จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

จุฬาฯ หนึ่งเดียวตัวแทนประเทศไทย นำวงดุริยางค์ไทยเยาวชน โชว์ศิลปวัฒนธรรมไทย ฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ไทย–เปรู

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.26 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Thai Traditional Youth Orchestra : ChulaThaiYo พร้อมนิสิตนักดนตรีและนักแสดงจากคณะครุศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ขึ้นเวทีการแสดง ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 16–17 กันยายน 2568 สร้างชื่อเสียงแก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ ตอกย้ำบทบาทการใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นพลังแห่งการทูตวัฒนธรรม ตามนโยบาย  “CU Togetherness” ของ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ที่มุ่งขยายความร่วมมือสู่สากล และนโยบาย Chula Social Engagement for Cultural Sustainability” ที่มุ่งใช้ศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาหนึ่งเดียวของไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย นำวง ChulaThaiYO ไปเปิดการแสดงสองวัน มี ผศ.ดร.วิชฏาลัมพก์ เหล่าวานิช ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นหัวหน้าคณะการแสดงวันแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ณ โรงละครเทศบาลกรุงลิมา (Teatro Municipal de Lima) โรงละครเก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเปรู มีผู้ชมเข้าชมเต็มความจุของโรงละครจำนวนกว่าพันคน ส่วนการแสดงวันที่สองเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 จัดขึ้น ณ โบราณสถาน Huaca Pucllana เขต Miraflores กรุงลิมา ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญอายุเก่าแก่กว่า 1,500 ปี สร้างบรรยากาศที่งดงามและน่าประทับใจ

การแสดงทั้งสองวันได้รับเกียรติจาก นายเอลเมอร์ โฮเซ่ เฮอร์มัน โกนซาโล ชีเอเลอร์ ซัลเซโด้ (Elmer José Germán Gonzalo Schialer Salcedo) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐเปรู เข้าร่วมงาน ซึ่งได้กล่าวชื่นชมการแสดงของจุฬาลงกรณ์มหk วิทยาลัยว่าเป็นสะพานทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประชาชนไทยและเปรูได้อย่างงดงาม นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายพิษณุ โสภณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ,นายตรีเทพ นพคุณ อัครราชทูตที่ปรึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยที่นำมาสู่เวทีระดับนา นาชาติในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งดนตรีและนาฏศิลป์ อาทิ โหมโรงมหาราช เพลงชุดเจ้าพระยา : สายน้ำแห่งกาลเวลาและอารยธรรม ผลงาน การประพันธ์ของ รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีจุฬาฯ เครื่องสาย บรรเลงเดี่ยวรับร้อง เพลงนกขมิ้น 3 ชั้น โขน ตอนยกรบ เซิ้งโปงลาง ระบำกินรีร่อน และมโนราห์บูชายัญ ปิดท้ายด้วยการรำวงร่วมกันระหว่างศิลปินไทยและผู้เข้าร่วมจากประเทศเปรู

บรรยากาศการแสดงทั้งสองวันเต็มไปด้วยผู้ชมที่เข้าชมเต็มความจุของสถานที่ เสียงปรบมือกึกก้องและรอยยิ้มของผู้เข้าร่วมทุกคน สะท้อนถึงความสำเร็จอันงดงาม และเป็นบทพิสูจน์ถึงพลัง Soft Power ไทยที่สามารถสื่อสารความงดงามของดนตรีและนาฏศิลป์ไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่างสง่างาม

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการควบคุมและกำกับการแสดงโดย อ.ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ ผศ.ดร.มาลินี อาชายุทธการ ,อ.ดร.ศักย์กวิน ศิริวัฒนกุล คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ อ.เฉลิมพันธ์ ฤาวิชา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความภาคภูมิใจที่ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการนำศิลปวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่บนเวทีโลก เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตอันยาวนานและร่วมสร้างมิตรภาพระหว่างไทยและเปรูให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนสืบไป

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

นวัตกรรมนมอัดเม็ดฯ ตัวช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก คว้ารางวัลระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.08 น.

นวัตกรรม มช. สู่ “นมอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย”  ทางเลือกใหม่ช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก พร้อมคว้ารางวัลระดับชาติ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย อาจารย์ ดร.พัฒนพงศ์ เถิดตะถา คณะอุตสาหกรรมเกษตร ได้คิดค้นนวัตกรรม “นมอัดเม็ดเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย” ที่ช่วยจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรมในเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต เช่น ภาวะอ้วนลงพุง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยผลงานนี้ได้รับรางวัลเหรียญเงินในงาน “Higher Education Innovation Awards 2025” จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมนี้เกิดจากการผสมผสานของ 2 เทคโนโลยีหลักเข้าด้วยกัน คือ โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทย Lactiplantibacillus plantarum CMUB-N14 และ แป้งต้านทานการย่อย (Resistant starch) จากกล้วยน้ำว้า ที่ทำหน้าที่เป็นสารเคลือบโพรไบโอติกและมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกอีกด้วย โดยทีมวิจัยพบว่าจุลินทีรย์ในระบบลำไส้ในแต่ละบุคคลนั้นมีความแตกต่างกันตามตามพันธุกรรม พื้นที่ และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และจุลินทรีย์ในระบบลำไส้ของคนไทยมีความแตกต่างจากชาวต่างชาติ จากการสำรวจการบริโภคโพรไบโอติกในประเทศไทย พบว่ากว่า 90% เป็นโพรไบโอติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจทำงานกับระบบลำไส้ของคนไทยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาจุลินทรีย์โพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยเพื่อให้เข้ากับระบบลำไส้ของคนไทยโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ การใช้แป้งต้านทานการย่อยจากกล้วยน้ำว้ามาเคลือบโพรไบโอติก ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้จุลินทรีย์สามารถอยู่รอดในระบบทางเดินอาหารและเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะขยายจำนวนและผลิตสารสำคัญ เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids: SCFAs) ได้แก่ กรดอะซิติก กรดโพรพิโอนิก และกรดบิวทิริก ซึ่งมีบทบาทในการปรับสมดุลการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย การใช้วัตถุดิบอย่างกล้วยน้ำว้าไม่เพียงแต่เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังช่วยส่งเสริมการใช้ผลผลิตทางการเกษตรที่ตกเกรดและสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นอีกด้วย

ประโยชน์ของโพรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่คัดแยกจากธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยจัดการปัญหาโรคอ้วนและเบาหวานได้  เนื่องจากปัจจุบันพบว่าเด็กไทยมีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมและเสี่ยงต่อโรคอ้วนลงพุงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การควบคุมอาหารหรือใช้ยารักษาอาจไม่เหมาะสมกับเด็กในวัยเจริญเติบโต

งานวิจัยนี้จึงได้นำโพรไบโอติกสายพันธุ์ไทยมาพัฒนาในรูปแบบนมอัดเม็ด ซึ่งเป็นขนมที่เด็กคุ้นเคยและรับประทานง่าย โดยมีให้เลือก 2 รสชาติ คือ รสออริจินัลและรสช็อกโกแลต จุดเด่นของนมอัดเม็ดนี้คือการรวมกันของโพรไบโอติกและพรีไบโอติกจากแป้งกล้วยน้ำว้า ทำให้เกิดคุณสมบัติ ซินไบโอติก (Synbiotic) ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ดีในระบบลำไส้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เป็นเป้าหมายหลัก

โดยผลงานนี้ได้รับ รางวัลเหรียญเงิน จากการประกวดนวัตกรรม “Higher Education Innovation Awards 2025 ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สายอุดมศึกษาประจำปี 2568 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นความตั้งใจของอาจารย์ที่จะสนับสนุนนักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการ (Startup) ตั้งแต่ช่วงแรกของการศึกษา ในการต่อยอดเทคโนโลยีนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น โยเกิร์ต เครื่องดื่มเสริมฟังก์ชัน และอาหารหมักอย่างแหนม เป็นต้น ปัจจุบันจุลินทรีย์โพรไบโอติก L. plantarum CMUB-N14 อยู่ระหว่างการประเมินความปลอดภัยโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เพื่อขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และผลักดันสู่ตลาดในอนาคต

นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าภาคภูมิใจของอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สร้างทางเลือกสุขภาพให้แก่คนไทยในเรื่องการจัดการภาวะเมตาบอลิกซินโดรม แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรท้องถิ่นและเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

-(016)

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

เด็กเก่งวัฒนาวิทยาลัย Wattana Girls’ Chorus สะกดใจผู้ฟังแดนมังกร

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.51 น.

สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง สำหรับคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Girls’ Chorus จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ที่ได้รับเชิญไปร่วมพิธีเปิด–ปิด และการแสดง Friendship Concert ในงาน Panda’s Singing Chengdu (International) Children’s Chorus Week 2025 ระหว่างวันที่ 7–12 สิงหาคม ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน

พร้อมทั้งขึ้นเวทีพิเศษ “Voice of Friendship” Forest Concert ที่เมืองเผิงโจว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยน้อง ๆ ขับร้องเพลงไทย สวัสดี และ รำวงเมดเลย์ ถ่ายทอดความเป็นไทยและพลังเสียงกังวานใส สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมจากนานาประเทศสำหรับ Wattana Girls’ Chorus นั้นมีผลงานและรางวัลการันตีระดับโลกมาแล้วมากมาย ในปีนี้คณะนักร้องเพิ่งคว้ารางวัล 2 เหรียญทอง และรางวัล Special Prize จากการแข่งขันที่ประเทศสโลวาเกีย ในปี 2567 คว้ารางวัล 2 เหรียญทอง และ Champion of Category จากการแข่งขันที่ฮ่องกง และในปี 2566 ได้รับรางวัล 1 เหรียญเงินจากเวที World Choir Games ที่ประเทศเกาหลีใต้ และรางวัลล่าสุดที่ได้รับมาเมื่อวันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กับ 3 รางวัลGold Award, Best Conducting Award และ Best Piano Accompaniment and Artistic Direction Award จากงาน 11th ASEAN International Choral Festivalความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ เป็นผลมาจากการฝึกซ้อมอย่างหนักของน้อง ๆ ซึ่งหลายคนได้รับการปลูกฝังมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วัยอนุบาล ทั้งเรื่องวินัยในการฝึกฝนตนเอง ไม่ว่าจะเป็น ความสม่ำเสมอ ความอดทน การแบ่งเวลาเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจน รวมถึงการฝึกภาษาอังกฤษที่ได้จากในห้องเรียน เพื่อให้จดจำเนื้อร้องได้อย่างแม่นยำ และการฝึกฝนทักษะต่างๆ ในด้านการร้องเพลง จนได้กลายมาเป็น Thai Soft Power ที่โชว์ศักยภาพของ Wattana Girls’ Chorus ในฐานะนักกีฬาทางวัฒนธรรมด้านเสียงเพลง นับเป็นการโชว์ศักยภาพของเยาวชนไทยที่สร้างความประทับใจและสะกดสายตาผู้ชมในเวทีโลก สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจและสำหรับผู้ปกครองที่สนใจส่งเสริมศักยภาพของบุตรหลาน ขณะนี้ทางโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยได้เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ประจำปี 2569 แล้ว ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’ จุดประกายเครือข่ายดนตรีไทย-ไต้หวัน

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.35 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” ณ Zepp New Taipei เพื่อนำเสนอศักยภาพของศิลปินและค่ายเพลงไทยสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรไต้หวัน ตอกย้ำพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และศักยภาพของดนตรีไทยในเวทีโลก โดยดึงผู้ประกอบการดนตรีไทยและไต้หวันเข้าร่วมงานกว่า 150 ราย กวาดมูลค่าเจรจาธุรกิจกว่า 763 ล้านบาท

นายทวีป ราชาภักดี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานการเปิดงาน พร้อมกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานโดยเน้นย้ำว่า “ดนตรีคือภาษาสากลที่ไม่ต้องการล่าม แต่สามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมให้เข้าใจกันได้ DITP ไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดงาน แต่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทีม คอยหนุนหลังและเปิดประตูเชื่อมต่อพันธมิตรในต่างประเทศ เพื่อผลักดันดนตรีไทยให้เป็นทั้งงานศิลปะและพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างโอกาสทางการค้าได้จริง”

หลังพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติผู้แทนหน่วยงานภาครัฐไทยในไต้หวัน ได้แก่ นางสาวศุภรา เพ็งศรีทอง Deputy Executive Director Thailand Trade and Economic Office, นางสาวกัลยา ลีวงค์เจริญ Director Thai Trade Office, Taipei, นายรัชตะ แคนยุกต์ Deputy Director Tourism Authority of Thailand, Taipei, และนายพงษ์นรินทร์ อุลิศ ตัวแทนภาครัฐ อุตสาหกรรมดนตรีของไทย ขึ้นถ่ายรูปรวมเป็นที่ระลึก

ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก มี ผู้เข้าร่วมงานทั้งแขกทั่วไปกว่า 120 ราย และแขกผู้มีเกียรติ (VIP Guest) กว่า 30 ราย โดย มีสื่อไต้หวันเข้ามาร่วมเก็บบรรยากาศภายในงาน ไฮไลท์สำคัญคือ กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างตัวแทนค่ายเพลงไทยและผู้ประกอบการดนตรีไต้หวัน ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสความร่วมมือและการขยายเครือข่ายทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

และจากความสำเร็จด้านการจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) มีผู้ประกอบการไทย 12 ราย และผู้ประกอบการไต้หวัน 162 ราย รวม 163 คู่เจรจา มูลค่ารวมสูงถึง 763.05  ล้านบาท โดย สรุปผลดังนี้ ผลการซื้อ-ขายทันที: 8.52 ล้านบาท คาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 1 ปี 218.33 ล้านบาท และคาดหวังมูลค่าซื้อ-ขายภายใน 2-5 ปี 536.2 ล้านบาท เฉพาะอุตสาหกรรมดนตรี ยังไม่รวมอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว สื่อและความบันเทิง เป็นต้น เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการไทยชี้ว่า กิจกรรมนี้ช่วยสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและควรจัดอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอขยายไปยัง ญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่ผู้ประกอบการไต้หวันยืนยันว่าเห็นศักยภาพดนตรีไทยชัดเจน และมีแนวโน้มร่วมลงทุนจริงใน 1–3 ปี

นอกจากความสำเร็จด้านธุรกิจแล้ว ในด้านเวทีการแสดง ศิลปินไทยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากแฟนเพลงไต้หวัน ที่เข้าร่วมชมการแสดงอย่างล้นหลามเกินความคาดหมาย ศิลปินไทยได้รับเสียงเชียร์และการต้อนรับอย่างดียิ่ง สะท้อนถึงพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนได้แม้จะต่างภาษา โดยตลอดค่ำคืนบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างสรรค์

เปิดเวทีด้วย STGZ หรือ Stargazer 2 ศิลปิน ที่นำวัฒนธรรมไทยมาตีความในรูปแบบร่วมสมัยแนวดนตรี Electronic ผสานผสมดนตรีพื้นบ้านอีสาน โดยใช้เครื่องดนตรีพิณเพื่อสร้างเสียงที่แปลกใหม่และสะท้อนการเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับยุคดิจิทัล ตามด้วย UNTRYMAEW (อันตรายแมว) ที่มาพร้อมพลังดนตรีสุดมันป็นวงดนตรีแนวเน้นการผสมเสียงสังเคราะห์และบรรยากาศแปลกใหม่ไม่ยึดติดกรอบแนวเพลงแบบดั้งเดิม

และมาถึงวงที่ทุกคนรอคอย H3F ศิลปินรุ่นใหม่ที่ไต่อันดับขึ้นสู่เวทีสากลที่มีสไตล์ผสมผสาน Funk, R&B, Soul และ Pop ในแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ ได้รับความนิยมทั้งในไทยและต่างประเทศ และเคยมีทัวร์ในหลายประเทศในเอเชียการมาเล่นที่ไต้หวันครั้งนี้จึงสะท้อนถึงกระแสตอบรับที่ขยายตัวในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงจากวง SEIZER ศิลปินไต้หวันสาย Indie Rock/Alternative ที่ได้รับการสนับสนุนจาก TAICCA วงที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังงานล้นเวที เพลงมีจังหวะเร้าใจจนผู้ชมต้องลุกขึ้นมาโดดและเต้นตาม สร้างความคึกคักและสนุกสนานอย่างเต็มที่ 

ชื่องาน “Gan Bei” มีความหมายว่า “ชนแก้วให้สุด ดื่มให้หมด” สื่อถึงการทุ่มเทเต็มพลังของศิลปินทุกคนในทุกโน้ต ทุกท่อนเพลง เพื่อส่งต่อความจริงใจและเชื่อมโยงหัวใจของผู้ฟัง งานในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นคอนเสิร์ต แต่คือก้าวสำคัญของการต่อยอด Soft Power ดนตรีไทย สู่ระดับนานาชาติ

-(016)

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

DHL Express รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม สาขาโลจิสติกส์การค้า สนับสนุนผู้ส่งออกไทยสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.34 น.

DHL Express (ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส) ประเทศไทย ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ภายใต้ DHL Group รับรางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Service Enterprise Award) สาขาโลจิสติกส์การค้า (Trade Logistics) จากการประกาศรางวัลเกียรติยศ  PM’s Export Award โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้ให้บริการโลจิส

ติกส์ที่ประสบความสำเร็จในการให้บริการและโซลูชั่นด้านโลจิสติกส์ พัฒนาคุณภาพการดำเนินการเพื่อการส่งออกและนำเข้า และมีความเป็นเลิศรอบด้าน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวสู่การเติบโตในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

“รางวัลนี้คือบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของ DHL Express ในการมอบบริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ดีที่สุดและพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้กับธุรกิจทุกขนาด เพื่อส่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากประเทศไทยไปแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเกณฑ์การคัดเลือกนั้นเป็นไปอย่างเข้มข้น ครอบ คลุม 6 คุณสมบัติ คือ แผนเชิงกลยุทธ์, การบริหารจัดการกระบวนการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง, การใช้ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีที่สนับสนุนกิจกรรมด้านโลจิสติกส์, การกำกับดูแลองค์กรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, การให้ความสำคัญกับลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์” เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว

DIT – กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

DIT - กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

DIT – กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

กรมการค้าภายใน (DIT) ร่วมกับ กูร์เมต์มาร์เก็ต จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 – 29 กันยายน 2568 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน เพื่อเป็นพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าคุณภาพได้โดยตรงถึงมือผู้บริโภค และเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้า

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับ เดอะมอลล์กรุ๊ป จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันมาตลอด เช่น การนำผลไม้แต่ละภูมิภาคมาจัดเป็นงาน Thai Fruit Festival ในส่วนของงานวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมนำสินค้าที่ดีในหลากหลายภาคส่วนของประเทศมาเปิดช่องทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นเกษตรผู้ปลูกผลไม้ กลุ่มปศุสัตว์ รวมถึงผู้ปลูกข้าวที่ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศ โดยนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรงถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสถานที่ตั้งของกูร์เมต์มาร์เก็ต สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยตอนนี้ที่มีเป้าหมายจะเป็นจุดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในประเทศไทยชั่วคราวหรือที่เราเรียกว่ากลุ่มดิจิทัลนอแมด Digital Nomad ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

อธิบดี DIT กล่าวว่า “นอกจากนี้ งานนี้ไม่เพียงให้วิสาหกิจชุมชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นเสมือนเวทีประกวดนางงาม ที่นำสินค้าเข้ารอบ คุณภาพดี มาจำหน่ายในเมือง โดยหากสินค้าใดมียอดจำหน่ายสูง และสอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดของกูร์เมต์มาร์เก็ต ก็จะมีการนำสินค้ามาเชื่อมโยงขายในห้างเป็นสินค้าขายประจำห้างต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้ผลิต ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวยังเป็นการสร้างแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรได้เรียนรู้ด้านการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ”

ภายในงานได้รวบรวมผลผลิตเกษตรคุณภาพกว่า 80 สินค้า มาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ได้รับรางวัลจากการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ซึ่งจัดโดย DIT มายาวนานกว่า 42 ปี เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ตราข้าวนาคุณตาณรงค์ จากอุบลราชธานี (รางวัลชนะเลิศปี 2566) ข้าวหอมมะลิอินทรีย์นครพนม (รางวัลชนะเลิศปี 2564) และยังมีข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพเป็นเลิศและชนะการประกวดในหลายๆ ปี มาร่วมจำหน่าย รวมถึงนำข้าวมาแปรรูปในอีกหลายรูปแบบ เช่น ไอศกรีมที่ทำจากข้าวชนิดต่าง ๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละชนิดไว้ ข้าวหุงพร้อมทาน เป็นต้น

นอกจากข้าวแล้ว DIT ยังได้เชื่อมโยงผลไม้ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของเกษตรกรมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงและพิเศษสุดในโซนผลไม้คุณภาพ ที่คัดเกรดระดับพรีเมียมในราคาสุดพิเศษ อาทิ ลำไยจากจันทบุรี ลองกองจาก จ.อุตรดิตถ์ มะพร้าวน้ำหอม GI และฝรั่งไส้แดงจากราชบุรี สับปะรดภูแล GI จากเชียงราย ส้มโอขาวน้ำผึ้งจากสมุทรสงคราม อะโวคาโดจากเพชรบูรณ์ ทุเรียนทอดกรอบจากจันทบุรี และน้ำลำไยหิมะ/ลำไยอบแห้งจากลำพูน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลไม้ล้นตลาด ที่ DIT ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย

และภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยจากกิจกรรม “หน้าเนื้อ ใจสยาม” ที่นำเนื้อโคไทยคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์จากเกษตรกรไทย 5 กลุ่มมาจำหน่าย ได้แก่ เนื้อสยามวากิวลูกผสมแองกัส บีฟมาสเตอร์ หรือชาโรเลส์รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคไทย เช่น เนื้อย่างเสียบไม้ เนื้อแดดเดียว ไส้กรอกเนื้อ ไส้อั่วเนื้อ รวมทั้งยังมีการจำหน่ายกุ้งและผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ กุ้งต้มพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งสดแช่แข็ง กุ้งเทมปุระ และกุ้งป๊อป เพื่อกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รองรับความเสี่ยงจากผลกระทบจากนโยบายด้านการแข่งขันทางการค้าจากต่างประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการนำสินค้าไก่งวงและผลิตภัณฑ์ไก่งวงแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี เช่น จ๊อไก่งวง ไส้กรอกไก่งวง ไส้อั่วไก่งวง บาร์บีคิวไก่งวง มาจำหน่าย เพื่อสร้างการรับรู้และการส่งเสริมการบริโภคไก่งวงในประเทศ ตลอดจนเป็นแนวทางการขยายตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รวมถึงปลาทูหน้างอคอหักจากแม่กลอง ในหลายรูปแบบ ทั้งปลาทูสด ปลาทูทอด ปลาทูมัน ปลาทูต้มเค็ม มาจำหน่ายอีกด้วย

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณกูร์เมต์ มาร์เก็ต และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรไทย เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยได้นำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สำหรับพี่น้องประชาชน ขอเชิญชวนมาร่วมอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรไทยในราคาที่เหมาะสม ภายในงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน มาร่วมอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย และเป็นการให้กำลังใจกับเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพต่อไป”

-(016)

‘Pathum Grand Show 2025’ เปิดเวทีเจรจาธุรกิจ เสริมแกร่งอุตฯท่องเที่ยวภาคใต้

'Pathum Grand Show 2025' เปิดเวทีเจรจาธุรกิจ เสริมแกร่งอุตฯท่องเที่ยวภาคใต้

‘Pathum Grand Show 2025’ เปิดเวทีเจรจาธุรกิจ เสริมแกร่งอุตฯท่องเที่ยวภาคใต้

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.30 น.

ปทุมธานี ยกขบวนสินค้าศักยภาพและนวัตกรรมบุกภูเก็ต “Pathum Grand Show 2025” เปิดเวทีเจรจาธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการสินค้าศักยภาพกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคใต้

จังหวัดปทุมธานี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี เตรียมจัดงานแสดงสินค้าศักยภาพและเจรจาธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ “Pathum Grand Show 2025” ยกขบวนสินค้านวัตกรรมและสินค้าศักยภาพจากปทุมธานีรวม 50 ร้านค้ามาจัดแสดงและจัดจำหน่าย พร้อมเปิดเวทีจับคู่ธุรกิจ ณ จังหวัดภูเก็ต เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภาคใต้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการอย่างครบวงจร

นายองครักษ์  ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยภายหลังเป้นประธานเปิดงาน Pathum Grand Show 2025 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ว่าจังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีแหล่งผลิตสินค้าศักยภาพและนวัตกรรมที่ทันสมัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถต่อยอดและตอบโจทย์ให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี การนำผู้ประกอบการมาร่วมจัดแสดงและจัดหน่ายสินค้า พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจในงาน Pathum Grand Show 2025 ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก  จึงเป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสินค้าของจังหวัดปทุมธานี ได้มีโอกาสเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาคใต้ด้วย

“งานนี้เราได้คัดสรรสินค้าและบริการคุณภาพสูงกว่า 50 ร้านค้า เพื่อนำมาจัดแสดงและจำหน่ายให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและประชาชนได้เลือกชมและเลือกซื้อตลอด 5 วันเต็ม โดยสินค้าเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตได้ในทุกมิติ ทั้งธุรกิจโรงแรม, ที่พัก, ร้านอาหาร, สปา, นวดแผนไทย ไปจนถึงร้านกาแฟและคาเฟ่ จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาวัตถุดิบและ Outsourcing ที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจและเพิ่มยอดขาย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษมากมาย ทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ และการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียง รวมถึงกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการแบบ Offline และ Online ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างประโยชน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสทางการค้า และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่งระหว่างผู้ประกอบการของจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดภูเก็ตได้อย่างแน่นอน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าว

ด้าน นายนิมิตร ฆังคะจิตร พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวเพิ่มเติมว่าการจัดงาน “Pathum Grand Show 2025” ที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสินค้าศักยภาพและนวัตกรรมจากปทุมธานี ได้มีโอกาสทางการตลาด และได้ประชาสัมพันธ์นำเสนอสินค้าและบริการแก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง เป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้า เพิ่มรายได้เพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในภาพรวมของปทุมธานีให้มากขึ้น โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และธุรกิจบริการ กิจกรรมหลัก : ยกระดับเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาด สินค้าศักยภาพจังหวัดปทุมธานี “Pathum Innotech 2025” ภายใต้ชื่องาน “Pathum Grand Show 2025 ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ เป็นการกิจกรรมในรูปแบบของการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า และเจรจาธุรกิจการค้า

“งานนี้เราได้คัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพสูง และมีความหลากหลายมากถึง 50 ร้านค้า มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย โดยเน้นสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมและนวัตกรรมที่พร้อมตอบโจทย์การใช้งานทันที อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมปรุง เครื่องปรุงพรีเมียม สำหรับร้านอาหารและโรงแรม ชุดของใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักที่ใช้นวัตกรรมลดต้นทุน ผลิตภัณฑ์สปา นวดแผนไทย และสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ได้มาตรฐาน และเทคโนโลยีด้านการบริการต่าง ๆ งานนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวในภูเก็ตจะได้มีโอกาสพบปะเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการสินค้าศักยภาพสูงของจังหวัดปทุมธานี เพื่อต่อยอดธุรกิจและร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว โดยในงานนี้ยังได้มีการเชิญผู้ประกอบการธุรกิจซึ่งเป็นผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ Off line/Online มากกว่ากว่า 10 ราย  ซึ่งคาดว่ากิจกรรมนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าการค้าของจังหวัดปทุมธานี มากกว่ากว่า 5 ล้านบาท”

งาน “Pathum Grand Show 2025” นอกจากจะถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเวทีแห่งการเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ โดยผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สปา นวดแผนไทย คาเฟ่ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับผู้ผลิตโดยตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการจัดซื้อจัดหา (Sourcing) และสร้างเครือข่ายคู่ค้าใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาวแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษมากมาย เช่น จุด Show case แสดงสินค้า พื้นที่จุดแลนด์มาร์ค สำหรับการถ่ายรูป และ Check in เพื่อรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ การจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย ลด แลก แจกแถม การจัดช่วงเวลานาทีทอง การสรรหาผู้โชคดีรับรางวัลพิเศษทุกวัน การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดประสบการณ์ การจัดให้มีการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงตลอดระยะเวลาการจัดงาน อาทิ ตอง เกวลิน เฟิร์ส พรชิตา แดน ฟิงเกอร์ กีตาร์ ศิริขวัญ และติวเตอร์ ฐนวัฒน์ 

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การจำหน่ายสินค้าในงาน แต่คือการสร้างโอกาสในการต่อยอด และสร้างมูลค่าทางการค้าในระยะยาวผ่านการจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าสินค้าจากปทุมธานีจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการของธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตให้มีความโดดเด่นและเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวได้อย่างแน่นอน” นายนิมิตรกล่าวย้ำ

อย่าพลาดโอกาสในการยกระดับธุรกิจให้เหนือกว่าคู่แข่ง! ด้วยสินค้าศักยภาพสูงที่พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจท่องเที่ยว แล้วมาพบกันในงาน Pathum Grand Show 2025 ระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2568 ณ ลานกิจกรรมแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 ฝั่งเฟสติวัล ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

-(016)

สงขลาคว้ารางวัล ‘IFEA World Festival & Event City 2025’ ก้าวสู่เมืองไมซ์ระดับโลก

สงขลาคว้ารางวัล ‘IFEA World Festival & Event City 2025’ ก้าวสู่เมืองไมซ์ระดับโลก

สงขลาคว้ารางวัล ‘IFEA World Festival & Event City 2025’ ก้าวสู่เมืองไมซ์ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

สงขลาคว้ารางวัล ‘IFEA World Festival & Event City 2025’ ก้าวสู่เมืองไมซ์ระดับโลก เมืองแห่งเทศกาลและอีเวนต์ที่สร้างทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความภูมิใจให้คนไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ เมืองปาล์มสปริงส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เสียงปรบมือจากผู้แทนทั่วโลกดังขึ้นเมื่อชื่อ “สงขลา” ถูกประกาศบนเวทีนานาชาติ สมาพันธ์งานเทศกาลและอีเวนต์นานาชาติ หรือ IFEA ยกย่องให้จังหวัดชายแดนใต้ของไทยแห่งนี้เป็น หนึ่งในเมืองผู้ได้รับรางวัล IFEA World Festival & Event City 2025 รางวัลที่ไม่ใช่เพียงถ้วยเชิดชูเกียรติ แต่คือการยืนยันว่าเมืองหนึ่งเมืองสามารถยกระดับตัวเองสู่การเป็น Global Festival & MICE City ได้อย่างสง่างาม

การรับรางวัลครั้งนี้นำโดย นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) ภาคใต้ ผู้เป็นดั่งกลไกสำคัญที่เชื่อมการทำงานของภาครัฐ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภาคเอกชน และชุมชน จนกลายเป็นพลังร่วมที่ผลักดันสงขลาขึ้นสู่เวทีโลก

รางวัล IFEA ไม่ใช่การแข่งขัน หากแต่เป็นการมองหาเมืองที่ “ยกระดับมาตรฐาน” ในการจัดเทศกาลและอีเวนต์ เมืองที่มีโครงสร้างสนับสนุนชัดเจน มีระบบนิเวศที่เอื้อให้การสร้างสรรค์เติบโต และสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่ยั่งยืน สงขลาถูกเลือกเพราะตอบโจทย์ทุกมิติ และเพราะทีเส็บภาคใต้ทำหน้าที่เป็น “สถาปนิกเบื้องหลัง” ที่แปลงวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นรูปธรรม

นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เพียงรางวัลของสงขลา แต่เป็นรางวัลของคนไทยทุกคน เราแสดงให้โลกเห็นว่าวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเรา เมื่อผนวกเข้ากับการสนับสนุนเชิงระบบและความคิดเชิงกลยุทธ์ สามารถทำให้เมืองของเราเป็นที่ยอมรับบนเวทีสากลได้”

นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการทีเส็บภาคใต้ เสริมว่า “สิ่งที่เราทำไม่ใช่การจัดงานเพื่อวันนี้ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้สงขลาพร้อมจะต้อนรับเทศกาลและอีเวนต์จากทั่วโลกได้ตลอดไป รางวัลนี้คือการรับรองว่าการเดินทางที่เราวางรากฐานร่วมกับจังหวัดและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นั้น กำลังพาเมืองไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

สิ่งที่จะตามมาหลังรางวัลครั้งนี้คือโอกาสใหม่มากมาย สงขลาจะกลายเป็นแม่เหล็กทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักลงทุนและผู้จัดงานระดับนานาชาติ พร้อมสร้างรายได้และการจ้างงานในท้องถิ่น อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจะถูกยกระดับให้เป็น พลังสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลก และประเทศไทยจะได้รับภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะศูนย์กลางไมซ์และเทศกาลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การได้รับรางวัลครั้งนี้จึงไม่เพียงหมายถึงความสำเร็จของวันนี้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ที่จะทำให้สงขลาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ภายใต้พลังความร่วมมือที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

-(016)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ร่วมภาคีเครือข่าย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และแบตฯรถยนต์ช่วยเหลือชายแดนไทย–กัมพูชา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ร่วมภาคีเครือข่าย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และแบตฯรถยนต์ช่วยเหลือชายแดนไทย–กัมพูชา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ร่วมภาคีเครือข่าย มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และแบตฯรถยนต์ช่วยเหลือชายแดนไทย–กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.41 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายและไทยทีวีสีช่อง 3 มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและแบตเตอรี่รถยนต์ สนับสนุนกองทัพบกช่วยเหลือทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

23 กันยายน 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) และภาคีเครือข่าย ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและแบตเตอรี่รถยนต์ให้แก่กองทัพบก โดยมี พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

โดยสิ่งของที่นำมาให้แก่กองทัพภาคที่ 2 ประกอบไปด้วย ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า จำนวน 100 ลัง มูลค่า 360,000 บาท จากบริษัท ไบ่ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด, ช้าวโอ๊ต จำนวน 100 ลัง มูลค่า 120,000 บาท จากบริษัท แวลู่พลัส รีเทล จำกัด และแบตเตอรี่รถยนต์ ขนาด 75 แอม จำนวน 24 ลูก มูลค่า 64,800 บาท จาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเด็นโซ่ประเทศไทย จำกัด, สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนไทยฮอนด้า จำกัด, สหภาพแรงงานไทยฮอนด้า และ สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัทอีซูซุมอเตอร์ประเทศไทย จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 544,800 บาท

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า “การมอบสิ่งของในครั้งนี้ เป็นการส่งต่อน้ำใจจากทุกภาคส่วนไปยังทหารและประชาชนที่กำลังเผชิญผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เราเข้าใจดีว่าการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่ทหารที่ต้องดูแลความมั่นคง และชาวบ้านที่ต้องปรับตัวกับสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ปกติ สิ่งของที่นำมามอบในวันนี้จึงเป็นความตั้งใจที่จะช่วยสนับสนุนให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ โดยเฉพาะแบตเตอรี่รถยนต์ที่สามารถนำไปใช้ในภารกิจเคลื่อนย้าย ออกพื้นที่ และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทหาร เราทุกคนพร้อมจะเป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถก้าวผ่านสถานการณ์ความไม่สงบนี้ไปได้อย่างปลอดภัย”

การส่งมอบครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนเจตนารมณ์ของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์และพันธมิตร ที่มุ่งมั่นเดินหน้าในการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างกำลังใจและความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนในทุก ๆ สถานการณ์

-(016)

จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ ‘Thailand LAB INTERNATIONAL 2025’ ขับเคลื่อนการเติบโตด้านวิทย์และเทคโนโลยีในเอเชีย

จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ 'Thailand LAB INTERNATIONAL 2025' ขับเคลื่อนการเติบโตด้านวิทย์และเทคโนโลยีในเอเชีย

จากวิสัยทัศน์สู่การลงมือทำ ‘Thailand LAB INTERNATIONAL 2025’ ขับเคลื่อนการเติบโตด้านวิทย์และเทคโนโลยีในเอเชีย

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.35 น.

งาน Thailand LAB INTERNATIONAL, BioAP INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2025 ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความสำเร็จ ดึงดูดผู้เข้าชมงานเชิงธุรกิจ 12,273 ราย จาก 51 ประเทศ ตลอด 3 วัน มีผู้บรรยายหลัก 230 ท่าน นำเสนอ 75 หัวข้อที่น่าสนใจต่อผู้เข้าร่วมประชุม 3,907 คน ขณะเดียวกันมีผู้แสดงสินค้า 277 ราย จัดแสดงกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำ งานนี้ยังเป็นเวทีให้เกิดการจับคู่ธุรกิจสำเร็จถึง 463 ครั้ง ตอกย้ำความเป็นแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับอุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการ ชีววิทยาศาสตร์ และเคมี โดยประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด ได้แก่ ไทย จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ เมียนมา ญี่ปุ่น เวียดนาม และไต้หวัน

คุณปนัดดา ก๋งมา รองประธานสายธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 15 ของงาน Thailand LAB INTERNATIONAL ซึ่งเป็นงานหลักที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านห้องปฏิบัติการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา งานได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครอบคลุม เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ สาธารณสุข และอาหารแห่งอนาคตไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เราภูมิใจที่ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากพันธมิตรด้านวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงผู้สนับสนุนหลักที่ร่วมผลักดันงานนี้มาโดยตลอด ความร่วมมือดังกล่าวช่วยตอกย้ำบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาค ไม่เพียงเป็นงานแสดงสินค้า แต่ Thailand LAB INTERNATIONAL ยังเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงการวิจัย ธุรกิจ และนโยบาย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและยกระดับความก้าวหน้าทั่วประเทศ”

ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต: กำหนดทิศทางตลาดห้องปฏิบัติการ ชีววิทยาศาสตร์ และเคมีของเอเชีย

ด้วยอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการ ชีววิทยาศาสตร์ และเคมีในเอเชีย Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ร่วมกับ BioAP INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL จึงเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นตลาดและเศรษฐกิจ เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้จำหน่ายนับพันราย ขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการลงทุน

ทั้งสามงานยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนและบทบาทในตลาดโลก ด้วยการนำเอาพาวิลเลียนและพันธมิตรนานาชาติมาสู่กรุงเทพฯ โดยสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจและนวัตกรรมของประเทศไทยภายใต้วิสัยทัศน์  “Thailand 4.0” ความต้องการด้านบริการสุขภาพและการวินิจฉัยโรคที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วภูมิภาค — ซึ่งคาดว่าจะผลักดันตลาดบริการห้องปฏิบัติการคลินิกของไทยให้เกิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 — รวมถึงแรงผลักดันด้านความยั่งยืนและมาตรฐานกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทำให้งานนี้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ความร่วมมือ และกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในอนาคต

เปิดตัว Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026 ยกระดับเชิงกลยุทธ์สู่วงการไบโอเทคและเฮลท์เทคของเอเชีย

ขอแนะนำงาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL 2026 — แพลตฟอร์มใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของ BioAP INTERNATIONAL และ Health & Innovation Asia ซึ่งไม่ใช่เพียงการรวมงาน แต่เป็นการยกระดับเชิงกลยุทธ์และการบรรจบกันอย่างทรงพลังระหว่างเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีด้านสุขภาพสู่เวทีนานาชาติที่เป็นหนึ่งเดียว ออกแบบมาเพื่อผลักดันเอเชียเข้าสู่ยุคใหม่ของนวัตกรรม การวิจัย และความร่วมมือด้านสุขภาพ

ร่วมกับ Thailand LAB INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL งาน Bio+ HealthTech INTERNATIONAL ที่กำลังจะมาถึงนี้จะไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า แต่จะเป็นศูนย์กลางความร่วมมือแบบไดนามิกที่แลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างพันธมิตร และเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อกำหนดอนาคตของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาค

ประกาศอย่างเป็นทางการ: การจัดงานในปี 2569

Thailand LAB INTERNATIONAL, Bio+ HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ EH 102–104 ไบเทค กรุงเทพฯ เข้าร่วมกับเราในแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียด้านนวัตกรรมห้องปฏิบัติการ ชีววิทยาศาสตร์ และเคมี

เปิดจองบูธสำหรับปี 2569

หลังจากความสำเร็จของปีนี้ Thailand LAB INTERNATIONAL, Bio+ HealthTech INTERNATIONAL และ FutureCHEM INTERNATIONAL ขอเชิญผู้แสดงสินค้าจองบูธสำหรับวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ EH 102–104 ไบเทค กรุงเทพฯ นำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของคุณต่อผู้นำในอุตสาหกรรม ผู้ตัดสินใจ และผู้ซื้อจากทั่วเอเชีย จองบูธของคุณวันนี้และเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านห้องปฏิบัติการ ชีววิทยาศาสตร์ และเคมี

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็ปไซต์ http://www.thailandlab.com