JobThai – THiNKNET มอบรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ และตู้ชีวนิรภัย แก่ รพ.กำแพงเพชร ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพชุมชนห่างไกล

JobThai – THiNKNET มอบรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ และตู้ชีวนิรภัย แก่ รพ.กำแพงเพชร ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพชุมชนห่างไกล

JobThai – THiNKNET มอบรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ และตู้ชีวนิรภัย แก่ รพ.กำแพงเพชร ยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพชุมชนห่างไกล

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.02 น.

เพราะสุขภาพที่ดีคือรากฐานของชีวิตที่มีคุณภาพ จ๊อบไทยแพลตฟอร์มหางานและหาบุคลากรออนไลน์ชั้นนำของไทย ร่วมกับ บริษัท ทิงค์เน็ต จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ด้วยการมอบ “รถบริการตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเคลื่อนที่” และ “ตู้เก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแบบเคลื่อนที่ จำนวน 2 ตู้” ให้แก่โรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลและยากต่อการเข้าถึง

พิธีส่งมอบจัดขึ้น ณ วัดป่าดอยลับงา จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีพระครูอรรถกิจนันทคุณ (นพดล นันทโน) เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา และแพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร ร่วมรับมอบอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทยเป็นผู้แทนส่งมอบ

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินโครงการนี้ว่า “สุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่ยังมีผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในชุมชนห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพหรือบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง เราจึงมุ่งมั่นสนับสนุนโครงการ CSR นี้ เพื่อส่งต่อโอกาสและเพิ่มความเท่าเทียมในการดูแลสุขภาพแก่ทุกคนในสังคม”

“รถบริการตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเคลื่อนที่” ได้รับการออกแบบอย่างครบครัน ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์มาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล อาทิ เครื่องวัดความดันโลหิต วัดอัตราการเต้นหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดและสามารถเจาะเลือดเพื่อเก็บส่งวิเคราะห์เลือดเพื่อใช้ในการประเมินสุขภาพและวางแผนการรักษาในอนาคต หรือเพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน

นอกจากนี้ “ตู้เก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแบบเคลื่อนที่” จำนวน 2 ตู้ ยังได้รับการออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง มีเป็นระบบความดันบวก และมีระบบกรองอากาศผ่าน HEPA Filter เพื่อให้ในตู้เก็บตัวอย่างปราศจากเชื้อโรคและสารปนเปื้อน ซึ่งมีมาตรฐานเดียวกันกับในห้องผ่าตัด รวมทั้งมีการติดตั้งระบบปรับอากาศเพื่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน และติดตั้งระบบเก็บตัวอย่างในอุณหภูมิที่เหมาะสม สามารถเก็บตัวอย่างได้เป็นระยะเวลานาน ทั้งยังมีระบบฆ่าเชื้อโรคภายในห้องโดย UV-C และภายนอกด้วยการฉีดพ่นน้ำยาเชื้อโรคด้วย อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ภาคสนามและสถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้าน แพทย์หญิงอังคณา อุปพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร กล่าวว่า “การได้รับอุปกรณ์สำคัญเหล่านี้ จะช่วยเสริมศักยภาพในการให้บริการด้านสุขภาพชุมชนของโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอุปกรณ์จะช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการและทำให้การดูแลสุขภาพมีความครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ รถตรวจสุขภาพและตู้ชีวนิรภัยเคลื่อนที่ ผลิตและพัฒนาโดยบริษัท พัลซ ไซเอนซ์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล ครอบคลุมทั้งเครื่องมือแพทย์ ห้องปฏิบัติการ และการออกแบบก่อสร้างห้องคลีนรูมสำหรับห้องผ่าตัด ห้องปฏิบัติการด้านการเจริญพันธุ์ ห้องตรวจหาเชื้อแรงดันลบ (COVID) อ้างอิงตามเกณฑ์มาตรฐาน CDC และ WHO เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริษัท พัลซ ไซเอนซ์ จำกัด ติดต่อคุณธัชพนธ์ โชคสุชาติ 0924348228

จ๊อบไทย และ ทิงค์เน็ต ยังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ ด้วยการสนับสนุนและส่งมอบเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยเสริมศักยภาพการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงในอนาคตต่อไป

ปลดล็อกศักยภาพการศึกษาไทย จักอบรม “Mind Mapping” ยกระดับผู้บริหารและคณาจารย์สู่ยุคการเรียนรู้แห่งอนาคต

ปลดล็อกศักยภาพการศึกษาไทย จักอบรม “Mind Mapping”  ยกระดับผู้บริหารและคณาจารย์สู่ยุคการเรียนรู้แห่งอนาคต

ปลดล็อกศักยภาพการศึกษาไทย จักอบรม “Mind Mapping” ยกระดับผู้บริหารและคณาจารย์สู่ยุคการเรียนรู้แห่งอนาคต

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.47 น.

ชมรม สวปอ.มส.9 สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ ร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี และบริษัท ไอเดียล อินโนเวชั่น จำกัด จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนด้วยแผนภูมิความคิด (Mind Mapping)” เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

กิจกรรมจัดขึ้น ณ โรงเรียนวัดกระจับพินิจ โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน ประธานคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 9  (สวปอ.มส.9) จิรเสกข์ วัฒนมงคล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี  ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี พลเรือตรี หญิง ดร.วิมลกานต์ แช่มช้อย กรรมการรุ่น สวปอ.มส 9 ดร.ดวงสมร บุญผดุง สมาชิก สวปอ.มส.9  พลตำรวจเอกปรุง บุญผดุง เสกสรรข์ รังสิยีรานนท์ กรรมการรุ่น สวปอ.มส 9 สมนึก งามนิธิพร ที่ปรึกษารุ่น สวปอ.มส.9 ปิติกานต์ พ่วงรอด เลขาธิการรุ่น สวปอ.มส.9 ดร.วิชิต สุรพนานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอเดียล อินโนเวชั่น จำกัด สมาชิก สวปอ.มส.9  และวิทยากร พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและคณาจารย์จากเขตธนบุรีเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้และความสามารถของบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริมการใช้ Mind Mapping เป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์ และจัดระบบความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย

เสียงจากผู้นำ…แรงบันดาลใจจากใจผู้ขับเคลื่อน โดย ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน ประธานคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงขั้นสูง รุ่นที่ 9 (สวปอ.มส.9) กล่าวว่า “การอบรมในวันนี้คือการลงทุนที่ทรงคุณค่าในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความเจริญของประเทศ เราเชื่อมั่นว่า Mind Mapping จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

จิรเสกข์ วัฒนมงคล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มที่  กิจกรรมในวันนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การยกระดับความรู้ ความสามารถของผู้บริหารและคณาจารย์ เพื่อปรับวิธีการเรียนการสอนให้ทันสมัย ตอบโจทย์ยุคสังคมแห่งการเรียนรู้ และทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการนำ Mind Mapping มาใช้เป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์ และจัดระบบความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในพิธีเปิดว่า “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม CSR ที่มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาจิตใจ (Mind) ของคุณครู เพื่อให้สามารถขยายผลไปยังเด็กและเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณครูคือ “ตัวคูณ” ที่จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้รวดเร็วและกว้างขวาง เราต้องการปลูกฝังให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบ มีจิตใจที่ดีงาม และเมื่อเด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ก็จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเมืองของเราให้ดีขึ้นในอนาคต ผมหวังว่าการอบรมครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านในการร่วมกันพัฒนาการศึกษาของไทยให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ที่จะนำพาการศึกษาของไทยไปสู่อนาคตที่สดใสและยั่งยืน

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ เปิดเวที ‘Young Designer 2025’ เฟ้นหาสุดยอดดีไซเนอร์รุ่นใหม่

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’  เปิดเวที ‘Young Designer 2025’ เฟ้นหาสุดยอดดีไซเนอร์รุ่นใหม่

กระทรวงมหาดไทย สานต่อแนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ เปิดเวที ‘Young Designer 2025’ เฟ้นหาสุดยอดดีไซเนอร์รุ่นใหม่

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.12 น.

เปิดฉากแล้วกับการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ตามโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ ประจำปี 2568 “Young Designer 2025” โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่สานต่อแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์เจนเนอเรชั่นใหม่ได้ปลดปล่อยศักยภาพ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนผ้าไทยอันทรงคุณค่า ผ่านมุมมองการสร้างสรรค์ที่ร่วมสมัย พลิกโฉมมรดกสิ่งทอของชาติให้กลายเป็นแฟชั่นไอเท็มสุดชิคที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน สอดรับกับยุคสมัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งได้น้อมนำแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะ การออกแบบแฟชั่น โดยพระองค์ทรงศึกษาและพระราชทานแนวทางให้กระทรวงมหาดไทยได้สานต่อพระดำริ พร้อมทั้งพระราชทาน “คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” เปรียบประดุจวิชชาลัยผ้าเคลื่อนที่สัญจรไปพัฒนาผู้ประกอบการทั่วทั้งประเทศโดยพระองค์ท่านทรงเป็นองค์ประธานด้วยพระองค์เอง และพระราชทานลายผ้าให้ผู้ประกอบการไปถักทอ ทำให้เกิดความท้าทายในการพัฒนาทักษะของตนเองพร้อมจัดให้มีการประกวดประชัน ทั้งลายผ้า การออกแบบตัดเย็บ ทำให้ผู้ประกอบการที่มีอาชีพแต่เดิมได้พัฒนาการออกแบบลายผ้า การย้อมผ้า การทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ให้มีความทันสมัย เป็นสากล สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานในงานแถลงข่าวโครงการ Young Designer 2025 ณ แมกโนเลีย บอลรูม ชั้น 10 โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ถ.ราชดำริ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “สิ่งที่น่ายินดี คือ ทุกวันนี้เราจะเห็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ผ่านเข้ารอบมาถึงรอบสุดท้ายมากขึ้น จึงขอเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครทั้ง 735 คน และแม้ว่าผู้ชนะจะมีคนเดียว แต่ถ้าเรายังไม่ถึงวันนั้น ยังไม่ได้เป็นที่ 1 ความผิดหวังก็จะเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ในการทุ่มเทฝึกซ้อม เพราะสิ่งที่จะได้จากคุณครูทุกท่าน นอกจากองค์ความรู้แล้ว เรายังมี Thai Textiles Trend Book ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้มาเป็นแนวทางได้อีกด้วย และเวทีนี้คือจุดเริ่มต้นของประเทศไทยในการสร้าง Young Designer ต้องขอขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทีมดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศทุกท่านคือคณะทำงานที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ให้กับประเทศไทย เพื่อจารึกให้คนไทยได้มีอาชีพ มีรายได้ และพัฒนาตนเองสู่สากลอย่างยั่งยืน”

ในปีนี้ โครงการ “Young Designer 2025” ได้สร้างปรากฏการณ์ของวงการแฟชั่นอีกครั้ง ด้วยจำนวนผู้สมัครถึง 735 ราย โดยมีผู้สมัครทั้งนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยธรรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งการแข่งขันในปีนี้ ยังเป็นการรวมตัวของกูรูแฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทยครั้งสำคัญ ที่มาร่วมให้คำปรึกษาตลอดโครงการฯ ได้แก่ คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่นและสไตลิสต์ คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์เธียเตอร์ (THEATRE) คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์อิชชู่ (ISSUE) และ คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของการออกแบบผ้าไทย และเชื่อมต่อระหว่างช่างทอผ้าในชุมชนกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่อย่างแท้จริง

อารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่น และสไตลิสต์ กล่าวว่า “ปีนี้มีผู้สนใจสมัครเป็น Young Designer 2025 มาถึง 735 คน ตั้งแต่อายุ 12 ปีถึง 64 ปี ซึ่งปีนี้จะมีช่างแพทเทิร์นมาร่วมให้คำแนะนำด้วย ทำให้ดีไซเนอร์ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับความรู้เพิ่มเติม ได้เข้าใจเรื่องวัสดุ เรื่องการตัดเย็บมากขึ้น โดยผู้ที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก จะต้องเข้าร่วมการประกวดในระดับภาค ณ วัน เวลา และจังหวัดที่เป็นจุดดำเนินการประกวดระดับภาค โดยต้องเตรียมผลงานภาพสเก็ต ที่สามารถปรับแก้ได้ตามคำแนะนำ โดยนำ Mood board ของชุดที่จะออกแบบตัดเย็บ ตามที่ได้ยื่นสมัคร พร้อมตัวอย่างผ้า หรือวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการนำเสนอต่อคณะกรรมการ จากนั้น ผู้ผ่านการคัดเลือกระดับภาค จะต้องออกแบบตัดเย็บชุดตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อเข้าร่วมการประกวดในระดับประเทศ

ทั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนงบประมาณสำหรับเป็นค่าออกแบบ ตัดเย็บ และนางแบบ นายแบบให้กับผู้เข้าประกวด ซึ่งจะมีการกำหนดวัน Fitting Day ให้ผู้เข้าประกวดสร้างสรรค์ผลงานให้ดีที่สุดก่อนส่งผลงานนำเสนอในรอบตัดสิน วันที่ 28 ต.ค. 68 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีชุดที่ร่วมสมัย สอดคล้องกับยุคปัจจุบันปี 2025 ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ  โดยผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำในการต่อยอด โดยผู้แข่งขันจะต้องตอบโจทย์คำว่า “สนุก” ให้ได้ และสะท้อนเสน่ห์ความเป็นตนเอง ที่มีทั้งความเป็น Fashion และ Wearable เพื่อให้ได้คะแนนจากกรรมการฝั่งดีไซเนอร์ และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย”

เส้นทางการเฟ้นหา Young Designer 2025 เปิดฉากในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ จากผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั่วประเทศ  735 ราย คัดเลือกให้เหลือ 223 ราย ต่อด้วยการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบไปประกวดระดับภูมิภาค จำนวน 94 ราย โดยแบ่งเป็น ภาคเหนือ 20 ราย วันที่ 30 ส.ค. 68 ณ โรงแรมมีเลีย จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ 25 ราย วันที่ 10 ก.ย. 68 ณ โรงแรมลากูน่า จ.สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 24 ราย วันที่ 15 ก.ย. 68 ณ มณฑาทิพย์ฮอลล์ จ.อุดรธานี ภาคกลาง 25 ราย  วันที่ 21 ก.ย. 68 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี และรอบชิง ชนะเลิศระดับประเทศ 40 รายในวันที่ 28 ต.ค. 68 ณ สุราลัยฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

สำหรับรางวัลแห่งความสำเร็จนั้น ผู้ได้รางวัลชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 100,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 75,000 บาท ชมเชย 5 รางวัลๆ ละ 40,000 บาท ซึ่งผู้ที่เข้ารอบการประกวดในระดับประเทศ จำนวน 40 ทีม จะได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมโครงการทุกราย แต่สิ่งที่นอกเหนือจากเงินรางวัลและเกียรติบัตร ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในงาน Silk Festival ที่จะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2568 นี้

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามอัพเดทข่าวสารการประกวด Young Designer 2025 ได้ที่ http://www.cdd.go.th และ Facebook: ผ้าไทยใส่ให้สนุก

‘คลินิกแก้หนี้ by SAM’ ร่วมมือ 3 หน่วยงานภาครัฐให้ความรู้การเงินเครือข่ายคนพิการ

‘คลินิกแก้หนี้ by SAM’ ร่วมมือ 3 หน่วยงานภาครัฐให้ความรู้การเงินเครือข่ายคนพิการ

‘คลินิกแก้หนี้ by SAM’ ร่วมมือ 3 หน่วยงานภาครัฐให้ความรู้การเงินเครือข่ายคนพิการ

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM ร่วมมือพันธมิตร 3 หน่วยงานภาครัฐ  บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเทศบาลนครบางบัวทอง จ.นนทบุรี จัดงานให้ความรู้ด้านการเงินกับโครงการอมรมเครือข่ายคนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ “เสริมทุนปัญญา ต่อยอดด้วยปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงตามแนวคิดกองทุนแม่ของแผ่นดิน”

ในงาน SAM ผู้รับผิดชอบโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ ในหัวข้อ “แก้หนี้อย่างเข้าใจ เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ กับคลินิกแก้หนี้ by SAM” มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 100 คน ได้รับทราบถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้และการวางแผนทางการเงินในหลากหลายมิติ  ซึ่งบรรยากาศก็ได้มีการซักถามแลกเปลี่ยนข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ร่วมอบรม

นอกจากนี้ SAM ยังได้มีการประชาสัมพันธ์แคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ”  เชิญชวนบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสมัครเป็นผู้แนะนำทรัพย์มือสองของ SAM เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ทางเลือก แบบไม่เสียเงินลงทุนแก่ผู้เข้าร่วมอบรม ณ สำนักงานเทศบาลบางบัวทอง จ.นนทบุรี อีกด้วย

ผู้ที่สนใจทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ของ SAM ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube / TikTok ได้ที่  “SAM บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท”  เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ จาก SAM  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 

ส่วนลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ NPL ของ SAM ทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1443 เช่นกัน รวมทั้ง Facebook คลินิกแก้หนี้ by SAM และ Facebook บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท  โดยลูกค้าที่เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันและต้องการสมัครเข้าร่วม “โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM” สามารถสมัครได้หลากหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ http://www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือ แอดไลน์ @debtclinicbysam หรือ walk-in เข้าไปที่สำนักงานคลินิกแก้หนี้ by SAM  ชั้น 4 ศูนย์การค้า ดิ อเวนิว รัชโยธิน (โซนลิฟท์แก้ว) ถ.พหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ (BTS สถานีรัชโยธิน) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00-19.00 น.

 บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีบทบาทในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อขับเคลื่อนระบบสถาบันการเงินให้เติบโตอย่างมั่งคั่งและยั่งยืน

ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งรัฐ ที่มีบทบาทสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่ปี 2560 SAM มีบทบาทสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน ผ่านการดำเนินโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM”  ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่มีหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันกับเจ้าหนี้หลายรายให้ได้ข้อยุติ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้สินแก่ลูกค้าด้วย

‘เพนเทล’ ชวนชมผลงานศิลปะจากเด็กไทย คว้ารางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น จัดแสดงใน ‘นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติครั้งที่ 55’

‘เพนเทล’ ชวนชมผลงานศิลปะจากเด็กไทย คว้ารางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น จัดแสดงใน 'นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติครั้งที่ 55'

‘เพนเทล’ ชวนชมผลงานศิลปะจากเด็กไทย คว้ารางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น จัดแสดงใน ‘นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติครั้งที่ 55’

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องเขียนคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าส่งเสริมความสามารถด้านศิลปะของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง จัดงาน “นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 55” (The 55th International Children’s Art Exhibition) ซึ่งในปีนี้เยาวชนไทยสามารถคว้ารางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้มากถึง 116 รางวัล จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 36,492 ชิ้น จาก 41 ประเทศทั่วโลก รวมถึงรางวัลสูงสุดแห่งปี Japanese Foreign Minister’s Award สะท้อนถึงความสามารถและมุมมองสร้างสรรค์ของเด็กไทยที่ไม่แพ้ใครบนเวทีนานาชาติ

โดยปีนี้เยาวชนไทยให้ความสนใจส่งภาพเข้าร่วมประกวดกว่า 1500 ภาพ จากทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นรางวัลต่างๆ ดังนี้ รางวัลสูงสุดจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น (Japanese Foreign Minister’s Award) 1 รางวัล, รางวัลเหรียญทองยอดเยี่ยม (Supreme Gold Award) 4 รางวัล, รางวัลเหรียญทอง (Gold Award) 18 รางวัล, รางวัลเหรียญเงิน (Silver Award) 23 รางวัล, รางวัลเหรียญทองแดง (Bronze Award) 33 รางวัล และรางวัลชมเชย (Pentel Award) 37 รางวัล ร่วมชื่นชมผลงานที่เต็มไปด้วยจินตนาการและสีสันของเยาวชนไทยคนเก่งได้ ในระหว่างนี้จนถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ณ ชั้น 3 หอศิลปะและวัฒนธรรมกรุงเทพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม Facebook : Pentel (Thailand) หรือโทร02-261-8285

คุณแหน: 25 สิงหาคม 2568

คุณแหน: 25 สิงหาคม 2568

คุณแหน: 25 สิงหาคม 2568

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

II พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบโล่รางวัลพระราชทาน “มหิดลวรานุสรณ์” ประจำปี 2560-2566 ในวันที่ 24 ก.ย.10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมฯ…

II ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จะจัดงานพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะอุโบสถและสาธารณูปการ ประจำปี 2568 ณ วัดธรรมนิมิต จ.สมุทรสงคราม เชิญชวน
ร่วมบริจาคจตุปัจจัยชื่อบัญชี วัดธรรมนิมิต (ทอดผ้าป่า คปภ.2568) ธนาคารกรุงไทยสาขาแม่กลอง เลขที่บัญชี 748-0-62598-7 สอบถาม สายกลยุทธ์องค์กร โทร. 088-6351414…

II ยินดีกับ พญ.สุวณี รักธรรม ที่ปรึกษาคณะกก.อำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้รับรางวัล บุคคลต้นแบบทำความดีเพื่อแผ่นดินวุฒิสภา ประเภทผู้สูงอายุ…

II สิริพงษ์ อรุณไพโรจน์ และคณะ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดดอกไม้ตกแต่งบุษบกและสถานที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ประดิษฐาน ณ วัดหนองขุ่น อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี พร้อมทั้งบริจาคปัจจัย ซื้อมุ้ง ผ้าห่ม หมอน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและจัดโรงทานด้วย…

II มิตรสหายยินดีกับ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ที่ได้เป็น ว่าที่ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย…

II ละเอียด โควาวิสารัช ซีอีโอ บจ.วิมานสุริยา ผู้บริหารโครงการมิกซ์ยูส ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ต้อนรับ ดร.ภาสกร ประถมบุตร ที่นำคณะหลักสูตร SCL#5 มาศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โดยมี อโรชา นันทมนตรี, สมหวัง อารีย์เอื้อ, นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, เทมส์ ไกรทัศน์, ดร.สุพรชัย แสงรัตน์วัชรา, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล, วัชระ จึงมงคลสวัสดิ์, วิทวัส กันยารอง ร่วมด้วย…

II ชาว Digital CEO#4 ยินดีกับ ภุชพงค์ โนดไธสง ที่ได้เป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ…

II พจมาน ภาษวัธน์ ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ศิษย์เก่าต.อ.28 ไปพบกันในงาน “60 ปี ฉันเธอมาพบเจอด้วยผูกพัน” ฉลองใหญ่ ที่เป็นเพื่อนกันมาตั้ง 60 ปีแล้ว ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก วันอาทิตย์ 31 ส.ค. 09.30-15.30 น. มีรายการสนุกๆ ของขวัญจากเพื่อนๆ มากมาย…

II ผ่าตัดใหญ่พักได้ไม่ถึง 3 เดือน จิตริก เศรษฐบุตร อดีตเอกอัครราชทูต ไปแข่งว่ายน้ำอาวุโสชิงแชมป์โลก นำทีมศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ ประสบความสำเร็จ 9 เหรียญ จากงานระดับโลกที่สิงคโปร์ เฉพาะท่านทูตฯ คว้าชัย 1 เหรียญทอง, 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ในวัย 91 ปีได้กำลังใจเต็มเปี่ยมจาก ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร …การแข่งขันครั้งนี้ มีนักกีฬาว่ายน้ำกว่า 7,000 คน จาก 148 ประเทศ …ผลงานนี้สร้างความภูมิใจ ปลาบปลื้มใจและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ และคนไทยอย่างยิ่ง…●●

8 ปีที่รอคอย! ‘วีนา ปวีนา ซิงห์’ คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025

8 ปีที่รอคอย! ‘วีนา ปวีนา ซิงห์’ คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025

8 ปีที่รอคอย! ‘วีนา ปวีนา ซิงห์’ คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.36 น.

เริ่มต้น New Era ใหม่อย่างอลังการกับการประกวดรอบตัดสิน “Final Competition” ของเวทีเฟ้นหาสาวงามระดับโลก “Miss Universe Thailand 2025” ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในค่ำคืนของวันที่ 23 สิงหาคม ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo Bkk

พร้อมกับผู้ครองมงกุฏคนใหม่ “วีนา ปวีนา ซิงห์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 สาวงามที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ติ๊กถูกทั้ง 3 E Elegance, Empowering และ Entertainment ที่มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ในยุคของ “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ตามหา ท่ามกลางความตื้นตันของแฟนคลับที่ต่างแสดงความยินดีกับวีนา ที่สามารถเดินตามฝันสำเร็จ แม้จะใช้เวลามากกว่า 8 ปี ในการประกวดทั้งหมด  4 ครั้ง ในขณะที่ “แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ไปอย่างฉิวเฉียด และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “เดล นฤมล พิมพ์ภักดี”

ความอลังการเริ่มต้นขึ้นด้วย Opening Show จากวงออร์เคสตรา พร้อมซีนเปิดตัวผู้เข้าประกวดทั้ง 77 จังหวัดในชุดเดรสสั้นสีขาว โดยแต่ละคนออกมาโชว์สเต็ปแดนซ์ชนิดที่น้อยแต่มาก จากนั้นสาวงามแต่ละจังหวัดจะออกมาแนะนำตัวในจริตแบบจักรวาล! ที่เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่มจากคนทั้งฮอลล์

ครั้งนี้เป็นการรับหน้าที่พิธีกรประจำเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ครั้งแรกของ “แมทธิว ดีน” พิธีกรคู่บุญประจำ MGI ที่รับบทพิธีกรคู่กับไอคอนประจำจักรวาล “นาตาลี เกลโบวา” มิสยูนิเวิร์ส 2005 ขวัญใจคนไทย

ก่อนที่แฟนๆ จะได้ลุ้นกับการประกาศผู้เข้ารอบในลำดับถัดไปนั้น พิธีกรประกาศผู้ที่ได้รับรางวัลพิเศษจากสปอนเซอร์ ประกอบไปด้วยรางวัล Best National Costume ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส จันทบุรี ขณะที่รองชนะเลิศอีก 4 อันดับ ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, พิจิตร และนราธิวาส Miss Spark Of effort ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระแก้ว Best Tiktok Content Creator By Namju Rachi ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส กรุงเทพมหานคร นางงามผิวสวยออร่า By Namju Rachi ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี Kathy Power Of Universe ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี Miss Beleaf Natural ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส ปทุมธานี Friend Of Glass Skin ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี

หลังจากนั้นเป็นการประกาศผล 18 คนสุดท้าย จากผู้ที่ได้รับรางวัลฟาสต์แทร็ก 3 คน ประกอบไปด้วย Best Seller Award ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี Inspire U To the Universe Award ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สุราษฎร์ธานี Popular Vote ได้แก่ มิสยูนิเวิร์สกรุงเทพมหานคร โดยสาวงามผู้เข้ารอบอีก 15 คนได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส นครนายก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, สงขลา, สมุทรสงคราม, สุพรรณบุรี, สมุทรปราการ, นครปฐม, ขอนแก่น, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี, ปทุมธานี และ ลพบุรี

จากนั้นสาวงามผู้เข้ารอบทั้ง 18 คน มาประชันความฮอตกันต่อในรอบชุดว่ายน้ำ “Swimsuit Competition” โดยผู้เข้าประกวดปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำทูพีชสุดแซ่บ ที่โชว์ให้เห็นถึงเรือนร่างสวย ยิ่งประกอบกับจริตนางพญาของแต่ละคนในทุกสเต็ป ยิ่งเสริมเสน่ห์และความเซ็กซี่มากขึ้นไปอีกจนทะลักล้นเวที ชนิดที่ว่าร้อนแรงไม่กลัวฝนเลยทีเดียว และรางวัล Best In Swimsuit ก็ตกเป็นของ มิสยูนิเวิร์ส กรุงเทพมหานคร พร้อมกับประกาศผลผู้เข้ารอบ 10 คนสุดท้าย ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส ปทุมธานี, ภูเก็ต, สุพรรณบุรี, ลพบุรี, นครนายก, สระบุรี, นครศรีธรรมราช, พังงา, กรุงเทพมหานคร และสงขลา

เวทีประกวดเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อสาวงามทั้ง 10 คน แปลงโฉมจากสาวแซ่บมั่นใจกลายเป็น สาวสวยติดแกลม สง่างามในรอบ “ชุดราตรี” พร้อมกับโชว์สุดพิเศษจาก “เจมีไนน์ นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” และ “โฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล” ในเพลง Priceless ซึ่งเป็นโชว์พิเศษที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ทั้งความสวยงามของโปรดักชัน แสง สี เสียง รวมถึงเพลงประกอบที่เพิ่มความหรูหรา ตระการตาด้วยวงออร์เคสตรา เสริมให้สาวงามในชุดราตรีโดดเด่นในค่ำคืนของจักรวาลเป็นที่สุด ตามมาด้วยการประกาศรางวัลพิเศษ 2 รางวัล ได้แก่ Best In Evening Gown ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส ลพบุรีและ Miss Photogenic ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส อุตรดิตถ์

แล้วก็มาถึงช่วงเวลาระทึกใจกับการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ได้แก่ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี, ปทุมธานี, กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช ในขณะที่ มิสยูนิเวิร์ส ลพบุรี, สงขลา, พังงา, นครนายก และสุพรรณบุรี ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 4 ไปโดยปริยาย

หลังจากนั้นเข้าสู่รอบตอบคำถาม รอบการประกวดที่เปรียบเสมือนไอคอนของเวทีมิสยูนิเวิร์ส อีกหนึ่งบททดสอบในการเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมกับมงกุฏ เพื่อให้ผู้เข้าประกวดได้ชิงไหวพริบ ฟาดฟันทัศนคติ กับคำถามที่ว่า

“ในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีอย่างหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอกำลังเข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์มากขึ้นทุกวัน คุณคิดว่ามนุษย์ยังมีคุณค่าใดที่เทคโนโลยี หรือเอไอไม่อาจแทนที่ได้ และคุณคิดว่าจะใช้คุณค่านั้นเพื่อนำพาตัวเองและสังคมก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไร”

ซึ่ง วีนา ตอบว่า “คุณค่าที่วีนาอยากจะนำเสนอ คือคุณค่าของจริยธรรมค่ะ วีนามองว่าเอไอถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดเยอะมาก ถ้าเราทุกคนปลูกฝังเรื่องจริยธรรมตั้งแต่เด็ก ประเทศไทยจะมีคอรัปชั่นน้อยลง มีแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์น้อยลง และวีนามองว่าหากเราปลูกฝังด้านจริยธรรมผ่านการศึกษาให้กับคนทุกรุ่น ทุกวัย ประเทศไทยจะเดินไปข้างหน้า และเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขโดยไม่มีอาชญากรรมทางด้านไซเบอร์ค่ะ”

ประกาศผลผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ได้แก่ เดล นฤมล พิมพ์ภักดี มิสยูนิเวิร์ส ภูเก็ต, แพรว แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง มิสยูนิเวิร์ส กรุงเทพมหานคร และ วีนา ปวีนา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี  ตามคาด ในขณะที่ พลอย อมองดีน กลาสเซ่ต์ มิสยูนิเวิร์ส ปทุมธานี และ กิ๊ฟ กมลพร ทองพล มิสยูนิเวิร์ส นครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ไปครอง

ทั้งสามสาวต้องตอบคำถามชิงมงอีกครั้ง กับคำถามที่ว่า… “ประเทศไทยกำลังจะเปิดบ้านต้อนรับนางงามกว่า 130 ประเทศทั่วโลกในการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากคุณต้องการส่งข้อความสั้น ๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นไทยให้ผู้เข้าประกวดได้รับรู้จุดเด่นของความเป็นไทย คุณจะพูดอะไร”

วีนา ตอบคำถามที่ทำให้มงลงว่า “สิ่งแรกที่วีนาจะพูดคือ ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งวัฒนธรรม ประเทศไทยมีประเพณีเยอะแยะมากมาย ที่สำคัญอาหารอร่อย คนยิ้มแย้ม เป็นเมืองแห่งสยามเมืองยิ้ม เรายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย มีฮับที่จะให้บริการทุกคนอย่างเต็มที่ มาเที่ยวประเทศไทยกันเถอะค่ะ เพราะคุณจะได้รับแต่ความสนุก สุขใจ พร้อมกับรอยยิ้มกลับไปที่บ้านของคุณ”

ปิดช่วงสุดท้ายด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์ที่เรียกน้ำตาจากแฟน ๆ นางงามทันทีที่ เจมีไนน์-โฟร์ท เปล่งเสียงร้องในเพลง “หนึ่งในร้อย” บทเพลงในตำนานประจำเวทีมิสยูนิเวิร์ส พร้อมกับการปรากฏตัวของ 3 คนสุดท้าย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ นางงาม

และวินาทีสำคัญที่ทำให้ทั้งฮอลล์แทบหยุดหายใจ เมื่อพิธีกรได้ประกาศผู้ได้ครองมงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 คือ มิสยูนิเวิร์ส สระบุรี  ท่ามกลางความตื้นตันใจของแฟนๆ นางงาม

เรียกได้ว่าเป็นการคัมแบ็กเวทีนางงามที่สวยสมคง ทรงคุณค่า ในยุคของการเปลี่ยนผ่าน ร่วมส่งแรงเชียร์และกำลังให้กับ “วีนา ปวีนา ซิงห์” มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ คนใหม่ของประเทศไทยไปสู่จักรวาลกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปลายปีนี้

Science Update : แอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ก่อตัว 4,160 ล้านปีก่อน

Science Update : แอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ก่อตัว 4,160 ล้านปีก่อน

Science Update : แอ่งอะพอลโลบนดวงจันทร์ก่อตัว 4,160 ล้านปีก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากจีนและนานาชาติสามารถกำหนดอายุของ อะพอลโล เบซิน (Apollo Basin) หรือแอ่งอะพอลโล ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ด้านไกลของดวงจันทร์ ว่า น่าจะก่อตัวขึ้นเมื่อราว 4,160 ล้านปีก่อน จากการศึกษาตัวอย่างหินที่ได้จากภารกิจ ฉางเอ๋อ-6 (Chang’e-6) ของจีนเมื่อปีที่แล้ว โดยผลการวิจัยเผยแพร่ในวารสาร Nature Astronomy

การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยไขปริศนาเกี่ยวกับช่วง Late Heavy Bombardment (LHB) หรือยุคที่ดวงจันทร์และระบบสุริยะเผชิญการชนถี่ ๆ จากดาวเคราะห์น้อยในระยะแรก นักวิทยาศาสตร์เคยถกเถียงกันมานานว่าการชนลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือเกิดการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงราว 3.8–4 พันล้านปีก่อน

ตัวอย่างหินที่ตรวจสอบมีขนาดเพียง 150–350 ไมโครเมตร แต่เป็น เศษหินหลอมเหลวจากการชน ที่สามารถทำหน้าที่เสมือนนาฬิกาทางธรณีวิทยาได้อย่างแม่นยำ ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่า แอ่งอะพอลโล เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยเชื่ออย่างน้อย 100 ล้านปี และยืนยันว่าการชนมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ ไม่ได้เกิด “พีค” แบบฉับพลัน

ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ถือเป็นครั้งแรกที่มนุษย์นำตัวอย่างหินกว่า 1.93 กิโลกรัม จากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลก โดยก่อนหน้านี้ งานวิจัยอีกชิ้นจากตัวอย่างเดียวกันยังชี้ว่า South Pole–Aitken Basin ก่อตัวเมื่อ 4,250 ล้านปีก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังช่วยต่อยอดความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการระหว่างโลกกับดวงจันทร์ และกำเนิดของระบบสุริยะในยุคแรกเริ่ม

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหกรรมกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

ชมบรรยากาศการแข่งขันมหกรรมกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก หรือ World Humanoid Robot Games ครั้งแรกของโลก ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มีผู้เข้าร่วมกว่า 280 ทีม จาก 16 ประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ ส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ลงแข่งขันกีฬาและชิงชัยความสามารถต่างๆ รวม 26 ประเภท นอกจากเราจะได้เห็นความสามารถ เทคโนโลยี และพัฒนาการด้านต่างๆ ของหุ่ยนต์ฮิวแมนนอยด์แล้ว งานนี้เปิดโอกาสให้เยาวชน นักพัฒนา และนักวิจัยจากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อีกด้วย

คุยกัน7วันหน : ปรากฎการณ์ ‘ฟ้ารั่ว’ (cloudburst) ทำฝนถล่มหนักในปากีสถาน-อินเดีย

คุยกัน7วันหน :  ปรากฎการณ์ ‘ฟ้ารั่ว’ (cloudburst) ทำฝนถล่มหนักในปากีสถาน-อินเดีย

คุยกัน7วันหน : ปรากฎการณ์ ‘ฟ้ารั่ว’ (cloudburst) ทำฝนถล่มหนักในปากีสถาน-อินเดีย

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่และดินโคลนถล่มในแถบเอเชียใต้ ทั้งในปากีสถานและอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันแล้วมากกว่า 450 ราย และสร้างความเสียหายต่อพื้นที่ประสบภัยมหาศาล ภาษาอังกฤษเรียกปรากฎการณ์ฝนตกหนักเช่นนี้ว่า ‘คลาวด์เบิร์สต์’ (cloudburst)

มันคืออะไร ส่งผลกระทบมากแค่ไหน แล้วเราควรรับมือกับมันอย่างไร?

เหตุการณ์ฝนตกหนักเฉียบพลัน หรือ ‘คลาวด์เบิร์สต์’ (cloudburst)  สื่อบางสำนักอาจใช้คำว่า ‘เมฆระเบิด’ แปลตรงตัวมาจากภาษาอังกฤษ แต่เราขอใช้ความว่า ‘ฟ้ารั่ว’ ซึ่งน่าจะตรงกับคำแบบไทยๆ มากกว่า กำลังสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในพื้นที่ภูเขาของอินเดียและปากีสถาน โดยมีน้ำฝนปริมาณมากตกลงมาในระยะเวลาอันสั้นและในพื้นที่จำกัด ซึ่งปรากฏการณ์น้ำท่วมรุนแรงเฉียบพลันนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนในทั้งสองประเทศไปจำนวนมาก เฉพาะในปากีสถาน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 440 คน ฝนที่ตกหนักและแรงทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และโคลนถล่ม ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตกลงมาจากพื้นที่ลาดชันพังทลายลงมาตามน้ำ ทำลายบ้านเรือนและหมู่บ้านจนพังทลายเหลือแต่ซากปรักหักพัง

ส่วนรัฐอุตตราขัณฑ์ ภาคเหนือของอินเดีย ก็เผชิญฝนตกหนักในลักษณะนี้ไปเมื่อต้นช่วงเดือนที่ผ่านมา โทรทัศน์ท้องถิ่นรายงานภาพน้ำไหลทะลักลงมาจากภูเขาและซัดเข้าสู่ธาราลี หมู่บ้านในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งในปี 2556 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,000 คน และหมู่บ้าน 4,500 แห่งได้รับผลกระทบเมื่อเกิดฝนตกหนักเฉียบพลันในลักษณะเดียวกันในรัฐนี้

ศาสตราจารย์กิตติคุณ จอห์นนี เฉิน คณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยซิตียูนิเวอร์ซิตีออฟฮ่องกง อธิบายให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ว่า สาเหตุที่เรียกว่า ‘เมฆระเบิด’ เพราะมีฝนจำนวนมากตกลงมาจากเมฆในเวลาสั้น ๆ อาจจะราว 10-20 นาที แท้จริงแล้ว cloudburst คือ พายุฝนฟ้าคะนองที่สะสมละอองน้ำไว้เป็นจำนวนมากแล้วกลายเป็นฝน ตกกระหน่ำในช่วงเวลาสั้น ๆ คล้ายกับการระเบิด ยิ่งเป็นพื้นที่เทือกเขา คลาวด์เบิร์สต์ยิ่งมีความรุนแรง เนื่องจากอากาศร้อนจะยิ่งลอยตัวสูงขึ้นจากการปะทะกับเทือกเขา ส่งผลให้พายุฝนฟ้าคะนองเกิดได้เร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น เมื่อกลายเป็นฝน จึงตกกระหน่ำรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างเหตุการณ์ฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา ที่เกิดขึ้นในเขตบูเนอร์ พื้นที่แถบเทือกเขาห่างไกลในจังหวัดไคเบอร์ปักตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 400 ราย และยังสูญหายอีกกว่า 200 คน เกิดจากฝนที่ตกหนักเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ปริมาณน้ำฝนกว่า 150 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเศษ ตรงกับเกณฑ์ฝนตกหนักเฉียบพลันแบบฟ้ารั่ว เกิดขึ้นเมื่อมีปริมาณฝนจำนวนมากตกลงมาในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยปกติจะมากกว่า 100 มิลลิเมตรภายในหนึ่งชั่วโมง และเกิดขึ้นในพื้นที่จำกัดประมาณ 30 ตารางกิโลเมตร มีผลกระทบที่ทำลายล้างและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง เพราะปริมาณฝนตกลงมามหาศาลในระยะเวลาสั้นๆ นั้น อาจเทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนที่โดยปกติแล้ว ตกในระยะเวลานานนับเดือน หรือหลายเดือน หรือทั้งฤดูฝนตกปกติ เหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนเมฆระเบิดที่ปล่อยปริมาณน้ำฝนทั้งหมดออกมาพร้อมกัน คล้ายกับระเบิดฝน

ศ.กิตติคุณเฉินอธิบายว่า เหตุที่ปรากฎการณ์ ‘เมฆระเบิด’ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ปัจจัยแรกเกิดจากฝนตกลงมาเร็วมากจนแม่น้ำลำคลองรองรับไม่ทันจึงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน  ปัจจัยที่สอง เกิดจากหลายพื้นที่มีการตัดไม้ทำลายป่า ดินที่ไม่มีต้นไม้ปกคลุมจึงถูกน้ำฝนชะจนถล่มลงมา

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดฝนตกหนักเฉียบพลัน เช่น อากาศอุ่นและชื้นที่ลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูง, ความกดอากาศต่ำ ความไม่เสถียรของชั้นบรรยากาศ และการก่อตัวของเมฆแบบการพาความร้อน (convective cloud) โดยอากาศชื้นถูกบังคับให้ลอยตัวขึ้นเมื่อปะทะกับเนินเขาหรือภูเขา อากาศที่ลอยตัวขึ้นนี้จะเย็นตัวลงและกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำ เกิดเป็นเมฆที่มีขนาดใหญ่ หนาแน่น และสามารถทำให้เกิดฝนตกหนักได้

เนินเขาหรือภูเขาทำหน้าที่เสมือนกำแพงกั้น และมักจะดักเมฆเหล่านี้ไว้ ทำให้เมฆไม่สามารถกระจายตัวหรือเคลื่อนที่ไปได้ง่าย ๆ กระแสอากาศที่พัดขึ้นอย่างรุนแรงยังช่วยพยุงความชื้นเอาไว้ภายในเมฆ ซึ่งจะชะลอไม่ให้ฝนตกลงมาในทันที แต่เมื่อเมฆไม่สามารถกักเก็บความชื้นที่สะสมไว้ได้อีกต่อไป เมฆก็จะแตก และปล่อยน้ำฝนทั้งหมดออกมาพร้อมกัน

ทั้งอินเดียและปากีสถานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยฝนตกหนักเฉียบพลัน พร้อมเกิดขึ้นในสภาพที่มีความชื้น มรสุม และภูเขา ซึ่งหลายภูมิภาคของอินเดียและปากีสถานมีครบทั้งสามปัจจัยนี้ ทำให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงเช่นนี้ โดยเทือกเขาหิมาลัย การาโกรัม และฮินดูกูช ล้วนเป็นที่ตั้งของยอดเขาที่สูงและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ทอดตัวยาวผ่านหลายประเทศ รวมถึงอินเดียและปากีสถาน ขณะที่ความถี่ของฝนตกหนักเฉียบพลันในสองประเทศแถบเอเชียใต้นี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบรรยากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ซึ่งสร้างเงื่อนไขให้เกิดฝนที่ตกอย่างรุนแรงและฉับพลัน

ภูมิภาคเอเชียใต้ โดยทั่วไปมีฤดูมรสุมสองช่วง ช่วงแรกมักเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน โดยฝนจะเคลื่อนตัวจากตะวันตกเฉียงใต้ไปยังตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอีกช่วงหนึ่งเกิดประมาณเดือนตุลาคมถึงธันวาคม และเคลื่อนตัวในทิศทางตรงกันข้าม แต่ด้วยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นในบรรยากาศ ทำให้รูปแบบฝนเหล่านี้เริ่มคลาดเคลื่อนจากเดิม สาเหตุคือ อากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บความชื้นจากทะเลอาหรับและมหาสมุทรอินเดียได้มากขึ้น และฝนที่สะสมไว้จึงมักเทลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงในคราวเดียว ซึ่งหมายความว่า ฤดูมรสุมในปัจจุบันไม่ใช่ฝนตกต่อเนื่องเหมือนในอดีต แต่กลายเป็นช่วงเวลาของน้ำท่วมหนักสลับกับช่วงแล้ง

ฝนตกหนักเฉียบพลัน เป็นปรากฏการณ์ที่คาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากมีขนาดเล็ก ระยะเวลาสั้น เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และเกี่ยวข้องกับกลไกในบรรยากาศที่ซับซ้อน แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ฝนตกหนักเฉียบพลันมีแนวโน้มเกิดเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน ความเสียหายจากพายุที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการพัฒนาเมืองในพื้นที่ภูเขาโดยขาดการวางแผน

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้กระตุ้นปัจจัยที่ก่อให้เกิดฝนตกหนักเฉียบพลันโดยตรง โดยเฉพาะในปากีสถาน โดยทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส จะทำให้อากาศสามารถกักเก็บความชื้นได้มากขึ้นราวร้อยละ 7 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฝนตกหนักในระยะเวลาสั้นๆ

ศ.กิตติคุณเฉินเตือนว่า ฝนตกหนักเป็นสิ่งที่พยากรณ์ได้ยากมาก สาเหตุหนึ่งเพราะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มพื้นที่ ประกอบกับมนุษย์ยังไม่มีความรู้มากเพียงพอเกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมดที่ทำให้ฝนตกหนัก สิ่งที่นักอุตุนิยมวิทยาสามารถทำได้ คือ การพยากรณ์ฝนตกหนักในระยะสั้น แต่ในระยะยาวที่เราทราบอยู่แล้วว่า มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักมากยิ่งขึ้น จึงควรต้องดำเนินยุทธศาสตร์ในการลดโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง