‘วีระพงษ์’ไขก๊อกปชป. หันไปร่วมงาน‘ศุภจี’

‘วีระพงษ์’ไขก๊อกปชป.  หันไปร่วมงาน‘ศุภจี’

‘วีระพงษ์’ไขก๊อกปชป. หันไปร่วมงาน‘ศุภจี’

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“อภิสิทธิ์” ยื่นคำขาด “วีระพงษ์” ไขก๊อกจากพรรคประชาธิปัตย์ หากรับเก้าอี้ผู้แทนการค้าไทยพ่วงที่ปรึกษา “ศุภจี” รอเจ้าตัวตัดสินใจดำเนินการ ด้านนายกฯ มอบรองนายกฯ–รมต.คุม18เขตตรวจราชการ พิพัฒน์ ดูภาคใต้,3จ.ชายแดน- ยศชนัน ดูภาคเหนือ- เอกนิติ ดูตะวันออก-ทรงศักดิ์-สุขสมรวย แบ่งคุมอีสาน

เมื่อวันที่ 12เม.ย.2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และรับตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ว่า กรณีของนายวีระพงษ์นั้น ตนเห็นมีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จึงอยากเรียนข้อเท็จจริงดังนี้ 1.ตนไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากนางศุภจี แต่นายวีระพงษ์ได้มาปรึกษาตนว่าได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องข้อตกลงเขตการค้าเสรีโดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ กรณีของนายวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษาหรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการ เพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นทางการและมีค่าตอบแทน ขณะนั้นผมเข้าใจว่ายังเป็นการพูดคุยในลักษณะส่วนตัว ไม่ทราบว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปจากฝั่งรัฐบาล

จะไปก็ต้องลาออก

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 2. เราเห็นตรงกันว่างานนี้เป็นงานที่ฝ่ายนายวีระพงษ์มีความถนัดและความชอบเป็นพิเศษ และรัฐบาลรวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หากนายวีระพงษ์เข้ารับหน้าที่นี้ แต่โดยสถานะของนายวีระพงษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้เกิดความสับสนและขัดแย้งกันในตัวในสถานะของความเป็นพรรคฝ่ายค้าน สุดท้ายจึงเห็นพ้องกันว่าหากนายวีระพงษ์มีความประสงค์จะไปรับตำแหน่งดังกล่าว ก็ต้องออกจากรองหัวหน้าพรรคและความเป็นสมาชิกพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้จึงอยู่ที่นายวีระพงษ์จะตัดสินใจและดำเนินการ

คาด”วีระพงษ์”ลาออก

แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงรายละเอียดการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ไปเป็นที่ปรึกษาของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากนางศุภจี ทางนายวีระพงษ์ ก็ได้ไปบอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะไปร่วมงานกับนางศุภจี ในตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเป็นงานที่เคยทำมาก่อน โดยในช่วงแรกนางศุภจี จะแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาก่อน เมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก็จะตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทยต่อไป

แหล่งข่าวบอกอีกว่า จริงๆแล้ว นายวีระพงษ์ ตั้งใจจะลาออกจากตำแหน่งรองหน้าพรรค แต่ยังเป็นสมาชิกพรรค แต่เมื่อมีผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ไปให้สัมภาษณ์ว่าช็อกกับเรื่องนี้ จึงตัดสินใจว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคด้วย เพื่อจะไปร่วมงานกับนางศุภจี ตามที่ได้คุยกันไว้

มอบหมายรมต.คุม18เขต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 86/2569 เรื่อง มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เพื่อกำกับติดตามงานในภูมิภาค มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งติดตามงานอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมประเมินผลและตรวจสอบโครงการ และงบประมาณ ดังนี้ 1.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และจ.สงขลา ,เขตตรวจราชการที่ 6 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จ.กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และจ.สตูล,เขตตรวจราชการที่ 7 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน จ.นราธิวาส ปัตตานี และจ.ยะลา

2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ ดเขตตรวจราชการที่ 10 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน 1 จ.บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และจ.อุดรธานี ,เขตตรวจราชการที่ 11 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 จ.นครพนม มุกดาหาร และจ.สกลนคร ,เขตตรวจราชการที่ 12 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และจ.ร้อยเอ็ด 3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจ.ระยอง

“ยศนันท์”คุมภาคเหนือ

4. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 15 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จ.เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และจ.ลำพูน,เขตตรวจราชการที่ 16 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จ.เชียงราย น่าน พะเยาและจ.แพร่

5. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 2 กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จ.นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และจ.สมุทรปราการ,เขตตรวจราชการที่ 9 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 จ.จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี และจ.สระแก้ว

6. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 3 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และจ.สุพรรณบุรี,เขตตรวจราชการที่ 4 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจ.สมุทรสาคร,เขตตรวจราชการที่ 17 ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 จ.ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และจ.อุตรดิตถ์ 7. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 1 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน จ.ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และจ.อ่างทอง,เขตตรวจราชการที่ 18 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร และจ.อุทัยธานี 8.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับและติดตามการปฏิบัติราชการ เขตตรวจราชการที่ 13 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จ.ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์,เขตตรวจราชการที่14 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 จ.ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และจ.อุบลราชธานี

“ไอซ์-ช่อ”เดินตลาดท่าน้ำนนท์

ที่ตลาดนัดท่าน้ำนนท์ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารมูลนิธิคณะก้าวหน้า ร่วมเดินตลาดพบประชาชน พร้อมพูดคุยสอบถามถึงสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมันในปัจจุบัน โดยได้ร่วมพูดคุยกับทั้งพ่อค้าแม่ขายและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อราคาสินค้าและการค้าขาย พบว่าราคาสินค้าวัตถุดิบหลายรายการขึ้น และค่อนข้างส่งผลกระทบ โดยเฉพาะวัสดุจากพลาสติก น้ำมันพืช ขณะที่ผักผลไม้หลายรายการราคาขึ้นจากค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่บางรายการ เช่น มะพร้าว และพืชผักนอกฤดูกาลอื่นๆ ราคาตกต่ำ อาหารทะเลหลายรายการมีการรับซื้อมาในราคาที่แพงขึ้น แต่โดยภาพรวมเกือบทุกร้านค้าพ่อค้าแม่ขายยังต้องตรึงราคาสินค้าไว้ ไม่กล้าขึ้นราคาเนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีผู้ซื้อ

น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่าสิ่งที่ได้พบเห็นจากการสำรวจครั้งนี้คือ ตลาดในช่วงนี้ไม่ได้คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ปกติเช้าวันอาทิตย์ในช่วงสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมักจะจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น

อีกสิ่งที่พบคือผู้ค้าในตลาดไม่ค่อยมีใครกล้าขึ้นราคาสินค้า เพราะสภาวะเศรษฐกิจแบบปัจจุบันก็แทบไม่มีลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าขึ้นราคาก็เกรงว่าจะไม่มีคนซื้อ แม้วัตถุดิบหลายอย่างจะขึ้นราคา แต่ยังคงต้องขายในราคาเท่าเดิม เช่น ร้านข้าวแกง ที่วัตถุดิบราคาขึ้นทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไว้เอง ไม่สามารถขึ้นราคาไปมากกว่านี้ได้ ผักบางอย่างแม้จะปรับราคาสูงขึ้นตามฤดูกาลก็จริง แต่ผักบางรายการก็เห็นได้ชัดว่าขึ้นมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยภาพรวมสรุปได้ว่าวัตถุดิบขึ้นราคาทุกอย่าง แต่ผู้ค้าก็ต้องตรึงราคาเอาไว้

เศรษฐกิจหดตัว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่าสภาวะเช่นนี้ยิ่งส่งผลให้เศรษฐกิจหดตัวมากขึ้น ประชาชนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอยและเลือกที่จะเก็บหอมรอมริบ ประชาชนจำนวนมากสะท้อนว่ามาตรการบัตรสวัสดิการ 100 บาท 1 เดือน เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป เข้าใจว่ารัฐบาลต้องพิจารณาสภาวะการคลัง ขณะที่ประชาชนถูกเรียกร้องให้เข้าใจสภาวะการคลังของประเทศ แล้วรัฐบาลเข้าใจสภาวะการคลังประชาชนมากแค่ไหน สวัสดิการช่วยเหลือระยะสั้นควรพุ่งเป้า หาให้ได้ว่าใครจำเป็นที่ต้องได้รับความช่วยเหลือจริง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวประมง และกลุ่มเปราะบางต่างๆ แทนที่รัฐบาลจะบอกให้ประชาชนประหยัด รัฐบาลที่ต้องจัดทำงบประมาณต่างหากที่ควรประหยัด เพราะประชาชนประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรแล้ว โครงการที่ไม่จำเป็นควรชะลอ เอาเงินมาออกมาตรการระยะสั้นช่วยเหลือประชาชนดีกว่า รัฐบาลต้องพิจารณาตัวเองว่าทุกเวลาที่เสียไปคือเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ

อภิสิทธิ์ ส่งกำลังใจให้ ปชช.ช่วงสงกรานต์ ได้พักผ่อนกับครอบครัว-ฟันฝ่าปัญหาต่างๆไปได้ (คลิป)

อภิสิทธิ์ ส่งกำลังใจให้ ปชช.ช่วงสงกรานต์ ได้พักผ่อนกับครอบครัว-ฟันฝ่าปัญหาต่างๆไปได้ (คลิป)

อภิสิทธิ์ ส่งกำลังใจให้ ปชช.ช่วงสงกรานต์ ได้พักผ่อนกับครอบครัว-ฟันฝ่าปัญหาต่างๆไปได้ (คลิป)

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.56 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอส่งกำลังใจให้กับพี่น้องและประชาชนทุกคนครับ ในช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ไทย หวังว่าจะได้มีเวลาพักผ่อนกับครอบครัว เป็นกำลังใจให้กันและกัน ฟันฝ่าปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ในปีต่อไปได้ มีความสุขกันถ้วนหน้าครับ

เพื่อไทย จัดทัพเมืองเสร็จ ชงเข้า ครม.หลังสงกรานต์ ส่ง ศึกษิษฏ์ นั่งรองเลขานายกฯ ช่วยงาน ยศชนัน

เพื่อไทย จัดทัพเมืองเสร็จ ชงเข้า ครม.หลังสงกรานต์  ส่ง ศึกษิษฏ์ นั่งรองเลขานายกฯ ช่วยงาน ยศชนัน

เพื่อไทย จัดทัพเมืองเสร็จ ชงเข้า ครม.หลังสงกรานต์ ส่ง ศึกษิษฏ์ นั่งรองเลขานายกฯ ช่วยงาน ยศชนัน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.14 น.

‘เพื่อไทย’ จัดทัพ ขรก.การเมืองเสร็จ เตรียมชงเข้า ครม.หลังสงกรานต์ ‘ต้น สรวุฒิ’ นั่งเลขาฯ ‘สุริยะ’ 

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาผู้เข้ามารับตำแหน่งข้าราชการทางการเมืองเพื่อช่วยงานรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ได้ให้แต่ละคนกรอกประวัติเพื่อนำให้หน่วยงานราชการตรวจคุณสมบัติเช่นเดียวกับบรรดารัฐมนตรี ซึ่งคาดว่ารายชื่อดังกล่าวจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หลังหยุดเทศกาลสงกรานต์หรือสัปดาห์ถัดจากนั้น

โดยรายชื่อข้าราชการการเมืองที่จะมาช่วยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) คือนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ที่จะช่วยงานนายยศชนัน  น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิยช์ อดีตรมช.มหาดไทย จะมารับตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกฯ นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะมาเป็นเลขานุการรมว. อว. นายดนุพร ปุณณกันต์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการผู้ช่วยรมว. อว. และทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นที่ปรึกษารมว. อว. 

สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นเลขานุการรมว.เกษตรฯ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย เป็นที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว. อว. ช่วยงานนายวัชระพล ขาวขำ รมช.กระทรวงเกษตรฯ นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารมช.กระทรวงเกษตรฯ นายจเด็ศ จันทรา เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว.กระทรวงเกษตรฯ ช่วยงาน น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.กระทรวงเกษตรฯ

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ มีนายวัลลภ รุจิรากร เป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ เป็นกรรมการผู้ช่วยรมว.ศึกษาธิการ นายภาควัต ศรีสุรพล อดีต สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ช่วยงานนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ

ส่วนกระทรวงแรงงาน มีนายสุรชาติ เทียนทอง เป็นเลขานุการรมว.แรงงาน สำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนายอภิชา เลิศพชรกมล เป็นเลขานุการรมว.พม. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นที่ปรึกษารมว. พม. และน.ส.ชนก จันทาทอง อดีตสส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เป็นกรรมการผู้ช่วยรมว. พม.

‘อาร์ทที่ผมรู้จัก’ จากใจ บรรจง นะแส ถึงน้องรัก

‘อาร์ทที่ผมรู้จัก’ จากใจ บรรจง นะแส ถึงน้องรัก

‘อาร์ทที่ผมรู้จัก’ จากใจ บรรจง นะแส ถึงน้องรัก

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.32 น.

วันที่ 12 เมษยน 2569 นายบรรจง นะแส อดีตนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย  เอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  อาร์ทที่ผมรู้จัก…. สมัยที่ผมทำหน้าที่นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย อาร์ททำงานอยู่กับoxfam ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการทำงานที่สำคัญของผมในช่วงเวลานั้น …

ทำให้เราสนิทสนมกันมาก ลงพื้นที่ด้วยกัน/พบปะพี่น้องประมงพื้นบ้านทั้งฝั่งอ่วไทยและอันดามัน ด้วยอัธยาศัยที่เป็นกันเอง จริงจังจริงใจกับทุกคนที่ร่วมงานด้วยกัน อาร์ทจึงเป็นที่รักใคร่ของพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน…

เราสนิทสนมกันคบหากันเหมือนพี่น้อง สาเหตุหนึ่งเพราะอาร์ทเป็นคนหาดใหญ่(แต่ไม่ได้อยู่ในตัวเมือง)วิถีครอบครัวของอาร์ทก็เป็นชุมชนในชนบทชานเมือง งานพิธีกรรมต่างๆเช่นงานบวช/งานตายก็จัดกันแบบบ้านๆ ผมก็เคยไปร่วม…

สมัยที่ประเทศไทยเราโดนมาตรการในกรณี iuu จากสหภาพยุโรป ด้วยประสบการณ์ที่อาร์ทมาทำงานเกี่ยวข้องกับทรัพยากรทะเลและพี่น้องประมงพื้นบ้าน เราสื่อสารกันตลอดมีผลทำให้ปัญหาของ

การทำการประมงทำลายล้าง/เรือเถื่อน/เรือสวมทะเบียนถูกนำออกเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ความจริง/ข้อเท็จจริงที่ทำให้ทรัพยากรทะเลของประเทศไทยวิกฤต(แต่ผมก็พบว่าเป็นสิ่งที่ประมงพานิชและนักการเมืองที่เป็นเจ้าของประมงพานิช/อุตสาหกรรมปลาป่นไม่ชอบเอามากๆ)…

อาร์ทขยับออกจากoxfam ที่ดูแลกิจกรรมภายในประเทศไปอยู่สำนักงานในอเมริกา โอกาสที่เราได้เจอกันก็น้อยลง แต่ก็ติดต่อกันบ้างตามโอกาส…

อาร์ทเป็นคนที่จิตใจดีอัธยาศัยดี ไม่ยะโสโอหังแต่อ่อนน้อมถ่อมตน(และผมสัมผัสได้ว่าเขาเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน ยึดหลักความถูกต้อง/ยึดหลักการ..

อาร์ทเข้าไปสัมพันธ์กับงานการเมืองนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะผมก็ตามดูเขาอยู่ตลอด ผมเคารพในความเป็นเขา ใครจะมองเขาอย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับผมอาร์ทคือน้องรักคนนึงที่ผมเชื่อมั่นและไว้ใจ…

‘ณัฐพงษ์-กรุณพล’นำทีมเล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง โอบกอด ถ่ายรูปตลอดทาง

'ณัฐพงษ์-กรุณพล'นำทีมเล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง โอบกอด ถ่ายรูปตลอดทาง

‘ณัฐพงษ์-กรุณพล’นำทีมเล่นน้ำสงกรานต์ลำปาง ชาวบ้านรุมปะแป้ง โอบกอด ถ่ายรูปตลอดทาง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.18 น.

‘เท้ง​ ณัฐพงษ์’ พร้อมด้วย ‘ตี้ กิตติชัย’ และ ‘เพชร กรุณพล’ ดาวกระจาย สส. พรรคประชาชนร่วมฉลองปีใหม่ไทยและให้กำลังใจพี่น้องชาวเหนือ จังหวัดลำปาง

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมงานพรรคประชาชน ลงพื้นที่ภาคเหนือเพื่อเยี่ยมเยือนประชาชนพร้อมรับฟังทุกข์สุขจากพี่น้องท่ามกลางวิกฤตน้ำมันในช่วงสงกรานต์

นายณัฐพงษ์ พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค รองโฆษกพรรคและทีมงานเริ่มเดินทางพบปะประชาชนบริเวณด้านหน้าไปรษณีย์ สาขาจังหวัดลำปาง ถนนทิพย์ช้าง สิ้นสุดที่ห้าแยกหอนาฬิกา จังหวัดลำปาง ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนชาวลำปางเข้ามาทักทายต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อม โอบกอด ร่วมปะแป้ง และถ่ายรูปตลอดทาง พร้อมสะท้อนความทุกข์ร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ 

ประชาชนที่ร่วมเล่นสงกรานต์ให้ความเห็นว่า ปีนี้พี่น้องประชาชนกลับมาเยี่ยมบ้านใ่นช่วงสงกรานต์น้อยลงไปมากหากเทียบจากช่วงเทศกาลสงกรานต์เดียวกันในช่วงปีก่อนหน้า พ่อค้าแม่ขายในพื้นที่ต่างก็เล่าให้ฟังว่าประชาชนที่มาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด คาดว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้เกิดวิกฤตน้ำมัน ส่งผลกระทบให้ประชาชนกลับบ้านร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ในต่างจังหวัดน้อยลง ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็เดินทางมาเที่ยวน้อยลงไปด้วย
 

เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์

เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์

เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน อนุทิน มาเอง คอมเมนต์โพสต์ ดร.อานนท์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.05 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 จากรกณี  นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตผู้แทนการค้าไทย ที่ได้รับการแต่งตั้งจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ จนเกิดการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆ 

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงเป็น 3 ข้อ เพื่อลดความสับสนและวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (มาร์ค แจงดรามา วีระพงษ์ ย้ำต้องไขก๊อกพรรคเพื่อความสง่างาม)

กระทั้ง วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความว่า ได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว (วีระพงษ์ ประภา ประกาศลาออกรองหัวหน้า ปชป. พร้อมเปิด 3 เหตุผล)

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ภาพ เนวิน ชิดชอบ คู่กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยที่ เนวิน ชิดชอบ พาสส.กลุ่มเพื่อนเนวินย้ายขั้วมาสนับสนุนนานอภิสิทธิ เป็นนายกฯ

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า “เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน”  พร้อมภาพถ่ายร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.

ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน

ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน

ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.49 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระออกโรงโพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “เหตุใดเรื่องนี้จึงบานปลาย: ดราม่า ศุภจี อาร์ต และ ปชป.”

โดยระบุว่า  ผมขอเริ่มต้นตรงประเด็นเลยว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกรีบสรุปว่าเป็น “เรื่องการเมือง การหักหลัง หรือเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ” เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้อยู่ที่เจตนาร้ายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก แต่อยู่ที่การที่ทั้งสองฝั่งกำลังมอง “คนละชั้นของปัญหา”

ฝั่งหนึ่งมองจากโจทย์งานและความต่อเนื่องของนโยบาย อีกฝั่งมองจากสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และผลสะเทือนต่อระบบพรรค

ดราม่าจึงเกิดขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่การดึงผู้เชี่ยวชาญธรรมดา แต่เป็นการทาบทาม “รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน” มาช่วยงานรัฐบาล เมื่อเรื่องออกมาในลักษณะนี้ ย่อมทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองทันที ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าเป็นการดึงคนที่มีประสบการณ์ตรงมาช่วยงานประเทศ แต่อีกฝ่ายย่อมมองไปถึงผลสะเทือนต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของพรรค

ข้อเท็จจริงที่ผมได้รับจากฝั่งคุณศุภจีคือ คุณศุภจีไม่ได้รู้จักคุณวีระพงษ์เป็นการส่วนตัว แต่ได้รับการแนะนำว่าบุคคลนี้มีประสบการณ์ตรงและมีผลงานเกี่ยวกับ FTA ไทย–EU จึงเห็นว่าหากได้มาช่วยสานงานต่อ ก็จะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ในชั้นแรก นี่เป็นการมองจากโจทย์ของงานเป็นหลัก ไม่ใช่การเริ่มต้นจากโจทย์การเมือง

ต่อมาเมื่อทราบภายหลังว่า คุณวีระพงษ์เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความตั้งใจจะประสานพูดคุยกับคุณอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรค แต่สถานการณ์กลับบานปลายเป็นดราม่าเสียก่อน

ขณะที่ข้อมูลสาธารณะจากฝั่งคุณอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ ระบุว่า คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาเรื่องการถูกทาบทามให้ไปเป็นผู้แทนการค้าไทย และหากจะไปรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและจัดการสถานะทางพรรคให้ชัดเจนก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับบทบาทของการเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน

ดังนั้น ในมุมของประชาธิปัตย์ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ขั้นตอน ความชัดเจน และความเหมาะสมของกระบวนการ

เมื่อเอาทั้งสองด้านมาวางคู่กัน ภาพที่เห็นจึงชัดขึ้นว่า เรื่องนี้อาจไม่ได้เริ่มจากเจตนาร้ายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่บานปลายเพราะ “ข้อเท็จจริงเชิงงาน” กับ “ข้อเท็จจริงเชิงการเมือง” ถูกพูดกันคนละจังหวะ และสาธารณะรับรู้ก่อนที่กระบวนการภายในจะเคลียร์กันเสร็จ

เมื่อเรื่องงานยังไม่ชัด แต่การสื่อสารออกมาก่อน ดราม่าจึงตามมาแทบจะทันที

“จากข้อมูลที่ผมได้รับ และจากคำอธิบายที่ปรากฏในที่สาธารณะ ภาพที่เห็นคือมีทั้งเรื่องงาน เรื่องขั้นตอน และเรื่องจังหวะการสื่อสารที่คลาดกัน”

เพราะเมื่อบุคคลที่ถูกทาบทามยังเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประเด็นจึงขยับจากเรื่องความสามารถ ไปสู่เรื่องสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และความชัดเจนว่า หากจะไปรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและจัดการสถานะกับพรรคให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อเรื่องงานยังไม่ชัด
แต่การสื่อสารออกมาก่อน
ดราม่าจึงตามมาแทบจะทันที
คนหนึ่งมองว่าเป็นการดึงคนมีฝีมือมาช่วยชาติ
อีกคนมองว่าเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองและการเคารพระบบพรรค
และเมื่อสองกรอบนี้ชนกันในพื้นที่สาธารณะ ความเข้าใจของสังคมก็ย่อมแตกออกเป็นหลายทาง

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ในความเป็น “ศุภจี” ที่ไม่ได้นิยามตัวเองเป็น “นักการเมือง” แต่เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ก็พยายาม “หาคนที่ตรงกับงานมาช่วยกันทำงาน” ซึ่งก็อาจจะไม่ทันคิดถึง “การบริหารราชการ หรือบริหารการเมือง นั้นต่างจากบริหารธุรกิจ“

ส่วนคุณอภิสิทธิ์และ ปชป. ก็ไม่ได้คำนึงถึงหน้าตาหรือศักดิ์ศรี มากเหมือนที่ผู้สนับสนุนคิด แต่คุณอภิสิทธิ์และ ปชป.ก็คำถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง สังเกตได้จาก เมื่อคุณวีระพงษ์มาแจ้งว่าจะไปทำงานกับคุณศุภจี ซึ่งเป็นพรรคตรงข้าม คุณอภิสิทธิ์และ ปชป.ก็ไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่แนะนำว่า ควรทำให้ถูกต้องตามครรลอง

เพราะฉะนั้น ผมจึงขึ้นต้นบทความนี้ว่า เรื่องนี้อย่ารีบสรุปว่าเป็นเรื่องการเมือง การหักหลัง หรือรีบสรุปว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ 

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ทั้งสองฝั่งอาจมองคนละชั้นของปัญหา

ฝั่งหนึ่งมองจากโจทย์งานและความต่อเนื่องของนโยบาย 

อีกฝั่งมองจากสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และผลสะเทือนต่อระบบพรรค

อนุทิน ลงพื้นที่เชียงราย ขอแจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน

อนุทิน ลงพื้นที่เชียงราย ขอแจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน

อนุทิน ลงพื้นที่เชียงราย ขอแจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“อนุทิน” บินเชียงราย แจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน ปล่อยมุก “ฮั้ว สว ของจริง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”

วันที่ 12 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งนายกฯได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าจะใช้เวลาลงพื้นที่แบบออร์แกนิค โดยวันที่ 12 เมษายน นายอนุทิน ได้เดินทางไปจังหวัดเชียงราย เพื่อสำรวจด้านการท่องเที่ยว  ทันทีที่ถึงสนามบินนานาชาติ แม่ฟ้าหลวง นายกฯได้ขอร่วมแจมเป่าขลุ่ยกับกลุ่มผู้สูงอายุชมรมดนตรีพื้นเมือง วัดเชตวัน ที่บรรเลงเพลงให้ผู้โดยสารฟังที่สนามบิน

นายอนุทิน ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า “ถ้านับอายุก็ใกล้ครบคุณสมบัติที่พอจะเข้ากลุ่ม สว กลุ่มนี้ได้แล้ว นี่แหละเรียกว่า ฮั้ว สว ของจริงเพราะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”

FC แห่คอมเมนต์ให้กำลังใจ อาร์ท วีระพงษ์ ร่วมทีมศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย

FC แห่คอมเมนต์ให้กำลังใจ อาร์ท วีระพงษ์ ร่วมทีมศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย

FC แห่คอมเมนต์ให้กำลังใจ อาร์ท วีระพงษ์ ร่วมทีมศุภจี เป็นผู้แทนการค้าไทย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.00 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 ภายหลัง นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมา โพสต์ภาพหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังถูก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทย โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (วีระพงษ์ ประภา ประกาศลาออกรองหัวหน้า ปชป. พร้อมเปิด 3 เหตุผล)

ล่าสุดหลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมมาก อาธิ  ให้กำลังคุณอาร์ทตลอดครับ เราชาวสีฟ้าทุกคน เห็นประโยชน์แก่ชาติทุกคนครับ ไม่ว่าจะบทบาทไหน , ดีใจด้วยครับ ที่ได้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศในภาวะที่มีความเสี่ยงแบบนี้ ชาติต้องการคนเก่ง ,  สุดยอดครับ ประเทศชาติสำคัญกว่าพรรคการเมืองครับ ,จากคนเลือก ปชป 2 ใบ ยินดีด้วยนะคะ ได้ทำเพื่อประเทศชาติแล้วควรภูมิใจค่ะ ,เชื่อมั่นว่าคุณอาร์ทต้องการทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง เป็นกำลังใจให้นะครับ ,

คิดแบบคนมีความคิด แบบนี้ ถึงเรียกว่าทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศ อย่างแท้จริง ,เชื่อว่าประสบการณ์และความต่อเนื่องที่มี จะช่วยผลักดันงานสำคัญนี้ให้สำเร็จได้ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จครับขอให้ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างมุ่งมั่นและจริงจัง..ยินดีด้วยครับ, เป็นกำลังใจให้ค่ะ ทำงานเสร็จกลับ ปชป นะคะ , ชัดเจนครับ ถ้าให้ชัดกว่านี้ ควรลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่หัวหน้าพรรค เสนอแนะด้วยครับ

กรณ์ จี้ กลต.สอบ‘บางจาก’ ปมไม่ชอบมาพากล-เอื้อทุนเทา?

กรณ์ จี้ กลต.สอบ‘บางจาก’ ปมไม่ชอบมาพากล-เอื้อทุนเทา?

กรณ์ จี้ กลต.สอบ‘บางจาก’ ปมไม่ชอบมาพากล-เอื้อทุนเทา?

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.46 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ โพสต์ข้อความระบุว่า  ความไม่ชอบมาพากลที่ ‘บางจาก’ กลต. เงียบ? #ปิดชื่อถือพฤติกรรม อย่างที่นายกฯ พูดไว้จริงหรือไม่!? 

อาทิตย์ที่ผ่านมา มีประชุมผู้ถือหุ้นบางจาก

มีข้อเสนอที่จะแก้ข้อบังคับบริษัทเพื่อกันตัวแทนของทุนเทาออกจากคณะกรรมการบริษัท (หุ้นที่ตอนนี้ถูกอายัดไปและอยู่ในขั้นตอนพิจารณาในชั้นศาล) แต่ล้มเหลวเพราะได้คะแนนสนับสนุนไม่พอ

บริษัทบอกว่าการมีทุนเทาอยู่ในบริษัทเป็นปัญหาเพราะต่างชาติที่เข้มงวดเรื่องแบบนี้ถึงขั้นออกมาตรการควํ่าบาตร และแม้แต่ตลาดกหลักทรัพย์ไทยก็ถอนชื่อบางจากออกจากทะเบียนบริษัทที่มีการกำกับดูแลที่ดี

แต่บางจากเองโทษใครไม่ได้ ยังไม่เคยชี้แจงว่าทำไมจึงได้เอื้อต่อกลุ่มทุนเทานี้ให้เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทอย่างรวดเร็วสายด่วน โดยในวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ได้มีการแต่งตั้งกรรมการตามวาระ 5 ท่าน โดยที่มี 4 ท่านกลับเข้าดำรงตำแหน่ง แต่ต่อมาเพียง 1 สัปดาห์ ในวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยไม่มีวาระตามรอบใดๆ ไม่มีการต้องลงคะแนนเสียงผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด คณะกรรมการ กลับมีมติ อนุมัติการลาออกของกรรมการ 2 ท่าน และ ให้แต่งตั้งกรรมการตัวแทนจาก ACE 2 ท่าน ซึ่ง ACE ได้หุ้นมาอย่างไม่ปรกติจำนวนมากจาก Capital Asia Investment ถึง 3 รายการ เป็นกิจการซึ่งเพิ่งจัดตั้ง วันที่ 23 มกราคม 2568 (เพียง 3 เดือน) และ ซื้อหุ้น บางจากฯ มูลค่า 10,000 ล้านบาท แต่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาท (หนี้/ทุน 200 เท่า) 

คำถามที่ คณะกรรมการบางจากฯ ต้องทบทวนจริงจังคือ ทำไมจึงได้เปิดประตูอย่าง (1) หละหลวม (2) เร่งร้อนเกินรอบเวลา (3) ไม่โปร่งใส เพราะ ไม่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ มติล่าสุด ก็ชี้ให้เห็นว่า แม้เสียงแก้ข้อบังคับจะไม่พอ 75% แต่เสียงสนับสนุน ACE ก็มีน้อยมาก และ (4) เป็นพฤติกรรมจงใจร่วมมือ ให้มีกรรมการลาออก 2 คน และ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งแทน โดยไม่ผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้น บทเรียนการไม่ได้ทำหน้าที่อย่างรอบคอบ ครบถ้วน ทำให้เกิดปัญหาต่อบริษัทในวันนี้ และ ควรที่จะเปิดโปง อำนาจ ”ไอ้โม่ง“​ ที่ผลักดันการแต่งตั้งอัปยศในครั้งนี้ 

นอกจากนั้น ยังได้แต่งตั้งในเดือน พฤษภาคม ในฐานะที่ บางจากฯเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน BCPG ยังดำเนินการให้มีการแต่งตั้งให้ตัวแทน ACE เป็นรองประธานบริษัท BCPG และ เป็นประธานการลงทุนของ BCPG โดยไม่มีรอบเวลาที่จำเป็นแต่อย่างใด

และในอดีต ตั้งแต่ ปลายปี 2563 ยังอนุมัติให้บริษัทลูกคือ BCPG ขายหุ้นก้อนใหญ่ 4,500 ล้านบาทให้กับกลุ่มนาย Ben Smith อึกด้วย 

และหลังจากนั้นยังมีการซื้อทรัพย์สินในราคาที่แพงเกินจริง มูลค่า 9,000 ล้านบาท อย่างไม่โปร่งใส โดยบริษัทที่ซื้อมานั้น จัดตั้งบริษัทขึ้น หลังมติกรรมการ BCPG ไม่มีข้อมูลกำไร และ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ แต่อย่างใด แต่จ่ายเงิน 9,000 ล้านบาทไปแล้ว ในเดือน พฤษภาคม 2566 โดยกิจการนั้น ซื้อจากกิจการกลุ่มครอบครัว กลุ่ม Cosmo ของ ‘เสียตือ’ ที่เคยมีสมาชิกครอบครัวถูกจับคดี เว็บพนันออนไล์ และ การฟอกเงิน ในปี 2565

ที่ประชาชนกังวลใจ คือ ความสัมพันธ์ ของกลุ่ม เสี่ยตือ คอสโม กับกลุ่มท่านนายกฯ และ พรรคภูมิใจไทย โดย “นายคิว”​ บุตรเสี่ยตือคอสโม มีข่าวเสนอสินบนให้ท่าน ไชยชนก ชิดชอบ 40 ล้านบาท เพื่อชะลอคดีปราบสแกมเมอร์ กลับตามข่าว Next News เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย รัฐบาลจึงควรจะดำเนินการทุกเรื่องนี้ อย่าง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” อย่างที่กล่าวอ้าง และ พรรคประชาธิปัตย์ จะทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่วนคณะกรรมการของบางจาก ทั้งชุดปัจจุบันและชุดในอดีต ควรต้องชี้แจงว่าได้มีส่วนเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่ม scammer หรือไม่ อย่างไร โดยใคร?

และที่สำคัญ เมื่อแก้ปัญหานี้ไม่ได้ แกะปมไม่ออก จะรับผิดชอบต่อความเสียหายให้กับผู้ถือหุ้นอย่างไร?

กลต. เองก็ไม่ควรเงียบต่อไปกับเรื่องนี้ มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องสืบสวน และหากพบการกระทำที่ไม่ชอบ ต้องมีมาตรการลงโทษที่ชัดเจนตามกฎหมาย