อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จับมือศิลปินดัง ‘ตั้ม ณฐกร’ เปิดตัวคอลเลคชั่นพาสทรี Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ ตั้ม ณฐกร อุลิตร ศิลปินและนักวาดการ์ตูนที่มีผู้ติดตามมากถึง 1.7 ล้านคนทั่วโลก ร่วมสร้างสรรค์คอลเลคชั่นความอร่อยและความน่ารัก กับ Music to My Mouth: A symphony of Pan Dao นำเสนอคาแรคเตอร์ปานดาวในมุมมองใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจจากท่วงทำนองแห่งความอบอุ่นของแสงดาว เนรมิตให้กลายเป็น “ปานดาว ไทยากรณ์” ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่สอดประสานท่วงทำนองดนตรี จากเครื่องดนตรี 3 ประเภท เพื่อมอบความรัก ความหวัง และความอบอุ่นในหัวใจให้กับผู้ฟัง

เชฟเอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี และ ตั้ม ณฐกร อุลิตร

เชฟเอ๋-อนุพงษ์ นวลฉวี หัวหน้าพ่อครัวเพสทรี (Cluster Executive Pastry Chef) ของโรงแรมฯ ได้ต่อยอดความน่ารักของการ์ตูนคาแรคเตอร์ให้กลายเป็นเมนูขนมพิเศษขึ้นเป็นครั้งแรก ได้แก่ Choux Au Craquelin ขนมชูว์สไตล์ฝรั่งเศส ท็อปด้านบนด้วยมาการองลายน้องปานดาว มีให้เลือก 4 ลาย  4 รสชาติ คือ Blueberry Coconut, Passionfruit Mango, Matcha Yuzu และ Rose Lychee นอกจากนี้ ยังมี Pandao the Musician Croissant ครัวซองค์ chocolate melt ลายปานดาวบรรเลงเพลงสุดคิ้วท์ รวมถึงเครื่องดื่ม 2 เมนูชื่นใจให้เลือกได้แก่ Matcha Green Tea Latte และ Ice Chocolate ในราคาเริ่มต้น 150 บาท

นอกจากนี้ ศิลปินยังนำผลงานทั้งภาพวาดมาจัดแสดงให้ชม พร้อมดื่มด่ำกับขนมและเครื่องดื่ม ในบรรยากาศวิวแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ สายสะสมห้ามพลาด พบกับ Art Toy ปานดาวไวทยากรณ์ คอลเลคชั่นล่าสุดและสินค้า Limited Edition ให้เลือกช็อปมากมายอาทิ เสื้อยืด, กระเป๋าผ้า, พวงกุญแจ, สติ๊กเกอร์ ฯลฯ

ชมนิทรรศการศิลปะพร้อมเชคอินกับเมนูอร่อยและดีต่อใจ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 11:00-18:00 น. ณ Long Bar ชั้น 11 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2431-9100

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

ไขข้อข้องใจ ‘โรคกระดูกสันหลัง’ เกิดจากพันธุกรรม หรือพฤติกรรม?

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปวดหลังเรื้อรัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือภาวะกระดูกทับเส้นประสาท ล้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน คำถามที่มักตามมาคือ โรคเหล่านี้เกิดจากพันธุกรรมในครอบครัว หรือ เป็นผลจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน?

นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์

นพ.พร นริศชาติ แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส สไปน์ อธิบายว่า โรคกระดูกสันหลังบางประเภท เช่น กระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด (Congenital Scoliosis), โรคกระดูกพรุนที่มีประวัติในครอบครัว, หรือ หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ อาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้  โดยเฉพาะในกรณีที่ตรวจพบยีนบางกลุ่มที่ส่งผลต่อการสร้างกระดูก

อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะโรคเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อมี “พฤติกรรมเร่งเสื่อม” เข้ามาร่วม เช่น การนั่งทำงานนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ การยกของหนักด้วยท่าทางผิด หรือการไม่ออกกำลังกาย แม้แต่ภาวะน้ำหนักตัวเกิน ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็วขึ้นอย่างชัดเจน

จากประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลเอส สไปน์ พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจจมีทั้ง 2 ปัจจัยร่วมกัน  เช่น คนที่มีประวัติครอบครัวปวดหลัง และทำงานที่ต้องนั่งนานหรือยกของหนัก ก็จะแสดงอาการได้เร็วกว่าคนทั่วไป

นพ.พร ยกตัวอย่างเคสของผู้ป่วย 3 พี่น้องจากต่างจังหวัด ที่เข้ารับการรักษาพร้อมกัน โดยมีอาการแตกต่างกัน ได้แก่ กระดูกสันหลังหักยุบ  หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นกดทับเส้นประสาท และภาวะช่องไขสันหลังตีบแคบ แม้หลายคนอาจคาดว่าเป็นผลจากกรรมพันธุ์ แต่เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่า ปัจจัยสำคัญ คือ พฤติกรรมการใช้งานหลังที่สะสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับอายุที่มากขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคขึ้นพร้อมกันได้

ทั้งนี้ พันธุกรรมอาจมีบทบาทในแง่ของ “ความไวต่อโรค” หรือ “ความเสี่ยงที่จะเป็นเร็วขึ้น” ตัวอย่างเช่น บางคนมีช่องไขสันหลังแคบโดยกำเนิด เมื่อเกิดการเสื่อมเพียงเล็กน้อยก็สามารถแสดงอาการได้ชัดเจนทันที  แม้เราจะไม่สามารถควบคุมพันธุกรรมได้ แต่ “พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน” คือสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ หากเริ่มต้นดูแลสุขภาพหลังอย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งให้ถูกวิธี ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง หรือ ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ก็สามารถลดความเสี่ยง และยืดอายุการใช้งานของกระดูกสันหลังได้อีกนาน

หากมีข้อสังสัยเกี่ยวกับอาการปวดหลังเรื้อรัง สมารถนัดหมายขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส สไปน์  โทร. 02 034 0808

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

ไทยฮอนด้าสนับสนุน ‘Jazz ME to the Moon’ คอนเสิร์ตแจ๊สแนวใหม่

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยฮอนด้า ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ต ‘Jazz ME to the Moon Concert’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 ณ One Bangkok Forum โดยงานนี้ถือเป็นการผสมผสานดนตรีแจ๊สแนวใหม่กับจินตนาการแห่งจักรวาล เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้ชม ผ่านการแสดงจากศิลปินชื่อดัง ได้แก่ Violette Wautier, The TOYS, D Gerrard, The Parkinson และวง The Orchestra Jazz Band

นคร วิมลจิตรสอาด ผู้จัดการทั่วไป สายงานการสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ได้กล่าวว่า “การสนับสนุนคอนเสิร์ต ‘Jazz ME to the Moon’ ครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟสไตล์สนใจในด้านดนตรี พร้อมชวนลูกค้าที่สนใจไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะนำเสนอการผสมผสานดนตรีแจ๊ส ออร์เคสตรา และธีมอวกาศ ถ่ายทอดออกมาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายความฝันและแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านเสียงดนตรีที่ไร้ขอบเขต เป็นการเปิดประสบการณ์ทางดนตรีที่แปลกใหม่และเต็มไปด้วยจินตนาการ”

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตได้แล้ววันนี้ที่ http://www.theconcert.com ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 2,000 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า เตรียมพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเร็วๆ นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: fb.com/hondamotorcyclethailand  IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand  Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha  Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ซีพี ตอกย้ำ “องค์กรแห่งความหลากหลาย” ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม ยกระดับนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชน สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ตอกย้ำพันธกิจการเป็นองค์กรที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนสากล ผ่านเวที “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ซึ่งจัดขึ้นในเดือนแห่งความหลากหลาย (Pride Month) โดยมีผู้บริหารระดับสูงและพนักงานในเครือร่วมแสดงพลังความแตกต่างอย่างภาคภูมิ  ประกาศจุดยืนชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย Diversity, Equity and Inclusion (DEI) และการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนตามกรอบ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) โดยยึดหลัก Human Rights Due Diligence (HRDD) เป็นกลไกในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในห่วงโซ่อุปทานทั้งองค์กร พร้อมเปิดเวที Ted Talk เพื่อรับฟังความเห็นพนักงานในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านความหลากหลายทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา วัย และกลุ่มเปราะบาง เพราะเวทีที่จัดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงเวทีของการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าซีพีได้นำ ‘นโยบายความหลากหลาย’ มาแปลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบสวัสดิการ การปรับระบบการทำงาน และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างโอบรับทุกความแตกต่างอย่างเท่าเทียม จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล

พิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุล ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เครือซีพี ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องนโยบายความหลากหลาย ความเสมอภาคและการอยู่ร่วมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการ “สร้างวัฒนธรรมองค์กร” ที่เปิดกว้างและให้คุณค่ากับความหลากหลาย โดยเชื่อว่า ‘ความแตกต่างของบุคคล’ เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความสำเร็จขององค์กร พนักงานทุกเพศ ทุกวัย และทุกภูมิหลังได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน เราจึงมุ่งหน้าสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม ผ่านสวัสดิการแห่งความเสมอภาค”

สองผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และพนักงานตัวแทนความหลากหลายด้านต่างๆ ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร, นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช, Lawrence Smith, ปนัดดา ประสิทธิเมกุล และเอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์

“จากความเชื่อเรื่องความแตกต่างของบุคคลคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร นำมาสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ ‘เข้าใจ เห็นคุณค่า และให้โอกาส’ กับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม และนโยบายต้องมีผลเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่แค่หลักการ ซีพีจึงมีสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมที่รองรับความหลากหลายของพนักงาน เช่น การลาและเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีผ่าตัดแปลงเพศ การลาสมรสและคลอดบุตรสำหรับคู่สมรสที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมถึงการให้วันหยุดตามศาสนาสำหรับพนักงานที่นับถือศาสนาใด ๆ การมีสิ่งเหล่านี้คือการ ‘สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย’ ให้พนักงานได้เป็นตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งจัดตั้งเครือข่ายพนักงาน LGBTQ+ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มพนักงาน และผลักดันบทสนทนาเรื่องความหลากหลายให้ขยายสู่ทุกหน่วยธุรกิจ” ประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล ซีพี กล่าวเพิ่มเติม

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ 

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า “องค์กรที่เติบโตได้ในโลกยุคใหม่ ต้องเปิดกว้าง เคารพสิทธิมนุษยชน และมีระบบที่สนับสนุนความแตกต่างอย่างแท้จริง ปัจจุบันซีพีดำเนินธุรกิจใน 21 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 450,000 คน ความหลากหลายจึงไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่ยังมีทั้ง เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัย และมุมมอง ซึ่งทั้งหมดนี้คือพลังขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่ เราจึงยึดมั่นในแนวทางสิทธิมนุษยชนสากล โดยเฉพาะ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) และกำหนดให้ Human Rights Due Diligence (HRDD) เป็นแกนหลักของการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยในปี 2568 ซีพีได้ยกระดับการดำเนินงานด้าน DEI ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการบรรจุนโยบายนี้ไว้ในเป้าหมายการพัฒนาองค์กรสู่ปี 2030 และกำหนดกรอบการดำเนินงานตาม 3 เสาหลักของ UNGPs ได้แก่ Protect – Respect – Remedy เพื่อให้องค์กรไม่เพียงป้องกันการละเมิดสิทธิ แต่ยังเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ในทุกมิติ”

“การเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ คือพื้นฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในองค์กรและสังคม” ดร.ธีระพล กล่าวย้ำ

เอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์ จาก บมจ.ซีพี ออลล์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเพศสภาพ

บนเวที “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ที่ซีพีจัดขึ้นนี้ ได้เปิดกว้างรับฟังความเห็นจากพนักงาน โดยให้พนักงานได้แสดงมุมมองความเห็นและประสบการณ์ในรูปแบบ Ted Talk สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความหลากหลายที่ขับเคลื่อนองค์กร รวมถึงนโยบาย DEI และสิทธิมนุษยชนของซีพี

เริ่มจาก เอวารินทร์  อัศวินเชาวนนท์ เจ้าหน้าที่ PR & Event – จาก บมจ.ซีพี ออลล์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเพศสภาพกล่าวว่า “ซีพีและซีพี ออลล์ เปิดให้พนักงานทุกคน ‘มีความเป็นตัวเอง’ ในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ มุมมองทัศนคติ และสไตล์การทำงาน โดยเชื่อมั่นว่าความหลากหลายคือพลังสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “Harmony Culture”  อีกทั้งองค์กรยังสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้รู้สึกว่า ‘มีที่ยืน’ และ ‘ปลอดภัย’ ในการทำงาน ทั้งด้านกายภาพ จิตใจ และสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของ Well-being ในที่ทำงาน นอกจากนี้ องค์กรเลือกไม่ใช้คำนำหน้านามอย่าง ‘นาย’ หรือ ‘นางสาว’ ในระบบภายใน เช่น บัตรพนักงาน เป็นต้น ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่แสดงออกถึงความเคารพในอัตลักษณ์ของพนักงาน และสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับและให้เกียรติในความหลากหลายอย่างแท้จริง”

ปนัดดา ประสิทธิเมกุล จาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ตัวแทนความหลากหลายกลุ่มเปราะบาง

ปนัดดา ประสิทธิเมกุล เจ้าหน้าที่บริหารโครงการพิเศษ จาก บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ตัวแทนความหลากหลายกลุ่มเปราะบาง กล่าวว่า “องค์กรเปิดใจยอมรับความแตกต่าง โดยมองว่าความแตกต่างเป็นพลัง ซึ่งตนได้รับโอกาสเป็นผู้ประกาศข่าว และทำงานเพื่อสังคม แสดงให้เห็นว่าเราเป็นที่ยอมรับ และที่สำคัญคือการทำให้กลุ่มผู้พิการเห็นเราเป็นแรงบันดาลใจ และเข้าใจว่าสังคมยังมีพื้นที่ให้พวกเขา นอกจากนี้ การที่องค์กรมองเห็นศักยภาพ เปรียบเสมือนของขวัญอันล้ำค่า และทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ทำโครงการสนับสนุนกลุ่มคนพิการ ซึ่งช่วยจุดประกายให้อีกหลายคน ‘ลุกขึ้นสู้’ และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อไปได้”

นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายในด้านศาสนา

นพอนันต์ พงศ์อิทธิเดช Business Intelligence Center จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายในด้านศาสนา กล่าวว่า “ตนนับถือศาสนาซิกข์ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 0.1% ที่นับถือศาสนานี้ ก่อนที่จะมาทำงานที่ซีพี มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทต่างชาติมาหลายปี ด้วยการโตมากับความเชื่อที่ว่าถ้าเป็นคนอินเดีย ศาสนาซิกข์ ต้องทำงานกับบริษัทต่างชาติเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสเติบโต จนกระทั่งได้มาสัมภาษณ์งานที่ซีพี นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิต ผมได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน ได้รับโอกาสดี ๆ จากผู้บริหาร มีสวัสดิการวันหยุดตามวันสำคัญทางศาสนา แสดงถึงความเข้าใจและเคารพในพิธีกรรมของทุกศาสนา ย้ำถึงการเป็นองค์กรที่มีนโยบายด้าน DEI ที่ชัดเจน ทั้งยังเชื่อมั่นว่าศาสนา เพศสภาพ เชื้อชาติ ไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นพลังร่วม และมองพนักงานที่ ‘ศักยภาพ’ ไม่ใช่ ‘รูปลักษณ์ภายนอก’ เท่านั้น”

Lawrence Smith จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเชื้อชาติ

ด้าน Lawrence Smith ที่ปรึกษาสำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตัวแทนความหลากหลายด้านเชื้อชาติ กล่าวว่า “เครือซีพีเป็นองค์กรที่เปิดกว้าง ไม่ว่าในระดับไหน สัมผัสได้ถึงพลังของทุกคนที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ทั้งนี้ รู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่เคารพในคุณค่าของแต่ละคน ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างมีจริยธรรม  ตลอดจนการประกาศนโยบาย DEI และมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เด่นชัด เชื่อมั่นว่า ซีพีเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสและส่งเสริมความเสมอภาคให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม

ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร จาก บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า ตัวแทนความหลากหลายด้านอายุ

ขณะที่ ดร.ชยศมน ทรัพย์สุขบวร พนักงานในโครงการ 60 ยังแจ๋ว จาก บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า (โลตัส สาขาหลักสี่) ตัวแทนความหลากหลายด้านอายุ เปิดเผยว่า “ขอบคุณซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่เล็งเห็นศักยภาพของผู้สูงวัย และเปิดโอกาสให้คนวัยเกษียณที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปได้มาร่วมงานกับซีพี แอ็กซ์ตร้า เพราะปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคนวัยนี้มีประสบการณ์และยังมีศักยภาพในการทำงาน ซึ่งองค์กรแห่งนี้ได้ปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องวัยได้อย่างน่ายกย่อง เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และถือเป็นโอกาสอันแสนวิเศษที่ได้รับในครั้งนี้”

กฤษ-กรกวรรษ ศิลปี จากเวที AF และ The Voice 6 มาร่วมโชว์พลังเสียงแห่งความหลากหลายที่เท่าเทียม

รวมพลังความหลากหลายของชาว CP

การจัดกิจกรรม “CP Group Embrace the Diversity Stage โอบรับคุณค่าและความหลากหลายในตัวตน” ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในเดือนแห่งความหลากหลาย แต่เป็นภาพสะท้อนของการลงมือปฏิบัติที่ต่อเนื่องและชัดเจนของเครือซีพี ในการสร้าง “องค์กรที่ทุกคนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน” พร้อมเดินหน้าด้วยความเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายไม่ใช่อุปสรรค แต่คือจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืนในระยะยาวอย่างแท้จริง

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

คุณแหน: 24 มิถุนายน 2568

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

..llจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่เคยมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนไหนถูกประณามจากบุคคลสำคัญๆ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงขนาดนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ การที่เขาใช้กำลังพลและอาวุธทันสมัยของฝ่ายทหาร เข้าสยบกลุ่มผู้ประท้วงอเมริกันในมหานครต่างๆเพื่อต่อต้านนโยบาย “ดำเนินคดีกับผู้อพยพเข้าเมือง” อย่างรุนแรง เฉพาะในมหานครแอล.เอ. เขาใช้กำลังพลจาก “กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ” พร้อมอาวุธครบมือด้วยจำนวนถึง 4,000 คนยังไม่สะใจสั่งเสริมด้วยกำลังทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ อีก 700 คน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหน่วยนาวิกโยธิน สหรัฐ ฯมีสมรรถนะสูงมาก เทียบชั้นกับทหารศูนย์สงครามพิเศษของยุโรปได้เลย ส่วนอาวุธที่นำมาใช้ก็นำมาอย่างจัดเต็ม มีทั้งอาวุธทันสมัย, กระสุนจริง, กระสุนยาง, ระเบิดประกายไฟปราบจราจล, แก๊สน้ำตา ฯลฯ… พลตรี ศรชัย มนตริวัต ศิษย์เก่ารัฐแคลิฟอร์เนีย สะท้อนความรู้สึกส่วนรวมว่า สิ่งเหล่านี้ในสหรัฐฯ ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่นับจากเริ่มบริบท ปกติหากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเป็นหน้าที่ของผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรี จะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และสั่งการใช้กำลังของการปกครองท้องถิ่นเข้าควบคุม ส่วนกำลังทหารของรัฐบาลกลางจะเข้ามาปฏิบัติการได้ต่อเมื่อผู้ว่าการรัฐร้องขอและ/หรือให้ความเห็นชอบเท่านั้นภายใต้กฎหมายและข้อตกลงในยุคปัจจุบัน…

