ปิดเทอมหรรษา ‘เพลิน = เล่น + เรียน สนุก’ NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

ปิดเทอมหรรษา 'เพลิน = เล่น + เรียน สนุก' NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

ปิดเทอมหรรษา ‘เพลิน = เล่น + เรียน สนุก’ NSM จัดกิจกรรมสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบตลอดเดือน ต.ค.

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

ปิดเทอมหรรษา เพลิน = เล่น + เรียน สนุก ได้ความรู้อย่างสร้างสรรค์! NSM จัดเต็มกิจกรรมพิเศษสนุกวิทย์ฯ คิดนอกกรอบต้อนรับปิดเทอมตลอดเดือน ต.ค.2568 ทั้งที่อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีทรัชดา กทม.และจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ ร่วมตะลุยโลกล้านปี – Sports Science on the Move เปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกีฬา – ถอดรหัสป่าเขตร้อน -ไขปริศนาสมอง – ความลับแผ่นดินไหว – วิศวกรน้อยผ่าน STEAM Education  – พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab

19 กันยายน 2568 นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM เปิดเผยว่า ในช่วงปิดเทอมในเดือน ต.ค.2568 นี้ NSM ได้จัดกิจกรรมเพื่อมอบความสุขและความสนุกด้านวิทยาศาสตร์มากมาย เพื่อรองรับเยาวชน ครอบครัวและประชาชนทั่วไป ได้ใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวและร่วมกันเรียนรู้ทำให้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากและน่าเบื่ออีกต่อไป ที่สำคัญถือเป็นโอกาสสำคัญที่เยาวชนจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และสนุกไปกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ภายในพิพิธภัณฑ์ของ อพวช.ทั่วประเทศ ทั้ง อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีทรัชดาและจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ โดยกิจกรรมพิเศษจัดขึ้นอย่างหลากหลายและน่าตื่นเต้น อาทิ กิจกรรมค่าย “Little Maker ตอน Junior Structural Engineers”, ค่าย Green Code ถอนรหัสชีวิต…ป่าเขตร้อน, ค่าย Jurassic Journey (ตะลุยโลกล้านปี), ค่าย Insect in Science (โลกของแมลง) ค่าย Engineering Design Process ตอน Earthquake ไขความลับแผ่นดินไหว กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ตอน สร้างสรรค์นวัตกรรม…พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab  และนิทรรศการกิจกรรมต่าง ๆ จัดเต็มอีกมากมาย 

นายสุวรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ไฮไลต์ กิจกรรม ณ อพวช. ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย ค่าย “Green Code ถอดรหัสชีวิต…ป่าเขตร้อน” สำหรับน้อง ๆ อายุ 10-12 ปี ที่ชวนน้อง ๆ สวมบทบาทเป็นนักสืบธรรมชาติ พร้อมผจญภัยในป่าเขตร้อน และค้นหาความลับของเหล่าสิ่งมีชีวิต ผ่านการสำรวจ สังเกต และการจำลองระบบนิเวศป่าเขตร้อนไปด้วยกัน ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 9.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า

ค่าย “Little Maker ตอน Junior Structural Engineers” สำหรับนักเรียนระดับ ป.1-3 สนุกกับบทบาท “วิศวกรตัวน้อย” เรียนรู้หลักการโครงสร้างอย่างง่าย ผ่านเกมและกิจกรรมแสนสนุกเปิดประสบการณ์เสริมสร้างทักษะด้าน STEAM Education ปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ฝึกการวางแผน การทดลอง และการทำงานเป็นทีมพร้อมจุดประกายความเป็นวิศวกรตั้งแต่วัยเยาว์ผ่านกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม Engineering Design Process ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 9.00-16.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

กิจกรรมค่ายวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ ตอน สร้างสรรค์นวัตกรรม…พัฒนานวัตกรรุ่นใหม่ด้วย Fabrication Lab เปิดประสบการณ์ค่ายแบบ 3 วัน 2 คืน เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามแนวทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ ฝึกทักษะการใช้เครื่องมืออุตสาหการเพื่อพัฒนาชิ้นงานต้นแบบทางวิศวกรรมร่วมกับการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ให้เกิดเป็นโครงร่างนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ด้วยตนเอง พร้อมฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 10 – 12 ต.ค. 2568 ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ

ขณะที่ไฮไลต์ กิจกรรม ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา อาทิ  ค่าย “Jurassic Journey (ตะลุยโลกล้านปี)” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นนักสำรวจตัวน้อยในค่ายวิทยาศาสตร์ “ตะลุยโลกล้านปี” ออกเดินทางตามรอยฟอสซิล ไขปริศนาในภารกิจ “นักสืบล้านปี” และเรียนรู้เรื่องราว “กำเนิดโลก” ผจญภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ที่เต็มไปด้วยความรู้และความสนุก แล้วจะรู้ว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป จัดขึ้นในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 14 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.30 น.

ค่าย One Day Camp “Engineering Design Process ตอน Green Energy” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นวิศวกรแห่งอนาคต สร้างสรรค์พลังงานสะอาดด้วยกระบวนการ EDP ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับโปรเจกต์ ‘Ecosolar House’ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์จำลอง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน)  จัดขึ้น ครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย “Insect in Science (โลกของแมลง)” สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า ที่จะชวนเปิดโลกใบเล็กของสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ กับ โลกของแมลง ค่ายที่จะชวนน้อง ๆ ไปสำรวจและเจาะลึกความลับของแมลง ที่ไม่ใช่แค่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ ตั้งแต่การเรียนรู้วงจรชีวิต การจำแนกชนิด ไปจนถึงการสำรวจพฤติกรรมที่น่าทึ่ง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 28 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

สำหรับไฮไลต์ กิจกรรม ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เชียงใหม่ อาทิ ค่าย Engineering Design Process ตอน Earthquake ไขความลับแผ่นดินไหว สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมรับมือแผ่นดินไหว ตั้งแต่การทำความเข้าใจภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไปจนถึงการลงมือสร้างต้นแบบจริง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้น ครั้งที่ 1 ในวันที่ 11 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย Engineering Design Process ตอน Green Energy สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.4-6 หรือเทียบเท่า มาร่วมเป็นวิศวกรแห่งอนาคต สร้างสรรค์พลังงานสะอาดด้วยกระบวนการ EDP ที่จะพาเด็กๆ ไปเจาะลึก กระบวนการคิดเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การระบุปัญหา การระดมสมองเพื่อหาแนวทาง การสร้างต้นแบบ การทดสอบ ไปจนถึงการพัฒนาและนำเสนอผลงาน เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงกับโปรเจกต์ ‘Ecosolar House’ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์จำลอง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1 ในวันที่ 21 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

ค่าย ปั้นเล่น..เป็นงาน สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังศึกษาชั้น ป.1-3 หรือเทียบเท่า ที่ชวนมาร่วมเปิดประสบการณ์เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา สุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศาสตร์ของศิลป์และวิทยาศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือ กับชุมชนเครื่องปั้นดินเผาหมู่บ้านเหมืองกุง เชียงใหม่ เรียนรู้ประเภทของดินและองค์ประกอบที่ทำให้เกิดสีที่แตกต่างกันบนเครื่องปั้นดินเผา รวมทั้งขั้นตอนการทำจากดินสู่ภาชนะดินเผาด้วยฝีมือตนเอง ในรูปแบบ 1 วัน (ไป-กลับ ไม่ค้างคืน) จัดขึ้นครั้งที่ 1  ในวันที่ 18 ต.ค. 2568 และครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 9.30 – 16.00 น.

นอกจากนี้ NSM ยังมีนิทรรศการให้ทุกคนได้สนุกกันในช่วงปิดเทอม อาทิ นิทรรศการ Sports Science on the Move ที่ชวนไปเปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกีฬา! ให้ทุกคนได้ทดสอบสมรรถนะร่างกาย วิเคราะห์การเคลื่อนไหว ค้นหากีฬาที่ใช่ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Hands-on ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน จัดแสดง ณ จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพฯ, นิทรรศการส่องสมอง (Brain Inside Out) มาไขปริศนาความสามารถของสมอง โดยเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เพื่อช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อพวช. คลองห้า ปทุมธานี และนิทรรศการคลังเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต (Mystery of Svalbard) พบกับเรื่องราวของเมล็ดพันธุ์ และการจำลองคลังเก็บเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลกที่นำมาฝากไว้ที่ “สฟาลบาร์”คลังเก็บรักษาภายใต้ภูเขาน้ำแข็งระดับความลึกกว่า 150 เมตร ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับฝาก จัดเก็บ ดูแล และตรวจสอบเมล็ดพันธุ์แทนธนาคารเมล็ดพันธุ์จากทั่วโลก จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. คลองห้า ปทุมธานี

สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษได้ตลอดเดือน ต.ค. นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02  – 577 – 9999 ต่อ 2122, 2123 และ Facebook : NSM Thailand

-(016)

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week  พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week พร้อมผลักดันดีไซเนอร์ไทยสู่เวทีโลก

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.50 น.

สร้างเสียงฮือฮาให้วงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อ แจ็ค ไททัส Mister Model International 2025 นายแบบหนุ่มไทยผู้คว้าตำแหน่งระดับโลก ก้าวสู่รันเวย์ New York Fashion Week 2025 อย่างสง่างาม พร้อมตอกย้ำความเป็น “ตัวแทนประเทศไทย” ที่สื่อแฟชั่นนานาชาติต่างจับตามอง บนเวทีโลกครั้งนี้

แจ็คไม่เพียงแค่เฉิดฉายบนรันเวย์ชื่อดังอย่าง Runway 7, Art Hearts Fashion, Asian NYFW, the Bureau Fashion Show และ Flying Solo แต่ยังได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ที่มีความฝันจะก้าวสู่สากล

แจ็คเล่าว่า หนึ่งในโมเมนต์ที่เขาภูมิใจมากที่สุดในปีนี้ คือการได้พบกับ Winny–Keziah Chumpuang (วินนี่–เคสิยาห์ ชุมพวง) ดีไซเนอร์ไทยเจ้าของแบรนด์ Keziah BKK ซึ่งเกิดจากความรักในงานเพนต์ติ้งตั้งแต่วัยเด็ก และนำงานศิลปะมาต่อยอดสู่แฟชั่นที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แบรนด์นี้เคยเปิดตัวที่ NYFW ครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน และปีนี้กลับมาอย่างแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยมี Tanaporn Chyon เป็นผู้อยู่เบื้องหลังโปรดิวเซอร์โชว์

“ผมภูมิใจที่ได้เห็นเด็กไทยมีพื้นที่และเสียงบนเวทีระดับโลก ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานพวกเขา มันคือแรงบันดาลใจให้ผมเชื่อมั่นว่า ‘คนไทยก็ไปได้ไกล’” แจ็คกล่าวอย่างจริงใจ

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

นักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานีสร้างชื่อคว้าชัยให้ประเทศไทยบนเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

นับเป็นหนึ่งในเวทีการแข่งขันที่ผู้มีความสามารถด้านการทำอาหารเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ นั่นคือการแข่งขัน WorldSkills ASEAN 2025 การแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการแข่งขัน WorldSkills International เพราะไม่เพียงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วภูมิภาคอาเซียนได้แสดงฝีมือการปรุงอาหารอย่างมืออาชีพ แต่ยังเป็นพื้นที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันที่ต้องแสดงทักษาะทั้งด้านรสชาติ ความแม่นยำ และการจัดจานอย่างมีศิลปะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ท้าทายในฐานะเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ

เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพของเยาวชนในประเทศไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในสมาชิกที่เข้าร่วมการแข่งขัน WorldSkills ASEAN อย่างต่อเนื่อง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสรรหา การเก็บตัวฝึกซ้อม และการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับอาเซียน ระดับเอเชีย และระดับนานาชาติ ได้คัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในระดับสากล ตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 เป็นต้นมา

และเมื่อไม่นานมานี้ ในการแข่งขันครั้งล่าสุด WorldSkills ASEAN Manila 2025 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ทัพเยาวชนตัวแทนประเทศไทยก็ได้ทำผลงานสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการคว้า 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง 10 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ใน Top 3 ของอาเซียนบนเวทีการแข่งขันนี้

น่ายินดียิ่งที่หนึ่งในผู้สร้างชื่อให้ประเทศไทยก็คือ นายนครินทร์ จรูญพันธุ์วณิช และ นางสาวบุษกร เจียมสกุล นักศึกษาสาขาศิลปะการประกอบอาหาร วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งทั้งสองคนได้รับรางวัลจากสาขาการประกอบอาหาร โดยนายนครินทร์ได้รับรางวัลเหรียญทองและ Best of Nation ขณะที่นางสาวบุษกรได้รับรางวัล Medallion of Excellence

นายนครินทร์กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับถึง 2 รางวัลว่า “ผมดีใจมากเพราะตลอดการฝึกซ้อมได้ใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล ไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุดิบหรือเงินสนับสนุนในการฝึกซ้อม แต่รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ช่วยฝึกซ้อม ตลอดจนเพื่อนนักศึกษาที่สละเวลามาช่วยสนับสนุนการซ้อมให้เราทั้งสองคน นอกจากนี้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรวมทั้งสปอนเซอร์ที่สนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่าที่พัก ค่าเครื่องแต่งกาย และอื่นๆ อีกมากมายให้เรา แสดงว่าเขาต้องมั่นใจในตัวเรา เราจึงต้องทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ทุกท่านสนับสนุนพวกเราครับ”

ด้านนางสาวบุษกรเผยว่า “ก่อนมาเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานี ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้เป็นตัวแทนประเทศหรือแม้แต่ตัวแทนวิทยาลัย จึงรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เพราะน้อยคนมากที่จะได้รับโอกาสนี้ ดิฉันจึงภูมิใจมากที่เราได้สร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองเพียงคนเดียวค่ะ”

วิทยาลัยดุสิตธานีซึ่งสนับสนุนห้องปฏิบัติการครัวและทรัพยากรอื่นๆ สำหรับการฝึกซ้อม ขอชื่นชมต่อความอุตสาหะในการฝึกฝนของนักศึกษาทั้งสองคน และยินดีกับความสำเร็จที่ทั้งคู่ได้รับ รวมทั้งขอขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ ได้แก่ กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บริษัท ฟอนเทียร่า แบรนด์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อุตสาหกรรมแป้งข้าวสาลีไทย จำกัด และ Nordways (นอร์ดเวย์ส) ประเทศไทย

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ ‘อาเล็ก ธีรเดช’ จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ 'อาเล็ก ธีรเดช' จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

การท่องเที่ยวไต้หวัน จับมือ ‘อาเล็ก ธีรเดช’ จัดแฟนมีต พร้อมเปิดจองทริปเที่ยวต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง-หนาว

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 09.03 น.

ไต้หวันพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว! สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ เปิดตัวแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม “ทริปแฟนมีตอาเล็ก มหัศจรรย์แดนไต้หวัน” ที่ผสมผสานเสน่ห์การท่องเที่ยวของไต้หวันเข้ากับกิจกรรมแฟนมีตติ้งของนักแสดงชื่อดังขวัญใจชาวไทยอย่าง อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยหนีร้อนมาสัมผัสบรรยากาศเย็นสบายในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของไต้หวัน พร้อมโอกาสเข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งครั้งแรกในต่างประเทศ ณ กรุงไทเป ของ “อาเล็ก-ธีรเดช” แบรนด์แอมบาสเดอร์การท่องเที่ยวไต้หวันของประเทศไทย ประจำปี 2025 ซึ่งเจ้าตัวจะมีการแสดงสดร้องเพลงภาษาจีนบนเวทีเป็นครั้งแรกภายในงานอีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของฤดูใบไม้ร่วง-หนาว ที่จะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าไม่รู้ลืม

ช่องทาง รับสิทธิ์เข้าร่วมงาน

เพียงซื้อผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวไต้หวันผ่านช่องทางที่กำหนด ได้แก่ แพ็กเกจทัวร์จากบริษัททัวร์พันธมิตรที่ร่วมรายการ แพ็คเกจทัวร์กลุ่มเล็กสำหรับ 2-4 คน ซื้อสินค้าหรือบริการท้องถิ่นของไต้หวันบนแพลตฟอร์ม KKDay หรือซื้อตั๋วเครื่องบินไป-กลับไต้หวันผ่านสายการบิน Starlux Airlines เพียงทำตามหนึ่งในวิธีข้างต้น ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็ก ธีรเดช ฟรีทันที

ตัวเลือกที่ 1: แพ็กเกจทัวร์เต็มรูปแบบ 

เพียงจองแพ็กเกจท่องเที่ยวไต้หวันกับ 7 บริษัทพันธมิตร ได้แก่ Formosa Journey Land Group, Best International Tour, Rak Yim Tours, Quality Express, NS Travel & Tour, CHECK IN GROUP และ Thaiphum Skylights ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กทันที 

ตัวเลือกที่ 2: ทัวร์กลุ่มเล็กเที่ยวแบบเจาะลึก 

เพียงซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยวอิสระสำหรับ 2 หรือ 4 คน ผ่าน Nichapat Tour โดยแพ็คเกจสำหรับ 2 คน จะรวมที่พักโรงแรม 2 คืน บริการรับส่งสนามบิน และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนแพ็คเกจสำหรับ 4 คน จะประกอบด้วยทัวร์เต็มวันพร้อมไกด์และรถรับส่ง รวมถึงตัวเลือกหลากหลาย เช่น ทริปเมืองไถจง ทริปปั่นจักรยานรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือทริปน้ำพุร้อนและอาหารท้องถิ่นในภาคเหนือของไต้หวัน โดยผู้ที่ซื้อแพ็กเกจนี้ก็จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแฟนมีตติ้งของอาเล็กฟรีเช่นกัน 

ตัวเลือกที่ 3: ซื้อสินค้าและบริการผ่าน KKDay

เพียงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการท่องเที่ยวไต้หวันใดๆบนแพลตฟอร์ม KKDay ไม่ว่าจะเป็นที่พัก ร้านอาหาร บัตรโดยสาร หรือบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กได้ฟรี 

ตัวเลือกที่ 4: บินตรงกับสายการบิน STARLUX Airlines

เพียงซื้อตั๋วเครื่องบินเส้นทางกรุงเทพฯ-ไทเปกับสายการบิน STARLUX Airlines ก็สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมงานแฟนมีตติ้งของอาเล็กได้ฟรี เดินทางสะดวกด้วยเวลาเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง ก็ได้หนีอากาศร้อนอบอ้าวไปสัมผัสอากาศเย็นสบายของไต้หวัน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมกับศิลปินชื่อดัง และสนุกกับทริปพักร้อนสุดพิเศษได้ทันที

สัมผัสมนต์เสน่ห์ไต้หวันในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาว 

ช่วงเวลาจัดแฟนมีตติ้งนั้นตรงกับช่วงเวลาทองของการไปสัมผัสสเน่ห์ของไต้หวัน อากาศที่กำลังเย็นสบายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากหลีกหนีอากาศร้อนจากประเทศไทย เพลิดเพลินกับการแช่น้ำพุร้อนอันเลื่องชื่ออย่าง เป่ยโถว และอูไหล การปั่นจักรยานรับลมเย็นท่ามกลางธรรมชาติ หรือลิ้มลองเมนูอาหารฤดูหนาวแบบไต้หวัน อย่างเมนูหม้อไฟหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซุปยาจีนเนื้อแพะบำรุงร่างกาย หรือเป็ดต้มซุปขิงแสนอร่อย ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นร่างกายท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น

ไต้หวันเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในครั้งนี้การมาเที่ยวไต้หวันจะพิเศษกว่าเดิม สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเยือนไต้หวัน ก็ถือเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่จะได้มาสร้างความทรงจำในการมาไต้หวันครั้งแรกแบบไม่เหมือนใครกับนักแสดงหนุ่มขวัญใจมหาชนที่กำลังมาแรงในปีนี้ ผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามโดยตรงกับบริษัทผู้จำหน่ายแพ็กเกจทัวร์ หรืดูข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ https://ttath.visionthai.net/tw-fan-meeting

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’ ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’  ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน  เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

อว. ประกาศความสำเร็จ ‘อว.แฟร์ 2025’ ตลอด 9 วันประชาชนร่วมงานกว่า 720,000 คน เดินหน้าใช้พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนอนาคตไทย

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวความสำเร็จการจัดงาน อว.แฟร์ 2025: SCI POWER FOR FUTURE THAILAND” ภายใต้แนวคิด Creators of Tomorrow: คิดสร้างสรรค์ Kids สร้างอนาคต ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีและร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตั้งแต่วันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งตลอด 9 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 720,000 ราย แบ่งเป็น On-site กว่า 222,000 ราย และ Online กว่า 498,000 ราย สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารกระทรวง อว. เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ศ.ดร. ศุภชัย กล่าวว่า การจัดงาน ‘อว.แฟร์ 2025’ ถือเป็นความท้าทายสำคัญของกระทรวง อว. ในการดำเนินการจัดมหกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับภูมิภาคและส่วนกลาง เพื่อมอบองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ตลอดจนเปิดโอกาสและจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ในการนำวิทยaศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคนที่มีศักยภาพ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้ง อว.แฟร์ ไม่ได้เป็นเพียงงานนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ หากแต่เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมและนำเสนอผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. ครอบคลุมทั้งด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เชื่อมโยงองค์ความรู้และนวัตกรรมกับการใช้ชีวิตจริง ตลอดจนจุดประกายโอกาสจากทักษะใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ พร้อมทั้งปลุกพลังแห่งการลงมือปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งสะท้อนบทบาทเชิงกลไกของกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ด้วยพลังของการเรียนรู้ที่บูรณาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อมุ่งสู่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”

การจัดงาน ‘อว.แฟร์ 2025’ ในครั้งนี้นับว่าบรรลุผลสำเร็จอย่างรอบด้าน โดยมีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสำคัญและคุณค่าของงานอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์หลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ Facebook PR Pages, KOL Influencer, Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ Line ซึ่งสร้างการรับรู้รวมกว่า 125 ล้านครั้ง ตลอดจนมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 720,000 คน แบ่งเป็นการเข้าร่วม On-site กว่า 222,000 คน และ Online กว่า 498,000 คน อีกทั้งยังเกิดการจับคู่เจรจาทางธุรกิจสำเร็จ 345 คู่ อันนำไปสู่การต่อยอดและขยายผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์มากกว่า 1,059 ผลงาน ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการและประชาชนกว่า 18,000 คน ได้รับการพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรมสัมมนา เสวนา และเวิร์กช็อปกว่า 300 กิจกรรม พร้อมทั้งก่อให้เกิดรายได้จากการจำหน่ายสินค้านวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาจากหน่วยงานในสังกัด อว. ผ่านโซน Marketplace และ Craft Market รวมมูลค่ากว่า 4.3 ล้านบาท โดยมีผลการประเมินความพึงพอใจจากผู้เข้าชมงานอยู่ในระดับสูงกว่า 96% ซึ่งผลลัพธ์ทั้งหมดนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของการจัดงานเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทสำคัญของกระทรวง อว. ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สู่การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของงาน อว.แฟร์ 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเรียนรู้ของคนไทย และเป็นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญ 3 ประการ คือ 1. การสร้างปัญญา: ด้วยการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการต่อยอดแนวคิด “นิทรรศการเพื่อการเรียนรู้” ไปสู่โมเดลการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะการขับเคลื่อนทุนการศึกษาแบบ Targeted Scholarship และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เสมือนจริงสำหรับกลุ่มเปราะบาง 2. การเปิดโอกาส: ด้วยการยกระดับเวที Business Matching และ Innovation Showcase ให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับพื้นที่ โดยการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และงานวิจัยให้มากขึ้น 3. การสร้างอนาคตไทย: ด้วยการเร่งขับเคลื่อน Deep Tech และอุตสาหกรรมอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนา AI Excellence Center, Quantum Hub, Smart Farming Platform และ Digital Health Supply Chain ให้กลายเป็น Flagship Projects ระดับชาติ

“สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากการจัดงานในปีนี้ คือ การเรียนรู้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อเราเปิดเวทีให้เยาวชน นักวิจัย ผู้ประกอบการ และประชาชน ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ ความรู้เหล่านี้สามารถต่อยอดไปสู่อาชีพ สร้างธุรกิจ และก่อให้เกิดคุณค่าที่กลับคืนสู่สังคมอย่างแท้จริง ในนามของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อว. ผมขอให้คำมั่นว่า เราจะยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าในการสร้างปัญญา เปิดโอกาส และร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไทย ผ่านพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม” ปลัดกระทรวง อว. กล่าวสรุป

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวง อว. ได้ทางเว็บไซต์ http://www.mhesifair.com และเฟซบุ๊ก MHESIThailand  

​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้…คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้...คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

​บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ คนไทยที่พูดภาษาแขมร์ในอีสานใต้…คือผู้สืบเชื้อสาย ‘ขอมโบราณ’ หรือไม่?

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในแผ่นดินอีสานใต้ของประเทศไทย อันได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษนั้น ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานจากปราสาทหินโบราณมากมายเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนขนาดใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายขแมร์ ซึ่งใช้ภาษาพูด และมีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน

คำถามที่น่าสนใจคือ: คนกลุ่มนี้มาจากไหน?”

นักประวัติศาสตร์และนักชาติพันธุ์วิทยาหลายท่านได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าทึ่งระหว่างชาวเขมรพื้นถิ่นในพื้นที่นี้กับชนเผ่า “ขอม” ที่เคยรุ่งเรืองในดินแดนสุวรรณภูมิที่ลพบุรีและ พิมาย   ซึ่งเป็นผู้สร้างอารยธรรมขอมโบราณอันยิ่งใหญ่ ดังที่ปรากฏในงานสถาปัตยกรรมระดับโลก เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ หรือปราสาทหินพิมาย ในประเทศไทย      ก่อนการสร้างปราสาทนครวัด นครธม ในกัมพูชา

ประวัติศาสตร์กัมพูชาระบุว่า   เมื่อสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 9 มีการปฏิวัติยึดอำนาจจากราชวงศ์มหิธรปุระที่นิยมสร้างปราสาทหิน  โดยพวกทาสและชนชั้นล่าง นำโดยนายแตงหวาน ซึ่งได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ต้นราชวงศ์ตระเซาะผแอม ที่สืบเชื้อสายมาเป็นราชวงศ์นโรดมสมัยปัจจุบัน  แล้วยกเลิกประเพณีสร้างปราสาทหินอย่างเด็ดขาด     ทำให้ประเมินได้ว่าพวกราชวงศ์และผู้นิยมกษัตริย์ทั้งหลายจะต้องอพยพหลบหนีจาก พระนครหลวง ตามเส้นทางราชมรรคา มาสู่พิมายที่เป็นถิ่นเดิมของราชวงศ์มหิธรปุระ        

ไม่ใช่การกวาดต้อน:  เพราะไม่มีหลักฐานจากหน้าประวัติศาสตร์

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงปัจจุบัน   ไม่เคยปรากฏเรื่องราวการกวาดต้อนประชากรจำนวนมากมายังบริเวณอีสานใต้หรือจากอีสานใต้ไปที่อื่น    ในลักษณะเดียวกับเหตุการณ์ที่ชาวพม่าเคยกวาดต้อนคนสยามจากกรุงศรีอยุธยา การที่สยามเผาเมืองเวียงจันทน์แล้วกวาดต้อนชาวไทดำไปยังราชบุรี   การจับเชลยจากปัตตานีมาขุดคลองแสนแสบ หรือการอพยพของชาวจามที่หนีภัยสงครามมาตั้งรกรากที่บ้านครัวในกรุงเทพฯ เลย       

หากพวกคนไทยเชื้อสายแขมร์ในอีสานใต้  ได้อพยพหรือถูกกวาดต้อนมาจริง น่าจะมีการบันทึกถึงเรื่องนี้ในพงศาวดารหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ แต่กลับไม่มีปรากฎอยู่เลย 

ความแตกต่างนี้ชี้ให้เห็นว่า ชาวไทยเชื้อสายเขมรเหล่านี้อาจไม่ใช่ “ผู้มาใหม่” แต่เป็น “คนดั้งเดิม” ที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้มากว่าหนึ่งพันปีมาแล้วตั้งแต่ยุคที่อาณาจักรขอมยังรุ่งเรือง พวกเขาคือทายาทโดยตรงของผู้สร้างปราสาทหินทั้งหลาย และไม่ได้มีการย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่แต่อย่างใด

รากเหง้าอันแน่นแฟ้น: อัตลักษณ์ที่ไม่มีวันจางหาย

การสืบเชื้อสายมาตั้งแต่ยุคโบราณทำให้ชาวไทยเชื้อสายเขมรในบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ มีความผูกพันทางวัฒนธรรมกับรากเหง้าอย่างลึกซึ้ง ภาษาเขมรที่ใช้ในพื้นที่นี้มีสำเนียงและคำศัพท์บางอย่างที่แตกต่างจากภาษาเขมรที่ใช้ในกัมพูชาปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นภาษาขอมในยุคโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่

นอกจากภาษาแล้ว วัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อก็ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นการรำตรุษ, การแสดงเรือมอันเร หรือประเพณีแซนโฎนตา  หรือ กันตรึม   ซึ่งล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาอันยาวนานของพวกเขาในดินแดนนี้

ดังนั้น การเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “คนไทยเชื้อสายขแมร์” อาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายความลึกซึ้งของความเป็นมาของพวกเขา หากมองลึกลงไปในรากเหง้า จะพบว่าพวกเขาคือผู้สืบทอดอารยธรรม “ขอม” ที่เคยยิ่งใหญ่และยังคงยืนหยัดอยู่ในดินแดนแห่งนี้มานับพันปี               

การมองชาวไทยเชื้อสายเขมรเหล่านี้ว่าเป็น “เจ้าของเดิม” ของดินแดนนี้ จึงเป็นมุมมองที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์มากที่สุด และเป็นการยกย่องบรรพบุรุษผู้สร้างปราสาทหินที่ยังคงยืนยงเป็นพยานแห่งกาลเวลามาจนถึงทุกวันนี้

โดย  สุริยพงศ์

ขอบคุณภาพจาก https://www.beartai.com/

‘ELLE Fashion Week 2025’ กลับมาประกาศศักดาดีไซเนอร์ไทยอีกครั้ง ปักหมุดไอคอนสยาม

‘ELLE Fashion Week 2025’ กลับมาประกาศศักดาดีไซเนอร์ไทยอีกครั้ง ปักหมุดไอคอนสยาม

‘ELLE Fashion Week 2025’ กลับมาประกาศศักดาดีไซเนอร์ไทยอีกครั้ง ปักหมุดไอคอนสยาม

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ELLE Fashion Week 2025 อีเวนต์แฟชั่นที่ทรงอิทธิพลและยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จะกลับมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้ง 80 ปี ของ ELLE ประเทศฝรั่งเศส ปักหมุด ไอคอนสยาม ต่อเนื่องเป็นปีที่สองเพื่อสานต่อพันธกิจในการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ เดสติเนชั่นแห่งการช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์ระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันผลักดันศักยภาพของดีไซเนอร์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีสากลภายใต้คอนเซปต์ LIFE – A Seed of Creativity, The Future of Fashion การเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ให้เติบโตเป็นอนาคตแห่งโลกแฟชั่น สะท้อนภาพพลังที่เชื่อมั่นในความหลากหลาย เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ และนิยามอีกมิติของแฟชั่น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คน ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

พจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล, อาลี ซีอานี, ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต

ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำอย่าง Bobbi Brown แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกที่เชื่อมั่นเรื่องความสวยเรียบง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ ให้คุณมั่นใจขึ้นในแบบที่คุณเป็น, Don Julio (ดอนฮูลิโอ) ลักชัวรี่ เตกีล่าอันดับหนึ่งของโลกสำหรับทุกการเฉลิมฉลอง, Madame Fin น้ำหอมสัญชาติไทยที่รังสรรค์กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ นึกถึงความหอม นึกถึงมาดามฟิน, SLC Clinic & Hospital สถานเสริมความงามอันดับหนึ่งของไทยที่ได้รับการยอมรับ ด้วยประสบการณ์ของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 21 ปี และ XPENG Thailand (เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ที่จะมาร่วมกันเนรมิตรันเวย์ให้สมบูรณ์แบบและผลักดันผลงานของเหล่าดีไซเนอร์แถวหน้าของประเทศ

อาลี ซีอานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมส ดิจิทัล จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในปีนี้ว่า ELLE Fashion Week ครั้งที่ 27 นี้ มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะจัดขึ้นในวาระที่ ELLE สื่อแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ทรงอิทธิพลของโลก มีอายุครบ 80 ปี และตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษของ ELLE Thailand เราได้ร่วมสร้างภูมิทัศน์แฟชั่นของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้นักออกแบบคลื่นลูกใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด ELLE ได้จุดประกายเส้นทางอาชีพของดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันนวัตกรรมแฟชั่นไทยอย่างต่อเนื่อง ปีนี้เราจึงตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้เฉลิมฉลองการผสมผสานระหว่างมรดกอันล้ำค่าและนวัตกรรมแห่งอนาคต ผ่านผลงานการออกแบบอันน่าทึ่ง ที่จะสะท้อนความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นหัวใจของดีไซเนอร์ไทย นอกจากนี้ เรายังมีโชว์พิเศษจาก ELLE MEN นำเสนอเทรนด์และสไตล์ล่าสุดที่นิยามความเป็นผู้ชายสมัยใหม่ได้อย่างน่าจับตามอง

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  กล่าวถึงการกลับมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญว่า ในฐานะพาร์ทเนอร์หลักของ ELLE Fashion Week ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ไอคอนสยามพร้อมที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการแฟชั่นไทย เพื่อตอกย้ำถึงพันธกิจของไอคอนสยามในการเป็นGlobal Experiential Destination อย่างแท้จริง การใช้ศักยภาพของพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นสถานที่จัดงานทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ผสมผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำได้อย่างลงตัว สร้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างประสบการณ์ระดับโลก อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญที่สุดของไอคอนสยาม คือการเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนและผลักดันดีไซเนอร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่านการแสดงแฟชั่นโชว์ของ ICONCRAFT ซึ่งในปีนี้นำเสนอผลงานที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และเรื่องราวของความเป็นไทยได้อย่างโดดเด่น เราเชื่อว่าการมอบโอกาสและพื้นที่ให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพอย่างต่อเนื่องจะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับวงการแฟชั่นไทยให้เติบโตและเป็นที่ยอมรับในระดับโลกได้อย่างยั่งยืน และความสำเร็จของการจัดงานนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าไอคอนสยามพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านอุตสาหกรรมแฟชั่น การท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

การกลับมาของ ELLE Fashion Week ในปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้ ย่อมมาพร้อมกับเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ นอกจากโชว์หลักที่อัดแน่นด้วยผลงานของ 12 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ ได้แก่ THEATRE, Hook’s by Prapakas, LA BOUTIQUE, ICONCRAFT, TandT, NICHp, STUDIO UNKNOWN, EVERYWEEK.OUTFIT,HEIDI’S SECRET X LOPTEL, SILHOUETTE, MERGE, RENIM PROJECT, BLACKSUGAR และโชว์พิเศษจาก ELLE MEN ที่จะมาร่วมถ่ายทอดมิติใหม่ของโลกแฟชั่นบุรุษที่น่าจับตามอง โดยเป็นการรวมพลังของ 12 สุดยอดแบรนด์เมนส์แวร์และยูนิเซ็กส์ของไทย ปีนี้ ELLE MEN ได้นำเสนอแฟชั่นโชว์พิเศษภายใต้คอนเซปต์ ‘Boy Scouts’ การตีความใหม่ที่ไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในกรอบเดิม แต่สะท้อนภาพชายหนุ่มยุคใหม่ ผู้รักการผจญภัย กล้าลองสิ่งใหม่ มีความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในความยั่งยืน โชว์ครั้งนี้ได้รวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษชั้นนำของไทยกว่า 12 แบรนด์ มาร่วมรังสรรค์กว่า 35 ลุค ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทรนด์ Spring/Summer 2026 ถ่ายทอดผ่านบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยพลัง ความสนุกและพร้อมจะเปิดบทสนทนาใหม่ให้กับวงการ Menswear อย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดได้ทุกช่องทางของ ELLE Thailand
ช่องทางออนไลน์ ellethailand.comInstagram: @ellethailandofficialFacebook: facebook.com/ellethailandmagazineX: x.com/ELLEThailandTikTok: https://www.tiktok.com/@ellethailand และ ELLE MEN Thailand ช่องทางออนไลน์ ellementhailand.comInstagram: @ellementhailandFacebook: facebook.com/ellementhailandX: x.com/ellementhailandTikTok: tiktok.com/@ellementhailand

คุณแหน : 19 กันยายน 2568

คุณแหน : 19 กันยายน 2568

คุณแหน : 19 กันยายน 2568

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ มอบหมายให้ ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือระดับผู้นำ รุ่นที่ 1030 ของหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 84 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี รัตนา สรภูมิ, วีกิจ มานะโรจน์กิจ ร่วมด้วย..
  • นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ เตือนภัย “กระดาษเมา สติกเกอร์เมา กระดาษมหัศจรรย์ หรือ แสตมป์มรณะ” อันตราย ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้..
  • ร้าน PUFF & PIE ของ บมจ.การบินไทย (THAI) จับมือกับ โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวกาแฟทางเลือกใหม่ “Carbon Neutral Coffee” พร้อมเสิร์ฟเมนูกาแฟรักษ์โลกและเบเกอรี่เมนูพิเศษ เริ่มเสิร์ฟตั้งแต่ ต.ค. เป็นต้นไป งานนี้ ชาย เอี่ยมศิริ, วรางคณา ลือโรจน์วงศ์ และ ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ร่วมงานเปิดตัว..
  • มิตรสหายยินดีกับผู้บริหารคนเก่ง ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ ที่ไปเป็น Head of AIS Academy..
  • ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ในนาม สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ลงนาม MoU ขยายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ กับ มร.อันเดอร์ส เรียน ประธาน บ.อีริคสัน ประเทศไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยี 5G ไปปรับใช้และเสริมสร้างความเข้าใจเทคโนโลยี 5G ทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยมี มร.Per Linnér, ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์, ดร.ศุภกร สิทธิชัย ร่วมเป็นสักขีพยาน..
  • วิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ วันเกิดปีนี้ได้ไปตีกอล์ฟสังสรรค์ แล้วฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..
  • ดร. ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ชนัญญารักษ์ เพ็ชร์รัตน์, ทญ. ลพา วัชรศรีโรจน์, ศรินรัตน์ อภินรเศรษฐ์, อัจฉราวรรณ อัศวรัตนาภรณ์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงกลุ่มสาวผู้บริหาร Top Women ที่ เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร รร.ดับเบิลยู กรุงเทพ พร้อมมีดนตรีพิเศษ ตามด้วยนักร้องสุดหล่อ สปาย ภาสกรณ์ มาร้องกล่อม พร้อมมีช่างภาพมืออาชีพมาเก็บภาพได้รูปสวยๆกันทุกคน จนเพื่อนๆแซวกลุ่มนี้ว่า “สวยสายโหด” เพราะการจัดการเฉียบมาก..
  • นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รับมอบเงินบริจาค จากศิลปินใจงาม รชตะ หัมพานนท์ (แจม) เพื่อสนับสนุนโครงการ Little Miracle ช่วยน้องพิชิตมะเร็ง..
  • ขอแสดงความเสียใจกับ ไพฑูรย์ ไผ่ล้อม ผู้ช่วยผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาค ที่สูญเสีย คุณแม่แฉล้ม ไผ่ล้อม  สวดพระอภิธรรม 17-21 ก.ย. วัดทุ่งแฝกเจริญธรรม จ.ราชบุรี และฌาปนกิจ 22 ก.ย.16.00 น..

น้องใหม่

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ โชว์นวัตกรรมสีเขียว พลิกวิกฤตขยะสู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ โชว์นวัตกรรมสีเขียว พลิกวิกฤตขยะสู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ โชว์นวัตกรรมสีเขียว พลิกวิกฤตขยะสู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.37 น.

กรุงเทพฯ 18 กันยายน 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมสีเขียวสุดล้ำ ภายใต้โครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste” ในงาน CP Innovation Exposition & Symposium 2025 มหกรรมด้านนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth” ที่สนับสนุนอาหารส่วนเกินให้เกษตรกรนำไปใช้เลี้ยงหนอนแมลงโปรตีน BSF แปรรูปเป็นสินค้า เพิ่มมูลค่า สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน และช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ นวัตกรรมนี้คือโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งหนอนแมลงโปรตีน BSF มีโปรตีนสูงถึง 50% ซึ่งมีกรดอะมีโนจำเป็นที่มีประโยชน์ต่อสัตว์ รวมถึงไขมันดี เช่น โอเมก้า 3, 6, 9 เพื่อนำไปเลี้ยงจิ้งหรีด ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์  ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน มูลจากแมลงโปรตีน BSF ยังถูกนำไปเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สำหรับปลูกผักออร์แกนิกอย่าง ผักเคล ซึ่งต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ‘แคบเคล’ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ แมลงโปรตีน BSF เป็นการจัดการขยะอาหารด้วยวิธีชีวภาพที่ดีที่สุด และเป็นการกำจัดอาหารได้เร็วกว่าการทำปุ๋ยถึง 45 เท่า แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นประโยชน์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ข้อที่ 12 และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย”

นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยที่ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน และสังคม นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการ ‘เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์’ อย่างแท้จริง    

ร่วมหาคำตอบ นวัตกรรมสีเขียว เพื่อโลกที่ยั่งยืน “ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth” ได้ที่บูท CP AXTRA ภายในงาน CP Innovation Exposition & Symposium 2025 ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ณ True Digital Park

‘โครงการ นปร.’ หลักสูตรพัฒนาและการเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพราชการของคนรุ่นใหม่

‘โครงการ นปร.’ หลักสูตรพัฒนาและการเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพราชการของคนรุ่นใหม่

‘โครงการ นปร.’ หลักสูตรพัฒนาและการเรียนรู้เพื่อสร้างความสำเร็จบนเส้นทางอาชีพราชการของคนรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.14 น.

