ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี

ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี

ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.03 น.

ทร.โต้ข่าวลือฟริเกตใหม่สะดุด ยันเดินหน้าตามแผน พร้อมคัดเข้มทุกมิติ ต้องพิจารณาทุกอย่างรอบคอบ ชี้ เป็นกำลังรบหลักของชาติอีกกว่า 40 ปี 

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ของกองทัพเรือ ว่า โครงการดังกล่าวยังดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ทุกประการ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค คุณสมบัติ และรายละเอียดข้อเสนอต่างๆ ของบริษัทอู่ต่อเรือที่ยื่นข้อเสนอ ว่าสอดคล้องตามเงื่อนไขที่กองทัพเรือกำหนดไว้หรือไม่

โครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ นับเป็นโครงการสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือ เนื่องจากเรือลำนี้จะเป็นเรือฟริเกตรุ่นใหม่ลำแรกของกำลังทางเรือยุคถัดไป ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกำลังรบหลักของกองทัพเรือไทยในอนาคต หรือเป็นแกนหลักของกำลังทางเรือยุคใหม่ (Backbone Fleet) ที่จะปฏิบัติภารกิจรับใช้ประเทศชาติไปอีกกว่า 40 ปี การพิจารณาเลือก”แบบเรือ” จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงขีดความสามารถ ประสิทธิภาพ การสนับสนุนด้านการซ่อมบำรุง ความคุ้มค่า การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบอาวุธและเทคโนโลยีในอนาคต

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรือฟริเกตถือเป็นหนึ่งในยุทโธปกรณ์ที่มีความซับซ้อนสูง ประกอบด้วยระบบสำคัญจำนวนมาก ทั้งระบบอำนวยการรบ ระบบเรดาร์ ระบบตรวจจับใต้น้ำ ระบบอาวุธปล่อยนำวิถี ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสื่อสาร และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการอื่นๆ ที่ต้องได้รับการออกแบบและบูรณาการให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน การพิจารณาข้อเสนอจึงไม่สามารถพิจารณาเฉพาะข้อมูลเบื้องต้นหรือคุณลักษณะทางเทคนิคในภาพรวมได้ แต่จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกจากเอกสารข้อเสนอจำนวนมาก เพื่อให้มั่นใจว่ากองทัพเรือจะได้รับยุทโธปกรณ์ที่ตอบสนองภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเลของประเทศที่ดีที่สุดได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมีการพิจารณาข้อเสนอด้านการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (Offset) ควบคู่ไปกับการพิจารณาด้านเทคนิค ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่มุ่งให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากการจัดหายุทโธปกรณ์ ทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร การเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการต่อยอดองค์ความรู้ภายในประเทศ การประเมินข้อเสนอในส่วนนี้จึงจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดและความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับสามารถเกิดขึ้นได้จริงและมีความคุ้มค่าในระยะยาว

ทั้งนี้ การดำเนินงานของโครงการยังคงเป็นไปตามกรอบเวลาและแผนงานที่คณะกรรมการบริหารโครงการได้กำหนดไว้ล่วงหน้า “มิได้เกิดความล่าช้า” ตามที่มีข้อกังวลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว และมีเอกสารรวมถึงข้อเสนอจำนวนมากที่ต้องพิจารณา ทั้งในด้านเทคนิค การปฏิบัติการ การส่งกำลังบำรุง การสนับสนุนตลอดอายุการใช้งาน และข้อเสนอด้านการชดเชยทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม คณะกรรมการจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและประเมินข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ โดยทุกขั้นตอนการพิจารณามีมาตรการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกโดยคณะผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าข้อเสนอทั้งหมดจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ อันจะนำไปสู่การตัดสินใจที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและกองทัพเรือในระยะยาว

กองทัพเรือ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า โครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ทุกประการ โดยคณะกรรมการบริหารโครงการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการพิจารณาข้อเสนอจำนวนมากอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้การตัดสินใจครั้งนี้นำไปสู่การจัดหาเรือฟริเกตที่มีขีดความสามารถเหมาะสมที่สุด เกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ และสามารถทำหน้าที่เป็นกำลังรบหลักในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล คุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และเป็นรากฐานสำคัญของกำลังทางเรือไทยไปอีกกว่า 40 ปี

อนุชา ลุยน้ำท่วมกลางงานไพรด์! ถก ผอ.บางรัก เร่งแก้ท่อตัน ชูนโยบายอุโมงค์ยักษ์

อนุชา ลุยน้ำท่วมกลางงานไพรด์! ถก ผอ.บางรัก เร่งแก้ท่อตัน ชูนโยบายอุโมงค์ยักษ์

อนุชา ลุยน้ำท่วมกลางงานไพรด์! ถก ผอ.บางรัก เร่งแก้ท่อตัน ชูนโยบายอุโมงค์ยักษ์

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.50 น.

อนุชา เบอร์ 5 ลุยน้ำท่วมกลางงานไพรด์! ถก ผอ.บางรัก เร่งแก้ท่อตัน ชูนโยบายอุโมงค์ยักษ์ พร้อมดัน กทม. ชิงเจ้าภาพ World Pride 2030

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยทีมผู้สมัคร ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเดินพาเหรดเทศกาล Bangkok Pride Festival 2026 ที่ถนนสีลม แต่ก่อนกิจกรรมจะเริ่ม เกิดฝนตกหนักฉับพลันน้ำท่วมขังในพื้นที่ นายอนุชาและทีมงานจึงปรับแผนเร่งด่วน เข้าสำรวจปัญหาน้ำท่วมและพูดคุยกับ นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก เพื่อสอบถามถึงสาเหตุการระบายน้ำที่ล่าช้า 

โดยนางพรพัน ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดต่ำ ปลายท่อระบายน้ำมีระดับความลาดเอียง (Slope) ที่สูงกว่าคลองสาทร ทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงคลองได้เองและต้องอาศัยเครื่องสูบน้ำ ประกอบกับขณะนี้พื้นที่กำลังอยู่ในช่วงทุบคันหินเพื่อปรับปรุงถนนและบาทวิถี ทำให้ท่อระบายน้ำตีบลงชั่วคราว การระบายน้ำจึงทำได้ไม่เต็มที่ แม้การซ่อมแซมจะไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณ แต่การหาผู้รับเหมาในพื้นที่ใจกลางเมืองทำได้ยาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านการจราจร รวมถึงยังมีจุดที่ท่อระบายน้ำมีสภาพเก่ามาก เช่น บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลบางรักไปจนถึงโรงพยาบาลเลิดสิน ซึ่งมักมีปัญหาการทับถมและอุดตัน

ภายหลังการพูดคุยกับ ผอ.เขต นายอนุชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงภาพรวมการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่า จากที่เห็นในวันนี้ แม้ฝนจะตกลงมาไม่นาน แต่ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือการผลักดันโครงการอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ดินให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้เร็วที่สุด

“กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ต่ำ เราไม่ควรไปฝืนธรรมชาติ แต่ต้องเข้าใจบริบท โดยอาศัยเครื่องสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และการผันน้ำไปสู่เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทางฝั่งตะวันออก เช่น คลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ นอกเหนือจากการแก้ปัญหาเป็นจุด ๆ เราต้องมองภาพใหญ่ นำงบประมาณของ กทม. มาจัดลำดับความสำคัญเพื่อทำเมกะโปรเจกต์แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน คืนความเป็นเมืองฟ้าอมรให้กับกรุงเทพฯ” นายอนุชากล่าว

หลังจากนั้น นายอนุชาได้ร่วมเดินขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2026 โดยย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการเปิดกว้างและสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริงในสังคม กทม. ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปราศจากการกลั่นแกล้ง (Bully) ในโรงเรียน และเจ้าหน้าที่ข้าราชการ กทม. ทุกระดับต้องมีความเข้าใจ พร้อมให้บริการประชาชนอย่างเท่าเทียมในทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานเขต โรงเรียน หรือสถานพยาบาล โดยไม่เลือกปฏิบัติจากเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ พร้อมประกาศจุดยืนสนับสนุนให้กรุงเทพมหานครเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World Pride ในปี 2030 อย่างเต็มที่

“งานไพรด์ทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียและยุโรปเดินทางมาร่วมงาน ซึ่งหาก กทม. ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพในอีก 4 ปีข้างหน้า เราพร้อมสนับสนุนทุกมิติ และจะไม่จัดกิจกรรมแค่เฉพาะช่วงพาเหรดเท่านั้น แต่จะสร้างกิจกรรมที่ดึงดูดคนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งหลังจากนี้ กทม. และข้าราชการประจำจะต้องเปิดรับข้อมูล เรียนรู้ และปรับตัวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม” นายอนุชา กล่าวทิ้งท้าย

ชัชชาติ หาเสียงเมก้าพลาซ่า FC รุม ตะโกนแซว ไม่ต้องเดินหาเสียง คะแนนก็ถล่มทลายแล้ว

ชัชชาติ หาเสียงเมก้าพลาซ่า FC รุม ตะโกนแซว ไม่ต้องเดินหาเสียง คะแนนก็ถล่มทลายแล้ว

ชัชชาติ หาเสียงเมก้าพลาซ่า FC รุม ตะโกนแซว ไม่ต้องเดินหาเสียง คะแนนก็ถล่มทลายแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.33 น.

ชัชชาติ หาเสียงเมก้าพลาซ่า FC รุม ตะโกนแซว ไม่ต้องเดินหาเสียง คะแนนก็ถล่มทลายแล้ว เจอเจ้าของร้านเล่าเคยให้ Art Toy ชัชชาติ ฟรี แต่ไม่รับ ควัก 4,000 ซื้อเอง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 พร้อมอดีตรองผู้ว่าฯ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายวิศณุ ทรัพย์สมพล พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงที่ศูนย์การค้าเมก้าพลาซ่า สะพานเหล็ก พบปะประชาชน แจกแผ่นพับสื่อสารนโยบาย “กรุงเทพฯ น่าอยู่ 250+ นโยบาย” บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทันทีที่เดินทางมาถึง มีประชาชนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และเซลฟี่ร่วมกับชัชชาติอย่างเป็นกันเอง

นายชัชชาติ กล่าวว่า เมก้าพลาซ่าเป็นแหล่งขายส่งของเล่นสำคัญที่ตนคุ้นเคยและมาบ่อย เพราะเคยมาซื้อของเล่นให้หลาน มองว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รอเพียงการหางาน แต่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดความชอบให้กลายเป็นธุรกิจของตัวเองได้

ตลอดเส้นทาง นายชัชชาติพูดคุยกับประชาชน พร้อมฝากผู้สมัครฯเบอร์ 9 มีประชาชนเข้ามารับแผ่นพับ และให้กำลังใจ มีตะโกนแซวด้วยว่า “ไม่ต้องเดินหาเสียง คะแนนก็ถล่มทลายแล้ว” สร้างสีสันให้กับการลงพื้นที่ในวันนี้

ทั้งนี้ นายชัชชาติกล่าวระหว่างการหาเสียงวันนี้ ว่า รู้สึกดีใจและมีกำลังใจ พร้อมขอบคุณทุกเสียงสนับสนุนที่มอบให้  “คนที่ด่าหรือคนที่ไม่ชอบ ก็อาจจะไม่ได้มาโบกมือให้กำลังใจเรา ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะจะช่วยเตือนสติให้เราไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป”

ช่วงหนึ่งของการเดินหาเสียงที่เมก้าพลาซ่า มีเจ้าของร้านของเล่นรายหนึ่งเข้ามาทักทายนายชัชชาติ เล่าถึงความประทับใจเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน นายชัชชาติเคยมาที่ร้านและสนใจโมเดลตัวหนึ่ง ตนตั้งใจจะมอบให้เป็นที่ระลึก แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับของฟรี โดยยืนยันขอจ่ายเงิน 4,000 บาท และบอกว่า “อยากให้เป็นการซื้อขายกัน”

เจ้าของร้านกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ชัชชาติมาอีกรอบในวันนี้ เพราะเป็นแฟนคลับอยู่แล้ว และมองว่าชัชชาติเป็นคนทำงานหนักมาก และยังได้เล่าถึงโมเดลดังกล่าวว่า เป็น Art Toy ที่มีต้นแบบจากชัชชาติ จัดทำโดยร้านของเพื่อนในชื่อแบรนด์ “Holy and Me” ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 ตัว และปัจจุบันเหลือจำนวนไม่มาก

สถาบันพระปกเกล้าเปิดการศึกษาปปร.30

สถาบันพระปกเกล้าเปิดการศึกษาปปร.30

สถาบันพระปกเกล้าเปิดการศึกษาปปร.30

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.48 น.

สถาบันพระปกเกล้าเปิดการศึกษา “ปปร.30” รวมผู้นำทุกภาคส่วน 160 คน สร้างพลังขับเคลื่อนประชาธิปไตยสู่การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน

วันนี้ (31 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 อย่างเป็นทางการ  โดยได้รับเกียรติจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบโอวาทแก่นักศึกษา และมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวรายงาน

ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ กล่าวว่า หลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 ได้รับความสนใจจากผู้นำและผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาจำนวน 160 คน ประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติและสมาชิกรัฐสภา ภาคการเมือง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สะท้อนถึงความหลากหลายของเครือข่ายผู้นำที่พร้อมร่วมกันพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของหลักประชาธิปไตย

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการวิเคราะห์เชิงนโยบาย สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และร่วมกันแสวงหาแนวทางพัฒนาการเมืองการปกครองของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษา พร้อมเน้นย้ำว่า การเรียนรู้ในหลักสูตร ปปร. มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองจากผู้นำหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อนำไปสู่การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประธานรัฐสภายังได้ฝากข้อคิดสำคัญให้นักศึกษาทุกคน “ถอดยศและตำแหน่ง” เมื่อก้าวเข้าสู่สถาบันพระปกเกล้า และเรียนรู้ร่วมกันในฐานะ “นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า” เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเท่าเทียม เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ทั้งนี้  ยังได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารสถาบันพระปกเกล้า ที่ปรึกษาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กรรมการประจำหลักสูตร พร้อมด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตร  ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ต้อนรับนักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 ในครั้งนี้ด้วย  ซึ่งมีกำหนดการศึกษาอบรมระหว่างเดือนมิ.ย. 2569 ถึงเดือน มี.ค. 2570 เป็นระยะเวลาประมาณ 9 เดือน

นอกจากการศึกษาในชั้นเรียนแล้ว ยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่ภาคปฏิบัติผ่านโครงงานกลุ่ม ภายใต้แนวคิด “เส้นทางสู่มาตรฐาน OECD : ธรรมาภิบาล นวัตกรรม และทุนมนุษย์สู่ความเป็นเลิศระดับสากล (Path to OECD : Governance, Innovation, and Human Capital for Global Excellence)” เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สนับสนุนการยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานสากลในอนาคต

015

ส.ส.ท.จัดแข่งหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทยปี 69 ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

ส.ส.ท.จัดแข่งหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทยปี 69 ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

ส.ส.ท.จัดแข่งหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทยปี 69 ชิงถ้วยพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.15 น.

ส.ส.ท.แข่งหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทยปี 69 ถ้วยพระราชทาน “กรมสมเด็จพระเทพฯ” เทคโนฯปทุมวัน – สกลราชวิทยานุกูล – ร.ร.องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท – ม.กาฬสินธุ์ แชมป์ “พันธุ์เพิ่มศักดิ์” ชี้เป็นเวทีสร้างกำลังคนคุณภาพขับเคลื่อนอนาคตประเทศ

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการแข่งขันหุ่นยนต์สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี รศ.ปราณี จงสุจริตธรรม นายกสมาคม ส.ส.ท. คณะกรรมการวิชาการและตัดสินการแข่งขัน และผู้เข้าแข่งขัน เข้าร่วม ณ ห้องไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 เป็นเวทีส่งเสริมศักยภาพเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรม ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และการแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและสร้างกำลังคนคุณภาพรองรับการพัฒนาประเทศ การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างเครือข่าย ให้กับนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และผู้สนใจด้านเทคโนโลยี ได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อนำไปต่อยอดในการศึกษา พัฒนาตนเอง และก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่อไป

ด้าน รศ.ปราณี กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2536 และในปี 2569 มีนักเรียนและนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมกว่า 500 ทีม โดยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ประจำปี 2569 ซึ่งนับเป็นเกียรติยศสูงสุดและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญแก่เยาวชนไทยในการพัฒนาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

สำหรับการแข่งขันในวันนี้ ถือเป็นวันตัดสินแชมป์ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของงาน โดยมีการประลองความสามารถของทีมหุ่นยนต์ระดับหัวกะทิที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ เพื่อค้นหาสุดยอดทีมที่จะคว้าตำแหน่งชนะเลิศระดับประเทศ และรับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยก้าวสู่เวทีการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ (ABU Robocon 2026) ต่อไป โดยผลการแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2569 มีดังนี้

1.การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 313 เกมการแข่งขัน “Kung Fu Quest เส้นทางสู่ปรมาจารย์กังฟู”

รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัล 50,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทอง) ได้แก่ ทีม MECHATRONICS 1 จาก สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 30,000 บาท และเหรียญรางวัล (เงิน) ได้แก่ ทีม ดอกคูณ จากสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทองแดง) ได้แก่ทีม IVEC 3 Robot จากสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 วิทยาลัยเทคนิคนครนายกและทีม KANKRAO จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

รางวัลหุ่นยนต์อัตโนมัติยอดเยี่ยม (TPA Robot Automation Excellence Award) ได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 15,000 บาท ได้แก่ ทีม iRAP_Savior จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

รางวัล Popular Vote ได้รับถ้วยรางวัล และ เงินรางวัล 5,000 บาท ได้แก่ ทีมหนุ่มลำตะคอง จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

2. การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท.-สพฐ. ยุวชน ครั้งที่ 24 เกมการแข่งขัน “Robo Soccer”

รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัล 15,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทอง) พร้อมทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้แก่ ทีม SAKOLRAJ-CS จาก โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท และเหรียญรางวัล (เงิน) ได้แก่ ทีม KNW_KMITL จาก โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย, สถาบันโคเซ็นพระจอมเกล้าลาดกระบัง

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้รับ ถ้วยรางวัล เงินรางวัล 5,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทองแดง) ได้แก่ทีม YB-SOCCER จาก โรงเรียนโยธินบูรณะกับทีม KP-NM จาก โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี

3. ชนะการแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท.-สพฐ. ยุวชน ครั้งที่ 26 เกมการแข่งขัน “Robo Rescue with MicroROS”

รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัล 15,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทอง) พร้อมทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ได้แก่ ทีม CNTROBOT จาก โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท และเหรียญรางวัล (เงิน) ได้แก่ ทีม Interstellar จาก โรงเรียนประจักษ์ศิลปาคาร

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทองแดง) ได้แก่ทีม ROS หลอกหยอกเล่น จาก โรงเรียนราชวินิตบางแก้วและทีม CRMS6_2 จาก โรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย

4. การแข่งขันหุ่นยนต์ ส.ส.ท. PLC Competition ครั้งที่ 21 “เกมการแข่งขันหุ่นยนต์ยกมวย Robo Punching”

รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เงินรางวัล 50,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทอง) พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ PLC และ SERVO รวมมูลค่า 66,000 บาท จากบริษัทมิตซูบิชิ อิเล็คทริค แฟคเทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้แก่ ทีม ROBOT.KSU จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 30,000 บาท และเหรียญรางวัล (เงิน) ได้แก่ ทีมลูกพระธาตุพนม A จากมหาวิทยาลัยนครพนม

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 ได้รับถ้วยรางวัล เงินรางวัล 10,000 บาท และเหรียญรางวัล (ทองแดง) ได้แก่ทีม RC_AutoBrain1 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตราชบุรี และทีม Re-04_TNI จากสถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น

รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้รับถ้วยรางวัล และเงินรางวัล 10,000 บาท ได้แก่ ทีม Harmonic Wave จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

มช. เปิดพื้นที่เรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์ เสริมนักเรียน ม.ปลาย สะสมหน่วยกิต พร้อมต่อยอดสู่รั้วมหา’ลัย

มช. เปิดพื้นที่เรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์  เสริมนักเรียน ม.ปลาย สะสมหน่วยกิต พร้อมต่อยอดสู่รั้วมหา'ลัย

มช. เปิดพื้นที่เรียนรู้วิศวกรรมศาสตร์ เสริมนักเรียน ม.ปลาย สะสมหน่วยกิต พร้อมต่อยอดสู่รั้วมหา’ลัย

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.41 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดรับสมัครผู้เรียนเข้าร่วมโครงการ Entaneer Academy ประจำปี 2569ช่องทางการเรียนรู้สำหรับผู้ที่สนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และต่อยอดสู่การประกอบอาชีพวิศวกรในอนาคต ภายใต้แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยเข้าถึงองค์ความรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่อง

Entaneer Academy ก่อตั้งขึ้น เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งพัฒนานักเรียน นักศึกษา บุคลากรวัยทำงาน และผู้สนใจด้านวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านหลักสูตรระยะสั้นที่ออกแบบให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความสนใจ พร้อมค้นหาศักยภาพและเส้นทางอาชีพของตนเองไปพร้อมกับการเรียนรู้

ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้จากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านรูปแบบการเรียนที่หลากหลาย ทั้งการเรียนในห้องเรียน (On-site) การเรียนออนไลน์ (Online) และการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบ MOOC ซึ่งช่วยให้เข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวกและยืดหยุ่น ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะในยุคดิจิทัล

หลักสูตรพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่หลากหลาย อาทิ แคลคูลัสสำหรับวิศวกรรมศาสตร์ ฟิสิกส์สำหรับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ วัสดุวิศวกรรม การเขียนแบบวิศวกรรม การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับวิศวกร พื้นฐานการสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีโรงงาน และหลักสูตรเสริมทักษะด้านเทคโนโลยีและสังคมดิจิทัล เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความสนใจและเป้าหมายทางการศึกษา

จุดเด่นสำคัญของ Entaneer Academy คือการเป็นช่องทางพิเศษสำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยผู้ที่เรียนจบหลักสูตรและได้รับผลการเรียนระดับ B ขึ้นไป อย่างน้อย 3 หลักสูตร (วิชาหลัก 2 หลักสูตร และวิชาเลือก 1 หลักสูตร) สามารถใช้เป็นคุณสมบัติในการสมัครคัดเลือกผ่านระบบ TCAS รอบที่ 1 Portfolio ได้ นอกจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถสะสมหน่วยกิตในระบบ Credit Bank CMU ซึ่งเป็นช่องทางสำหรับการเทียบโอนหน่วยกิตวิชาพื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ที่ได้รับการรับรองจากวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตและสำนักทะเบียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ช่วยลดภาระการเรียนและวางแผนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้สมัครต้องเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ หรือผู้ที่มีความสนใจในศาสตร์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยใช้สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) หรือเอกสารแสดงคุณวุฒิการศึกษาเป็นหลักฐานประกอบการสมัคร

ปัจจุบัน Entaneer Academy ภาคการศึกษาที่ 2 ปี 2569 กำลังเปิดรับสมัครผู้เรียน ระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม – 11 มิถุนายน 2569 โดยเปิดรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 สายวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ รวมถึงผู้ที่สนใจเรียนรู้ศาสตร์ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ผู้สนใจสามารถสมัครและชำระค่าเรียนได้ผ่านเว็บไซต์ Lifelong CMU

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Entaneer Academy หรือโทรศัพท์ 053-942095 และ 053-944179 ต่อ 109

หวานฉ่ำ ดูอา ลิปา-คัลลัม เทอร์เนอร์ จดทะเบียนเรียบง่ายที่ลอนดอน ก่อนบินฉลองใหญ่ที่อิตาลี

หวานฉ่ำ ดูอา ลิปา-คัลลัม เทอร์เนอร์ จดทะเบียนเรียบง่ายที่ลอนดอน ก่อนบินฉลองใหญ่ที่อิตาลี

หวานฉ่ำ ดูอา ลิปา-คัลลัม เทอร์เนอร์ จดทะเบียนเรียบง่ายที่ลอนดอน ก่อนบินฉลองใหญ่ที่อิตาลี

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.48 น.

1 มิถุนายน 2569 สละโสดอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับป๊อปสตาร์สาวระดับโลก ดูอา ลิปา(Dua Lipa) วัย 30 ปี และนักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษสุดฮอต คัลลัม เทอร์เนอร์ (Callum Turner) วัย 36 ปี หลังทั้งคู่จูงมือกันเข้าพิธีวิวาห์และจดทะเบียนสมรสอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นและเป็นส่วนตัวในกรุงลอนดอน

รายงานระบุว่า พิธีการดังกล่าวจัดขึ้นที่ Old Marylebone Town Hall สถานที่แต่งงานประวัติศาสตร์ยอดนิยมของเหล่าคนดัง โดยจัดเป็นพิธีสั้นๆ และเรียบง่าย มีเพียงสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากเสร็จสิ้นพิธี ทั้งคู่ได้เดินลงมาจากฮอลล์ท่ามกลางการโปรยกระดาษคอนเฟตติเฉลิมฉลองจากแขกผู้ร่วมงานด้วยรอยยิ้มสุดหวานชื่น ก่อนจะพากันขึ้นรถแท็กซี่สีดำ (Black Cab) อันเป็นเอกลักษณ์ของลอนดอนออกไปด้วยกัน

แฟชั่นวันแต่งงานที่ฉีกทุกกฎ “น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้”

สิ่งที่สื่อแฟชั่นทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคงหนีไม่พ้นลุคของเจ้าสาว โดย  ดูอา ลิปา มาในสไตล์ที่ฉีกแนวจากชุดแต่งงานฟูฟ่องแบบดั้งเดิม เธอเลือกสวม ชุดสูทกระโปรงสั่งตัดพิเศษ (Bespoke Skirt Suit) สีขาวงาช้างจากแบรนด์โอต์กูตูร์ชื่อดัง Schiaparelli โดดเด่นด้วยดีเทลกระดุมทองสไตล์เซอเรียลลิสม์ แมตช์กับหมวกปีกกว้างสีขาวจาก Stephen Jones และรองเท้าส้นสูงจาก Christian Louboutin ซึ่งสื่อต่างประเทศต่างยกย่องว่า ลุคนี้ของเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นไอคอนระดับตำนานอย่าง Bianca Jagger เมื่อครั้งแต่งงานกับ Mick Jagger ในปี 1971

ขณะที่เจ้าบ่าวคัลลัม เทอร์เนอร์ หล่อเนี้ยบอย่างไร้ที่ติ ในชุดสูทสีกรมท่ากระดุมสอง จากแบรนด์หรู Ferragamo

ปักหมุดรอ! งานฉลองวิวาห์สุดอลังการ 3 วันเต็มที่ซิซิลี

อย่างไรก็ตาม พิธีการที่ลอนดอนเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า ทั้งคู่เตรียมจัดงานฉลองมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 3 วันเต็มในสัปดาห์หน้าที่กำลังจะถึงนี้

โดยสถานที่จัดงานคือ Villa Valguarnera คฤหาสน์หรูเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ในเมืองปาแลร์โม เกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี คาดว่าจะมีเหล่าคนดังระดับเอลิสต์จากวงการดนตรีและแฟชั่นตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ Sir Elton John, Charli XCX, Mark Ronson และดีไซเนอร์ชื่อดัง Donatella Versace

สำหรับเส้นทางความรักของทั้งคู่ เริ่มต้นมีกระแสข่าวลือว่าเดทกันครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2024 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและประกาศหมั้นหมายในช่วงกลางปี 2025 จนกระทั่งลงเอยด้วยการแต่งงานอย่างหวานชื่นในที่สุด ทางทีมงานขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวป้ายแดงคู่ใหม่ของวงการบันเทิงโลก

#Dua Lipa, Callum Turner,#ดูอา ลิปา แต่งงาน, #Callum Turner แต่งงาน, #งานแต่งดาราฮอลลีวูด,# Schiaparelli ชุดแต่งงาน

เปิดวาร์ปความปัง! การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวที MGI all star

เปิดวาร์ปความปัง! การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวที MGI all star

เปิดวาร์ปความปัง! การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวที MGI all star

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.20 น.

เปิดวาร์ปสาวงามผู้คว้ามง! การแข่งขันประกวดนางงามระดับโลก mgi all star 1st Edition รอบตัดสิน ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 ท่ามกลางโปรดักชันแสงสีเสียงสุดอลังการ และการติดตามชมจากแฟนนางงามเวที มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล ทั่วโลกผ่านทาง YouTube ช่อง Grand TV โดยการประกวดเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวสาวงามผู้เข้าแข่งขันจาก 56 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้ที่สามารถพิชิตใจคณะกรรมการและคว้ามงกุฎ “The All Stars Crown” จากเวที miss grand international ไปครองได้สำเร็จคือ “วาเนสซา ปุลการิน” (Vanessa Pulgarin) สาวงามจากประเทศโคลอมเบีย และถูกจารึกชื่อให้เป็น mgi all star คนแรกของโลก ส่วนตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เฟธ มาเรีย พอร์เตอร์ (Faith Maria Porter) จากกานา และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เฮือง ยาง เหงียน (Huong Giang Nguyen) จากเวียดนาม

missgrandinternational และ IG: vanepulgarin

กติกาและการคัดเลือกสุดเข้มข้นสไตล์ miss grand international

สำหรับการคัดเลือกผู้เข้ารอบนั้น เฮือง ยาง เหงียน จากเวียดนาม เป็นผู้คว้ารางวัล World’s Choice Award ทำให้เธอผ่านเข้ารอบ 18 คนสุดท้ายได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งในรอบ 18 คนสุดท้ายนี้คัดมาจากคะแนนของคณะกรรมการ 15 คน และผู้ชนะจากแคมเปญต่างๆ อีก 3 คน เมื่อผ่านเข้ารอบแล้ว คะแนนทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตเป็นศูนย์ โดยการตัดสินของเวที มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล ในรอบลึกใช้ระบบ K-Score หรือ Fixed Benchmark System ซึ่งคิดคะแนนจากคณะกรรมการ 70% และคะแนนโหวตจากแฟนนางงาม 30% ทั้งนี้ สาวงามจากประเทศไทย Tharina Botes สามารถทำผลงานผ่านเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายในรอบการแข่งขันชุดว่ายน้ำ (Swimsuit Competition) ได้สำเร็จ

เงื่อนไขสุดท้าทายเพื่อเงินรางวัล 36 ล้านบาท

การคว้ามงกุฎในครั้งนี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผู้ชนะเท่านั้น เนื่องจากผู้ที่ชนะ mgi all star ครั้งที่ 1 จะต้องกลับมาทำหน้าที่ป้องกันตำแหน่งในการแข่งขัน miss grand international ครั้งต่อไปด้วย และหากผู้ชนะสามารถรักษาและครองตำแหน่งได้ต่อเนื่องถึง 3 สมัยติดต่อกัน จะได้รับเงินรางวัลสะสมสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 36 ล้านบาท

ขอบคุณรูปภาพทั้งหมดจาก IG: vanepulgarin

ช็อกวงการ หม่ำ จ๊กมก ประกาศลาเวิร์คพอยท์ ผันตัวเป็นฟรีแลนซ์

ช็อกวงการ หม่ำ จ๊กมก ประกาศลาเวิร์คพอยท์ ผันตัวเป็นฟรีแลนซ์

ช็อกวงการ หม่ำ จ๊กมก ประกาศลาเวิร์คพอยท์ ผันตัวเป็นฟรีแลนซ์

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.48 น.