..llแม้แต่สุภาษิตโบราณจีน-ฝรั่ง-ไทย ยังต้องส่งเสียงประสานว่า “NOTHING GOOD LASTS FOREVER” เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ความสำเร็จทางธุรกิจของกลุ่มธุรกิจดิวตี้ฟรี KING POWER ช่วงระยะเวลาผ่านไปไม่ถึง 20 ปีจากนักธุรกิจโนเนม วิชัย ศรีวัฒนประภา ก้าวขึ้นเป็นระดับเจ้าสัวบริหารธุรกิจใหญ่พื้นฐานแตกต่างกันในรูปแบบ “กลุ่มบริษัท” ในยุคแรกที่เกาะฮ่องกง เจ้าสัวได้มีโอกาสทำความรู้จักท่านกงสุลใหญ่ไทยในฮ่องกง ธวัชชัย ทวีศรี ซึ่งเป็นบุคคลกว้างขวางมีคอนเน็คชั่นส์กับข้าราชการและนักธุรกิจชั้นนำชาวจีน ท่านกงสุลใหญ่ยังได้แนะนำให้เจ้าสัวได้รู้จักกับไทคูนจีนเจ้าของ FRANCHISE DUTY FREE ในหมู่เกาะฮ่องกง นับจากนั้นความสำเร็จของเจ้าสัวผ่านธุรกิจดิวตี้ฟรี “KING POWER” ก็ก้าวกระโดดกลายเป็นตำนานความสำเร็จที่ทุกคนทราบดี และเป็นอัธยาศัยดีของ เจ้าสัววิชัย ในเรื่องไม่ลืมคุณต่อมาได้แต่งตั้ง อดีตท่านทูต ธวัชชัย เป็นประธานกิตติมศักดิ์ขององค์กรยาวนานจนวาระสุดท้าย…

..llประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ วีระวัฒน์ ชลายน เชิญกรรมการประชุมแสดงความยินดีกับ. ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล โอกาสที่ได้รับรางวัลวิศวจุฬาดีเด่น และ รศ.ดร.ณรงค์ อยู่ถนอม ได้รับรางวัลวิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น ครั้งที่ 10 (2568)และรับรองรายจ่ายสถาบันคาร์บอน และโครงการNet Zero CEO รุ่นที่2 ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย ในวันที่ 4 ก.ค.10.30 น. ณ ห้องสวนรวมใจ 2 ชั้น 1 อาคาร 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ…

..llงานฉลองสมรสของ พญ. ปุญชรัสมิ์ วีระสืบพงศ์ กับ นพ. กรพงษ์ วันทนาศิริ จัดค่ำวันที่ 6 ก.ค.นี้ ที่ห้องแกรนด์บอลลูม รร.โฟร์ซีซั่น…มารดาเจ้าสาว ชนาทิพย์ วีระสืบพงศ์ ฝากเชิญเพื่อนที่เคยร่วมอบรม พีอาร์ 44 มาร่วมงานนี้ด้วย…-0- งานประกาศรางวัลโทรทัศน์ทองคำครั้งที่ 39 ดร.ณฤดี เคียงศิริ และ พยงค์ คชาลัย กำหนดวันที่ 28 มิ.ย.13.30 น.ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรม ฯ ทางบ้านชมได้ทางทีวีช่อง 36 เวลา 22.00 น…-0- ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ปิยนัยน์ -อ.พรรณนิภา วัชราภรณ์ ในการจากไปของ คุณแม่นิยม วัชราภรณ์ อดีต ผอ. รร.วัดวิมุตยาราม กทม. พิธีสวดพระอภิธรรม จัด ณ ศาลา 1 วัดนิมมานรดี วันที่ 21-27 มิ.ย.18.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 28 มิ.ย.16.00 น.…ขอเชิญ ผู้เคารพนับถือร่วมไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…

..llกำหนดฌาปนกิจศพ คุณแม่มาลัย วงศ์สมบุญ มารดา พ.ต.กมล วงศ์สมบุญ วันที่ 25 มิ.ย.14.00 น. ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน !!…

บารอนเนส

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมมือ Bluebox เปิดตัวระบบความบันเทิงดิจิทัลเหนือระดับบนเครื่องบินครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.25 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมกับ บลูบ็อกซ์ เอวิเอชั่น ซิสเต็มส์ (Bluebox Aviation Systems) เปิดตัวระบบความบันเทิงบนเครื่องบิน (In-Flight Entertainment: IFE) รูปแบบใหม่เป็นครั้งแรก โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Blueview เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ระบบใหม่นี้จะเริ่มให้บริการบนเที่ยวบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมรองรับแผนการเติบโตและการขยายฝูงบินของสายการบินฯ ในอนาคต

ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ ภาพยนต์เอเชีย ภาพยนตร์ไทย และความบันเทิงหลากหลายประเภทได้อย่างครอบคลุม ซึ่งถือเป็นบริการที่ไม่พบเจอได้ทั่วไปในสายการบินต้นทุนต่ำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ดิจิทัลเหนือระดับในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

อินเทอร์เฟซของระบบ IFE ได้รับการออกแบบร่วมกับ Bright Sky Media พันธมิตรด้านสื่อโฆษณา สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เวียตเจ็ทไทยแลนด์อย่างชัดเจน พร้อมมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ลื่นไหลและโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา

นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ““เวียตเจ็ทไทยแลนด์มุ่งมั่นยกระดับบริการแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดสายการบินต้นทุนต่ำที่ให้บริการเหนือความคาดหมาย ความร่วมมือกับ Bluebox ช่วยยกระดับประสบการณ์บนเครื่องบิน ทั้งในด้านความบันเทิงและความสะดวกในการใช้งาน ขณะเดียวกัน การร่วมมือกับ Bright Sky ยังเปิดโอกาสใหม่ในการทำโฆษณาดิจิทัลที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ””

นาย Kevin Clark ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบ็อกซ์ เอวิเอชั่น ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเปิดตัวระบบใหม่นี้ ทีมของเรามีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลบนเครื่องบิน และเราภูมิใจที่แพลตฟอร์ม Blueview ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของวิสัยทัศน์ดังกล่าว ด้วยความยืดหยุ่นของระบบที่พร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การเลือกใช้ระบบพกพาของ Bluebox สะท้อนวิสัยทัศน์อันชาญฉลาดของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการให้บริการความบันเทิงบนเครื่องบินที่ทั้งคุ้มค่า ลดความซับซ้อนของระบบเดิม และสามารถมอบเนื้อหาคุณภาพสูงส่งตรงสู่หน้าจออุปกรณ์ส่วนตัวของผู้โดยสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Bluebox ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสะท้อนให้เห็นว่าสายการบินต้นทุนต่ำก็สามารถมอบประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียมได้ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

