‘ชมพู่ อารยา’เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

'ชมพู่ อารยา'เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

‘ชมพู่ อารยา’เผยตัวตน Introvert แบบไม่เสิร์ฟใคร ไม่ต้องพยายามให้ทุกคนชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.17 น.

เปิดบทสนทนาสุดลึกในรายการ How are you feeling กับซุปตาร์ตัวแม่ ชมพู่ อารยา ที่พูดแทนใจคน Introvert ทั้งประเทศ เผยชีวิตคือการเดินทางที่ค่อย ๆ เรียนรู้ ยอมรับเคยถูกมองว่าหยิ่ง วิธีรับมือไม่ให้ใจพังกับคำคอมเมนต์ และแนวคิดทำยังไงให้อยู่รอดในยุคโซเชียล ที่สามารถสร้างพื้นที่ Safe Zone ให้กับตัวเองและครอบครัว แย้มลูกทั้ง 3 ใคร Introvert เหมือนแม่มากที่สุด?

How are you feeling ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ?

ชมพู่ อารยา : ช่วงนี้ก็ดีค่ะ รู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อก่อนมันแย่นะ แต่ก็ดี

เหมือนช่วงที่ผ่านมาได้เดินทางค้นหาทำความรู้จักอะไรหลาย ๆ อย่าง ?

ชมพู่ อารยา : รู้สึกว่าเพิ่งจะรู้ว่ามันคือการเดินทาง คนอื่นคนฟังเขาจะฟังเรารู้เรื่องไหม เหมือนเราเพิ่งรู้ว่ามันคือการเดินทางนะ เราก็ยังไม่ต้องรู้ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ ยังไม่ต้องเก็ทไปหมด ค่อย ๆ เข้าใจว่าการเดินทางมันดีขึ้นได้เรื่อย ๆ อีก ที่เราเคยว่ามันดีแล้วก็ยังดีได้อีก แล้วก็ดีในแต่ละช่วงเวลามันก็ไม่เหมือนกัน ทำไมมัน Abstract จัง

ทุกวันของชมมันเหมือนจะต้องอยู่กับคนมากมาย ซึ่งจริงๆ แล้วชม Define ตัวเองมาตลอดเลยว่าเป็น Introvert

ชมพู่ อารยา : ค่ะ จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ทุกวันนะ ที่เอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น ยิ่งในช่วงหลัง ๆ ที่ไม่ได้เล่นละครแล้ว แล้วก็ไม่ได้ทำงานในวงการเต็มตัวมาก แต่ช่วงเวลาที่เราอยู่ ณ ตรงนั้นที่ต้องปะทะกับคนจริง ๆ ก็ไม่ได้เท่าไหร่ แต่ก็เป็นเพราะว่า 1 คือเราก็โตขึ้น 2 ก็รู้แล้วว่าจะใช้เอเนอร์จี้ยังไง แล้วก็โชคดีด้วยที่เราก็ถือว่าอยู่ในวงการมานานก็เป็นผู้ใหญ่ประมาณหนึ่ง ก็พูดได้ว่าหน้างานขอแค่ตรงนี้ ๆ แต่ว่าตอนเด็ก ๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่าเราเหนื่อยกับอะไร เอเนอร์จี้มันหมดไปกับอะไร

ตัวตนของเวลาที่อยู่กับตัวเอง เป็นคนยังไง ?

ชมพู่ อารยา : ก็ดี แต่ว่าตอนนี้ถ้าแบบว่าอยู่กับตัวเองแล้วก็เหมือนได้คิดได้ทำได้แบบนิ่ง ๆ จริง ๆ แบบไม่มีสิ่งเร้า สิ่งรบกวนอะไรเลยอาจจะยาก เพราะว่าเรามีลูก แต่ว่าไม่ได้เป็นการบ่นนะ ไม่ใช่คอมเพลน แต่ว่ามันก็คือเปลี่ยนไป ลึก ๆ ก็รู้สึกว่าเราก็โหยหามีเวลาที่จะอยู่เงียบ ๆ คนเดียวอะไรงี้ อย่างเมื่อก่อนก็จะขี้เกียจขับรถ เดี๋ยวนี้ก็ได้ขับรถก็ดีเหมือนกัน ขับรถคนเดียวก็ดีเหมือนกัน ถ้าแบบว่าไม่ไกลมากอะไรงี้ ก็โหยหาเวลาแบบนั้นเหมือนกัน เพราะว่าจริง ๆ คืออย่างเมื่อก่อนบางทีเรากลับถึงบ้าน เข้าบ้านแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเซฟโซนเราแล้ว แต่ว่าตอนนี้ก็คือกลับบ้านก็ยังมีเรื่องที่บ้านอีก เพราะว่าไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว

คิดว่าความเป็น Introvert มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตหรือการทำงานไหม ?

ชมพู่ อารยา : แน่นอน เพราะชมว่า Introvert ทุกคนต้องเจอคำว่าหยิ่งหรือเชิด โดนเยอะ ยิ่งช่วงแรก ๆ ของการทำงานตอนที่เรายังเด็ก ๆ และยังไม่เข้าใจคำว่า Introvert เราค่อนข้าง Struggle กับการที่เป็นแบบนี้ เวลาที่ต้องไปทำงาน สมัยก่อนที่ต้องไปโชว์ตัวต่างจังหวัด เจอเจ้าภาพ เจอใคร เรารู้สึกว่างานเริ่มตอนขึ้นเวทีไม่ใช่เริ่มตอนลงเครื่อง เราไม่มีพลังที่จะให้ แล้วหน้ามันก็ออก ซึ่งก็ไม่เข้าใจตัวเราเอง ผู้จัดการก็บอกให้ยิ้มหน่อย แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเราเองเหมือนกันนะ คือเราก็ไม่ได้โกรธหรือเกลียด แต่ทำไมเราถึงทำอะไรยังงี้ไม่ได้ แต่ว่าจะให้ฉันหัวเราะ ร่าเริง ทำไม จะให้ฉันต้องคุยกับตลอดเวลาทำไม คือเราไม่สนใจ

ซื่อสัตย์กับตัวเองขนาดนี้ได้ยังไงในการใช้ชีวิตเป็นคนในวงการ ?

ชมพู่ อารยา : เราไม่สามารถที่จะ Small talk หรือว่าเป็นยังไงบ้าง วันนี้รถติดไหม คือทำไม่ได้ เพราะว่า I don’t care ไม่ได้อยากรู้ ก็เลยรู้สึกว่าเราทำแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งบางทีเขาก็จะบอกทำหน่อย อะไรงี้ มันก็จะฮา ๆ ทำแล้วมันก็จะตลก หรือแม้แต่กระทั่งว่าพอเราเริ่มโตขึ้นมาหน่อย คนที่เขาต้องมาทำงานกับเรา เขาก็รู้สึก กลัวความอะไรบางอย่างของเรา เหมือนยิ่งเกร็ง เราก็รู้นะว่าเขาเกร็ง เราก็ไม่รู้จะช่วยเขายังไง เพราะเราก็ไม่รู้จะชวนเขาคุยยังไง เพราะเราก็ Introvert เราเห็นใจเขา แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ชมรู้สึกว่าพอเริ่มโตมาสามารถมีสกิลในการที่จะคุยกับคนได้มากขึ้น โดยที่มันไม่ได้รู้สึกขัดขืนกับตัวเรา แต่ว่ามันจะมาจากความรัก แล้วก็ empathy จริง ๆ เหมือนกับว่าเข้าใจคนนี้ ว่าเขาเกร็ง แล้วมันจะเป็นไปโดยออโต้ แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าต้องฝืนที่จะไป make conversation กับเขา

ตอนที่ยังไม่มีอำนาจต่อรอง เอาตัวรอดมาได้ยังไงในจุดเลือกไม่ได้ ?

ชมพู่ อารยา : ต้องโฟกัสที่งาน สุดท้ายต้องพิสูจน์กันที่เนื้องาน พอเราพิสูจน์ตัวเองด้วยเนื้องานและผลงานแล้ว มันก็จะมี Self-esteem ก็จะเกิดความภาคภูมิใจ ก็เรา Achieve อันนี้ Achievement มันมีผลงาน ก็คือเรื่องส่วนตัวไม่ต้องอธิบาย แล้วเราก็ยอมรับตัวเราและคนก็ยอมรับในเนื้องานของเรา ไปพิสูจน์ตัวเองตรงนั้น ก็ฟังก์ชันได้ ตามเป้าหมายที่เขาต้องการ

กว่าจะเข้าใจและปรับตัวได้แบบนี้ใช้เวลานานไหม ?

ชมพู่ อารยา : อย่างที่บอกมันเป็นการเดินทาง ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวมาเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันช่วงกลาง ๆ มันเข้าใจไหม แต่ว่าอย่างที่บอก พอเราโฟกัสกับงาน กับสิ่งที่ทำไป Achievement มันก็ fulfill ตัวเราเอง แล้วก็ไม่สงสัยในตัวเรา แล้วก็ ณ วันนี้ พอชีวิตมันดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง เรากับรู้สึกว่าขอบคุณที่เป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ เพราะว่าการที่เราเป็นซะอย่างงี้ มันก็เลยไม่วอกแวก ไม่สนใจอะไรข้างทาง บางคนจะมองว่ามันเป็นกำแพง แต่ว่ามันก็เป็นตัวที่คัดกรองคนที่จะเข้ามาใน Circle ของเรายาก แต่มันก็มีขนาดเรา Introvert ขนาดนี้ แต่ว่าด้วยความที่เราเด็กแล้วมันมีคนบางคนที่มันหลุดเข้ามาในชีวิตเรา ไม่รู้ว่ามันเข้ามาวงจรได้ยังไง แต่ว่าเรามันจะสัมผัสถึงเอเนอร์จี้ได้ แล้วจะรู้ว่านี่เป็นพลังงานไม่ดี แล้วมันจะมีวิธีเอาออกไป แต่ชมอาจจะโชคดีด้วยที่ว่าเอาออกไปได้

ถ้าเจอ Bad Day หรือคำวิจารณ์จะทำยังไง ?

ชมพู่ อารยา : พอมันมี Bad day หรือคำวิจารณ์อะไรอย่างงี้ ก็ดูว่ามันจริงไม่จริง ไม่เข้าข้างตัวเอง ไม่ต้องไปหวั่นไหวมาก คือดูกันที่ fact ว่าอันนี้มันแย่จริงไหม แล้วถ้ามันแย่เพราะอะไร เพราะปัจจัยที่เราคุมได้หรือเปล่า ถ้าควบคุมไม่ได้ก็คือ bad day มันไม่ใช่ความผิดเรา แต่ถ้ามันเป็นความผิดพลาดที่เราเรียนรู้และแก้ไขได้ ก็ย้อนกลับไปโฟกัสที่เหตุและผลอีกอยู่ดี

เมื่อเป็นคนของสาธารณะรับมือกับความคาดหวังยังไง ?

ชมพู่ อารยา : รับมือยังไง ก็ต้องเข้าใจว่าการเป็น Public Figure คือการเอาตัวเองมาอยู่ในจุดชาวบ้านเม้าท์พูดง่าย ๆ แล้วก็ยุคนี้มันเป็นยุคที่เอาจริง ๆ ชมว่าตอนนี้โหดกว่าตอนสมัยที่ชมเข้าวงการแรก ๆ ด้วยซ้ำ เพราะว่าทุกคนมีเน็ต ทุกคนมีโทรศัพท์ รับมือยังไงมันก็เป็นอะไรที่เราแบบเป็นสกิลที่เราก็มาสเตอร์ด้วยอายุ ด้วยวัย ด้วยประสบการณ์ ที่เราเหมือนเจอมาเรื่อย ๆ จะบอกว่าด้านชา คุ้นชิน คิดว่าแต่ละคนคงจะมีวิธีการที่จะเรียนรู้ รับมือกับเสียงตรงนี้แตกต่างกันไป แต่ชมว่าเวลาที่เราเห็นคอมเมนต์ เห็นคำวิจารณ์ เราลองแยกให้ออกว่ามันเป็น Logic หรือมันเป็น อารมณ์ หรือว่ามันเป็นด่าเสีย ๆ หาย ๆ หรือว่ามันเป็นเพื่อชี้แนะ หรือบางทีมันอาจจะมีอารมณ์มาด้วย แต่ส่วนที่มันเป็น logic มันก็อาจจะจริง ลองแยกแยะดูว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง แล้วก็เก็บแต่ส่วนที่เราจะเอามาพัฒนาตัวเอง แล้วก็ Don’t take it personal เราก็ sense ได้ไหม คนนี้เขา full of hate เขาก็คือคนที่ไม่แฮปปี้ แล้วก็อาจจะไม่ตั้งถึงขั้นสงสารเขาจับหัวใจ แบบว่าเธอไปเจอทุกข์อะไรมา ทำไมชีวิตเธอถึงแบบ full of hate ขนาดนี้ แต่ว่าก็เมตตาเขานิดหนึ่ง ถ้าเมตตาไม่ไหวก็ปล่อยไป จริง ๆ ในวัยนี้เราแยกแยะออกว่าในประโยคนี้มัน hate ประโยคนี้มันหวังดีจริง ๆ ประโยคนี้คือขุดหลุม เรารู้

แสดงว่าอ่านคอมเมนต์ ?

ชมพู่ อารยา : ก็อ่านบ้างถ้ามีเวลา แต่ว่า ณ เวลานี้ก็เหมือนโพสต์อะไรก็คืออาจจะทิ้งไว้แล้ว ไม่ได้ว่าโพสต์เสร็จแล้วก็มาดูไหนอะไรขนาดนั้น เพราะว่าไม่ได้มีเวลาลูก 3 แล้ว แต่ว่าโอเคแน่นอน ทุกวันชมเล่นไอจี เล่นอะไร มันก็มีเรื่องธุรกิจด้วยพูดกันตรง ๆ บางทีเราก็ต้องเช็ค Feedback มันเป็นยังไง คือเอา Fact

ชมเคยพูดว่า “คนที่เขาไม่รักเราก็คือไม่รัก คนที่รักก็คือเขารัก เพราะฉะนั้นอย่าเอาใจไปไว้กับคนที่เขาไม่รักเรา” วันนี้ยังเป็นแบบนั้นไหม มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหม ?

ชมพู่ อารยา : ฝรั่งก็จะบอกว่า Haters gonna hate ก็จะไม่เอาเอเนอร์จี้ของเราไปเปลี่ยนให้เขามารักเรา เอาไปทำอย่างอื่น อาจจะเป็นเพราะว่า ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะใช้ได้หรือเปล่า เรามาตั้งแต่ยุคก่อนที่จะมีโซเชียลมิเดีย มี account ของเรา มี follower ก็เลยไม่เคยเอาคุณค่าของเราไปผูกกับยอดไลก์ ก็ตามนั้น

การที่เอาครอบครัวมาอยู่ในสาธารณะ ยังรู้สึกว่าปลอดภัยไหม ?

ชมพู่ อารยา : เอาจริง ๆ เคยคุยกันกับสามีว่าเราจะเอายังไงดี เพราะว่าตอนที่ก่อนจะมีลูก เราก็จะเห็นว่าอย่างเมืองนอก เขาก็จะมีแบบดาราบางคนที่ไม่ให้เห็นหน้าลูก เพราะเรื่องความเป็นส่วนตัวลูก แต่ at the end ชมว่าสังคมไทยไม่พร้อม มันไม่ได้พร้อมกับตรงนั้น ก็คิดว่าในเมื่อเราแบบปิดเขาไม่ได้เลย สู้ให้มาจากเราดีกว่า ให้เป็นภาพมาจากทางเรา เขาก็เข้าใจและค่อนข้างจะเชื่อมือเราในเรื่องการบริหารอะไรตรงนี้

มีจังหวะไหนของเด็กๆ ทั้ง 3 คนที่เรารู้สึกว่าลูกไม่ปลอดภัย ?

ชมพู่ อารยา : แน่นอนมันก็จะมีบางอย่าง ที่ก็คงไม่ได้เหมือนเด็กที่ไม่ใช่ลูกดารา พูดง่าย ๆ  มันก็มี แต่ว่าชมไม่สามารถปฏิเสธ เขาไม่สามารถที่จะไม่เป็นลูกดาราได้ แกเกิดมาแล้ว แกเกิดกับท้องฉันมาแล้ว แกคือลูกดารา

ไอเดียในการสร้าง safe zone ให้กับตัวเองและครอบครัว ?

ชมพู่ อารยา : สำหรับตัวชม เซฟโซนคือตัวเองที่เป็นอาวุธด้วย เพราะคนเห็นเราก็กลัวอยู่แล้ว เพราะเราไม่เสิร์ฟคน เราไม่แบบมาเลยจ้า welcome to Thailand อะไรยังงี้ไม่มี แต่ว่าเราปกติ มันก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่แบบว่าช่วยคัดกรองเอเนอร์จี้บางอย่างที่จะเข้ามากระทบกับเรา สำหรับลูกในเมื่อแวดล้อมไปด้วยคนที่ชมไว้ใจ แล้วก็เราโอเคแล้ว เราติ๊กถูกแล้วว่าโอเค ให้มาอยู่ใน circle ของเราได้ ก็รู้ว่าลูกอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยประมาณหนึ่ง แต่ว่าอย่างบางทีออกไปห้าง ออกไปนู่นนั่นนี่ก็มีบ้าง แต่มันก็คือเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว บางทีคนเห็นชมแล้วเจอน้องก็จะเป็นอีกเอเนอร์จี้หนึ่ง เจอชมก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ก็คือแต่ว่าบางทีถ้าแบบเราเห็นว่าบางอย่างเริ่มรู้สึกแล้วว่า รู้ว่าคนแบบรักน้องอะไรยังงี้ ก็เข้าใจแล้วก็ขอบคุณ แต่ว่าบางทีเราเห็นแล้วก็รู้สึกว่าอันนี้มันเหมือนจะเป็นการเอาจากเขาเยอะเกินไป ซึ่งเอาตรงนี้ก็คือเอาพลังงานเขา คือเขาก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ชมก็จะแสดงออก สมมติว่าอยู่กับป้าเจี๊ยบ ชมก็จะแสดงออกมากกว่า แสดงออกก็คือไม่มีอะไร ชมก็ยืนเฉย ๆ หน้าตาไม่ยินดียินร้าย คนก็จะรู้ว่า โอเค ต้อง respect ตรงนี้ แต่ว่าป้าเจี๊ยบก็จะเป็นเหมือนหยินหยางของชม เขาก็จะบอกน้องทำน่ารัก ๆ ให้น้องเสิร์ฟ แต่เราก็จะเป็นแบบอีก way หนึ่ง

การที่เราเป็นคนชัดเจนแบบนี้คือกล้าที่จะถูกเกลียด อะไรที่ทำให้ยึดมั่นกับตรงนี้ได้ ?

ชมพู่ อารยา : แล้วจะทนทำไม เพราะเราไม่อยากไปบิดพริ้วหรือว่าไปอะไรทีหลัง ก็บอกตั้งแต่แรกว่าได้เท่านี้ แล้วพอหน้างานจริง ๆ เราก็เต็มที่ตามข้อตกลง ชมมองยังงั้น คือไม่ใช่ว่าแบบเหมือนคุยกันไม่เคลียร์แล้วพอถึงตรงนั้น จะมาขอบวก 5 บวก 10 ก็คือเอาตามที่คุยกัน

ใครคือ safe zone ของ ชมพู่ อารยา ในตอนนี้ ?

ชมพู่ อารยา : สามี เพื่อนที่แบบว่าคุยกันถี่ ๆ ก็มี แล้วแต่ว่าเรื่องอะไร แล้วก็จะมีเพื่อนบางคนที่ไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ว่านัดเจอกันเป็นครั้งคราวทุกครั้งก็จะแบบ Deep talk แล้วจะคุยอะไรกันในเรื่องที่คุยกับคนอื่นไม่ได้ก็จะมี แต่มันก็อาจจะไม่ได้ว่าคน ๆ เดียวอาจจะไม่ได้มีทั้งหมด

ลูกทั้ง 3 คน มีใครที่ได้รับ DNA ความเป็น introvert บ้าง ?

 ชมพู่ อารยา : คือถ้าให้เห็นชัดที่สุด แต่ก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าจะเป็น Introvert ก็คือพี่สายฟ้า แต่ว่ากับเซฟโซนของเขากับคนที่เขาคุ้นเคยกับเพื่อนที่เขาสนิท ที่คลื่นตรงกันเขาจะเต็มที่มาก แต่ว่ากับคนที่ไม่คุ้นจะไม่สนใจที่จะเล่นด้วยหรือคุยด้วย บางทีคนมาเต็มบ้านเลยเขาก็จะไม่สนใจ แต่พายุกับเกลจะชอบเวลาเพื่อนแม่มาบ้าน เวลามาทำงานที่บ้านมีคนมาแต่งหน้า เขาก็จะชอบกับการที่มีคน อย่างพายุเวลามีญาติ ๆ มาเขาก็จะตื่นเต้น แล้วก็อยากไปหาทุกคน อยากไปเล่น อยากไปโชว์ตัว แต่สายฟ้าก็จะไม่สนใจ

คนไหนเหมือนเราที่สุด ?

ชมพู่ อารยา : ก็น่าจะพี่สายฟ้า ถ้าในเรื่องสกิลของการเข้าสังคมนะคะ แต่ก็รู้สึกว่าเขายังดีกว่าเราตอนเด็กๆ เพราะว่าเรายังพาเขาไปไหนมาไหนยังเจอคนเยอะ ก็คือจะรู้เลยว่าถ้าให้มาทำการแสดงก็คือไม่เอาเลยไม่อยากขึ้นเวที ไม่อยากทำอะไร ในขณะที่พายุชอบ เกลนะถ้าเห็นเวทีเล็กจะบอกว่าทำไมเวทีเล็ก (หัวเราะ) คือชอบเวทีมาก แต่พี่สายฟ้าก็คือต้องจ้างให้ขึ้น อย่างเวลาที่จะต้องทำงานก็คือแม่ขอนะทำให้หน่อย เขาก็จะอดทนทำจนเสร็จ อย่างที่โรงเรียนมีตั้งวงดนตรีก็แทบจะต้องอ้อนวอนว่าช่วยร่วมจอย เข้าวงเถอะ ไปซ้อมเถอะ

อยากบอกอะไรกับคนที่เป็น introvert ในทุกวันนี้บ้าง ?

ชมพู่ อารยา : ไม่ต้องพยายามเป็น Extrovert ไม่ต้องอธิบายตัวเองด้วย แค่มีเมตตาและความรักให้กับทุกคน เราจะอยู่ร่วมกับเขาได้ ตามกำลังเรา ไม่ต้องฝืนยิ้มแย้ม แต่ก็ไม่ต้องบึ้งเป็นกำแพง ไม่ต้องใช้อินเนอร์จี้เราไปกับการเป็นคนอื่นเพราะว่ามันเหนื่อย มันน่าจะเป็นทุกข์กับการพยายามเป็นอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา

สลัดลุคสาวหมอลำ ‘ลำไย ไหทองคำ’ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

สลัดลุคสาวหมอลำ 'ลำไย ไหทองคำ'ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

สลัดลุคสาวหมอลำ ‘ลำไย ไหทองคำ’ปล่อยเซ็ตภาพสุดจี๊ดเผ็ดระดับพริกยกสวน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.12 น.

พริกทั้งสวนก็ต้านไม่อยู่ นาทีนี้ต้องยอมให้แม่ลำเขาจริงๆ! กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาโซเชียลแทบลุกเป็นไฟ! เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวมากความสามารถเจ้าของฉายา “ราชินีอินดี้” อย่าง ลำไย ไหทองคำ สลัดภาพสาวหมอลำสุดแก่น มาอวดลุคใหม่ที่ต้องบอกเลยว่า “แซ่บจนเข็ดฟัน”

ความปังในลุคสุดลักชูรีในเซ็ตภาพล่าสุด ลำไยมาในชุดชั้นในลูกไม้สีดำสุดคลาสสิก เพิ่มดีเทลความหรูหราด้วย สร้อยมุกและเครื่องประดับสีทอง ที่ตัดกับผิวเนียนละเอียดได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศการถ่ายทำที่ดูคลาสสิกและอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยพลังความเซ็กซี่แบบจัดเต็มอินเนอร์จิกกล้องแตก ‘ลำไย’โชว์ทักษะการโพสต์ท่าระดับมืออาชีพที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าสุดเป๊ะ ยิ่งส่งให้ลุคนี้ดูแพงและมีเสน่ห์ดึงดูดเพียงแค่ปล่อยภาพออกมา แฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์รัวหัวใจให้ไม่หยุด พร้อมยกนิ้วให้ในความใจถึงและหุ่นที่สุดปังเรียกได้ว่าไม่ว่าจะมาในลุคไหน “ลำไย ไหทองคำ” ก็เอาอยู่ทุกลุคจริงๆ ส่วนใครที่รอผลงานเพลงใหม่ บอกเลยว่าเห็นลุคแซ่บๆ แบบนี้แล้ว เพลงหน้าต้องมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อย่างแน่นอน!

