พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

พิพิธภัณฑ์พืช จุฬาฯ เก็บรักษาสภาพพันธุ์พืชทั่วไทย คลังความรู้ ต่อยอดยา ไขปริศนาคดีอาชญากรรม

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ให้บริการวิเคราะห์ตรวจสอบตัวอย่างพืช ตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ ทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ เพื่อต่อยอดการศึกษาและงานวิจัย ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหารและยา ระบุพืชต่างถิ่น ไปจนถึงชี้เป้าหลักฐานในคดีอาชญากรรม

ณ พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีตัวอย่างพืชในประเทศมากกว่า 20,000 ตัวอย่าง และตัวอย่างผล เมล็ด ผลิตผลจากพืช ทั้งพืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ที่นี่ไม่เพียงเป็นคลังข้อมูลเกี่ยวกับพืชที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังให้บริการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของตัวอย่างพืชเพื่อใช้ในการศึกษาด้านความหลากหลายของพืช และงานวิจัยเกี่ยวกับการตรวจหาสารสำคัญในพืชเพื่อประโยชน์ทางอุตสาหกรรมยาและอื่นๆ หรือการตรวจสอบพืชของกลางในงานด้านศุลกากรและงานนิติวิทยาศาสตร์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยนำชิ้นส่วนของพืชที่ติดอยู่ที่กางเกงของผู้ต้องหามาให้เราตรวจสอบว่าคือพืชชนิดไหน ขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัดหรือเปล่า สถานที่มาจากตรงไหน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี  กรมศุลกากรมีการยึดหอมแขกที่ด่าน แล้วส่งมาให้เราตรวจว่าเป็นพืชชนิดใด พันธุ์ใด ตัวอย่างทั้งหมดที่ส่งมาเป็นชนิดเดียวกันหรือไม่ และสามารถขยายพันธุ์ต่อได้หรือไม่ ปริญญนุช กลิ่นรัตน์ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ (ชำนาญการ) ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างบริการการตรวจสอบตัวอย่างพืชให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ

อีกกรณีเป็นบริษัทที่ส่งออกรถยนต์ไปต่างประเทศ ให้เราตรวจสอบชิ้นส่วนของพืชที่ติดอยู่ที่กระจังหน้ารถว่าเป็นพืชชนิดใดและเป็นพืชต่างถิ่นรุกรานหรือไม่ เพราะต่างประเทศเข้มงวดเรื่องนี้มาก เราต้องถามว่าบริเวณรอบโรงงานมีต้นไม้อะไรขึ้นอยู่บ้าง มีพืชกลุ่มนี้ขึ้นอยู่หรือเปล่า ให้เขาส่งภาพถ่ายประกอบเพื่อจะได้รู้ว่ามีโอกาสเป็นพืชที่อยู่รอบๆ และโดนลมปลิวมาติดอยู่ตามรถได้หรือไม่

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ในประเทศไทย ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งขึ้นในปี 2503 เพื่อรวบรวมตัวอย่างพืชเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับพืชของประเทศไทย สนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัยด้านความหลากหลายของพืช และในปัจจุบัน ปริญญนุช กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ฯ ได้เพิ่มการบริการวิชาการเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพันธุ์ไม้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีภารกิจหลักในการวิเคราะห์และทดสอบตัวอย่างพืช 3 รายการด้วยกัน คือ 1.การตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้ , 2.การทำตัวอย่างพันธุ์ไม้รักษาสภาพ ทั้งตัวอย่างแห้งและตัวอย่างดอง รวมถึงตัวอย่างอ้างอิง (Voucher specimen) , 3.การเขียนคำบรรยายลักษณะพรรณไม้

หนึ่งในบริการของพิพิธภัณฑ์พืชคือการตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้ ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อเรามีชื่อพืชในภาษาถิ่นแล้ว ทำไมยังต้องระบุชื่อวิทยาศาสตร์ด้วย 

ในแต่ละประเทศหรือแต่ละท้องถิ่นเรียกชื่อพืชชนิดเดียวกันไม่เหมือนกัน เช่น มะละกอ ภาษาเหนือเรียกว่า มะก้วยเทศ ทางอีสานเรียกว่า หมักหุ่ง ส่วนทางใต้เรียก ลอกอ หรือพืชต่างชนิดกันแต่มีชื่อเรียกเดียวกัน เช่น มีพืชที่เรียกว่าตีนตุ๊กแกอยู่ 4-5 ชนิด ทุกชนิดอยู่คนละวงศ์ คนละชนิดกัน เหล่านี้ทำให้เกิดความสับสนได้ จึงต้องมีชื่อทางวิทยาศาสตร์มากำกับเพื่อความเข้าใจเป็นอย่างเดียวกัน ปริญญนุช กล่าวถึงความสำคัญในการตรวจระบุชื่อวิทยาศาสตร์พรรณไม้

การให้ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องเป็นหลักสำคัญในการนำไปต่อยอดการศึกษาหรือทำวิจัยเกี่ยวกับพืช เช่น นักเคมีได้นำชื่อวิทยาศาสตร์ไปใช้อ้างอิงเพื่อค้นคว้า ตรวจเอกสารงานวิจัยหาสารสำคัญในพืช ทางเภสัชศาสตร์นำไปต่อยอดทำงานวิจัยเกี่ยวกับยาได้ โดยพื้นฐานต้องรู้ชื่อวิทยาศาสตร์ก่อน ถึงจะเอาไปค้นหาต่อว่ามีใครเคยศึกษาพืชชนิดนั้นแล้วบ้าง อย่างไร” ปริญญนุช กล่าว

ทั้งนี้ การเก็บข้อมูลและรวบรวมพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ มีทั้งภาพถ่าย ภาพวาด แต่ที่ขาดไม่ได้คือการเก็บตัวอย่างจริง ทั้งในแบบตัวอย่างแห้งและตัวอย่างดอง – อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของพิพิธภัณฑ์พืช

โดย พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ เปิดทำการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าเข้าชม ผู้ที่สนใจติดต่อได้ที่ https://www.botany.sc.chula.ac.th/?page_id=1638 หรือติดต่อโดยตรงที่หน่วยปฏิบัติการวิจัยพรรณไม้ประเทศไทย และพิพิธภัณฑ์พืช ศ. กสิน สุวตะพันธุ์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โทร 02 218 5502 (คุณปริญญนุช)

H&M ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025

H&M ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025

H&M ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.28 น.

H&M ได้เปิดตัวคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2025 ในงาน London Fashion Week ที่ 180 The Strand ซึ่งเป็นงานรูปแบบใหม่ที่ฉีกทุกกฎของการนำเสนอแฟชั่น งานนี้มีทีมนางแบบกว่า 70 คน ทั้งหน้าใหม่และระดับไอคอน ร่วมสวมใส่ลุคจาก H&M บนรันเวย์สุดล้ำที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นและดนตรี โลกจริงและโลกดิจิทัล เบื้องหลังและโชว์สุดตื่นตา นอกจากนี้ยังมีการแสดงสดจากศิลปินชื่อดังชาวอังกฤษ Lola Young ต่อหน้าผู้ชม ซึ่งรวมถึง Central Cee, Little Simz, ASAP Nast, Emily Ratajkowski, Gabbriette, Adwoa Aboah และ Lennon และ Anaïs Gallagher ที่นั่งแถวหน้า

งานนี้มีแขกเข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 700 ท่าน โดย H&M&180: The London Issue เป็นทั้งรันเวย์ คอนเสิร์ต และแมกกาซีนที่มีชีวิต จัดขึ้นที่คอร์ตยาร์ดของอาคาร 180 ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่น ท่ามกลางจอภาพขนาดมหึมาและบรรยากาศของเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง เพื่อพลิกโฉมประสบการณ์รันเวย์แบบเดิม ๆ โดยมีนางแบบร่วมเดินบนโชว์ในครั้งนี้ อาทิ  Romeo Beckham, Sora Choi, Alex Consani, Paloma Elsesser, Amelia Gray, Iris Law และ Lila Moss

เปิดโชว์ด้วยคอลเลกชัน H&M Studio โดยนางแบบเดินอยู่ท่ามกลางฉากที่จำลองบรรยากาศ
แบบ brutalist ที่ผสานกับความเป็นป่าเขตร้อน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้ นำโดย Jacqui Hooper กับชุดเทเลอริ่งสไตล์เฉียบคม ในขณะที่ Amelia Gray สวมลุคเต็มจาก H&M Studio จับคู่บู๊ตหุ้มขาสูงกับแจ็กเก็ตขนแกะสุดเด่น

“ฉันรักการได้อยู่กับครอบครัว H&M และการได้มาลอนดอน เมืองที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์และสตรีทสไตล์ ทำให้คอลเลกชันนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ฉันชอบลุคของฉันมาก” Amelia Gray กล่าว

ช่วงที่สองของโชว์นำเสนอบทแรกของ H&M A/W 2025 ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Britpop และการปฏิวัติทางวัฒนธรรมปลายยุค 90 โดยมี Lola Young เดินรันเวย์ครั้งแรกในลุคแจ็กเก็ตหนัง กระโปรงพลีต และบู๊ตหุ้มข้อ

ในช่วงที่สาม ความดิบของยุค 90 ได้เปลี่ยนเป็นบรรยากาศกลางคืนที่โฉบเฉี่ยวและเย้ายวนมากขึ้น กับบทถัดไปของคอลเลกชัน A/W 2025 ที่เผยโฉมครั้งแรก พร้อมตอกย้ำแนวคิดการผสานโลกจริงและดิจิทัล เมื่อสตรีมเมอร์อย่าง Marlon Lundgren Garcia ลุกจากฟรอนต์โรว์ขึ้นมาเดินแบบด้วยโค้ตขนสัตว์และเบลเซอร์ลายทางจาก H&M Atelier ที่ถูกนำมาผสมในโชว์ ร่วมกับบู๊ตจาก H&M Studio นับเป็นหนึ่งในโมเมนต์เซอร์ไพรส์ของค่ำคืนนี้ สำหรับฟินาเล่ Lola Young ปรากฏตัวขึ้นจากใต้เวทีเพื่อแสดงเพลงฮิต Messy และ d£aler ในลุคเบลเซอร์สีเทา เนกไท เสื้อเชิ้ตลายทาง และมินิสเกิร์ตจากคอลเลกชัน A/W 2025

“ลอนดอนคือบ้านของฉัน เมืองที่ฉันได้ค้นพบเสียงของตัวเอง ดังนั้นมันจึงพิเศษมากที่ได้มาร่วมแสดงกับ H&M ในงานที่สะท้อนถึงสไตล์และการแสดงออกตัวตน” Lola Young กล่าว

งาน H&M&180: The London Issue ยังรวบรวมคนสำคัญจากวงการแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นบรรณาธิการระดับตำนานอย่าง Katie Grand ซึ่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายสร้างสรรค์ของโชว์ และสไตลิสต์ชื่อดัง Jacob K ผู้ดูแลการสไตลิ่งบนรันเวย์ เริ่มต้นวันด้วยการเสวนาและเวิร์กช็อปที่จัดโดยทีม Grand และ Perfect Magazine มีผู้เข้าร่วมจากแวดวงอุตสาหกรรมแฟชั่น นักศึกษา และผู้สนใจแฟชั่น โดยมี Edward Buchanan แห่ง Perfect เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมวิทยากรอย่าง Susie Lau นักเขียนแฟชั่นดิจิทัล, นางแบบ Amelia Gray, David Kappo หัวหน้าหลักสูตรจากวิทยาลัย Central Saint Martins และผู้กำกับภาพยนตร์ Aidan Zamiri รวมถึงเวิร์กช็อปจากช่างภาพชื่อดัง Sølve Sundsbø ที่เปิดมุมมองเบื้องหลังการทำภาพแฟชั่นในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นการปูบรรยากาศแห่งการเปิดกว้างและความคิดสร้างสรรค์ ที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของโชว์ในค่ำคืนนั้น ก่อนปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ที่มีดีเจ Honey Dijon, Pxssy Palace และ Miss Jason ร่วมสร้างบรรยากาศสุดคึกคัก ทั้งนี้ งานยังเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมผ่านการลงทะเบียนทางโซเชียลมีเดียตามแนวทางความเปิดกว้างและโอบรับความหลากหลายของ H&M

Ann-Sofie Johansson ที่ปรึกษาฝ่ายสร้างสรรค์ของ H&M กล่าวว่า “คอลเลกชัน A/W 2025 คือหนึ่งในคอลเลกชันที่แข็งแรงที่สุดของเรา เป็นการสดุดีการแสดงออกถึงตัวตนและสไตล์ส่วนบุคคล พวกเราทุกคนที่ H&M ตื่นเต้นมากที่ได้จุดประกายลอนดอนด้วยการเฉลิมฉลองความคิดสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่แฟชั่น ดนตรี ไปจนถึงการเคลื่อนไหว เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับเหล่าศิลปินอันยอดเยี่ยมมากมาย”

‘จีน่า วิรายา’ควงคนรู้ใจ บุกดูโรงงานผลิตซูเปอร์ฟู้ดแบรนด์’V-GUST’

'จีน่า วิรายา'ควงคนรู้ใจ บุกดูโรงงานผลิตซูเปอร์ฟู้ดแบรนด์'V-GUST'

‘จีน่า วิรายา’ควงคนรู้ใจ บุกดูโรงงานผลิตซูเปอร์ฟู้ดแบรนด์’V-GUST’

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.08 น.

“จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย” นักแสดงและนางแบบชื่อดังร่วมเปิดประสบการณ์สายเฮลท์ตี้ พร้อมควงหนุ่มตี๋คนรู้ใจบุกเยี่ยมชมโรงงาน “เค-กรีน คอร์เปอเรชั่น จำกัด”  ผู้ผลิตแบรนด์ V-GUST (วี-กัส) ขนมผักโขมอบกรอบผสมไข่ผำ นวัตกรรมซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ ที่ผสานความอร่อยเข้ากับสารอาหารคุณภาพสูงจากธรรมชาติรายแรกของโลก ในครั้งนี้จีน่าบุกดูขั้นตอนการผลิตทุกขั้นตอนและลองลงมือทำด้วยตัวเองด้วย

จีน่า วิรายา เผยว่า “หลังจากได้เห็นทุกขั้นตอนการผลิตจริง ทำให้มั่นใจในมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ โดยย้ำว่าเป็นขนมที่อร่อยถูกใจ ทานเพลิน ไม่อ้วน และยังได้ประโยชน์จากโปรตีนสูง สำหรับผลิตภัณฑ์ V-GUST ขนมผักโขมอบกรอบผสมไข่ผำ เปิดตัว 3 รสชาติ ได้แก่  Original (ออริจินอล): รสชาติธรรมชาติ กรอบเบา ทานง่าย  Mild Chili (มายด์ชิลี่): เผ็ดกำลังดี เพิ่มรสชาติแบบไทย ๆ  Spicy Chicken Salad (ยำไก่แซ่บ): แซ่บนัวถูกใจสายจัดจ้าน  ไข่ผำถูกยกย่องว่าเป็น Superfood ระดับโลก เพราะมีโปรตีนสูง กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ไฟเบอร์สูง และไขมันต่ำ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ของคนรักสุขภาพ ผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก และวัยรุ่นหรือวัยทำงานที่มองหาขนมที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ดีใจที่ได้เห็นแบรนด์ไทยพัฒนาขนมที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์จริง ๆ อยากให้ทุกคนได้ลอง แล้วจะรู้ว่าการดูแลสุขภาพก็สามารถอร่อย สนุก และทันสมัยได้เช่นกัน” จีน่า วิรายา กล่าวปิดท้าย

สำหรับขนมผักโขมอบกรอบผสมไข่ผำแบรนด์ V-GUST เปิดรับตัวแทนจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วหากท่านใดสนใจนำไปจำหน่ายหรือนำไปรับประทานเองสามารถติดต่อได้ที่สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอินบ็อกซ์ได้เลย หรือติดต่อ 081-665-5765  Line : @vgustsnack

ปลุกพลังผู้นำหญิง! CP เนรมิตเวทีนวัตกรรม ‘Where Are the Women in Innovation’ ดันผู้หญิงเป็นพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต

ปลุกพลังผู้นำหญิง! CP เนรมิตเวทีนวัตกรรม 'Where Are the Women in Innovation' ดันผู้หญิงเป็นพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต

ปลุกพลังผู้นำหญิง! CP เนรมิตเวทีนวัตกรรม ‘Where Are the Women in Innovation’ ดันผู้หญิงเป็นพลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.38 น.

ปลุกพลังผู้นำหญิง! CP เนรมิตเวทีนวัตกรรม “Where Are the Women in Innovation – Why It Matters” จุดประกายอนาคตที่เท่าเทียมและยั่งยืนในมหกรรม “CP Innovation Exposition & Symposium 2025”

มหกรรม “CP Innovation Exposition & Symposium 2025” มหกรรมด้านนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งที่ 8 จัดโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าสู่วันที่สามอย่างยิ่งใหญ่ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยปีนี้ซีพีย้ำบทบาทในฐานะ องค์กรแห่งนวัตกรรม” (Tech Driven Company 5.0) ที่ขับเคลื่อนความก้าวหน้าของประเทศมากว่าศตวรรษ และกำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่สองด้วยพลังแห่งเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน งานนี้รวบรวมผลงานกว่า 200 ชิ้นงานจากพนักงานทั่วโลก จัดแสดง “ชุมชนหุ่นยนต์เสมือน” มากที่สุดครั้งแรกของไทย และเวทีเสวนากว่า 30 เวที โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากองค์กรระดับโลกกว่า 60 คน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของวันที่สามคือเวทีเสวนา “Where Are the Women in Innovation – Why It Matters” ที่สะท้อนบทบาทสำคัญของสตรีในโลกแห่งนวัตกรรม โดยมีผู้นำหญิงผู้ทรงพลังมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ ได้แก่ ดร.นิรามัย เอกรัตน์เจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยสุขภาพและอายุยืนยาว เครือเจริญโภคภัณฑ์, นางสาวอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด และนางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด โดยมี แคนอติรุจ กิตติพัฒนะ ผู้ประกาศข่าวชื่อดังจากช่อง 3 เป็นผู้ดำเนินรายการ

ดร.นิรามัย เอกรัตน์เจริญชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยสุขภาพและอายุยืนยาว เครือเจริญโภคภัณฑ์ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการเข้าสู่วงการนวัตกรรมว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเรียนไบโอเทคและชีวเคมีในช่วงมหาวิทยาลัย ที่ทำให้เห็นพลังของการถอดรหัสพันธุกรรมและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จนนำไปสู่บทบาทสำคัญในซีพีในการค้นหาเทคโนโลยีด้านสุขภาพและอายุยืนยาว ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มองว่าความเป็นผู้หญิงจะเป็นข้อจำกัดในการศึกษา หรือการทำงานในสายไบโอเทคโนโลยีแต่อย่างใด ตรงกันข้าม สามารถนำจุดเด่นมาบางประการของความเป็นผู้หญิงเข้ามาช่วยพัฒนาการทำงานได้   

 ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่ข้อจำกัดในการทำงานด้านเทคโนโลยี คุณค่าของเราไม่จำเป็นต้องให้ใครมาตัดสิน หากเราเคารพและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ วันหนึ่งคนอื่นก็จะเห็นคุณค่าเช่นกัน  ดร.นิรามัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ดร.นิรามัย เชื่อว่า หากผู้หญิงมีพื้นที่ในระบบนิเวศนวัตกรรมมากขึ้น เราจะไม่เพียงได้เห็นผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างชุมชนที่แข็งแกร่ง ที่พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ ประสบการณ์ และพลังการสนับสนุนซึ่งกันและกัน หากเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว ก็สามารถขยายเป็นเครือข่ายที่ทรงพลัง ที่จะช่วยให้ผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้จริง

นางสาวอรนุช เลิศสุวรรณกิจ หรือมิหมี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด เล่าถึงเส้นทางจากการถูกบ่มเพาะด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนก่อตั้ง Techsauce ขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยและเชื่อมโยงสู่ระดับภูมิภาค โดยเธอระบุว่าประเทศไทยจะไม่ได้เผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชัดเจนเหมือนต่างประเทศ ซึ่งนั่นทำให้ความหลากหลายเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ และเป็นเปิดทางให้ผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมได้

การทำงานร่วมกันจากหลากหลายเพศจะทำให้ productivity สูงขึ้น และในเมื่อผู้หญิงกว่าครึ่งของโลกคือผู้ใช้งาน (users) การมีผู้หญิงในฐานะผู้สร้างนวัตกรรมจึงสำคัญไม่แพ้กัน” นางสาวอรนุชกล่าว

นางสาวอรนุช ยังเชื่อว่า ไทยสามารถเป็นต้นแบบที่เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงจากภูมิภาคอื่น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือประเทศเพื่อนบ้าน ได้เข้ามาศึกษา เรียนรู้ และต่อยอดจากประสบการณ์ของเรา การส่งต่อองค์ความรู้เช่นนี้ไม่เพียงยกระดับผู้ประกอบการหญิงในระดับภูมิภาค แต่ยังช่วยสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่แข็งแรงและมีพลังร่วมกันในระดับเอเชีย

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วมบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ถ่ายทอดเส้นทางจากการเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในยุคเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ก่อนเข้ามามีบทบาทสำคัญในทรู คอร์ปอเรชั่น และต่อยอดสู่การก่อตั้ง Ascend Money ธุรกิจฟินเทคที่ช่วยแก้ปัญหาทางการเงินของคนไทยและอาเซียน โดยระบุว่าความเป็นผู้หญิงไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานด้านเทคโนโลยี แต่กลับเป็นมุมมองที่เสริมให้เกิดการทำงานเชิงการทำงานแบบร่วมมือกัน (Collaborative) ที่มีพลัง

ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือพลังในการสร้างการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพศชายหรือหญิง ตรงกันข้ามเราควรทำงานแบบร่วมกัน (Collaborative) ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในการร่วมมือกันข้ามอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และถ่ายทอด สร้างพลังของผู้หญิงให้มากขึ้น นางสาวมนสินีกล่าว

นางสาวมนสินี ยังกล่าวเสริมว่ามิติการทำธุรกิจไม่ได้พิจารณาจากเพศ หากแต่ใช้ข้อมูลเชิงลึก (data insight) เป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น กรณีคุณแม่ที่ต้องการเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูก จึงถูกต่อยอดเป็นฟีเจอร์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง ภายใต้ความยินยอมของผู้ใช้ หรือแม้แต่การสร้างเกมเพื่อปลูกฝังการออมเงินให้กับเด็ก ๆ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการทำงานที่ตั้งต้นจาก “ปัญหา” และความเข้าใจเชิงลึกของผู้ใช้ คือหัวใจสำคัญของนวัตกรรม

เวทีเสวนาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดจากผู้นำหญิงที่ทรงพลัง แต่ยังเป็นการยืนยันว่า ความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงมีบทบาท คือกุญแจสำคัญของการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสังคมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

AVALON Jewelry อวดโฉมชิ้นงานสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ บนพรมแดงเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ 2025

AVALON Jewelry อวดโฉมชิ้นงานสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ บนพรมแดงเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ 2025

AVALON Jewelry อวดโฉมชิ้นงานสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ บนพรมแดงเปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ 2025

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

AVALON Jewelry ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเครื่องประดับสำหรับผู้ร่วมเดินพรมแดง ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2025   นำเสนอผลงานคอลเลกชัน Art to Wear, Stories You Can Feel ที่สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ซึ่งมองว่าเครื่องประดับไม่เพียงเป็นความงดงาม แต่ยังเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจของผู้สวมใส่

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา  ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย และบางกอกไพรด์ ภายใต้การสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA – Thailand Creative Culture Agency

เทศกาลครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับความหลากหลายทางเพศ ถ่ายทอดพลังของภาพยนตร์ ซีรีส์ และศิลปะแขนงต่างๆ ในฐานะสื่อแห่งความเข้าใจและแรงบันดาลใจ เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ยั่งยืน

หนึ่งในไฮไลต์คือ “Red Carpet & Opening Ceremony” ซึ่งเชิญชวนศิลปิน นักแสดง และผู้กำกับจากนานาชาติร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสิทธิมนุษยชน

ติดตามคอลเลกชั่น Art to Wear, Stories You Can Feel และเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @avalonjewelry / Facebook: AVALON Jewelry  และ เว็ปไซต์ www.avalonjewel.com

ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

ที ลีสซิ่ง มอบคอมพิวเตอร์ให้โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง เสริมศักยภาพการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของเยาวชน จ.ปราจีนบุรี

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะเยาวชน โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ห่างไกลยังขาดอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการศึกษา ทำให้โอกาสในการเข้าถึงความรู้และโลกดิจิทัลยังไม่เท่าเทียมกัน การสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนจึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยเติมเต็มศักยภาพของเด็ก ๆ และสร้างอนาคตที่สดใส

ด้วยแนวคิดนี้ ที ลีสซิ่ง ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ในเครือ เอ็ม บี เค เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายมงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลีสซิ่ง จำกัด นำทีมผู้บริหารและจิตอาสามอบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ โรงเรียนบ้านหนองสองห้อง อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านเทคโน โลยีสารสนเทศอย่างเต็มศักยภาพ โดยมี ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง คณะครู และนักเรียนร่วมรับมอบ

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม การมอบคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกเล็กๆ ที่มีความหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้จากโลกดิจิทัล เสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในอนาคต ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีความมั่นใจ กล้าที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในวันข้างหน้าครับ”

ด้าน ดร.พรพิมล แม้นญาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสองห้อง กล่าวว่า “แม้โรงเรียนแห่งนี้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กของชุมชน แต่ที่นี่เต็มไปด้วยความตั้งใจของคุณครูและเด็ก ๆ ปัจจุบันมีคุณครูทั้งหมด 15 คน ดูแลนักเรียนจำนวน 206 คน เสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยนอก จากการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนยังปลูกฝังการใช้ชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ลูกเสือ เนตรนารี การสืบสานประเพณีไทย และกิจกรรมจิตอาสาที่ช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้การแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมอีกด้วย”

แม้โรงเรียนจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ด้วยหัวใจของครูและนักเรียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความหวังการได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยต่อเติมฝัน เปิดประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ที่กว้างไกลยิ่งขึ้นและเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เยาวชนของชาติก้าวสู่อนาคตด้วยความมั่นใจและเต็มศักยภาพยิ่งขึ้น

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

SACIT ส่งเสริมคนรุ่นใหม่สืบสานงานหัตถศิลป์ไทย ‘เครื่องทองสุโขทัย-ดอกไม้ไหวล้านนา’ จากภูมิปัญญา

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ยังคงเดินหน้าส่งเสริมคนรุ่นใหม่ที่ยังสืบสานภูมิปัญญาการทำเครื่องประดับโบราณ อาทิ เครื่องทองที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่นชาวสุโขทัย และหัตถกรรมดอกไม้ไหวของชาวล้านนา หัตถศิลป์อันสะท้อนเอกลักษณ์ของมรดกชาติไทยได้อย่างเด่นชัด และเพิ่มมูลค่างานหัตถกรรมด้วยการปรับดีไซน์ให้ร่วมสมัย พร้อมส่งเสริมให้หัตถกรรมเป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำภารกิจของ SACIT กับบทบาทการเป็นนักปั้นดาวแห่งหัตถศิลป์ไทยเชื่อมความงามไกลสู่สากล (Nurturing Thai Crafts to Global Trends) SACIT จึงให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรมไทยรุ่นใหม่ที่
สืบสานภูมิปัญญาการทำเครื่องประดับอย่างโบราณ สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ผ่านการปรับประยุกต์จากงานดีไซน์รูปแบบดั้งเดิม สู่สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ที่เพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้ชิ้นงานสามารถคงอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของผู้คนในยุคสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ตลอดจนตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชันการใช้งานโดยยังคงแฝงไว้ซึ่งรากเหง้าของภูมิปัญญา ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างโอกาสการผลักดันกลุ่มงานหัตถศิลป์ในแขนงต่างๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทุนวัฒนธรรมที่มีศักยภาพที่สามารถเพิ่มมูลค่างานหัตถกรรมไทย จนนำมาสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

 “สำหรับแบรนด์ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานสะท้อนเอกลักษณ์ของมรดกชาติไทยได้อย่างโดดเด่น น่าสนใจ และยังคงไว้ซึ่งรากเหง้าของภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ แบรนด์บ้านทองสมสมัย (เครื่องทองสุโขทัย) มรดกภูมิปัญญาล้ำค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ความเลอค่าของวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดย นายปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2568 และ แบรนด์มาลากาญจน์ หัตถกรรมดอกไม้ไหว ที่อาศัยความประณีต วิจิตรบรรจง โดย นายนวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562”

ปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ประเภทเครื่องโลหะ (งานเครื่องทองสุโขทัย)

 นายปราโมทย์ เขาเหิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ประเภทเครื่องโลหะ (งานเครื่องทองสุโขทัย) และทายาทแบรนด์ “บ้านทองสมสมัย” แห่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาแบรนด์บ้านทองสมสมัย ซึ่งก่อตั้งโดยนางสมสมัย เขาเหิน ครูศิลป์แผ่นดิน ปี 2553 ผู้เป็นมารดา ได้เติบโตและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการมอบโอกาสให้นำผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่ายในงานสำคัญต่างๆ ทั้งนี้ งานหัตถกรรมเครื่องทองสุโขทัยของบ้านทองสมสมัย ไม่เพียงโดดเด่นด้วยผลงานวิจิตรศิลป์และพุทธศิลป์หาชมยาก แต่ยังสะท้อนศิลปะแห่งทองสุโขทัยสู่สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ยอดนิยม ได้แก่ ชุดเครื่องประดับทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไลข้อมือ และผลงานระดับมาสเตอร์พีซอย่าง “สร้อยคอมะเฟืองทอง” ซึ่งต้องอาศัยทักษะช่างฝีมือชั้นสูงในการสร้างสรรค์ซึ่งแต่ละชิ้นงานมีเอกลักษณ์โดดเด่นและความแตกต่างในรายละเอียดเชิงเทคนิคที่ไม่ซ้ำกัน  โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่นิยมเลือกซื้อสวมใส่ออกงานในวาระสำคัญ และเก็บสะสมเป็นสมบัติของวงศ์ตระกูล ตลอดจนมอบเป็นของกำนัลล้ำค่าให้แก่แขกบ้านแขกเรือนคนสำคัญในวาระพิเศษต่างๆ  

นวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ประเภทเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องโลหะ ผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมดอกไม้ไหว

ด้าน นายนวภัสร์ ตันติคุณาวงศ์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2562 ประเภทเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องโลหะ ผู้เชี่ยวชาญงานหัตถกรรมดอกไม้ไหว เจ้าของแบรนด์มาลากาญจน์ (MALAKARN) กล่าวว่า ปัจจุบันงานเครื่องโลหะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะในทางพุทธศาสนาเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถที่จะพัฒนาและนำเอาเทคนิคดั้งเดิมมาสร้างสรรค์และต่อยอดการออกแบบเป็นผลงานศิลป์เชิงประยุกต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับชีวิตประจำวันได้ เช่น “ดอกไม้ไหว” ซึ่งทำจากโลหะมีค่าอย่างเงิน หรือทอง แม้เป็นวัตถุดิบที่มีความแข็งแรงแต่กลับสามารถนำมาสร้างสรรค์ออกแบบ จนได้ผลงานปิ่นดอกไม้ที่มีความประณีตอ่อนช้อยและพลิ้วไหว ซึ่งอาศัยองค์ความรู้และกระบวนการอันพิถีพิถันของช่างฝีมือสะท้อนอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมของชาวล้านนาที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

นอกจากนี้ แบรนด์มาลากาญจน์ได้ต่อยอดศิลปะจากแผ่นโลหะให้มีรูปแบบที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ช่อดอกไม้โลหะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้สดนานาชนิด เช่น ดอกพิกุล ดอกจำปา ดอกโชค (ดอกไคร้ย้อย) และผลงานดอกไม้ที่สร้างสรรค์จากจินตนาการโดยนำเอาลักษณะของดอกไม้จริงมาดัดแปลงจนเกิดเป็นดอกไม้ชนิดใหม่ ทำให้ดูมีความทันสมัยเหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งผมสตรี ปิ่นปักผม หรือใช้ประดับในการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง ตลอดจนประยุกต์เป็นสิ่งของตกแต่งอาคารบ้านเรือน โดยเพิ่มมูลค่าด้วยการประดับหินสีเพื่อสร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับชิ้นงานมากยิ่งขึ้น

“รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมที่หาชมได้ยากให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย และการได้รับความสนับสนุนจาก SACIT ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ช่างฝีมืออย่างเราสามารถสืบสาน ต่อยอด และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพื่อให้งานศิลปะแขนงนี้อยู่ได้ในทุกยุคทุกสมัย” นายนวภัสร์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร ของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ https://sacit.or.th/th  หรือเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมอัปเดตกิจกรรมงานคราฟต์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ทาง TikTok SACIT Official https://www.tiktok.com/@sacit_official  

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ข่าวการหายสาบสูญของ แมเดอลีน แม็คคาน เด็กหญิงชาวอังกฤษ วัย 3 ขวบ ยังคงอยู่ในความสนใจของสื่อและผู้คนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นมานานกว่า 18 ปีแล้วก็ตาม ถือเป็นข่าวเด็กหายที่โด่งดังระดับโลก จากความพิศวงอย่างยิ่งว่าเธอหายไปไหน หายไปได้อย่างไร และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นปริศนาของ แมเดอลีน แม็คคาน กลับมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีนี้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเยอรมนี

คริสเตียน บรุคเนอร์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเมืองฮาโนเวอร์ ทางตอนเหนือของเยอรมนีเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางกองทัพสื่อที่มารอทำข่าวจำนวนมาก บรุคเนอร์ได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษจำคุกจากความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศหญิงชาวอเมริกันวัย 72 ปี ที่เมือง ไปรอา ดา ลุซ เมืองตากอากาศในภูมิภาคอัลการ์ฟ ทางภาคใต้ของโปรตุเกสเมื่อปี 2005 แม้จะได้รับอิสรภาพ แต่บรุคเนอร์ยังต้องติดอุปกรณ์ติดตามที่ข้อเท้า ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งหากจะต้องเดินทางออกจากที่พัก

หลายฝ่ายเชื่อว่า บรุคเนอร์ ชาวเยอรมันวัย 48 ปีผู้นี้ เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีการหายตัวอย่างลึกลับเป็นปริศนาของแมเดอลีน ขณะที่เธอนอนหลับในอพาร์ตเมนต์ในเมือง ไปรอา ดา ลุซ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2007 เป็นช่วงที่ครอบครัวพาเธอไปท่องเที่ยวพักผ่อนหน้าร้อน ตอนที่แมเดอลีนหายตัวไปนั้น เจอร์รีและเคต พ่อและแมทิ้งให้เธอนอนหลับในห้องพัก แล้วออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ ห่างจากที่พักแค่ 50 เมตร

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นคดีเด็กสูญหายที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งของโลกที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ของเธอเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยยอมแพ้ ทำให้ชื่อและใบหน้าของแมเดอลีนยังปรากฎในข่าวมาจนถึงปัจจุบัน และจะกลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนทุกครั้งที่มีความคืบหน้าใหม่ๆ นอกจากนี้ แมเดอลีนยังเป็นเหยื่อในคดีเด็กหายที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ คือเป็นเด็กหญิงผิวขาว ผมสีบลอนด์ น่ารัก ดูน่าทะนุถนอม และมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อและสาธารณชนต่อเนื่อง แตกต่างจากคดีเด็กหายอื่นๆ

ใครคือ คริสเตียน บรุคเนอร์?

สำหรับบรุคเนอร์ใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟ ของโปรตุเกสตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2007 แม้จะไม่มีงานทำ และใช้เวลาช่วงชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน ลักเล็กขโมยน้อย มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน รวมถึงเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายคดีตั้งแต่ปี 1994

ชื่อของบรุคเนอร์เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีน แมคคาน นี้ตั้งแต่ปี 2020 หลังจากเจ้าหน้าที่โปรตุเกสและอังกฤษ พบหลักฐานข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่ชี้ว่า เขาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป แต่เจ้าหน้าที่ขาดหลักฐานอื่นๆ ที่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่สามารถแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับบรุคเนอร์ได้ ขณะที่เจ้าตัวก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในคดีนี้ และที่ผ่านมา ก็ไม่เคยถูกจับกุมและขึ้นศาลในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีนอย่างเป็นทางการ

ขณะที่ในตอนแรก พ่อแม่ของแมเดอลีนตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากทีมพิสูจน์หลักฐานพบรอยเลือดอยู่ในรถยนต์ที่พวกเขาเช่ามาหลังจากที่แมเดอลีนหายตัวไปราว 25 วัน พวกเขาสันนิษฐานว่าหนูน้อยเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุและพ่อแม่พยายามอำพรางคดี แต่สถานภาพผู้ต้องสงสัยของเคตและเจอร์รีก็โดนยกเลิกไปในปีถัดมา เมื่อไม่พบหลักฐานยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ในภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับคดีของแมเดอลีน ที่หนังสือพิมพ์ The Sun ของอังกฤษเพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ที่ค้นโรงงานร้างของบรุคเนอร์ ที่เขาเคยซื้อไว้นานแล้วทางตะวันออกของเยอรมนี พบซากสุนัขตายของเขาและในหลุมที่ฝังสุนัขก็มีสิ่งของอื่นๆ ฝังร่วมด้วย เป็นกระเป๋าเงินที่ใส่อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบยูเอสบีพอร์ต 6 อันและเมโมรีการ์ด 2 อันเอาไว้ หลังจากเปิดดูข้อมูลข้างใน เจ้าหน้าที่พบว่ามีข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

นอกจากนี้ พวกเขายังพบชุดว่ายน้ำเด็ก 75 ชุด และในฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ของบรุคเนอร์ก็มีภาพถ่ายสถานที่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่แมเดอลีนหายตัวไป รวมถึงคำกล่าวอ้างว่า เมื่อปี 2551 บรูคเนอร์เคยสารภาพกับเพื่อนคนหนึ่งว่า เขาฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่ง และแปลกใจที่เด็กหญิง ‘ไม่ร้องเลย’

ในเดือนมิถุนายนปีนี้ เจ้าหน้าที่โปรตุเกสและเยอรมนีได้ลงพื้นที่ค้นหาเบาะสถานที่ต่างๆ ที่ครอบครัวเด็กหญิงเคยใช้เวลาอยู่ในช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป รวมถึงสถานที่หลายแห่งที่เชื่อมโยงกับบรุคเนอร์ แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เพิ่ม เช่นเดียวกับการค้นหาใกล้เขื่อนอาราด (Arade Dam) ห่างจากเมืองไปรยา ดา ลุซ เกือบ 50 กิโลเมตร เมื่อปี 2023 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บรุคเนอร์เคยถ่ายรูปและวิดีโอตัวเองไว้ในช่วงปี 2000-2017 แต่ไม่พบความคืบหน้าใด ๆ

ส่วนเจอร์รีและเคต พ่อและแม่ของแมเดอลีน ยังคงตามหาบุตรสาว ที่หากมีชีวิตอยู่ขณะนี้ จะมีอายุ 22 ปี และจะออกแถลงการณ์ทุกวันครบรอบที่เธอหายสาบสูญไป ขณะที่ปัจจุบัน แม้ทางการเยอรมันจะสงสัยว่าบรุกเนอร์อาจก่อเหตุฆาตกรรม แต่ตำรวจอังกฤษยังคงถือว่าคดีของแมเดลีนเป็นคดีบุคคลสูญหาย โดยการสืบสวนคดีนี้ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า Operation Grange มีเจ้าหน้าที่อังกฤษ โปรตุเกส และเยอรมนีเข้าร่วม ได้รับเงินทุนสนับสนุนไปแล้วกว่า 13.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 608 ล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2011 และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังได้รับเงินเพิ่มอีก 108,000 ปอนด์ (ประมาณ 5 ล้านบาท) จากรัฐบาลอังกฤษอีกด้วย

แม้บรุคเนอร์จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ แต่เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อว่า เขายังคงเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่สุดในคดีการหายตัวไปของแมดเดอลีน สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาหาแนวทางในการส่งตัวบรุคเนอร์เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวมาขึ้นศาลในคดีนี้ต่อไป

ดาโน โทนาลี

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

คุณแหน: วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll นักวิชาการผู้มีความสามารถล้ำเหลือ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ได้รับเชิญ จาก International Research Center of Big Data for Sustainable Development Goals ( CBAS ) , Chinese Academy of Sciences ในฐานะ Deputy Director General เข้าร่วมประชุม และเป็นวิทยากร ในการประชุม The 5th International Forum on Big Data for Sustainable Development Goals ที่ กรุงปักกิ่ง เมื่อหลายวันก่อน…

ll เพื่อนๆวารสารศาสตร์ มธ. 2513 ฝากแสดงความยินดีกับ ดร.ยุทธนา มุกดาสนิท ศิลปินแห่งชาติ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award จากสุพรรณหงส์ทองคำ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll พิธีสวดพระอภิธรรมศพ พ.ท.สำเริง ดารากร ณ อยุธยา บิดาของ ดร.สมิทธิ จัดที่ศาลา 3 วัดเจ้าอาม วันที่ 19-23 ก.ย.18.30 น. ส่วนพิธีพระราชทานเพลิงศพ 24 ก.ย.17.00 น…

ll อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ , นงลักษณ์ เศรษฐภักดี , มัลลิกา ศวิตชาต เป็นตัวแทน ราชินี รุ่น 65 ส่งมอบ แคร็กเกอร์ ไส้สับปะรด จำนวน 400 กล่อง ให้กับ กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก เพื่อส่งให้ทหาร ที่ปฏิบัติงานปกป้องอธิปไตย ที่ชายแดน โดยมี พล.อ.ไกรภพ ไชยพันธ์ ที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานรับมอบ เมื่อเร็วๆนี้…

ll นริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน ขยันดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งจัดฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และยังจัดเจ้าหน้าที่ไปฉีดยากำจัดยุงกันโรคไข้เลือดออกอีกต่างหาก…สมแล้วกับที่อาสามาทำงานเพื่อส่วนรวม…

ll คนมีฝีมือทำอาหาร สัญชัย เองตระกูล เข้าครัวทำหมูต้มเค็ม โดยให้ ธัญญ่า-ธัญเรศ ภรรยาคนสวย ช่วยทำไลฟ์สด …ข่าวว่ามีFC.ออเดอร์มาหลายรายเลยทีเดียว…

ll ช่วงนี้นาน 3 เดือน ธนกฤต รัตนพันธ์ นักปกครองท้องถิ่น ฉะเชิงเทรา เข้ารับการอบรมหลักสูตร การปกครองระดับสูง(นปส.)รุ่นที่ 84 กระทรวงมหาดไทย…ทำให้ห่างหายจากมวลชนไปนานพอสมควร…

ll ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ชวนเพื่อนเลิฟ รุ่งนภา จักรพันธ์ฯ ไปหาชุดอินเดียสวยต้องใจที่ย่านพาหุรัด และด้วยความที่ใจคอไม่คับแคบ จัดการซื้อมาเผื่อ กัลยาณี วสุวานิช และ พรทิพย์ สาริกบุตร ด้วย …เพื่อนสองคนหลัง จึงพลอยได้อานิสงส์มีชุดอินเดียสวยงามตระการตา มาสวมใส่งดงามก่อนใครอีกต่างหาก…

ll ทำ CSR ทุก 3 เดือน เดือนนี้ กำหนด 26 ก.ย.เวลา9.00-15.00 น. วิทเยนทร์ มุตตามระ ผู้บริหารAround The World Tour จัดรถรับบริจาคโลหิตมาจอดที่หน้าที่ทำการฯ ระหว่างซอยวิภาวดีฯ18-16 ห่างจากบริษัทการบินไทย1 กม. ใครอยู่ใกล้ไม่เกิน 5 กม.มีรถรับส่ง ฟรี…ขออนุโมทนาบุญด้วย…

ll ไปทำบุญไหว้พระที่วัดในต่างจังหวัดมาหลายหน ล่าสุด สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ เปลี่ยนแนวหันมาทางบันเทิงเริงรมย์สังคมรักรวมร่วมใจกันบ้าง โดยร่วมกับเพื่อนๆในกลุ่มสันทนาการเขตบางขุนเทียน ขึ้นเวทีร้องเพลงโชว์ที่ห้างเกทเวย์ แอท บางซื่อ เมื่อเร็วๆนี้ …ข้อใหญ่ใจความคือ นักร้องหน้าใหม่วัยเลยเกษียณ ต้องท่องจำเนื้อเพลงให้แม่นยำทั้งหมด 4 เพลงรวด แบบห้ามแอบดูโพยเป็นอันขาด…งานนี้ประกาศกลายๆว่า ไม่คบคนมีอาการใกล้อัลไซเมอร์ !!…

บารอนเนส

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดพิธีมอบรางวัล Infographic Design

วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.09 น.

ในวันพุธที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา สำนักงานเลขานุการสำนักงาน ปลัดกระทรวงกลาโหม โดย พลตรี จิตนาถ  ปุณโณทก เลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดพิธีมอบ รางวัลโครงการ “การประกวดการสร้างสรรค์งานเป็นภาพ Infographic Design” ประจำปี ๒๕๖๘ ภายใต้ หัวข้อ “การเทิดทูน การปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์” ณ ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหมโดยมี พลเอก ธราพงษ์  มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้า หน่วยขึ้นตรงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ ๕ ต่อเนื่อง มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชนทั่วไปและเครือข่ายด้านความมั่นคง ได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและคุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านผลงานอินโฟกราฟิกที่สร้างสรรค์และเข้าถึงง่าย เพื่อปลูกฝังความจงรักภักดีในรูปแบบที่ทันสมัย มีหลักเกณฑ์ ในการพิจารณา ๔ ข้อ คือ ความถูกต้องของข้อมูล, ประสิทธิภาพของการสื่อสาร, ความสวยงานของผลงาน และ ความคิดสร้างสรรค์  และยังได้รับกรสนับสนุนจากกาแฟ พันธุ์ไทย ร่วมให้การต้อนรับผู้ข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น  สำหรับผู้ชนะการประกวดรางวัลชนะเลิศในแต่ละกลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ ๑ “คุณูปการของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อประเทศไทย” : นายภาคม  ชินโชติเกษม นักเรียนชั้น ม.๕ โรงเรียนพุทธชินราชพิทยา จังหวัดพิษณุโลก

กลุ่มที่ ๒ “ตามรอยพระราชา ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี” : นางสาวมาศประภา  สุทธิภักดี นักศึกษาระดับ ปวส.๒ วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ จังหวัดอุดรธานี

กลุ่มที่ ๓ “สายธารพระเมตตา สู่ประชาราษฎร์” : นายศรัญย์พงษ์  พวงแย้ม นักออกแบบอิสระ จังหวัดสุพรรณบุรี

กลุ่มที่ ๔ “จิตอาสาพระราชทาน พลังทหารของพระราชา” : จ่าเอก อนุพล  มั่นคง ข้าราชการทหาร สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

 ทั้งนี้ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจะนำผลงานที่ได้รับรางวัลไปเผยแพร่ ผ่านสื่อต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมไทยร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและสืบสานพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป