ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

9 เม.ย. 2569 10:45 น.

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

สำนักข่าวอัลจาซีราและทางการปาเลสไตน์ยืนยัน ผู้สื่อข่าว “โมฮัมเหม็ด วิชาห์” เสียชีวิตหลังโดรนอิสราเอลโจมตีรถยนต์ทางตะวันตกของกาซา ด้านอัลจาซีราซัดเป็นการมุ่งเป้าสังหารเพื่อข่มขู่สื่อมวลชน ขณะที่กองทัพอิสราเอลอ้างผู้ตายเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส

สำนักข่าวอัลจาซีราและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า นายโมฮัมเหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา มูบาเชอร์ ถูกสังหารเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 เม.ย.) หลังกองทัพอิสราเอลส่งโดรนโจมตีรถยนต์ที่เขาใช้เดินทางบริเวณพื้นที่เชค อัจลิน ทางตะวันตกของฉนวนกาซา

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกลาหลอย่างมาก โดยมีภาพปรากฏชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรุมล้อมซากรถที่ยังมีควันพวยพุ่งก่อนที่ร่างของนายวิชาห์จะถูกส่งไปยังโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ท่ามกลางความโศกเศร้าของเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัย

แถลงการณ์จากเครือข่ายสื่ออัลจาซีรา ระบุว่า “นี่คืออาชญากรรมที่น่ารังเกียจ การสังหารนายวิชาห์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจที่จะข่มขู่สื่อมวลชนไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่” พร้อมประกาศจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่นักข่าวที่เสียชีวิตทุกคน

ขณะที่โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ออกมาตอบโต้โดยกล่าวหาว่า นายวิชาห์เป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส พร้อมอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการระดับสูงในหน่วยขีปนาวุธต่อต้านรถถังของกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพอิสราเอลยังไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อเหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดนี้เมื่อถูกสอบถามโดยสำนักข่าวเอเอฟพี

องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (RSF) และคณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) เปิดเผยตัวเลขว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 มีนักข่าวและบุคลากรสื่อในกาซาถูกสังหารไปแล้วกว่า 220 ราย โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย 70 รายเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในกาซายังคงตึงเครียด แม้จะมีการประกาศหยุดยิงภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างกล่าวหากันว่ามีการละเมิดข้อตกลง โดยอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายที่ระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาสอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา Al Jazeera

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

9 เม.ย. 2569 09:54 น.

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวยสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม. ชี้เป็นข้อตกลงหยุดยิงที่ไร้ความหมายและส่อแววล่ม สถานการณ์ไม่เหมาะต่อการเจรจา

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยว่า เงื่อนไข 3 ข้อในข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่าน ถูกละเมิด “อย่างชัดเจน” ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะสม ต่อการเดินหน้าเจรจาหรือข้อตกลงหยุดยิงแบบทวิภาคี ที่จะมีขึ้นที่ปากีสถาน ในวันที่ 11 เมษายน นี้ 

นายกาลิบาฟระบุว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการรวมสถานการณ์ในเลบานอนไว้ในข้อตกลง ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ยอมรับ ขณะที่อีกประเด็นเกี่ยวข้องกับรายงานการตรวจพบโดรนในจังหวัดฟาร์ส ทางตอนใต้ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลระบุว่ายังไม่รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นคือสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งถูกระบุอยู่ในข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน แต่ยังเป็นจุดขัดแย้งกับฝ่ายตะวันตก

ความเห็นของนายกาลิบาฟ สะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ท่ามกลางการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางสู่การเจรจา หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังการเจรจาโครงการนิวเคลียร์รอบล่าสุดล้มเหลว

ทั้งนี้ มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพิจารณาให้นายกาลิบาฟเป็นหนึ่งในบุคคลที่อาจมีบทบาทสำคัญทางการเมืองในอนาคตของอิหร่าน.

ที่มา BBC

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

9 เม.ย. 2569 09:34 น.

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุนั่งร้านสูงกว่า 40 เมตรพังถล่มภายในโรงงานเหล็กในเมืองคาวาซากิ ใกล้กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีคนงานตกจากที่สูงหลายราย บาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 3 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน

วันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุโครงนั่งร้านสูงราว 40 เมตร พังถล่มลงมา ที่ไซต์งานก่อสร้างของบริษัท JFE Steel เขตเคฮิน ในเมืองคาวาซากิ ใกล้กรุงโตเกียว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 3 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน

รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่า สาเหตุเกิดจากตุ้มน้ำหนักทรงกระบอกขนาดประมาณ 500 ตันที่ติดอยู่กับเครนหลุดออกมา ก่อนกระแทกโครงนั่งร้านจนพังถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน ว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่.

ที่มา NHK

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

9 เม.ย. 2569 08:36 น.

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

ทรัมป์พบหารือกับ มาร์ค รุตเต เลขาธิการ NATO ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางกระแสข่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ จะหยิบยกประเด็น ถอนตัวจากนาโตขึ้นโต๊ะเจรจา หลังไม่พอใจบทบาท NATO ในความขัดแย้งกับอิหร่าน

การพบกันแบบปิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อชาติพันธมิตรยุโรปที่ไม่ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ โดยการหารือทั้งหมดจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ

ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่นาโตหันหลังให้ประชาชนอเมริกัน ทั้งที่สหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของพันธมิตรมาโดยตลอด พร้อมยอมรับว่า ประเด็นการถอนตัวจากนาโตเป็นสิ่งที่ทรัมป์กำลังพิจารณาและจะหยิบยกขึ้นหารือ

นอกจากแนวคิดถอนตัวจากนาโตแล้ว รายงานยังชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ประเทศสมาชิกที่ถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือ ด้วยการย้ายกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากประเทศเหล่านั้น ไปยังประเทศที่สนับสนุนจุดยืนของวอชิงตันมากกว่า

มาตรการดังกล่าวอาจกระทบโครงสร้างความมั่นคงในยุโรปโดยตรง และสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลทรัมป์ต่อพันธมิตรดั้งเดิม

ที่ผ่านมาโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์นาโตอย่างต่อเนื่อง โดยถึงขั้นเรียกว่าเป็นเสือกระดาษ หลังไม่ร่วมเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซ และจำกัดการใช้ฐานทัพของสหรัฐฯ ในดินแดนยุโรป

ผู้นำสหรัฐฯ ยังโจมตีพันธมิตรบางประเทศเป็นการส่วนตัว รวมถึงเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยระบุว่า ไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิล และวิจารณ์กองเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษว่าเป็นเพียงของเล่น

แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณหลายครั้งเกี่ยวกับการถอนสหรัฐฯ ออกจากนาโต แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ ทำให้ยังเป็นเพียงไพ่ต่อรองทางการเมืองในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนรอยร้าวลึกในพันธมิตรตะวันตก และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างความมั่นคงโลก หากสหรัฐฯ ลดบทบาทในนาโตอย่างจริงจัง.

ที่มา : channelnewsasia

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

9 เม.ย. 2569 08:24 น.

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

คาบสมุทรเกาหลีร้อนระอุ เกาหลีเหนือเดินหน้าทดสอบอาวุธต่อเนื่องนาน 3 วันเต็ม ทั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ และระเบิดคลัสเตอร์ อ้างพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ หรือ KCNA รายงานว่า การทดสอบอาวุธเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ เพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถทางทหารของประเทศ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การทดสอบขีปนาวุธทางยุทธวิธีแบบพื้นสู่พื้นที่มีชื่อว่า “Hwasongpho-11 Ka” ซึ่งติดตั้งหัวรบแบบคลัสเตอร์ โดย KCNA อ้างว่าสามารถเผาทำลายเป้าหมายให้ราบเป็นหน้ากลอง ในพื้นที่กว้างถึง 6.5–7 เฮกตาร์

ระเบิดคลัสเตอร์ถือเป็นอาวุธที่ถูกจับตาในระดับนานาชาติ เนื่องจากสามารถกระจายลูกระเบิดย่อยจำนวนมากในพื้นที่กว้าง และมีความเสี่ยงต่อพลเรือนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบอาวุธล้ำสมัยอื่น ๆ เช่น ระบบอาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic weapon) และอุปกรณ์ปล่อยระเบิดแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

ด้านกองทัพเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การยิงขีปนาวุธในรอบที่สองของวันพุธ มีระยะทางไกลกว่า 700 กิโลเมตร ขณะที่การยิงก่อนหน้าในวันเดียวกัน พุ่งสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น เป็นระยะทางราว 240 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ยังไม่มีภาพการทดสอบถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทางการ และไม่มีรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้

การทดสอบครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 และ 5 ของปีแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการส่งสัญญาณปฏิเสธความพยายามของโซลในการฟื้นฟูความสัมพันธ์สองเกาหลี

ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เพิ่งแสดงความเสียใจต่อกรณีโดรนพลเรือนรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งในช่วงแรกคิมโยจองน้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ เคยระบุว่าเป็นท่าทีฉลาดและเหมาะสม

แต่เพียงวันถัดมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเปียงยางกลับประกาศชัดว่า เกาหลีใต้คือรัฐศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์มากที่สุด ตอกย้ำจุดยืนแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือ โดยสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความมั่นคงในภูมิภาค และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในเอเชียตะวันออกในระยะยาว.

ที่มา : channelnewsasia

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

9 เม.ย. 2569 08:18 น.

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแรง หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน 2 สัปดาห์ ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้เป็นตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น 

วันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักข่าว AP รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วงลงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์

โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 2.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1,325 จุด หรือ 2.8% และแนสแดก ปิดบวก 617 จุด หรือ 2.8% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายลง

ข้อตกลงหยุดยิงมีขึ้นก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งไว้ไม่ถึง 90 นาที ซึ่งกำหนดให้อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญความไม่แน่นอน เนื่องจากราคาหุ้นยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน สถานการณ์หยุดยิงยังมีความเปราะบาง โดยยังคงมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในหลายพื้นที่ รวมถึงการปะทะที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเลบานอน

ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจากสงครามที่อาจปะทุขึ้นอีกยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป.

ที่มา AP

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

9 เม.ย. 2569 05:53 น.

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

กองทัพของอิหร่านยืนยันว่า การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดลงแล้ว หลังจากอิสราเอลโจมตีเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับพันราย ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดหยุดยิง

เมื่อ 8 เม.ย. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลงอย่างมากและหยุดลงในที่สุด หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ซึ่งอิหร่านระบุว่า เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

ข้อมูลการติดตามเรือจากเว็บไซต์ MarineTraffic แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ไม่มีเรือลำใดกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การจราจรทางเรือเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐ, อิสราเอล และอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ข้อกล่าวหาของอิหร่านที่มีต่ออิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวพยายามยืนกรานว่า เลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางนี้ ขณะที่ทางการเลบานอนระบุว่า ในวันนี้อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 182 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 890 ราย

IRGC ยืนยันว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของแผนการนี้คือ การที่อิหร่านจะยังคงดำเนินการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาดต่อไป พร้อมอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับแล้วว่าช่องแคบแห่งนี้จะยังอยู่ “ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน”

แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียง 2 ลำ ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของอิหร่านได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ และมีเรือบรรทุกน้ำมันอีก 1 ลำจากกองเรือของจีนก็ได้แล่นผ่านไปอย่างปลอดภัยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม IRGC ระบุว่า ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่นแล่นตามมาอีก และ “การสัญจรของเรือทั้งหมด” ผ่านช่องแคบได้หยุดลงเพียงไม่กี่นาทีหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอน

นอกจากนี้ IRGC อ้างด้วยว่า มีเรือลำหนึ่งที่มีกำหนดจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลา 22:00 น. แต่เปลี่ยนเส้นทางเมื่อเข้าใกล้ช่องแคบและวกกลับไปในที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

9 เม.ย. 2569 04:46 น.

ดับแล้ว 182 ศพ อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ เจ็บอีก 890 ราย

การโจมตีระลอกใหญ่ของอิสราเอลในประเทศเลบานอนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 182 ศพ บาดเจ็บอีกหลายร้อยราย ในขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีมิฉะนั้นจะมีมาตรการตอบโต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 8 เม.ย. 2569 ว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ทั่วเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน ขณะที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า สงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะมีการประกาศหยุดยิงกับอิหร่านแล้วก็ตาม

อิสราเอลระบุว่านี่คือการโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ที่สุดในความขัดแย้งครั้งนี้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 28 ก.พ. โดยถล่มเป้าหมายกว่า 100 แห่ง ภายในเวลาเพียง 10 นาที ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าเป็นศูนย์บัญชาการและที่ตั้งทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

จุดที่ตกเป็นเป้าหมายครอบคลุมทั้งเขตชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน และหุบเขาเบกา (Bekaa Valley) ทางตะวันออก

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 182 ศพ และบาดเจ็บอีก 890 คน โดยคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสำนักนายกรัฐมนตรีของเบนจามิน เนทันยาฮู ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของปากีสถาน ซึ่งเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ระบุว่าการหยุดยิงนั้นครอบคลุมถึงความขัดแย้งในเลบานอนด้วย

ขณะที่ในกรุงวอชิงตัน คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็กล่าวเช่นกันว่าเลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงนี้

อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันว่าการหยุดยิงในเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้วย และออกโรงเตือนอิสราเอลว่าจะมีมาตรการตอบโต้หากเลบานอนยังคงถูกโจมตีแบบนี้ต่อไป

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าทางกลุ่มมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ และเตือนครอบครัวผู้พลัดถิ่นให้รอการประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการก่อนที่จะพยายามเดินทางกลับบ้าน