‘เอ-แป้ง’ ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น ‘ขาหมูยูนนาน’

'เอ-แป้ง' ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น 'ขาหมูยูนนาน'

‘เอ-แป้ง’ ตะลุยภูทับเบิก เที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ชิมอาหารพื้นถิ่น ‘ขาหมูยูนนาน’

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.18 น.

“มิตรรักทั่วไทย” เสิร์ฟความสุขจัดเต็ม พ่อเอ-ลูกแป้ง พาสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ไหว้พระขอพร กินอาหารพื้นถิ่นชาวม้ง เก็บสตรอว์เบอรีสด ห้ามพลาด  5 เมษายนนี้

สัปดาห์นี้สองพิธีกรอารมณ์ดี “พ่อเอ-ไชยา” และ “ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์”  แห่งรายการ “มิตรรักทั่วไทย”ชวนออกเดินทาง พาไปเยือน ภูทับเบิก .เพชรบูรณ์เปิดทริปกันที่ วัดป่าภูทับเบิก วัดที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใน ต.วังบาล อ.หล่มเก่า โดดเด่นด้วย“เจดีย์โพธิปักขิยธรรม” ที่ตั้งตระหง่านบนยอดเขา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางวิวธรรมชาติสุดตระการตาโดยทั้งพ่อเอและลูกแป้งไม่พลาดกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลจากนั้นเดินทางต่อไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวม้งภูทับเบิก ที่มารอต้อนรับอย่างอบอุ่นในชุดประจำเผ่า พร้อมจัดเต็มการแสดงพื้นบ้านถึง 3 ชุด ทั้งการรำจากกลุ่มแม่บ้าน การแสดงของน้อง ๆ นักเรียน และการเป่าแคนอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างสีสันและรอยยิ้มตลอดการมาเยือนนอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นแท้ ๆ อย่าง “ไก่ต้มสมุนไพร” ที่ปรุงสดใหม่จากวัตถุดิบธรรมชาติ โดยผู้นำวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูทับเบิก “พี่สันติ” พาไปสัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาด คือการพาไปเก็บ “สตรอว์เบอร์รี” สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังออกพอดี งานนี้พ่อเอ-ลูกแป้งได้ชิมแบบสดจากต้น รสชาติหวานฉ่ำ แถมปลอดสารพิษ ก่อนจะไปเดินเลือกซื้อของฝากที่ตลาดชาวม้ง ที่มีทั้งผัก ผลไม้ตามฤดูกาล และสินค้าพื้นบ้านให้เลือกสรรมากมายปิดท้ายทริปด้วยความอร่อยที่ “ร้านอาหารไร่สุวิทย์” พาไปชิมอาหารพื้นถิ่นของชาวม้งภูทับเบิก กับเมนูเด็ดขึ้นชื่ออย่าง “ขาหมูยูนนาน” สูตรต้นตำรับที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงเมนูพื้นถิ่นอีกหลากหลายที่ชวนให้ลิ้มลองและหากแฟน ๆ ทางบ้านที่สนใจสินค้าของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรักทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  ออกเดินทางไปหาของดีไปกับ เอ-แป้ง ที่ จ.เพชรบูรณ์ ได้ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

หวานปนแซ่บ แอน สิเรียม ตามเทรนด์GenZ ถ่ายรูปคู่ดอกบัว

หวานปนแซ่บ แอน สิเรียม ตามเทรนด์GenZ ถ่ายรูปคู่ดอกบัว

หวานปนแซ่บ แอน สิเรียม ตามเทรนด์GenZ ถ่ายรูปคู่ดอกบัว

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

1 เมษายน 2569 สวยสะกดทุกสายตา สมตำแหน่งตัวแม่ของวงการบันเทิง สำหรับนักแสดงมากฝีมือ “แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ “ ที่ล่าสุดขอเกาะกระแสเทรนด์ฮิตของสายโซเชียล Gen Z ด้วยการหยิบ ดอกบัวมาเป็นพร็อพถ่ายภาพ เสิร์ฟลุคสวยละมุนปนแซ่บ พร้อมแคปชั่นว่า “ดอกบัวบาน…ใจฉันก็เหมือนกัน #annsirium #แอนสิเรียม” จนแฟนๆ ต้องกดไลก์รัว

โดยลุคนี้ แอน สิเรียม มาในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ เผยความเซ็กซี่ เสริมลุคด้วยทรงผมรวบตึงโชว์ใบหน้าคมสวยอย่างชัดเจน ก่อนจะเพิ่มความอ่อนหวานด้วยช่อดอกบัวสีชมพูที่ถือไว้ในมือ ทำให้ภาพรวมออกมาทั้งหรูหราและละมุนในเวลาเดียวกัน

ขอบคุณภาพจาก : @annsirium

ปักหมุดถนนสีลมเสิร์ฟพาเหรด‘Amazing Bangkok Songkran Parade 2026’ ห่มสไบสาดน้ำ

ปักหมุดถนนสีลมเสิร์ฟพาเหรด‘Amazing Bangkok Songkran Parade 2026’ ห่มสไบสาดน้ำ

ปักหมุดถนนสีลมเสิร์ฟพาเหรด‘Amazing Bangkok Songkran Parade 2026’ ห่มสไบสาดน้ำ

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.33 น.

เตรียมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง กับงาน Amazing Bangkok Songkran Parade 2026” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14 เมษายน 2569 ตลอดเส้นถนนสีลม หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของการเฉลิมฉลองสงกรานต์ของประเทศไทย โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GROUNDED THAI – มรดกที่มีชีวิต ห่มสไบ ไปสีลม” ซึ่งสะท้อนการสืบสานและถ่ายทอดวัฒนธรรมไทยให้ร่วมสมัย เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน พร้อมยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยให้เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ก่อนวันจัดงานจริง ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “Amazing Bangkok Songkran Parade 2026” อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ คาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและได้รับเกียรติจากผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายทวีเดช ทองอ่อน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, วิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตบางรัก, พรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบางรัก และ วชิร ส้มลิ้ม ประธานการจัดงาน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต และเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

ภายในงานแถลงข่าวยังคับคั่งไปด้วยเหล่าศิลปิน นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มาร่วมสร้างสีสันอย่างคับคั่ง อาทิ มายมิ้นต์-จิราภรณ์ ศาลาแดง นางสาวไทยประจำปี 2569 จูเนียร์ กาจบัณฑิต ฟลุ๊คจ์ พงศ์ภัทร จากช่อง 3, เดนิส เจลีลชา คัปปุน, ภูมิ เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ – แอนน่า กลึคส์ ละครบ้านนางรำจากช่อง 7HD, บาส ตาล มังคุด จาก The Take ฮอร์โมน Season 2, จาก Star Hunter Entertainment อย่าง เดวี่ เทวิยาภา อุทธจันทร์ และ เจนนี่ ภัทรวดี ฐิติวุฒิกุล นักแสดงสาวจากซีรีส์ “ตะวันระฟ้า” (My Only Sunshine The Series), จุน บัณฑิต ชมกุหลาบ MR.Bear Thailand 2026 และทีม MR.Bear รวมถึง ตัวต่อ ลภัสลดา Miss Amazing Queen Songkran 2025 นอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์ไทยประยุกต์สุดตระการตาจากคาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยในมิติใหม่ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

นายวชิร ส้มลิ้ม ประธานการจัดงาน กล่าวว่า “การจัดงาน Amazing Bangkok Songkran Parade 2026 ในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่งานได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี ไม่เพียงแต่จากคนไทย แต่ยังรวมถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกด้วย แนวคิดในปีนี้ ห่มสไบ ไปสีลม เราตั้งใจนำเสนอความเป็นไทยในรูปแบบที่ร่วมสมัย เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น แต่ยังคงรักษารากของวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้สงกรานต์ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่เป็นการส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตจริง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นพัฒนาการของงานอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของความยิ่งใหญ่ของขบวนพาเหรด ความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของศิลปิน นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก ซึ่งช่วยสร้างสีสันและทำให้งานเข้าถึงผู้คนหลากหลายกลุ่มมากขึ้น สำหรับปีนี้สีลมจะถูกเนรมิตให้เป็นการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยความสนุก เปิดพื้นที่เคารพในความหลากหลาย และความเป็นไทยในมิติใหม่ เชื่อมโยงผู้คนทุกช่วงวัยให้มาร่วมสนุกและสัมผัสเสน่ห์ของสงกรานต์ไทยไปด้วยกัน”

สำหรับไฮไลต์สำคัญของงาน “Amazing Bangkok Songkran Parade 2026” ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนนี้ คือขบวนพาเหรดสุดอลังการตลอดถนนสีลมของภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะเนรมิตบรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ให้เต็มไปด้วยความสนุก สีสัน และกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างร่วมสมัย โดยมีขบวนนางงามระดับโลกและคนดังจากหลากหลายวงการเข้าร่วม อาทิ วีนา ปวีนา ซิงห์ รองอันดับ 1 miss universe 2025 ที่จะร่วมในขบวนของ Cathy Doll และ โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ Miss International Queen 2018 ที่จะร่วมในขบวนของ Aura Bangkok Clinic และขบวนรถพาเหรดกิมมิคน่ารักสดใสสไตล์เจน z จากแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า  High School พร้อมด้วยขบวนแฟนซีและกิจกรรมอีกมากมายตลอดทั้งวัน

งานนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ที่ผสานความสนุกสนานของเทศกาลแห่งสายน้ำเข้ากับการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดประสบการณ์การเฉลิมฉลองสงกรานต์รูปแบบใหม่กลางมหานคร ที่เชื้อเชิญทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาร่วมสัมผัสความงดงามของมรดกที่มีชีวิต ห่มสไบ ไปสีลม และสนุกไปกับสีสันแห่งสงกรานต์บนถนนสีลมอย่างยิ่งใหญ่

‘หนุ่ม-แท่ง’พาเที่ยววัดล้านหอยสุดอันซีน ขอพรหลวงปู่สุน ชิมอาหารเด็ดเมืองกบินทร์บุรี

'หนุ่ม-แท่ง'พาเที่ยววัดล้านหอยสุดอันซีน ขอพรหลวงปู่สุน  ชิมอาหารเด็ดเมืองกบินทร์บุรี

‘หนุ่ม-แท่ง’พาเที่ยววัดล้านหอยสุดอันซีน ขอพรหลวงปู่สุน ชิมอาหารเด็ดเมืองกบินทร์บุรี

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

ไปต่อไม่รอแล้วนะ สัปดาห์นี้ รายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์”  ชวนออกเดินทางอิ่มบุญสุดชิล กับ 2 พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ที่จะพาไปเปิดพิกัดสุดอันซีนแห่งจังหวัดปราจีนบุรี ณ“วัดรัตนเนตตาราม” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วัดล้านหอย” วัดที่โดดเด่นด้วยพุทธศิลป์สุดวิจิตร หนึ่งเดียวของประเทศไทย

ความงดงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่สถาปัตยกรรมที่ประดับประดาด้วยเปลือกหอยนานาชนิดอย่างประณีตทั่วทั้งพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ หอระฆัง และมณฑปพระแก้วสามฤดู ที่สะกดทุกสายตาด้วยรายละเอียดอันวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะลานหน้ามณฑปที่มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ตั้งเด่นอย่างสง่างาม

มาถึงแล้วไม่พลาดไฮไลต์สำคัญ หนุ่ม-แท่ง พาเข้ากราบขอพร “หลวงปู่สุน” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวบ้านนิยมมาขอพรเรื่องโชคลาภ โดยเชื่อว่าหากสมหวังจะนำดอกไม้มาถวายเป็นการแก้บน ก่อนจะพาไปชมจุดสำคัญอื่น ๆ ภายในวัด ทั้งพิพิธภัณฑ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ “ถ้ำฤๅษี” ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งผนังด้วยวัตถุมงคลอย่างแปลกตาอิ่มบุญกันเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาอิ่มท้อง หนุ่ม-แท่ง พาไปเช็กอิน “สวนอาหาร ชมบ้านเนินน้ำ” ร้านดังประจำอำเภอกบินทร์บุรี ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารไทย-จีนรสเลิศ ใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ปรุงโดยเชฟฝีมือจัดจ้าน จนกลายเป็น
ร้านโปรดของนักชิมและแขกบ้านแขกเมืองที่แวะเวียนมาไม่ขาดสายโดย หนุ่ม-แท่ง เผยความประทับใจว่า  “เป็นอีกหนึ่งวัดที่หนุ่มแท่งขอบอกเลยว่า unseen จริง ๆ  เป็นอีกวัด
ที่สวยงาม ของจังหวัดปราจีนบุรี ห้ามพลาดนะครับ” ติดตามทริปอิ่มบุญสุดชิลนี้ได้ ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 4 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น.
ทาง ช่อง  7HD กด  35    และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

แม่นายมาแล้ว เบลล่า ราณี อวดลุคผ้าขาวม้าถือดอกบัวสวยละมุนเกินต้าน

แม่นายมาแล้ว เบลล่า ราณี อวดลุคผ้าขาวม้าถือดอกบัวสวยละมุนเกินต้าน

แม่นายมาแล้ว เบลล่า ราณี อวดลุคผ้าขาวม้าถือดอกบัวสวยละมุนเกินต้าน

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.

31 มีนาคม 2569 ทำเอาแฟนๆ ฮือฮาอีกครั้ง สำหรับนางเอกตัวท็อป อย่าง “เบลล่า ราณี” หลังปล่อยภาพเซตใหม่ในลุคผ้าขาวม้าแบบร่วมสมัยโทนสีชมพูสด แถมถือช่อดอกบัวสีชมพูเป็นพร็อพที่กำลังอินเทรนด์อยู่ในตอนนี้ ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งลุคที่ตอกย้ำความเป็นแฟชั่นนิสต้ที่ไม่ว่าจะหยิบจับสไตล์ไหน ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเสน่ห์และน่าค้นหา จนแฟนๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

ภาพจาก : @bellacampen

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! สร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่อง ลิซ่า ศิลปิน Kpop คนแรกขึ้นโชว์ Vegas residency

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! สร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่อง ลิซ่า ศิลปิน Kpop คนแรกขึ้นโชว์ Vegas residency

ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! สร้างประวัติศาสตร์ต่อเนื่อง ลิซ่า ศิลปิน Kpop คนแรกขึ้นโชว์ Vegas residency

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.14 น.

ขอปรบมือดังๆให้น้อง ลิซ่า ลลิษา ที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปิน Kpop ที่ได้แสดงโชว์ Vegas residency !โดยโชว์นี้มีชื่อว่า “Viva La Lisa,” จัดแสดงที่ The Colosseum ที่โรงแรม Caesars Palace ซึ่งที่นี่คือโรงละครระดับโลกที่ออกแบบอย่างหรูหรา จุผู้ชมได้กว่า 4,000 ที่นั่ง ขึ้นชื่อว่าเป็น “บ้านของศิลปินระดับโลก” เพราะเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตเรสซิเดนซี (Residency) ของศิลปินดังมาแล้วมากมาย อาทิ Celine Dion, Elton Johnอย่างไรก็ตามโชว์ของ‘ลิซ่า’เป็นประเภท  The limited-run show  เพราะแสดงแค่ 2 สัปดาห์ ในวันที่13-14 พฤศจิกายน และ 27-28  พฤศจิกายน 2026. บัตรจะเริ่มให้ลงทะเบียนพรีเซล วันที่ 1-19 เมษายนทาง Ticketmaster. และจะเปิดขายพรีเซล วันที่ 22 เมษายน และขายรอบปกติ 23 เมษายนนี้

โดย Vegas residency เป็นรูปแบบการจัดแสดงคอนเสิร์ต” ที่ศิลปินจะปักหลักทำการแสดงอยู่ที่สถานที่แห่งเดียวในลาสเวกัสเป็นระยะเวลานาน (เช่น หลายเดือนหรือเป็นปี) แทนที่จะเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตไปตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก ศิลปินจะแสดงที่ฮอลล์หรือโรงละครในโรงแรมใหญ่ๆ ของลาสเวกัสเพียงที่เดียว เช่น The Colosseum ที่ Caesars Palace, Resorts World Theatre หรือแม้แต่เวทีสุดล้ำอย่าง The Sphereเนื่องจากไม่ต้องขนย้ายอุปกรณ์ไปไหน ศิลปินจึงสามารถสร้างโชว์ที่อลังการและใช้เทคนิคพิเศษที่ซับซ้อนกว่าคอนเสิร์ตทัวร์ปกติได้มาก ในสมัยก่อน Vegas Residency มักถูกมองว่าเป็นช่วง “ขาลง” ของศิลปินที่ไปเปิดโชว์เพื่อรับเงินก้อนโตในวัยเกษียณ แต่ปัจจุบันค่านิยมนี้เปลี่ยนไปแล้วครับ ศิลปินระดับโลกตัวท็อปๆ อย่าง Adele, Katy Perry, Bruno Mars, Lady Gaga หรือล่าสุดอย่าง Lisa (Lalisa) ต่างก็ก้าวเข้าสู่การมี Residency เป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จและอิทธิพลในวงการบันเทิงระดับโลกว่ามีฐานแฟนคลับที่พร้อมจะบินมาหาจากทั่วทุกมุมโลก

ออร่าระดับโลก‘โอปอล สุชาตา’นางสงกรานต์ 2569ตอกย้ำภาพลักษณ์เลอค่าความเป็นไทย

ออร่าระดับโลก‘โอปอล สุชาตา’นางสงกรานต์ 2569ตอกย้ำภาพลักษณ์เลอค่าความเป็นไทย

ออร่าระดับโลก‘โอปอล สุชาตา’นางสงกรานต์ 2569ตอกย้ำภาพลักษณ์เลอค่าความเป็นไทย

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.38 น.

เรียกได้ว่าสง่างามสมกับเป็นออร่าระดับโลก ในฐานะเจ้าของตำแหน่ง Miss World 2025 จากเวทีระดับนานาชาติ นับเป็นการพรีเซนต์ Soft Power ผ่านวัฒนธรรมไทยในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความเลอค่าและความเป็นไทยที่ทันสมัยได้อย่างลงตัวสำหรับการปรากฏตัวของ โอปอล สุชาตา ในลุค นางสงกรานต์ประจำปี 2569 ถือเป็นโมเมนต์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะเมื่อเธออยู่ในชุด ไทยจักรพรรดิ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดไทยพระราชนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความวิจิตรบรรจงและความสง่างามสูงสุด

โดยชุดไทยจักรพรรดิ เป็นชุดที่ใช้ในพิธีรีตองสำคัญ โดดเด่นด้วยการห่มสไบสองชั้น ชั้นล่างเป็นสไบแพรจีบ และชั้นบนเป็นสไบปักลวดลายเต็มผืนด้วยดิ้นทองและอัญมณี สะท้อนถึงความหรูหราแบบราชสำนักโบราณ สำหรับตัวชุดรังสรรค์จากผ้าไหมยกใหญ่ลำพูน ผสานกับสไบปักลวดลายอย่างประณีต และสไบอัดกลีบในโทนสีเดียวกับมงกุฎ ช่วยเสริมให้ภาพรวมดูสง่างามและลงตัวทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การสวม “มงฟ้า” คู่กับชุดไทยเป็นครั้งแรกของโอปอล สะท้อนภาพลักษณ์ของนางสงกรานต์ยุคใหม่ ที่ผสานความงามแบบไทยเข้ากับความมั่นใจของผู้หญิงร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่นผลงานการออกแบบโดย ดร.สรรค์ สุดเกตุ แบรนด์ Vanus โดยสัญลักษณ์ของนางสงกรานต์ในปี 2569 ตามปฏิทินหลวงคือ “นางกิมิทาเทวี” (นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์) ซึ่งมักจะประดับประดาด้วยดอกจงกลนี และใช้เครื่องประดับอัญมณีเป็น “บุษราคัม”

ถอดรหัสความสำเร็จ! ‘บ้านโคกยามู’ พลิกฟื้นดินเปรี้ยว-ดึงคนรุ่นใหม่คืนถิ่น

ถอดรหัสความสำเร็จ! ‘บ้านโคกยามู’ พลิกฟื้นดินเปรี้ยว-ดึงคนรุ่นใหม่คืนถิ่น

ถอดรหัสความสำเร็จ! ‘บ้านโคกยามู’ พลิกฟื้นดินเปรี้ยว-ดึงคนรุ่นใหม่คืนถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

ถอดรหัสความสำเร็จ! ‘บ้านโคกยามู’ พลิกฟื้นดินเปรี้ยวสร้างรายได้ 10 ล้าน ชูโมเดลเกษตรปลอดภัย-ดึงคนรุ่นใหม่คืนถิ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย้อนกลับไปก่อนปี 2559 บ้านโคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ต้องเผชิญกับวิกฤตซ้ำซาก ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และที่สำคัญคือ ‘สภาพดินเปรี้ยว’ ที่มีความเป็นกรดสูงและปนเปื้อนสารเคมี ทำให้เกษตรกรพึ่งพารายได้เพียงทางเดียวจากปาล์มน้ำมัน แรงงานส่วนใหญ่จึงต้องละทิ้งถิ่นฐานไปรับจ้างนอกพื้นที่

ด้วยหลักการทรงงานของรัชกาลที่ 9 เรื่องการปรับปรุงดินเปรี้ยว มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้ร่วมกับชุมชนขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้หลักการ ‘ระเบิดจากข้างใน’ โดยเริ่มจากการปรับปรุงดินและน้ำ ลดการใช้สารเคมี และจัดสรรที่ดินทำกินในเขตป่าสงวนโคกไม้เรือจำนวน 66.1 ไร่ ให้กลายเป็นแปลงเกษตรผสมผสานที่ถูกกฎหมาย

โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในด้านมิติการเกษตร จากเดิมดินมีค่า pH 3 (กรดจัด) ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น pH 5.5 ที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตแตงโม GAP เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1,638 กก./ไร่ เป็น 2,967 กก./ไร่ ในปี 2568 สร้างมูลค่าสะสมระหว่างปี 2560-2567 เกือบ 10 ล้านบาท ในส่วนของด้านงานหัตถกรรม มีการส่งเสริมจักสานกระจูดช่วยให้กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุมีรายได้สะสมกว่า 1.1 ล้านบาท (ปี 62-66) ผ่านการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง

ความสำเร็จนี้ไม่เพียงสร้างตัวเลขรายได้ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน อาทิ คนรุ่นใหม่จบปริญญาตรีเพิ่มขึ้นจาก 34 คน เป็น 91 คน , อัตราการป่วยของคนในชุมชนลดลงจากร้อยละ 13.82 เหลือเพียงร้อยละ 9.64 ผลจากการทำเกษตรปลอดภัยและลดการใช้สารเคมี และอัตราการออกไปทำงานนอกพื้นที่ลดลง เนื่องจากมีอาชีพที่มั่นคงในชุมชน

ปัจจุบันบ้านโคกยามูไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ แต่ยังคงพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่ๆ เช่น สมุนไพร เห็ดนางฟ้า และข้าวโพดอาหารสัตว์ พร้อมใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรอย่างง่ายมาช่วยบำรุงดิน เพื่อยกระดับสู่การเป็น ‘แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ’ (Social Lab) ให้กับชุมชนอื่นๆทั่วประเทศ สนองพระราชปณิธาน ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ ให้เกิดความยั่งยืนสืบไป ////-026

>>>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด <<<<