31 พฤษภาคม 2569 สร้างความตกใจให้กับแฟนรายการวาไรตี้และวงการตลกไทยไม่น้อย เมื่อศิลปินตลกชื่อดังระดับประเทศ “หม่ำ จ๊กมก” ออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบันได้สิ้นสุดการทำงานภายใต้สังกัด Workpoint Entertainment และผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ หรือฟรีแลนซ์อย่างเต็มตัวแล้ว

โดย หม่ำ เปิดใจในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง “เสือหอน มังกรหาว” ว่า ได้ออกจากเวิร์คพอยท์มาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ประกาศให้สาธารณชนรับทราบ ทำให้หลายคนยังเห็นผลงานทางหน้าจอ เนื่องจากเป็นรายการที่บันทึกเทปล่วงหน้าเอาไว้

ตลกรุ่นใหญ่ยอมรับว่า หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เป็นเพราะรู้สึกอิ่มตัวกับรูปแบบงานเดิมที่ทำมายาวนานหลายสิบปี และอยากหยุดพักเพื่อทบทวนเส้นทางการทำงาน รวมถึงมองหาโอกาสใหม่ๆ ในวงการบันเทิง

“พูดทั้งวันทั้งชีวิต เล่นมาตลอดทั้งชีวิต บางทีมันก็อิ่มตัว มีส่วนเหมือนกันที่อยากพัก อยากลองทำอะไรใหม่ๆ”

อย่างไรก็ตาม หม่ำ ยืนยันว่าการแยกทางกับเวิร์คพอยท์ไม่ได้มีปัญหาหรือความขัดแย้งใดๆ ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีเหมือนเดิม และพร้อมร่วมงานกันได้เสมอหากมีโอกาส

สำหรับอนาคตในวงการบันเทิง หม่ำ ย้ำชัดว่ายังไม่มีความคิดจะวางมือหรืออำลาวงการ เพราะการแสดงและสร้างเสียงหัวเราะเป็นสิ่งที่อยู่กับชีวิตมานานจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังแย้มข่าวดีว่า เร็วๆ นี้อาจมีผลงานรายการโทรทัศน์รูปแบบใหม่ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม โดยมีหลายช่องติดต่อเข้ามาพูดคุยและยื่นข้อเสนออย่างต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม

“มีหลายช่องมาจีบ แต่ถ้าทำก็ต้องเป็นอะไรใหม่ๆ เกมใหม่ ทอล์กใหม่ ต้องตามคนดูให้ทัน เพราะพฤติกรรมการเสพสื่อเปลี่ยนไปแล้ว”

นอกจากนี้ หม่ำ ยังเผยอีกว่า เคยได้รับการติดต่อจากผู้สร้างชาวจีนให้ร่วมทำละครแนวตั้ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเหมาะกับแนวทางการทำงานของตนเองหรือไม่ เนื่องจากถนัดงานภาพยนตร์และการเล่าเรื่องในรูปแบบดั้งเดิมมากกว่า

แม้จะก้าวออกจากบ้านหลังเดิมที่อยู่มานาน แต่ดูเหมือนว่าการเดินทางบทใหม่ของ หม่ำ จ๊กมก ในฐานะฟรีแลนซ์ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ที่แฟนคลับทั่วประเทศต่างเฝ้ารอติดตามอย่างใกล้ชิด

แทบลืมมองหน้า เจนนี่ รัชนก ปล่อยภาพเซ็ตใหม่เสิร์ฟลุคแซ่บสะกดสายตา

แทบลืมมองหน้า เจนนี่ รัชนก ปล่อยภาพเซ็ตใหม่เสิร์ฟลุคแซ่บสะกดสายตา

แทบลืมมองหน้า เจนนี่ รัชนก ปล่อยภาพเซ็ตใหม่เสิร์ฟลุคแซ่บสะกดสายตา

วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.13 น.

31 พฤษภาคม 2569 ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนักร้องและอินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง “เจนนี่ รัชนก” ที่ล่าสุดออกมาเผยภาพเซ็ตใหม่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว บอกเลยว่าลุคนี้ทั้งสวย ทั้งแซ่บ และเปล่งประกายออร่าคุณแม่ลูกสองแบบเต็มพิกัด จนแฟนคลับหลายคนอดเข้ามาคอมเมนต์แซวไม่ได้

       โดย เจนนี่ ได้โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นว่า “ในส่วนของค่ำคืนนี้ #เลขนี้ได้หมดถ้าสดชื่น” งานนี้คอมเมนต์ชื่นชมหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ สวยมากแม่, สวย เก่ง รวยยยย, เริ่ดดดดส์, สวยมาก

       นอกจากนี้ ยังมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยเข้ามาแซวคุณแม่คนสวยแบบขำๆ ว่า ลุคนี้สวยฉ่ำจนเหมือนเป็นสัญญาณว่าลูกคนที่สามอาจต้องมาแล้ว

ขอบคุณภาพจาก : @janey_suwannaket