โรงแรมระดับโลก เดินหน้าตามคำมั่น ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ทั่วเครือในเอเชีย

โรงแรมระดับโลก เดินหน้าตามคำมั่น ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ทั่วเครือในเอเชีย

โรงแรมระดับโลก เดินหน้าตามคำมั่น ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ทั่วเครือในเอเชีย

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

นักรณรงค์จากซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) ตั้งแต่กรุงเทพฯ จนถึงรีโอเดจาเนโร จัดกิจกรรมร่วมกันทั่วโลกเรียกร้องและผลักดันให้เครือโรงแรมแมริออทเร่งดำเนินงานตามคำมั่นสัญญาในการใช้ไข่ไก่ปลอดกรง (Cage-Free) 100% ภายในปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านความยั่งยืนที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2561 แม้ความก้าวหน้าในระดับโลกเป็นที่น่าชื่นชม แต่ยังต้องมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างเต็มที่ในภูมิภาคเอเชียซึ่งเหลือเวลาเพียง 3 เดือนสุดท้าย 

เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ องค์กรซิเนอร์เจีย แอนิมอลใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย บราซิล และอินโดนีเซีย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทของแมริออทในการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ โดยกิจกรรมในกรุงเทพฯ จัดขึ้นที่ โรงแรมแมริออทสุรวงศ์ และ โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เครือโรงแรมแมริออททั่วโลกผนึกกำลังและสนับสนุนนโยบายการใช้ไข่ไก่ปลอดกรงในเอเชีย
แมริออทได้ประกาศไว้อย่างเป็นทางการในปี 2561 ในการเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรง 100% ภายในปี 2568 แม้มีความก้าวหน้าอย่างน่าชื่นชมในระดับโลก แต่การทำงานในภูมิภาคเอเชียยังคงต้องเร่งดำเนินการเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 

ปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการใช้ไข่ไก่ปลอดกรงอยู่ที่ 42.65% ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นแต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย การเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้บริษัทบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของแมริออทในฐานะผู้นำด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมโรงแรม

ทุกวันนี้มีแม่ไก่กว่า 54 ล้านตัวในประเทศไทยที่ถูกขังในฟาร์มกรงตับ ซึ่งถือเป็นวิธีการเลี้ยงที่โหดร้ายที่สุดวิธีหนึ่ง กรงตับมีพื้นที่เล็กกว่ากระดาษ A4 ทำให้แม่ไก่ไม่สามารถแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น กางปีกหรืออาบฝุ่นได้เต็มที่ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าการเลี้ยงแบบนี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น กระดูกหัก ขนร่วง และ ความเครียดเรื้อรัง

กิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เป็นการถือป้ายเรียกร้องเพื่อสะท้อนความเป็นจริงเบื้องหลังฟาร์มอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ความรู้และสร้างบทสนทนากับผู้คนที่ผ่านไปมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่ดีขึ้นในอุตสาหกรรมอาหาร 

“เราชื่นชมความก้าวหน้าของแมริออทสู่เป้าหมายไข่ไก่ปลอดกรง แต่เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน ความเร่งด่วนจึงสำคัญอย่างยิ่ง แมริออทได้แสดงบทบาทความเป็นผู้นำในภูมิภาคอื่น ๆ แล้ว และเราเชื่อว่าแมริออทสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จในเอเชียได้เช่นกัน เพื่อให้มั่นใจว่าแม่ไก่ทุกตัวจะไม่ถูกขังอยู่ในกรงที่โหดร้ายอีกต่อไป แมริออทมีศักยภาพที่จะพลิกโฉมสถานการณ์และสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับโรงแรมอื่นๆ ในอุตสาหกรรมได้” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย กล่าว

“การมุ่งสู่การใช้ไข่ปลอดกรงไม่เพียงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างระบบอาหารที่มีความเมตตา สุขภาพดี และยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต” วนัชพร ดวงนิล ผู้นำโครงการ กล่าวเสริม 
ขบวนการใช้ไข่ไก่ปลอดกรง กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก บริษัทชั้นนำด้านอาหารและการบริการหลายแห่งในประเทศไทย เช่น Onyx Hospitality Group, Zen Group, Sukishi, Minor Food, และ Minor Hotels ต่างประกาศนโยบายใช้ไข่ปลอดกรง ที่สอดคล้องกับความตระหนักด้านสวัสดิภาพสัตว์และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทยเท่านั้น แต่ในภูมิภาคเอเชียมีมากกว่า 300 บริษัท ที่ได้ประกาศคำมั่นสัญญาใช้ไข่ไก่ปลอดกรงแล้ว ตอกย้ำถึงแนวโน้มความยั่งยืนที่ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาคให้ความสำคัญ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและกระตุ้นการดำเนินงาน ซิเนอร์เจีย แอนิมอล มีการใช้ Cage-Free Tracker ซึ่งเป็นเครื่องมือสาธารณะสำหรับตรวจสอบความคืบหน้าของบริษัทต่าง ๆ ในการเปลี่ยนไปใช้ไข่ไก่ปลอดกรงอย่างเป็นระบบ 

“ความสำเร็จของแมริออทในสหรัฐอเมริกาและลาตินอเมริกาได้พิสูจน์แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปได้จริง การขยายผลนโยบายนี้ในเอเชียจะช่วยให้แมริออทเป็นต้นแบบด้านความเมตตาและความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมการบริการระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ” แคโรลิน่า กาลวานี ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ ซิเนอร์เจีย แอนิมอล กล่าว

‘ปลาตะเพียนโซโห’ ร้านอาหารไทยน้องใหม่ในเครือภัทรา ชวน ‘เชฟหวาย’ จาก ‘รสิก’ เสิร์ฟเสน่ห์อาหารไทยกลางลอนดอน

‘ปลาตะเพียนโซโห’ ร้านอาหารไทยน้องใหม่ในเครือภัทรา ชวน ‘เชฟหวาย’ จาก ‘รสิก’ เสิร์ฟเสน่ห์อาหารไทยกลางลอนดอน

‘ปลาตะเพียนโซโห’ ร้านอาหารไทยน้องใหม่ในเครือภัทรา ชวน ‘เชฟหวาย’ จาก ‘รสิก’ เสิร์ฟเสน่ห์อาหารไทยกลางลอนดอน

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปรมา ไรวา ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านอาหารไทยภัทรา (Patara) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Platapian (ปลาตะเพียน) ร้านอาหารไทยคอนเซปต์ใหม่ใจกลางโซโห ซึ่งเป็นร้านน้องใหม่ในเครือ Patara (ภัทรา) ร้านอาหารไทยที่ถือกำเนิดในกรุงลอนดอนมากว่า 30 ปี จับมือกับ เชฟหวาย จากร้าน รสิก เชียงใหม่ เจ้าของรางวัลบิบ กูร์มองด์  มิชลินไกด์ 2 ปีซ้อน หนึ่งในร้านอาหารที่จองยากที่สุดในประเทศไทย จัดมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 8 วัน ระหว่างวันที่ 23–30 ตุลาคม นี้

ปรมา ไรวา

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเสนอ “อาหารไทยพื้นถิ่น” ที่หยิบวัตถุดิบคุณภาพจากอังกฤษ มาร้อยเรียงเข้ากับสมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่นจากประเทศไทย ถ่ายทอดรสชาติที่ร่วมสมัย แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของอาหารไทยเอาไว้อย่างครบถ้วน

เชฟหวาย จากร้าน รสิก เชียงใหม่

ปรมา ไรวา ผู้ก่อตั้ง Platapian กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหาร แต่คือการถ่ายทอดรสชาติที่มีชีวิตชีวาของประเทศไทย” ภายใต้แนวคิดเดียวกันกับเชฟหวาย ที่อยากส่งต่อความทรงจำดี ๆ และรสชาติแบบไทยๆ ที่เราภูมิใจ อยากให้ลูกค้าได้สัมผัสอาหารไทยที่ทำจากวัตถุดิบสดใหม่ในอังกฤษ ผสมผสานกับสมุนไพรและผักพื้นถิ่นจากบ้านเรา เพื่อให้ได้รสชาติที่ทั้งแปลกใหม่และยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิม และที่พิเศษคือค็อกเทลสมุนไพรไทยสูตรเฉพาะของ Platapian ที่การันตีความอร่อยและไม่เหมือนใคร

เชฟหวาย กล่าวว่า “อาหารไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ หากแต่คือเรื่องราวของผู้คน” พร้อมอธิบายถึงแนวคิดที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการหล่อหลอมเส้นทางสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ ด้วยประสบการณ์มากกว่าสิบปีในวงการอาหาร เชฟหวายเติบโตท่ามกลางวัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นในเชียงใหม่ รวมถึงความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการปรุงอาหาร “การใช้ชีวิตอยู่ในครัวมายาวนาน ทำให้ผมเข้าใจว่าทุกองค์ประกอบล้วนมีความหมายไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยพื้นบ้านหรือเมนูยุโรปคลาสสิก”

งานนี้ผู้ร่วมงานจะได้ลิ้มลองเมนูซิกเนเจอร์ที่เชฟหวายโชว์ฝีมือปรุงสดในครัวเปิดด้วยการโขลกน้ำพริกสด ๆ และปรุงเมนูซิกเนเจอร์จากร้านรสิกให้ได้ลิ้มลองกันแบบสดใหม่อาทิ เนื้อตุ๋นผัดน้ำพริกข่า, ยำผลไม้เบอรี่น้ำปู๋, ฮังเลเนื้อซอสสาระแหน่, ไขกระดูกวัวย่างกับน้ำพริกนรก และอีกหลายเมนูที่พร้อมสร้างประสบการณ์รสชาติแบบต้นตำรับตั้งแต่คำแรก

พิเศษสุด ผู้เข้าร่วมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ลอนดอน–กรุงเทพ พร้อมที่พักหรูจาก EVA Air และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำรองที่นั่งด่วนได้ที่ http://www.pataralondon.com หรือโทร. +44 203822 0329  สำรองที่นั่งจากประเทศไทย +66 820054677

