เปิดวิสัยทัศน์ ‘นพรัตน์ มาลัยวงค์’ แม่ทัพหญิงผู้พาแบรนด์ไทยสู่หุ้นมหาชน

เปิดวิสัยทัศน์ ‘นพรัตน์ มาลัยวงค์’ แม่ทัพหญิงผู้พาแบรนด์ไทยสู่หุ้นมหาชน

เปิดวิสัยทัศน์ ‘นพรัตน์ มาลัยวงค์’ แม่ทัพหญิงผู้พาแบรนด์ไทยสู่หุ้นมหาชน

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.04 น.

ดิฉันไม่ใช่คนเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้ค่ะ เสียงของ นพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท 88(Thailand) จำกัด (มหาชน) ฟังดูเรียบง่ายแต่หนักแน่น เธอคือผู้หญิงที่พาแบรนด์ไทยเติบโตจากธุรกิจเล็กๆ สู่การเป็นบริษัทมหาชนภายใต้ชื่อหุ้น “88TH” และเป็นเจ้าของแบรนด์ดูแลเส้นผมชื่อดัง LYO ที่วันนี้กลายเป็นชื่อที่คนไทยคุ้นหู

จาก ver.88 → LYO → HONE เส้นทางแห่งการลงมือทำของ นพรัตน์ มาลัยวงค์

“ก่อนปี 2558 ตนเองทำธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางจากเกาหลี ตอนนั้นมองเห็นช่องว่างในตลาดชัดเจน ผู้หญิงไทยต้องการของดีในราคาที่จับต้องได้ เลยตัดสินใจก่อตั้งบริษัท 88(Thailand) และสร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ ‘ver.88’”

โดยผลิตภัณฑ์แรกคือ “แป้งดินน้ำมัน” ที่โด่งดังทันที ตามมาด้วยลิปสติก รองพื้น และบลัชออน “ver.88 สะท้อนความเชื่อของผู้หญิงยุคใหม่ว่า ความสวยไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องใช้แล้วมั่นใจได้จริง”

จุดเปลี่ยนสู่ LYO (ปี 2563)

เมื่อโลกเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงโควิด–19 ที่ธุรกิจเครื่องสำอางทั่วโลกได้รับผลกระทบหนัก นพรัตน์กลับมองเห็นโอกาสในวิกฤตนั้น

“ตอนนั้นไม่รอให้สถานการณ์ดีขึ้น เราเริ่มผลิตเจลแอลกอฮอล์ภายใต้ ver.88 เพื่อให้บริษัทยังเดินต่อได้ แต่ในช่วงนั้นเอง ก็ได้รู้จักแบรนด์ LYO ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากสมุนไพรไทย”

เธอจึงลองใช้ด้วยตัวเองและรู้ทันทีว่า “สูตรดีมาก” แต่ยังไม่ถูกสื่อสารให้คนรู้จักในวงกว้าง “ตนเองเห็นศักยภาพของแบรนด์ จึงขอซื้อมาพัฒนาและต่อยอดต่อจากเจ้าของเดิม เพื่อคงสิ่งที่ดีไว้ และเสริมสิ่งที่ขาดให้สมบูรณ์”

จากนั้นจึงเริ่มปรับแบรนด์ใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่สูตร โลโก้ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาด โดยยังคงทำงานร่วมกับเภสัชกรเจ้าของสูตรเดิม เพื่อรักษาคุณภาพและเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไป

และหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ LYO เกิดขึ้นเมื่อได้ร่วมงานกับ หนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย

“ตอนที่ติดต่อคุณหนุ่มครั้งแรก แค่คิดว่าอยากได้คนที่สะท้อนภาพลักษณ์ความจริงใจและคุณภาพ แต่คุณหนุ่มบอกตรง ๆ ว่าอยากลองใช้ก่อน ถ้าใช้แล้วดีจริง ค่อยร่วมงานกัน” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้ม

หลังจากทดลองใช้แล้วเห็นผลจริง เขาพูดเพียงประโยคเดียวว่า “ผมไม่อยากเป็นพรีเซนเตอร์ แต่อยากเป็นพาร์ทเนอร์”

นับแต่นั้นมา “หนุ่ม–กรรชัย” จึงกลายเป็นพาร์ทเนอร์ตัวจริง มีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาสูตร การสื่อสารแบรนด์ ไปจนถึงการทำตลาดร่วมกัน ซึ่งช่วยให้ LYO เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ Hair Care ที่แข็งแรงที่สุดของไทย

การต่อยอดและขยายพอร์ต (ปี 2564–2567)

หลังจาก LYO ประสบความสำเร็จในกลุ่ม Anti-Hair Loss บริษัทจึงขยายสินค้าอย่างต่อเนื่อง “เราพัฒนาไลน์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม” ตั้งแต่

• LYO Hair Color Shampoo (2565) — แชมพูปิดผมขาวพร้อมบำรุง

• LYO Herbal Series (2567) — สูตรสมุนไพรไทยแท้ เช่น อัญชัน มะกรูด ใช้ได้ทุกวัน

จนตอนนี้ LYO กลายเป็นแบรนด์ที่มีสินค้าครอบคลุมครบทุกความต้องการของผู้ใช้

การก้าวสู่ตลาด Skincare — แบรนด์ HONE (ปี 2565)

จากความสำเร็จของ LYO นพรัตน์ต่อยอดสู่แบรนด์สกินแคร์ภายใต้ชื่อ HONE (โฮน) ซึ่งเป็นอีกด้านหนึ่งของความงาม เป็นแบรนด์ที่ต่อยอดจากสิ่งที่เราทำได้ดีอยู่แล้ว พัฒนาร่วมกับคุณหนุ่มเช่นกัน ใช้สารสกัดธรรมชาติจากเกาหลี เน้นสูตร Anti-Aging สำหรับผู้หญิงที่อยากดูแลตัวเองครบทั้งผมและผิว”

กลยุทธ์การตลาดและช่องทางการขาย

“ธุรกิจความงามต้องเดินพร้อมกันสองขา — คุณภาพของสินค้าและความเข้าใจผู้บริโภค” นพรัตน์กล่าวอย่างมั่นใจ “เราไม่เคยสร้างแบรนด์จากกระแส แต่สร้างจากข้อมูลจริง เราศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สินค้าใช้ได้จริง เห็นผลจริง และทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ”

88TH ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งสื่อหลัก สื่อออนไลน์ และสื่อดิจิทัลกว่า 19,000 จุดทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางขายแบบครบทุกมิติ — ห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา ร้านทำผม ร้านค้าปลีก ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop, TV Shopping และ Live Commerce

และเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพ บริษัทจึงเข้าซื้อโรงงาน DOK SKIN เพื่อควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่สูตร การทดสอบ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์

“การมีโรงงานของเราเอง ทำให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ต่อเนื่อง และมั่นใจได้ว่าทุกชิ้นที่ออกจากโรงงานมีมาตรฐานเดียวกัน”

ทำให้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 88TH เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง

• ปี 2566: รายได้ 365.08 ล้านบาท / กำไร 25.91 ล้านบาท

• ปี 2567: รายได้ 479.08 ล้านบาท / กำไร 55.77 ล้านบาท

• ครึ่งปีแรก 2568: รายได้ 307.41 ล้านบาท / กำไร 50.45 ล้านบาท

เพียงครึ่งปีแรก กำไรก็เกือบเท่าทั้งปีของปีก่อน — สะท้อนความมั่นคงและศักยภาพในการขยายธุรกิจที่ยั่งยืน

และเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 บริษัท 88(Thailand) Public Company Limited (88TH) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อย่างเป็นทางการ เสนอขายหุ้น IPO 59.5 ล้านหุ้น ราคา 5.45 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่ากว่า 324 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดวันแรกสูงถึง 1,158 ล้านบาท

“การเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาวค่ะ ดิฉันอยากให้ 88TH เป็นตัวอย่างของแบรนด์ไทยที่ยืนได้ด้วยคุณภาพ ความโปร่งใส และศรัทธาจากผู้บริโภค”

นอกจากนี้ นพรัตน์ มาลัยวงค์ มองว่า “ธุรกิจที่ยั่งยืนต้องมีทั้งหัวใจและระบบที่แข็งแรง” โดยเธอวางเป้าหมาย 3–5 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน

“เราตั้งใจสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลงทุนต่อเนื่องใน R&D และนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึง ศึกษาตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจาก CLMV และจีน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการขยายในอนาคต”

 “เราไม่ใช่แค่ผู้บริหาร แต่เป็นคนที่ลงมือทำในทุกวันจริงๆ เพราะสิ่งที่พาเรามาถึงวันนี้ ไม่ใช่โชค แต่คือความตั้งใจและความจริงใจต่อผู้บริโภค”

จาก ver.88 สู่ LYO และ HONE — เส้นทางกว่า 10 ปีของ “นพรัตน์ มาลัยวงค์” คือภาพสะท้อนของแบรนด์ไทยที่เติบโตด้วยความซื่อสัตย์ ความทุ่มเท และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้

-(016)

สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน ‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568’

สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน ‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568’

สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน ‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568’

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นำโดย เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จัดงาน “ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2568 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา และเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ  68  พรรษา  พร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีกับแม่ดีเด่นแห่งชาติ ที่ได้รับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 อีกทั้งเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และสมาคม/ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดทั่วประเทศ  และเพื่อรณรงค์สมทบทุนในการดำเนินงานของสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ โดยมี อโนมา วิจิตรวิกรม
เป็นประธานกรรมการดำเนินงาน
 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2568 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบภาพพระราชทานและแสงความยินดีแด่แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ นำคณะกรรมการ อาทิ พล.ต.หญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล, พญ.สุวณี รักธรรม, อโนมา วิจิตรวิกรม, เบญจมาศ ปริญญาพล, พรทิพย์ ตั้งกีรติ, ประยูร เหล่าสายเชื้อ และผู้มาร่วมงาน ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

การแสดงขับเสภาเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ราชกัญญา ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการส่งเสริม รักษา ผ้าไทย ให้คงอยู่คู่คนไทย ขับเสภาโดย อ.ภูวภัทร อินทรพิทักษ์

จรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสภาแม่ดีเด่นฯ และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีดเด่นฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, .ผศ.งามนิตย์  ราชกิจ, ดร.รัตน์มณี  ตันยิ่งยง, ผ่องเพ็ญ  อาชาเทวัญ, พรทิพย์ ตั้งกีรติ, สิริรัตน์ ธำรงธีระกุล,พล.ต.หญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล, พญ.สุวณี รักธรรม, เบญจมาศ ปริญญาพล, รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์, กอบแก้ว คงน้อย, ประยูร เหล่าสายเชื้อ และ ยุพา  สุภอมรพันธ์

ประธานสภาแม่ดีเด่นฯ มอบโล่เกียรติคุณให้กับสมาคม-ชมรมแม่ดีเด่นประเภทยอดเยี่ยม 4 จังหวัด

มอบโล่เกียรติคุณให้กับสมาคม-ชมรมแม่ดีเด่นประเภทดีเด่น 10 จังหวัด

มาดามรถัง – ดร.นพรัตน์ กุลหิรัญ รับโล่เกียรติคุณ “แม่แห่งดวงใจทหารกล้า”

มอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้ให้การสนับสนุนสภาแม่ดีเด่นฯ เยาวเรศ ชินวัตร (ผู้แทน), พรทิพย์ ตั้งกีรติ, ดร.อนัญญา ธนปฎิญญากุล, วริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ และ อิสรีย์ ธนะกุลเสถียร

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ กล่าวว่า การจัดงาน “ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน” ประจำปี 2568 เป็นงานที่สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความเสียสละ และคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของแม่ และยังเป็นการเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ที่เราทุกคนเคารพรัก และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอชื่นชมคณะกรรมการจัดงานที่ได้ร่วมแรง ร่วมใจ เสียสละเวลา และกำลังใจเพื่อให้งานนี้สำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์ และขอขอบคุณผู้ขับร้องเพลง ผู้เดินแบบ และนักแสดงกิตติมศักดิ์ทุกท่านที่ได้เสียสละทรัพย์ส่วนตัวเพื่อช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ และแม่เลี้ยงเดี่ยว อันเป็นคุณูปการที่ทรงคุณค่าแก่การยกย่องอย่างสูง ดิฉันเชื่อมั่นว่างานร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน จะเป็นอีกหนึ่งพลังใจที่ยืนยันให้เห็นว่าความเป็นแม่คือรากฐานที่มั่นคงของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ”

จรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ พร้อมด้วย สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานที่ปรึกษาฯ,มุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล,รัตนา นรพัลลภ,สมถวิล บุณโยปัษฎัมภ์ , ดร.นุชนาถ วสุรัตน์,ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, เสาวณีย์ อักษรานุวัตร และดร.พัชรา วีรบวรพงศ์

เบญจมาศ รุจิรวงศ์,พรเสก กาญจนจารี,ลลิสา จงบารมี,นันทชา สินพัฒนสมบูรณ์,, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, ผาณิต พูนศิริวงศ์,ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี,อุไร คุณานันทกุล และ รักษา แสงภู่

ดร.ปัญจรัตน์ มังกรกนก, สกล ถาวรกาญจน์ , ดร.อนัญญา ธนปฎิญญากุล, รักษา แสงภู่ , เพ็ญศรี สุขเจริญผล

ผาณิต พูนศิริวงศ์ กับ มาดามรถถัง-ดร.นพรัตน์ กุลหิรัญ และหลานสาว

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ กับ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ประยูร เหล่าสายเชื้อ , สุพินดา โชคชัยนิรันดร์ และ ดร.รณิดา นกไทยเจริญ

รักษา แสงภู่, ดร.ทิพย์นารี อมาตยกุล , ละออ ตั้งคารวคุณ, อุไร คุณานันทกุล และเพ็ญศรี สุขเจริญผล

จรรยา เฮงตระกูล, เบญจมาศ รุจิรวงศ์ และ ศิวภรณ์ สุคนธผล

สุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานที่ปรึกษาฯ พร้อมด้วย ธัญพักตร์ สุรศักดิ์นิธิกุล, จรรยาวรรณ สุวัณณาคาร,ณัฏฐภัค อติเชษฐ์ธนิศ ภัทรพร สันตธาดาพร, นันทิยา วงศ์วานิชย์ และ ชฎาทิพย์ สุคันธา

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ,พล.ต.หญิง ดร.อังคณา สุเมธสิทธิกุล รองประธาน กก.ดำเนินงาน พร้อมด้วย เยาวมาลย์ วัชรเรืองศรี

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์

งาน ‘ร้อยดวงใจแม่ ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568’ ภายในงานประกอบด้วย การมอบภาพพระราชทานและแสงความยินดีแด่แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 การมอบเงินทุนช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ การมอบโล่เกียรติคุณแก่สมาคม/ชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดดีเด่นและยอดเยี่ยม ประจำปี  2568 การมอบโล่เกียรติคุณ “แม่แห่งดวงใจทหารกล้า” แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 ร่วมร้องเพลงกับนักร้องกิตติมศักดิ์ คอนเสิร์ตขับร้องเพลงโดยนักร้องกิตติมศักดิ์ และนักร้องอาชีพ การแสดงแฟชั่นโชว์ “ชุดไทยร่วมสมัย” และ “ชุดไทยประยุกต์” โดยนางแบบกิตติมศักดิ์ ปิดท้ายด้วยการแสดงบทละครพูดเรื่อง “มัทนะพาธา” โดยนักแสดงกิตติมศักดิ์ และนักแสดงอาชีพ

จรรย์สมร วัธนเวคิน,สุกัญญา ประจวบเหมาะ กับสามสาว ดร.รุณศรี จงเจียมจิตต์, กนกวรรณ วงศ์ทองศรี และ จุฑามาศ พลรัมย์

ดร.กรกมล เอื้อวิวัฒน์สกุล

การแสดงละคร “มัทนะพาธา” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.6

การแสดงแบบชุดผ้าไทยสวยงามโดยนางแบบกิตติมศักดิ์

บทเพลงไพเราะจากนักร้องกิตติมศักดิ์

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ครบรอบ 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ครบรอบ 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ครบรอบ 114 ปีอย่างยิ่งใหญ่

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.58 น.

สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปีที่ 114 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมีนายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่และภริยาเป็นประธานในพิธี ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ ทั้งการเมือง ทหาร ตำรวจ นักวิชาการ สื่อมวลชน สมาคมและนักธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทย รวมถึงคณะทูตจากนานาประเทศ มากกว่า 1,000 คนเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

นายปีเตอร์ หลัน ได้กล่าวคำปราศรัยว่า ค่ำคืนนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ และแขกผู้มีเกียรติทุกท่านยังคงให้เกียรติมาร่วมงานวันชาติฉลองครบรอบ 114 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ณ ที่นี้ คือการยืนยันถึงมิตรภาพและการสนับสนุนที่ดีที่สุดต่อเรา กระผมในนามผู้แทนรัฐบาลและประชาชนสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) ขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง

นายปีเตอร์ หลัน กล่าวต่อว่า เมื่อไม่นานมานี้ ท่านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยได้ให้จำกัดความสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ไว้ 3 ประการคือ งดงาม (Beautiful) นวัตกรรม (Innovative) และมีความยืดหยุ่น (Resilience) ประการแรก ไต้หวัน “งดงาม” ไต้หวันเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในหมุดหมายการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและเป็นมิตรที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปี ค.ศ.2015 จนถึงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปไต้หวันมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี และในปี ค.ศ. 2024 มีเพื่อนๆ ชาวไทยเดินทางไปไต้หวันเกือบ 400,000 คน

ประการที่สอง ไต้หวันมีความเป็น “นวัตกรรม” ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลก จากประกาศผลการการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของโลกประจำปี 2025 (2025 IMD World Competitiveness Yearbook) ของสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) แห่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่า ไต้หวันครองอันดับที่ 6 จากตัวอย่างการสำรวจ 69 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง NVIDIA, Microsoft, AMD และ Micron ได้เลือกจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไต้หวัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของไต้หวันในการขับเคลื่อนนวัตกรรมระดับโลก และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการก้าวขึ้นเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์”

ประการที่สาม ไต้หวันมีความยืดหยุ่นในการปรับตัว ในไตรมาสที่สองของปี ค.ศ.2025 อัตราการเติบโต GDP ของไต้หวันสูงถึง 8.01% ซึ่งอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเอเชีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังได้ประกาศจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมในอนาคตเป็น 3% ของ GDP ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการปกป้องประชาธิปไตย พร้อมกันนี้ไต้หวันกำลังเสริมสร้างแนวปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG อย่างจริงจัง รวมถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวด้านพลังงาน เพื่อรับรองอนาคตที่ยั่งยืน

นายปีเตอร์ หลัน ยังเน้นย้ำว่า เรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สมดังที่ประธานาธิบดีไล่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า จะสร้าง “ประเทศแห่งเศรษฐกิจที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน” ซึ่งนายหลิน เจียหรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงนำเสนอ “การทูตเชิงบูรณาการ” และ “การทูตเศรษฐกิจ” ให้สอดคล้องกับแนวคิดนี้ โดยจะผสานกำลังของภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริม “5 อุตสาหกรรมสำคัญที่พึ่งพาได้” (Five Trusted Industrys: Semiconductors, AI, Military, Security and surveillance, Next-generration communication) และ “นโยบายมุ่งใต้ใหม่ยุคดิจิทัล” อย่างต่อเนื่อง โดยผ่าน “แผนแม่บทการสร้างความเจริญรุ่งเรืองของชาติและมิตรประเทศ”

บัดนี้ ขอให้เราหันมาดูศักยภาพอันมหาศาลของความร่วมมือระหว่างไต้หวันและไทย ในปี ค.ศ. 2024 ไต้หวันมีการลงทุนเป็นอันดับ 4 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของไทย ทำให้ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต เริ่มตั้งแต่ในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โครงการหลวง (Royal Project) เป็นโครงการอันเริ่มมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในเวลาต่อมา แม้ความสัมพันธ์ทางการระหว่างไทยและไต้หวันจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่โครงการนี้ก็ยังคงเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง ก่อเกิดประโยชน์แก่ชาวไทยกว่า 200,000 คนใน 7 จังหวัดภาคเหนือของประเทศไทย ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ตอนนี้มีชาวไต้หวันนำพักอยู่ในประเทศไทยประมาณ 200,000 คน เช่นกัน และมีบางส่วนอยู่ที่นี่ในค่ำคืนนี้พอดี จะขอกล่าวถึงสถาบันการศึกษาชั้นนำหนึ่งที่แห่งตั้งอยู่ในประเทศไทย คือสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) สถาบันแห่งนี้ได้พัฒนาบุคลากรดีเด่นชาวไต้หวันจำนวนมาก บางท่านได้เป็นถึงรัฐมนตรี นี่ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของความร่วมมือระหว่างไต้หวันและไทย ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ประเทศไทยได้กลายเป็นที่มานักศึกษาชาวต่างชาติอันดับที่ 6 ของไต้หวัน โดยปีที่แล้ว มีนักศึกษาชาวไทยจำนวน 4,700 คนไปศึกษาต่อที่ไต้หวัน

ในช่วงท้ายของงานเลี้ยง นายปีเตอร์ หลัน ได้กล่าวเชิญชวนเพื่อนชาวไทยให้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด บนพื้นฐานแห่งมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไต้หวันและประเทศไทย เพื่อร่วมกันคว้าโอกาสและแสวงหาหนทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้างอนาคตที่รุ่งเรืองและเป็นประโยชน์ร่วมกัน พร้อมทั้งยกแก้วร่วมดื่มอวยพรกับแขกผู้มีเกียรติในงาน ขอให้สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เจริญรุ่งเรือง และขอให้มิตรภาพระหว่างไต้หวันกับประเทศไทยยั่งยืนตลอดไป

ปีนี้ งานเลี้ยงได้รับการออกแบบฉากต้อนรับภายใต้แนวคิด “ความยืดหยุ่นของแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน” โดยผสานภาพลักษณ์หลักของวันชาติร่วมกับอาคารไทเป 101 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของไต้หวัน ส่วนประติมากรรมน้ำแข็งถูกออกแบบเป็นตัวเลข “114” โดยมีพื้นผิวตกแต่งด้วยลวดลายที่เลียนแบบแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ คู่กับแผนที่ไต้หวันที่ฝังลวดลายแผงวงจรพิมพ์ (PCB) พร้อมเสริมองค์ประกอบคำว่า “TAIWAN” เพื่อเน้นย้ำบทบาทสำคัญของไต้หวันในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันให้ไต้หวันเป็น “เกาะแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI Island)” ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก และต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการฉายวิดีโอวันชาติ ประจำปี 2568 เรื่อง “ไต้หวันที่มีความยืดหยุ่น (Taiwan the Resilient)” ซึ่งนำเสนอพัฒนาการอันโดดเด่นของไต้หวันตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความยืดหยุ่น ความสามัคคี และความไม่ย่อท้อต่อความท้าทาย สภาการค้าไต้หวัน (TAITRA) และสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ยังได้ตั้งบูธนิทรรศการ เพื่อแนะนำบริการด้านเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่สำคัญอย่าง “Taiwan International Tradeshows 2026” และเพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวของไต้หวัน พร้อมเผยแพร่วิดีโอนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวของไต้หวัน

ภายในงานมีการแสดงดนตรีโดย Thai-wan Chamber Orchestra ที่บรรเลงบทเพลงคลาสสิกและเพลงพื้นบ้านไต้หวันหลากหลายบท ถ่ายทอดกลิ่นอายวัฒนธรรมไต้หวันได้อย่างลึกซึ้ง แขกผู้มีเกียรติหลายท่านในชุดไทยได้ร่วมกันออกมาเต้นรำอย่างเป็นกันเอง เพิ่มสีสันและบรรยากาศแห่งความรื่นเริง พร้อมแต่งแต้มกลิ่นอายความเป็นไทยให้กับงานเลี้ยงได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการเชิญผู้ประกอบการชาชื่อดังจากไต้หวันมาตั้งบูธ เพื่อให้แขกผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง ชานมไข่มุกต้นตำรับ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ความหลากหลายของไต้หวันอย่างใกล้ชิด บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการต่างร่วมกล่าวคำอวยพรให้ไต้หวันเจริญรุ่งเรือง พร้อมเฉลิมฉลองวันชาติของ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) อย่างชื่นมื่น

อธิบดีกรมวิทย์ฯ คนใหม่ผลักดันงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7 ด้าน สนับสนุนโยบาย Quick win ยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี

อธิบดีกรมวิทย์ฯ คนใหม่ผลักดันงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7 ด้าน  สนับสนุนโยบาย Quick win ยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี

อธิบดีกรมวิทย์ฯ คนใหม่ผลักดันงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7 ด้าน สนับสนุนโยบาย Quick win ยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และโครงการมุ่งเน้น Quick Big Win แก่ผู้บริหาร บุคลากรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี หลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ดร.นพ.สราวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายเร่งด่วนกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องดำเนินการในช่วง 4 เดือน ให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีโครงการมุ่งเน้น 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมและรังไข่ 30% ภายใน 4 เดือน 2.เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน ได้รับการตรวจคัดกรองกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก (Inborn errors of metabolism, IEM) 100% โดยประสานความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล หน่วยตรวจคัดกรอง และศูนย์การดูแลผู้ป่วยโรคหายาก เพื่อการตรวจคัดกรอง ยืนยัน วินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที 3.ลดค่า LAB 20% สร้างความมั่นคงเพื่อระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาอ้างอิงค่าตรวจวิเคราะห์ การดำเนินโครงการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล หรือ RLU โดยแต่ละปีกระทรวงสาธารณสุขใช้งบประมาณด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการประมาณ 15,000 ล้านบาท หากมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เหมาะสมจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้  ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีภารกิจที่พร้อมยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพทีดี 7 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1. การแพทย์แม่นยำ โดยตรวจวินิจฉัยทำนายโรคเพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น ตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม การตรวจธาลัสซีเมีย การตรวจยีนแพ้ยา การตรวจการกลายพันธุ์ของยีนก่อโรคมะเร็งเต้านมมะเร็งรังไข่ การตรวจยีนย่อยยารักษาวัณโรค การตรวจยีนในมะเร็งปอด และการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนเพื่อทํานายความเสี่ยง 12 กลุ่มโรค 2.พัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบําบัด รักษาขั้นสูง (ATMPs) 3.ตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องมือแพทย์ ระดับชาติแบบครบวงจร 4.ยกระดับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยทุกภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล และมาตรฐานระดับประเทศ 5.สนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารใหม่ 6.ยกระดับสมุนไพรไทย สู่ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพสากล ยกระดับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องสําอาง OTOP/SME ให้มีคุณภาพและความปลอดภัยด้วยกระบวนการทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งผลักดันสมุนไพรตามนโยบายคณะกรรมการสมุนไพรแห่งชาติ ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล ใบบัวบก กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ฯลฯ และ 7. ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างครบวงจร โดยดำเนินโครงการโรงแรมสะอาดด้วย 3C Clean bed, Clean air และ Clean food เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศไทย

World Coffee Hub เทศกาลงานกาแฟสู่ประสบการณ์ระดับโลก

World Coffee Hub เทศกาลงานกาแฟสู่ประสบการณ์ระดับโลก

World Coffee Hub เทศกาลงานกาแฟสู่ประสบการณ์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จุดนัดพบคอกาแฟ! ดริป คั่ว บด สด ครบที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมความพิเศษจากวงการกาแฟทั่วโลก ไว้ในงาน “World Coffee Hub” 8–14 ตุลาคม 2568

เซ็นทรัลพัฒนา ยกระดับเทศกาลงานกาแฟสู่ประสบการณ์ระดับโลกจัดงาน World Coffee Hub ให้เหล่าคอกาแฟได้สัมผัสกาแฟ Specialty Coffee จากเมล็ดกาแฟหลากหลายสายพันธ์ทั่วโลก รวมถึงชิมฟรีกาแฟสายพันธุ์ที่กำลังมาแรงอย่างกาแฟสายพันธ์เกอิชา จาก 8 แหล่งปลูกที่ทั่วโลกยอมรับ สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการรวมบาริสต้าดีกรีแชมป์โลกทั้งไทยและต่างประเทศ และร่วมลุ้นกับการแข่งขันเฟ้นหาตัวแทนบาริสต้าทีมชาติไทย สู่เวทีโลกในรายการ PCA Pro Final รอบไฟนอล ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากนี้ สนุกเข้มข้นกับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรักกาแฟ ทั้ง Coffee Rave Party กับ BPM และ DJ ชื่อดัง, รวมตัวคนรักรถคลาสสิก, Morning Run จิบกาแฟ วิ่งสูดโอโซนบนสวนลอยฟ้า Central Park และเวิร์กชอปเพื่ออัปสกิลจากคอกาแฟสู่ครีเอเตอร์ พร้อมโปรโมชันและของที่ระลึกมากมาย

พลาดไม่ได้กับที่สุดของการรวมตัวคาเฟ่กว่า 120 ร้านดังที่จะเปลี่ยนเซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กของคนรักกาแฟ ในงาน World Coffee Hub เต็มพื้นที่จัดงาน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

MGI แถลงความพร้อม Miss Grand Thailand 2026 ชูคอนเซ็ปต์ Grand Evolution: Thai Soft Power

MGI แถลงความพร้อม Miss Grand Thailand 2026 ชูคอนเซ็ปต์ Grand Evolution: Thai Soft Power

MGI แถลงความพร้อม Miss Grand Thailand 2026 ชูคอนเซ็ปต์ Grand Evolution: Thai Soft Power

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เปิดบ้านแถลงข่าวการประกวด Miss Grand Thailand 2026 อย่างเป็นทางการ ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK ถนนพระราม 9 โดยมี 2 พิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ และ แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง รับหน้าที่พิธีกรหลัก เปิดงานด้วยโชว์สุดพิเศษจากศิลปินในสังกัด MGI สแน็ก อัจฉรีย์ ศรีสุข, ข้าวโพด ณัฐฐา อินต๊ะซาว, หนูวรรณ กัลยาวรรณ เพ็ชรอิน และ โอลีฟ ศศิชา ดวงเกตุ พร้อมเผยโฉมนางงาม Road to Miss Grand Thailand 2026 และแฟชั่นโชว์ PD หรือผู้อำนวยการกองประกวดระดับจังหวัด จัดเต็มทุกพื้นที่ อีกทั้ง เปิดใจ กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ Miss Grand Thailand 2025 บอกเล่าถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป หลังได้รับตำแหน่งและภารกิจภายใต้สายสะพาย Thailand ตัวแทนประเทศบนเวทีการประกวด Miss Grand International 2025

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานการประกวด Miss Grand Thailand  กล่าวว่า ปีหน้า Miss Grand Thailand 2026 มาในธีม “Golden Grand: The Timeless Song” นำเสนอความงดงามของเพลงอมตะที่ทุกคนรู้จัก ผสมผสานกับการตามหานางงามที่ครบเครื่องด้วยคุณสมบัติ 4B : Beauty – Body – Brain – Business ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Grand Evolution: The Thai Soft Power” มุ่งยกระดับนางงามให้เป็น Diva  หรือผู้หญิงที่ทรงอิทธิพล (Influencer) ครบเครื่องและก้าวหน้า สอดคล้องกับยุคสมัยที่ “Soft Power” ของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ผสมผสานความบันเทิง (Entertainment) อันเป็นเอกลักษณ์ของ MGI เข้ากับบทบาททางสังคมและธุรกิจอย่างลงตัว จากนั้นเปิดตัวจังหวัดเจ้าภาพ “พัทยา จ.ชลบุรี” ต้อนรับผู้เข้าประกวดทั้ง 77 จังหวัดอย่างยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยวหลัก ระหว่างวันที่ 8-18 มีนาคม 2569  โดยได้รับการสนับสนุนจาก ทัศนัย โคตรทอง PATTAYA The Host City และทีมผู้สนับสนุน

ต่อด้วยไฮไลท์สำคัญของงานกับการเปิดตัว MGI X บริษัทน้องใหม่ในเครือ MGI ผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ ระบบ Grand Tickets, One Grand Streaming & Fandom, และ Grand Vote ล่าสุด MGI X ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ FDX Tech Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ ในการพัฒนา ระบบ Crypto Voting ที่ปลอดภัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับผู้ใช้งานทั่วโลก โดยจะนำมาใช้จริงครั้งแรกในเวที Miss Grand International 2025 และต่อเนื่องไปถึง Miss Grand Thailand 2026 ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU)ระหว่าง Mr.Paul Wan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FDX Tech Pte. Ltd. กับ รัชพล จันทรทิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท MGI X จำกัด ถือเป็นการยกระดับวงการประกวดนางงามให้ก้าวสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ได้มีเพียงความสวย แต่ยังผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าและรายได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง

ปิดท้ายด้วยงาน Welcome Ceremony & Press Conference Miss Grand International 2025 ต้อนรับสาวงามตัวแทน Miss Grand 77 ประเทศทั่วโลก ผ่านแฟชั่นโชว์ชุดราตรี และชุดไทย งดงามและทรงคุณค่า โดยได้รับการต้อนรับสุดอบอุ่นจาก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล, เทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ รองประธานมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล , คริสติน จูเลียน โอเปียซา Miss Grand International 2024  และ อิซาเบลล่า เมนิน Miss Grand International 2022  ติวเข้มผู้เข้าประกวดจากนานาชาติ ก่อนประชันมงกุฎในรอบตัดสิน ในค่ำคืนวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. ที่ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo Bkk

ติดตามกิจกรรม Miss Grand ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV / Facebook : Miss Grand International , Miss Grand Thailand / Instagram : missgrandinternational , missgrandthailand และ TikTok

อิเกียเติม ชวนอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับคอลเล็คชั่นซันด์โลพาเร่ เติมเต็มพลังการเล่นและจินตนาการเด็ก

อิเกียเติม ชวนอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับคอลเล็คชั่นซันด์โลพาเร่ เติมเต็มพลังการเล่นและจินตนาการเด็ก

อิเกียเติม ชวนอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กับคอลเล็คชั่นซันด์โลพาเร่ เติมเต็มพลังการเล่นและจินตนาการเด็ก

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อิเกีย ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าในทุกๆ วันให้กับทุกคน พร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์อันอบอุ่นของครอบครัวและการเรียนรู้ของเด็กผ่านการเล่น จัดกิจกรรมเปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ คอลเล็คชั่นแสนสนุกและเปี่ยมด้วยการเรียนรู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์ป่าแห่งทุ่งสะวันนาแอฟริกา เชิญชวนครอบครัวไทยมาปลดปล่อยจินตนาการและเพลิดเพลินไปกับตุ๊กตาผ้า ของเล่น ของใช้ในบ้าน และของตกแต่ง ที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตของสัตว์ป่าและความน่าทึ่งของธรรมชาติ โดยมุ่งสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและความผูกพันในครอบครัว

ภายในงานเปิดตัวครั้งนี้ อิเกียยังได้รับเกียรติจาก ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่มาร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมพูดคุยถึงความร่วมมือครั้งล่าสุดกับอิเกีย และยังมีครอบครัวเซเล็บคนดัง บีม – กวี ตันจรารักษ์ และออย – อฏิพรณ์ จิตต์ธรรมวงศ์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงถึงบทบาทของการเล่นที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและสนับสนุนพัฒนาการของเด็ก ๆ

ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทยและเวียดนาม กล่าวว่า “ที่อิเกีย เราเชื่อว่าการเล่นคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว คอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ ไม่เพียงต้องการเชื่อมโยงผู้คนในครอบครัวและสร้างความสุขในชีวิตประจำวันผ่านการเล่น แต่ยังมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์สัตว์ป่าและทรัพยากรธรรมชาติให้กับเด็กๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ทุกการซื้อตุ๊กตาผ้าหนึ่งตัวจะช่วยสนับสนุนการทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าผ่านการสมทบทุนให้แก่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เราอยากให้เด็ก ๆ และครอบครัวได้เห็นคุณค่าของการเล่นที่ไม่เพียงสร้างรอยยิ้มและจินตนาการ แต่ยังส่งผลดีต่อโลกใบนี้ด้วย”

นอกจากการส่งเสริมการเล่น อิเกีย ประเทศไทย ยังได้จับมือกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร องค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าและธรรมชาติมาอย่างยาวนาน โดยระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 อิเกียจะสมทบทุนบริจาค 100 บาทต่อการซื้อตุ๊กตาผ้า SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ ทุก 1 ตัว เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจปกป้องป่าผืนใหญ่ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการดูแลชนิดพันธุ์สำคัญที่กำลังถูกคุกคาม ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนพันธกิจของอิเกียในการดูแลผู้คนและโลกใบนี้ (Caring for people and planet) ผ่านการทำงานร่วมกับมูลนิธิและชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า “การลดลงของพื้นที่ป่าในไทยในปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมดุลธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม และผลกระทบต่อสัตว์ป่าที่ถูกคุกคามจนเสี่ยงสูญพันธุ์ มูลนิธิสืบฯ จึงทำงานภายใต้ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การคุ้มครองผืนป่าขนาดใหญ่ การฟื้นฟูสัตว์ป่าสำคัญ และการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อสังคม โดยพลังของการสื่อสารมีความสำคัญสำหรับการอนุรักษ์ เพราะเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ นำมาซึ่งความตระหนักในการมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมนั้น มูลนิธิสืบฯ หวังว่าในโอกาสต่อไปข้างหน้าเรื่องของสัตว์ป่าในเมืองไทยจะได้รับความสนใจและการให้ความสำคัญเหมือนเช่นในครั้งนี้ เพราะเป็นโอกาสที่เด็ก ๆ หรือครอบครัวจากทั่วโลกจะรู้จักสัตว์ป่าในบ้านเรา การได้มีโอกาสทำงานร่วมกับอิเกียในคอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ เป็นแรงสนับสนุนและกำลังใจให้กับคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิสืบฯ ในการทำงานอนุรักษ์ให้กับสังคมไทยต่อไป”

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวคอลเล็คชั่น SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ ที่ อิเกีย บางนา ยังได้รับเกียรติจากครอบครัวขวัญใจชาวโซเชียล บีม – กวี ตันจรารักษ์ และ ออย – อฏิพรณ์ จิตต์ธรรมวงศ์ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรงในการใช้ ‘การเล่น’ เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พร้อมด้วยลูก ๆ ทั้งสี่คน น้องธีร์–น้องพีร์ และน้องอัยวา–น้องอัญญา ที่มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน โดย บีมและออย ได้เล่าถึงความสำคัญของการสร้างบรรยากาศการเล่นที่เต็มไปด้วยจินตนาการและเสียงหัวเราะ ที่ไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหา แต่ยังทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่าและอบอุ่นหัวใจ

ทั้งนี้ ตลอดเดือนตุลาคม 2568 อิเกียชวนคุณหนูๆ คนสำคัญของครอบครัวอิเกียมาสร้างความทรงจำสุดสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย ทั้งช้อปเฟอร์นิเจอร์โปรโมชั่นเด็ดพร้อมรับไอศกรีมฟรีตลอดเดือนตุลาคมสำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากคอลเล็คชั่น  SANDLÖPARE/ซันด์โลพาเร่ รวมถึงกิจกรรม Edutainment Session เรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าสงวนไทยกับพี่ ๆ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 – 15.00 น. ที่ อิเกีย บางนา และวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 – 15.00 น. ที่ อิเกีย บางใหญ่ ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบเพื่อเติมเต็มจินตนาการ การเรียนรู้ และความสุขของเด็ก ๆ ให้ทั้งครอบครัวสนุกสนานร่วมกันอย่างเต็มที่ ติดตามกิจกรรมสนุกตลอดเดือนตุลาคมได้ที่สโตร์อิเกียทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ที่ IKEA.co.th

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ ภัยเงียบใกล้ตัว เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน ระยะยาวอาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ ภัยเงียบใกล้ตัว เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน ระยะยาวอาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ ภัยเงียบใกล้ตัว เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน ระยะยาวอาจสะสมเป็นมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รู้หรือไม่ว่าน้ำใส ๆ ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวัน แม้จะดูสะอาดมากพอ แต่อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด เพราะอาจมีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ โดยข้อมูลจากกรมอนามัย ปี 2565 ระบุว่า น้ำบริโภคที่สุ่มตรวจทั่วประเทศกว่า 50% พบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย และอีกกว่า 30% พบเชื้อ E. coli ซึ่งล้วนเป็นสิ่งปนเปื้อนที่กระทบต่อสุขภาพ สะท้อนถึงปัญหาคุณภาพน้ำที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำที่คนส่วนใหญ่ใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นน้ำบ่อ น้ำฝน หรือน้ำประปาบางพื้นที่ ที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือกรองอย่างเหมาะสมก่อนนำมาดื่ม ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา ทั้งท้องร่วง อาเจียน หรืออาจสะสมในร่างกายจนกลายเป็นโรคร้ายในระยะยาว เพื่อให้เข้าใจถึงความอันตรายของการดื่มน้ำไม่สะอาด

พญ. สาวินี จิริยะสิน

พญ. สาวินี จิริยะสิน แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต พาไปสำรวจทุกแง่มุมที่ทำให้เราดื่มน้ำได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม

น้ำดื่มที่ไม่สะอาดเป็นแบบไหน

น้ำดื่มไม่สะอาด คือ น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งอาจพบได้จากทุกแหล่งน้ำที่นิยมนำมาบริโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำบรรจุขวด น้ำบ่อ น้ำฝน น้ำประปา ไปจนถึงน้ำที่กรองด้วยอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเก็บไว้ในภาชนะที่ไม่สะอาด ทำให้น้ำเหล่านี้อาจมีเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต ที่แฝงตัวอยู่ในน้ำและมองไม่เห็นด้วยตา นอกจากนี้ยังอาจปนเปื้อนสารเคมีจำพวกโลหะหนัก ซึ่งส่วนมากมักปนเปื้อนมาจากสิ่งแวดล้อมหรือภาชนะที่ใช้เก็บน้ำ พญ.สาวินี จิริยะสิน อธิบายเพิ่มเติมว่า “หนึ่งในสิ่งที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพของน้ำคือ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำสะอาดหรือไม่ เพราะหากพบโคลิฟอร์มในน้ำ แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นอาจปนเปื้อนของเสียจากอุจจาระ และอาจนำมาพร้อมกับเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอันตราย”

อันตรายดื่มน้ำไม่สะอาด นานไปอาจก่อมะเร็ง

การดื่มน้ำที่ไม่สะอาดส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในระยะสั้นมักเกิดจากการได้รับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในน้ำ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและอี แบคทีเรียอหิวา แบคทีเรียไทฟอยด์ แบคทีเรียบิดไม่มีตัว และแบคทีเรียแกรมลบอื่น ๆ หรือโปรโตซัวจำพวกอะมีบา ซึ่งมักทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ตัวและตาเหลือง และมีไข้ ส่วนในระยะยาวมักเกิดจากการได้รับสารเคมีที่ตกค้างในน้ำ เช่น ตะกั่ว สารหนู และสารเคมีตลอดกาลในกลุ่ม PFAS ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายได้เป็นเวลานาน ส่งผลต่อการทำงานของตับ ไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง มะเร็งไต มะเร็งเต้านม และมะเร็งอัณฑะ “กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังให้ดีคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องจากร่างกายของกลุ่มเหล่านี้มักไม่สามารถต้านเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ เด็กอาจสูญเสียน้ำจากอาการท้องเสียได้เร็ว ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอาจเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่ฟื้นตัวยากกว่า” พญ. สาวินี  อธิบาย

วิธีเตรียมน้ำดื่มให้สะอาด เพราะแค่ “ใส” อาจไม่ปลอดภัย

การหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด เริ่มต้นจากความเข้าใจ “น้ำใส” ไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัย” เสมอไป เพราะอาจยังมีเชื้อโรคหรือสารเคมีที่มองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ โดยหากเลือกใช้น้ำจากแหล่งทั่วไป เช่น น้ำประปา น้ำบ่อ หรือน้ำฝน ต้องเลือกน้ำที่ใส ไม่ขุ่น ไม่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติ และเก็บในภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด จากนั้นควรผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น ต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 1 นาที เพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต หรือเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ Reverse Osmosis (RO) หรือ ระบบแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งสามารถกรองเชื้อโรคและโลหะหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ.สาวินี แนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวดที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาแล้วก็ต้องเลือกให้ดีเช่นกัน โดยเช็กดูวันผลิต วันหมดอายุ และเลือกผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีฉลากรับรองจาก อย. อย่างชัดเจน รวมถึงไม่ควรนำขวดพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจเสื่อมสภาพและปล่อยสารเคมีออกมาปนเปื้อนในน้ำได้

“การเลือกน้ำดื่มที่สะอาดดูเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วคือรากฐานของสุขภาพที่ดีในทุกวัน เพราะเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนเล็กน้อยในน้ำก็อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นเราควรใส่ใจตั้งแต่การเลือกแหล่งน้ำที่มั่นใจว่าสะอาด และนำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อให้ดีก่อนจะดื่มทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทุกแก้วที่เราดื่มนั้นปลอดภัยจริง ๆ” พญ.สาวินี จิริยะสิน กล่าวทิ้งท้าย

หากมีข้อสังสัยสามารถของรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต และนัดหมายแพทย์ ได้ที่ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0054 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2568

คุณแหน :  7 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2568

วันอังคาร ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ขณะนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตองุ่นในฝรั่งเศส เพื่อนำไปผลิตไวน์และแชมเปญ นับสต๊อกฤดูนี้ทั้งมากและคุณภาพดีน่าเป็นเหตุแห่งการเฉลิมฉลอง แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะชาวไร่องุ่นกำลังผจญกับเรื่องฉาวโฉ่ เพราะมีผู้ผลิตไวน์ได้รับอนุญาตกระทำการผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง คือทำการปลอมแปลงแชมเปญฝรั่งเศสโดยการนำเอาองุ่นสังเคราะห์ (เทียม) จากสเปนมาผสมปลอมเป็นของแท้เพื่อจำหน่าย ท่านทั้งหลายโปรดโน๊ต ฝรั่งเศสเป็นประเทศแนวหน้าตัวจริงในการส่งเสริมและพิทักษ์รักษาสรรพสิ่งที่เป็น “SOFT POWER” อย่างหวงแหนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหนัง, ไฮแฟชั่น, DELICATESSEN, เหล้าบรั่นดี, ไวน์และแชมเปญ แทบทุกอย่างมีการจดลิขสิทธิ์-ลงทะเบียน-รับอนุญาต-ควบคุมเคร่งครัด ผู้ละเมิดบัญญัตินี้จึงถูกลงโทษรุนแรงผนวกทั้งทางอาญาและค่าปรับทางแพ่ง เมืองไทยควรจะดูรูปแบบอันชาญฉลาดของฝรั่งเศสต่อเรื่องซอฟพาวเวอร์ อนึ่งเราทราบว่าไทยเป็นตลาดสำคัญของไวน์มีระดับของฝรั่งเศส, ยูเอส, และอิตาลี เลยต้องถาม ดร.จารึก อนุพงษ์ อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคมและหลายคนรู้จักยอมรับท่านในความเป็นไวน์คอนโนซัวร์ …ถามต่อว่าถ้าคนฐานะกลางๆอยากจะเข้าวงการไวน์ควรจะเริ่มอย่างไร ก่อนอื่นท่านเตือนว่า “ไวน์” เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากจำเป็นต้องเริ่มจากพื้นฐาน 1) ความเข้าใจเรื่องรสอาหารที่เข้ากับไวน์แดงและขาว 2) ศึกษาจริตตนเองว่าชอบรูปลักษณ์กลิ่นสีของไวน์นิยมแต่ละประเทศ 3) แหล่งซื้อหาก็มีทั้งร้านอาหารแต่ก็ต้องยอมเสียค่ามาร์จิ้น แต่ปัจจุบันตลาดไทยพัฒนามากมีไวน์เซลล่าดีๆในแทบทุกช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ ซื้อแล้วควรขอคู่มือการดื่มไวน์จะได้ทั้งความรู้และ RATINGS ไวน์ด้วย…
  • การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์การแถลงนโยบายของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ณ รัฐสภาระหว่าง 29-30 ก.ย.ผ่านไปอย่างเรียบร้อย หนึ่งในไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจจากเหล่าสมาชิกฯและผู้ชมทางบ้านหลายล้านคน การอภิปรายโต้ตอบกันอย่างฟันต่อฟันระหว่างฝ่ายผู้อยู่บนบัลลังก์คือ รองนายกฯและอดีต รมว.คมนาคม โสภณ ซารัมย์ กับ สส.ฝ่ายค้าน ก่อแก้ว พิกุลทอง โดยมีการท้าวความถึงคดีสำคัญในอดีตที่เกิดขึ้นจากการโจรกรรมเงินสดจากบ้านปลัดกระทรวงฯในสมัยนั้น อื้อฉาวจริงๆเพราะถูกผู้คนขนานนามว่า “ปล้นบันลือโลก” มีคนร้ายจำนวนหนึ่งบุกเข้าปล้นถุงเงินสดจำนวนมากจากบ้านพักหลังใหญ่ ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ ปรากฏว่าคนร้ายยอมรับสารภาพระบุว่าได้รับคำสั่งให้ขนเงินสดกลับไปจำนวนร้อยล้านบาท และยังเผยอีกว่ายังมีถุงเงินสดในที่เกิดเหตุอีกหลายร้อยล้าน ในขณะที่ตัวเจ้าทุกข์เองกลับให้การกับตำรวจว่าเงินที่ถูกโจรกรรมแค่ 10 กว่าล้านบาทเท่านั้น ฟังดูแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ นั่นคือฟุตโน๊ตเหตุการณ์…
  • พิธีสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่ประจวบ นพคุณ มารดา พ.ต.อ.(พิเศษ)มนตรี ,จริยา , พจนา , นพ.นพดล และ สมพิศ นพคุณ วันที่ 4-7 ต.ค.18.00 น.ณ ศาลา 1 วัดอาวุธวิกสิตาราม(บางพลัดนอก)และฌาปนกิจ 8 ต.ค.14.00 น…
  • กำหนดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ พล.อ.สราวุฒิ ชลออยู่ วันที่ 4-8 ต.ค.18.00 น. (9-10 ต.ค.งดสวด) ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร และพระราชทานเพลิงศพ 11 ต.ค.17.30 น…
  • หลังจากพากเพียรทำงานไปด้วย เรียนต่อปริญญาโทไปด้วย ปิ่นปรากรม ก้อนทอง เรียนจบเป็น “มหาบัณฑิต” เรียบร้อยแล้ว และจะเข้ารับพระราชทานปริญญา “ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(สาขานิเทศศาสตร์ดิจิตัล)” คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่ 9 ต.ค.นี้…ท่ามกลางความปลาบปลื้มของมารดา และคงรวมไปถึงคนบนฟ้า(คุณพ่อวีรจักร) ผู้เคยปรารภกับลูก(สมัยคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่)ว่า”จบป.ตรีแล้วต่อ ป.โทเลยลูก”…บัดนี้”ลูกทำสำเร็จแล้วค่ะ คุณพ่อ ” !!…

บารอนเนส

HWPL เฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปี การประชุมสุดยอดสันติภาพโลก 18 กันยายน ถ่ายทอดความสำเร็จของเครือข่ายสันติภาพโลกใน 78 ประเทศ

HWPL เฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปี การประชุมสุดยอดสันติภาพโลก 18 กันยายน ถ่ายทอดความสำเร็จของเครือข่ายสันติภาพโลกใน 78 ประเทศ

HWPL เฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปี การประชุมสุดยอดสันติภาพโลก 18 กันยายน ถ่ายทอดความสำเร็จของเครือข่ายสันติภาพโลกใน 78 ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

องค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อสันติภาพนานาชาติ Heavenly Culture, World Peace, Restoration of Light (HWPL) จัดพิธีเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 11 ของการประชุมสุดยอดสันติภาพโลก 18 กันยายน ที่เมืองช็องจู ประเทศเกาหลีใต้

โดยจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “รวมพลังเพื่อสันติภาพและปฏิบัติหน้าที่ของมนุษยชาติร่วมกัน” งานรำลึกเริ่มต้นด้วยพิธีหลักที่ช็องจู และจะดำเนินต่อในอีก 78 ประเทศทั่วโลกตลอดเดือนตุลาคม มีผู้เข้าร่วมกว่า 800 คน รวมถึงประมุขแห่งรัฐทั้งอดีตและปัจจุบัน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้นำศาสนา และบุคคลสำคัญจากแวดวงการศึกษาและสื่อ เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

งานที่ช็องจูเริ่มต้นด้วยคำกล่าวรำลึกจากประธาน HWPL นาย มานฮี ลี (Man Hee Lee) ตามด้วยการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา และการแสดงทางวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดความหวังแห่งสันติภาพ มีการประมาณว่ามีผู้เข้าร่วมทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ทั่วโลกกว่า 15,000 คน แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเครือข่ายสันติภาพโลกนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดครั้งแรกในปี 2014

■ จุดเด่นด้านการศึกษาสันติภาพในประเทศไทยและติมอร์-เลสเต

การประชุมสุดยอดในปีนี้นำเสนอกรณีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของโครงการส่งเสริมสันติภาพของ HWPL ที่สร้างผลกระทบในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในประเทศไทย คณะผู้บริหารและครูจาก โรงเรียนไทยอิสลามอินทิกริด (Thai Islamic Integrated School) ได้เข้าร่วมงานที่ช็องจู และร่วมการเสวนาเพื่อสนับสนุน ปฏิญญาว่าด้วยสันติภาพและการยุติสงคราม (DPCW) พร้อมทั้งแบ่งปันผลลัพธ์ของหลักสูตรการศึกษาสันติภาพและกิจกรรมแก้ไขความขัดแย้งในชุมชนของตน

เมื่อวันที่ 24 กันยายน โรงเรียนดังกล่าวได้จัดพิธีรำลึกในกรุงเทพฯ โดยมีนักเรียนกว่า 1,600 คนเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็น “HWPL Peace Academy”

นาย วรสิทธิ์ ญวนพลอย ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่โรงเรียนของเราได้รับการแต่งตั้งให้เป็น HWPL Peace Academy การศึกษาสันติภาพของ HWPL ไม่ได้สอนเพียงความรู้ แต่ยังสอนให้นักเรียนเคารพความแตกต่างและปฏิบัติสันติภาพในชีวิตประจำวัน ด้วยการแต่งตั้งครั้งนี้ เราจะมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่คุณค่าของสันติภาพในสังคมไทย”

ในประเทศติมอร์-เลสเต ซึ่งเคยเผชิญกับความขัดแย้งในอดีต ก็มีความก้าวหน้าเช่นกัน เมื่อวันที่ 27 กันยายน มีการจัดงานรำลึกออนไลน์โดยมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งเข้าร่วม เพื่อทบทวนผลลัพธ์ของการศึกษาสันติภาพของ HWPL ปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษากว่า 70% ของประเทศได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ HWPL และมี 6 สถาบันที่ได้บรรจุหลักสูตรสันติภาพไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว

■ มุ่งเน้นสันติภาพคาบสมุทรเกาหลีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของโลก

ในการประชุมสุดยอดปีนี้ HWPL ได้เรียกร้องให้มีการสนับสนุนในระดับนานาชาติที่มากขึ้น เพื่อผลักดันการรวมชาติอย่างสันติของคาบสมุทรเกาหลี องค์กรยังรายงานด้วยว่าสมาชิกทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 580,000 คน และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

งานรำลึกจะดำเนินต่อเนื่องใน 78 เมืองทั่วโลกตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยจะมีการหารือเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมสันติภาพต่อไป