ผู้โดยสารเตรียมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บนเที่ยวบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล เพื่อธุรกิจหรือท่องเที่ยว กับบริการความบันเทิงบนเครื่องบินที่ครบครัน ทั้งภาพยนตร์ รายการทีวี เพลง และคอนเทนต์แบบอินเทอร์แอคทีฟ มีกำหนดเริ่มให้บริการในไตรมาส 3 ปี 2568

เตรียมสำรองเที่ยวบินครั้งถัดไปเพื่อเป็นหนึ่งในผู้โดยสารกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับรูปแบบใหม่บนเครื่องบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จองเลยวันนี้ ที่ http://www.vietjetair.com

‘สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน’ การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

'สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน' การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

‘สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน’ การท่องเที่ยวไต้หวันชวนปั่นจักรยานตามรอยหนังของเจย์ โจว

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.22 น.

ไต้หวันได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติว่าเป็น “สวรรค์ของนักปั่นจักรยาน” มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การปั่นจักรยานตลอดทั้งปี พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ครบครันและเป็นมิตรต่อผู้ขี่จักรยาน โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 3 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันจักรยานโลก” (World Bicycle Day) ซึ่งไต้หวันได้เข้าร่วมกิจกรรมระดับโลกนี้อย่างกระตือรือร้นมาตั้งแต่ปี 2019 โดยมีการจัดงานหมุนเวียนไปยังเมืองต่างๆ ทั่วไต้หวันทุกปี พร้อมทั้งวางแผนเส้นทางปั่นจักรยานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน นอกจากนี้ จักรยานในไต้หวันไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับการเดินทางหรือระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการท่องเที่ยวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของการท่องเที่ยวด้วยจักรยานในไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งหรือวันพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานได้ตลอดทั้งปี ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและพร้อมต้อนรับนักปั่นจากทั่วโลกเสมอ

สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อการท่องเที่ยวด้วยแนวคิด “สองล้อสองราง”

ไต้หวันมีเส้นทางจักรยานครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงชนบท จากชายฝั่งทะเลไปถึงพื้นที่ภูเขา รองรับภูมิประเทศและทัศนียภาพที่หลากหลาย ในเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมีร้านให้เช่าจักรยานหลากหลายประเภทคอยให้บริการ นอกจากนี้ยังมีจักรยานสาธารณะอย่าง YouBike และ MOOVO ที่ให้บริการกระจายอยู่ทั่วเมืองใหญ่ เช่น ไทเป ไทจง และเกาสง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถใช้บัตรเครดิตหรือบัตร EasyCard เช่าได้อย่างสะดวกสบาย 
 
สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางแบบเจาะลึกหรือผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน ไต้หวันก็มีระบบขนส่งที่รองรับอย่างรอบด้านและใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากบริการขนส่งจักรยานทั่วไปแล้ว ไต้หวันยังได้พัฒนาแนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง “สองล้อสองราง” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง “รถไฟ” กับ “จักรยาน” หรือที่ชาวไต้หวันเรียกจักรยานด้วยชื่อเล่นว่า “ม้าเหล็ก” (鐵馬) เนื่องจากทำจากเหล็กและเปรียบเหมือนม้าที่ไม่มีเครื่องยนต์

การรถไฟไต้หวัน (TRA) ได้จัดเตรียมตู้โดยสารพิเศษของขบวน Chu-kuang Express ให้ผู้ขี่จักรยานและจักรยานได้เดินทางไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวแนวคิด “สองล้อสองราง” ที่ผสานการเดินทางด้วยจักรยานและรถไฟให้เข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานได้รอบเกาะหรือเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว unseen ทั่วไต้หวันได้อย่างง่ายดาย สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย นี่คือประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร คุณสามารถนำจักรยานขึ้นรถไฟ แล้วลงที่เมืองต่าง ๆ เพื่อปั่นชมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น และเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไปด้วยรถไฟ เป็นการเดินทางที่ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกสบาย และสอดคล้องกับแนวคิดลดการปล่อยคาร์บอนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอีกด้วย

เส้นทางการปั่นจักรยานแนะนำ

ตามรอยหนัง: เส้นทางจักรยานซวงวาน (Shuangwan Bikeway) ภาคเหนือ 

เส้นทางจักรยานซวงวานที่มีระยะทางยาว 8 กิโลเมตร เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “รักเรา กัลปาวสาน” (Secret) ของเจย์ โจว ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานที่เรียบและปั่นง่าย โดยเริ่มจากหาดเชียนสุ่ยวาน (Qianshuiwan Beach) ไปยังหาดไป๋ซาวาน (Baishawan Beach) ตลอดทางจะได้ชมทิวทัศน์ชายฝั่งทางเหนือของไต้หวันอันงดงาม เส้นทางนี้ถือเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมของคู่รัก และเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ควรพลาด

เส้นทางจักรยานที่สวยที่สุด: เส้นทางจักรยานทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake Bikeway) ภาคกลาง 

เส้นทางจักรยานแสนงดงามที่มีระยะทางยาวประมาณ 30 กิโลเมตรนี้ เคยได้รับเลือกจาก CNN ของสหรัฐฯ ให้เป็น 1 ใน 10 เส้นทางจักรยานที่สวยที่สุดในโลก โดยเส้นทางจะเริ่มต้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเซี่ยงซาน (Xiangshang Visitor Center) ตามเข็มนาฬิกาไปรอบทะเลสาบ ทั้งนี้ เส้นทางนี้มีทางขึ้นเนินชันหลายช่วง จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวประเมินสมรรถภาพร่างกายของตนเองก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย 

สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบที่แสนงดงามของเมืองท่า: เส้นทางจักรยานริมแม่น้ำอ้ายเหอ (Love River Bikeway) ภาคใต้

เส้นทางจักรยานริมแม่น้ำอ้ายเหอในเมืองเกาสง เริ่มต้นจากทางเหนือที่ทะเลสาบดอกบัว หรือทะเลสาบเหลียนฉือถัน (Lotus Lake) ไปทางใต้ และสิ้นสุดที่ท่าเรือเจินอ้ายบนฝั่งขวาของแม่น้ำอ้ายเหอ รวมระยะทาง 24.5 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางจักรยานที่ทอดผ่านพื้นที่สำคัญของเมืองเกาสง โดยจะผ่านพิพิธภัณฑ์ชาวจีนแคะ (Kaohsiung Hakka Cultural Museum) หอคอยแห่งแส่งสว่าง (Tower of Light) และโรงเผาอิฐจงตู (Former Tangrong Brick Kiln) บอกเลยว่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเหล่านี้ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเส้นทางจักรยานแม่น้ำอ้ายเหอนี้อย่างสมบูรณ์
การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างรถไฟและจักรยาน: การท่องเที่ยวในภาคตะวันออกด้วย “สองล้อสองราง”

หากคุณต้องการสัมผัสทัศนียภาพทางธรรมชาติของไต้หวันแบบลึกซึ้ง ขอแนะนำเส้นทาง “ทริปสองวันสองล้อสองรางทางภาคตะวันออก” ซึ่งผสมผสานการเดินทางด้วยรถไฟและจักรยานอย่างลงตัว พร้อมสัมผัสกับทิวทัศน์ชนบทอย่างโรงงานน้ำตาลเก่า และความยิ่งใหญ่ของหุบเขาฮวาเหลียน-ไถตง อันงดงามตระการตา 

เส้นทางวันที่ 1:สถานีรถไฟกวงฟู่ (Guangfu Railway Station) → โรงงานน้ำตาลกวงฟู่ (Guangfu Sugar Factory) → สวนป่าต้าหนงต้าฝู (Danongdafu Forest Park) → เมืองรุ่ยซุ่ย (Ruisui Township) → ถนนสาย  193 (Route 193) → ค้างคืนในเมืองอวี้หลี่ (Yuli Township)

เส้นทางวันที่ 2:เมืองอวี้หลี่ (Yuli Township) → สถานีรถไฟตงหลี่ (Dongli Railway Station) → เมืองฉือซั่ง (Chishang Township)(พักผ่อน) → บราวน์บูเลอวาร์ด (Brown Boulevard) → ทะเลสาบต้าโพ (Dapo Pond) → สถานีรถไฟฉือซั่ง (Chishang Railway Station) → เดินทางกลับ
วัฒนธรรมจักรยานของไต้หวันไม่ใช่แค่พาหนะในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นวิถีชีวิตและปรัชญาการท่องเที่ยวที่ลึกซึ้ง ด้วยแนวคิด “ปั่นช้า ๆ สนุกเต็มที่” คุณจะได้สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของไต้หวันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการสำรวจเกาะงดงามนี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ว่าจะอยากสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกเหมือนในหนัง หรือนั่งรถไฟและปั่นจักรยานผ่านทิวทัศน์ที่สวยงามของภาคตะวันออก ไต้หวันก็มีตัวเลือกการท่องเที่ยวด้วยจักรยานหลากหลายรูปแบบที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม  

ไต้หวัน…เกาะสวรรค์ที่เป็นมิตรกับจักรยาน พร้อมต้อนรับคุณทุกฤดูกาล!

ขอบคุณภาพจาก: นัดตะพัด ThunderMan

‘รถเมล์-คะนึงนิจ’ ร่วมฉลองสาขาใหม่ ‘Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao’

'รถเมล์-คะนึงนิจ' ร่วมฉลองสาขาใหม่ 'Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao'

‘รถเมล์-คะนึงนิจ’ ร่วมฉลองสาขาใหม่ ‘Uranus Clinic Grand Opening Central Pinklao’

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ความสวยไม่เคยลดลงเลยสำหรับสาว “รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์” การันตีความงามด้วย พรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์ Uranus Clinic  มากกว่า 5ปี เรียกได้ว่าสวยสมวิสัยทัศน์แบรนด์ในฐานะแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจ ภายใต้แนวคิด Unlock Your Beauty Boundaries” ที่ล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัวสาขาใหม่ GRAND OPENING URANUS Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา  พร้อมด้วยนักแสดงนายแบบหนุ่มออร่าพุ่ง อาทิ กระทิง ขุนณรงค์, เกรท-สพล, ลุค อิชิคาว่า และ ป่าน-คมกฤษณ์  ที่มาร่วมพูดคุยพร้อมร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย  

Uranus Clinic โดย คุณฤชาภร คร้ามบุญลือ Chief Operating Officer ผู้บริหารยูเรนัส คลินิก เดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์ในฐานะแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจ ภายใต้แนวคิด “Unlock Your Beauty Boundaries” เพราะเราเชื่อว่า ความงามของแต่ละคนไม่ใช่กรอบตายตัว แต่คือเรื่องเฉพาะตัวที่คู่ควรกับการดูแลอย่างมืออาชีพ ทุกบริการของเรา ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกศักยภาพความงามจากภายในสู่ภายนอก ให้ทุกคนได้เปล่งประกายความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด เนรมิตให้ทุกคนเปล่งประกายและดูดีให้สวยใสแบบเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีบริการให้เลือกหลากหลาย และยังคงคุณภาพและมาตรฐานการดูแลความงามไว้ครบถ้วน ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 5ปี และยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคัดสรรทั้งเทคโนโลยีความงามมอบให้กับลูกค้าได้เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการหลายสาขาทั่วภูมิภาคของประเทศไทย ล่าสุดกับการเปิดตัวสาขาใหม่พร้อมจัดงาน GRAND OPENING URANUS Clinic สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่มาพร้อมการบริการความงามครบทุกด้านพร้อมให้ทุกคนได้ไปสัมผัส

โดยพรีเซ็นเตอร์ที่อยู่คู่กับแบรนด์มายาวนานกว่า 5ปี อย่าง รถเมล์-คะนึงนิจ ได้ร่วมแสดงความยินดีพร้อมสร้างความเชื่อมั่นเชิญให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ความงามเหนือระดับว่า “ก่อนอื่นรถเมล์ต้องขอแสดงความยินดีกับURANUS Clinicที่เติบโตอีกก้าว กับการเปิดตัวสาขาใหม่สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า รถเมล์เองร่วมเดินทางในฐานะพรีเซ็นเตอร์มากว่า 5 ปี นั่นพิสูจน์ได้ว่าแบรนด์สร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวรถเมล์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญยูเรนัส คลินิกเติบโตอย่างต่อเนื่องขยายสาขาให้บริการความงามมากกว่า26 สาขา ล่าสุดกับสาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้าในวันนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจลูกค้าจริง ๆ เพราะทุกนวัตกรรมความงามเป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคลที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ และบริการในสไตล์ Private Luxury ที่ให้คุณได้สัมผัสการดูแลอย่างเป็นส่วนตัวให้คุณสวยครบทุกมิติ และเป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ทุกคนสามารถไปเปิดประสบการณ์ความงามในแบบฉบับ “ยูเรนัส คลินิก” กันได้แล้วทุกสาขาทั่วประเทศ และขอฝากสาขาใหม่ป้ายแดง สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า (ชั้น GF) ด้วยนะคะ” ติดตามรายละเอียดการให้บริการเพิ่มเติมได้ที่ Official Fanpage https://www.facebook.com/uranusclinic.th/ 

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025 ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025  ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ จัดงาน PADI AWARE Week 2025 ฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.21 น.

อวานี พลัส แฟเรส มัลดีฟส์ (Avani+ Fares Maldives) เจ้าของรางวัล Best Dive Resort 2024 โดย Travel Trade Maldives เตรียมฉลองการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมกับสมาคมผู้สอนดำน้ำมืออาชีพ (PADI) จัดงาน PADI AWARE Week ครั้งที่ 8 ในวันที่ 12 – 21 กันยายน 2568 นี้ ซึ่งภายในงานจะรวมตัวนักอนุรักษ์ทางทะเลทั่วโลก มาร่วมกิจกรรมอนุรักษ์มากมายท่ามกลางความงดงามของบาอะทอลล์ (Baa Atoll) หนึ่งในขุมทรัพย์แห่งมหาสมุทรอินเดียที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิตทางทะเล โดยแขกของรีสอร์ทที่เข้าพักในระหว่างช่วงเวลานี้ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของ PADI AWARE Week ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ดำน้ำกับฝูงกระเบนราหู เรียนรู้เทคนิคฟรีไดฟ์ ตลอดจนการเรียนรู้เพื่อปกป้องท้องทะเลและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ

เพื่อเป็นการฉลองวัน “World Manta Day” ในวันที่ 17 กันยายน ทางรีสอร์ทจะจัดหลักสูตรพิเศษ PADI Manta Ray Awareness Specialty Course ที่มุ่งเน้นให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับกระเบนราหู หรือ manta ray ทั้งการจำแนกชนิดของกระเบนราหู ลักษณะทางสรีรวิทยา การให้อาหาร และการทำความสะอาด ก่อนจะพาผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปดำน้ำตื้นที่ อ่าวฮานิฟารู (Hanifaru Bay) เขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดรวมตัวตามฤดูกาลของแมนต้าเรย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพื่อดำน้ำร่วมกับฝูงปลากระเบนราหูอย่างน่าประทับใจ

ซึ่งตลอดทั้งสัปดาห์ยังมีหลักสูตรพิเศษของ PADI อื่น ๆ อาทิ Dive Against Debris® สอนวิธีเก็บขยะใต้น้ำอย่างปลอดภัย พร้อมส่งข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลการอนุรักษ์ระดับโลกอย่าง PADI AWARE อีกทั้งแขกผู้เข้าพักยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกได้ทุกวัน ตามจุดปะการังอันอุดมสมบูรณ์และแหล่งดำน้ำที่ได้รับการคุ้มครองของมัลดีฟส์

สำหรับผู้ที่อยากท้าทายตัวเอง ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมพิเศษร่วมกับ ฮันลี่ พรินส์ลู (Hanli Prinsloo) นักฟรีไดฟ์วิงผู้สร้างสถิติด้านการฟรีไดฟ์มากว่า 11 ครั้ง ที่จะมาเปิดสอนการฝึกฟรีไดฟ์และการฝึกหายใจ (freediving and breathwork) ท่ามกลางบรรยากาศแห่งท้องทะเลอันสวยงาม

“ฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้กลับมาที่บาอะทอลล์อีกครั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ฟรีไดฟ์วิงและการฝึกหายใจท่ามกลางท้องทะเลอันสวยงามเช่นนี้ โดย อวานี พลัส แฟเรส ถือเป็นทำเลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักดำน้ำตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนระดับสูง ด้วยระดับความลึกและสภาพแวดล้อมใต้ทะเลที่น่าค้นหา แนวปะการังน้ำตื้นอันตระการตา รวมถึงที่ตั้งซึ่งใกล้กับอ่าวฮานิฟารู ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายในฝันสำหรับการชมฝูงกระเบนราหูในช่วงฤดูกาลนี้ ฮันลี่ พรินส์ลู กล่าว

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเวิร์กช็อปการอนุรักษ์ปะการัง เสวนาเกี่ยวกับชีววิทยาทางทะเล และกิจกรรมเก็บขยะบนชายหาด เพื่อเปิดโอกาสให้แขกทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความยั่งยืนของสภาพแวดล้อมท้องถิ่น และสนับสนุนการอนุรักษ์ท้องทะเลให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ต่อไป

กิจกรรมทั้งหมดของ PADI AWARE Week เปิดให้ผู้เข้าพักเข้าร่วมฟรี โดยมีแพ็กเกจดำน้ำลึกและดำน้ำตื้นในราคาพิเศษตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่พักได้ที่ www.avanihotels.com/en/fares-maldives อีเมล fares@avanihotels.com หรือโทร +960 660 1660

เกี่ยวกับ Avani Hotels&Resorts

Avani ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ นำเสนอห้องพักสไตล์โมเดิร์น พื้นที่ที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว รวมถึงบริการอาหารที่สะดวกคล่องตัว โดยได้แรงบันดาลใจจากท้องถิ่น ความสมดุลคือหัวใจของทุกสิ่งที่ Avani ทำ — เพื่อมอบประสบการณ์ที่ลงตัวระหว่างการบริการ ความสนุกสนาน และความเป็นส่วนตัว

Avani เปิดตัวครั้งแรกในปี 2011 ปัจจุบันมีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 40 แห่งใน 5 ทวีป ครอบคลุมทั้งโรงแรมใจกลางเมือง รีสอร์ท ริมทะเล และที่พักท่ามกลางธรรมชาติ โดยเน้นการออกแบบอย่างชาญฉลาด การบริการที่สดใสมีชีวิตชีวา และความคุ้มค่าAvani เป็นส่วนหนึ่งของ Minor Hotels กลุ่มธุรกิจโรงแรมระดับโลก และเป็นสมาชิกของโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ avani.com และติดตาม Avani ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok และ YouTube

เกี่ยวกับไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) 

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจการบริการระดับโลก โดยปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ท และที่พักอาศัย จำนวนมากกว่า 560 แห่งใน 58 ประเทศ ในฐานะเจ้าของ โรงแรม ผู้ดำเนินการ และนักลงทุน ไมเนอร์ โฮเทลส์ตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของนักเดินทางทั่วโลกผ่าน 8 แบรนด์โรงแรม ได้แก่ อนันตรา อวานี เอเลวาน่า คอลเลคชั่น เอ็นเอช เอ็นเอช คอลเลคชั่น นาว โอ๊คส์ และทิโวลี รวมถึงคอลเลคชั่นต่างๆ ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยมีแผนเร่งขยายเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมมากกว่า 280 แห่งภายในสิ้นปี 2570 

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นสมาชิกที่ของ Global Hotel Alliance (GHA) ซึ่งเป็นพันธมิตรแบรนด์โรงแรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY สำหรับลูกค้า  สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorhotels.com  

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

NIVEA เปิดตัว ‘LUMINOUS630 SKIN GLOW SERUM’ ยกระดับการดูแลผิว ตอบโจทย์สาวยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.23 น.

นีเวีย ยกระดับการดูแลผิวอีกขั้น เปิดตัว “LUMINOUS630 SKIN GLOW” สูตรใหม่ที่เสริมพลังความกระจ่างใสด้วย THIAMIDOL® นวัตกรรมไบรท์เทนนิ่งทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วทั้งจากผลวิจัยทางคลินิกและเสียงตอบรับจากผู้ใช้จริงทั่วโลก เซรั่มสูตรใหม่นี้สามารถจัดการได้ทุกระดับของปัญหาจุดและรอยดำอย่างล้ำลึกถึงต้นตอ ตอบโจทย์ผู้หญิงไทยยุคใหม่ที่ต้องการผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ และเปล่งประกายผิวโกลว์ใสอย่างมั่นใจในแบบของตัวเอง

จุดและรอยดำ รอยสิว คือหนึ่งในปัญหาผิวเรื้อรังที่จัดการได้ยากของผู้หญิงไทยและมักพัฒนาไปสู่ระดับที่รุนแรงขึ้น ตั้งแต่รอยดำจาง ๆ จากสิว ผิวหมองคล้ำ ไปจนถึงปื้นคล้ำและจุดดำฝังลึกทั่วใบหน้า ซึ่งล้วนบั่นทอนความมั่นใจในระยะยาว ด้วยความเข้าใจในปัญหาเหล่านี้ ไบเออร์สดอร์ฟจึงทุ่มเทเวลากว่า 10 ปีในการค้นคว้าวิจัย จนได้มาซึ่ง THIAMIDOL® นวัตกรรมไบรท์เทนนิ่งเอกสิทธิ์เฉพาะของไบเออร์สดอร์ฟ ที่คัดสรรจากสารกว่า 50,000 ชนิด เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่มีความแม่นยำต่อการจัดการกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินในผิว และเป็นสารทรงพลังที่สามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสได้อย่างตรงจุดโดยไม่ทำให้ผิวบางหรือระคายเคือง ประสิทธิภาพของ THIAMIDOL® ได้รับการพิสูจน์แล้วทั้งจากผลวิจัยทางคลินิกและผู้ใช้จริงว่า สามารถลดเลือนฝ้าแดด จุดด่างและรอยดำทั้งที่มองเห็นและที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวได้มากถึง 82% และให้ผลลัพธ์เหนือกว่าวิตามินซีถึง 60 เท่า

เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 20 ล้านคนที่ให้ความไว้วางใจในพลังของ THIAMIDOL®  จนได้รับการยกย่องให้เป็นมาตรฐานใหม่ของสารลดจุดด่างดำที่ไม่มีนวัตกรรมใดเทียบเคียงได้”

ล่าสุด NIVEA ได้ต่อยอดความสำเร็จของ THIAMIDOL® สารไบรท์เทนนิ่งที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด LUMINOUS630 SKIN GLOW เซรั่มสูตรใหม่ที่ยกระดับการจัดการจุดด่างดำให้เหนือกว่าเพื่อผู้หญิงไทยที่ต้องการจัดการจุดด่างดำอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการฟื้นผิวให้ดูกระจ่างใสโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อเซรั่มสีชมพูบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และอ่อนโยนต่อผิว สูตรใหม่นี้ทำงานอย่างตรงจุดด้วยการผสานพลัง 3 ส่วนผสมหลัก ได้แก่ THIAMIDOL® สารไบรท์เทนนิ่งที่ลดเลือนจุดด่างดำทั้งที่มองเห็นและที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว Niacinamide อีกสารไบรท์เทนนิ่งที่ทั้งช่วยขัดขวางการลำเลียงเม็ดสีสู่ชั้นผิว และยังสามารถช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน และเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้สม่ำเสมอ และ Aloe Vera ที่มีความสามารถในการผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการระคายเคืองและเติมความชุ่มชื้นล้ำลึกให้ผิวแลดูอิ่มฟู นุ่มชุ่มชื้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ โดยจุดเด่นที่เหนือกว่าของ LUMINOUS630 SKIN GLOW คือ สามารถเริ่มเห็นผลในการลดจุดด่างดำฝังลึกได้ตั้งแต่วันแรกและให้ผลลัพธ์ผิวโกลว์ กระจ่างใสขึ้นภายใน 3 วัน* ผ่านการทดสอบทางคลินิกและเสียงยืนยันจากผู้ใช้จริง สูตรนี้จึงเหมาะสำหรับทุกคนที่กำลังมองหาทางลัดเพื่อผิวเปล่งประกายอย่างมั่นใจ

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม LUMINOUS630 SKIN GLOW เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 กลุ่มหลัก เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่การทดลองใช้ไปจนถึงการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง โดยคงจุดแข็งของสาร THIAMIDOL® ไว้อย่างชัดเจนในไลน์เซรั่ม เพื่อผลลัพธ์การลดฝ้า จุดและรอยดำที่เห็นผลจริง พร้อมฟื้นผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ประกอบด้วย

•             Luminous Skin Glow Serum ขนาด 30 มล. (469 บาท) สำหรับการใช้งานประจำ ขนาด 15 มล. (239 บาท) และขนาดทดลอง 7 มล. (39 บาท) เพื่อกระตุ้นการทดลองใช้

•             Luminous Skin Glow Bubble Foam โฟมล้างหน้าฟองละเอียด ทำความสะอาดล้ำลึกถึงต้นตอความหมองคล้ำ คุมมัน ผิวโกลว์ใส 10 เท่าขนาด 50 มล. (69 บาท) และ 100 มล. (139 บาท) เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม

•             Luminous Skin Glow Whip Foam วิปโฟมเนื้อเนียนนุ่ม ทำความสะอาดล้ำลึกถึงต้นตอความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง โกลว์ใสทันที ขนาด 100 มล. (149 บาท) เหมาะสำหรับผิวแห้ง-ผิวธรรมดา

ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านวัตสัน บู๊ทส์ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของนีเวียทั้ง Shopee, Lazada และ NIVEA Official Store

-(016)