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 10 ตุลาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เชิญเงินพระราชทาน 42 ล้านบาท ไปมอบให้ พญ.วรวรรณ กอปรกิจงาม ผอ.รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.สุรินทร์ เพื่อเป็นค่าดำเนินการก่อสร้างอาคารของรพ. จำนวน 2 อาคาร ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา..
  • เปิดตัววันแรกก็ไม่ธรรมดา บมจ. เรียล สมาร์ท (REAL25) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Data Technology แบบครบวงจร เขย่าวงการลงทุนด้วยการเปิดซื้อขายในตลาด LiVEx งานนี้ผู้ร่วมก่อตั้ง ภูกิจ ดิศธรานนท์, ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ และ อุกฤษฎ์ ตั้งสืบสกุล สุดปลื้มที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นำขบวนรัฐมนตรีสายเศรษฐกิจทั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธ์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, วรภัค ธันยาวงษ์ ได้แวะมาให้กำลังใจและยินดีกับบริษัทเทคโนโลยีน้องใหม่ที่เข้ามาระดมทุน ก่อนนำคณะไปร่วมประชุมกับทางผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย..
  • ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM) เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน” เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้น้อยหรือรายได้ไม่แน่นอน จัดเต็มที่อยู่อาศัยตอบโจทย์คนรายได้น้อย..
  • ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงินบริจาค จาก กมล ธนนิธาพร บมจ.ธนาคารกรุงไทย เพื่อสนับสนุนโครงการ Charity Kids Club การออมเพื่อการให้ ณ Donation HUB สภากาชาดไทย..
  • ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ล่าสุดจับมือ เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางฯ (กยท.) ลงนาม MOU เพื่อบริหารจัดการผลผลิตยางพาราให้สมดุลกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้ารวบรวมผลผลิต 200,000 ตันต่อปี ภายใต้สัญญา 5 ปี เพื่อช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร หนุนอุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน และยกระดับศักยภาพยางพาราไทยบนเวทีโลกอีกด้วย..
  • ยามนี้ พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา ควงลูกสาว น้องศลิษา ไปเยอรมันเที่ยวงาน Oktoberfest แล้วไปต่อเนื่อง งานแฟร์  ANUGA 2025 รวมทริปนี้ 8วัน..
  • อนุโมทนาบุญกับ ดุสิต เต็งไตรรัตน์ พร้อมลูกหลาน ได้บริจาคเงินให้แก่ รพ.น่าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณพ่อสิทธิพงษ์ เต็งไตรรัตน์..
  • ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ วันเกิดเดินสายทำบุญ ไปกราบหลวงปู่ลี ที่นครสวรรค์ ถวายรองเท้า ถวายปัจจัยปล่อยปลาร่วมกับหลวงปู่ แล้วไปไหว้หลวงพ่อฤาษีลิงดำที่วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ปิดท้ายด้วยไปถวายดอกบัวและนั่งสมาธิที่วัดพระแก้ว..
  • ใครมีลูกหลานเป็นเด็กเล็กๆลองฟังคำแนะนำเรื่อง เด็กปฐมวัย : เริ่มต้นให้ดี จาก นพ.ธีรวีร์ วีรวรรณ รอง ผอ.สำนักพัฒนาสังคม กทม. ได้ที่ https://youtu.be/EUHf4nIDEiQ?si=TrR7fiNHz2lSMmQT..

น้องใหม่

Versace ร่วมสนับสนุนงาน The Albies ยกย่องผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

Versace ร่วมสนับสนุนงาน The Albies ยกย่องผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

Versace ร่วมสนับสนุนงาน The Albies ยกย่องผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Versace  ร่วมมือมาอย่างต่อเนื่องกับมูลนิธิ Clooney Foundation for Justice ซึ่งได้ทำงานเคียงข้างกันมาตั้งแต่ปี 2023 และยังคงดำเนินต่อไปด้วยค่ำคืนสุดพิเศษในกรุงลอนดอน  เป็นค่ำคืนที่อุทิศให้กับความพยายามและการลงมือทำที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน เพื่อร่วมกันให้เกียรติแก่ผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ผู้ซึ่งสนับสนุนความเสมอภาค ความเท่าเทียม และสิทธิมนุษยชน

The Albies ซึ่งเป็นงานประจำปีที่จัดโดย Amal และ George Clooney ร่วมกับ Versace เป็นเวทีที่บุคคลระดับนานาชาติจากแวดวงสิทธิมนุษยชน ธุรกิจ บันเทิง แฟชั่น และเทคโนโลยี มารวมตัวกัน เพื่อเฉลิมฉลองพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และในฐานะพันธมิตรหลัก Versace มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับคุณค่าของแบรนด์ และใช้พลังของแพลตฟอร์มและชุมชนของตนเพื่อส่องแสงให้กับผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อความยุติธรรมทางสังคม 

Fatou Baldeh 

ผู้ได้รับเกียรติในปีนี้ ได้แก่ Fatou Baldeh นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของสตรีและเด็กหญิงชาวแกมเบีย ผู้เป็นกระบอกเสียงชั้นนำในการตระหนักถึงอันตรายของการขลิบอวัยวะเพศหญิง และผู้ก่อตั้งองค์กร Women in Liberation and Leadership (WILL), Jose Rubén Zamora นักข่าวชาวกัวเตมาลา ผู้มีชื่อเสียงจากการรายงานเชิงสืบสวนอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการทุจริตในระบบการเมือง, Marty Baron บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกัน ผู้เป็นที่รู้จักจาก Spotlight และเป็นผู้สนับสนุนเสรีภาพของสื่อผ่านการรายงานข่าวอย่างไม่เกรงกลัว และ Melinda French Gates ผู้มุ่งมั่นผลักดันด้านสุขภาพของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศมากว่า 25 ปี ขณะเดียวกัน Darren Walker ประธานมูลนิธิ Ford Foundation ได้รับรางวัลเกียรติยศตลอดชีวิตจาก The Albies เพื่อยกย่องการอุทิศตนในการทำงานด้านการกุศลมายาวนานหลายทศวรรษ ทั่วโลก

Fatou Baldeh เธอเป็นกระบอกเสียงในการตระหนักถึงอันตรายของการขลิบอวัยวะเพศหญิง/การตัดอวัยวะเพศหญิง (FGM/C) ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงทั่วโลกกว่า 230 ล้านคน ในฐานะผู้รอดชีวิตจากการปฏิบัติดังกล่าวด้วยตนเอง Baldeh ได้ก่อตั้งองค์กร Women in Liberation and Leadership (WILL) และมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์คัดค้านความพยายามในปี 2024 ที่จะยกเลิกกฎหมายห้ามการปฏิบัติดังกล่าวในประเทศแกมเบีย

Dario Vitale and Donatella Versace

Jose Rubén Zamora หนึ่งในนักข่าวที่ได้รับความเคารพมากที่สุดของกัวเตมาลา Zamora เป็นที่รู้จักจากการสืบสวนคดีทุจริตมานานกว่า 30 ปี หลังจากหนังสือพิมพ์ของเขาเผยแพร่รายงานเชิงวิพากษ์ต่อประธานาธิบดีของกัวเตมาลา เขาถูกจับกุม ตั้งข้อหา และถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฟอกเงิน องค์กร TrialWatch ของมูลนิธิ CFJ ได้ติดตามการพิจารณาคดีของเขาและให้เกรด “F” เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรงหลายครั้ง คำตัดสินของเขาถูกเพิกถอนในปี 2023 แต่เขายังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาคดีใหม่ ทั้งองค์การสหประชาชาติและองค์การรัฐอเมริกันได้ประกาศว่าการคุมขังของ Zamora ในปัจจุบันนั้นเป็นการคุมขังโดยพลการ

Marty Baron  เป็นตัวอย่างของคุณค่าของสื่อเสรีภาพ ด้วยผลงานอันยาวนานในฐานะบรรณาธิการบริหารของ The Boston Globe และ The Washington Post ภายใต้การนำของเขา The Boston Globe เปิดโปงการปกปิดคดีล่วงละเมิดทางเพศของศาสนจักรคาทอลิก ขณะที่ The Washington Post รายงานเกี่ยวกับการสอดแนมทางดิจิทัลในวงกว้างต่อพลเมืองอเมริกัน

Melinda French Gates เป็นผู้สนับสนุนความพยายามระดับโลกด้านสุขภาพของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศมานานกว่า 25 ปี ด้วยแรงผลักดันจากความตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงและเด็กหญิงทั่วโลกมีอนาคตที่เท่าเทียมกัน หลังจากกำหนดทิศทางของมูลนิธิ Gates Foundation มานานกว่าสองทศวรรษ ปัจจุบันเธอเป็นผู้นำองค์กร Pivotal ซึ่งทำงานเพื่อเร่งให้เกิดความก้าวหน้าและยกระดับอำนาจและอิทธิพลของผู้หญิงทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก นอกจากนี้เธอยังได้ช่วยเปิดตัวแคมเปญเพื่อยุติการแต่งงานในวัยเด็ก โดยร่วมมือกับมูลนิธิ CFJ และมูลนิธิ Obama ในปี 2023

George and Amal Clooney

Darren Walker สร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนต่างๆ ด้วยความเอื้อเฟื้อและความมุ่งมั่นของเขาในฐานะประธานมูลนิธิ Ford Foundation ตลอดอาชีพอันยาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่การสร้างที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยาในย่าน Harlem ไปจนถึงการสนับสนุนโครงการริเริ่มด้านความยุติธรรมทางสังคมระดับโลก เขาเป็นผู้นำที่มีนวัตกรรม โดยได้สร้างพันธบัตรทางสังคมมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฉบับแรกในตลาดทุนของสหรัฐฯ เพื่อช่วยพยุงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในช่วงการระบาดของโควิด-19 และยังเป็นผู้นำความพยายามในการมอบทุนสนับสนุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันต่างๆ และขยายผลกระทบของพวกเขา

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน The Albies และผู้ได้รับเกียรติในปีนี้ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.cfj.org/the-albies

บิ๊กซี จัดประกวด‘บิ๊กซี ดนตรีไทย’รอบชิง 12 ถ้วยพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

บิ๊กซี จัดประกวด‘บิ๊กซี ดนตรีไทย’รอบชิง 12 ถ้วยพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

บิ๊กซี จัดประกวด‘บิ๊กซี ดนตรีไทย’รอบชิง 12 ถ้วยพระราชทาน เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในเครือกลุ่มบีเจซี จัดการประกวดโครงการ “บิ๊กซี ดนตรีไทย” ปีที่ 4 รอบชิงชนะเลิศชิง ๑๒ ถ้วยพระราชทาน เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัล ณ บิ๊กซี สาขาราชดำริ

เวทีนี้เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุ 6-25 ปี ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีไทยและการผสมผสานไทย–สากล (Trio) ภายใต้แนวคิด “โสตศิลป์สืบสานดนตรีไทย เพราะดนตรีไทยคือสมบัติของแผ่นดิน” เพื่อปลูกฝังความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าและร่วมสืบทอดศิลปะดนตรีไทย

โครงการ “บิ๊กซี ดนตรีไทย” ไม่เพียงเป็นกิจกรรมเพื่อเยาวชน แต่ยังสะท้อนถึง กลยุทธ์ CSR ของบีเจซี บิ๊กซี ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา การพัฒนาเยาวชน และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อให้สังคมและธุรกิจเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของบิ๊กซีในฐานะ “ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า” ที่พร้อมมอบพื้นที่สร้างคุณค่าและความสุขให้แก่ชุมชนไทย

ถอดรหัสโมเดลประจวบฯ พลิกป่าสู่เมือง พลิกมูลช้างสู่ทองคำ เมื่อการอนุรักษ์สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ถอดรหัสโมเดลประจวบฯ พลิกป่าสู่เมือง พลิกมูลช้างสู่ทองคำ เมื่อการอนุรักษ์สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ถอดรหัสโมเดลประจวบฯ พลิกป่าสู่เมือง พลิกมูลช้างสู่ทองคำ เมื่อการอนุรักษ์สร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์นำเที่ยวค่อยๆ ดับลงเบื้องหน้าทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาพโขลงช้างป่ากำลังหากินอย่างสงบ โดยมีฝูงกระทิงเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล คือภาพที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจนยากจะลืมเลือน แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เบื้องหลังภาพอันงดงามนี้ คือผลลัพธ์ของความพยายามพลิก “สมรภูมิความขัดแย้ง” ระหว่างคนกับช้างในอดีต ให้กลายเป็น “ต้นแบบ” ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ที่ซึ่งการอนุรักษ์ไม่ได้เป็นเพียงภาระ แต่คือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นี่คือบทสรุปที่เป็นรูปธรรมของ “โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพ” ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO และ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNDP) โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ที่ได้เลือกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอันประเมินค่ามิได้ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างแท้จริง

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ และ ดร. ธนิต ชังถาวร

เปลี่ยนกระบวนทัศน์: จาก “ภาระ” สู่ “การลงทุนที่ชาญฉลาด”

แนวคิดดั้งเดิมมักมองว่าการอนุรักษ์เป็นเรื่องของต้นทุนและข้อจำกัดที่ชุมชนต้องแบกรับ แต่โครงการนี้ได้เข้ามาทลายกำแพงความคิดนั้นลงอย่างสิ้นเชิง

ดร. ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO ได้ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการเปลี่ยนมุมมองว่าการอนุรักษ์คือต้นทุน ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราเชื่อว่าเมื่อชุมชนมีรายได้ที่มั่นคงจากการดูแลรักษาธรรมชาติ พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้พิทักษ์ทรัพยากรที่ดีที่สุด โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่แข็งแกร่งในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาระบบนิเวศให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นหลัง”

โมเดลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย แต่คือการลงลึกไปในพื้นที่ ทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อค้นหาศักยภาพและแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน จนเกิดเป็นนวัตกรรมและรูปแบบการท่องเที่ยวที่โดดเด่นในสองพื้นที่หลัก คืออุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

กรณีศึกษาที่ 1: กุยบุรี – จากสมรภูมิสู่ซาฟารีเมืองไทย

ในอดีต พื้นที่รอบอุทยานแห่งชาติกุยบุรีคือพื้นที่แห่งความขัดแย้ง ช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมสร้างความเสียหาย นำไปสู่ความสูญเสียทั้งของคนและสัตว์ป่า โครงการได้เข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ผ่านการจัดตั้ง “วิสาหกิจชุมชน Kuiburi Ecotourism Club” ที่เปลี่ยนชาวบ้านให้กลายเป็นผู้ประกอบการนำเที่ยวเชิงนิเวศระดับพรีเมียม กิจกรรม “นั่งรถซาฟารีชมช้างป่าและกระทิง” ไม่เพียงสร้างรายได้ที่กระจายสู่สมาชิกอย่างเป็นธรรม แต่ยังสร้างกฎระเบียบที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมสัตว์ป่าอย่างเคารพในธรรมชาติ

แต่ความมหัศจรรย์ของกุยบุรีไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ชุมชนยังได้ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมที่น่าทึ่งจากภูมิปัญญาท้องถิ่น:กระดาษมูลช้าง: วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกระดาษจากใบสับปะรดและขี้ช้างป่ากุยบุรี ได้เปลี่ยน “มูลช้าง” ที่ดูไร้ค่า ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์กระดาษสาที่มีเอกลักษณ์สวยงาม เป็นของที่ระลึกที่บอกเล่าเรื่องราวของการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ผึ้งพิทักษ์ไพร: วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรงและผึ้งโพรงไทย ได้นำองค์ความรู้มาใช้แก้ปัญหาช้างบุกรุกพื้นที่เกษตร โดยใช้ “ผึ้ง” และ “ชันโรง” เป็นแนวป้องกันทางธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงลดความเสียหาย แต่ยังสร้างอาชีพเสริมจากการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งคุณภาพสูง เป็นการตอกย้ำว่าธรรมชาติสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้

กรณีศึกษาที่ 2: เขาสามร้อยยอด – ปลุกหัวใจแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด คือที่ตั้งของ “ทุ่งสามร้อยยอด” พื้นที่ชุ่มน้ำอันเป็นหัวใจของความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนเห็นคุณค่าของระบบนิเวศแห่งนี้ จนเกิดเป็น “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชุมชนบ้านหน้าทุ่งสามร้อยยอด” ที่เปลี่ยนความงามของทิวทัศน์ให้กลายเป็นกิจกรรม “ล่องเรือถ่อ” อันเป็นเอกลักษณ์ สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับพื้นที่

สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่า คือการสร้างผู้สืบทอดเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ ผ่าน “วิสาหกิจชุมชนเด็กรักษ์ทุ่งเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” กลุ่มเยาวชนที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย บอกเล่าเรื่องราวของพืชพรรณและสัตว์นานาชนิดในบ้านเกิดของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือผลลัพธ์ระยะยาวที่สำคัญที่สุด คือการสร้างผู้พิทักษ์รุ่นต่อไปที่เข้าใจและหวงแหนมรดกทางธรรมชาติของตนเอง

บทพิสูจน์ความสำเร็จ ณ “BioMart Hua Hin 2025”

เพื่อเป็นการรวบรวมและเฉลิมฉลองความสำเร็จทั้งหมดนี้ BEDO และ UNDP ได้จัดงาน “BioMart Hua Hin 2025” มหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าชีวภาพและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขึ้น ระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า Market Village Hua Hin ซึ่งงานดังกล่าวเปรียบเสมือนบทสรุปที่มีชีวิตของโครงการ

ภายในงานได้รวบรวมผู้ประกอบการจากชุมชนต้นแบบกว่า 40 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมาจัดแสดงและจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่น สินค้าหัตถกรรมจากเส้นใยธรรมชาติ สมุนไพรแปรรูป กาแฟจากไร่ ไปจนถึงกระดาษมูลช้างและน้ำผึ้งชันโรง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์คชอปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และการนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยตรงจากผู้ประกอบการในพื้นที่

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า “การท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย UNDP ทำงานร่วมกับประเทศไทยเพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนในภาคส่วนนี้จะควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น ประสบการณ์จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับจังหวัดอื่นๆ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก ให้เห็นแนวทางการท่องเที่ยวที่สามารถสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและธรรมชาติไปพร้อมกันได้”

โมเดลความสำเร็จของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของการท่องเที่ยว แต่คือบทพิสูจน์ว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันเปลี่ยน “ทุนทางธรรมชาติ” ให้กลายเป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่ไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนี่คือพิมพ์เขียวสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนานโยบายการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบและยั่งยืนของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย  ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้จัด พิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 114 โดยมี ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และภริยาเป็นประธานในพิธี ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ทั้งการเมือง ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ สื่อมวลชน สมาคมและนักธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทย รวมถึงคณะทูตจากนานาประเทศ มากกว่า 1,000 คนเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

ภูชิต ธนกรเจริญ, เจีย-จิ้น เจิ้น, เพ็ญณี ไพรสานฑ์กุล, ธัญวลัย เดชเจริญจิรดา ประธานสมาคมการช่วยเหลือฉุกเฉินชาวไต้หวันประเทศไทย, บรินดา จางขจรศักดิ์, พรชัย อยู่วิมลชัย ประธานสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย, ปีเตอร์ หลัน ผอ.ใหญ่ สนง.เศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย และภริยา, พิพัฒน์ หวังพิชิต ที่ปรึกษาประธานาธิบดีไต้หวัน, สุจิตรา ลาภธีรวุฒิ ที่ปรึกษาการเมืองสภาบริหาร, ระบุ ตั้งทองทวี นายกสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย, เฉิน ฮั่นชวน และ โซเฟีย หยาง ร่วมดื่มเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 114 ปี วันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

 ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยกล่าวปราศรัย

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ปธ.นสพ.แนวหน้า, พนิดา-พงษ์เทพ เทพกาญจนา และ …………….. ร่วมยินดี

ปีเตอร์ หลัน และภริยาถ่ายภาพร่วมกับตัวแทนศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู (เสียนหลอไต้เทียนกง) และสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

ปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้กล่าวคำปราศรัยว่า ตนเองได้ให้จำกัดความสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ไว้ 3 ประการคือ งดงาม (Beautiful) นวัตกรรม (Innovative) และมีความยืดหยุ่น (Resilience) ประการแรก ไต้หวัน “งดงาม” ไต้หวันเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในหมุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปไต้หวันมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี และในปี ค.ศ. 2024 มีเพื่อนๆ ชาวไทยเดินทางไปไต้หวันเกือบ 400,000 คน

คณะผู้แทนที่ปรึกษานโยบายทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันและสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

สมาคมไต้หวันและโรงเรียนนานาชาติไทย-จีน TCIS

สมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล

ESG Service Corporation Association

ประการที่สอง ไต้หวันมีความเป็น “นวัตกรรม” ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก จากประกาศผลการการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของโลกประจำปี 2025 ของสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่า ไต้หวันครองอันดับที่ 6 จากตัวอย่างการสำรวจ 69 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก ประการที่สาม ไต้หวันมี “ความยืดหยุ่น” ในการปรับตัว ในไตรมาสที่สองของปี ค.ศ.2025 อัตราการเติบโต GDP ของไต้หวันสูงถึง 8.01% ซึ่งอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังได้ประกาศจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมในอนาคตเป็น 3% ของ GDP ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการปกป้องประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ไต้หวันกำลังเสริมสร้างแนวปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG อย่างจริงจัง รวมถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวด้านพลังงาน เพื่อรับรองอนาคตที่ยั่งยืน

สมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย

คณะผู้แทนที่ปรึกษาการเมืองสภาบริหาร

สมาคมหอการค้าไทย-ไต้หวัน

ปีเตอร์ หลัน ยังเน้นย้ำว่า เรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สมดังที่ประธานาธิบดีไล่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า จะสร้าง “ประเทศแห่งเศรษฐกิจที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน” ซึ่งนายหลิน เจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงนำเสนอ “การทูตเชิงบูรณาการ” และ “การทูตเศรษฐกิจ” ให้สอดคล้องกับแนวคิดนี้ โดยจะผสานกำลังของภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริม “5 อุตสาหกรรมสำคัญที่พึ่งพาได้” (Five Trusted Industrys: Semiconductors, AI, Military, Security and surveillance, Next-generration communication) และ “นโยบายมุ่งใต้ใหม่ยุคดิจิทัล” อย่างต่อเนื่อง โดยผ่าน “แผนแม่บทการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของชาติและมิตรประเทศ”

สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย

ตัวแทนจากสมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย และสมาคมสโมสรไลออนส์ตลิ่งชัน

ไกรสิทธิ์ โรจนเกษตรชัย อุปนายกศิษย์เก่ากองทุนพัฒนาความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศ ไต้หวัน-ไทย และคณะร่วมแสดงความยินดี

ดร.องอาจ เดชอิทธิรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ กีระณา-อัครวิทย์ สุมาวงศ์

ปีเตอร์ หลัน และภริยา สนทนากับแขกที่มาร่วมงาน อาทิ พนิดา-พงษ์เทพ เทพกาญจนา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ไพรัช บูรพชัยศรี, อิสระ ว่องกุศลกิจ, Stanley Kong

ไพรัช บูรพชัยศรี, อิสระ ว่องกุศลกิจ และ Stanley Kong

วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์, นิคม ไวยรัชพานิช, เจริญ นีติวัฒนวงษ์ และสุทธา พิมาลัย

พิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 114 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ความยืดหยุ่นของแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน” โดยผสานภาพลักษณ์หลักของวันชาติร่วมกับอาคารไทเป 101 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไต้หวัน ส่วนประติมากรรมน้ำแข็งถูกออกแบบเป็นตัวเลข “114” โดยมีพื้นผิวตกแต่งด้วยลวดลายที่เลียนแบบแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ คู่กับแผนที่ไต้หวันที่ฝังลวดลายแผงวงจรพิมพ์ (PCB) พร้อมเสริมองค์ประกอบคำว่า “TAIWAN” เพื่อเน้นย้ำบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันให้ไต้หวันเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI Island)” ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก และต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ เทพชัย หยอง

ภายในงานยังมีการฉายวิดีโอวันชาติ ประจำปี 2568 เรื่อง “ไต้หวันที่มีความยืดหยุ่น (Taiwan the Resilient)” ซึ่งนำเสนอพัฒนาการอันโดดเด่นของไต้หวันตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความยืดหยุ่น ความสามัคคี และความไม่ย่อท้อต่อความท้าทาย สภาการค้าไต้หวัน (TAITRA) และสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ยังได้ตั้งบูธนิทรรศการ เพื่อแนะนำบริการด้านเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่สำคัญอย่าง “Taiwan International Tradeshows 2026” และเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวัน พร้อมเผยแพร่วิดีโอนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวของไต้หวัน การแสดงดนตรีโดย Thai-wan Chamber Orchestra ที่บรรเลงบทเพลงคลาสสิกและเพลงพื้นบ้านไต้หวันหลากหลายบท ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมไต้หวันได้อย่างลึกซึ้ง แขกผู้มีเกียรติหลายท่านในชุดไทยได้ร่วมกันออกมาเต้นรำอย่างเป็นกันเอง เพิ่มสีสันและบรรยากาศแห่งความรื่นเริง พร้อมแต่งแต้มกลิ่นอายความเป็นไทยให้กับงานเลี้ยงได้อย่างงดงาม

ประติมากรรมน้ำแข็งที่สื่อถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก

ชานมไข่มุก Soft Power ของใต้หวัน

 Thai-wan Chamber Orchestra บรรเลงบทเพลงคลาสสิกและเพลงพื้นบ้านไต้หวันหลากหลาย สร้างความบันเทิงให้กับผู้ร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเชิญผู้ประกอบการชาชื่อดังจากไต้หวันมาตั้งบูธ เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง ชานมไข่มุกต้นตำรับ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ความหลากหลายของไต้หวันอย่างใกล้ชิด บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการต่างร่วมกล่าวคำอวยพรให้ไต้หวันเจริญรุ่งเรือง พร้อมเฉลิมฉลองวันชาติของ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อย่างชื่นมื่น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

ILC ส่งเสริมสุขภาพคนไทย มอบยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ ILC ผู้ผลิตเครื่องสำอางแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดให้บริการมานานกว่า 55 ปี ตอกย้ำการเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางที่เน้นการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันกว่า 60,000 ชิ้น ให้กับกองทัพภาคที่ 2 มูลนิธิ และหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพช่องปากคนไทย

ILC โดย แก้วตา องค์สรณะคม กรรมการและผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และ บุษบา จินตโสภณ กรรมการและผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ เป็นผู้แทนบริษัทนำผลิตภัณฑ์ยาสีฟันจำนวน 40,020 ชิ้น มอบให้แก่กองทัพภาค 2 เพื่อสนับสนุนภารกิจของเหล่าทหารกล้า ที่เสียสละและยืนหยัดปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พลโทบุญกลิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2  เป็นผู้แทนรับมอบ นอกจากนี้ยังได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันอีก 22,750 ชิ้น เพื่อช่วยเหลือสังคม โดยส่งมอบให้แก่มูลนิธิและหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 แห่ง ตลอดช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการมอบผลิตภัณฑ์ยาสีฟันนี้ ไม่เพียงเป็นการส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการส่งต่อความห่วงใย ความใส่ใจ และความตั้งใจของบริษัทฯ ที่อยากเห็นคนไทยยิ้มได้อย่างงดงาม 

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

ผลสำรวจชี้แม่เจนใหม่ 62% ให้ความสำคัญกับพัฒนาการสมองลูก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.04 น.

