชากุล รองกุลธิดากาชาด ประจำปี 2568 ที่ได้รับสิ่งต่างๆ กลับไปมากมายจากการเข้าค่ายกุลบุตร-กุลธิดากาชาดครั้งนี้ “หนูไม่เคยคิดว่าจะมาแข่งขัน แค่ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวทุกอย่างให้เต็มที่ พอยิ่งได้เห็นเพื่อน ๆ ทุกคนให้ความร่วมมือกันมาก ทำให้หนูรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ในค่ายนี้ และเป็นการจุดประกายที่ทำให้รู้สึกว่า เราสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ และทำให้ร่วมทุกกิจกรรมได้อย่างเต็มที่เช่นกันค่ะ”

สุนันทายังกล่าวปิดท้ายอีกว่า “ทุกคนที่เข้ามาในค่าย เราถือว่าเป็นกุลบุตร-กุลธิดาทั้งสิ้น เพราะพวกเขาทุกคน คือ เมล็ดพันธุ์จิตอาสาที่จะหยั่งรากแก้วอย่างมั่นคง และรากฝอยก็แตกออกไป สายสะพายและโล่รางวัลแห่งเกียรติยศคงไม่สำคัญไปกว่าการที่จะได้เห็นเราทุกคนได้เริ่มต้นทำเพื่อผู้อื่น แม้จะเพียงแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จงภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่ในฐานะคณะกุลบุตร-กุลธิดากาชาด”

ต้องมาติดตามกันต่อว่าเมล็ดพันธุ์ที่สภากาชาดไทยบรรจงปลูกลงดินเหล่านี้ จะฝังรากลึกและเติบโตอย่างงดงามเพียงใด แต่เชื่อได้ว่านอกจากพวกเขาจะส่งเสริมความยั่งยืนให้งานอาสาสมัครของสภากาชาดไทยแล้ว การเป็น “กุลบุตร-กุลธิดากาชาด” ยังจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และปลูกฝังคุณค่าของ “จิตอาสา” ให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่ฝังแน่นในสังคมไทยอย่างยั่งยืนแน่นอน

‘งานวันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ’ ครั้งที่ 37 มอบรางวัลสร้างเสริมคนดี มีคุณธรรม

‘งานวันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ’ ครั้งที่ 37 มอบรางวัลสร้างเสริมคนดี มีคุณธรรม

‘งานวันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรฯ’ ครั้งที่ 37 มอบรางวัลสร้างเสริมคนดี มีคุณธรรม

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ในพระราชูปถัมภ์  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า  กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โดย คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิฯ  เตรียมจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร   บุคคลสำคัญของโลก” ครั้งที่ 37  ในวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2568  เวลา 11.00 น.  ณ หอประชุม  กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์  โดย พลอากาศเอก ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี  ให้เกียรติ เป็นประธานมอบรางวัล  “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก” รางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม อีกทั้ง เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี และเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หม่อมงามจิตต์ฯ  ซึ่งเป็นวันที่หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  ถึงแก่อนิจกรรม โดยมีหน่วยราชการต่าง ๆ  และองค์การสาธารณกุศลจำนวนมาก อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ  ฯลฯ  ร่วมจัดงาน

รางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม  ที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯ  จัดมอบให้แก่บุคคลสาขาอาชีพต่างๆ ทั่วประเทศ  เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถ ในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมจนเป็นที่ยกย่องยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล “ หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก ” ทั่วประเทศที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่าง ๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้น         ด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้น เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติ  โดยส่วนรวมด้วย

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)  ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในรอบ 100 ปี ชาตกาล ในปี 2558  ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม  เนื่องด้วยได้ประกอบคุณงามความดีเป็นอเนกประการแก่ประเทศชาติและชาวโลก เป็นคนไทยคนเดียว และคนเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ (สภาสตรีโลก)  ซึ่งมีองค์การสมาชิกถึง 75 ประเทศ  ระหว่างปี 2519- 2522 ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจ และนำชื่อเสียงเกียรติภูมิมาสู่สตรีไทย และประเทศไทยอย่างยิ่ง  ในรอบ 137 ปี (ณ ปี 2568) อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์ นักพัฒนาสังคมผู้เสียสละ เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมาก ตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุน

งานของรัฐบาล ซึ่งงานเหล่านั้นยังจำเป็น และมีคุณค่ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่ออำนวยคุณประโยชน์ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติจนถึงทุกวันนี

รางวัล  “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก”  ประจำปี 2568  มอบให้แก่ผู้ได้รับ การคัดเลือกประเภทต่าง ๆ ทั่วประเทศ  รวม  174  คน  ดังนี้  ประเภท  ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนส่วนภูมิภาค (นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย) ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชน  ในพระบรมราชินูปถัมภ์  จำนวน  1  คน, ประเภท  ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนประจำจังหวัด (ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด) และประจำกรุงเทพมหานคร ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชนฯ  จำนวน  11  คน  (คัดเลือกจาก  58  จังหวัด)

ประเภท ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นแก่ประชาชนและสังคม   จำนวน  51  คน  จะได้รับเงินรางวัล คนละ  10,000  บาท  แบ่งเป็น ตำรวจจราจร  จำนวน  10  นาย  (คัดเลือกจาก  2,635  นาย)  พนักงานกวาดถนน  จำนวน  6  คน  (คัดเลือกจาก  9,198  คน  จาก  50  เขต) พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน  10  คน  (คัดเลือกจาก 6,500  คน) พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.)   จำนวน  9  คน (คัดเลือกจาก  5,500  คน) ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย   จำนวน  10  คน   (คัดเลือก จาก อปพร.ทั้งประเทศ และ เจ้าหน้าที่เผชิญสถานการ์ณวิกฤต (ERT) 640,261  คน)   พลเมืองดี และจิตอาสาดีเด่น  จำนวน  6  คน  (คัดเลือกจากประชาชนทั่วไป  16  คน)

ประเภท อาจารย์ระดับอุดมศึกษาผู้ทรงคุณธรรมมีผลงานดีเด่น ในการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา  จำนวน  7  คน  (คัดเลือกจากสถานศึกษาทั่วประเทศ  24  แห่ง  จาก  24  คน)  ประเภท ครู หรือ เจ้าหน้าที่ ในจังหวัดผู้รับผิดชอบงานของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  เพื่อเยาวชนฯ  อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเมตตาจิตที่คู่ควรแก่การยกย่อง   จำนวน  63  คน  จาก  54  จังหวัด  (คัดเลือกจากสถานศึกษาทั่วประเทศ  257  แห่ง  จาก  54  จังหวัด)   ประเภท คนพิการดีเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิต  จำนวน  7  คน  จะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000  บาท  (คัดเลือกจาก  146  คน) ประเภท หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น   จำนวน  12  หมู่บ้าน  จะได้รับเงินรางวัลหมู่บ้านละ 10,000  บาท  (คัดเลือกจากหมู่บ้านทั่วประเทศ  27 หมู่บ้าน  จาก  26 จังหวัด)   และ ผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น  จำนวน  2  คน  (คัดเลือกจากผู้นำหมู่บ้านทั่วประเทศ  14  หมู่บ้าน  จาก  13  จังหวัด)  ประเภท  ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในเหตุการณ์แผ่นดินไหว ตึกถล่ม กรุงเทพมหานคร จำนวน  20  คน จะได้รับเงินรางวัลคนละ 10,000  บาท (คัดเลือกจาก  400  คน)

สำหรับผู้ได้รับรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” บุคคลสำคัญของโลก ในจังหวัดต่าง ๆ ประเภทครู หรือ เจ้าหน้าที่ ในจังหวัดที่ดูแลเยาวชนรับทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ  มูลนิธิฯ ได้เชิญให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้มอบรางวัล ต่อไป เพื่อไม่เป็นภาระในการเดินทางของผู้ได้รับรางวัล

ผลงานจิตรกรรมเย็บปักถักร้อยจากเส้นด้าย ‘ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)’ คว้ารางวัล UOB Painting of the Year 2025 (ประเทศไทย)

ผลงานจิตรกรรมเย็บปักถักร้อยจากเส้นด้าย ‘ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)’ คว้ารางวัล UOB Painting of the Year 2025 (ประเทศไทย)

ผลงานจิตรกรรมเย็บปักถักร้อยจากเส้นด้าย ‘ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)’ คว้ารางวัล UOB Painting of the Year 2025 (ประเทศไทย)

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568 แก่ ยามีล๊ะ หะยี จากผลงานเย็บปักถักร้อยบนผืนผ้าในชื่อ ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร) ซึ่งถ่ายทอดภาพของสตรีผู้วิงวอนให้โลกเต็มไปด้วยความหวังและสันติภาพ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเส้นด้ายที่ถักร้อยชีวิตเข้ากับความฝันอย่างประณีต บ่งบอกเรื่องราวอันทรงพลังที่ผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณ และจินตนาการได้อย่างงดงาม

ยามีล๊ะ หะยี

ยามีล๊ะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 750,000 บาท และผลงานชิ้นนี้จะไปแข่งขันกับผลงานชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี (UOB POY) จากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ในเวทีระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2568 และมีสิทธิ์ที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) ในต่างประเทศที่สนับสนุนโดยยูโอบี เป็นเวลา 1 เดือน

ยามีล๊ะ กล่าวว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โรคภัย และความเหลื่อมล้ำ ดิฉันเชื่อว่าศิลปินมีบทบาทสำคัญในการเป็นกระบอกเสียงแห่งสันติภาพและความหวัง ดิฉันหวังว่าผลงานของฉันจะสามารถส่งสารถึงผู้คนให้ไม่ละทิ้งความฝัน ยึดมั่นในความหวัง และเชื่อมั่นในพลังของตนเองในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง”

ผลงานรางวัลชนะเลิศ  ดุอาอ์ (วิงวอนขอพร)

นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับคุณยามีล๊ะ หะยี ที่คว้ารางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบีประจำปี 2568 ผลงานของเธอสามารถถ่ายทอดความปรารถนาในการเยียวยาและสร้างความกลมเกลียวซึ่งเป็นสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หาได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง ธนาคารยูโอบี เชื่อมั่นในพลังแห่งศิลปะในการสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแปลงมุมมอง และสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาในแง่มุมต่างๆ ในสังคม”

ธัญญภัทร มานะสาระกุล

คณะกรรมการตัดสินการแข่งขันปี 2568 ประกอบด้วย อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาของมูลนิธิเมืองเก่าสงขลา และสมาชิกและเลขานุการของคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2557 ลอเรดานา ปาซซินี-พารัคเชียนี นักวิชาการและภัณฑารักษ์อิสระด้านศิลปะร่วมสมัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะกรรมการต่างชื่นชมการใช้สัญลักษณ์ในผลงานของคุณยามีล๊ะ ที่สามารถสะท้อนประเด็นทางสังคมได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งยกย่องถึงแนวคิดอันเฉียบคมและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่โดดเด่น

ผลงาน Ctrl + Alt + Destruct

ขณะที่ ประเภทศิลปินใหม่หรือศิลปินสมัครเล่น ผลงาน Ctrl + Alt + Destruct โดย ธัญญภัทร มานะสาระกุล คว้ารางวัล Most Promising Artist of the Year ผลงานชิ้นนี้สะท้อนถึงดาบสองคมของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ผ่านการนำเสนอภาพระเบิดมือที่ฝังแป้นพิมพ์ “CTRL”, “ALT” และ “DES” อย่างแยบยล สื่อถึงพลังของเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถทั้งสร้างสรรค์และทำลายได้ในเวลาเดียวกัน

ธัญญภัทร กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญในเส้นทางการสร้างสรรค์งานศิลปะ ผลงาน Ctrl + Alt + Destruct ชิ้นนี้ สะท้อนถึงทั้งพลังและความเปราะบางของเทคโนโลยี รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเครื่องมือดิจิทัลถูกใช้อย่างไม่เหมาะสม ดิฉันหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน การสื่อสาร และการเปิดใจยอมรับความหลากหลายในสังคม”

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568

ทั้งนี้ ผลงานจิตรกรรมที่ชนะการประกวด ทั้งประเภทศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่ จะถูกจัดแสดงตามวัน เวลา และสถานที่ต่อไปนี้ โดยไม่เสียค่าเข้าชม ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)  14 – 26 ตุลาคม 2568 และที่ชั้น 1 อาคารยูโอบี พลาซา กรุงเทพ  ระหว่าง 27 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568

การประกวดผลงานจิตรกรรมประจำปีของกลุ่มธนาคารยูโอบี ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2525 โดยธนาคารยูโอบีมุ่งค้นหาและสนับสนุนศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอันทรงคุณค่าในภูมิภาค นับเป็นการประกวดผลงานศิลปะที่ยาวนานที่สุดในประเทศสิงคโปร์ และเป็นหนึ่งในการประกวดที่ทรงเกียรติที่สุดเวทีหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 15 ตุลาคม 2568

วันพุธ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด ต้อนรับ รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน พร้อมด้วย ผศ. ดร.เอนก เจริญภักดี, สุบรรณ ทุมมา,  ดร.เสกสรรค์ สิทธิสงค์ และ ดร.พุทธิพงษ์ หงษ์ทอง ที่เข้าพบเพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้อย่างยั่งยืน..
  • ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย จังหวัดพิจิตร ปี 2568..
  • พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นำคณะผู้บริหารร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา สสจ.ยะลา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนียะลา รพ.ยะลา และตัวแทนชุมชน จัดกิจกรรม “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สนับสนุน และถอดบทเรียน การจัดบริการสาธารณสุขมูลฐานชุมชน ในการป้องกันและสงบเบาหวาน”..
  • คณะบริหารธุรกิจ มช. (CMUBS) และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) ร่วมจัดงานเสวนา “CMUBS x MAT Exclusive Talk” ในโอกาสฉลองครบรอบ 60 ปี แห่งการสร้างคน สร้างความรู้ และสร้างโอกาสให้กับสังคมธุรกิจไทย โดยมี ผศ.ดร.ก้องภู นิมานันท์, ปิยะชาติ อิศรภักดี, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, ธานี ตรีวัฒนาวงศ์ และ กษิดิศ สตางค์มงคล ร่วมด้วย ..
  • ชาว Net Zero CEO#1 ร่วมยินดีกับ รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวฯ จุฬาฯ ได้รับเลือกเป็น ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย สมัยที่ 47..
  • บุปผา กวินวศิน รองผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมฯ เป็นประธานเปิดสัมมนาเพื่อถ่ายทอดและสร้างความรู้ความเข้าใจการประยุกต์ใช้ข้อมูลสารสนเทศด้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน และสังคม..
  • จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาคพร้อมยาเวชภัณฑ์ เครื่องอุปโภค บริโภค จาก ภก.พิศม์พงศ์ พงศ์พานิช บจ.เกร๊ต อิสเทอร์น ดรั๊ก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย..
  • ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์,  นพวรรณ ธนฤกษ์ชัย และ ดร.พุทธิวงศ์ เอื้อมหเจริญ ร่วมตรวจเยี่ยมสมาชิกสภาอุตสาหกรรม ที่เข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี กับ ส.อ.ท. 2568 – 2569 ณ บจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ โดยมี กรกฤษ คุณภักดี ต้อนรับ..
  • พีระเดช นพทีปกังวาล วันเกิดปีนี้ตื่นเช้ามาสวดมนต์ เจริญสติ แล้วไปทานข้าวฉลองกับภรรยาและคุณแม่ ส่วนลูกๆ อวยพรออนไลน์จากจีน พร้อมรับพรจากเพื่อนๆส่งความสุขมาทุกช่องทาง..
  • นิติ เมฆหมอก ประกาศ SYNERGY GROUP เดินหน้าบุกตลาดยุโรป ผลักดันเทคโนโลยี EV & Energy มุ่งสู่การเติบโตแบบ Global พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรเสริมแกร่งระบบ Cyber Security..
  • สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน ร่วมยินดีกับ พลเรือโท ภานุมาศ ธนะพานิช (BCC133) ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ..

น้องใหม่

DMT คว้าเกียรติบัตรรางวัล ‘สถานประกอบกิจการดีเด่นฯ ปี 2568’ ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารแรงงานอย่างมีคุณธรรม

DMT คว้าเกียรติบัตรรางวัล ‘สถานประกอบกิจการดีเด่นฯ ปี 2568’ ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารแรงงานอย่างมีคุณธรรม

DMT คว้าเกียรติบัตรรางวัล ‘สถานประกอบกิจการดีเด่นฯ ปี 2568’ ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารแรงงานอย่างมีคุณธรรม

วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.11 น.

รางวัล “สถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน” เป็นหนึ่งในรางวัลที่มอบให้แก่สถานประกอบการที่มีการบริหารจัดการแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอย่างสร้างสรรค์ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิ การแรงงานอย่างรอบด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน และสร้างบรรยากาศการทำงานที่มั่นคงและยั่งยืน

อัจฉรา เจริญพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT เปิดเผยภายหลัง เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้ารับเกียรติบัตรรางวัล สถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2568 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ว่าบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ได้รับพิจารณาคัดเลือกสถานประกอบการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2568 ระดับประเทศ ปีที่ 1 – ปีที่ 4 ประเภทสถานประกอบการขนาดกลาง ไม่มีสหภาพ แรงงาน โดยมีคณะทำงานผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐเข้ามาดำเนินการพิจารณาตามกฎเกณฑ์ที่ทางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้กำหนดไว้

เกียรติบัตรรางวัล แรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน จะมีเกณฑ์การพิจารณา 6 ด้านซึ่งสอดคล้องกับ DMT ที่มีการบริหารจัดการแรงงานสัม พันธ์และสวัสดิการแรงงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวทางที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้เป็นเกณฑ์พิจารณา ได้แก่

1.การบริหารจัดการสวัสดิการแรงงานแบบมีส่วนร่วม บริษัทฯ จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการร่วมระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายพัฒนา เสนอข้อคิดเห็นลแนวทางในการจัดสวัสดิการที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกจ้าง และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน เพื่อให้คุณภาพชีวิตของลูกจ้างดีขึ้น และเติบโตก้าวไปพร้อม ๆ กัน และสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีภายในองค์กรสู่ความเป็นมาตรฐานสถานประกอบกิจการ เช่น มอบทุนการศึกษาบุตร จ้างงานคนพิการ มาตรการป้อง กันการแพร่ระบาดของโควิค-19 ฝุ่น PM 2.5 ฯลฯ

2. สวัสดิการด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงในชีวิต บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพทางการเงินแก่พนักงาน ผ่านสวัสดิการหลากหลายรูปแบบ อาทิ โบนัสประจำปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินช่วยเหลือฉุกเฉิน เงินอุดหนุนการศึกษา และโครงการออมทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

3.สวัสดิการด้านสุขภาพและความปลอดภัย  บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย รวมถึงมีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐานสากล เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีและทำงานได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

4.สวัสดิการเพื่อความเสมอภาคและโอกาสเท่าเทียม บริษัทฯ ยึดมั่นในการส่งเสริมสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม โดยสนับสนุนแรงงานทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ อายุ หรือความพิการ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะและศักยภาพของตนอย่างต่อเนื่อง

5.สวัสดิการเพื่อสังคมและครอบครัว บริษัทฯ จัดกิจกรรมวันครอบครัวาัมพันธ์ กิจกรรมอาสา และโครงการการสนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานและครอบครัว ตลอดจนสร้างความผูกพันและความร่วมมือที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชนรอบข้าง

6.กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทางในการตอบแทนสังคม ทั้ง หมด 5 ด้าน ได้แก่ Tollway Smart Way ยกระดับการศึกษาของชุมชน/สังคม Tollway Healthy Way ยกระดับสุขภาพที่ดีของชุมชน/สังคม Tollway Safety Way ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน Tollway Better Way ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน/สังคม และ Tollway Green Way ยกระดับสิ่งแวดล้อม  โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

“รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ DMT ในการให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุข ภาพและความปลอดภัย การบริ หารสวัสดิการที่เป็นธรรม และการสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน” อัจฉรา กล่าว

อัจฉรา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงาน มุ่งเน้นพัฒนามาตรฐานแรงงานให้เทียบเท่าสากล (Labour Excellence Model) รวมถึงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิแรงงาน และการบริหารแรงงานอย่างมีคุณธรรม เพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีแนวทางในการสร้างแรง งานสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยการมีคณะกรรมการสวัสดิการแรงงาน (Welfare Committee) รวมทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันวางแผนพัฒนาสวัสดิการให้ตอบโจทย์พนักงาน พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและเป็นมิตร (Human-Centric Culture) เปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับมีเสียงและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างแท้จริง

อัจฉรา เจริญพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร DMT

อัจฉรา เจริญพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร DMT