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้ที่ใส่ใจใฝ่เรียนรู้และพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า เป็นคนดีมีคุณภาพชีวิตและการทำงานบนเส้นทางอาชีพราชการ โครงการพัฒนา “นักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่” (Public Service Agent for Change – PSAC Development Program) หรือที่รู้จักในชื่อ “โครงการ“นปร.” เป็นหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการใหม่ ที่ออกแบบโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)  ที่อาจเปรียบเสมือนห้องทดลองเชิงปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ในบริบทการสร้างกำลังคนคุณภาพ เสริมสร้างทักษะประสบการณ์การเรียนรู้และพัฒนาบนพื้นที่ “กระบะทราย (Sandbox)” แห่งการทดสอบทดลองการออกแบบระบบราชการแห่งอนาคต

โครงการ นปร. มีระบบการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครบนฐานของสมรรถนะ คุณลักษณะและทัศนคติที่เหมาะสมต่อการทำงานราชการ ซึ่งนอกจากการพิจารณาถึงความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และศักยภาพในการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ โครงการ นปร. ยังพิจารณาโอกาสของผู้สมัครที่จะสามารถเรียนรู้ต่อยอดเติบโตในการพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์ ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ความสามารถทางภาษาและการสื่อสาร ความสามารถในการประสานการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือความสามารถในการออกแบบ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและบริหารการเปลี่ยนแปลง

จุดเด่นที่สำคัญของโครงการ นปร. คือ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการจะได้เข้าหลักสูตรการพัฒนา เพื่อสร้างข้าราชการรุ่นใหม่ ในบทบาทของนักบริหารการเปลี่ยนแปลง ที่มีความยืดหยุ่น ล้มแล้วลุกไว เรียนรู้จากบทเรียนความสำเร็จและความล้มเหลว ที่พร้อมทำงานในทุกบทบาทหน้าที่ ทุกสถานการณ์ กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทุกระดับอย่างเป็นที่ยอมรับ 

หลักสูตรการพัฒนา นปร. วางผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ไว้บนเสาหลักของการมีความรู้และระบบความคิดที่ทันสมัย การมีทักษะทางการปฏิบัติเป็นรูปธรรม การเติบโตก้าวหน้าในเส้นทางชีวิตและอาชีพการงาน กับการสร้างคุณค่าและเป็นส่วนสำคัญในสังคมคุณภาพ 

โครงสร้างของหลักสูตร ประกอบด้วยหมวดการเรียนรู้เกี่ยวกับบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม หมวดการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบราชการและการพัฒนา กลยุทธ์ แนวทาง และเครื่องมือการพัฒนาระบบราชการ หมวดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี และหมวดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการปฏิบัติราชการแบบมืออาชีพ

เส้นทางการเรียนรู้ตามหลักสูตร นปร. มีระยะเวลา 22 เดือน โดยภายหลังจากที่ได้รับการเรียนรู้และพัฒนา ได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจและทักษะสำคัญในด้านต่าง ๆ นปร. จะได้รับการมอบหมายให้เป็นเจ้าของโจทย์การออกแบบนวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะและการพัฒนาระบบราชการ ภายใต้แนวทางห้องทดลองปฏิบัติการทางนโยบาย (Policy Lab) ภายใต้หลักแนวคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และได้รับการมอบหมายไปเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง (On the Job Learning) ภายใต้การสอนแนะให้คำปรึกษาจากผู้บริหารของส่วนราชการและหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนอาจารย์ผู้ดูแล โค้ช และพี่เลี้ยงของส่วนราชการ ทั้งในแบบรายกลุ่ม และรายบุคคล จากการไปปฏิบัติงานในราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หน่วยงานภาคเอกชน และการปฏิบัติงานต่างประเทศ นปร. จะมีโอกาสได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในการทำงาน ในการออกแบบและบริหารจัดการโครงการ และการเรียนรู้ผ่านการประเมินผลความก้าวหน้า ความสำเร็จและความล้มเหลวของการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาของ นปร. อย่างต่อเนื่อง 

โดยพิจารณาจากขีดความสามารถทางการเรียนรู้และพัฒนางานราชการและพัฒนาตนเอง ขีดความสามารถในการนำความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ไปปรับใช้ในหน้าที่การงานตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และขีดความสามารถในการปรับปรุง พัฒนา สร้างสรรค์ นวัตกรรมทางนโยบายสาธารณะ ตลอดจนพฤติกรรมที่บ่งชี้ความสำเร็จในการรับราชการ ด้านการครองตน (วินัยและการประพฤติที่มุ่งผลสัมฤทธิ์) ครองคน (คุณธรรมจริยธรรมกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น) และครองงาน (บริการที่ดี กับการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ)

เมื่อสิ้นสุดเส้นทางการเรียนรู้และพัฒนา 22 เดือน ภายใต้กิจกรรมหลักสูตรเพื่อการเรียนรู้และพัฒนา ที่สร้างประสบการณ์การออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและการพัฒนาระบบราชการ นปร. ก็จะก้าวเข้าสู่โลกของการปฏิบัติงานจริงในส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีภารกิจสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่จะแตกต่างจากข้าราชการทั่วไป คือ นปร. จะก้าวไปบนเส้นทางอาชีพราชการในแบบที่พร้อมเผชิญหน้ากับทุกการเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย และพร้อมแบกรับทุกภารกิจของการพัฒนาประเทศ ด้วยชุดความคิดแบบเติบโต จากประสบการณ์อันมีคุณค่า ที่สำนักงาน ก.พ.ร. คาดหวังไว้ว่า นปร. ได้รับจากโครงการ นปร. นี้

-(016)