Longevity เทรนด์ใหม่ดูแลสุขภาพ พร้อมเคล็ดลับอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

Longevity เทรนด์ใหม่ดูแลสุขภาพ พร้อมเคล็ดลับอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

Longevity เทรนด์ใหม่ดูแลสุขภาพ พร้อมเคล็ดลับอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Longevity คือแนวคิดและศาสตร์ที่มุ่งยืดอายุขัย (Lifespan) ควบคู่กับการมีคุณภาพชีวิตที่ดี (Healthspan) หมายถึง การมีสุขภาพแข็งแรง สมองแจ่มใส ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากโรคเรื้อรัง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระยาวนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยผสานองค์ความรู้จากหลายสาขา ทั้งเวชศาสตร์ป้องกันและเทคโนโลยีสุขภาพสมัยใหม่

ทำไม Longevity จึงสำคัญ?

นายแพทย์ นิธิวัฒน์ ศรีกาญจนวัชร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรกรรมและ Longevity โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC)  เผยถึงความสำคัญของแนวคิดและศาสตร์ Longevity

1. ชีวิตยืนยาวพร้อมคุณภาพที่ดี

การมีอายุยืนไม่เพียงพอ หากช่วงท้ายของชีวิตต้องเผชิญโรคเรื้อรัง ความเจ็บปวด หรือภาวะพึ่งพาผู้อื่น แนวคิด Longevity จึงมุ่งป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่ต้น ไม่รอให้เกิดโรคแล้วค่อยรักษา เทคโนโลยีตรวจสุขภาพเชิงลึกจึงเข้ามามีบทบาท เช่น การตรวจยีนที่บ่งชี้ความเสี่ยงโรค การประเมินสารอาหารและสมดุลฮอร์โมน รวมถึงการตรวจอายุชีวภาพ (Biological Age) จากข้อมูล Epigenetic

2. ลดภาระทางการเงินและครอบครัว

สุขภาพที่ดีคือการวางแผนการเงินที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และลดภาระการดูแลจากคนรอบข้าง ทำให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระนานที่สุด

3. เพิ่มโอกาสใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพ

เมื่อร่างกายและสมองยังพร้อม คุณสามารถทำงาน เดินทาง ท่องเที่ยว หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้แม้ในวัยเกษียณ ลองนึกภาพว่าคุณอายุ 80 ปีแต่ยังออกทริปท่องเที่ยวเองได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นคือเป้าหมายของ Longevity

เทรนด์ Longevity ในปัจจุบัน

1. การแพทย์เชิงรุก (Preventive Medicine) : การตรวจสุขภาพเชิงลึกและรายบุคคล เช่น การตรวจพันธุกรรม อายุชีวภาพ (Biological Age) สมรรถภาพร่างกาย (VO₂max) วิเคราะห์จุลชีพในลำไส้ (Microbiome) และตรวจ Biomarkers ที่บ่งชี้ความเสื่อมของเซลล์ เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ

2. โภชนาการเพื่ออายุยืนยาว (Longevity Nutrition) : เน้นอาหารจากธรรมชาติ (Real Food) หลากหลายและครบถ้วน ลดอาหารแปรรูป โดยเฉพาะ Ultra-processed Food (UPF) และใช้วิธีอดอาหารแบบมีช่วงเวลา (Intermittent Fasting) อย่างเหมาะสม

3. การปรับวิถีชีวิตให้เหมาะสม (Lifestyle Optimization) : การจัดสภาพแวดล้อมและพฤติกรรม เช่น ฝึกสมาธิ นอนในอุณหภูมิที่เหมาะสม หรือกระตุ้นร่างกายด้วยความเย็น/ความร้อน เพื่อเสริมพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความสุขระยะยาว

4. เทคโนโลยีติดตามสุขภาพ (Wearables & Digital Health) : อุปกรณ์สวมใส่และแอปพลิเคชันที่ติดตามการนอน อัตราการเต้นหัวใจ ความแปรปรวนของหัวใจ (HRV) การออกกำลังกาย และความเครียด เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

5. การฟื้นฟูร่างกายด้วยเทคโนโลยีสุขภาพ (Regenerative Therapies) :  เช่น เซลล์บำบัด โอโซนบำบัด หรือการใช้สารเสริมอาหารบางชนิดเพื่อลดความเสื่อมของร่างกาย แม้ในปัจจุบันจะเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่ยังต้องอาศัยงานวิจัยเพื่อยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว

บทสรุป   : ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว คนยุคใหม่หันมาดูแลสุขภาพเชิงรุกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรักษาร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน การเริ่มลงทุนในสุขภาพตั้งแต่วันนี้คือ กุญแจสำคัญสู่ “Optimal Longevity” — อายุยืนยาวพร้อมคุณภาพชีวิตสูงสุด และเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นดูแลตัวเอง คือ วันนี้

คุณแหน : 22 กันยายน 2568

คุณแหน : 22 กันยายน 2568

คุณแหน : 22 กันยายน 2568

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

๐๐ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี จะเสด็จไปทรงเปิดโครงการ “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อสนับสนุนภาครัฐและเอกชนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวไทย วันที่ 24 ก.ย.14.00 น. ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่ ..๐๐

๐๐ยินดีกับ ว่าที่ร้อยเอก ดร. ปิยะพันธ์ ทยานิธิ-ดวงฤทัย อิสรินทร์  ในโอกาสที่บุตรชายคนเก่ง(มากๆ) ปรรพ์ ทยานิธิ  จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รัฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) ภาควิชา Politics and Global Studies (PGS) หลักสูตรนานาชาติ และรับพระราชทานเหรียญรางวัล และเงินรางวัลใน “เงินทุนภูมิพล” เรียนดีเยี่ยม ประจำปีการศึกษา 2567 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  29 ก.ย.และ  1 ต.ค. ตามลำดับ..๐๐

๐๐พิพิธภัณฑ์ศิริราช จัดนิทรรศการ “ศตวรรณอานันทราชา บารมีแห่งแผ่นดิน” ในโอกาสครบ 100 ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร  17-30 ก.ย.10.00 -17.00 น. ณ หอเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน (หยุดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์..๐๐

๐๐ขอแสดงความเสียใจกับ ยุพเรศ เที่ยงธรรม และครอบครัวที่สูญเสีย สุนัย เที่ยงธรรม ไปเมื่อ 2 ก.ย..๐๐

๐๐เพื่อนๆยินดีกับ รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ที่กรมวิชาการเกษตร คว้า 5  รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 จากสำนักงาน ก.พ.ร. ในสาขาบริการภาครัฐ ยืนยันคุณภาพงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริการภาครัฐ..๐๐

๐๐ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรมวาระที่ 11 เผยผลงาน 6 เดือนของสภาเภสัชกรรม ตามนโยบาย สภาเคียงข้าง สร้างวิชาชีพชั้นนำ ทำให้ประชาชนวางใจ ชมได้ที่ https://youtu.be/pITko39Y664..๐๐

๐๐จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ แจ้ง FC ขนมไหว้พระจันทร์ ภัตตาคารเซียงปิงเหลา สืบสานตำนานสูตรลับกว่า 30 ปี หลากหลายไส้ มีจำหน่ายถึง 6 ตค. 9.00-1800 น. ทุกวัน ณ ที่ชั้น G รร.แกรนด์ไชน่าแบงค์คอก เยาวราช สั่งได้ที่โทร.096-831-8748 หรือ 02-224-9977 ต่อ 711..๐๐

๐๐พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ อาษา เมฆสวรรค์ อดีตรองประธานวุฒิสภา อดีตรมช.มหาดไทย 22 ก.ย.17.00 น.ศาลา 150 ปี วัดมกุฎฯ และสวดพระอภิธรรมถึง 28 ก.ย.18.30 น..๐๐

๐๐ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว คุณหญิงธิดา พงษ์พานิช จากไปสิริอายุ 81 ปี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ศาลา 14 วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน วันที่ 22  ก.ย.17.00 น.พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม 23-24  ก.ย.18.00 น.และสวดถึง 27 ก.ย…กำหนดพระราชทานเพลิงศพ 28 ก.ย.16.00 น.เมรุ 1..๐๐

คุณแหน

สมาคมถ่ายภาพฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ คัดเลือกผลงานชนะเลิศ โครงการ ‘ASEAN SX Photo Contest 2025’ จัดแสดงในงาน SX2025

สมาคมถ่ายภาพฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ คัดเลือกผลงานชนะเลิศ โครงการ ‘ASEAN SX Photo Contest 2025’ จัดแสดงในงาน SX2025

สมาคมถ่ายภาพฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ คัดเลือกผลงานชนะเลิศ โครงการ ‘ASEAN SX Photo Contest 2025’ จัดแสดงในงาน SX2025

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ บริษัท ไทยเบฟ เวอเรจ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิผืนป่าในใจเรา C asean, C asean Vietnam และ National Geographic Thailand จัดโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาคเอเซียน “ASEAN SX Photo Contest 2025” ภายใต้แนวคิด “Water and Adaptation: น้ำกับการเปลี่ยนแปลง” เพื่อสะท้อนบทบาทของน้ำกับการปรับตัวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนจาก 10 ประเทศอาเซียน ในพลังแห่งศิลปะการถ่ายภาพ โดยคัดเลือกภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากแต่ละประเทศ (National Awards) และนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาตัดสินรางวัล Grand Prize อีกครั้งเพื่อเฟ้นหาสุดยอดภาพถ่ายแห่งปี

Thailand – Country Winner นายปรีดี ศรีตระกูล

รางวัล Grand Prize จากประเทศ Myanmar โดย Mr. Bo Bo Oo

Malaysia – Country Winner Mr. Toh Kai Hu

โครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาคเอเซียน “ASEAN SX Photo Contest 2025” ได้รับความสนใจเข้าร่วมทั้งสิ้น 755 คน โดยมีภาพถ่ายส่งเข้าร่วมประกวด 3,872 ภาพ สะท้อนถึงความสนใจและคำนึงถึงปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากผลกระทบของ “น้ำกับการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรุ่นสู่รุ่น   ทั้งนี้ ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกนำมาจัดแสดงในงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025) ระหว่างวันที่ 26 กันยายน –  5 ตุลาคม 2568 ในโซน Better World ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

Laos – Country Winner Mr. Khanthaly Thongthimahaxay

Indonesia – Country Winner Mr. Domi Yanto

Cambodia – Honorable Mention Mr. Math Rony

ติดตามข่าวสารและกิจกรรม SX ได้ทาง FB : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เพื่อร่วมสนุกไปกับกิจกรรมการสะสมแต้ม ลุ้นรับรางวัลมากมาย

Brunei – Country Winner Mr. Mohamad Azlan Mohamad Jefri

Vietnam – Country Winner Mr. Nguyen Ba Hao

Philippines – Country Winner Mr. Seth NuÑez

Singapore – Country Winner Mr. Lemuel Lucas

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

คุยกัน 7 วันหน : ‘แมเดอลีน แม็คคาน’ คดีเด็กหายลึกลับสะท้านโลก

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

ข่าวการหายสาบสูญของ แมเดอลีน แม็คคาน เด็กหญิงชาวอังกฤษ วัย 3 ขวบ ยังคงอยู่ในความสนใจของสื่อและผู้คนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นมานานกว่า 18 ปีแล้วก็ตาม ถือเป็นข่าวเด็กหายที่โด่งดังระดับโลก จากความพิศวงอย่างยิ่งว่าเธอหายไปไหน หายไปได้อย่างไร และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับเป็นปริศนาของ แมเดอลีน แม็คคาน กลับมาได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีนี้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเยอรมนี

คริสเตียน บรุคเนอร์ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเมืองฮาโนเวอร์ ทางตอนเหนือของเยอรมนีเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางกองทัพสื่อที่มารอทำข่าวจำนวนมาก บรุคเนอร์ได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษจำคุกจากความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศหญิงชาวอเมริกันวัย 72 ปี ที่เมือง ไปรอา ดา ลุซ เมืองตากอากาศในภูมิภาคอัลการ์ฟ ทางภาคใต้ของโปรตุเกสเมื่อปี 2005 แม้จะได้รับอิสรภาพ แต่บรุคเนอร์ยังต้องติดอุปกรณ์ติดตามที่ข้อเท้า ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งหากจะต้องเดินทางออกจากที่พัก

หลายฝ่ายเชื่อว่า บรุคเนอร์ ชาวเยอรมันวัย 48 ปีผู้นี้ เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีการหายตัวอย่างลึกลับเป็นปริศนาของแมเดอลีน ขณะที่เธอนอนหลับในอพาร์ตเมนต์ในเมือง ไปรอา ดา ลุซ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2007 เป็นช่วงที่ครอบครัวพาเธอไปท่องเที่ยวพักผ่อนหน้าร้อน ตอนที่แมเดอลีนหายตัวไปนั้น เจอร์รีและเคต พ่อและแมทิ้งให้เธอนอนหลับในห้องพัก แล้วออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ ห่างจากที่พักแค่ 50 เมตร

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นคดีเด็กสูญหายที่โด่งดังที่สุดคดีหนึ่งของโลกที่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ของเธอเดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกสาวอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยยอมแพ้ ทำให้ชื่อและใบหน้าของแมเดอลีนยังปรากฎในข่าวมาจนถึงปัจจุบัน และจะกลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนทุกครั้งที่มีความคืบหน้าใหม่ๆ นอกจากนี้ แมเดอลีนยังเป็นเหยื่อในคดีเด็กหายที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ คือเป็นเด็กหญิงผิวขาว ผมสีบลอนด์ น่ารัก ดูน่าทะนุถนอม และมาจากครอบครัวชนชั้นกลาง ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อและสาธารณชนต่อเนื่อง แตกต่างจากคดีเด็กหายอื่นๆ

ใครคือ คริสเตียน บรุคเนอร์?

สำหรับบรุคเนอร์ใช้ชีวิตอยู่ในภูมิภาคอัลการ์ฟ ของโปรตุเกสตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2007 แม้จะไม่มีงานทำ และใช้เวลาช่วงชีวิตส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน ลักเล็กขโมยน้อย มีประวัติอาชญากรรมโชกโชน รวมถึงเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็กหลายคดีตั้งแต่ปี 1994

ชื่อของบรุคเนอร์เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีน แมคคาน นี้ตั้งแต่ปี 2020 หลังจากเจ้าหน้าที่โปรตุเกสและอังกฤษ พบหลักฐานข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่ชี้ว่า เขาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป แต่เจ้าหน้าที่ขาดหลักฐานอื่นๆ ที่มีน้ำหนัก ทำให้ไม่สามารถแจ้งข้อหาหรือดำเนินคดีกับบรุคเนอร์ได้ ขณะที่เจ้าตัวก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องในคดีนี้ และที่ผ่านมา ก็ไม่เคยถูกจับกุมและขึ้นศาลในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของแมเดอลีนอย่างเป็นทางการ

ขณะที่ในตอนแรก พ่อแม่ของแมเดอลีนตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากทีมพิสูจน์หลักฐานพบรอยเลือดอยู่ในรถยนต์ที่พวกเขาเช่ามาหลังจากที่แมเดอลีนหายตัวไปราว 25 วัน พวกเขาสันนิษฐานว่าหนูน้อยเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุและพ่อแม่พยายามอำพรางคดี แต่สถานภาพผู้ต้องสงสัยของเคตและเจอร์รีก็โดนยกเลิกไปในปีถัดมา เมื่อไม่พบหลักฐานยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว

ในภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับคดีของแมเดอลีน ที่หนังสือพิมพ์ The Sun ของอังกฤษเพิ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ที่ค้นโรงงานร้างของบรุคเนอร์ ที่เขาเคยซื้อไว้นานแล้วทางตะวันออกของเยอรมนี พบซากสุนัขตายของเขาและในหลุมที่ฝังสุนัขก็มีสิ่งของอื่นๆ ฝังร่วมด้วย เป็นกระเป๋าเงินที่ใส่อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบยูเอสบีพอร์ต 6 อันและเมโมรีการ์ด 2 อันเอาไว้ หลังจากเปิดดูข้อมูลข้างใน เจ้าหน้าที่พบว่ามีข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

นอกจากนี้ พวกเขายังพบชุดว่ายน้ำเด็ก 75 ชุด และในฮาร์ดไดรฟ์คอมพิวเตอร์ของบรุคเนอร์ก็มีภาพถ่ายสถานที่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่แมเดอลีนหายตัวไป รวมถึงคำกล่าวอ้างว่า เมื่อปี 2551 บรูคเนอร์เคยสารภาพกับเพื่อนคนหนึ่งว่า เขาฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่ง และแปลกใจที่เด็กหญิง ‘ไม่ร้องเลย’

ในเดือนมิถุนายนปีนี้ เจ้าหน้าที่โปรตุเกสและเยอรมนีได้ลงพื้นที่ค้นหาเบาะสถานที่ต่างๆ ที่ครอบครัวเด็กหญิงเคยใช้เวลาอยู่ในช่วงที่เด็กหญิงหายตัวไป รวมถึงสถานที่หลายแห่งที่เชื่อมโยงกับบรุคเนอร์ แต่ก็ไม่พบเบาะแสใดๆ เพิ่ม เช่นเดียวกับการค้นหาใกล้เขื่อนอาราด (Arade Dam) ห่างจากเมืองไปรยา ดา ลุซ เกือบ 50 กิโลเมตร เมื่อปี 2023 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บรุคเนอร์เคยถ่ายรูปและวิดีโอตัวเองไว้ในช่วงปี 2000-2017 แต่ไม่พบความคืบหน้าใด ๆ

ส่วนเจอร์รีและเคต พ่อและแม่ของแมเดอลีน ยังคงตามหาบุตรสาว ที่หากมีชีวิตอยู่ขณะนี้ จะมีอายุ 22 ปี และจะออกแถลงการณ์ทุกวันครบรอบที่เธอหายสาบสูญไป ขณะที่ปัจจุบัน แม้ทางการเยอรมันจะสงสัยว่าบรุกเนอร์อาจก่อเหตุฆาตกรรม แต่ตำรวจอังกฤษยังคงถือว่าคดีของแมเดลีนเป็นคดีบุคคลสูญหาย โดยการสืบสวนคดีนี้ภายใต้ปฏิบัติการที่มีชื่อว่า Operation Grange มีเจ้าหน้าที่อังกฤษ โปรตุเกส และเยอรมนีเข้าร่วม ได้รับเงินทุนสนับสนุนไปแล้วกว่า 13.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 608 ล้านบาท) ตั้งแต่ปี 2011 และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยังได้รับเงินเพิ่มอีก 108,000 ปอนด์ (ประมาณ 5 ล้านบาท) จากรัฐบาลอังกฤษอีกด้วย

แม้บรุคเนอร์จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ แต่เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อว่า เขายังคงเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่สุดในคดีการหายตัวไปของแมดเดอลีน สื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาหาแนวทางในการส่งตัวบรุคเนอร์เป็นผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวมาขึ้นศาลในคดีนี้ต่อไป

ดาโน โทนาลี

Science Update : ‘โดรนตรวจจับความร้อน’ ติดตามสัตว์พื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์

Science Update : ‘โดรนตรวจจับความร้อน’ ติดตามสัตว์พื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์

Science Update : ‘โดรนตรวจจับความร้อน’ ติดตามสัตว์พื้นเมืองใกล้สูญพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลีย เปิดเผยการใช้โดรนติดกล้องตรวจจับความร้อนในการเฝ้าติดตามสัตว์ป่าพื้นเมืองที่ใกล้สูญพันธุ์และหายากที่สุดบางชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ คณะนักวิจัยพบว่า โดรนสามารถสำรวจพื้นที่ป่าได้มากกว่าการส่องไฟสปอตไลท์แบบเดิมถึง 10 เท่า เนื่องจากการส่องไฟสปอตไลท์แบบเดิมต้องใช้แรงงานคนเดินเท้าตอนกลางคืนอย่างช้าๆ และมักพลาดที่จะพบเจอสัตว์ รวมถึงก่อความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักสำรวจด้วย

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ผ่านวารสาร Ecological Applications สังกัดสมาคมนิเวศวิทยาแห่งอเมริกา ระบุว่า กล้องตรวจจับความร้อนบนโดรนสามารถตรวจจับความร้อนในร่างกายจากระยะห่างที่ปลอดภัยเหนือยอดไม้ ทำให้รบกวนสัตว์น้อยที่สุด

คณะนักวิจัยเผยว่า โดรนตรวจจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ในหลายพื้นที่ทั้งหมด 9 ชนิด บันทึกการสังเกตสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพื้นเมือง นกป่า และสัตว์ที่อาศัยบนพื้นดิน เช่น แบนดิคูต วอมแบต กวางป่า และแมวป่าในพื้นที่วิจัยมากกว่า 1,000 ครั้ง แนวทางเฝ้าติดตามใหม่นี้ยังตรวจจับพอสซัมลีดบีตเตอร์ ซึ่งอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ และเกรทเตอร์ไกลเดอร์สายพันธุ์ใต้ ซึ่งเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในหมู่สัตว์สายพันธุ์อื่นๆ ที่โดดเด่นอีกมากมายด้วย

ทั้งนี้ ประชากรสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในออสเตรเลียกำลังลดจำนวนลงเพราะสูญเสียถิ่นที่อยู่ ไฟป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่า ผู้สูงอายุชาวอเมริกันที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง ซึ่งได้รับการบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็ม มีพัฒนาการด้านการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้นและอาการปวดลดลง เมื่อเทียบกับผู้รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้การศึกษาครั้งนี้แตกต่างคือการมุ่งเน้นที่ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ และถูกออกแบบมาในเชิงปฏิบัติจริง โดยการทดลองทางคลินิก “แบคอินแอคชัน” (BackInAction) มีผู้เข้าร่วม 800 คน ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีประวัติทางการแพทย์ว่าปวดหลังส่วนล่างอย่างน้อย 3 เดือน 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้ได้รับการฝังเข็มมาตรฐาน 15 ครั้งในช่วง 3 เดือน และอีก 1 ใน 3 ได้รับการฝังเข็มเพิ่ม 6 ครั้งในช่วง 3 เดือนถัดมา

กลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองนี้ได้ประเมินอาการปวดและข้อจำกัดทางกายภาพหลังจากเข้าร่วมการทดลอง 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน โดยหลังจาก 6 เดือนและ 12 เดือน กลุ่มที่รับการฝังเข็มมีอาการปวดและความพิการที่เกี่ยวกับการปวดหลังลดลง รวมถึงการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว คณะนักวิจัยพบด้วยว่า การบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็มมีความเชื่อมโยงกับอาการวิตกกังวลลดลงด้วย

การศึกษานี้มุ่งเน้นความสำคัญของการปรับปรุงการเข้าถึงการฝังเข็มสำหรับผู้สูงอายุที่ปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำสู่ความพิการทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุมากกว่า 1 ใน 3 ในสหรัฐฯ

ดาวดวงเด่น! ผู้ชนะเลิศเวที ‘Street to Star’ ต้นแบบผู้แสดงความสามารถรุ่นใหม่

ดาวดวงเด่น! ผู้ชนะเลิศเวที ‘Street to Star’  ต้นแบบผู้แสดงความสามารถรุ่นใหม่

ดาวดวงเด่น! ผู้ชนะเลิศเวที ‘Street to Star’ ต้นแบบผู้แสดงความสามารถรุ่นใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้แสดงความสามารถที่เข้าร่วมประกวดแข่งขันในรายการ “Street to Star” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้แสดงความสามารถ…เส้นทางจากถนนสู่ดวงดาว ซึ่งเป็นโครงการที่ กระทรวง พม. โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถจากทั่วประเทศก้าวออกมาแสดงศักยภาพ พร้อมเฟ้นหาดาวดวงเด่น เพื่อต่อยอดช่องทางประกอบอาชีพให้กับผู้แสดงความสามารถมากขึ้น ตลอดจนสามารถเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับผู้แสดงความสามารถในการพัฒนาตัวเอง โดยมี สัมฤทธิ์ อนุภักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการพัฒนาชุมชน ความเสมอภาคและกิจการเพื่อสังคม กลุ่มเซ็นทรัล และ ธันยลักษณ์ พรหมมณี ประธานกรรมการ บริษัท พรหมมณีฟาร์มาซูติคอล จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. คณะกรรมการตัดสินและประชาชนร่วมแสดงความยินดี ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (centralwOrld)

เวทีประกวด “Street to Star” เป็นเวทีสำคัญที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต้องการสร้างโอกาสแก่ผู้แสดงความสามารถได้ดึงความสามารถของตนเองออกมาให้สังคมได้เห็นศักยภาพได้อย่างเต็มที่ แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือ การร้องเพลงเดี่ยว (Backing Track) และการร้องเพลงวงดนตรีสด (Live Band) ซึ่งมีผู้แสดงความสามารถเข้าร่วมคัดเลือกจากทั่วประเทศ และผ่านการคัดเลือกสุดเข้มข้น เข้ามารอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วย ประเภทเดี่ยว 11 คน ประเภทวงดนตรี 11 ทีม รวม 46 คน การประกวดรอบชิงชนะเลิศในวันนี้มี ประกาศิต โบสุวรรณ (เดอะปั๋ง),พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (พี่ปุ้ม วงตาวัน) และ กันยารัตน์ ติยะพรไชย (ลุลา) มาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน ประเภทเดี่ยว ชนะเลิศอันดับ 1 ทัตพิชา กิตติพนังกุล รองชนะเลิศอันดับ 1 วัลภา ลครพล รองชนะเลิศอันดับ 2  ด.ญ.ศุภสุตา รอดคุ้ม ประเภททีม ชนะเลิศอันดับ 1 PK. Fusion Band  รองชนะเลิศอันดับ 1  ทโมน รองชนะเลิศอันดับ 2  Red Ribbon นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ “รางวัลเชิดชูศิลปวัฒนธรรม” คือ วงรองแง็งสวนกวีพื้นบ้าน จ.กระบี่

ทั้งนี้ ผู้ชนะทุกรางวัลจะได้รับถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี รัฐมนตรีว่า การกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 360,000 บาท

LaLaLove ส่งต่อ ‘โอกาสไม่เคยถูกขัง’ แฟชั่นจากผ้าสม็อกทำมือของทัณฑสถานหญิง

LaLaLove ส่งต่อ ‘โอกาสไม่เคยถูกขัง’  แฟชั่นจากผ้าสม็อกทำมือของทัณฑสถานหญิง

LaLaLove ส่งต่อ ‘โอกาสไม่เคยถูกขัง’ แฟชั่นจากผ้าสม็อกทำมือของทัณฑสถานหญิง

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพราะโอกาสมีค่าสำหรับผู้ที่เคยผิดพลาด ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ LaLaLove โดย ลินดา เจริญลาภ จึงได้เลือกส่งต่อโอกาสไปยังทัณฑสถานหญิงกลาง ให้ผู้ต้องขังหญิงได้แสดงศักยภาพและยังสามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้

แบรนด์ LaLaLove ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตร ภูมิใจนำเสนอแฟชั่นพรีเซนเทชั่นที่เต็มไปด้วยหัวใจ ผ่านศิลปะการเย็บ Smocking อันประณีต ที่ผู้ต้องขังหญิงตั้งใจในทุกรอยพับ ทุกการจับจีบ ก่อนกลายเป็นแฟชั่นที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

“เอาตรงๆ คือมันสวย! หลังจากที่เราได้เห็นฝีมือเย็บผ้าสม็อกของน้องๆ จากทัณฑสถานหญิงกลาง สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ไม่ใช่แค่ทำ แต่ควรทำในแนวทางที่ยกระดับงานฝีมือผู้ต้องขังสู่งานออกแบบที่มีความสวยเป็นสากล เกิดการซื้อที่คนเห็นคุณค่า ตั้งใจมาซื้อที่ร้าน สร้างรายได้ อาชีพ และโอกาส ให้น้องๆ ที่อยู่ “ข้างใน” มีเงินส่งให้ครอบครัวทุกเดือน หรือถ้าไม่ติดนาน ก็จะได้กลายเป็นเงินเก็บ มีเงินไปตั้งตัว แต่จะทำยังไงให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง จากคำถามนี้เรามองไปถึงการนำไปขายต่างประเทศ หรือขายในร้านมัลติแบรนด์ในยุโรป มีคู่มืออธิบายสินค้าที่มีเรื่องเล่า หรือสุดท้ายที่เราอยากจะทำ คือ การสร้าง Workroom-Atelier ขึ้น เป็นพื้นที่สร้างอาชีพที่เราจัดเตรียมความรู้และอุปกรณ์ นี่คือสิ่งที่เราได้แบ่งปันมุมมองกับผู้รับผิดชอบ ที่เรารวมไปจนถึงคุณ ต่างอยากเห็นผู้ต้องขังมีอนาคตและโอกาสที่ดีต่อไป” ลินดา เจริญลาภ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ LaLaLove กล่าว

ในคอลเลกชันนี้ LaLaLove ยังคงนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นหัวใจของงานออกแบบ ที่กล่าวได้ว่าเป็น “Signature” อันเป็นเอก ลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าที่ผ่านกระบวนการ Upcycle จากขวดพลาสติก หรือผ้าไทยจากชุมชนที่นำมา Recycle และนำมาสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคสม็อกให้โดดเด่นน่าใช้ ประกอบด้วยชุดว่ายน้ำ (Beachwear) จากผ้า Upcycle ที่สั่งผลิตพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีเสื้อผ้าแนวไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Wear) และกระเป๋า Double Clutch ดีไซน์น่ารัก ใช้งานง่าย เหมาะกับหลายโอกาสในชีวิตประจำวัน ทุกชิ้นงานไม่เพียงสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเชื่อมโยงแฟชั่นเข้ากับความยั่งยืนอย่างแท้จริง

แล้วพบกันเพื่อร่วมส่งต่อโอกาสครั้งใหม่กับ LaLaLove แบรนด์เสื้อผ้าที่ไม่อยากทิ้งใครไว้เบื้องหลังและให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : อังกฤษปูพรมแดงต้อนรับ ‘ทรัมป์’ ยิ่งใหญ่

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : อังกฤษปูพรมแดงต้อนรับ ‘ทรัมป์’ ยิ่งใหญ่

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : อังกฤษปูพรมแดงต้อนรับ ‘ทรัมป์’ ยิ่งใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประมวลภาพเหตุการณ์รัฐบาลอังกฤษจัดพิธีต้อนรับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ เมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลขหนึ่ง ที่เดินทางเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่สองในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างสมเกียรติในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะพิธีต้อนรับทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับแขกต่างประเทศเท่าที่เคยมีมา อีกทั้งสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงให้การต้อนรับด้วยพระองค์เอง สะท้อนว่าอังกฤษหวังใช้ Soft Power ของราชวงศ์อังกฤษ ที่ทรัมป์ชื่นชอบและโปรดปราน ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอังกฤษให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

แหวกฟ้าหาฝัน : Shopping in Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Shopping in Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Shopping in Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสต็อกโฮม เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียแล้ว คงไม่พอใจเพียงแค่การเที่ยวตลาด Hotorgshallen เพื่อสัมผัสประสบการณ์การซื้ออาหารสด และอาหารปรุงเสร็จ รวมทั้งรับประทานอาหารในตลาดเท่านั้น แต่คงอยากมีโอกาสเดินซุปเปอร์มาร์เกตเพื่อสำรวจราคาข้าวของรวมทั้งสัมผัสกับเศรษฐานะผ่านทางราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย ซุปเปอร์ที่สำคัญของเมืองนี้จะไม่ใช่ Chain ร้านค้าแบบประเทศอื่น แต่เป็นสหกรณ์ที่เรียกว่า Coop เฉกเช่นเดียวกันกับสวิตเซอร์แลนด์ก็อยู่ไม่ไกลจากตลาดนี้เช่นกัน นอกจากสัมผัสตลาดและซุปเปอร์แล้ว นักท่องเที่ยงสายช้อปร้อยทั้งร้อยคงอยากสัมผัสประสบการณ์ชอปปิ้งด้วย ไม่เพียงสต็อกโฮมจะสวยงาม สถานที่ช้อปปิ้งยังเต็มไปด้วยของสวยงามและราคาต่ำสุดในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียอีกต่างหาก ถนน Drottninggaten จึงเป็นอีกถนนที่พลาดไม่ได้

ถนนที่มีประวัติย้อนไปตั้งแต่ทศวรรษที่ 1630 นี้เป็นสัญลักษณ์ของการสร้างเมืองรูปแบบใหม่ ดั้งเดิมนั้น ถนนสายนี้ชื่อ Stora Konungsgatan หรือถนนของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Drottninggatan เพื่อเป็นเกียรติแด่พระนางเจ้าคริสติน่าผู้ปกครองเมืองระหว่างปี 1632-54 เพื่อเข้าคู่กันกับถนน Regeringsgatan หรือถนนของรัฐบาล ดั้งเดิมนั้นการตั้งชื่อถนนตามชื่อพระเจ้าแผ่นดินมิใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของชาวสแกน แต่ยืมวิธีการมาจากเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ ความสวยงามของถนนดึงดูดให้คหบดี และศิลปินหลายคนมาซื้อบ้านอยู่ อาทิ Andre Oscar Wallenberg นายธนาคารและคหบดีเจ้าของหนังสือพิมพ์มีบ้านอยู่จนถึงปี 1876 , August Strindberg นักเขียนบทละครก็มาซื้อบ้านอาศัยอยู่ในช่วง 4 ปีสุดท้ายของชีวิต ปัจจุบันบ้านของเขาเป็นที่ตั้งของ Strindberg Museum

ถนนแห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2010 เมื่อ Taimour Abdulwahab al-Abdaly ลูกครึ่งอิรักสวีเดนได้วางระเบิดพลีชีพที่ถูกเรียกว่า 2010 Stockholm Bombing ส่งผลให้ผู้วางระเบิดและประชาชนเสียชีวิตไปสองราย เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้ถือเป็นการระเบิดพลีชีพครั้งแรกในประวัติศาสตร์สวีเดนประเทศที่มีแต่ความสงบสุข ต่อมาในวันที่ 7 เมษายน 2017 Rakhmat Akilov ชาวอุซเบกีสถานได้ขับรถฝ่าฝูงชนเข้าไปชนคนเสียชีวิตบนถนน และห้าง Ahlens เหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบ 10 ปีส่งผลให้ประชาชนหวาดกลัวและทำให้ประเทศที่เคยสงบสุขที่สุดในโลกมีแนวคิดเกี่ยวกับผู้อพยพเปลี่ยนไปตลอดกาล

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนถนนสวยแคบ ๆ เส้นนี้ไม่เพียงจะได้สัมผัสกับร้านเสื้อผ้าใหญ่ Zara, H&M, ร้านขายของที่ระลึก และร้านขายผลิตภัณฑ์มุมมิมการ์ตูนอันโด่งดังของสวีเดนแล้ว ที่นี่ยังมี Hotorget Torghandel หรือตลาดนัดที่ชาวนานำดอกไม้ พืชผัก และผลผลิตทางการเกษตรพื้นบ้านมาขายตั้งแต่เช้า 0730 น ด้วยอันจะทำให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสหาซื้อสินค้าเกษตรพื้นเมืองที่หลากหลายในราคาถูก นอกจากนี้บนถนนสายนี้ยังมี Systembolaget ร้านขายไวน์ขนาดใหญ่ตรงปลายถนนอีกต่างหาก นักดื่มที่มาเยือนประเทศนี้อาจรู้สึกขัดใจยิ่ง ทั้งนี้เพราะไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เกิน 5% จะไม่มีขายในซุปเปอร์มาเก็ต แต่จะขายในร้านขายไวน์ที่เฉพาะเจาะจงและเปิดเป็นเวลาแค่จันทร์ถึงศุกร์ 10-20 น และเสาร์ขายถึง 15 น เท่านั้น วันอาทิตย์ปิดอีกต่างหากซึ่งถือว่าแปลกมากสำหรับวัฒนธรรมยุโรปที่การดื่มสุราไม่เป็นข้อห้ามทางศาสนา ยิ่งกว่านั้นไวน์ในประเทศนี้ยังราคาค่อนข้างสูงเทียบกับภาคพื้นยุโรป เมื่อรู้เช่นนี้แล้วนักท่องเที่ยวก็จะไม่ประหลาดใจที่เห็นคนพื้นเมืองที่เดินทางไปต่างประเทศจะถือไวน์มากมายติดไม้ติดมือจากร้าน Duty Free ในสนามบินก่อนเดินทางเข้าเมือง

หากนักท่องเที่ยวยังช้อปไม่หนำใจ เลยจากร้านไวน์ไปทางทิศตะวันออกอีกหน่อยจะมีห้างใหญ่ชื่อว่า NK Saluhall ห้างที่ไม่เพียงมีประวัติยาวนานย้อนไปถึงปี 1902 และเป็นห้างแห่งแรกที่มีบันไดเลื่อนของสวีเดน Josef Sachs เจ้าของห้างยังมีห้างขนาดใหญ่เช่นนี้ในรัสเซีย และอาร์เจนติน่าด้วย เขายังเป็นเจ้าของสินค้าใหม่ ๆ เด่น ๆ ของสวีเดนอีกหลายอย่าง อาทิ Lego, Barbie อีกต่างหาก ที่นี่จึงไม่เพียงเต็มไปด้วยสินค้ามากมาย ทั้งยังใหญ่โตและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของสต็อกโฮมด้วย