‘ช้อปเพลิน เดินฟิน’ เช็คอินลำปาง ในงานบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025

'ช้อปเพลิน เดินฟิน' เช็คอินลำปาง ในงานบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025

‘ช้อปเพลิน เดินฟิน’ เช็คอินลำปาง ในงานบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.25 น.

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลัง จัดบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025“ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” เปิดพื้นที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ หวังบูมเศรษฐกิจกลางปีกว่า 200 ล้านบาท

กระทรวงอุตสาหกรรม ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ ภาคเอกชน แถลงข่าวเตรียมจัดงานบิ๊กอีเวนท์ อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” ระหว่างวันที่ 2 – 6 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ พบกับมหกรรมสินค้าคุณภาพ ราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ อาทิ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องอุปโภค-บริโภค และสินค้าอื่น ๆ อีกมากมายที่ยกขบวนพาเหรดจากเครือสหพัฒน์และผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อม Mind Motorshow รถที่ใช่ดีลที่ชอบ นอกจากนี้ ภายในงานยังจะมีความร่วมมือครั้งสำคัญในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถกระตุ้นมูลค่าเศรษฐกิจกลางปีได้กว่า 200 ล้านบาท

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ในเครือสหพัฒน์ สมาคมยานยนต์แห่งประเทศไทย ในการจัดงาน อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” ระหว่างวันที่ 2 – 6 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ เพื่อเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการทดสอบตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ SME ไทย และวิสาหกิจชุมชน อีกทั้งผู้ประกอบการโรงงานยังได้มีพื้นที่ในการกระจายสินค้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสินค้าอุตสาหกรรมไทยที่มีคุณภาพและราคาเป็นธรรมเพื่อให้ผู้บริโภค ได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาเหมาะสม อันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในช่วงกลางปีได้กว่า 200 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานกว่า 10,000 คน

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินงานร่วมกับภาคเอกชนในการจัดงานครั้งนี้ โดยภายในงาน อุตสาหกรรมแฟร์ 2025 “ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” จะมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ามากมายให้ช้อปกันอย่างจุใจ พื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร ซึ่งแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ 1. โซนมหกรรมสินค้าอุปโภค – บริโภคราคาประหยัดจากเครือสหพัฒน์ จำนวน 52 บูธ พบกับสินค้าคุณภาพราคาประหยัดที่จะยกขบวนมาลดราคา อาทิ ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน – ผงซักฟอก น้ำยาล้างจานโปร ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก – ผลิตภัณฑ์โคโดโม ผลิตภัณฑ์เซนต์แอนดรูว ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล – ยาสีฟันซิสเท็มมา ผลิตภัณฑ์อาหาร – มาม่า ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า – วาโก้ แอร์โรว์ และ เครื่องสำอาง BSC MTI 

2. โซน “รถที่ใช่ดีลที่ชอบ” จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ รถจักรยายนยนต์คุณภาพดีและข้อเสนอพิเศษสุดในงานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ ยามาฮ่า เป็นต้น

3. โซนมหกรรมจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย ลำปาง  ประชารัฐ และวิสาหกกิจชุมชนทั่วประเทศ จำนวน 36 บูธ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของใช้ของตกแต่งบ้าน งานคราฟต์ สินค้าสายมู อาหารพร้อมทาน เครื่องดื่มชงสด อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มแปรรูป เป็นต้น

4. โซนกิจกรรม Innovative Thai Material การจัดแสดงผลงานวัสดุไทยสร้างสรรค์ ดร.ณัฐพล กล่าว

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า “อุตสาหกรรมแฟร์2025 : ช้อปเพลิน เดินฟิน เช็คอินลำปาง” เป็นเวทีโชว์ผลงานที่รวมพลังของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอุตสาหกรรมยานยนต์  เพื่อพัฒนาศักยภาพและยกระดับจาก ดีพร้อม ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการตามนโยบาย ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้ ผ่านกลยุทธ์ “4 ให้ 1 ปฏิรูป  โดย ดีพร้อม มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ไทยคุณภาพ พร้อมทั้งเป็นสร้างโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบของยอดขายภายในงาน ข้อตกลงทางธุรกิจ และการต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งเน้นการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมเป้าหมาย และปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งในห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาทักษะคนและชุมชน ให้พร้อมสู่อนาคต และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน ให้กับ SMEs ไทย 

ทั้งนี้ ดีพร้อม มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานอุตสาหกรรมแฟร์ 2025 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อ 7.3 ล้าน จากน้ำใจผู้บริจาค สานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อ 7.3 ล้าน จากน้ำใจผู้บริจาค สานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพ

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ส่งต่อ 7.3 ล้าน จากน้ำใจผู้บริจาค สานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพ

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.05 น.

กว่า 6 ทศวรรษที่ “มูลนิธิรามาธิบดีฯ” สานต่อภารกิจสำคัญในการสร้างบุคลากรทางการแพทย์คุณภาพให้ก้าวออกไปเป็นกำลังหลักของระบบสาธารณสุขประเทศ ด้วยความเชื่อมั่นว่า “การศึกษา” คือรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนและสังคม มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงยึดมั่นที่จะสนับ สนุนการเรียนรู้ของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด มูลนิธิรามาธิบดีฯได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษารามาธิบดี ประจำปี 2568 โดยมี ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา รศ. ดร.พูลสุข  เจนพานิชย์  วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี รศ. ดร. นพ.ไชยพร ยุกเซ็น หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ผศ. ดร.รัตตินันท์ ฏิระวณิชย์กุล หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมาย และความผิดปกติของการสื่อความหมาย อ.นพ.สม เกียรติ ลีละศิธร ผู้อำนวยการสถาบันราชสุดา มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีในทุกหลักสูตร คือ นักศึกษาแพทย์ นักศึกษาพยาบาล นักศึกษาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ นักศึกษาสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย และปีแรกสำหรับนักศึกษาสถาบันราชสุดา  เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้คนพิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์  โดยมี  พรรณสิรี  คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมแสดงความยินดี

ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ กล่าวในพิธีมอบทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษารามาธิบดี ประจำปี 2568 ว่า “มูลนิธิรามาธิบดีฯ มุ่งมั่นสนับสนุนการศึก ษาเพื่อสร้างบุคลากรทางการแพทย์ที่มีศักยภาพและความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย และขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมกันสนับสนุนทุนการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นพลังแห่งการให้ที่ช่วยต่อยอดอนาคตของเยาวชนไทย เรามั่นใจว่านักศึกษาทุกคนจะมุ่งมั่นเล่าเรียน และนำความรู้ความสามารถไปพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต”

ในปีนี้ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีในทุกหลักสูตรของคณะฯ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 220 ราย มูลค่ารวมกว่า 7,334,000 บาท (เจ็ดล้านสามแสนสามหมื่นสี่พันบาทถ้วน) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมก้าวสู่การเป็นแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชน

ด้าน บวรรัตน์ ทะนุธีระพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิ บดี มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้ได้รับทุนการศึกษา ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจว่า “เหตุผลที่เลือกเรียนสาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ มาจากประสบการณ์ตรงในครอบครัว เมื่อครั้งที่คนใกล้ชิดประสบภาวะฉุกเฉินและได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีจากนักปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ เหตุการณ์นั้นได้จุดประกายความฝันให้เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยชีวิตผู้อื่น และสืบสานบทบาทสำคัญนี้ต่อไป ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ ไม่เพียงช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ทุนการศึกษานี้เป็นกำลังใจให้มุ่งมั่นเรียนและฝึกฝนเต็มที่ เพื่อเติบโตเป็นนักปฏิ บัติการฉุกเฉินการแพทย์ที่พร้อมดูแลผู้ป่วยและช่วยเหลือสังคม ขอบคุณผู้บริจาคและมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่ทำให้ความฝันเป็นจริง”

มูลนิธิรามาธิบดีฯ หวังว่าการมอบทุนครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รามาธิบดีให้เติบโตเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และจิตวิญญาณแห่งการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ โดยทุนการศึกษาปีนี้เกิดจากสายธารน้ำใจของผู้บริจาค ทั้งบุคคลทั่วไปและองค์ กร ที่ร่วมสมทบผ่านโครงการ “ทุนการศึกษารามาธิบดี” สร้างโอกาสการรักษา สร้างบุคลากรการแพทย์” หลอมรวมเป็นพลังแห่ง “คำว่าให้ …ไม่สิ้นสุด” เพื่อแบ่งเบาภาระ และต่อเติมความฝันของนักศึกษาแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในทุกสาขา ให้ก้าวเดินบนเส้นทางวิชาชีพอย่างมั่นใจ

ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ 
โรงพยาบาลรามาธิบดี และ
ประธานคณะกรรม การบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ

ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ ประธานคณะกรรม การบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ

คณาจารย์ผู้ประสาทวิชา

คณาจารย์ผู้ประสาทวิชา

คณาจารย์ ผู้มอบทุนการศึกษา พร้อมล่ามผู้แปลภาษามือ

คณาจารย์ ผู้มอบทุนการศึกษา พร้อมล่ามผู้แปลภาษามือ

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาแพทย์

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาแพทย์

คณาจารย์ และนักศึกษาพยาบาล

คณาจารย์ และนักศึกษาพยาบาล

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมาย

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาปีแรก สำหรับนักศึกษาสถาบันราชสุดา

คณาจารย์ พร้อมนักศึกษาปีแรก สำหรับนักศึกษาสถาบันราชสุดา

บวรรัตน์ ทะนุธีระพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

บวรรัตน์ ทะนุธีระพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์

‘อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์’ คว้าผลิตภัณฑ์ดีเด่นด้านนวัตกรรม เวที อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2568

‘อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์’ คว้าผลิตภัณฑ์ดีเด่นด้านนวัตกรรม เวที อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2568

‘อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์’ คว้าผลิตภัณฑ์ดีเด่นด้านนวัตกรรม เวที อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2568

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.02 น.

บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด หรือ ILC ผู้ผลิตเครื่องสำอางรายแรกของประเทศไทยที่เปิดให้บริการมานานกว่า 55 ปีตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยการคว้ารางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด 2568 สาขาผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่นประเภทนวัตกรรม จากผลิต ภัณฑ์ BSC Authentiq Bio Glow Fluid Foundation SPF50 PA++++ รองพื้นสูตรโกลว์ของแบรนด์ BSC ที่วางจำหน่ายโดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่ปี 2567 และได้ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรสารสกัดที่เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นรายแรกของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เป็นผลจากการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมทางอุตสาหกรรมความงาม ของ ILC โดยนำสารสกัดจาก “ใบไม้สีทอง” หรือ “ย่านดาโอ๊ะ” ที่มีถิ่นกำเนิดจากบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ภาคใต้ของไทย โดยทีมงานวิจัยของ ILC พบว่าสารสกัดจากใบไม้สีทองมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการบำรุงผิว ทั้งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับผิวให้ดูกระจ่างใส จึงได้มีการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ MOLECULAR INCLUSION เทคโนโลยีการกักเก็บสารไว้ในรูปแคปซูลขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มศักยภาพและประ สิทธิภาพการบำรุงของสารสกัดนี้ ในผลิตภัณฑ์ BSC Authentiq Bio Glow Fluid Foundation SPF50 PA++++ รองพื้นสูตรโกลว์ ที่มีจุดเด่นของ ULTIMATE BLURRING TECHNOLOGY สูตรพิเศษที่ผสมผสานสารสกัดใบไม้สีทองกับอนุภาค MICRO POWDER และ FILM FORMER ช่วยเบลอรูขุมขน ปกปิดริ้วรอย และมอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชม.พร้อมด้วย SPECIAL PEARLANT ผงมุกชนิดพิเศษมีคุณสมบัติช่วยกระจายแสงให้ผิวเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ การผสานพลังระหว่างนวัตกรรมและสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้รองพื้นรุ่นนี้ มีประสิทธิ ภาพทั้งการปกปิด การบำรุงและการปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างสมบูรณ์แบบ    

รางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ที่ได้รับในครั้งนี้เป็นรางวัลอันทรงเกียรติและยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ ILC ที่จะนำนวัตกรรมและภูมิปัญญาจากธรรมชาติมาผสมผสาน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ช่วยดูแลผิวพรรณของผู้บริโภคทุกสภาพผิวได้อย่างยั่งยืน และก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของไทยสู่เวทีสากลอย่างแท้จริง

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ เมื่อ ‘สยาม’..เปิดศึกกัมพูชาที่ ‘เสียมเรียบ’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ เมื่อ ‘สยาม’..เปิดศึกกัมพูชาที่ ‘เสียมเรียบ’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ เมื่อ ‘สยาม’..เปิดศึกกัมพูชาที่ ‘เสียมเรียบ’

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.15 น.