ในช่วงเวลาสำคัญของการตั้งครรภ์และให้นมบุตร โภชนาการที่เหมาะสมไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อย โดยเฉพาะในด้านสมองและระบบประสาท “คุณแม่กว่า 62%** ให้ความสำคัญกับสารอาหารที่ช่วยเสริมพัฒนาการสมองของลูกเป็นอันดับแรก” สะท้อนความใส่ใจของคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องการวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับลูกตั้งแต่ในครรภ์ ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังแนะว่า “โคลีน” เป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ เพื่อเสริมสร้างระบบประสาทและสมองของทารกอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งถึงความต้องการนี้ แอนมัม  แบรนด์นมสำหรับคุณแม่ที่อยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลาของการตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงได้เปิดตัว “แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่ แลคโตสฟรี และมีโคลีน 4 เท่า”* อย่างเป็นทางการในงาน Amarin Baby & Kids Carnival 2025 ณ ไบเทค บางนา เพื่อตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ที่มองหาทางเลือกโภชนาการที่ทั้งมีประโยชน์และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันอย่างแท้จริงจากผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกนมสำหรับแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรโดย The Asian Parent พบว่า กว่า 62% ของคุณแม่ให้ความสำคัญกับสารอาหารที่ช่วยเสริมพัฒนาการสมองของลูกเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะสารสำคัญอย่าง DHA, Omega 3-6-9 และโคลีน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาสมองในช่วงแรกของชีวิต

ด้วยข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากผลสำรวจนี้ “แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่” จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแม่ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร โดยมีจุดเด่นคือ:

  • มีโคลีน 4 เท่า*
  • ไม่มีแลคโตส เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาในการย่อยน้ำตาลแลคโตส
  • โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามิน B12 สูง ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง
  • โฟเลตและแคลเซียมสูง เสริมสร้างกระดูกและพัฒนาการโดยรวมของครรภ์

นางสาวพัชรนันท์ คงธนัยรุ่งโรจน์ Senior Brand Manager – Maternal, Dairy Foods and Myanmar กล่าวว่า “เราเชื่อว่าคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับโภชนาการเป็นหลัก ซึ่งสารอาหารที่ดีไม่เพียงสำคัญกับแม่ท้องเท่านั้นแต่ยังส่งผลต่อพัฒนาการของลูกตั้งแต่ในครรภ์ ‘แอนมัม โกลด์ สูตรใหม่’ จึงถูกพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจในความต้องการนี้ ซึ่งแอนมัมส่งเสริมการดูแลครรภ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมสารอาหารหลากหลายมีประโยชน์และเพื่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ของครรภ์มารดา ตอบโจทย์ความต้องการของแม่รุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ รวมไปถึงระยะให้นมบุตร

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ. แพทย์หญิงบงกช นราพุฒิ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มาร่วมแบ่งปันความรู้ในหัวข้อ “โคลีน…กุญแจลับ เสริมพัฒนาการสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์” โดยเน้นบทบาทของโคลีนในกระบวนการพัฒนาระบบสมองและระบบประสาทของทารก พร้อมเปิดโอกาสให้คุณแม่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองนอกจากนี้ แอนมัมยังนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุคใหม่ ได้แก่:

  • นมผงรสจืดไม่เติมน้ำตาลทราย
  • นม UHT พกพาสะดวก (รสจืด, รสอิงลิชมอลต์, รสน้ำผึ้งมานูก้า)
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่มใยอาหารสูง

ทุกสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยอย่างครบถ้วนในทุกช่วงเวลาแอนมัมยังคงครองยอดขายอันดับ 1*** ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ และได้รับการโหวตจากคุณแม่ว่าเป็น Best Milk for Mom” จากเว็บไซต์ มะลิ (Mali) แพลตฟอร์มแม่และเด็กชั้นนำของไทย ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจที่คุณแม่มีต่อแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง ติดตามข่าวสาร ข้อมูลสุขภาพสำหรับคุณแม่ และผลิตภัณฑ์จากแอนมัมเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Anmum Club Thailand

‘แอมมี่ สุนีพร’มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

'แอมมี่ สุนีพร'มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

‘แอมมี่ สุนีพร’มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

นครแห่งศรัทธานมัสการหลวงพ่อใหญ่ ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน ชมดอกหยาดวานรพักตร์” เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 . ณ วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร (วัดเขาพระงาม) อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี “นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดโครงการจัดงาน สืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี พ.ศ. 2568 พร้อมร่วมพิธีตักบาตรเทโวโรหณะกับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก โดยมี  มิสยูนิเวิร์สมุกดาหาร2025  “แอมมี่ สุนีพร เจริญชัย” ร่วมสืบสานประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ ในปีนี้ด้วย

การจัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญในเทศกาลออกพรรษา ส่งเสริมให้ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร สร้างความสามัคคีในชุมชน และอนุรักษ์เอกลักษณ์ท้องถิ่น “ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน” อันเป็นตำนานคู่เมืองลพบุรีมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ งาน “เขาพระงามเทโวโรหณะ” ยังจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นครแห่งศรัทธา นมัสการหลวงพ่อใหญ่ ตักบาตรข้าวต้มลูกโยน ชมดอกหยาดวานรพักตร์” เพื่อเฉลิมฉลอง พระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล หลวงพระงาม ซึ่งมีอายุครบ 113 ปี และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตำบลเขาพระงาม จังหวัดลพบุรี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง