LIFE & HEALTH : ดูแลปกป้องลูกน้อยจากโรคมือเท้าปาก

LIFE & HEALTH : ดูแลปกป้องลูกน้อยจากโรคมือเท้าปาก

LIFE & HEALTH : ดูแลปกป้องลูกน้อยจากโรคมือเท้าปาก

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.32 น.

ในช่วงนี้ดูเหมือนว่าเด็กๆ ต้องเผชิญกับหลายโรคที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก อีสุกอีใส ไอพีดี โรคท้องเสีย โดยเฉพาะ “โรคมือเท้าปาก” ที่ทำให้หลายโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนเพื่อหยุดการระบาดของโรค

ข้อมูลจาก พญ.มณินทร วรรณรัตน์ กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า โรคมือเท้าปาก ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งอยู่ในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ได้แก่ คอกซากี่ไวรัส (Coxsackie virus) บางชนิด และเอนเทอโรไวรัส 71 (Enterovirus 71) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ความจริงโรคนี้จะสามารถพบได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูฝนมักเป็นช่วงที่มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอากาศมักเย็นและชื้น และมีความรุนแรงตั้งแต่น้อยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

การติดต่อของโรค

ส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง โรคติดต่อง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย โดยเชื้อไวรัสอาจติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย และอาจเกิดจากการไอจามรดกัน

การแพร่กระจายเชื้อ

จะเกิดได้ง่ายมากในเด็กเล็กที่ชอบเล่นคลุกคลีใกล้ชิดกันในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือญาติพี่น้องที่อยู่รวมกันมากๆ รวมถึงการเล่นของเล่นในที่สาธารณะ ซึ่งในระยะที่เด็กมีอาการทุเลา หรือหายป่วยแล้วประมาณ 1 เดือน ยังคงพบเชื้อได้ในอุจจาระ แต่การติดต่อในระยะนี้จะเกิดขึ้นได้น้อย

อาการของโรค

หลังจากได้รับเชื้อ 3 – 6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย เริ่มด้วยมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก1 – 2 วัน จะมีตุ่มแดงขนาด 2 – 8 มิลลิเมตร ที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาก็จะเห็นเป็นตุ่มน้ำสีเทาเล็ก ๆ เพราะตุ่มน้ำจะแตกเร็ว เห็นเป็นแผลตื้นๆ สีออกเหลืองเทา และมีผื่นแดงล้อมรอบแผลเล็กๆ อาจรวมเป็นแผลขนาดใหญ่ แผลเหล่านี้มักเจ็บ และทำให้เด็กไม่ยอมรับประทานอาหาร อีกทั้งยังทำให้ลิ้นมีสีแดงและบวมได้ แต่รอยโรคเหล่านี้มักจะหายไปใน 5 – 10 วัน

สำหรับผื่นที่ผิวหนังนั้น อาจเกิดพร้อมกับแผลในช่องปาก หรือเกิดหลังแผลในช่องปากเล็กน้อย อาจมีเพียง 2 – 3 จุด หรือมากกว่า 100 จุด โดยพบที่มือมากกว่าที่เท้า รอยโรคมักเป็นที่หลังมือ ด้านข้างของนิ้วมือ หลังเท้าและด้านข้างของนิ้วเท้า มากกว่าที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นได้ด้วย รอยโรคที่ผิวหนังระยะแรกจะเป็นผื่น หรือตุ่มแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 10 มิลลิเมตร ที่ตรงกลางมีตุ่มน้ำสีเทา มักเรียงตามแนวเส้นของผิวหนัง และมีผื่นแดงล้อมรอบ ผื่นเหล่านี้จะคงอยู่ 2 – 3 วัน อาจมีอาการเจ็บ กดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ต่อมาจะเป็นสะเก็ด และตกสะเก็ดใน 7 – 10 วัน จนผิวแลดูปกติไม่มีแผลเป็น

การรักษา

โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคับประคอง ได้แก่

  • เมื่อมีไข้ ให้ยาลดไข้ ร่วมกับเช็ดตัว เพื่อลดไข้เป็นระยะ
  • ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ดื่มน้ำและน้ำผลไม้ โดยพิจารณาให้ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
  • ถ้าเป็นเด็กอ่อนอาจต้องป้อนนมให้แทนการดูดจากขวดตามปกติ
  • การรับประทานนมเย็น อมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ หรือไอศครีม จะทำให้แผลไม่ค่อยเจ็บ
  • ถ้าแผลในปากเจ็บมาก อาจลองใช้ยาชาเพื่อทุเลาอาการเจ็บ และสามารถรับประทานได้บ้าง
  • นอนพักผ่อนมากๆ
  • โรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน แต่เชื้อไวรสบางชนิด อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่ยอมรับประทานอาหารและดื่มน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง อาจเกิดภาวะสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที

การป้องกันโรค

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก แบบเฉพาะเจาะจงต่อเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยเฉพาะโรคสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ระบบหายใจล้มเหลว

โดยวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากได้ผ่านการวิจัยและศึกษานี้ รวมถึงใช้มาแล้วกว่า 48 ล้านโดสทั่วโลก ซึ่งไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง จึงนับว่ามีความปลอดภัยสูง การฉีดวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก แนะนำเริ่มฉีดในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

นอกจากนี้ โรคมือเท้าปากยังสามารถป้องกันโดยการรักษาสุขอนามัย ผู้ปกครองควรแนะนำบุตรหลาน และผู้เลี้ยงดูเด็กให้รักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะหลังการขับถ่าย และก่อนรับประทานอาหาร รวมทั้งการใช้ช้อนกลาง และหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

ในขณะที่สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล ต้องจัดให้มีอ่างล้างมือและส้วมที่ถูกสุขสักษณะ หมั่นดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่ และอุปกรณ์ให้สะอาดอยู่เสมอ รวมถึงการกำจัดอุจจาระเด็กให้ถูกต้องด้วย

หากพบเด็กป่วย ต้องรีบป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปยังเด็กคนอื่นๆ ควรแนะนำผู้ปกครองให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และหยุดพักรักษาตัวที่บ้านประมาณ 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ระหว่างนี้ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่แออัด และผู้เลี้ยงดูเด็กต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระเด็กป่วย

หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก อาจจำเป็นต้องปิดสถานที่ชั่วคราว (1 – 2 สัปดาห์) เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค โดยใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนผสมกับน้ำ 30 ส่วน

โรคมือเท้าปาก โดยทั่วไปกรณีที่เป็นไม่รุนแรง สามารถหายได้เองภายในเวลา 5 – 7 วัน หรือไม่เกินสองสัปดาห์ โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามผู้ปกครองยังต้องระมัดระวังดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด เพราะโรคนี้อาจทำให้เด็กมีไข้สูง จนกระทั่งชักได้ และบางรายอาจเกิดโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ด้วย

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. เภสัชกร อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

SYSTEM เปิดตัวคอลเลกชัน FALL/WINTER บนรันเวย์ปารีส แฟชั่นวีค 2025

SYSTEM เปิดตัวคอลเลกชัน FALL/WINTER บนรันเวย์ปารีส แฟชั่นวีค 2025

SYSTEM เปิดตัวคอลเลกชัน FALL/WINTER บนรันเวย์ปารีส แฟชั่นวีค 2025

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แฟชั่นเกาหลีได้กลายเป็นกระแสที่ทั่วโลกหันมาจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นบนรันเวย์ สตรีตสไตล์ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ของเหล่าไอดอลชื่อดัง ล้วนสะท้อนพลังสร้างสรรค์ ทำให้วงการแฟชั่นเกาหลีโดดเด่นและก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ  หนึ่งในแบรนด์เกาหลีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ SYSTEM แบรนด์แฟชั่นร่วมสมัยสัญชาติเกาหลีจากกรุงโซล ก่อตั้งขึ้นในปี 1990 โดยยึดถือปรัชญาการออกแบบ “It’s for everyone, but more about differences” หรือ “แฟชั่นสำหรับทุกคนที่สะท้อนคุณค่าของความแตกต่าง” ซึ่งเฉลิมฉลองความหลากหลายและการโอบรับทุกอัตลักษณ์ ภายใต้การนำของ ฮี-ซู คิม (Hee-soo Kim) ในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ แบรนด์ SYSTEM ได้เปิดตัวคอลเลกชันระดับโลกบนรันเวย์ Paris Fashion Week อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2019 เพื่อต่อยอดสู่ตลาดสากล และในวันนี้ SYSTEM ได้กลายเป็นที่รักของเหล่าคนดังระดับโลก อาทิ Zayn, Usher, Lucas Bravo และ Paul Mescal

ฮี-ซู คิม (Hee-soo Kim)

ล่าสุดกับคอลเลกชัน Fall-Winter 2025 ในชื่อ “At the very moment” แรงบันดาลใจจากภาพวาดในศตวรรษ ที่ 20 ของ Norman Rockwell เรื่อง Dressing Up ผลงานที่พาเราย้อนนึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก ที่มักเต็มไปด้วยความสงสัยและความตื่นเต้นในการเข้าไปค้นตู้เสื้อผ้าของพ่อแม่

SYSTEM ได้นำวันเวลาแห่งความไร้เดียงสาเหล่านั้น มาตีความใหม่ผ่านมุมมองเฉพาะตัวของแบรนด์ โดยหยิบเอาเสื้อผ้าที่คุ้นเคยจากความทรงจำมาเป็นแรงบันดาลใจ ตีความคลาสสิกให้เข้ากับความร่วมสมัยจากแนวคิด “Cabinet of curiosity”    ณ สถานที่ซึ่งมีความคลาสสิกและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ให้กลายเป็นพื้นที่พิเศษที่ปลุกความรู้สึกคิดถึงวัยเด็กขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมด้วย SYSTEM Teddy bear ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้คอลเลกชันนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ SYSTEM เปิดตัวผลงาน   คอลแลบอเรชันร่วมกับ BARACUTA แบรนด์ต้นกำเนิดเสื้อแจ็กเก็ต Harrington ของอังกฤษ โดยนำเสนอไอเทมหลากหลาย ตั้งแต่แจ็กเก็ตระดับตำนานรุ่น G9 และ G4 ไปจนถึงแอ็กเซสซอรี สามารถตามไปอัพเดทคอลเลกชันจากแบรนด์ SYSTEM ได้ทางเว็บไซต์ https://www.system1990.com

​รพ.กรุงเทพ ปลุกพลังฝันเยาวชน สู่วิชาชีพแพทย์ในอนาคต

​รพ.กรุงเทพ ปลุกพลังฝันเยาวชน สู่วิชาชีพแพทย์ในอนาคต

​รพ.กรุงเทพ ปลุกพลังฝันเยาวชน สู่วิชาชีพแพทย์ในอนาคต

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ จัดกิจกรรมพิเศษ “Bangkok Hospital New Gen Doctors Workshop 2025” ปลุกพลังฝัน เตรียมพร้อมสู่อนาคตคุณหมอรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด Explore. Experience. Become a Doctor เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–6) ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและค้นหาแรงบันดาลใจในเส้นทางวิชาชีพแพทย์ ผ่านการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง

โดย นพ.เอกกิตติ์ สุรการ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพมุ่งมั่นสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชนไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคต กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เยาวชนได้ค้นพบความสนใจและศักยภาพของตนเอง แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางการแพทย์จากประสบการณ์จริง อันจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสู่การเลือกเส้นทางอาชีพแพทย์อย่างมั่นใจ

กิจกรรมประกอบด้วยการฝึกปฏิบัติจริงในหลากหลายทักษะทางการแพทย์ อาทิ CPR / Basic Life Support (BLS) การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน , Wound Dressing การทำแผล , First Aid การพัน ดาม และห้ามเลือด , ICU Care การจับชีพจร ฟังปอด และการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดมือบีบ (Ambu bag) , Operating Room Workshop ฝึกเย็บแผล

ทั้งนี้ กิจกรรมจัดขึ้น 2 รอบ ในวันเสาร์ที่ 20 ก.ย.68 และวันเสาร์ที่ 22 พ.ย.68 ณ ห้องประชุม 7R ชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู และ BDMS Simulation Center โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ โดยใช้ศักยภาพและศูนย์ฝึกอบรมทักษะทางการแพทย์ที่ครบครัน เพื่อสร้างประสบการณ์เสมือนจริง และส่งเสริมความเข้าใจในบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

‘จอย – กนกอร รุ่งรักษา’ คว้า ‘Miss Wellness World Thailand 2024’ ทูตสุขภาพคนแรก ชิงมงกุฎ Miss Wellness World 2025 จาก 30 ประเทศทั่วโลก

‘จอย - กนกอร รุ่งรักษา’ คว้า ‘Miss Wellness World Thailand 2024’  ทูตสุขภาพคนแรก ชิงมงกุฎ Miss Wellness World 2025 จาก 30 ประเทศทั่วโลก

‘จอย – กนกอร รุ่งรักษา’ คว้า ‘Miss Wellness World Thailand 2024’ ทูตสุขภาพคนแรก ชิงมงกุฎ Miss Wellness World 2025 จาก 30 ประเทศทั่วโลก

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จอย-กนกอร รุ่งรักษา คว้ามงกุฎ “Miss Wellness World Thailand”  คนแรก พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยในฐานะทูตสุขสภาพ (Wellness Ambassador) ที่จะเป็นต้นแบบและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ผู้หญิงทั่วโลกหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและสุขภาพจิตควบคู่กันไป เข้าชิงมงกุฎ Miss Wellness World 2025 จากผู้เข้าประกวดกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ Siam Fantasy เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนต์ ถนนเจริญกรุง พร้อมถ่ายทอดสดการประกวดผ่านทางสถานีโทรศัพท์กองทัพบก ช่อง 5 (ช่อง 5HD)

Miss Wellness World Thailand  จอย-กนกอร รุ่งรักษา บัณฑิตจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนางแบบมืออาชีพ วัย 24 ปี สาวนัยน์ตาคมจากจังหวัดฉะเชิงเทรา สาวสวยครบสูตรที่มีทั้งความงาม มีสุขภาพที่ดี มีความมั่นใจในตัวเอง มองโลกในแง่ดี และสุขภาพจิตที่ดี

“การเป็น Miss Wellness World Thailand คนแรก เป็นเกียรติอย่างยิ่งในชีวิตของจอย จอยอยากใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพกาย ใจ และพร้อมเป็นกระบอกเสียงให้โลกเห็นว่าความสวยที่แท้จริง เริ่มต้นจากสุขสภาพที่ดีค่ะ” จอย กนกอร กล่าว

เวที Miss Wellness World และ Miss Wellness World Thailand ไม่ได้เป็นเวทีที่เฟ้นหาเพียงความสวยเท่านั้น แต่เป็นเวทีที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการนางงามและสังคม ด้วยการเป็นเวทีแรกในโลกที่เล็งเห็นความสำคัญของ ‘สุขสภาพ’ ซึ่งเป็นรากฐานของการมีคุณภาพชีวิตและความสุขที่แท้จริง โดยตั้งใจจะสร้างทูตสุขสภาพ (Wellness Ambassador) ที่มีตัวตนจริง เพื่อเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนขบวนการการพัฒนาสุขสภาพในระดับประเทศและระดับโลก อีกทั้ง ช่วยสนับสนุนการวางตำแหน่งของประเทศไทยในฐานะ ‘เมืองหลวงสุขสภาพของโลก’ (World Wellness Capital) นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีแรกที่ตอบรับกระแสแห่งอนาคตในเรื่องของ ‘สุขสภาพ’ ที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักของโลกที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญ ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต เป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความสุข มีสุขภาพดี และสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างได้

Miss Wellness World Thailand ดำเนินการโดยบริษัท จี แกรนด์ โปรดัคชั่น จำกัด เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2565 จากการริเริ่มของศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโสแห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา, ประธานสถาบันนานาชาติการสร้างชาติ (Nation-Building International Institute: NBII) และดำรงตำแหน่งเป็นประธานการประกวด Miss Wellness ทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ จากวิสัยทัศน์ว่า “Miss Wellness World จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนการ  สร้างชาติ” ซึ่งการประกวดนี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสุขสภาพทั่วโลก สร้างประโยชน์ให้ทั้งแก่ “บุคคล” และ “ประเทศ” เพื่อโลกที่มีสุขภาพดี มีความสุข และมีชีวิตที่ยืนยาวและเปี่ยมความหมายยิ่งขึ้น

การจัดประกวด Miss Wellness World จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก คือ “งามอย่างมีสุขสภาพ” (Beauty with Wellness) โดยครอบคลุมแนวคิดสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความงาม (Beauty) ความสุข (Happiness) และสุขสภาพ (Wellness) ซึ่งความงามในเวที Miss Wellness World นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความงดงามภายในจิตใจทั้งความคิด อารมณ์ และการตัดสินใจ ผสาน 3 คุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ Compositionality (สมองค์ประกอบ): ความสอดประสานขององค์ประกอบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม, Proportionality (สมสัดส่วน): การมีสัดส่วนที่เหมาะสม และ Integrationality (สมบูรณาการ): การผนวกเข้าหากันอย่างเหมาะสม โดยใช้หลักการตัดสินที่ชัดเจน เป็นธรรมและโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยอ้างอิงจากหลักวิชาการและหลักวิทยาศาสตร์ด้านสุขสภาพ ด้วยเครื่องมือที่ผสมผสานระหว่าง “เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์” เช่น แบบวัดสุขภาวะ เครื่องมือประเมินบุคลิกภาพ และพฤติกรรมสุขภาพ และ “ความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายมิติของสุขสภาพ” ได้แก่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะทางจิตวิญญาณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและบุคลิกภาพ เป็นต้น

Miss Wellness World และ Miss Wellness World จึงเป็นผู้ที่มีสุขสภาพดีทั้งทางร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ อีกทั้งยังมีความรู้ด้านสุขสภาพและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมทั้งมีทักษะในการสื่อสารเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านสุขสภาพ และมีเสน่ห์ในการจูงใจให้ผู้คนใส่ใจสุขสภาพของตนเอง ที่สำคัญที่สุดคือ “มีจิตวิญญาณแห่งการรับใช้สังคม” เพราะ Miss Wellness World จะทำหน้าที่เป็นดั่ง “ทูตสุขสภาพ” ของประเทศ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน และประกาศให้โลกรับรู้ถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเดินหน้าสู่การเป็น “ประเทศแห่งสุขสภาพ”

สถานทูตเม็กซิโก จับมือสยามพิวรรธน์ จัดการแสดง ‘Mariachi Performance’

สถานทูตเม็กซิโก จับมือสยามพิวรรธน์  จัดการแสดง ‘Mariachi Performance’

สถานทูตเม็กซิโก จับมือสยามพิวรรธน์ จัดการแสดง ‘Mariachi Performance’

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถานทูตเอกอัครราชทูตเม็กซิโก ประจำประเทศไทย ร่วมกับบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดการแสดง “Mariachi Performance” การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของประเทศเม็กซิโก ซึ่งเป็นการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกโดยวงดนตรีหญิงล้วนครั้งแรก! ของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องในโอกาสฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศเม็กซิโกและประเทศไทยครบรอบ 50 ปี

สำหรับการแสดงสุดพิเศษเป็นการแสดงดนตรี Mariachi โดยวง “Bonitas” ซึ่งเป็นวงเครื่องสายหญิงล้วนระดับโลก ด้วยนักดนตรีหญิงมากความสามารถ 9 คน นำเสนอความงดงามและมีชีวิตชีวาของมรดกทางดนตรีเม็กซิกันผ่านเสียงของดนตรีเครื่องสายอันทรงพลังอย่าง ไวโอลิน วิโอลา วีฮูลา กีตาร์ ผสานกับเสียงร้องอันไพเราะนำจิตวิญญาณและมนต์เสน่ห์ของเม็กซิโกมาสู่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ให้ได้รับชมและรับฟังเป็นครั้งแรก โดยจะเปิดการแสดงให้ประชาชนทั่วไปชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 24 กันยายน 2568 เวลา 18.00-19.30 น. ณ SCBX NextStage ชั้น 4 สยามพารากอน ที่นั่งจำนวนจำกัด!

‘มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์’ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Mitta del Santi’ มอบชีวิตใหม่ให้เศษผ้า

‘มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์’ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Mitta del Santi’ มอบชีวิตใหม่ให้เศษผ้า

‘มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์’ เปิดนิทรรศการเดี่ยว ‘Mitta del Santi’ มอบชีวิตใหม่ให้เศษผ้า

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บางกอก คุนส์ฮาเลอ นำเสนอนิทรรศการเดี่ยว ‘Mitta del Santi’ โดย มุก เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ หนึ่งในศิลปินสิ่งทอแนวหน้าของไทย ผลงานจัดวางชิ้นนี้ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีความทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่เพลินจันทร์เคยทำมา ผ่านการตีความการทอผ้าขึ้นใหม่ให้เป็นทั้งทักษะฝีมือและความร่วมมือของชุมชน พร้อมทั้งนำประวัติศาสตร์ของบางกอก คุนส์ฮาเลอ ซึ่งเคยเป็นโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช มาเป็นแรงบันดาลใจ ผลงานนี้ได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเศษผ้าจากงานสิ่งทอชิ้นก่อนๆ โดยแต่ละองค์ประกอบถูกนำมาตีความและประกอบขึ้นใหม่ เพื่อให้รูปทรง พื้นผิวและสีสันได้กลับมาเชื่อมโยงกันในบริบทใหม่ผ่านวิธีที่เหนือความคาดหมาย

ในมุมหนึ่งของงานผืนผ้าส่วนเกินถูกนำมาตัดอย่างประณีตเป็นรูปวงกลมเพื่อเลียนแบบตราสัญลักษณ์ดั้งเดิมของสำนักพิมพ์ที่เป็นรูปวงกลมสามวงซ้อนกัน งานศิลปะชิ้นนี้ประกอบด้วยวงกลมทั้งหมด 399 วง แต่ละวงพิมพ์ด้วยถ้อยคำจากหนังสือเรียนสำหรับเด็กที่เคยเผยแพร่โดยโรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช เมื่อนำชิ้นส่วนข้อความ เหล่านี้มาประกอบเข้าด้วยกัน จึงถักทอขึ้นเป็นเรื่องเล่าบทใหม่ที่เปลี่ยนความทรงจำของสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นเรื่องราวที่มีชีวิตชีวา

ด้วยความร่วมมือจากนักทอผ้าหญิงชาวไทยอีกหลายคน เพลินจันทร์ได้รื้อและปรับเปลี่ยนกี่ทอผ้าเพื่อสร้าง สรรค์ผลงานขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้การทอผ้ากลายเป็นโครงสร้างที่สะท้อนถึงการปรับตัว การเยียวยา และจินตนาการที่ถูกแบ่งปันร่วมกัน ‘Mitta del Santi’ จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน -30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 – 20.00 น. ชั้น 1 บางกอก คุนส์ฮาเลอ  (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่  FB: www.facebook.com/BangkokKunsthalle/  IG: bangkok_kunsthalle

คุณแหน : 24 กันยายน 2568

คุณแหน : 24 กันยายน 2568

คุณแหน : 24 กันยายน 2568

วันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จฯทอดพระเนตรงานแนะนำหนังสือ “ราชินิกุลบุนนาค” จัดโดย สำนักพิมพ์สยาม เรเนซองส์ ร่วมกับชมรมสายสกุลบุนนาค..
  • จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.บึงกาฬ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฎิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมี วีณา วรรณฉัตรสิริ, สมหวัง อารีย์เอื้อ ร่วมด้วย..
  • เพื่อนๆชาว Brain 2 ร่วมยินดีกับ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ที่ได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ในวาระใหม่สมัยที่ 28..
  • ชื่นชม วิรัตน์ ปราบทุกข์ ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) ได้เปลี่ยนผ่านจากปัญหาการเกษตรแบบเดิมของชุมชน “บ้านปางแดงใน” อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้โครงการหลวงอย่างเป็นรูปธรรม..
  • มิตรสหายปลื้มใจกับ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จากการประเมินในปี พ.ศ. 2568 โดยสถาบันไทยพัฒน์ ติดอันดับ 7 ปีต่อเนื่อง แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืนทุกมิติและยึดมั่นในพันธกิจ NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง..
  • ชาว Digital CEO#2 ยินดีกับ กำพล โชคสุนทสุทธิ์ ที่ลูกสาวคนเก่ง ลลิตา โชคสุนทสุทธิ์ จบภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ..
  • ยินดีกับ รพ.ราชวิถี ที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2568 สาขารางวัลบริการภาครัฐ ระดับดีเด่น ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล และ สาขารางวัลบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทขยายผลมาตรฐานการบริการ..
  • ไชยวุธ จาตุรงคกุล วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่วัดปากน้ำ แล้วฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • ไม่ใช่เพียงแค่แหวนคู่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งรักแท้ ความมั่นคงและคุณค่าที่คงอยู่ตลอดไป NGG Jewellery ชวนช้อปเเหวนคู่ ลดราคาพิเศษสูงสุด 15% เฉพาะรายการสินค้าที่ร่วมรายการ รวมทั้งรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 100,000 บาท เมื่อซื้อด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือ ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ได้ที่ NGG Jewellery ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ https://nggjewellery.com/..

น้องใหม่

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

ททท.แนะ 5 พิกัดเที่ยวปลายฝนต้นหนาว สุขทันที ที่เที่ยวไทย

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.43 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนคนที่เรารักออกไปเที่ยวเมืองไทย ออกไปสร้างโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ เที่ยวไทยไม่รู้ลืม กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ กับ 5 จุดหมายท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาด!

1. ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน – สัมผัสทะเลหมอกและบรรยากาศโรแมนติก

หากคุณกำลังมองหาความโรแมนติกและการพักผ่อนในธรรมชาติ ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด ด้วยบรรยากาศของทะเลหมอกและหมู่บ้านสันติชลที่ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนยุคไปในบรรยากาศสบายๆ ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ท้องฟ้าเปิดกว้างให้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าและหมอกที่ปกคลุมเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ปายยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเช่น สะพานประวัติศาสตร์ และน้ำพุร้อนที่คุณสามารถไปเยือนเพื่อเติมเต็มการเดินทางของคุณให้สมบูรณ์

2. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ – ขวัญใจนักเดินป่าหน้าฝน และท้าทายในหน้าหนาวกับการพิชิตยอด 2,102 ม.

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ หนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของผู้ที่หลงรักธรรมชาติและการเดินป่า ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มี “ความพร้อม” ที่จะขึ้นมาสัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติอันงดงามผ่านเส้นทางเดินป่าที่ท้าทาย เพื่อขึ้นไปยังบริเวณ “ลานสนภูสอยดาว” ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,633 เมตร ที่เต็มไปด้วยต้นสนสามใบและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ซึ่งจะมี “ทุ่งดอกหงอนนาค” บานสะพรั่งในช่วงฤดูฝน

แต่เสน่ห์ของภูสอยดาว ไม่ได้มีแต่ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น เมื่อหมดฝนและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว “เส้นทางพิชิตยอดภูสอยดาว 2,102เมตร” จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีใจท้าทาย ที่ต้องการพิชิตยอดภูสอยดาว ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร กับเส้นทางที่ท้าทายกว่าและชันกว่า แลกมากับวิวธรรมชาติที่ไม่ใช่ทุกคนจะได้เห็น และคืนที่ฟ้ากระจ่างกับดาวเต็มฟ้า

3. ภูกระดึง จังหวัดเลย – หลากสีสันกับภูยอดฮิต

ภูกระดึง แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในจังหวัดเลย ที่ไม่ว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ กับธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า กิจกรรมยอดนิยม คือการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสักและการชมใบเมเปิ้ลสีแดง ที่เปลี่ยนสีทั่วทั้งภูเขา อีกหนึ่งไฮไลท์ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของภูกระดึง


4. เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา – ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเล

หากพูดถึงจุดชมวิวที่สวยงามในเมืองไทย เสม็ดนางชีในจังหวัดพังงาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลอันดามันที่มีความสวยงามและสงบเหมือนสรวงสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 800 เมตร สามารถมองเห็นความสวยงามของธรรมชาติภายในอ่าวพังงาได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา ภูเขาหินปูนน้อยใหญ่จำนวนมากกลางทะเลอันดามัน และตัดเส้นด้วยป่าโกงกางสีเขียวสด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและผู้ที่ต้องการพักผ่อนในบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบ


5. เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง – ชายหาดขาวสะอาดและบรรยากาศสุดโรแมนติก

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในเกาะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว ด้วยหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน แต่ก็เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนานให้เลือกอย่างครบครัน โดยการเดินทางมายังเกาะเสม็ดสามารถใช้เวลาสั้นๆ จากกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย เช่น การดำน้ำตื้น ชมปะการัง และการชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุด

ติดตามข้อมูลและรายละเอียดเส้นทางท่องเที่ยวไทย ได้ที่ Facebook: Amazingไทยแลนด์ หรือ โทร. 1672 Travel buddy#เที่ยวไทยไม่รู้ลืม #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

ภูกระดึง จังหวัดเลย

ภูกระดึง จังหวัดเลย

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

NIA มอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เชิดชูเกียรติสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรม และพันธมิตรนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.39 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีมอบรางวัล Prime Minister Award 2025 เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการสตาร์ตอัป ผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมระดับโลก โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้แทนนายกรัฐมนตรีและประธานในพิธี ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญและมีนโยบายชัดเจนในการส่งเสริมนวัตกรรมและสตาร์ตอัป เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” โดยมอบหมายให้ NIA เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานผ่านกลไกและมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการฐานระบบนวัตกรรมและสตาร์ตอัป ด้วยกลไก 4G ได้แก่ “Groom – Grant – Growth – Global” ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง เพื่อบ่มเพาะ พัฒนา สนับสนุนเงินทุน เร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม และเชื่อมโยงสู่ตลาดระดับโลก ซึ่งที่ผ่านมาได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา และได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกหน่วยงานอย่างดียิ่ง และเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศ NIA จึงจัดมอบรางวัล Prime Minister Award ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นที่ที่ 9”

“รางวัล Prime Minister Award ถือเป็นเวทีสูงสุดในการเชิดชูเกียรติผู้ประกอบการและองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เพื่อให้สตาร์ตอัปไทยก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแรงและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1) Prime Minister Award: National Startup 2025 เพื่อยกย่องหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลที่ส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศ มีผลงานและนวัตกรรมที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ 2) Prime Minister Award: Innovation for Sustainability เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ดำเนินธุรกิจและกิจกรรมบนพื้นฐานของการรักษาสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความยั่งยืน และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และ 3) Prime Minister Award: Global Innovation Partnership เพื่อประกาศเกียรติคุณหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเวศวิสาหกิจเริ่มต้นและนวัตกรรมของประเทศไทย” ดร. กริชผกา กล่าวเพิ่มเติม

ผู้ที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 13 ราย ดังนี้ รางวัล Prime Minister Award: National Startup 2025 สาขา Startup of the Year ได้แก่ 
Finnomena – แพลตฟอร์มการลงทุนกองทุนรวมที่ช่วยบริหารเป้าหมายทางการเงินระยะยาวของนักลงทุน โดยแนะนำพอร์ตตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทน สามารถติดตามผลแบบเรียลไทม์ และปรับแผนได้ทันที ได้รับการระดมทุนระดับ Series B+ มูลค่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สาขา Global Tech Startup of the Year บริษัท จับจ่าย คอร์ปอเรชั่น จำกัด – ผู้พัฒนาซอฟแวร์ด้านการศึกษาภายใต้แบรนด์ School Bright ระบบบริหารจัดการโรงเรียนแบบครบวงจร ครอบคลุมงานทะเ– ผู้ก่อตั้ง Flash Express ยูนิคอร์นรายแรกของไทย มูลค่ากิจการกว่า 30,000 ล้านบาท ต์แวร์ เป็นแรงบันดาลใจให้ซีรีส์ “Mad Unicorn” ทาง Ne January Capital)

สาขา Best Brotherhood of the Year บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) – ส่งเสริมระบบนิเวศสตาร์ตอัป ผ่านกองทุน VC “ORZON Ventures” และการลงทุนแบบ Venture Builder เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ด้านพลังงานและเทคโนโลยี มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต

สาขา Best of Contributor in Human Capital Development จำนวน 2 หน่วยงาน คือ สถาบัน iNT มหาวิทยาลัยมหิดล – ผลักดันผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์และการสร้างนวัตกรรมตอบโจทย์สังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และ True Digital Park – ศูนย์กลางสตาร์ตอัปและเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ให้บริการพื้นที่ทำงานครบวงจร สนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ตอัปทั้งในและต่างประเทศ

รางวัล Prime Minister Award: Innovation for Sustainability ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม – หน่วยงานหลักด้านการจัดการปัญหาสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ เน้นการสร้างเศรษฐกิจสีเขียว คาร์บอนต่ำ และการพัฒนาความรู้เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม และ เซ็นทรัลพัฒนา – ผู้พัฒนาศูนย์การค้าแนวคิด “ศูนย์กลางการใช้ชีวิตและชุมชน” ผสานกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

สมาคมศิษย์เก่ามหิดลฯ เปิดรอบพิเศษ “The Golden Show Concert 2025” คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อทุนการศึกษา นศ.มหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

วันอังคาร ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย  ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลฯ ร่วมกับ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนในพระอุปถัมภ์ฯ และ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จัดงานคอนเสิร์ตแห่งบทเพลงทองคำสุดยิ่งใหญ่แห่งปี The Golden show concert 2025 รอบการกุศล เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ ร่วมชมคอนเสิร์ต เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 ณ เมืองไทยรัชดาลัย

ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยามหิดลฯ ร่วมสมทบทุน 1,500,000 บาท สนับสนุนคอนเสิร์ต The Golden show concert 2025 รอบการกุศล โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล รับมอบ โดยมี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมาคม และคณะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ (จากซ้าย) ประไพพร เตียเจริญ, รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล, ชยานันท์ มโนเกษมสุข, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา, รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข ร่วมรับมอบ

“The Golden Show Concert 2025” เป็นคอนเสิร์ตที่พาทุกคนข้ามเวลาไปยังดินแดนแห่งจินตนาการ เพื่อพบกับช่วงเวลาแห่งความสุขจากบทเพลงที่ทุกคนคิดถึงในอดีต เต็มอิ่มจุใจไปกับโชว์สุดตระการตาจากศิลปินเดอะโกลเดนซองทุกซีซัน นำโดย แอ๊ค โชคชัย, ผิงผิง สรวีย์, วิน วศิน, พลอย ทิพย์รมิดา, เบลโลล่า กนิษฐา, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, โตโต้ ธนเดช, ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ, อลิศ ธนัชศลักษณ์, ซาย ภิสา และ 6 คนสุดท้ายจาก THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7  ณัฐ ณัฐภัทร , แอน ณัฏฐ์ณัชชา , พลอย อิสรีย์ภัค , นัท มาลิสา , อั่งเปา ตะวันวาด , อ๊อฟ ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากกรรมการ กัน นภัทร, เม้า สุดา, โจ้ สุธีศักดิ์, กบ สุวนันท์, พิธีกร เกลือ กิตติ, คริส พีรวัส และโชว์สุดไพเราะจาก หนึ่ง จักรวาล และ เจี๊ยบ นนทิยา

รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และประธานมูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนฯ , สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลญ, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี ม.มหิดล และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ อุปนายก คนที่ 2 สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศลฯ

เปิดเวทีพาผู้ชมย้อนเวลาไปกับบทเพลงทองคำ พาทุกคนไปในห้วงเวลาที่คิดถึง เริ่มเวทีด้วยโชว์สุดตระการตาจากหนุ่มเสียงดี แอ๊ค-โตโต้-ภูมิ-วิน-โก๊ะตุลย์ ด้วยเพลง “ลำนำรัก” ต่อด้วยแก๊งสาวเสียงหวาน พลอย-ซาย-เบลโลล่า-อลิศ-ผิงผิง กับเพลง “รักข้ามขอบฟ้า” จากนั้นแท็กทีมหนุ่มเสียงดีและสาวเสียงหวาน โชว์ต่อกับบทเพลง “ดาวล้อมเดือน” มาถึงคิวของ กัน-นภัทร ที่พาแฟน ๆ เปิดประตูเวลาทะลุมิติย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ด้วยเพลง “ออเจ้า” ได้อย่างละมุนหู พร้อมเปิดตัวอีกหนึ่งกรรมการ ดีกรีศิลปินแห่งชาติ แม่เม้า-สุดา มาในเพลง “จูบ” จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์ไปกับ 2 หนุ่ม โก๊ะตุลย์-ภูมิ ที่จับมือมาสร้างสีสันในเพลง ป่าลั่น ให้ทุกคนในฮอลล์ได้ปรบมือตามกัน

รศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล,รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดี คณะเวชศาสตร์ฯ, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, รศ.ดร.ยาใจ สิทธิมงคล, ศ.ดร.นริศรา จันทราทิตย์ ประธานสภาคณาจารย์ ม.มหิดล และ ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข

งานนี้ เกลือ-คริส ไม่น้อยหน้า มาในฐานะคู่หูดูโอ กับการจับไมค์ร้องเพลงคู่กันเป็นครั้งแรกของสองพิธีกรแห่งรายการ The Golden Song ในเพลง “หัวใจมีปีก” ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งคู่ไม่น้อย ก่อนจะส่งเข้าโชว์จาก โตโต้-ซาย-เบลโลล่า กับตำนานที่เป็นโศกนาฏกรรมความรักสุดอมตะ “ยอยศพระลอ” ที่ร้องและรำได้อย่างงดงาม ต่อด้วยโชว์จากแชมป์ป้ายแดงและเพื่อน ๆ The Golden Song ซีซั่น7 ณัฐ ณัฐภัทร, แอน ณัฏฐ์ณัชชา, พลอย อิสรีย์ภัค, นัท มาลิสา, อั่งเปา ตะวันวาด และ อ๊อฟ ธาดาพงศ์ ที่มาในเพลง ใครหนอ และ เพ้อ แถมงานนี้ ณัฐ ได้นำเพลงเปลี่ยนชีวิตอย่าง “สนามอารมณ์” มาถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญและยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ ส่งต่อไปยังช่วงเวลาของแชมป์ทุกสมัย ณัฐ-แอ๊ค-วิน-ผิงผิง-พลอย-เบลโลล่า-โก๊ะตุลย์ มาในเพลง “นาทีที่ยิ่งใหญ่” พร้อมพูดคุยถึงความประทับใจช่วงแข่งในอดีต

ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์  อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.สุรชัย ชัยวัฒน์, ศ.คลินิกเกียรติคุณ ดร.ทพญ. ธีรลักษณ์ สุทธเสถียร ประธานที่ปรึกษาคณบดีคณะทันตแพทยฯ และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ

เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นอีกครั้ง ต้อนรับ 4 กรรมการ แม่เม้า-โจ้-กบ-กัน ที่หยิบเพลง “เก็บตะวัน” มาทักทายแฟน ๆ พร้อมไฮไลท์จาก หนึ่ง จักรวาล ขึ้นมาร่วมโชว์พิเศษกับน้อง ๆ ด้วยบทเพลงอมตะเพื่อรำลึกถึงครูสุรพล โทณะวนิก อาทิ โอ้รัก, ลมรัก, ฉงน, หนาวเนื้อ ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีบทเพลงไทยสากลที่ได้รับการยกย่องระดับทองคำ ที่นำเอาทำนองสุดไพเราะมาผสมผสาน เข้ากับกลิ่นอายของเอเชียได้อย่างงดงาม อย่างเพลง วอนลมรัก, ดาวประดับใจ, พะวงรัก, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้, บัวขาว จาก เบลโลล่า-แอ๊ค-อลิศ-พลอย-ผิงผิง ได้อย่างตราตรึงใจ แถมยังพาผู้ชมไปท่องอวกาศ กับเพลง “พบกันที่ดวงดาว” จาก กัน-คริส-เกลือ และมาสนุกกันแบบรัว ๆ กับเหล่าศิลปินที่หยิบเอา อย่าง งานวัด, สายเกินไป, จากยอดดอย, บ้านเกิดเมืองนอน จนผู้ชมต้องนั่งกันไม่ติด ก่อนโบกมือลาเวทีส่งท้ายช่วงเวลาแห่งความสุขไปพร้อมกัน ด้วยเพลง รักเธอประเทศไทย, ความรักไม่รู้จบ ได้อย่างอิ่มเอมและประทับใจ

ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ พรประภา – ทพ.สุนทร อัศวานันท์ 

อธิการบดี ม.มหิดล และ ประธานจัดคอนเสิร์ตฯ ต้อนรับ อังคณา พุทธพรมงคล ควงลูกๆ สุทธิพงศ์  พุทธพรมงคล และ ปนวรรณ  ตัณฑ์ไพโรจน์ มาชมคอนเสิร์ต


ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา , ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล, ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ และ รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ ขึ้นมอบดอกไม้แก่ตัวแทนศิลปิน นำโดย แม่เม้า สุดา ชื่นบาน, ครูหนึ่ง จักรวาล และ กัน นภัทร


ผศ.ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา และ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ.ศิริขัย เกียรติถาวรเจริญ ท่ามกลางน้องๆ ศิลปิน The Golden Song


ดร.นพ.ทพ.ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญ, ผศ.ทพญ. วรณัน ประพันธ์ศิลป์ และ ภคพล เมธาอัครโชค จากช่อง ONE

อุทัย พิมพ์ใจชน อดีต ประธาน สส. และอดีตประธานรัฐสภา พร้อมภริยา นวลศรี และ พล.ต.ต. วีระ อนันตกูล  อดีต สส.ชลบุรี และ อดีต สว. ร่วมชมคอนเสิร์ต


การแสดงจาก 4 กรรมการ กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ, แม่เม้า- สุดา ชื่นบาน, กบ- สุวนันท์ คงยิ่ง และโจ้ – สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา


แม่เม้า, กบ สุวนันท์ และ ครูเจี๊ยบ นนทิยา จิวบางป่า นำทีมลูกๆ  ผิงผิง สรวีย์, เบลโลล่า ย้อนวัยคอซอง


ณัฐ ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์ แชมป์ THE GOLDEN SONG ซีซั่น 7


การแสดงสุดพิเศษจาก 2 พิธีกร คริส พีรวัส และ เกลือ กิตติ ร่วมด้วย กัน กันนภัทร  


ผิงผิง สรวีย์


เบลโลล่า กนิษฐา

 ปิดท้ายการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ด้วยบทเพลง รักเธอประเทศไทย และ ความรักไม่รู้จบ