ในประเทศกัมพูชา มีเมืองสำคัญเมืองหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินนครวัด มรดกโลก ชื่อ เสียมเรียบ” Siem Riap ซึ่งเป็นภาษากัมพูชาแปลว่า สยามพ่ายแพ้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด อย่างไร  เพราะในพงศาวดารไทยมิได้บันทึกไว้

เอกสารโบราณของกัมพูชาและวิกิพีเดีย ระบุว่า ใน พ.ศ.2073 (ค.ศ.1530) ตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (หน่อพุทธางกูร) แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่กรุงกัมพูชาเกิดกบฏเจ้ากอง พระยาจันทราชาเสด็จหนีไปอยุธยา รวบรวมกำลังกลับมายึดเมืองโพธิสัตว์ แล้วขึ้นครองราชย์กรุงกัมพูชา ทรงพระนามว่า พระบรมราชาที่ 2  หรือ จันรีเซีย มหาราช ทรงตั้งเมืองละแวก Longvek เป็นราชธานีของกัมพูชาแห่งใหม่หลังจากที่กัมพูชาเสียเมืองพระนครให้กองทัพสยาม (สมัยเจ้าสามพระยา) พญาจันทราชาทรงปฏิเสธการส่งบรรณาการมายังอาณาจักรสยาม เหมือนที่เคยปฏิบัติมาก่อน สยามจึงส่งทหาร50,000 คน ผ่านนครราชสีมาไปยังจังหวัดมหานคร ทหารกัมพูชา 70,000 คน ต่อสู้อย่างดุเดือดกับกองทัพสยามในยุทธการที่สตึงอังกอร์ และในที่สุดกองทัพสยามก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ จับเชลยชาวสยามได้ 10,000 คน ชัยชนะอันยิ่งใหญ่นี้ ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อจังหวัดมหานครเป็น จังหวัดเสียมเรียบจนถึงปัจจุบัน ขณะที่แม่ทัพสยามชื่อ ปอนเฮา ออง โดมฮัต ก็เสียชีวิตจากการถูกฟัน และตกจากหลังช้าง

ในเอกสาร เขมรแบ่งเป็นสี่ภาค พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงอธิบายว่าบริเวณเสียมราฐเป็นบริเวณที่เรียกว่า ขอมแปรพักตร์ หรือ เขมรไทย ที่มีชุมชนไทยและเขมรอาศัยอยู่ปะปนกันมาแต่ยุคโบราณ ทรงกล่าวถึงที่มาของชื่อเสียมราฐไว้ว่า “…อย่างเมืองนครเสียมราฐทุกวันเขมรเรียกว่านักกร แต่คำโบราณเขมรเรียกว่าเสียมเงียบบ้าง เสียมเรียบบ้าง ไทยเรียกว่าเสียมราฐ ตามคำเขมรโบราณ ก็คำนั้นแปลว่าเมืองไทยทำปลาแห้ง คือแต่ก่อนเป็นบ้านเมืองไทยทำปลาแห้งขาย…”[7]

บ้างก็ว่าชื่อ เซียมเรียบ ตั้งขึ้นใหม่แทน “เสียมราฐ” หลังจากที่ในกรณีพิพาทอินโดจีน พลตรี แปลก พิบูลสงคราม ผู้บัญชาการกองทัพอีสานและบูรพาในขณะนั้น ได้เคยบุกข้ามชายแดนขับไล่ฝรั่งเศสออกจากดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง พระตะบอง และเสียมราฐ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงอธิบายชื่อเมืองเสียมราฐว่า :-

ชื่อนั้นจะเกี่ยวไปในนิทานเรื่อง พญาโคตรตัมบอง เมืองเสียมราฐ เขมรเขาเขียนเสียมราช อ่านว่า เสียมเรียบ เขาว่าไทยแก้เป็นเสียมราฐ ทีก็จะจริง เมื่อฉันยังหนุ่มก็เห็นในราชการใช้ว่าเสียมราบ เขาจะหมายความว่ากะไร ไม่ทราบ แต่เราคงคิดว่าเขาหมายว่าไทยแพ้เขาราบที่นั่นจึงเปลี่ยนเสียเป็นเสียมราฐ (คือ สยามรัฐออกจะไม่มีมูล ที่จริงอ่านประวัติหรือพงศาวดารก็ไม่เคยพบว่าไทยแพ้เขมรที่นั่น

โดย  สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจาก บางกอกแอร์เวย์ 

แท็กทีมดูแลสุขภาพกระดูก มารู้จักตัวช่วยเพิ่มพลังแคลเซียม

แท็กทีมดูแลสุขภาพกระดูก มารู้จักตัวช่วยเพิ่มพลังแคลเซียม

แท็กทีมดูแลสุขภาพกระดูก มารู้จักตัวช่วยเพิ่มพลังแคลเซียม

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

ในยุคที่คนหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและ Aging เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมี Longevity หรือ มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งที่เลือกทานจึงเป็นข้อแรกที่ต้องใส่ใจ เริ่มจากหากอยากให้กระดูกแข็งแรง คิดว่าทานแคลเซียมอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่? ถ้าคำตอบว่า ใช่ อยากให้ลองคิดใหม่ เพราะการดูดซึมในร่างกายมีกลไกมากกว่าที่คิด ถ้าไม่อยากให้กระดูกพรุนแบบไม่รู้ตัว ต้องรอบรู้เรื่องสุขภาพเพื่อการดูแลตัวเองอย่างฉลาด ด้วยกลุ่มเพื่อนซี้ ‘แคลเซียม – วิตามินดี 3 – วิตามินเค 2’

สำหรับ ‘แคลเซียม’ เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อช่วยให้โครงสร้างร่างกายแข็งแรงทั้งกระดูกและฟัน รวมถึงมีส่วนในการทำงานของหลอดเลือด กล้ามเนื้อ และหัวใจ การเสริมสร้างแคลเซียมจึงช่วยให้ทั้งกระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

ส่วน ‘วิตามินดี 3’  ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารผ่านลำไส้ ช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ตามปกติ โดยเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้ จึงแนะนำให้ทานพร้อมอาหารเพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น ซึ่งหากร่างกายได้รับวิตามินดี 3 เพียงพอจะดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ถึง 30–40 %

และ ‘วิตามินเค 2’ จะช่วยดึงแคลเซียมจากเลือดเข้าสู่กระดูกเพื่อนำไปใช้สร้างกระดูก ป้องกันการสะสมแคลเซียมตามเนื้อเยื่ออ่อนและหลอดเลือดแดง จึงลดแคลเซียมส่วนเกินในเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจได้ และยับยั้งการสลายของกระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนและลดการเกิดกระดูกหักในผู้สูงอายุ โดย ‘วิตามินเค 2’ มีหลายชนิด แต่วิตามินเค 2 ชนิด MK-7 มีงานวิจัยรองรับในเรื่องการดูดซึมและการนำไปใช้ได้ดีที่สุด จะพบมากในนัตโตะ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินเค 2 จากธรรมชาติ

ทำความเข้าใจง่าย ๆ ด้วย 4 นิยามนี้ ‘รับ – ดูดซึม – นำส่ง – ตรงจุด’ โดยมี 3 เพื่อนซี้หลักอย่าง ‘แคลเซียม – วิตามินดี 3 – วิตามินเค 2’ ทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเมื่อร่างกายได้รับ ‘แคลเซียม’ จากการทานอาหาร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลำดับถัดไปคือหน้าที่ของ ‘วิตามินดี 3’ ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารผ่านลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด และเมื่อมีแคลเซียมในเลือดแล้วถึงเวลาของ ‘วิตามินเค 2’ ที่จะเป็นเหมือน GPS ช่วยนำทางส่งแคลเซียมจากเลือดเข้าสู่กระดูก ทำให้แคลเซียมตรงเข้าสู่กระดูกได้มากขึ้น เห็นได้ชัดว่าการดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้และได้รับแคลเซียมอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อรู้จักกุญแจสำคัญของกระดูกที่แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม ให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สะดวกมากยิ่งขึ้น Giffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมเคียงข้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กิฟฟารีน เค 2 พลัส ไลโปโซมอล ดี 3 (Giffarine K2 Plus Liposomal D3) ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อความแข็งแรงของกระดูก ด้วย วิตามินเค 2 ธรรมชาติจากนัตโตะในรูปแบบ Trans MK-7 พร้อมด้วยวิตามินดี 3 ในรูปแบบไลโปโซม ที่เป็นขั้นกว่าของการดูดซึมแคลเซียม ผลิตด้วยเทคโนโลยีไลโปโซม ซึ่งมีความคงตัวสูง ไม่ถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดีกว่าวิตามินดี 3 ทั่วไปถึง 1.8 เท่า โดยทานคู่กับแคลเซียมเพื่อเพิ่มการดูดซึมได้ทุกวัน เมื่อวิตามินเค 2  และไลโปโซมอล วิตามินดี 3 ทำงานกันเป็นทีม จะช่วยทำให้แคลเซียมถูกดูดซึมและตรงเข้าสู่กระดูกได้มากขึ้น

การให้คุณค่ากับสุขภาพของตัวเอง เหมือนเป็นการได้บอกรักตัวเองทุกวัน แก๊งคู่ซี้สายซัปพอร์ต ‘แคลเซียม – วิตามินดี 3 – วิตามินเค 2’ ที่จะช่วยให้การดูดซึมและนำส่งแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้ตรงจุดมากที่สุด รักกระดูก อย่ารอให้สายเกินไป

กลุ่มวันสยามเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ดีไซน์โดย POEM แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยระดับโลก

กลุ่มวันสยามเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ดีไซน์โดย POEM แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยระดับโลก

กลุ่มวันสยามเปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ดีไซน์โดย POEM แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยระดับโลก

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มวันสยาม ที่ผนึกกำลังโกลบอลเดสติเนชั่นระดับโลก ประกอบด้วย สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรีเทลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยกระดับและ Refresh การให้บริการเหนือระดับแบบครบวงจร (Comprehensive Service Transformation) ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านกลยุทธ์ Customer-Centric Experience ที่สอดรับกับแนวโน้มการตลาดรีเทลระดับโลก รวมถึงการเปิดตัวยูนิฟอร์มภาพลักษณ์ใหม่สำหรับทีม Customer Engagement โดยความร่วมมือกับ POEM แบรนด์แฟชั่นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ภายใต้การออกแบบของ ฌอน-ชวนล ไคสิริ เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่เหนือความคาดหวัง

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity & Relationship บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ภายใต้ปรัชญาการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย เราได้พัฒนาการให้บริการเหนือระดับอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจในทุกมิติให้แก่ลูกค้าและครองความเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กลุ่มวันสยาม ได้ดึงจุดแข็งด้านการให้บริการในแบบเฉพาะบุคคล และความเป็นเลิศในการให้บริการของทีมพนักงาน Customer Engagement มาพัฒนาและยกระดับการให้บริการ ล่าสุดได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ Customer-Centric Experience ที่สอดรับกับแนวโน้มการตลาดรีเทลระดับโลก เราไม่ได้แค่ปรับปรุง แต่เรารีโวลูชัน ประสบการณ์ของลูกค้าแบบ 360 องศา อาทิ Personalized Service การบริการเหนือระดับด้วย Hyper-Personalized Service ขับเคลื่อนด้วย Real-time Data Intelligence และ Personalized Engagement ที่ “Anticipate Customer Needs” เราเข้าใจคุณ… ก่อนที่คุณจะรู้ตัวเอง! ด้วยการนำเอาข้อมูลเชิงลึก เช่น พฤติกรรมของลูกค้าใน touchpoint ต่างๆ และข้อมูลการซื้อสินค้าและบริการ มาวิเคราะห์โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และ Machine Learning มาช่วย เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้แม่นยำมากขึ้น และสามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้ตรงใจดีขึ้น อาทิ การส่งข้อมูลสินค้า บริการ และโปรโมชั่นตามความสนใจและพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉพาะบุคคลส่งตรงถึงลูกค้าแบบ real time

ในปี 2568 กลุ่มวันสยามได้ Refresh ยูนิฟอร์มภาพลักษณ์ใหม่สำหรับพนักงานทีม Customer Engagement ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการและให้บริการลูกค้าได้อย่างเหมาะสม การยกระดับภาพลักษณ์ใหม่นี้มุ่งเน้นทีมบริการแนวหน้าที่ให้บริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการบริการลูกค้า โดยได้รับเกียรติจาก POEM แบรนด์แฟชั่นไทยชั้นนำมาร่วมสร้างสรรค์ชุดยูนิฟอร์มให้กับองค์กรเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างความประทับใจแรกพบ หรือ First Impression ให้แก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการ และเสริมสร้างภาพลักษณ์รวมถึงความน่าเชื่อถือให้กับศูนย์การค้าต่างๆ ภายในกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์

การเปลี่ยนรูปโฉมยูนิฟอร์มพนักงานใหม่เป็น Visual Identity สร้างประสบการณ์ใหม่แบบ Emotional Branding อย่างครบวงจร ที่มีการคอลลาบอเรชั่นร่วมกันระหว่างต่างอุตสาหกรรม หรือ Cross-Industry Collaboration ระหว่าง Retail x Fashion

นายชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ POEM ผู้สร้างสรรค์ยูนิฟอร์มภาพลักษณ์ใหม่ กล่าวว่า “ในฐานะที่ผมเติบโตมากับศูนย์การค้ากลุ่มสยามพิวรรธน์ตั้งแต่วัยเด็ก ภาพความทรงจำในแต่ละยุคของสยาม     พารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ได้หล่อหลอมแรงบันดาลใจในการออกแบบครั้งนี้ ผมตีความความทันสมัยและความล้ำสมัยที่ได้ส่งต่อมาตลอด ถ่ายทอดผ่านสีและดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนขององค์กร สร้าง Professional Credibility ผ่านการออกแบบแฟชั่นที่สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรและเป็น First Touch Point กับลูกค้า

ดีไซน์ใหม่นี้ ผ่านการออกแบบจากการพูดคุยกับทีมพนักงานผู้สวมใส่ที่ใช้งานจริง เราเน้นฟังก์ชันและความคล่องตัว โดยปรับซิลูเอตให้เหมาะกับการทำงานจริง มีทั้งกระโปรงทรงเอและกางเกงเพื่อเป็นทางเลือก เพิ่มความมั่นใจด้วยคัตติ้งและแพทเทิร์นแบบเทเลอร์เมด ซึ่งเป็นลายเซ็นของแบรนด์ POEM ผสานโทนสีเทาที่เป็นสีแห่งความก้าวหน้า โดยสีเทาที่ใช้ คือ Neutral Grey ที่ให้ความสุภาพและเป็นกลาง โดยในชุดของพนักงานที่ทำงานภายใน สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จะใช้ผ้าสีเทานี้ มาทำหน้าที่เป็นพื้นให้สีม่วงซึ่งเป็นสีหลักของสยามพิวรรธน์ สำหรับไอคอนสยาม จะใช้สีเทาจับคู่กับสีทองซึ่งเป็นสีอันเป็นเอกลักษณ์ของไอคอนสยาม นอกจากนี้ ยังได้ทำการดีไซน์ชุดของทีมงานต่างๆ ที่แม้มีความแตกต่าง แต่ก็มีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีความโดดเด่นมีระดับ”

นางสรัลธร อัศเวศน์ กล่าวเสริมว่า “เราไม่ได้เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่หลากหลายของผู้คนในทุกเจนเนอเรชั่น พร้อมมอบประสบการณ์แปลกใหม่และสร้างแรงบันดาลใจในระดับโลก เราพัฒนาและยกระดับ Customer Engagement ไปอีกขั้นที่เป็นที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศบนเวทีโลก โดยล่าสุดทีมลูกค้าสัมพันธ์ได้เข้ารอบ Finalist ของเวทีประกาศรางวัลด้านบริการระดับโลกที่จัดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ คือ People in Retail Awards สาขา Customer Service Team of the Year ซึ่งเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูบุคลากรในอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีผลงานยอดเยี่ยม และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจด้านวัฒนธรรมองค์กรและการบริการลูกค้า โดยเราเป็นกลุ่มศูนย์การค้าเดียวของเอเชียที่ได้เข้าชิงรางวัลสุดยอดบริการระดับโลกนี้”  

วว.พัฒนาร่างต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อน ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’

วว.พัฒนาร่างต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อน ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’

วว.พัฒนาร่างต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม ขับเคลื่อน ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นประธานเปิดการประชุมนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานโครงการพัฒนาร่างต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อพัฒนานวัตกรรมตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและพัฒนาแนวทางขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการถอดบทเรียนจากตาลเดี่ยวโมเดลในมิติเทคโนโลยี สังคม และการบริหารจัดการ ออกแบบแนวทางการเชื่อมโยงกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ตลอดจนพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ด้านการจัดการของเสีย ในระดับนโยบาย พื้นที่ และชุมชน ในพื้นที่นำร่องจังหวัดสระบุรี ซึ่งนับเป็นการนำผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาใช้ให้เกิดประโยชน์ 

โอกาสนี้ นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวต้อนรับและการขับเคลื่อนสระบุรีคาร์บอนต่ำ ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ วว. กล่าวการดำเนินโครงการฯ และดร.ศรวณีย์  สิงห์ทอง ผอ.ฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวรายงานแนวทางการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับ Saraburi Sandbox โดยมี ดร.วิจารย์  สิมาฉายา ผอ. สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ เอกชน เข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่วัดทองพุ่มพวงที่จัดกิจกรรมตลาดนัดรีไซเคิลที่ใช้ระบบดิจิตอลแพลตฟอร์มในการบริหารจัดการข้อมูล  และเยี่ยมชมโรงเรียนเทศบาล 1  ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ดำเนินการขับเคลื่อนการจัดการขยะรีไซเคิลที่ต้นทาง ลงพื้นที่การจัดการขยะอินทรีย์ต้นแบบ (โรงเรียนเทศบาล 4 วัดบำรุงธรรม) รวมทั้งเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจร “ตาลเดี่ยวโมเดล”

