พุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมใจบริจาคโลหิต ฉลองพระชันษา 98 ปี สมเด็จพระสังฆราช

พุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมใจบริจาคโลหิต ฉลองพระชันษา 98 ปี สมเด็จพระสังฆราช

พุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมใจบริจาคโลหิต ฉลองพระชันษา 98 ปี สมเด็จพระสังฆราช

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ฉลองพระชันษา 98 ปี 26 มิถุนายน 2568 ระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 7 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 98 พรรษา 26 มิถุนายน 2568 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้จัดกิจกรรมเพื่อเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ทำความดีบริจาคโลหิต ในโครงการ “พุทธศาสนิกชนชาวไทย ร่วมใจบริจาคโลหิตฉลองพระชันษา 98 ปี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 พร้อมทั้งเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน วัด และสถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และส่งเสริมการบริจาคโลหิตโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ส่งผลทำให้มีปริมาณโลหิตเพียงพอกับความต้องการของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ฉายา อมฺพโร ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์              ทรงได้รับการยกย่องในด้านความซื่อสัตย์ เด็ดขาด ตรงไปตรงมา อีกทั้ง ทรงมีวัตรปฏิบัติความสมถะเรียบง่าย เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ทรงปฏิบัติธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าเป็นฝ่ายธรรมยุต หรือฝ่ายมหานิกาย ทรงอุทิศตนเพื่องานด้านพระศาสนาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย นอกจากนั้น ยังได้ทรงนิพนธ์ ผลงานทางวิชาการ เอกสาร และตำราด้านพระพุทธศาสนา มากมาย ซึ่งล้วนแต่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ทรงเป็นที่เคารพสักการะ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

โอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมบริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์    หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Stations) 7 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค บางกะปิ งามวงศ์วาน ท่าพระ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง) ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ตรวมทั้งโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

สยามคูโบต้า จุดประกายการกระทำเล็กๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน เปิดตัวหนังโฆษณา ‘Small Actions Change the World’

สยามคูโบต้า จุดประกายการกระทำเล็กๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน เปิดตัวหนังโฆษณา ‘Small Actions Change the World’

สยามคูโบต้า จุดประกายการกระทำเล็กๆ เพื่อโลกที่ยั่งยืน เปิดตัวหนังโฆษณา ‘Small Actions Change the World’

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แคมเปญ “Small Actions Change the World” ปลุกเมกะเทรนด์เกษตรรักษ์โลกท่ามกลางยุค AI โดยถ่ายทอดแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังพร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจสู่ “ทุกการกระทำ แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้” โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้โลกดีขึ้น แต่แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญที่จะสามารถพาโลกไปสู่คำว่ายั่งยืนได้เริ่มจาก “มนุษย์ทุกคน” ที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนสู่พลังที่ยิ่งใหญ่ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกสู่ความยั่งยืนได้

การสื่อสารผ่านแคมเปญภาพยนต์โฆษณาชุดนี้สะท้อนใจความสำคัญ 5 มิติ ได้แก่ การเลือกเพาะปลูกแบบยั่งยืน การสนับสนุนเกษตรกรที่เพาะปลูกแบบยั่งยืน การรับประทานอาหารอย่างรู้คุณค่า การลดการใช้พลาสติก และ การหยุดเผาในภาคการเกษตรเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศ ที่ถ่ายทอดผ่านการผสมผสานไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนเมืองและเกษตรกรหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งนี้ สยามคูโบต้าในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนวิถีชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันด้านนวัตกรรมเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการทำเกษตรแบบคาร์บอนต่ำ ระบบ Smart Farming ที่บริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกระบวนการผลิตจากฟาร์มสู่เมืองเพื่อสร้างห่วงโซ่ความยั่งยืนที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกภูมิภาค

นอกจากการสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณา สยามคูโบต้าต้องการสะท้อนว่า “การเปลี่ยนแปลงโลก” ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นพลังเล็ก ๆ ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองที่อาจไม่ได้อยู่ในภาคการผลิตโดยตรง แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของวงจรเกษตรยั่งยืนผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยตัวอย่างของ “พลังเล็กๆ” ที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ทันที อาทิ การเลือกบริโภคผลผลิตจากแหล่งเกษตรอินทรีย์ หรือฟาร์มเพาะปลูกแบบยั่งยืน การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การบริโภคอย่างรู้คุณค่าไม่ทิ้งขว้าง รวมถึงเกษตรกรที่หันมาเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรแบบปลอดการเผา ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงแต่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างวงจรการเปลี่ยนแปลงทั้งองคาพยพ ตั้งแต่เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร นวัตกรรมการเกษตร ไปจนถึงจิตสำนึกของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งสยามคูโบต้าหวังว่าจะสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ให้ขยายวงกว้างขึ้นในทุกมิติของสังคม

เพราะทุกพลังเล็ก ๆ จากทุกการกระทำของทุกคน คือความหวังของอนาคตแห่งความยั่งยืน ร่วมเป็นหนึ่งพลังเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืนได้แล้ววันนี้ โดยสามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Small Actions Change the World” ความยาว 60 วินาที ผ่านช่องทางออฟฟิเชียลของสยามคูโบต้า SIAMKUBOTA https://www.facebook.com/share/v/1AZME9rojG/ หรือ Youtube สยามคูโบต้า https://youtu.be/WMrS3TMvxk0?si=YP6hO_rOMqBZI5p7

คุณแหน : 28 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 28 มิถุนายน 2568

คุณแหน : 28 มิถุนายน 2568

วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอเชิญร่วมกิจกรรม “จักรวาลแห่งน้ำพระทัยเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ วันที่ 4 ก.ค. 9.00-15.30 น.ณ ชั้น 6 โซน A ห้อง CONVENTION HALL อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรมทำความดีถวายพระกุศล , บริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทย ,บริจาคอวัยวะกับศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อ รพ.จุฬาภรณ์ร่วมกับสภากาชาดไทย ,รับบริการสุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ,ปรึกษานัดหมายการรักษาโรคมะเร็ง ,วิเคราะห์ธาตุจากการแพทย์บูรณาการ, เรียนรู้การทำ CPR ช่วยชีวิตผู้ป่วย , บริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสและจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กับผลิตภัณฑ์การกุศลชุด “เสืออวกาศ” มูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ ฯ หรือร่วมบูชาพระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ,สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากโครงการศิลปาชีพตามพระดำริและผลิตภัณฑ์เวชสำอาง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์…กิจกรรมเทิดพระเกียรติ 11.00 น. รับฟังการเสวนาแถลงข่าวจักรวาลแห่งน้ำพระทัยพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในพระดำริ , การผลิตยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ดในประเทศไทย โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ , การประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 ,การประกาศผลหน่วยงานผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2568 ฯลฯ…ผู้สนใจลงทะเบียนและเลือกกิจกรรมที่จะเข้าร่วมได้ทาง https://shorturl.asia/6bNKf …

ll พล.อ.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จฯเป็นองค์ประธานงานประทานรางวัล”ประชาบดี”2568 ในวันที่ 14 ก.ค.ที่ รร.ปรินซ์พลาเลซ 14.00 น.มี รมว.พม. วราวุธ ศิลปอาชา รับเสด็จฯ ร่วมกับ อนุกูล ปิดแก้ว ,กันตพงศ์ รังษีสว่าง ,ศราวุธ มูลโพธิ์ ,เบญจวรรณ บุตรเพชรรัตน์ และสายสม วงศาสุลักษณ์ เป็นต้น…

ll ยืนยันมาจาก สำนักงานประกันสังคมว่า ให้สิทธิประโยชน์ สำหรับผู้ประกันตน ม.33 , ม.39 และ ม.40 กรณีเสียชีวิต ดังนี้ 1.ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย จะได้รับเงินค่าทำศพ 50,000.- บาท , 2. ผู้ประกันตน ม.40 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ใน 12 เดือน ก่อนเดือนที่ถึงแก่ความตาย หรือกรณีตายจากอุบัติเหตุ ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 ใน 6 เดือน จะได้รับเงินค่าทำศพ 25,000.- บาท…

ll อติพร บุตรสาวคนสวยคนเดียวของ เตือนใจ ศงสภาต มีทริปไปเที่ยวฝรั่งเศส โดยมีคุณแม่อยู่โยงเฝ้าบ้านตามลำพัง…

ll ดีใจที่สุขภาพของ ภัสสร์ ลีละพัฒนะ ดีวันดีคืน เพราะได้BAAC(Bangkok Acting Age Center)ที่สยามฯใช้การรักษาแบบช่วยชะลอวัย หน้าตาดูสดใสขึ้นมากๆ…

ll 20 มิ.ย.ที่ผ่านมาศิษย์เก่านิด้า หลักสูตร วิทยาการการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง (วบส. 1) จัดงานพบปะสังสรรค์ ที่ ร้านพึ่งพา (PAFe’) มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก เมื่อ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ไปร่วมงาน อาทิ ชวน หลีกภัย ,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ,กรกฎ ชาตะสิงห์ ,สุรพล หวังสุนทรชัย ,กฤษดา กวีญาณ , ปภัสสรา เตชะไพบูลย์ , มนัญชยา สมเลิศ และ อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ เป็นต้น…ร้านนี้ อาหารอร่อย เครื่องดื่มดี ดนตรีไพเราะ ได้อุดหนุนสินค้าของมูลนิธิฯ ติดไม้ติดมือกลับไปคนละหลายชิ้น !!…

บารอนเนส

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฯ มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฯ มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ฯ มอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.36 น.

ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหาร ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว ภายใต้ ”โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน“ โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เข้าร่วมในพิธีฯ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ณ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานภายใต้พระดำริและพระนโยบายของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ทรงห่วงใยประชาชนในยามทุกข์ยากมาโดยตลอด และทรงมีรับสั่งให้มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย ไม่เพียงแต่อุทกภัยเท่านั้น แต่ทรงให้ขยายภารกิจในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้ครอบคลุมถึงภัยพิบัติร้ายแรงต่าง ๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบสร้างความเสียหายมายังประเทศไทยอย่างร้ายแรง ในหลายพื้นที่

มูลนิธิฯ ได้น้อมนำแนวพระดำริของทั้งสองพระองค์มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยมอบสิ่งของยังชีพที่จำเป็นและเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียน และวัด จำนวน 27 แห่งโดยในจังหวัดเชียงใหม่และในพื้นที่ภาคเหนือ รวมจำนวน 24 แห่ง เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,340,000 บาท

ในพิธีมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ชุมชนในโครงการส่งเสริมธุรกรรมออนไลน์เพื่อชุมชน ที่มูลนิธิฯ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเครือข่ายของมูลนิธิฯ ในภูมิภาคต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการช่วยชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสอนการขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ตามพระนโยบายการฟื้นฟูและพัฒนาผู้ประสบภัยอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ให้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีหรือโรงพยาบาลเด็ก และโรงพยาบาลปทุมธานี รวมเป็นเงิน 500,000 บาท และจัดซื้ออาหารกล่องเพื่อมอบให้กับทีมกู้ภัยในเหตุการณ์อาคารที่ทำการของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ถล่มจำนวน 15 วัน ๆ ละ 100 กล่อง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมอาสากู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเมียนมาร์ มอบถุงยังชีพพระราชทานจำนวน 500 ถุง เต้นท์นอน 150 เต้นท์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป 40 กล่อง และเงินช่วยเหลือ รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท

มูลนิธิฯ ขอเป็นกำลังใจ และพร้อมช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกันในยากทุกข์ยาก ซึ่งเป็นหลักการประการสำคัญในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และจะยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมฟื้นฟูชุมชนให้กลับคืนสู่ความปกติโดยเร็ว

เน็ต AIS แบบ 7 วัน ไม่ลดสปีด ถูกใจคนรุ่นใหม่ มากกว่ารายวัน

เน็ต AIS แบบ 7 วัน ไม่ลดสปีด ถูกใจคนรุ่นใหม่ มากกว่ารายวัน

เน็ต AIS แบบ 7 วัน ไม่ลดสปีด ถูกใจคนรุ่นใหม่ มากกว่ารายวัน

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 17.25 น.

ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต คนรุ่นใหม่อย่างเราไม่สามารถอยู่ห่างจากเน็ตได้แม้แต่วันเดียว และเมื่อพูดถึง แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับมือถือแบบเติมเงิน ชื่อของ เน็ต AIS 7 วัน ไม่ลดสปีด มักจะขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนเลือกใช้งานแทนการสมัครรายวันแบบเดิม

วันนี้จะพาคุณไปดูว่า ทำไมเน็ต AIS รายสัปดาห์แบบไม่ลดสปีด ถึงกลายเป็นคำตอบของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ พร้อมเปรียบเทียบกับแบบรายวันให้เห็นชัด ๆ ว่าแบบไหน “ใช่” สำหรับคุณ

ทำไม “ไม่ลดสปีด” ถึงสำคัญ?

เน็ตแบบ ไม่ลดสปีด (Unlimited) คือการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่แม้จะมีการจำกัดความเร็ว เช่น 2 Mbps, 4 Mbps หรือ 10 Mbps แต่ สามารถใช้งานได้เรื่อย ๆ ไม่จำกัดปริมาณ ต่างจากเน็ตแบบโควต้า (เช่น 1GB, 5GB) ที่ใช้หมดแล้วต้องสมัครใหม่หรือเน็ตช้าลงมาก นี่คือเหตุผลหลักที่คนใช้งานประจำ เช่น ดู YouTube, ฟัง Spotify, เล่น TikTok, คุย LINE Video Call หรือเล่นเกมเบา ๆ เลือก แบบไม่ลดสปีด มากกว่า

ทำไมคนถึงเปลี่ยนจาก “รายวัน” มาใช้ “7 วัน”?

1. ประหยัดเงินกว่าในระยะยาว ตัวอย่างเช่น  เน็ตรายวันไม่ลดสปีด 1 Mbps ราคา 25 บาท หากใช้ต่อเนื่อง 7 วัน = 25 x 7 = 175 บาท แต่ถ้าสมัครรายสัปดาห์แบบเดียวกัน ราคาเพียง 89–129 บาท เท่านั้น เท่ากับประหยัดไปมากกว่า 40–80 บาทต่อสัปดาห์

2. ไม่ต้องสมัครทุกวันให้ยุ่งยาก คนรุ่นใหม่มักมีหลายเรื่องต้องทำทั้งเรียน ทำงาน หรือสร้างคอนเทนต์ การสมัครเน็ตใหม่ทุกวันเสียเวลาและเสี่ยงลืม แพ็ก 7 วัน สมัครครั้งเดียว ใช้ได้ยาวไม่ต้องกังวลทุกเช้า

3. เหมาะกับแผนชีวิตประจำสัปดาห์ คนรุ่นใหม่มักวางแผนชีวิตเป็นรอบสัปดาห์ เช่น เรียน-ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ หรือใช้งานเน็ตเต็มที่ในช่วงวันหยุด ดังนั้นแพ็กเกจราย 7 วัน จึงตอบโจทย์แผนการใช้ชีวิตได้มากกว่าแบบรายวัน

4. ใช้งานได้หลากหลายกว่าเน็ตรายวัน เน็ตแบบ 7 วัน มีให้เลือกหลายความเร็ว เช็คโปรเน็ตล่าสุดได้ที่: https://easypronet.com/ais-7-day

เหตุผลเชิงจิตวิทยา: “ความสบายใจ” ที่มาพร้อมความต่อเนื่อง

หลายคนอาจไม่รู้ว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ราคาถูก แต่ต้องการ ความต่อเนื่องและควบคุมได้ ซึ่งเน็ต 7 วันแบบไม่ลดสปีด มอบสิ่งเหล่านี้ได้ ไม่ต้องห่วงเน็ตหมดกลางวัน ไม่ต้องมานั่งคอยนับว่าใช้ถึงกี่เมกะไบต์ ไม่ต้องกลัวความเร็วตกแบบแพ็กเกจที่ลดสปีดหลังใช้ครบโควต้า

เน็ต AIS รายสัปดาห์แบบไม่ลดสปีด เหมาะกับใคร?

– นักเรียน/นักศึกษา ใช้เรียนออนไลน์ แชท LINE กลุ่ม ดู YouTube หรือสตรีมคอนเทนต์เพื่อการเรียนรู้

 – ฟรีแลนซ์/คนทำงานออนไลน์ ใช้ Microsoft Teams, Zoom, Google Meet รับไฟล์งาน อัปโหลดงานขนาดใหญ่

– คอนเทนต์ครีเอเตอร์ ไลฟ์สด TikTok, Facebook Live อัปโหลดคลิปเบื้องต้นก่อนตัดต่อ

– คนขายของออนไลน์ ตอบแชทเร็ว อัปโหลดภาพหรือวิดีโอสินค้าได้แบบไม่สะดุด ไลฟ์ขายของสม่ำเสมอ

สมัครง่ายมากผ่าน easypronet.com ใน 5 ขั้นตอน 1. เข้าเว็บ https://easypronet.com 2.ไปที่เมนู “เน็ต AIS 7 วัน” 3.เลือกแพ็กเกจที่ต้องการ (ระบุความเร็ว/ราคา) 4.กด “สมัครเลย” – ระบบจะแสดงรหัส USSD ให้คุณโทรสมัครเองได้ทันที 5.หรือเลือก “กดเพื่อสมัครอัตโนมัติ” ผ่านมือถือ (หากรองรับ)

สรุปข้อดีของเน็ต AIS 7 วัน แบบไม่ลดสปีด

หากคุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ออนไลน์ทั้งวัน การเลือกใช้ เน็ต AIS 7 วัน แบบไม่ลดสปีด อาจเป็นคำตอบที่ดีกว่าเน็ตแบบรายวันทั้งในแง่ของ ราคา ความสะดวก ความต่อเนื่อง และคุณภาพชีวิต

อย่าลืมว่า การเลือกแพ็กเกจที่ “เหมาะกับตัวเอง” ไม่ใช่แค่ราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือกแบบที่ทำให้คุณ ใช้ชีวิตได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเน็ตหมดหรือสปีดตก

ลองเข้าไปเช็กโปรล่าสุดได้ที่ https://easypronet.com/ แล้วคุณจะรู้ว่า “เน็ต AIS รายสัปดาห์” กำลังมาแรงจริงๆ!

เหล่าเซเลบริตี้ ร่วมพิธีเปิด ‘รพ.รามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ’

เหล่าเซเลบริตี้ ร่วมพิธีเปิด ‘รพ.รามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ’

เหล่าเซเลบริตี้ ร่วมพิธีเปิด ‘รพ.รามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ’

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

โรงพยาบาลรามคำแหง รวมหัวใจจากผู้บริหารและทีมแพทย์ “จากมือหมอสู่โรงพยาบาลเพื่อทุกคน” เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพด้วยหัวใจของความเป็นมืออาชีพและความอบอุ่นตลอด 37 ปี  โดยมุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลรักษาจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาอย่างครอบคลุม เพื่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ป่วยทุกท่าน จนได้รับความไว้วางใจในการบริการอย่างท่วมท้น ด้วยข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ของโรงพยาบาลรามคำแหง คณะผู้บริหารจึงมีแนวคิดที่จะขยายโรงพยาบาลเป็นแห่งที่ 2 จึงได้เกิดโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ขึ้น  ตั้งอยู่ในเขตสะพานสูง  โดยโรงพยาบาลรามคำแหง 2 มีความทันสมัย ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายการให้บริการให้ผู้ป่วยได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น และที่นี่ยังมีศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง โดยได้จัดงานแถลงข่าว “พิธีเปิดโรงพยาบาลรามคำแหง 2 และศูนย์รังสีรักษา 4 มิติ” อย่างเป็นทางการ  ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568   เวลา 09.00 – 12.00 น.  ณ  ชั้น 2 อาคารหลัก โรงพยาบาลรามคำแหง 2

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ฤกขจี กาญจนพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทโรงพยาบาลรามคำแหง ร่วมด้วย นายแพทย์วิชัย ศรีมนัส ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลรามคำแหง 2, นายแพทย์ศิริพงศ์ เหลืองวารินกุล กรรมการบริหาร โรงพยาบาลรามคำแหง 2, Mr. Macro Lee, Senior Vice President, Asia Pacific Japan, Elekta, Mr. Masato Saito, Executive Officer, General Manager Global Business Division, Miki House Japan พร้อมด้วยนักแสดงและเซเลป กระแต ศุภักษร เรืองสมบูรณ์, กีต้าร์ ศิริพิชญ์ วิมลโนช,  เปิ้ล ภารดี วงษ์สวัสดิ์ ควงคู่สามี นิว เชื้อชาติ วงศ์สวัสดิ์,  หวานหวาน อรุณณภา พาณิชจรูญ , ญิ๋งญิ๋ง ศรุชา เพชรโรจน์  และ 2 สาวสวยจากซีรีส์ “พิษรัก Poisonous Love” จินนี่ ณัฐณิชา ประทีปนาฏศิริ – เจน่า แองเจลิน่า สตีเวนส์ ร่วมแสดงความยินดี

โรงพยาบาลรามคำแหง 2  เกิดจากความร่วมมือของทีมแพทย์ผู้บริหาร   นำโดย  นายแพทย์วิชัย ศรีมนัส อายุรแพทย์โรคหัวใจ  เป็นหนึ่งในผู้นำสำคัญที่มีแนวคิดว่า ควรมีการขยับขยายการบริการโรงพยาบาลในแห่งที่ 2 ให้เข้าถึงชุมชน มีความสะดวก รวดเร็ว และเพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย และที่สำคัญมีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย เพียงพอสำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีโรคซับซ้อนจำนวนมาก โรงพยาบาลจึงลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น เครื่อง MRI 3 Tesla, เครื่องฉายรังสีเร่งอนุภาคเชิงเส้น (Linear Accelerator) จากบริษัท  Elekta  ประเทศสวีเดน, Biplane Cath Lab สำหรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด และเทคนิค Stereotactic biopsy สำหรับการเจาะตรวจก้อนเนื้อเพื่อการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติที่แม่นยำ

และในปี 2568 โรงพยาบาลได้เปิดศูนย์รังสีรักษา 4 มิติอย่างเป็นทางการ โดยใช้เทคโนโลยีจากบริษัท Elekta ประเทศสวีเดน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์รังสีรักษาที่ทันสมัยแห่งหนึ่งในประเทศ  เนื่องจากมีการใช้เทคนิคการฉายรังสีแบบ 4 มิติ ด้วยการนำเทคโนโลยี Surface Tracking ที่สามารถจับการเคลื่อนไหวของทรวงอกขณะหายใจ เพิ่มความแม่นยำในการฉายรังสี โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด ช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อปกติ และลดผลข้างเคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ศูนย์รังสีรักษา4มิติของโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน Clinical Excellence in Oncology Services จาก AACI สหรัฐอเมริกา ถือเป็นศูนย์มะเร็งแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองนี้

ในส่วนของการบริการด้านอื่นๆ โรงพยาบาลรามคำแหง 2 ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยเด็ก ด้วย ร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับเด็กจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Miki House ในการออกแบบแผนกเด็กให้มีบรรยากาศที่เป็นมิตร สดใส มีการตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนของแบรนด์ในทุกจุดบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเด็กๆ และครอบครัว อีกทั้งโรงพยาบาลได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Miki House มาใช้ไม่ว่าจะเป็นชุดผ้าอ้อม เสื้อผ้า ถุงมือเด็กแรกเกิด โดยเด็กแรกเกิดทุกคนที่คลอดที่โรงพยาบาลจะได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวสัมผัส เพื่อสร้างความประทับใจที่อบอุ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการโรงพยาบาลรามคำแหง และในเครือ  พร้อมดูแลทุกคนอย่างเต็มศักยภาพด้วยหัวใจของความเป็นมืออาชีพ “จากมือหมอสู่โรงพยาบาลเพื่อทุกคน” ด้วย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และการบริการด้านสุขภาพครบวงจร  

สอบถามข้อมูลการบริการโรงพยาบาลรามคำแหง โทรศัพท์ 02-032-3888 / 095-7719739 , LINE Official : @ram2 , Facebook : โรงพยาบาลรามคำแหง 2 RAM 2 Hospital , TikTok : @ram2hospital

-(016)

เซ็นทารา ฉลองความสำเร็จ จากเวที Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 3 โรงแรมในเครือ ติดอันดับระดับภูมิภาค จากหนึ่งในนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของโลก

เซ็นทารา ฉลองความสำเร็จ จากเวที Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 3 โรงแรมในเครือ ติดอันดับระดับภูมิภาค จากหนึ่งในนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของโลก

เซ็นทารา ฉลองความสำเร็จ จากเวที Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 3 โรงแรมในเครือ ติดอันดับระดับภูมิภาค จากหนึ่งในนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของโลก

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.00 น.

เซ็นทาราฉลองความสำเร็จ จากเวที Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025
3 โรงแรมในเครือทั้งในไทยและต่างประเทศ ติดอันดับระดับภูมิภาค จากหนึ่งในนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของโลก

 
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มีความภาคภูมิใจที่จะประกาศว่า โรงแรมในเครือจำนวน 3 แห่งนั้นได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์เซ็นทาราที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล รวมถึงชื่อเสียงที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของการมอบประสบการณ์เข้าพักอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับแขกผู้เข้าพักจากทั่วโลก
สำหรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เกิดจากผลโหวตของผู้อ่านนิตยสาร Travel + Leisure จากทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูจุดหมายปลายทาง รีสอร์ท และประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับลักชัวรีที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

โดยในปีนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารานั้นได้รับการยกย่องในหมวดหมู่ที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้

• เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย — คว้า อันดับที่ 7 ของหมวด Thailand’s Beach + Island Resorts โดดเด่นด้วยความหรูหราที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม รวมถึงทำเลที่ตั้งอันเงียบสงบบนชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะอย่างหาดเฉวง

• มัชชาฟูชิ ไอส์แลนด์ รีสอร์ทและสปา มัลดีฟส์ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น — คว้า อันดับ 2 ของหมวด House Reef in the Maldives ได้รับคำชื่นชมในเรื่องระบบนิเวศทางทะเลอันอุดมสมบูรณ์ และการเข้าถึงแนวปะการังที่ทั้งสะดวกและง่ายดาย เหมาะสำหรับทั้งนักดำน้ำตื้นและนักดำน้ำมืออาชีพให้ได้ไปสัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำที่งดงามกว่าใคร

• รุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น — ได้รับรางวัล อันดับ 8 ในหมวด Upcountry Hotel in Thailand โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งบนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ การบริการที่ใส่ใจ และการออกแบบอย่างร่วมสมัย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงนาอันอบอุ่นสไตล์ตะวันตก

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านนิตยสาร Travel + Leisure และชุมชนนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก” ไมเคิล เฮนส์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารากล่าว “รางวัลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของทีมงานเรา ความแข็งแกร่งของแบรนด์เซ็นทาราในกลุ่มลักชัวรีและบูติกที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังรวมไปถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีคุณค่าทางจิตใจ และยังสามารถเชื่อมโยงแขกผู้เข้าพักเข้ากับจุดหมายปลายทางแต่ละแห่งได้อีกด้วย”

ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในภารกิจของเซ็นทารา ในการส่งต่อความอบอุ่นและไมตรีจิตแบบไทยสู่ผู้คนทั่วโลก และความพร้อมในการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้สามารถตอบโจทย์กับความต้องการของนักเดินทางสายลักชัวรีในยุคใหม่ให้ได้ทันท่วงที

ในขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่เซ็นทาราก็ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ของแบรนด์ ในการมอบประสบการณ์การเข้าพักที่มีความหมาย โดยมีเรื่องของวัฒนธรรม ความผูกพันเชื่อมโยง และความใส่ใจ เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ที่แขกผู้เข้าพักจะได้รับ เมื่อเข้าไปสัมผัส ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทุกหนแห่งทั่วโลก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ ที่นี่

GLO ร่วมเปิดศักยภาพเยาวชนไทย ทั้ง 4 ภูมิภาค โครงการ ‘SEED Project’ ปี 5 ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้หวนคืนถิ่นเกิด

GLO ร่วมเปิดศักยภาพเยาวชนไทย ทั้ง 4 ภูมิภาค โครงการ 'SEED Project' ปี 5 ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้หวนคืนถิ่นเกิด

GLO ร่วมเปิดศักยภาพเยาวชนไทย ทั้ง 4 ภูมิภาค โครงการ ‘SEED Project’ ปี 5 ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้หวนคืนถิ่นเกิด

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.42 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมเปิดศักยภาพเยาวชนไทย ทั้ง 4 ภูมิภาค ผ่านการสนับสนุนโครงการ  SEED Project ปี 5 ในธีม “สร้างผู้นำเยาวชน พาท้องถิ่นสู่สากล” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ให้หวนคืนถิ่นเกิด

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม และเครือข่ายเยาวชน SEED Thailand  ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “SEED Project ปี 5” ภายใต้แนวคิด “สร้างผู้นำเยาวชน พาท้องถิ่นสู่สากล” ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 3 อาคารออกรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จังหวัดนนทบุรี โดยมีตัวแทนผู้นำเยาวชนจากทั่วประเทศไทย เข้าร่วมอย่างเนื่องแน่น พร้อมทั้งสื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ กว่า 150 คน

โครงการ SEED Thailand ได้ริเริ่มโดยมีเป้าหมายอันสำคัญคือ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนไทยในระดับภูมิภาคและท้องถิ่น  ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถและศักยภาพ ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การกล้าคิด การกล้าทำ ผ่านการสานต่อกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ในชุมชนของตนเอง จากกระบวนการอบรบและปฏิบัติจริง ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณ , ด้านวิชาการ เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ในเด็กและเยาวชน อันจะเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายจากภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งโครงการดำเนินงานมากว่า 5 ปี ใน 4 ภูมิภาค ของประเทศไทย ผลิตเมล็ดพันธุ์เยาวชนที่สามารถใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ สานต่อทั้งการนำเสนอชุมชนถิ่นเกิดให้เปิดเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวใหม่ , รวมทั้งโครงการที่ทำให้ชุมชนสามารถหยัดยืนได้ด้วยพลังของคนในชุมชน ร่วมผสานสร้างเครือข่ายผ่านตัวแทนเยาวชน SEED Thailand รวมกว่า 10,000 ชีวิต ที่ปัจจุบันกระจายไปทั้ง 77 จังหวัดของประเทศที่ยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อันมีเป้าหมายที่สำคัญคือ ‘การใช้พลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้พัฒนาถิ่นเกิด‘ 

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากพันโท หนุน ศันสนาคม – ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธีเพื่อกล่าวเปิดงาน ในการเน้นย้ำเจตนารมณ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการสนับสนุนเยาวชนในเชิงกิจกรรม แต่ต้องการ “สร้างคน สร้างผู้นำ สร้างโอกาส” ให้กับสังคมไทยจากระดับชุมชนสู่สังคมวงกว้างอย่างยั่งยืน

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงาน มีการจัดปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลังเยาวชนพาท้องถิ่นสู่สากล” โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม  ในการฉายภาพฉากทัศน์ศักยภาพเยาวชนไทย และเน้นย้ำโอกาสของคนรุ่นใหม่ในระดับนานาชาติ ในการเป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนประเทศ ให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา “เยาวชนที่เห็นคุณค่าบ้านเกิด ที่ต้องมีความพร้อมสื่อสารสู่โลกกว้าง” 

ช่วงเสวนา “เยาวชนรุ่นใหม่สู่การลงมือทำที่มีผลกระทบจริง” ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีตัวแทนผู้นำเยาวชนจากเครือข่าย SEED Thailand ขึ้นเวทีนำเสนอประสบการณ์จริงจากการทำโครงการในพื้นที่ อาทิ ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการสื่อสารสาธารณะเพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในชุมชน โดยมี ธนพร ศิระพัฒน์ และปาริสา ลักษิรานนท์ คณะกรรมการ SEED Thailand พร้อมด้วยเยาวชนนำร่อง เช่น วรภัทร เติมเพชรนั่ง และ ธันวา พานิช ถ่ายทอดประสบการณ์บนเวที อันเกิดจากคนรุ่นใหม่ ในระดับมัธยม-อุดมศึกษา ที่สามารถริเริ่มโครงการและกิจกรรมที่สร้างคุณุปการมหาศาลให้เกิดแก่สังคมไทย จนเกิดเป็น ‘SEED MODEL’ ต้นแบบนำร่องในระดับชุมชนอื่น ๆ 

โครงการ SEED Project ปี 5 เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 โดยในปีนี้จะมีเยาวชนที่ได้รับการสนับสนุนและทำโครงการในพื้นที่จริงกว่า 500 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พร้อมขยายเครือข่าย “เยาวชนสร้างสรรค์เพื่อบ้านเกิด” ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการส่งเสริมสังคมไทยให้ก้าวสู่อนาคต ผ่านการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มีพลัง มีศักยภาพ และมีความแน่วแน่ที่จะเริ่มเปลี่ยนแปลงประเทศจากฐานรากสู่สังคมวงกว้างอย่างยั่งยืน

-(016)

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงาน “ดีไซน์ ดีพร้อม I DESIGN DIPROM” โชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ไอเดียไม่ธรรมดา

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงาน “ดีไซน์ ดีพร้อม I DESIGN DIPROM” โชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ไอเดียไม่ธรรมดา

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงาน “ดีไซน์ ดีพร้อม I DESIGN DIPROM” โชว์ศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ไอเดียไม่ธรรมดา

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.57 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน จัดกิจกรรม “ดีไซน์ ดีพร้อม I DESIGN DIPROM” ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ไอเดียไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้ โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดเป้าหมาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการพัฒนาองค์ความรู้ในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการ กระบวนการผลิต การตลาด และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เชื่อมโยงกับ Soft Power ของไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม โดยกล่าวว่า “กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการไทย ผนวกกับพลังของการออกแบบ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้มีเอกลักษณ์ มีคุณค่า และสามารถแข่งขันในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีผลิตภัณฑ์ที่สอดรับกับความต้องการของตลาด ย่อมเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ”

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า ภายใต้กิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (ของที่ระลึก) แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1) กิจกรรมบ่มเพาะการออกแบบ “ดีไซน์ดีมากแคมป์” ให้ความรู้ด้านการตลาด การออกแบบสินค้าของที่ระลึก ผ่าน Design Workshop เชิงลึก พร้อมแนวคิดการออกแบบ (Conceptual Design) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทย เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่นวัตกรรม Soft Power ไทย 2) กิจกรรมให้คำแนะนำเชิงลึก (Coaching) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งการผลิตจริง (Small Lot), การตั้งชื่อสินค้า (Product Name), การเขียนเรื่องราวสินค้า (Product Story), การกำหนดราคา (Pricing) ตลอดจนรายละเอียดสินค้าเชิงกลยุทธ์ 3) กิจกรรมเชื่อมโยงธุรกิจ (Business Matching) โดยคัดเลือกผลิตภัณฑ์เด่นเข้าสู่กระบวนการทดสอบตลาดจริงในห้างสรรพสินค้า พร้อมเปิดโอกาสเจรจาธุรกิจกับผู้จัดจำหน่าย (Trader/Buyer) และกลุ่มธุรกิจเป้าหมาย เช่น โรงแรม บริษัทท่องเที่ยว สถาบันการเงิน หรือแพลตฟอร์มค้าปลีก 4) การประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของโครงการ ผ่านการจัดทำสื่อวิดีทัศน์นำเสนอภาพรวมกิจกรรม พร้อมกรณีศึกษา (Success Case) และจัดทำ E-Book คู่มือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งต่อความรู้สู่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

สำหรับไฮไลต์ของกิจกรรมทดสอบตลาด “ดีไซน์ ดีพร้อม I DESIGN DIPROM” ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย ไอเดียไม่ธรรมดา มีเป้าหมายเพื่อจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านการพัฒนาแล้ว พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เพื่อประเมินผลตอบรับ สร้างการรับรู้ และกระตุ้นความสนใจในผลิตภัณฑ์ชุมชนรุ่นใหม่ พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ ผ่านการเจรจาและขยายตลาดอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกเข้าร่วมจัดแสดงและทดสอบตลาดจำนวนทั้งสิ้น 20 ราย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย ผสานการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างสร้างสรรค์ ด้วยแกนหลักของการพัฒนา คือวัสดุธรรมชาติ + อัตลักษณ์ท้องถิ่น + งานออกแบบร่วมสมัย + การใช้งานจริง+ ความยั่งยืน

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28  มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต ชั้น 1 โซน F อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมฟรี! พร้อมกิจกรรมพิเศษ มุมถ่ายภาพ เลือกชม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ และโอกาสดีในการพูดคุยกับผู้ประกอบการชุมชนจากทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 02-4306882, 02-4306882

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568 วันครบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568  วันครบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

‘ผาณิต พูนศิริวงศ์’ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ 2568 วันครบ 91 ปีวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.40 น.

ผาณิต พูนศิริวงศ์ เข้ารับมอบรางวัลเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 ในงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 91 รางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุดที่มอบให้กับศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยที่ได้ทำงานรับใช้สังคมและประเทศชาติ สนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง เป็นคนที่ 45 ของมหาวิทยาลัยและเป็นสตรีคนที่ 6 ที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้  พิธีมอบรางวัลเข็มเกียรติยศมีขึ้นในงานสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 91 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หอประชุมใหญ่) ท่าพระจันทร์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดรสุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 91 ในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568   ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (หอประชุมใหญ่) ท่าพระจันทร์   อันเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองและเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าผู้ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ที่อยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า การช่วยเหลือสังคมและมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด โดยปีนี้ได้พิจารณาคัดเลือกมอบรางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุดคือ รางวัลเข็มเกียรติยศ ประจำปี 2568 ให้กับ นางผาณิต พูนศิริวงศ์   ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยที่ได้ทำงานรับใช้สังคมและประเทศชาติ สนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่อง  โดยรางวัลดังกล่าวได้พิจารณามอบให้กับบุคคลหรือศิษย์เก่า ปีละ 1 คน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525  จนถึงปัจจุบัน รวม 45 คน

ผาณิต พูนศิริวงศ์ นับเป็นศิษย์เก่าคนที่ 45 และเป็นสตรีคนที่ 6 ที่ได้รับรางวัลเข็มเกียรติยศทองคำ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเข็มเกียรติยศทองคำให้กับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (พ.ศ.2530)  และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พ.ศ.2563)  รวมถึง ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (พ.ศ.2541) , ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี (พ.ศ.2543) และ ศาสตราจารย์ เกษรี ณรงค์เดช (พ.ศ.2548) 

รายชื่อผู้ได้รับเข็มเกียรติยศตั้งแต่ พ.ศ.2525-2567  มีดังนี้ ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ (พ.ศ.2525) ,ศาสตราจารย์ ประภาศน์ อวยชัย (พ.ศ.2526) ,บุญชู โรจนเสถียร (พ.ศ.2526) ,ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ (พ.ศ2527) ,ศาสตราจารย์ วิจิตร ลุลิตานนท์ (พ.ศ2527) ,ศาสตราจารย์ ประกอบ หุตะสิงห์  (พ.ศ.2528) ,ศาสตราจารย์ จิตติ ติงศภัทิย์ (พ.ศ.2529) ,ศาสตราจารย์ ปกรณ์ อังศุสิงห์ (พ.ศ.2529) ,สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (พ.ศ.2530) ,มารุต บุนนาค พ.ศ.2532 ,ศาสตราจารย์ ไพโรจน์ ชัยนาม (พ.ศ.2533) ,ศาสตราจารย์ ดร.อดุล วิเชียรเจริญ (พ.ศ.2534) ,สุวัฒน์ วรดิลก (พ.ศ.2535) ,ศาสตราจารย์ ดร.พนัส สิมะเสถียร(พ.ศ.2536) ,ฯพณฯ ชวน หลีกภัย (พ.ศ.2537) ,ศาสตราจารย์ ดร.สุธี สิงห์เสน่ห์ (พ.ศ.2538) ,อนันต์ อนันตกูล (พ.ศ.2539) ,บัญญัติ บรรทัดฐาน (พ.ศ.2540) ,ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (พ.ศ.2541) ,สถาพร กวิตานนท์(พ.ศ.2542) ,ศาสตราจารย์ คุณหญิง นงเยาว์ ชัยเสรี (พ.ศ.2543) ,มานิจ สุขสมจิตร (พ.ศ.2544) ,สัก กอแสงเรือง (พ.ศ.2545) ,รองศาสตราจารย์ นรนิติ เศรษฐบุตร (พ.ศ.2546) ,ดร.อรัญ ธรรมโน (พ.ศ.2547) ,ศาสตราจารย์ เกษรีณรงค์เดช (พ.ศ.2548) ,ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล (พ.ศ.2549) ,ศาสตราจารย์ ดร.คณิต ณ นคร (พ.ศ.2550) ,ศาสตราจารย์ ดร.อักขราทรจุฬารัตน (พ.ศ.2551) ,อาจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (พ.ศ.2552) ,ศาสตราจารย์ หิรัญ รดีศรี (พ.ศ.2553) ,อภัย จันทนจุลกะ (พ.ศ.2554) ,ศาสตราจารย์ ดร.อรุณ ภาณุพงศ์ (พ.ศ.2555) ,ธรรมศาสตราภิชาน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ (พ.ศ.2556)             ,สวัสดิ์ โชติพานิช (พ.ศ.2557) ,ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ (พ.ศ.2559) ,มนู เลียวไพโรจน์ (พ.ศ.2560) ,ศาสตราจารย์ วิโรจน์ เลาหะพันธุ์ (พ.ศ.2561) ,เตช บุนนาค (พ.ศ.2562) ,สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พ.ศ.2563) ,ดร.อาษา เมฆสวรรค์ พ.ศ.2564 ,ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พ.ศ.2565) ,ประกิต อภิสารธนรักษ์ (พ.ศ.2566) และอาคม เติมพิทยาไพสิฐ พ.ศ.2567