35 ปี สืบสว่างกลางใจป่า สืบเจตนารมณ์ สมศักดิ์ศรี ‘มรดกโลก’

35 ปี สืบสว่างกลางใจป่า สืบเจตนารมณ์ สมศักดิ์ศรี ‘มรดกโลก’

35 ปี สืบสว่างกลางใจป่า สืบเจตนารมณ์ สมศักดิ์ศรี ‘มรดกโลก’

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.48 น.

มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร  ร่วมกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี และ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ร่วมกันจัดงาน 35 ปี สืบนาคะเสถียร สืบสว่างกลางใจป่า เพื่อรำลึก 35 ปี ของการสละชีวิตเพื่อพิทักษ์ รักษาป่าของสืบ นาคะเสถียร และต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านงานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ กิจกรรมต่อเนื่องของมูลนิธิฯ และองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอุไทย เฮอริเทจ  เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568

ภายในงาน มีเสวนา  บรรยายพิเศษและกิจกรรมปลุกจิตสำนึกให้แก่เยาวชน โดย ทันตแพทย์กฤตพล  พรพิบูลย์ ในฐานะนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี พร้อมเป็นเจ้าบ้านให้คนรุ่นใหม่หันมาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัด  เจิมใจ พรพิบูลย์  เจ้าของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ พร้อมสนับสนุนเยาวชนที่มีฝีมือในการวาดภาพ สร้างผลงานจากแรงบันดาลใจจากป่า พร้อมสนับสนุนการเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติงาน ขณะ ดร.โดม ประทุมทอง จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช) พร้อมพัฒนาสื่อรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเผยแพร่แก่เยาวชนต่อไป

นอกจากนี้ จัดให้มีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อการขยายพันธุ์พญาแร้ง โดยวิทยากรจากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ให้ความรู้เรื่องความพยายามของโครงการขยายพันธุ์พญาแร้ง ซึ่งเป็นฝูงนกขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากป่าห้วยขาแข้ง เนื่องจากสารเคมีทีฉีดลงในซากสัตว์ถูกล่า อันเนื่องมาจากการล่าเสือโคร่ง ซึ่งองค์การสวนสัตว์ฯและมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ได้ร่วมมือกันเพาะพันธุ์นกชนิดนี้ ที่มีเพียง 7 ตัวในกรงเลี้ยง โดยตั้งเป้า อีกไม่เกิน10 ปี เขตป่าห้วยขาแข้ง เพิ่มวงจรชีวิตฝูงพญาแร้งขึ้นอีกครั้ง ช่วยให้ระบบนิเวศน์ในป่าห้วยขาแข้งครบสมบูรณ์

ทั้งนี้ ภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้บรรยายสรุปการบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่ง ใหญ่ ห้วยขาแข้ง จากอดีตถึงปัจจุบัน ว่ามีการเพิ่มของประชากรสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือโคร่งมากเป็นที่น่าพอใจ สมกับการได้รับยกย่องในการเป็นมรดกโลกผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง (ขึ้นทะเบียน ปี 2534)

สันต์ภพ รศาปภาพงศ์  ผช.หน.เขตฯ,เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หน.เขตฯ ,ดร.โดม ประทุมทอง,ดร.พรกมล จรบุรมย์  
ผอ.สมาคมคมอนุรักษ์สัตว์ป่า,ภานุเดช เกิดมะลิ ปธ.มูลนิธิสืบนาคะเสถียร,โน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณ นักแสดง ,เจิมใจ พรพิ
บูลย์ เจ้าของ สนพ.วิบูลย์กิจ ,ทพ.กฤตพล พรพิบูลย์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอุทัยธานี

สันต์ภพ รศาปภาพงศ์ ผช.หน.เขตฯ,เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต หน.เขตฯ ,ดร.โดม ประทุมทอง,ดร.พรกมล จรบุรมย์ ผอ.สมาคมคมอนุรักษ์สัตว์ป่า,ภานุเดช เกิดมะลิ ปธ.มูลนิธิสืบนาคะเสถียร,โน้ต วัชรบูล ลี้สุวรรณ นักแสดง ,เจิมใจ พรพิ บูลย์ เจ้าของ สนพ.วิบูลย์กิจ ,ทพ.กฤตพล พรพิบูลย์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอุทัยธานี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.14 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่ประชาชนผู้ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหล่มสัก ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ในการนี้มี ศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีรับมอบถุงยังชีพพระราชทาน พร้อมด้วย นายอำเภอหล่มสัก หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา และประชาชน เข้าร่วมพิธี ถวายถุงยังชีพพระราชทานแด่พระภิกษุ จำนวน 350 ถุง และมอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 7,000 ถุง ให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย เนื่องจากอิทธิพลของพายุ “หนองฟ้า” ส่งผลให้คืนวันที่ 30 สิงหาคม 2568      เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก จากลำห้วยสะดวงใหญ่ ตำบลท่าอิบุญ และมวลน้ำจำนวนมากจากตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า ไหลลงมาสบทบทำให้น้ำในแม่น้ำป่าสักไหลเอ่อล้นตลิ่งตลอดเส้นทาง เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ วัด ถนน และพื้นที่การเกษตร ในหลายตำบลของอำเภอหล่มสัก รวมทั้งสิ้น 19 ตำบล 137 หมู่บ้าน 11 ชุมชน 12,466 ครัวเรือน ผู้ประสบภัย 28,098 ราย

“มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง คือการร่วมกัน ระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และ จิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้ง การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ

ตลอดระยะเวลา 30 ปี มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เชิญถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.10 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้งตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอําเภอพิชัย ถนนไชยบำรุง ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์

โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี  วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิฯ นฤมล ล้อมทอง รองเหรัญญิกมูลนิธิฯ เอสนะ ชินชำนาญ ผู้อำนวยการกองงานในพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมด้วย พชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายอำเภอพิชัย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมในพิธีเชิญถุงยังชีพพระราชทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 75 รูป และมอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอพิชัย อำเภอทองแสนขัน และอำเภอตรอน จำนวน 1,900 ถุง

ทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุโซนร้อน “หนองฟ้า” เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม – ถึงวันที่ 1 กันยายน 2568 ส่งผลให้มีฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำปาไหลหลาก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ในพื้นที่อำเภอพิชัย อำเภอทองแสนขัน และอำเภอตรอน รวม 3 อำเภอ 20 ตำบล 1,522 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,197 ครัวเรือน

 “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง คือการร่วมกัน ระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และ จิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้ง การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ

ตลอดระยะเวลา 30 ปี มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

ภรณี ลีนุตพงษ์ ฉลองวันเกิดให้ รศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร

ภรณี ลีนุตพงษ์ ฉลองวันเกิดให้ รศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร

ภรณี ลีนุตพงษ์ ฉลองวันเกิดให้ รศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.44 น.

ภรณี ลีนุตพงษ์ ฉลองวันเกิดให้ รศ.นพ.ภาวิทย์ เพียรวิจิตร และฉลองตำแหน่ง อินทิรา ฉิวรัมย์ ที่จะได้รับตำแหน่ง (มีผลเดือนตุลาคม)  อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง โดยมี เรืองสิทธิ์ ตันกาญจนานุรักษ์ ประวิทย์ เขมะสุนันท์  ศรายุธ แสงจันทร์ กุลนันท์ ศรีนาท และอนุสร ตันเจริญ มาร่วมด้วยที่ร้าน80/20 เอ็ทตี้ ทะเวนตี้ ในคืน Once Upon a time in London โดยเชฟ ระดับมิชลิน1ดาวของไทย คุณ Thav Phouthavong และ เชฟจากร้าน Arcane Hong Kongชื่อMr.Shane Osborn เมื่อวานนี้

-(016)

สัมผัสเสน่ห์อาหารเหนือ “ข้าวซอย PAfé”

สัมผัสเสน่ห์อาหารเหนือ “ข้าวซอย PAfé

สัมผัสเสน่ห์อาหารเหนือ “ข้าวซอย PAfé”

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.25 น.

PAfé โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ขอเชิญคนรักอาหารเหนือและนักชิม มาสัมผัสกับรสชาติแบบล้านนาแท้ๆ กับ “ข้าวซอย PAfé”

ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม หอมเครื่องแกงผสานความละมุนของกะทิ มีทั้ง ข้าวซอยเนื้อ ข้าวซอยไก่ เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงอย่างพิถีพิถัน ไข่ต้มยางมะตูม หมูยอ แคปหมู และน้ำพริกหนุ่ม เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความอร่อยแบบต้นตำรับ

“ความสุขอยู่ในชามข้าวซอย PAfé” ทุกการสนับสนุนหมายถึงการได้ร่วมแบ่งปัน เพราะรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

PAfé สุุขที่ได้แบ่งปัน … เพราะทุกการสนับสนุนหมายถึงการได้ร่วมแบ่งปัน

มาลิ้มรสความอร่อยแบบล้านนาแท้ ๆ ได้ที่ PAfé กรุณาสั่งจองล่วงหน้า (อย่างน้อย 2-3 วันทำการ) ทาง LINE @friendsofpashop หรือโทรศัพท์ 09-7971-0576

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จุดประกายความยั่งยืน ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จุดประกายความยั่งยืน ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จุดประกายความยั่งยืน ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.51 น.

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  ชวนผู้มีใจรักศิลปะ เข้าร่วมกิจกรรมเสวนาพิเศษบนเวที “Talk Stage” ที่เชื่อมโยงศิลปะ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ในการใช้ศิลปะขับเคลื่อนโลก โซน Better World ภายในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)  ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

เริ่มต้นด้วย “Talk Stage: The Next Disaster: Surviving with Human – AI Adaptation” ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 เวลา 13.00 – 14.00 น. พบกับ สกลกรย์ สระกวี ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ กรรมการบริษัท  บิทคับ ออนไลน์ พร้อมด้วย  ดุจดาว วัฒนปกรณ์ ศิลปิน BAB นักจิตบำบัด ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ก่อตั้ง Empathy Sauce และ SOULSMIT ร่วมถ่ายทอดประเด็นความท้าทายจากภัยพิบัติครั้งใหม่ และการปรับตัวของมนุษย์ควบคู่กับเทคโนโลยี AI

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิกร คงคา ศิลปินผู้ทรงอิทธิพล

วสันต์ สิทธิเขตต์

นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง

ต่อเนื่องด้วย “Talk Stage: Art For Earth” ในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 เวลา 15.00 – 16.00 น. พบกับ วสันต์ สิทธิเขตต์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิกร คงคา ศิลปินผู้ทรงอิทธิพล ร่วมด้วย นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และ ชาติชาย เกษนัส ศิลปินร่วมสมัย ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่าด้วยการสร้างสรรค์งานศิลป์ซึ่งผสานความงามเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ “SX ART MARKET” ตลาดศิลปะสร้างสรรค์ที่รวบรวมผลงานจากศิลปินหลากหลายแขนง อาทิ ผลงานของ วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปินร่วมสมัยที่นำเสนอสินค้าที่ผสานความงามเข้ากับแนวคิดด้านความยั่งยืน รวมถึงผลงานจากศิลปินอีกหลายท่านที่มาร่วมถ่ายทอดมุมมองผ่านสินค้าหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย ไปจนถึงงานออกแบบร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ที่สะท้อนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการตระหนักถึงอนาคตอันยั่งยืนของโลก

และความพิเศษครั้งนี้ Bangkok Art Biennale Foundation ยังได้ร่วมกับ โครงการเชียงรายอาร์ตฟอร์เอิร์ธ จัดจำหน่ายผลงานศิลปะในรูปแบบ สาธารณกุศล เพื่อนำรายได้มอบให้แก่องค์กรสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมูลนิธิมดชนะภัย อีกด้วย

งานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน Sustainability Expo 2025 หรือ SX2025  ต้นแบบงานมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทั้งอาเซียนและทั่วโลกต้องจับตา กับการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะชวนคุณมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปในทศวรรษแห่งการลงมือทำ ด้วยการปรับตัวอย่างชาญฉลาด ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

ทั้งนี้ งาน Sustainability Expo ริเริ่มขึ้นในปี 2020  ภายใต้ความร่วมมือของ 5 องค์กรธุรกิจ ซึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นแม่งาน ผนึกกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสู่มหกรรมด้านความยั่งยืนระดับภูมิภาค ร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ 6 โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) ที่ทุกภาคส่วนจะมาร่วมมือกันบูรณาการ เพื่อสร้างแนวทางในการปรับใช้ได้จริงให้ครอบคลุมทุกระดับของการดำรงชีวิตได้อย่างความสมดุลเป็นรูปธรรม

งานเดียวที่จะได้อัพเดทเทรนด์ด้านความยั่งยืนทุกมิติ เพื่อก้าวตามให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พบกับ 10 โซนหลัก ครบทั้ง SEP INSPIRATION กับ Immersive Experience จาก Nat Geo, BETTER ME สุขภาพ-การเงินอนาคต, BETTER LIVING อยู่อาศัยรับมือภัยพิบัติพร้อม 4D Theatre, BETTER COMMUNITY พลังจิตอาสา, BETTER WORLD ศิลปะสร้างสมดุล, SX FOOD FESTIVAL อาหารรักษ์โลกจากเชฟดังและร้านในตำนาน, SX KIDS ZONE กิจกรรมเล่น-ทดลอง-เรียนรู้, SX MARKETPLACE กว่า 217 ร้านค้า, SX REPARTMENTSTORE แบ่งปันของใช้ดี ๆ และ B2B FORUM เวทีธุรกิจสู่ความยั่งยืน

มาร่วมค้นหาคำตอบและปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปด้วยกัน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก ตั้งแต่วันที่  26 กันยายน-5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)  สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรม SX  2025 ได้ทาง FB : Sustainability Expo, http://www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เมืองที่เดินเล่นก็เย็นใจ

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เมืองที่เดินเล่นก็เย็นใจ

ตะลอนเที่ยว : ปีนัง เมืองที่เดินเล่นก็เย็นใจ

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.39 น.

ไปปีนังอีกแล้ว ไปทำไมบ่อย ๆ เพิ่งไปมามิใช่หรือ คำถามนี้ถูกถามอีกแล้ว หลังจากที่เพื่อนฝูงทราบว่าเพิ่งกลับจากเที่ยวปีนัง


ตอบแบบง่าย ๆ สั้น ๆ คือไปปีนังได้สะดวก สบาย แม้บางครั้งค่าเครื่องบินจะแพงเอาการก็ตาม แต่ก็ยังนับว่าพอหาเงินไปเที่ยวได้ เพราะหลายคนบ่นว่าเที่ยวภูเก็ตแพงกว่าปีนัง แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับภูเก็ตด้วยว่า ที่ว่าภูเก็ตแพงนั้น เธอไปนอนที่ไหน เธอไปกินอะไร ที่ไหน แล้วเธอบินสายการบินอะไร 


แต่คำตอบหนึ่งที่ตรงกันคือกินนอนที่ภูเก็ตยังพอหาที่ราคามิตรภาพได้ แต่สำหรับราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ ภูเก็ตแล้ว บอกได้ตรงกันว่าแพงจริง ๆ ไม่ว่าจะบินวันไหน เวลาใด ก็ต้องจ่ายค่าตั๋วแพงจริง ๆ แพงจนหลายคนบ่นว่าบินไปสิงคโปร์ถูกกว่า


ไปปีนังครั้งนี้ก็เหมือนครั้งก่อน ๆ คือไปหาของกินอร่อย ๆ ไปเดินเที่ยว ไปเปลี่ยนที่นอน แล้วก็ไปชิล ชิล เพื่อเปลี่ยนที่กินที่นอน แต่ฟังแล้วเหมือนปัญญาอ่อนนะ เพราะอันที่จริงอยู่ไทยก็เปลี่ยนที่กินที่นอนได้ แต่ก็ต้องบอกว่ามันไม่เหมือนกัน เพราะอาหารในไทยกับที่ปีนังไม่เหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาหารไทยอร่อยไม่แพ้ใคร แต่เหตุที่ต้องไปกินอาหารที่ปีนังในบางวันก็เพราะอยากเปลี่ยนรสชาติ และบรรยากาศ


การไปเที่ยวครั้งนี้ก็เน้นเหมือนเดิมคือกินแล้วเดินเที่ยว เที่ยวแล้วหาที่กิน เพราะกินได้ทั้งร้านหรูราคาแพง และกินได้ทั้งร้านอร่อยริมถนน ส่วนอากาศที่ปีนังไม่ต่างจากบ้านเราคือร้อน และร้อน ไม่ต่างกัน


แต่ปัญหาที่น่าเบื่ออย่างหนึ่งคือ เรื่องเครื่องบินไปปีนัง เพราะเวลาเช็คอินจากไทยไปปีนังไม่ค่อยมีปัญหา แต่เวลาจะบินกลับไทย มันมีปัญหาพอประมาณ เพราะต่อให้เช็คอินจากไทยไปแล้ว ก็ต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่ปีนังเวลาที่เราจะบินกลับ ปัญหานี้แก้ไม่ได้จริง ๆ ทำให้เกิดอารมณ์เสียเวลาเที่ยวเสร็จแล้วต้องบินกลับไป (ปัญหานี้เกิดกับแอร์เอเชีย และสายการบิน low cost ที่บินระหว่างบ้านเรากับปีนัง) นับว่าทำให้เราปวดหัว อารมณ์เสียพอประมาณ 


แต่หากมองข้ามปัญหาข้างต้นได้ ก็ต้องบอกว่าปีนังก็ยังน่าเที่ยว เพราะบินจากกรุงเทพฯ ไปเพียงแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว เดินทางในปีนังก็สะดวกพอประมาณ แม้รถยนต์จะติดขัดไม่แพ้กรุงเทพฯ แต่รับรองว่าอากาศดีกว่ากรุงเทพฯ แน่นอน


ไม่มีอะไรเล่าเรื่องที่เที่ยวปีนังอีกแล้วในวันนี้ เพราะเล่าให้ฟังไปหมดแล้วเมื่อไม่นานมานี้ แต่วันนี้จึงขอนำภาพสวย ๆ จากปีนังมาฝากก็แล้วกัน แล้วก็จะบอกว่าหากสนใจไปเที่ยวด้วยกัน ไปแบบกลุ่มเล็ก ๆ ไปแบบคนไม่เรื่องมาก เน้นกินอร่อย นอนดี เที่ยวแบบชิล ชิล ก็ขอให้บอก Mr. Flower นะครับ ติดต่อที่หมายเลข 091 7233615 ได้ครับ ไปเที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ กับคนคอเดียวกัน รับรองสนุกและเบิกบานใจ 


อ้อ! เกือบลืมเล่าว่าภาพโรงเรียนคอนแวนต์ปีนังบนถนนไลท์แห่งนี้ คือโรงเรียนเก่าแก่ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยส่งลูกสาวไปเรียนที่นี่ และยังเป็นโรงเรียนเก่าของนางงามจักรวาลคนไทยคนแรกด้วย นั่นคือคุณอาภัสรา หงส์สกุล ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่เมื่อเข้าไปชมภายในโรงเรียนแล้วบอกได้คำเดียวว่าดูเข้มขลังมาก อาคารเก่ายังสวยงามมีมนต์เสน่ห์น่าหลงใหล 

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มีไขมันเลวในเลือดสูง อันตรายถึงตายได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มีไขมันเลวในเลือดสูง อันตรายถึงตายได้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : มีไขมันเลวในเลือดสูง อันตรายถึงตายได้

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.34 น.

สัปดาห์นี้ชวนคุยเรื่องภาวะคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่พบบ่อย หลายคนอาจเคยตรวจสุขภาพแล้วพบว่าคอเลสเตอรอลสูง แต่ภาวะนี้อาจไม่มีอาการชัดเจน 
คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือชนิดเลว ที่หลายท่านคุ้นกับตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษคือ LDL มีผลต่อหลอดเลือดโดยตรง หากสะสมมากเกินไป แล้วปล่อยไว้นานโดยไม่ดูแล จะทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบตัน หรือหัวใจขาดเลือด
ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมักไม่มีอาการ แต่ตรวจพบได้จากการตรวจเลือด เมื่อเราไปตรวจสุขภาพประจำปี หรือไปพบแพทย์ด้วยโรคอื่น
ร่างกายของเราได้รับคอเลสเตอรอลมาจากสองทางหลัก คือจากอาหารที่รับประทาน และจากการที่ร่างกายสร้างขึ้นมา ฉะนั้นการลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย เราสามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรม ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก แต่เมื่อการปรับพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถควบคุมระดับไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยได้ แพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อช่วยลดคอเลสเตอรอล
นอกจากนี้ ในผู้ป่วยที่มีประวัติหรือความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เช่น เคยมีโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองมีภาวะหลอดเลือดแข็ง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย หรือในผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอื่น ร่วมกับไขมันในเลือดสูง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคอ้วน ผู้ป่วยกลุ่มนี้แพทย์จะพิจารณาให้ยาลดคอเลสเตอรอลเช่นกัน
ยาลดคอเลสเตอรอลในเลือดที่ใช้มาก เช่น ยากลุ่มสแตติน (statins) ข่วยออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอล มียาหลายชนิดในกลุ่มนี้ เช่น ซิมวาสแตติน (Simvastatin) อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin) โรซูวาสแตติน (Rosuvastatin) พิทาวาสแตติน (Pitavastatin) เป็นต้น และยาอีกชนิดหนึ่งที่ใช้บ่อยและอาจใช้ร่วมกับยากลุ่มสแตติน ได้แก่ อีเซทิไมบ์ (Ezetimibe) ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย
ขอย้ำว่า ภาวะคอเลสเตอรอลสูงเป็นภัยเงียบ ทำให้เราเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง และอาจถึงชีวิตได้ ดังนั้น เราควรควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้ดี ในบางรายจึงจำเป็นต้องรับประทานยา แต่บางคนก็กลัวการรับประทานยา เนื่องจากคิดเอาเอง หรือได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากโซเชียลมีเดียว่ายาลดไขมันจะทำให้ไตเสื่อมหรือไตวาย ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะถ้าเราใช้ยาถูกวิธี ใช้ขนาดยาถูกต้อง ติดตามการใช้ยาอย่างดีโดยแพทย์และเภสัชกร ก็ไม่ทำให้เกิดอันตรายอย่างแน่นอน
การใช้ยากลุ่มสแตตินในบางรายนั้นอาจมีอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ แต่ก็เป็นภาวะที่พบได้น้อย ดังนั้นถ้าท่านรับประทานยาอยู่ โดยเฉพาะท่านที่เพิ่งเริ่มรับประทานยากลุ่มนี้ แล้วมีอาการอาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้อขา ขอให้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนยาให้เหมาะสม หรือหาสาเหตุ เนื่องจากบางครั้งเกิดจากการที่ผู้ป่วยรับประทานยาอื่นแล้วไปตีกับยาลดไขมันในกลุ่มสแตติน
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ยาลดคอเลสเตอรอล แต่ไม่ยอมรับประทานยา แล้วยังละเลยปล่อยให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง หรือในกรณีของผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจหรือสมองขาดเลือด แต่หยุดใช้ยาลดคอเลสเตอรอลโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โรคอาจกลับเป็นซ้ำ ทำให้พิการ ป่วยติดเตียง หรือเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม การใช้ยาช่วยได้ก็จริง แต่อันที่จริงนั้นต้องปรับพฤติกรรมของเราเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้ได้ผลดีที่สุด การดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นปัจจัยสำคัญของการควบคุมไขมันในเลือด อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงได้แก่ ไขมันอิ่มตัว ซึ่งพบในเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ เนย น้ำมันหมู แต่ผักผลไม้สด มีไฟเบอร์ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ด ลูกเดือย ช่วยลดคอเลสเตอรอล ส่วนการใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร และเน้นว่าต้องตรวจเลือดเป็นระยะ ๆ เพื่อดูผลข้างเคียง และดูประสิทธิภาพของยาอย่างสม่ำเสมอ
 

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ 
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรบินฮู้ด ร่วมพลังยกระดับ “ข้าวแกงไทย” เฟ้นหา “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล 2025”

โรบินฮู้ด ร่วมพลังยกระดับ “ข้าวแกงไทย” เฟ้นหา “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล 2025”

โรบินฮู้ด ร่วมพลังยกระดับ “ข้าวแกงไทย” เฟ้นหา “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล 2025”

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.15 น.

โรบินฮู้ด (Robinhood) แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารและส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารไทย ประกาศเข้าร่วมเป็นพันธมิตรหลักในโครงการประกวดอาหาร “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล – Thai Curry Rice Championship 2025” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมภัตตาคารไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรชั้นนำจากหลายภาคส่วน

แววรัตน์ ชำนาญภักดี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาหารและความยั่งยืนของโรบินฮู้ด ได้แบ่งปันมุมมองและวิสัยทัศน์ในการผลักดัน “ข้าวแกง” ซึ่งเป็นเมนูคู่ครัวและเป็นหัวใจของร้านอาหารจำนวนมาก ให้กลายเป็น Gastronomy Destination ที่แข็งแกร่งของประเทศไทย โรบินฮู้ด ในฐานะพันธมิตรหลัก จะใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์มในการประชาสัมพันธ์โครงการฯ รวมถึงสนับสนุนผู้เข้าแข่งขันและผู้ชนะเลิศ เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้น “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม” ของกลุ่มยิบอินซอย พร้อมให้การสนับสนุนโครงการ ”แชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล“ ไม่เพียงแนะนำเมนู แต่จะสื่อสารส่งเสริมการจับคู่อาหาร (Food Paring) ของเมนูที่หลากหลายให้ได้รสชาติและสัมผัสที่ลงตัว พร้อมทั้งนำเสนอการจัดจาน (Eating & Plating Design) เพื่อยกระดับให้สำรับข้าวแกงไทยเข้าถึงง่าย ไม่จำเจ เปิดมุมมองเสน่ห์วิถีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ โรบินฮู้ดจะเป็นมากกว่าการสั่งอาหาร เราพร้อมเป็นเพื่อนรู้ใจให้คุณในทุกมื้อ

แววรัตน์ ชำนาญภักดี กล่าวต่อว่า “โรบินฮู้ดรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการประวัติศาสตร์นี้ ข้าวแกงไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่เป็นวิถีชีวิตและเป็นเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ ในฐานะแพลตฟอร์มของคนไทย เรามุ่งมั่นที่จะสร้าง Ecosystem ที่ยั่งยืนให้กับร้านอาหาร และการสนับสนุนการประกวดครั้งนี้ คือการช่วยยกระดับมาตรฐาน พร้อมทั้งสร้างเรื่องราวและแรงบันดาลใจให้ข้าวแกงไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากลมากขึ้น”

โครงการ “สุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล” มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสุดยอดฝีมือแชมป์ข้าวแกงจากทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาลิ้มลองรสชาติข้าวแกงไทยต้นตำรับสักครั้งในชีวิต โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นในวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 ที่ห้าง Phenix ประตูน้ำ

กติกากำหนดเมนูชิงชัย 5 รายการ ได้แก่ แกงเขียวหวานไก่ ต้มข่าไก่ พะแนงเนื้อ ไข่พะโล้ และน้ำพริกกะปิ โดยเปิดรับสมัครและประชาสัมพันธ์ในช่องทาง Facebook : สมาคมภัตตาคารไทย และ Facebook : Khao Gaeng – Thai Curry Rice Championship 2025

ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทย
รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 30,000 บาท
รองชนะเลิศอันดับ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 4 เงินรางวัล 10,000 บาท

ซึ่งรองชนะเลิศอันดับ 1-4 ยังจะได้รับโล่เกียรติยศ Professional ข้าวแกงไทย และประกาศนียบัตร Professional ข้าวแกงไทยด้วยเช่นกัน

จากวัยรุ่น ‘สายกรีน’ สู่เยาวชนต้นแบบขับเคลื่อนโลกยั่งยืน

จากวัยรุ่น ‘สายกรีน’ สู่เยาวชนต้นแบบขับเคลื่อนโลกยั่งยืน

จากวัยรุ่น ‘สายกรีน’ สู่เยาวชนต้นแบบขับเคลื่อนโลกยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

2 ผู้นำเยาวชนจาก “ค่ายเพาเวอร์กรีน” คว้า “เยาวชนดีเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ผลผลิตแห่งความภาคภูมิใจของ “บ้านปู” ร่วมขับเคลื่อนศักยภาพเด็กไทย ดูแลสิ่งแวดล้อม

พลังของเยาวชนคนรุ่นใหม่คือ “ความหวังของโลกใบนี้” ท่ามกลางความผันผวนของโลก ที่ทำให้เกิดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น การสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมนำเสนอไอเดียและมุมมองเพื่อปกป้องโลก นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพื่อให้เด็กๆ หวาดกลัวอนาคตที่ไม่แน่นอน หากเป็นการสร้างความตระหนักรู้และแสดงให้เห็นว่า เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในฐานะขุมพลังที่เป็นความหวัง ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมและโลกที่ยั่งยืน

ปัจจุบัน ค่ายเพาเวอร์กรีนได้พัฒนาเยาวชนไทยไปแล้วกว่า 1,200 คน และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จนี้ถูกตอกย้ำผ่าน ศิษย์เก่าเยาวชนค่ายเพาเวอร์กรีนที่สามารถคว้ารางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระดับจังหวัด คนแรก คือ น้องหนูแหวน – พณณกร ออมสิน ศิษย์เก่าเยาวชนค่ายเพาเวอร์กรีน รุ่น 19 จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี ที่เพิ่งเข้ารับรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรี ประจำวันปี 2568

หนูแหวนเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเชื่อว่า “หนูโตมากับต้นไม้ เขาเป็นเพื่อนเรา ถ้าไม่มีต้นไม้ก็ไม่มีเรา อยากจะอยู่ดูแลเขาไปเรื่อยๆ” แพสชันนี้ผลักดันให้หนูแหวนเข้าร่วมค่ายเพาเวอร์กรีน รุ่นที่ 19 ในปี 2567 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Urban Rewilding: ป่า – เมือง – ชีวิต” เพราะเชื่อว่าเยาวชนควรกลับมาใกล้ชิดป่า เข้าใจระบบนิเวศ และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับเมืองให้มากขึ้น ซึ่งเป็นหัวข้อที่ตรงกับความสนใจและแพสชันของหนูแหวน

“การเข้าร่วมค่ายเพาเวอร์กรีนคือจุดเปลี่ยนชีวิต หนูได้เปิดโลกและมองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในมิติที่กว้างและลึกกว่าที่เคย ในปีนั้น โครงงานแอปพลิเคชัน tintin assistance ที่ทีมของหนูคิดค้นและนำเสนอในค่ายฯ คว้ารางวัลชนะเลิศ ซึ่งมันไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันจัดการพื้นที่สีเขียวในเมือง แต่เป็นตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ที่พิสูจน์ว่าเยาวชนสามารถลงมือเปลี่ยนเมืองและสิ่งแวดล้อมได้จริง และการได้กลับมาเป็นพี่เลี้ยงเพาเวอร์กรีน รุ่นที่ 20 นอกจากการกลับมาส่งต่อแรงบันดาลใจให้น้องๆแล้ว ยังเป็นโอกาสให้หนูได้มาเรียนรู้เรื่องการลดคาร์บอนซึ่งเป็นธีมหลักของค่ายปีที่ 20 หนูยังได้เอาความรู้นั้นไปต่อยอดเป็นโครงงานวิจัยของตนเอง ในการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของพืชฟอกอากาศแต่ละชนิด ทำให้เกิดเป็นความรู้ใหม่ต่อยอดจากสิ่งเดิมที่มีอยู่”

นอกจากน้องหนูแหวนแล้ว ยังมีเยาวชนจากค่ายฯ อีกคนที่ได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ และเกียรติบัตรรางวัลเด็กและเยาวชนดีเด่น ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ และชมรมเยาวชนดีเด่นจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2567 คือ น้องตี๋ – สิริราช ยานะ ศิษย์เก่าเยาวชนค่ายเพาเวอร์กรีน รุ่น 17 ปัจจุบันศึกษาอยู่ระดับชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

“ผมเป็นคนเชียงใหม่ที่ต้องเผชิญกับปัญหา PM 2.5 ทุกปี ทำให้ผมอยากลุกขึ้นมาปกป้องสุขภาพคนในครอบครัว และหาวิธีแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้เชียงใหม่กลับมามีอากาศที่สะอาดและหายใจได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง”

ตี๋มาเข้าร่วมค่ายเพาเวอร์กรีน รุ่นที่ 17 ในปี 2565 ซึ่งเป็นธีม “Climate Change: We Must Change” ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำความรู้ไปแก้ไขปัญหาที่เขาและชุมชนกำลังเผชิญ ค่ายเพาเวอร์กรีนได้เปิดโลกให้ตี๋เข้าใจลึกซึ้งและจริงจังกับประเด็นนี้มากขึ้น หลังจบค่าย เขายังคงขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเข้าร่วมกิจกรรมค่ายและโครงการต่างๆ ในเชียงใหม่ ลงมือจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม เป็นแกนนำเยาวชนผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านหลายบทบาท ทั้งในฐานะสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชน YRC Green Generation และเพจ GreenerThailand สิ่งที่ตี๋ทำเริ่มสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง จนได้รับการยอมรับ และสามารถคว้ารางวัลเยาวชนดีเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในที่สุด

นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บมจ.บ้านปู กล่าวว่า ค่ายเพาเวอร์กรีน เป็นค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่ยาวนานที่สุดของไทย เราเน้นการพัฒนาเนื้อหาให้ทันต่อสถานการณ์และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา ความสำเร็จของเราไม่ใช่แค่การได้รับความสนใจจากน้องๆ ที่สมัครเข้ามาอย่างมากมายในแต่ละปี แต่คือการได้เห็นเยาวชนเหล่านี้นำสิ่งที่ได้เรียนในค่ายไปต่อยอด ไปประยุกต์ใช้กับชุมชนของตนเอง ทั้งในบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงชุมชน และผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้คนรอบตัว ต้องขอแสดงความยินดีกับหนูแหวนและตี๋ และเชื่อว่าน้องๆ เครือข่ายเยาวชนเพาเวอร์กรีนทุกคนก็ได้นำความรู้จากค่ายไปต่อยอดในแบบของแต่ละคนเช่นกัน

ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมและรายละเอียดโครงการ “ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน” (Power Green Camp) เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/powergreencamp