ทั้งนี้ วว. ได้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดสระบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลตาลเดี่ยว และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนตาลเดี่ยวโมเดล โดยใช้ผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แก้ไขปัญหาขยะชุมชน โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เกิดการขับเคลื่อนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และต่อยอดความสำเร็จในการขยายผล พัฒนาร่างต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์มการจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่แนวทางการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ มุ่งเน้นการจัดการของเสียประเภทบรรจุภัณฑ์พลาสติกและขยะเศษอาหาร เพื่อขับเคลื่อนเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ ที่มีแนวทางการปฏิบัติและการปรับตัวที่เหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดเมืองคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นต่อไป

สาวทรานส์จากเมืองซีแอตเทิล คว้ามง ‘Miss International Queen 2025’

สาวทรานส์จากเมืองซีแอตเทิล คว้ามง ‘Miss International Queen 2025’

สาวทรานส์จากเมืองซีแอตเทิล คว้ามง ‘Miss International Queen 2025’

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เสียงเชียร์ดังกึกก้องทั่วโรงละครทิฟฟานี พัทยา เมื่อ Midori Monet ประเทศสหรัฐอเมริกา อายุ 27 ปี นักแสดงโชว์ นักออกแบบแฟชั่น และนักเขียนจากเมืองซีแอตเทิล คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2025 อย่างสง่างาม ตอบคำถามอย่างมั่นใจ แสดงทัศนคติระดับโกลบอลได้อย่างโดดเด่น ทำให้กรรมการเทคะแนนพิชิตมงไปอย่างสมศักดิ์ศรี พร้อมปฏิบัติหน้าที่เป็นกระบอกเสียงทรานส์ทั่วโลกภายใต้ตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้

เวที Miss International Queen เวทีประกวดสาวทรานส์ระดับโลกที่มีประวัติยาวนานจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ไม่เพียงเฉลิมฉลองความงามเท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญ สนับสนุนความเท่าเทียม สิทธิ และเปิดโอกาสอย่างเสมอภาคสำหรับทุกคน ภายใต้ธีมปีนี้ “Beyond Beauty, Open Possibilities” การประกวดปี 2025 นี้พิสูจน์ความงามที่ไม่จำกัดเพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือการแสดงออกถึงศักยภาพ ความมั่นใจ และพลังที่จะสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss Tiffany’s Universe และ Miss International Queen กล่าวว่า “Miss International Queen 2025 เดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างสมศักดิ์ศรี เป็นความพิเศษมากกว่าการประกาศผลผู้ครอบครองมงกุฎ ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นตลอดการจัดการประกวดในประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของตัวแทนสาวงามข้ามเพศ ในการสร้างอิมแพคที่ส่งต่อไปยังสังคมและผู้คนทั่วโลก ทุกคนทุ่มเทเพื่อการเฉลิมฉลองการยอมรับและความงดงามอันไร้ขอบเขตที่สะท้อนออกมาจากคอนเซปต์ ‘Beyond Beauty, Open Possibilities’ ข้อความที่สำคัญที่สุดที่ผู้เข้าประกวดทุกคนได้สื่อสารกับผู้ชมทั่วโลกคือ พลังแห่งการยอมรับและความเท่าเทียมคือรากฐานของการสร้างสรรค์สังคมที่งดงามและยั่งยืน เราได้ใช้เวทีอันทรงพลังนี้เป็นกระบอกเสียง ไปยังแต่ละประเทศ ผ่านแฟนคลับของผู้เข้าประกวด 23 คน และผู้ชมทั่วโลก เพื่อตอกย้ำว่าความงามที่แท้จริงนั้นอยู่เหนือรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือความกล้าหาญในการเป็นตัวของตัวเอง ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น และความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น”

ผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Miss International Queen 2025 จะเริ่มต้นภารกิจสำคัญในทันที โดยจะทำหน้าที่เป็นทูตแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม เดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จัดกิจกรรมรณรงค์และร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการส่งเสริมสิทธิและความเข้าใจในกลุ่ม LGBTQIA+ นอกจากนี้ รองอันดับ 1 และอันดับ 2 จะร่วมสนับสนุนภารกิจเหล่านี้ มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นสำคัญ เช่น การศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของทรานเจนเดอร์

รางวัลพิเศษและผลการประกวด Miss International Queen 2025:  รองอันดับ 1: Olivia Lauren ประเทศคิวบา, รองอันดับ 2 : Ha Tam Nhu ประเทศเวียดนาม, ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม): Midori Monet ประเทศสหรัฐอเมริกา , ขวัญใจช่างภาพ ปรียากร พรพรหม ประเทศไทย,ชุดราตรียอดเยี่ยม : Reyna Morocho ประเทศเอกวาดอร์, รางวัลความสามารถพิเศษ : Taneung Chanthasenesack ประเทศลาว, Best Preliminary Performance: Midori Monet ประเทศสหรัฐอเมริกา, Best Social Media Influencer by Tourism Authority of Thailand: Anne Patricia Lorenzo Diaz ประเทศฟิลิปปินส์, The Future of Beauty by Wansiri Hospital: Olivia Lauren ประเทศคิวบา, Miss Congeniality: Olivia Lauren ประเทศคิวบา, Inspiring Beauty Wansiri Popular Vote: Anne Patricia Lorenzo Diaz ประเทศฟิลิปปินส์, Miss Perfect Skin by Wansiri Wellness Center: Taneung Chanthasenesack ประเทศลาว, Miss Elegant Face by Wansiri Face Design Center: Reyna Morocho ประเทศเอกวาดอร์ และ Miss Golden Shape by Wansiri Body Center: Khleo Ambrose ประเทศมาเลเซีย

เดอะ ปาร์ค ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยั่งยืนอย่างมีสไตล์ กับงาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3

เดอะ ปาร์ค ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยั่งยืนอย่างมีสไตล์ กับงาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3

เดอะ ปาร์ค ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยั่งยืนอย่างมีสไตล์ กับงาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะ ปาร์ค (The PARQ) โครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED GOLD® และ WELL CERTIFIED™ CORE GOLD ภายใต้แนวคิด “Life Well Balanced” ร่วมกับ Swoop Buddy และ Go Green Girls ชวนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาร่วมค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในงาน “SWAP UP FESTIVAL VOL.3” พบกับกิจกรรมที่ครอบคลุมทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และศิลปะ พร้อมพาร์ทเนอร์ชั้นนำ อาทิ Stonegoat,Suntory Beverage & Food (Thailand), GrabFood, 3M Thailand และ OKLIN ที่มาร่วมสร้างทั้งแรงบันดาลใจและปรากฏการณ์ใหม่ในการส่งเสริมไลฟ์สไตล์แบบยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Living the Circular Lifestyle”

กมลนัย ชัยเฉนียน กรรมการบริหาร บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การจัดงาน SWAP UP FESTIVAL ครั้งนี้ เราตั้งใจสร้างสรรค์งานขึ้นเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าความยั่งยืนสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆในชีวิตประจำวัน เราอยากให้ทุกคนสนุกกับการแลกเปลี่ยนและการสร้างคุณค่าใหม่ โดยมองว่าการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องยากหรือเชย แต่เป็นสิ่งที่ทำได้จริง สนุก และมีสไตล์”

ภายในงาน ทุกคนได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ Circular Lifestyle ผ่านการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้า ของสะสม หนังสือ และของใช้ที่เคยโปรดให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง พร้อมสนุกกับกิจกรรมที่ต่อยอดไลฟ์สไตล์แบบยั่งยืน ค้นพบบันดาลใจและมุมมองใหม่ในการเพิ่มคุณค่าวัสดุเหลือใช้ให้เป็นชิ้นงานใหม่ และลดปริมาณขยะจากสิ่งของใชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปตกแต่งภาชนะปลูกต้นไม้ พร้อมเรียนรู้การใช้วิตามินบำรุงพืชจากการย่อยสลายขยะอาหาร, ประดิษฐ์ที่รองแก้วจากกระดาษรีไซเคิล, เย็บถุงสครับผิวจากกากกาแฟ ที่รวบรวมจากร้านกาแฟในเดอะ ปาร์ค, ซ่อมแซมเสื้อผ้าเก่าให้น่าใช้เหมือนใหม่ และ แปลงเศษผ้าเก่าเป็นของใช้สุดเก๋

รวมถึงกิจกรรม Community Talk ในหัวข้อ “It’s All Connected: How Circularity Shapes the Way We Live, Work, and Create” โดยตัวแทนจากหลากหลายองค์กร ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองและแรงบันดาลใจในการส่งเสริม Circular Lifestyle ทั้งการจัดการขยะอาหารอย่างยั่งยืน การใช้ชีวิตแบบActive community การพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิล การสร้างวัฒนธรรมในที่ทำงาน ให้ทุกคนเห็นว่าการใช้ชีวิตใส่ใจสิ่งแวดล้อมสามารถสนุก มีสไตล์ และสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกใบนี้ได้ร่วมกัน

อรวรรณ กิตติธนนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด เผยถึงไลฟ์สไตล์ที่สามารถเปลี่ยนโลกได้ว่า “หลายครั้งที่การใช้ชีวิตแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมถูกมองว่าเป็นเพียงแค่เทรนด์ หรือรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยาก Go Green Girls จึงอยากเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าแนวคิด Circular Lifestyle เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าการใช้ชีวิตไปพร้อมกับการรัก(ษ์)โลกสามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวอย่างมีสไตล์ เลือกใช้สิ่งของที่สะท้อนตัวตนได้โดยไม่ตกเทรนด์ การแลกเปลี่ยน หรือการสร้างคุณค่าใหม่จากของที่มีอยู่ ที่สำคัญคือเราสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ โดยไม่รู้สึกว่ายุ่งยาก และเพียงเท่านี้ก็สามารถเริ่มสร้างความยั่งยืนได้จากตัวเราเอง”

จาริยา ธีรเสนี หนึ่งในทีมอาสา สวู๊ปบัดดี้ กล่าวว่า “หลายคนยังมีแนวคิดเกี่ยวกับสินค้ามือสองเพียงแง่มุมของราคา แต่ความจริงแล้วเป็นการสนับสนุนการใช้สินค้าแฟชั่นมือสอง (Circular Fashion Ecosystem) นอกจากจะประหยัดงบประมาณแล้ว ยังยืดวงจรชีวิตให้เสื้อผ้าและลดผลกระทบจากแวดวงแฟชั่นที่มีต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลงจากการแค่เรานำมาแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งกิจกรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่มีเพื่อร่วมทางที่เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน เดอะ ปาร์ค จึงไม่ได้เป็นเพียงพาร์ทเนอร์ แต่เป็นกำลังสำคัญในการสร้างคอมมูนิตี้รักษ์โลกแบบมีสไตล์นี้ให้แข็งแรงขึ้นได้”

นอกจากนี้ยังมีมุมจัดแสดงผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ กับผลงานชุด “ปลายทางของขยะทะเล” โดย แทนทะเล (Tanntalay) ศิลปินและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากขยะทะเล และร้านค้าเก๋ๆ ในโซน Conscious Market ให้ทุกคนได้เลือกซื้อสินค้าจากการรีไซเคิล การอัพไซเคิล ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และงานคราฟต์ที่ไม่เหมือนใครกับร้านค้ารักษ์โลก ตลอดจนข้อเสนอพิเศษจาก Stonegoat ให้ได้สนุก คุ้มค่า และดีต่อโลกไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากกิจกรรมครั้งนี้ถูกนำไปสมทบทุนบริจาคให้กับมูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และสิ่งของที่ไม่ได้นำไปแลกเปลี่ยนจะถูกนำไปส่งต่อให้กับ มูลนิธิกระจกเงา และร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยมีตัวแทนจากทั้ง 2 มูลนิธิรับมอบเพื่อไปพัฒนากิจกรรมเสริมสร้างรายได้ ตลอดจนเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

งาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3 ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นี้ ปิดฉากลงอย่างสร้างสรรค์และเต็มไปด้วยพลัง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ เดอะ ปาร์ค ที่สะท้อนวิสัยทัศน์การเป็น Lifestyle Community ที่สมดุลและยั่งยืน ต่อยอด Circular Lifestyle ให้เป็นรูปธรรม พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าการรักษ์โลก และความทันสมัยอยู่คู่กันได้อย่างลงตัว

มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษา ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพร้อมมอบทุนการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน จำนวน 33 ทุน เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2568 โดยได้รับเมตตาจาก พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน เป็นประธานในพิธี การนี้ได้รับเกียรติจาก บัญชา สืบกระพัน ผู้อำนวยการเขตสวนหลวงและผู้บริหารเขตสวน หลวง,มณีรัตน์ มะลิอ่อง หัวหน้าฝ่ายการศึกษา,มาลัย ภัทรมณีนิล หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์ หัวหน้าฝ่ายการคลัง,เปมิกา ไหมวัด หัวหน้าฝ่ายรายได้,อำนาจ สังข์ทอง รักษาการหัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา อนุตรา จิตรเที่ยง  รอง ผอ.โรงเรียนคลองกลันตัน (มีสุวรรณอนุสรณ์),พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ ผอ.โรงเรียนนาคนาวาอุปถัมภ์,สมพงษ์ ธนะสินธุ์  ผอ.โรงเรียนวัดใต้ (ราษฎรนิรมิต),วรินทร กนกวงศ์อนันต์  ผอ.โรงเรียนวัดปากบ่อ,พิมล มาประกอบ ผอ.โรงเรียนสุเหร่าใหม่,ศิริพร ทุมภา รองผอ.โรงเรียนหัวหมาก,นริศรา เปรมศรี  ผอ.โรงเรียนสุเหร่าทางควาย,พิมพ์ชยา ธนโชติชุติวัฒน์  ผอ.โรงเรียนวัดราชโกษา รวมทั้ง อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,โสภา อมราศรัยศรี,พัชรา มาดล โดยได้รับการต้อนรับจาก พัฒ ชุติวรวัลค์ ผอ.โรงเรียนวัดทองใน พร้อมคณะครู ณ ศาลาการ เปรียญ วัดทองใน เขตสวนหลวง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2536 ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จเยี่ยมราษฎรในชุมชนและทอดพระเนตรการดำเนินงานของมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน  ทั้งได้ พระราชทานทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร  เขตพระ โขนงในขณะนั้น ตามคำกราบทูลเชิญของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในโอกาสนั้น ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานทุนทรัพย์จากกองทุนสมเด็จย่าจำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อใช้ในการสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ และในปีต่อมาได้พระราชทานเงินจากทุนการกุศล กว.อีก 100,000 บาท(หนึ่งแสนบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท(สองแสนบาท) สมทบทุนแก่มูลนิธิฯ  นับเป็นพระกรุณาธิคุณและยังความปลื้มปิติแก่คณะกรรมการมูลนิธิฯ อย่างหาที่สุดมิได้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองในกล่าวในที่สุดว่า “ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ คณะกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษา โรงเรียนวัดทองใน จึงมีมติให้ทุกวันที่ 16 กันยายน ของทุกปี จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อมูลนิ ธิฯ ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้”

มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา อาหารกลางวันและอุปกรณ์การศึกษา แก่เด็กและเยาวชนในเขตพระโขนงเดิมที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างต่อเนื่องให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

บัญชา สืบกระพันธ์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

บัญชา สืบกระพันธ์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระรูป สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ประธานมูลนิธิฯ ถวายตาลปัตรพัดรองแด่ พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน

ประธานมูลนิธิฯ ถวายตาลปัตรพัดรองแด่ พระมหานุกูล อภิปุณฺโณ ดร.เจ้าอาวาสวัดทองใน

ประธานมูลนิธิฯ  ผอ.เขตสวนหลวง และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

ประธานมูลนิธิฯ ผอ.เขตสวนหลวง และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

บัญชา สืบกระพันธ์ ผอ.เขตสวนหลวง,สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบทุนการศึกษา จำนวน 33 ทุนแก่นักเรียน รร.วัดทองใน ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา

บัญชา สืบกระพันธ์ ผอ.เขตสวนหลวง,สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบทุนการศึกษา จำนวน 33 ทุนแก่นักเรียน รร.วัดทองใน ระดับชั้นอนุบาล-ประถมศึกษา

(จากซ้าย) อำนาจ สังข์ทอง,ศิริพร ทุมภา,วลิดา จารึกสถิตย์วงศ์,อนุตรา จิตรเที่ยง,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์,มาลัย ภัทรมณีนิล,บัญชา สืบกระพัน,สุมนา อภินรเศรษฐ์,มณีรัตน์ มะลิอ่อง,เปมิกา ไหมวัด,พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ,พัฒ  ชุติวรวัลคุ์,วรินทร กนกวงศ์อนันต์,พรสวรรค์ สุวรรณกิตติ

(จากซ้าย) อำนาจ สังข์ทอง,ศิริพร ทุมภา,วลิดา จารึกสถิตย์วงศ์,อนุตรา จิตรเที่ยง,พรปวีณ์ เพ็ชรรัตน์,มาลัย ภัทรมณีนิล,บัญชา สืบกระพัน,สุมนา อภินรเศรษฐ์,มณีรัตน์ มะลิอ่อง,เปมิกา ไหมวัด,พรหมพิมาน ไชยหงษ์คำ,พัฒ ชุติวรวัลคุ์,วรินทร กนกวงศ์อนันต์,พรสวรรค์ สุวรรณกิตติ

พิมพ์ชยา  ธนโชติชุติวัฒน์ ,อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,รัศมี  นนทสินธุ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,พัชรา มาดล

พิมพ์ชยา ธนโชติชุติวัฒน์ ,อร่ามรัตน์ บุญยรักษ์โยธิน,รัศมี นนทสินธุ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,พัชรา มาดล

นักเรียนระดับชั้นอนุบาลรับทุนการศึกษาจาก พัฒ ชุติวรวัลค์,บัญชา สืบกระพันธ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,นริศรา  เปรมศรี, วรินทร กนกวงศ์อนันต์

นักเรียนระดับชั้นอนุบาลรับทุนการศึกษาจาก พัฒ ชุติวรวัลค์,บัญชา สืบกระพันธ์,สุมนา อภินรเศรษฐ์,นริศรา เปรมศรี, วรินทร กนกวงศ์อนันต์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบของที่ระลึกให้แก่ บัญชา สืบกระพัน ผอ.เขตสวนหลวง

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา รร.วัดทองใน มอบของที่ระลึกให้แก่ บัญชา สืบกระพัน ผอ.เขตสวนหลวง

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิฯ และ พัฒ ชุติวรวัลคุ์ ผอ.รร.วัดทองใน พร้อมด้วยคณะครูและบุคคลากร รร. วัดทองใน

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิฯ และ พัฒ ชุติวรวัลคุ์ ผอ.รร.วัดทองใน พร้อมด้วยคณะครูและบุคคลากร รร. วัดทองใน