‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

‘JASPAL Women Breast’s Friend’ แคมเปญรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม กับคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

JASPAL (ยัสปาล) เปิดตัวแคมเปญ JASPAL Women Breast’s Friend” เพื่อตอกย้ำความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและสร้างการตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งเต้านม ภายใต้แคมเปญนี้ยังได้ออกแบบคอลเลกชั่นพิเศษ Pinktober ที่ทางแบรนด์ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยใช้สีชมพูซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลแสดงความหวัง ความเมตตา พลังของความแข็งแกร่งและกล้าหาญของผู้หญิงที่กำลังและเคยเผชิญกับโรคนี้ มาออกแบบเป็นแฟชั่นไอเทม อาทิ เสื้อยืด เสื้อกล้าม เสื้อโปโล คาร์ดิแกน และกางเกง เพื่อจำหน่ายตลอดเดือนตุลาคม 2568 โดยรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งมอบให้กับมูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม (Queen Sirikit Centre for Breast Cancer Foundation) เพื่อสนับสนุนการรักษา การดูแลผู้ป่วยและการวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทย

พร้อมได้ชวน 3 อินฟลูเอนเซอร์สาวรักสุขภาพ ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ มัดหมี่ – กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์,แคร์ – ปาณิสรา ริกุลสุรกาน และ โบว์ – ชนาพร เจริญสุข เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล Pink Park Run 2025 เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อโรคมะเร็งเต้านม โดยจัดขึ้น ณ สเตเดียม วัน สปอร์ต คอมมูนิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นอกจากการจำหน่ายเสื้อผ้าในคอลเลกชั่น Pinktober แล้ว แบรนด์ JASPAL ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อร่วมส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ในวันเสาร์ที่ 11 และ วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคมนี้ ณ หน้าร้าน JASPAL สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เชิญชวนทุกคนถ่ายรูปตัวเองแล้วแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียโดยใช้ Template “Add Yours” ใน IG Story ก็สามารถแลกรับ Voucher เพื่อรับส่วนลดพิเศษเพื่อใช้ช้อปสินค้า และเมื่อซื้อสินค้าในคอลเลกชั่นรับเครื่องดื่มสมูทตี้  พร้อมร่วมเขียนข้อความให้กำลังใจถึงผู้ป่วยลงบนกระดาษโพสต์อิทสีชมพู ซึ่งจะถูกส่งมอบต่อไปยังผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อเป็นแรงใจและความอบอุ่นในช่วงเวลาสำคัญของพวกเขา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจถึงผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในแคมเปญ JASPAL Women Breast’s Friend” เพียงช้อปสินค้าในคอลเลกชั่น Pinktober ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยรายได้จากการจำหน่ายส่วนหนึ่งมอบให้กับ มูลนิธิศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม เพื่อสนับ สนุนการรักษา การดูแลผู้ป่วย และการวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทยต่อไป

แคร์ - ปาณิสรา ริกุลสุรกาน

แคร์ – ปาณิสรา ริกุลสุรกาน

มัดหมี่ - กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์

มัดหมี่ – กันต์ชนิต กิตติรัตนไพบูลย์

 โบว์ - ชนาพร เจริญสุข

โบว์ – ชนาพร เจริญสุข

3 อินฟลูเอนเซอร์ สาวรักสุขภาพกับกิจกรรม PINK PARK RUN 2025

3 อินฟลูเอนเซอร์ สาวรักสุขภาพกับกิจกรรม PINK PARK RUN 2025

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

ศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล ‘สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการสมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์ คณะที่ 24 ร่วมกันจัดงานแสดงความยินดีให้กับ ” พลตรีหญิงปิยนุช รัตนวิชัย ” ศิษย์โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ รุ่นที่ 40 ได้รับรางวัล “สตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568” ประเภทองค์กรสมาชิก สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์  เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ หอประชุมศุขศรีสมร โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ 

พลตรีหญิงปิยนุช รัตนวิชัย เคยดำรงตำแหน่ง อุปนายก และกรรมการสมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสสรณ์  เป็นผู้อุทิศตนทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารงานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนตาบอดและผู้พิการทางสายตา ในตำแหน่งกรรมการมูลนิธิธรรมิกชน เพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ร่วมจัดกิจกรรมด้านการศึกษาอาชีพ และการส่งเสริมคุณธรรมแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไป

เป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงผ่านโครงการสื่อสารการเรียนรู้ “นายเรือเร่แห่งแผ่นดิน”รวมถึงการจัดทำหนังสือและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติหลายโครงการ

-(016)

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

สคส. จัด “PDPC SCHOOL TOUR” ปลูกฝังเยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลส่วนบุคคล เดินหน้าสู่สังคมปลอดข้อมูลรั่วไหล

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

ในยุคที่โลกออนไลน์กลายเป็นห้องเรียนและพื้นที่สื่อสารของเยาวชน สถิติการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะปี 2567 พบคดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงเยาวชนออนไลน์กว่า 346 คดีทั่วประเทศ โดยเด็กหญิงอายุ 8–14 ปีเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดกว่า 118 ราย รูปแบบการหลอกลวงส่วนใหญ่เริ่มจาก การล่อลวงออนไลน์เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ, หลอกถ่ายคลิปลามกเพื่อแบล็กเมล์, การกลั่นแกล้งทางออนไลน์, ไปจนถึง การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสมโดยไม่ตั้งใจ เช่น การคลิกโฆษณาลวง

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึง “ช่องว่างความรู้” ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มเยาวชน ที่จำเป็นต้องเร่งปลูกฝังความเข้าใจและภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างจริงจัง โดย สคส. จึงได้จัดกิจกรรมโรดโชว์เชิงรุก “PDPC SCHOOL TOUR” ลงพื้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นแห่งแรก ต่อยอดจากโครงการ “PDPC สร้างความรู้สู่ชุมชน” เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้สิทธิของตนเองภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

“เด็กและเยาวชนคือกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องได้รับความรู้เรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เพราะพวกเขาเติบโตในโลกที่ทุกการคลิกคือข้อมูล กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR จึงเป็นเครื่องมือเชิงรุกที่ สคส. ตั้งใจนำความรู้เรื่อง PDPA ไปสู่ห้องเรียนจริง”

กิจกรรมโรดโชว์ PDPC SCHOOL TOUR ครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบเชิงสร้างสรรค์และเข้าใจง่าย เรียนรู้ปลูกฝังตั้งแต่ห้องเรียน โดยมีทั้งเกมจำลองสถานการณ์ “ข้อมูลรั่วไหล”และ การบรรยาย “รู้สิทธิ เข้าใจ PDPA ในชีวิตประจำวัน” โดยทีมวิทยากรจาก สคส. และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cyber Security ร่วมให้ความรู้ เพื่อให้เยาวชนเห็นภาพจริงของความเสี่ยง และสามารถนำหลักการ PDPA ไปใช้ในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการลงพื้นที่บริเวณชุมชนใกล้เคียงเพื่อเผยแพร่ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในทุก ๆ อาชีพ พร้อมเปิดตัวแมสคอต “น้องซีโร่” ที่มาร่วมสร้างสีสันในงานเป็นครั้งแรก 

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นการคุ้มครองข้อมูลเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เช่นกรณี หน่วยงาน ICO ของสหราชอาณาจักรสั่งปรับ TikTok 12.7 ล้านปอนด์ (ราว 540 ล้านบาท) จากการอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี กว่า 1.4 ล้านคน ใช้งานแพลตฟอร์มโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

“ในประเทศไทย มาตรา 20 ของกฎหมาย PDPA กำหนดชัดว่า การประมวลผลข้อมูลของผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะกรณีเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ต้องได้รับความยินยอมในทุกกรณี ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของเด็กยุคดิจิทัล” พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าว

กิจกรรม PDPC SCHOOL TOUR เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “Zero Data Breach – ข้อมูลรั่วไหลต้องเป็นศูนย์” ของ สคส. ที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมคุ้มครองข้อมูลตั้งแต่ระดับเยาวชน เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย โดยมีแผนขยายกิจกรรมโรดโชว์ “PDPC SCHOOL TOUR” เดินหน้าสู่สถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง วางแนวทางทำงานเชิงรุกทั้งการจัดกิจกรรมในโรงเรียน การอบรม การจัดทำชุดสื่อเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง มีเป้าหมายคือสร้างเครือข่ายความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเยาวชนให้แข็งแรงและยั่งยืน สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไป จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 ตุลาคมนี้ ณ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

‘13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช’ ขอเชิญร่วมงาน ‘ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

วันนวมินทรมหาราช ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จะจัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ใน หลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธานอันหาที่สุดมิได้

ขอเชิญประชาชนพร้อมใจสวมเสื้อสีเหลืองร่วมงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ (ปีที่ ๙) ในหลวงผู้ทรงสถิตในดวงใจ” ในวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 07.00 – 13.10 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช  ภายในงานมีกิจกรรมดังนี้  เวลา07.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 50 รูป ,เวลา 07.40 น. ผู้บริหารคณะฯ ถวายไทยธรรม ,เวลา 08.05 น. พิธีถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล นำกล่าวสดุดี ,เวลา 08.15 น. สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ , เวลา 09.00 น. เจริญจิตตภาวนา 9 นาที จากนั้น ถวายภัตตาหาร จตุปัจจัยและไทยธรรม , เวลา 09.40 น. ชมการแสดงดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 จากวงดุริยางค์ทหารเรือ ,เวลา 10.30 น. ปาฐกถาเทิดพระเกียรติ โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และเวลา12.00 น. ชมการแสดงดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์  รัชกาลที่ 9 จากวงดุริยางค์ทหารเรือ

นอกจากนี้ ขอเชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๙ ปี รำลึก ใต้ร่มพระบารมี ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ระหว่างวันที่ 8 – 16 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการ ได้ที่ Facebook : พิพิธภัณฑ์ศิริราช หรือ โทร.0 2414 1476

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก  ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

‘บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026’ ยกระดับกรุงเทพฯ สู่มหานครศิลป์ระดับโลก ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-เทศ ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์ ‘นางฟ้า ผจญมาร’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมเปิดฉากเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก กำหนดจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี ภายใต้แนวคิดใหม่ “นางฟ้า ผจญมาร” (Angles and Mara) โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแกนหลักในการผนึกกำลังกับภาครัฐและเอกชน ล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินชั้นนำกลุ่มแรกจากไทยและต่างประเทศ ที่จะร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ชิ้นงาน จัดแสดง ณ สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ตอกย้ำบทบาทในฐานะศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2570

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” จัดขึ้นครั้งแรก ในปี 2018 โดยมีเป้าหมายผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านศิลปะร่วมสมัย และเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก นอกจากจะเป็นการสร้างเวทีศิลปะระดับนานาชาติแล้ว เทศกาลนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้หมุนเวียนในวงกว้าง ตั้งแต่ชุมชนศิลปะ ธุรกิจท่องเที่ยว และเกี่ยวเนื่องไปจนถึงเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โดยรอบสถานที่จัดงาน

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  กล่าวว่า การจัดงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” (Bangkok Art Biennale 2026) จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด “นางฟ้า ผจญมาร” (Angels and Mara) ที่สะท้อนถึงความหวังท่ามกลางความตึงเครียด ความขัดแย้ง และการอยู่ร่วมกันของสองขั้วตรงข้ามในโลกปัจจุบัน โดยผลงานศิลปะจะถูกนำมาจัดแสดงบนแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัส และร่วมตีความผ่านงานศิลปะไปด้วยกัน

ศ.ดร. อภินันท์ โปษยานนท์

 ยกระดับกรุงเทพมหานคร สู่การเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

ตลอดการจัดงานที่ผ่านมา “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” เป็นหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาและค้นหาตัวตน พร้อมทั้งได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันศิลปินต่างชาติก็ได้เรียนรู้ความงดงามในแบบไทย เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ผลักดันศักยภาพ และทุนทางวัฒนธรรมของไทยสู่เวทีสากล ก่อให้เกิดคุณค่าเชิงสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการยกระดับกรุงเทพมหานคร สู่การเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

ในปีที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีที่เรามีผู้เข้าชมกว่า 1.2 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละ 10,000 คน สร้างรายได้ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยถึง 228 ล้านบาท (ข้อมูลจาก TCEB) สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

เทศกาล “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2569 –28 กุมภาพันธ์ 2570 โดยความร่วมมือของ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ / บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กรุงเทพมหานคร / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย / สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันนำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ชิ้น จากศิลปินชั้นนำทั่วโลก จำนวน 60 คน เพื่อเปิดพื้นที่แห่งความสุขแก่นักท่องเที่ยว และผู้รักศิลปะได้ชื่นชมผลงาน พร้อมอัปเดตเทรนด์ศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 สานต่อความสำเร็จจาก 4 ครั้งที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์  ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  กล่าวว่า เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของกรุงเทพมหานคร กับการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติระดับโลก ที่ตอกย้ำบทบาทของเมืองในฐานะศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมแห่งภูมิภาค การจัดงานครั้งนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจาก 4 ครั้งที่ผ่านมา เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2018 และต่อเนื่องในปี 2020, 2022 และ 2024  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง

ประกาศรายชื่อ 15 ศิลปินไทย-นานาชาติร่วมแสดงผลงานศิลปะ

รายชื่อ 15 ศิลปินนานาชาติกลุ่มแรกที่จะเดินทางมาร่วมแสดงผลงานศิลปะ นำโดยศิลปินที่มีผลงานในระดับโลก แมนดี้ เอล-ซาเยห์ (อังกฤษ) ยะสึมะซะ โมริมูระ (ญี่ปุ่น) กรกาญจน์ รุ่งสว่าง (ไทย) ซุน หยวน และ เผิง หยู่ (จีน)ปิเอโร โกลียา (อิตาลี) ธีรพล สีสังข์ (ไทย) มานิต ศรีวานิชภูมิ (ไทย) แมรี่ ภาคินี (ภาคินี ศรีเจริญสุข) (ไทย) ชิน มิน (เกาหลีใต้) มาห์ทับ ฮุสเซน & กาย กุณารัตเน (อังกฤษ) เทน ลิน (สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์) เจอราร์ด &  เคลลี่ (สหรัฐอเมริกา) เมล ชิน (สหรัฐอเมริกา) โซเนีย ฮัมซา (ฝรั่งเศส)  รี(สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์)

พร้อมกันนี้ ยังมีคณะภัณฑารักษ์ผู้มากประสบการณ์อีก 5 คน มาร่วมทำงานกับศิลปิน และคัดเลือกผลงานศิลปะ จากนานาประเทศ อาทิ  ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต   เบียนนาเล่ ร่วมด้วย ดร.เรมี่ จารี่  คณาจารย์ประจำหลักสูตรนานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  อดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เมลานี่ โพค็อก ผู้อำนวยการศิลป์ IKON Gallery, เบอร์มิงแฮม, สหราชอาณาจักร และ ดร. กุลภัทร ยันตรศาสตร์ ผู้ก่อตั้งและผู้อํานวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ของ WHY ร่วมกันขับเคลื่อนยกระดับ BAB 2026 ให้เป็นเวทีศิลปะระดับโลก อันเป็นศูนย์กลางแห่งการสร้างสรรค์เชิงศิลปะและเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างลึกซึ้ง

งาน บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2025 พร้อมจะถ่ายทอดงานศิลป์สู่สายตาชาวโลก ผ่านสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครทั้งในย่านใจกลางเมือง และในย่านเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยมากกว่า 200 ผลงาน จากศิลปินชั้นนำของโลกมาจัดแสดงตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร / พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / มิวเซียมสยาม / วันแบงค๊อก เป็นต้น

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2026 Bangkok Art Biennale 2026 (BAB 2026) เพิ่มเติมได้ทาง  Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale 

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

กรมวิทย์ฯ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสายพันธุ์โควิด XFG ระบาดเร็วแต่ไม่รุนแรง ย้ำไทยมีระบบเฝ้าระวังเข้มแข็ง ขอประชาชนมั่นใจ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเฝ้าระวังโรคโควิด19 ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีสายพันธุ์ใหม่ XFG หรือ “Stratus” ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่ต้องจับตา Variant Under Monitoring (VUM) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน มีการกลายพันธุ์โปรตีนหนามหลายตำแหน่ง ทำให้แพร่ได้เร็วและอาจหลบภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตามข้อมูลปัจจุบันยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

สำหรับประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ XFG ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2568 – 4 ตุลาคม 2568 พบผู้ติดเชื้อสะสม 34 ราย ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ และน้ำมูก

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า จากการถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคโควิด 19 เพื่อเฝ้าระวังการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 4 ตุลาคม 2568 จำนวน 613 ราย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1* ร้อยละ 73.4, สายพันธุ์ XEC* ร้อยละ 8.6, สายพันธุ์ JN.1* ร้อยละ 6.5, สายพันธุ์ XFG* ร้อยละ 5.5, และพบสายพันธุ์อื่นๆ ร้อยละ 5.9

 ขณะเดียวกันประเทศไทยได้ถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด 19 และเผยแพร่ข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลสากล GISAID รวมกว่า 48,870 ตัวอย่าง ตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์ระบาด ซึ่งแสดงถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของเครือข่ายห้องปฏิบัติการไทย

“โควิดสายพันธุ์ XFG เป็นตัวอย่างตอกย้ำว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังที่เข้มแข็งและต่อเนื่อง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมทำงานเชิงรุก ไม่เพียงเพื่อควบคุมโรค แต่เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชนและเสริมเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ” อธิบดีย้ำ

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอให้ประชาชนมั่นใจ แม้สายพันธุ์ XFG จะแพร่เร็ว แต่ยังไม่รุนแรง การป้องกันตนเองยังสำคัญ ได้แก่ การสวมหน้ากากในที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจ ATK หากมีอาการ  เป็นต้น

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย 6 ครั้งทั่วประเทศ

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย 6 ครั้งทั่วประเทศ

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย 6 ครั้งทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมการพัฒนาชุมชน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับและพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” จำนวน 6 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 ตุลาคม 2568 เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ พระวิสัยทัศน์ และแนวพระดำริในการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่ชาติอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเป็นการสนองพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งทรงมุ่งหมายให้ผ้าไทยเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย โดยผสมผสานความงดงามของผ้าไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเข้ากับแนวคิดแฟชั่นร่วมสมัย เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน อันเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างรายได้และความเข้มแข็งแก่ชุมชน รวมถึงการขับเคลื่อนแนวคิด “Sustainable Fashion – แฟชั่นแห่งความยั่งยืน” ที่ให้ความสำคัญกับการใช้เส้นใยธรรมชาติ การย้อมสีธรรมชาติ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดประชุมทั้ง 6 ครั้ง เริ่มครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ณ โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา สงขลา จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ไคซ์ จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ปา แอนด์ รีสอร์ต จังหวัดลำพูน

การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้ง 6 ครั้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดแนวพระดำริและพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ในการสืบสานและต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าและงานหัตถกรรมไทย โดยมีคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านผ้าและหัตถศิลป์ไทย รวมทั้งนักออกแบบแฟชั่นชื่อดังระดับประเทศ อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์, คุณศิริชัย ทหรานนท์ (THEATER),  ภูภวิศ กฤตพลนารา (Issue), วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข (WISHARAWISH),  ธนาวุฒิ ธนสารวิมล (TANDT), ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน, ดร.กรกลด คำสุข, ดร.กิติศักดิ์ เยาวนานนท์, ดร. แพรวา รุจิณรงค์ และ ดร. ฐิศิรักน์ โปตะวณิช ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการออกแบบ การทอ การย้อมสีธรรมชาติ การตัดเย็บ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การตลาด และการสื่อสารสังคม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีการฉายวีดิทัศน์เผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ทรงอุทิศพระวรกายในการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยไปสู่ระดับนานาชาติ ตลอดจนเผยแพร่หนังสือ “สิริวัณณวรีนารีรัตนราชพัสตราภรณ์ : แรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ผืนผ้าและหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัย” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระครบ 39 พรรษา และถอดบทเรียนพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะแฟชั่นและสิ่งทอ

การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการทั้ง 6 ครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญที่เผยแพร่และขยายผลแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ OTOP รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนทั่วไปในการสืบสาน รักษา และต่อยอดภูมิปัญญาผ้าและหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล อีกทั้ง โครงการนี้ยังช่วยสนับสนุนให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และช่างฝีมือในท้องถิ่น มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีคุณภาพสูงขึ้น สามารถแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมั่นคงยั่งยืน อันเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

คุณแหน : 9 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 9 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 9 ตุลาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พล.อ.อ. ชลิต  พุกผาสุข  องคมนตรี  เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “หม่อมงามจิตต์  บุรฉัตร  บุคคลสำคัญของโลก”  รางวัล สร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม แก่บุคคลที่ปฏิบัติงานดีเด่นเพื่อสังคม ประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ 174 ราย อาทิ รศ.อภิญญา  เวชยชัย,  จิณณารัชช์  สัมพันธ์รักษ์,   วิลาวัลย์  ธรรมชาติ,  กุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร,ศ. ดร. นพวรรณ เปียชื่อ,  กุลทรัพย์ ชื่นโกสุม ในงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก“ ครั้งที่ 37 วันที่ 18 ต.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของหม่อมงามจิตต์ฯ ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ และมีสินค้าหัตถกรรม จากภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์คนพิการ และเกษตรแปรรูป อาทิ น้้ำนมข้าวโพด โยเกิร์ต อันลือชื่อ มาจำหน่าย ด้วย…
  • เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ สำนักงานเขตปทุมวัน เชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีบรรเลง อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์และบทเพลงอันทรงคุณค่าในงาน “บทเพลงของพ่อ” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2568 รับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์อันแสดงถึงพระปรีชาสามารถขององค์อัครศิลปินของไทย และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อวงการเพลงไทย บรรเลงโดย วงซิมโฟนีออเคสตรา Bangkok Metropolitan Orchestra วงดุริยางค์กรุงเทพมหานคร อำนวยเพลงโดย สรพจน์ วรแสง พร้อมศิลปินรับเชิญ พัทธนันท์ อาจองค์ และ กองปราบ ปณิธาน จวงครุฑ 10 ต.ค. 17.00 น. – 18.30 น. บริเวณลานสกาย วอล์ค ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์…
  • คุณหญิงโรส – รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ไปเชียร์หลานสาวคนสวยและเก่ง จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์ ประกวด Miss Thailand International 2025 คว้ารางวัลชนะเลิศมาครองอย่างเป็นเอกฉันท์ สวยสง่าเหมาะสมกับตำแหน่งมาก…
  • สวด พวงเพ็ญ สูยะนันท์ 8-11 ต.ค. 18.00 น. ณ ศาลา 5 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กทม.และฌาปนกิจ 12 ต.ค.17.00 น. เมรุ 2…
  • ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันบรรเลงเดี่ยวแซ็กโซโฟน “Thailand Saxophone Competition 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ สำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 15-25 ปี วันที่ 18 ต.ค. เวลา 13.00-19.00 น. ณ ชั้น 8 ไอคอนสยาม ชมฟรี…
  • พบกับ นพ.เจเรมี ฮั่น นักเขียน An Impossible Life Journey หมอมะเร็งใจเพชร ในงานมหกรรมหนังสือ ระดับชาติ ครั้งที่ 30  โดยสำนักพิมพ์สันสกฤต และสำนักพิมพ์แสงดาว คุณหมอจะร่วมเสวนาบนเวที Author’s Salon วันที่ 13 ต.ค.  17.00–17.50 น. ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจอันทรงพลัง และปรัชญาชีวิตในการเอาชนะอุปสรรคทั้งมวล ในงานมหกรรมหนังสือ ระดับชาติ ครั้งที่ 30  ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  9 -19 ต.ค…

น้อง

ทริปฮีลใจต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ตะลุยเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนทั่วเกาะไต้หวันเหนือจรดใต้

ทริปฮีลใจต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ตะลุยเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนทั่วเกาะไต้หวันเหนือจรดใต้

ทริปฮีลใจต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ตะลุยเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนทั่วเกาะไต้หวันเหนือจรดใต้

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

ฤดูใบไม้ร่วง-หนาวของไต้หวันเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนของทุกปีไปจนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแช่น้ำพุร้อน สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่คุ้นชินกับอากาศร้อนอบอ้าว การแช่น้ำพุร้อนท่ามกลางอากาศเย็นสบาย พร้อมลิ้มรสอาหารท้องถิ่นและสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวรอบเกาะไต้หวัน ถือเป็นวันหยุดที่สมบูรณ์แบบที่ได้ทั้งความผ่อนคลายและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทริปตะลุยน้ำพุร้อนทั่วเกาะไต้หวันกำลังรอให้คุณมาเปิดประสบการณ์แล้ววันนี้

ฮีลใจผ่อนคลายกับน้ำพุร้อนไต้หวันช่วงฤดูใบไม้ร่วงหนาว

ลองจินตนาการถึงการแช่น้ำพุร้อนคลายหนาวในยามค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วง หรือการเพลิดเพลินไปกับน้ำพุร้อนอบอุ่นที่โอบกอดร่างกายในฤดูหนาว เพียงแค่นึกภาพก็รู้สึกผ่อนคลายแล้วใช่ไหมล่ะ? ในทุกปี สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันจะจัดกิจกรรม “臺灣好湯” หรือแช่ได้แช่ดีที่ไต้หวัน! โดยปีนี้เน้นเรื่อง “อาหารน้ำพุร้อนเลิศรส” และ “การดูแลรักษาสุขภาพ” ให้ผู้มาเยือนได้ชาร์จพลังทั้งกายและใจจากทริปแช่น้ำพุร้อน

ไต้หวันมีแหล่งน้ำพุร้อนหลากหลายที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งบ่อน้ำพุร้อนกำมะถันในภาคเหนือ บ่อน้ำพุร้อนคาร์บอนิกในภาคกลาง บ่อน้ำพุร้อนโคลนในภาคใต้ และบ่อน้ำพุธรรมชาติท่ามกลางป่าเขาในภาคตะวันออก น้ำพุร้อนแต่ละแห่งล้วนมีสรรพคุณและประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่านั้น ที่ภูเขาจินซาน เขตว่านหลี่ และเกาะลวี่เต่ายังมีบ่อน้ำพุร้อนใต้มหาสมุทรที่หาได้ยาก ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกเลยทีเดียว

ตะลุยน้ำพุร้อนรอบเกาะไต้หวันเส้นทางแห่งความอบอุ่นจากเหนือจรดใต้

น้ำพุร้อนภาคเหนือผสมผสานเมืองและธรรมชาติอย่างลงตัว

จุดเด่นของน้ำพุร้อนภาคเหนือคือการเดินทางที่สะดวกสบาย เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของทริปตะลุยบ่อน้ำพุร้อนรอบเกาะไต้หวัน พาคุณเข้าสู่โมเมนต์แห่งความผ่อนคลายจากน้ำพุร้อนได้อย่างง่ายดาย “เป่ยโถว” คือสวนหลังบ้านของชาวไทเป เมื่อเดินเล่นบนถนนโบราณในเป่ยโถว ก็จะได้เห็นสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นผสมผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ หลังแช่น้ำพุร้อนเสร็จ แนะนำให้แวะพิพิธภัณฑ์บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถว เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมน้ำพุร้อนที่มีอายุกว่าร้อยปี “จินซาน-ว่านหลี่” นอกจากการแช่น้ำพุร้อน ยังมีทิวทัศน์ชายฝั่งเหนืออันตระการตา และอาหารทะเลสดใหม่ให้ลิ้มลอง ส่วน “บ่อน้ำพุร้อนอูไหล” ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา โดดเด่นทั้งน้ำพุร้อนคุณภาพเยี่ยม แถมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วัฒนธรรมชนพื้นเมืองไท่หย่า

น้ำพุร้อนภาคกลางพักใจท่ามกลางขุนเขา

เมื่อแวะพักในภาคกลาง แนะนำให้จัดทริปตะลุยน้ำพุร้อนแบบเจาะลึกสัก 2–3 วัน เป็นจุดพักระหว่างการท่องเที่ยวรอบเกาะ น้ำพุร้อนในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่อยู่ท่ามกลางผืนป่า “บ่อน้ำพุร้อนกู่กวน” โอบล้อมด้วยขุนเขา มีน้ำพุร้อนคุณภาพเยี่ยมและวิวทิวทัศน์งดงาม ถือเป็นแหล่งน้ำพุร้อนชื่อดังที่สุดของภาคกลาง “บ่อน้ำพุร้อนตงซื่อ” โดดเด่นด้วยน้ำพุร้อนคาร์บอนิกที่ทำให้ผิวเนียนนุ่มหลังการแช่ ส่วน “บ่อน้ำพุร้อนไท่อัน” ตั้งอยู่ในเมืองเหมียวลี่ นอกจากน้ำพุร้อนคุณภาพดี ยังได้สัมผัสวัฒนธรรมชนพื้นเมืองและลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นอีกด้วย

น้ำพุร้อนภาคใต้ประสบการณ์สุดพิเศษกับเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ไล่ตะลุยทริปรอบเกาะลงมาทางใต้ น้ำพุร้อนภาคใต้จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป “น้ำพุร้อนกวนจื่อหลิง” เป็นบ่อน้ำพุร้อนโคลนเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน น้ำสีดำอุดมด้วยแร่ธาตุ จึงได้รับฉายาว่า “บ่อน้ำพุร้อนดำ” หลังแช่ผิวจะเนียนนุ่มดุจผ้าไหม ถือเป็นสวรรค์แห่งความงามตามธรรมชาติ และยังเข้ากันอย่างลงตัวกับเมนูขึ้นชื่อของท้องถิ่นอย่าง “ไก่อบโอ่ง” ส่วน “น้ำพุร้อนเป่าไหล เขตลิ่วกุย” ตั้งอยู่บนภูเขาของเกาสง น้ำพุร้อนคุณภาพดี แถมยังมีธรรมชาติรายล้อมให้ออกสำรวจได้อีกด้วย

น้ำพุร้อนภาคตะวันออกใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง

น้ำพุร้อนภาคตะวันออกถือเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่บริสุทธิ์ที่สุดในไต้หวัน “บ่อน้ำพุร้อนรุ่ยซุ่ย” ในเมืองฮวาเหลียน ตั้งอยู่กลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาและน้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับการแช่ผ่อนคลายอย่างสงบ “น้ำพุร้อนจือเปิ่น” ถือเป็นสัญลักษณ์น้ำพุร้อนของภาคตะวันออก ชื่อ “จือเปิ่น” มาจากภาษาพื้นเมืองของเมืองเป่ยหนาน แปลว่า “ความสามัคคี” ที่นี่นอกจากจะมีน้ำพุร้อนคุณภาพเยี่ยม ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสวัฒนธรรมชนพื้นเมืองอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งสำรวจบริเวณอุทยานป่าจือเปิ่นที่เหมาะแก่การเดินเล่นและพักผ่อน สำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์พิเศษ “ลวี่เต่า” ก็มีน้ำพุร้อนใต้มหาสมุทรซึ่งถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่หาได้ยาก การได้แช่น้ำพุร้อนริมทะเลพร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นการปิดท้ายอันสุดแสนโรแมนติกของทริปน้ำพุร้อนรอบเกาะไต้หวันของคุณ

ตะลุยน้ำพุร้อนรอบเกาะ พร้อมลิ้มรสอาหารท้องถิ่น

อีกหนึ่งความสุขของทริปน้ำพุร้อนรอบเกาะไต้หวัน คือการได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นอันหลากหลาย ตั้งแต่ราเมงน้ำพุร้อนในภาคเหนือ, อาหารป่าในภาคกลาง, ไก่อบโอ่งในภาคใต้ ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองในภาคตะวันออก ทุกจานล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวท้องถิ่น นอกจากนี้ แม้ว่า ‘ไข่น้ำพุร้อน’ จะพบเห็นได้ทั่วไป แต่ด้วยคุณสมบัติของน้ำพุร้อนแต่ละที่ จึงทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสต่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ทริปน้ำพุร้อนรอบเกาะไม่ใช่เพียงการเดินทางทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นการเดินทางที่ช่วยฮีลใจ ในน้ำพุร้อนแต่ละแห่ง คุณจะได้สัมผัสสรรพคุณของน้ำพุร้อนที่แตกต่าง ชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม และซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่นอันหลากหลาย ที่จะเติมเต็มความประทับใจให้การเดินทางของคุณ ตลอดการเดินทางรอบเกาะ คุณจะได้ค้นพบว่าทรัพยากรน้ำพุร้อนของไต้หวันนั้นอุดมสมบูรณ์และหลากหลาย และทุกแห่งล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณมาสัมผัส

ไปตะลุยทริปน้ำพุร้อนรอบเกาะไต้หวันกันเถอะ! จากเหนือจรดใต้ จากตะวันตกไปตะวันออก ให้ความอบอุ่นของน้ำพุร้อนช่วยชะล้างความเหน็ดเหนื่อยตลอดปีที่ผ่านมา มาลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่จะทำให้คุณอบอุ่นทั้งกายและใจ ในฤดูกาลที่สวยที่สุดของไต้หวัน มาสัมผัสดินแดนแห่งความงดงามนี้ผ่านประสบการณ์อันแสนผ่อนคลายและอบอุ่น เชิญมาฮีลใจและมอบรางวัลให้ตัวคุณเอง

NSM ชวนชมนิทรรศการ ‘Brain Inside Out’ ไขความลับของสมองทุกช่วงวัย

NSM ชวนชมนิทรรศการ ‘Brain Inside Out’ ไขความลับของสมองทุกช่วงวัย

NSM ชวนชมนิทรรศการ ‘Brain Inside Out’ ไขความลับของสมองทุกช่วงวัย

วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.44 น.

NSM ชวนชมนิทรรศการชุดใหม่ส่องสมอง  “Brain Inside Out” เปลี่ยนเรื่องซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย มาร่วมสำรวจและไขความลับของสมองทุกช่วงวัย สนุกไปกับ “โดมสมองยักษ์ – กิจกรรมประดิษฐ์หมวกสมอง“ พร้อมเผยเคล็ดลับเด็ดของการดูแลสมอง ชมฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. จ.ปทุมธานี

8 ตุลาคม 2568 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานเปิด “นิทรรศการส่องสมอง (Brain Inside Out)” ซึ่งเป็นนิทรรศการชุดใหม่ของ อพวช.โดยมี 2 รองผู้อำนวยการ NSM คือดร.กรรณิการ์ เฉินพร้อมกับนางสาวศิริรัตน์ เสริมวิฑูรย์ และคณะผู้บริหารเจ้าหน้าที่ NSM เข้าร่วม

นายสุวรงค์ กล่าวว่า NSM ได้พัฒนานิทรรศการ “ส่องสมอง (Brain Inside Out)” เพื่อเปลี่ยนเรื่องซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ เพราะ “สมอง” คืออวัยวะที่ซับซ้อนและสำคัญที่สุด ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมทั้งความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม การเข้าใจการทำงานของสมองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าใจตนเองและผู้อื่น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและการดูแลสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยนิทรรศการชุดนี้ จะชวนผู้เข้าชมไปไขปริศนาการทำงานและศักยภาพของสมองผ่านการเดินทางตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงวัยชรา พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนสำรวจกลไกเบื้องหลังความคิดและพฤติกรรม เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านชิ้นงานปฏิสัมพันธ์แสนสนุก และยังเผยเคล็ดลับเด็ดของการดูแลสมองให้แข็งแรงและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า ภายในนิทรรศการผู้เข้าชมจะได้ ไขความลับ ว่าเหตุใดสมองจึงมีความสามารถน่าทึ่งเกินจินตนาการ และสำรวจบทบาทของสมองในฐานะ “ผู้ควบคุมสูงสุด” ที่กำหนดทุกการกระทำของเรา นิทรรศการนี้ถูกออกแบบให้เป็นการ เดินทางผ่านช่วงชีวิตของมนุษย์ ตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงวัยชรา เพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสมองในแต่ละช่วงวัย ทั้งด้านการเรียนรู้ การปรับตัว และการเสื่อมตามธรรมชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ผ่าน ชิ้นงานปฏิสัมพันธ์ ที่สนุกสนานมากมาย อาทิ การทำความเข้าใจการทำงานของสมองด้วยตนเอง และกิจกรรม “ประดิษฐ์หมวกสมอง” (Brain Hat) ที่จะพาคุณไปสำรวจกลไกการทำงานของสมองส่วนต่าง ๆ ผ่านการประกอบหมวกสุดสร้างสรรค์ ทั้งสนุก เพลิดเพลิน และเสริมความรู้ไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมีการเผยเคล็ดลับในการดูแลสมองให้มีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ไฮไลต์สำคัญ ที่ไม่ควรพลาดคือ “โดมสมองขนาดใหญ่”ที่จะมอบประสบการณ์ Immersive เสมือนก้าวเข้าสู่โลกภายในของเซลล์ประสาทนับหมื่นล้านเซลล์

“นิทรรศการส่องสมอง (Brain Inside Out)” จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 13 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. จ.ปทุมธานี เปิดให้บริการวันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 09.30-15.00 น. และวันเสาร์-วันอาทิตย์/วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.30-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2577 9999 ต่อ 2122-2123 หรือติดตามทาง Facebook : NSM Thailand

-(016)