ส่วนขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนระบุว่า จะยังคง “ใช้ความพยายามเพื่อให้เลบานอนถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสันติภาพในภูมิภาค”

ทั้งนี้ การโจมตีระลอกล่าสุดทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนนับตั้งแต่ความขัดแย้งระลอกใหม่ปะทุขึ้น เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,710 ศพแล้วตามการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน โดยในจำนวนนี้รวมถึงเด็กอย่างน้อย 130 ราย ขณะที่ทางฝั่งอิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์ไปแล้วกว่า 1,100 ศพ

นอกจากนั้น ยังมีประชาชนมากกว่า 1.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดของเลบานอน ต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นเพราะการโจมตีของอิสราเอล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

9 เม.ย. 2569 04:12 น.

อิหร่านลั่นสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างหยุดยิง หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ เลือกระหว่างการรักษาข้อตกลงหยุดยิงเอาไว้ หรือทำสงครามต่อผ่านอิสราเอล หลังรัฐบาลยิวยังโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

เมื่อ 8 เม.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่า เงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ระยะเวลา 2 สัปดาห์นั้นชัดเจน พร้อมโต้แย้งว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการรักษาข้อตกลงหยุดยิง หรือการเดินหน้าสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “สงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล”

“เงื่อนไขการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ นั้นชัดเจนและแจ่มแจ้ง: สหรัฐฯ ต้องเลือก ระหว่างการหยุดยิงหรือสงครามต่อเนื่องผ่านทางอิสราเอล จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้” อารักชีโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

นอกจากนี้ นายอารักชียังกล่าวถึงสถานการณ์ในเลบานอนโดยระบุว่า โลกกำลังเห็นการสังหารหมู่ในเลบานอน “ตอนนี้ลูกบอลไปอยู่ในฝั่งของสหรัฐฯ แล้ว และโลกกำลังจับตามองว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของตนหรือไม่”

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ออกคำเตือนว่าจะทำการโต้ตอบ หาก “การรุกราน” ต่อเลบานอนไม่ยุติลงโดยทันที ตามรายงานของสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รอง ปธน.สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำการเจรจากับอิหร่านที่ปากีสถานสุดสัปดาห์นี้

รอง ปธน.สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำการเจรจากับอิหร่านที่ปากีสถานสุดสัปดาห์นี้

9 เม.ย. 2569 03:33 น.

รอง ปธน.สหรัฐฯ จะเป็นผู้นำการเจรจากับอิหร่านที่ปากีสถานสุดสัปดาห์นี้

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำคณะเจรจาของสหรัฐฯ เดินทางไปเจรจากับตัวแทนจากอิหร่านที่ประเทศปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยทำเนียบขาวย้ำว่า แวนซ์มีส่วนในการเจรจาที่ผ่านมาทั้งหมด

เมื่อ 8 เม.ย. 2569 คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงต่อผู้สื่อข่าว ณ ห้องแถลงข่าวทำเนียบระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมส่งคณะเจรจานำโดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในสุดสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมเจรจากับตัวแทนจากอิหร่าน

โดยทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ จะเข้าร่วมในกระบวนการเจรจาครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

“ดิฉันขอประกาศว่า ท่านประธานาธิบดีกำลังส่งคณะเจรจานำโดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, ทูตพิเศษวิตคอฟฟ์ และคุณคุชเนอร์ ไปยังกรุงอิสลามาบัดเพื่อทำการหารือในสุดสัปดาห์นี้” น.ส.ลีวิตต์กล่าว โดยการเจรจารอบแรกจะเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

“คุณแวนซ์มีบทบาทสำคัญและเป็นกุญแจหลักในเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น” ลีวิตต์กล่าวเสริมในเวลาต่อมา “แน่นอนว่าเขาคือมือขวาของท่านประธานาธิบดี และในฐานะรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาได้มีส่วนร่วมในการหารือทั้งหมดที่ผ่านมา”

นอกจากนี้ ลีวิตต์ยังได้กล่าวถึงบทบาทของจีนในการช่วยให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงว่า “ในส่วนที่เกี่ยวกับจีนนั้น ได้มีการพูดคุยกันระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลเราและรัฐบาลจีน”

เมื่อถูกถามถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการเดินทางไปยังปากีสถานของรองประธานาธิบดี ลีวิตต์กล่าวว่า ทำเนียบขาวให้ความไว้วางใจอย่างเต็มที่ต่อหน่วยอารักขาประธานาธิบดี (Secret Service) “ในการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่รองประธานาธิบดีและคณะเจรจาของท่านประธานาธิบดี”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn