อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

21 มี.ค. 2569 09:44 น.

อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

อิหร่านเดือด ยกระดับขู่โจมตีสวนสาธารณะ-แหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันคูเวต

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอโบลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนทั่วโลก เพื่อตอบโต้ สหรัฐฯ และ อิสราเอล โดยสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของอิหร่าน  

ท่าทีล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มระดับการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส  ของอิหร่าน

ล่าสุด มีรายงานว่าโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมีนา อัล-อาห์มาดี ใน คูเวต ถึง 2 ระลอกในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงกลั่น ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน.

ที่มา CNN

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

21 มี.ค. 2569 08:27 น.

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

เพลิงไหม้โรงงานในแดจอน เกาหลีใต้ คนงานบาดเจ็บ 53 ราย สูญหายอีก 14 เจ้าหน้าที่ระดมกำลังทั่วประเทศ รับมือสารเคมีระเบิดและยังเสี่ยงอาคารถล่ม

วันที่ 21 มีนาคม 2569 สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่เมืองแดจอน ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 53 ราย และสูญหายอีก 14 ราย

รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ภายในโรงงานประมาณ 170 คน โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อคนงานบางส่วนได้ ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 24 รายมีอาการสาหัส ส่วนใหญ่ได้รับพิษจากการสูดดมก๊าซ และบางรายตกจากอาคาร

ล่าสุด ประธานาธิบดีอี แจ มยอง สั่งการให้ระดมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและควบคุมสถานการณ์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีคิม มิน ซอก ได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการควบคุมการจราจรและอพยพประชาชน เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้สูญหายและสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้

ทางด้านหน่วยงานดับเพลิงแห่งชาติเปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้มีอาคาร 2 หลัง โดยหนึ่งหลังถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ขณะที่อีกหลังยังคงมีไฟลุกไหม้ต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการถล่มโดยได้ประกาศระดมกำลังดับเพลิงระดับประเทศ เนื่องจากเพลิงไหม้มีขนาดใหญ่เกินขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย พร้อมอุปกรณ์ 90 ชิ้น และเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมปฏิบัติการ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นอกจากนี้ ยังพบสารโซเดียมประมาณ 200 กิโลกรัมภายในอาคาร ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิด หากจัดการไม่เหมาะสม ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก.

ที่มา Yonhap

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

21 มี.ค. 2569 08:25 น.

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

แฟนคลับ BTS แห่ร่วมชมโดรนโชว์สุดอลังการกลางกรุง โซล แปรเป็นภาพใบหน้าสมาชิกทั้งวง เพื่อฉลองการคัมแบ็กอัลบั้มใหม่ “ARIRANG” ก่อนจัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่คาดว่าจะมีผู้ชมกว่า 260,000 คนในวันนี้

โดรนจำนวนราว 2,000 ตัว พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนในกรุง โซล ประเทศเกาหลีใต้  ก่อนจะเรียงตัวเป็นใบหน้าของสมาชิกวง BTS อย่างสวยงาม ท่ามกลางแฟนคลับนับร้อยส่งเสียงเชียร์กึกก้อง

การแสดงโดรนไลต์โชว์ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ สวนสาธารณะตึกซอมฮันกัง ริมแม่น้ำฮัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำหรับแฟนๆ เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของ BTS พร้อมอัลบั้มใหม่

ตลอดระยะเวลา 15 นาที โดรนราว 2,000 ลำ ได้สร้างภาพและรูปทรงหลากหลายกลางอากาศ ประกอบเพลงใหม่ของวง ไม่ว่าจะเป็นภาพพอร์ตเทรตของสมาชิก ชื่ออัลบั้ม รวมถึงชื่อเพลงไตเติล ท่ามกลางแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของแฟนๆ ที่ส่องประกายทั่วบริเวณ

ปล่อยอัลบั้มใหม่ “ARIRANG” แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านเกาหลี

ก่อนหน้าการแสดงในวันเดียวกัน BTS ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ชื่อ “ARIRANG” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านเก่าแก่หลายร้อยปีของเกาหลี ที่ถือเป็นเสมือนเพลงสัญลักษณ์ร่วมของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

หลังห่างหายจากการแสดงไปนานถึง 4 ปี BTS เตรียมจัดคัมแบ็กโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ในวันเสาร์นี้ ที่จตุรัสกวางฮวามุน ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงโซล

คอนเสิร์ตครั้งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากถึง 260,000 คน โดยนอกจากผู้ที่มีบัตรเข้าชมแล้ว ยังมีการติดตั้งจอขนาดใหญ่ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้แฟนๆ จำนวนมากสามารถร่วมชมการแสดงได้อย่างทั่วถึงท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : AP

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

21 มี.ค. 2569 07:47 น.

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาลดบทบาททางทหารในตะวันออกกลาง หลังเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายในการรับมืออิหร่าน พร้อมโยนให้ประเทศอื่นที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแทน 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาลดระดับ ปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง หลังจากเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการจัดการกับอิหร่านแล้ว

ทรัมป์ระบุว่า ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ สามารถบ่อนทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงทำลายศักยภาพของกองทัพอากาศและกองทัพเรืออิหร่านได้ในระดับหนึ่ง

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงความสำคัญของ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเสนอว่าประเทศที่พึ่งพาการใช้เส้นทางดังกล่าวควรเข้ามามีบทบาทดูแลความปลอดภัยแทนสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าสหรัฐฯ ยังพร้อมให้การสนับสนุน หากประเทศพันธมิตรร้องขอความช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าหากภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไป ภารกิจดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศเหล่านั้น

ทรัมป์อ้าง “สหรัฐฯ ชนะแล้ว” แต่เสริมกำลังต่อเนื่อง

แม้ทรัมป์จะกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด

รายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังนาวิกโยธินและทหารเรือสหรัฐฯ หลายพันนายกำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม ในช่วงที่สงครามกับอิหร่านกำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4

ท่าทีของทรัมป์สะท้อนแนวโน้มลดภาระของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยพยายามผลักดันให้พันธมิตรเข้ามารับบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม การเสริมกำลังทหารในเวลาเดียวกัน อาจสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมถอนตัวเต็มรูปแบบ และยังคงต้องการรักษาอำนาจต่อรองทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อพลังงานโลก.

ที่มา : CNN

อิหร่านยืนยัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม IRGC ถูกสังหารจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

อิหร่านยืนยัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม IRGC ถูกสังหารจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

21 มี.ค. 2569 00:00 น.

อิหร่านยืนยัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม IRGC ถูกสังหารจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล

อิหร่านยืนยัน โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม IRGC ถูกสังหารจากการโจมตีร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล นับเป็นรายล่าสุดในปฏิบัติการลอบสังหารระดับผู้นำของอิหร่าน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน เปิดเผยว่า อาลี โมฮัมหมัด ไนอินี วัย 68 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งโฆษก ได้ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ในช่วงเช้ามืดวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเหตุเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาปรากฏตัวทางโทรทัศน์ ยืนยันว่าอิหร่านยังคงมีศักยภาพในการผลิตขีปนาวุธ แม้อยู่ในภาวะสงคราม

ก่อนหน้านี้ ไนอินีให้สัมภาษณ์ว่า อุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างเต็มที่ และไม่มีความน่ากังวลแม้ถูกโจมตี

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิวราเอล ระบุว่า อิหร่านไม่สามารถพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธได้อีก ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า กำลังเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของไนอินี ถือเป็นหนึ่งในเหตุลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารในช่วงเริ่มต้นของปฏิบัติการ และถูกแทนที่โดย โมจตาบา คาเมเนอี.

ที่มา Aljazeera

อิสราเอลถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้

อิสราเอลถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้

20 มี.ค. 2569 20:20 น.

อิสราเอลถล่มอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย ขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้

สงครามสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านเดือด อิสราเอลโจมตีกรุงเตหะรานช่วงปีใหม่เปอร์เซีย ขณะอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ ทำให้ราคาพลังงานผันผวน

วันที่ 20 มีนาคม 2569 สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยกระดับอีกครั้ง เมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านในช่วงที่ประชาชนกำลังเฉลิมฉลองเทศกาลโนว์รูซ หรือปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายระลอกเข้าใส่กรุงเยรูซาเลม โดยมีรายงานว่าเสียงการสกัดกั้นขีปนาวุธดังขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิหร่านถูกทำลายศักยภาพอย่างหนัก จนไม่สามารถเสริมสมรรถนะด้านนิวเคลียร์หรือผลิตขีปนาวุธได้ตามเดิม

การปะทะกันครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมา ก่อนเริ่มปรับตัวลดลงหลังอิสราเอลส่งสัญญาณชะลอการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงาน และสหรัฐฯ มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน

นอกจากนี้ หลายประเทศรวมถึง อังกฤษ ฝรั่งเศส และ ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความพร้อมสนับสนุนความพยายามรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยสถานการณ์ล่าสุดสะท้อนความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจลุกลามเป็นวงกว้างมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติทั้งด้านความมั่นคงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.

ที่มา BBC

เมียนมาจ่อเลือกประธานาธิบดีใหม่ 30 มีนาคมนี้ คาด “มิน อ่อง หล่าย” คว้าเก้าอี้ผู้นำพลเรือน

เมียนมาจ่อเลือกประธานาธิบดีใหม่ 30 มีนาคมนี้ คาด "มิน อ่อง หล่าย" คว้าเก้าอี้ผู้นำพลเรือน

20 มี.ค. 2569 17:10 น.

เมียนมาจ่อเลือกประธานาธิบดีใหม่ 30 มีนาคมนี้ คาด “มิน อ่อง หล่าย” คว้าเก้าอี้ผู้นำพลเรือน

รัฐสภาเมียนมาเตรียมเริ่มกระบวนการสรรหาประธานาธิบดีคนใหม่ วันที่ 30 มีนาคมนี้ หลังการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อกังขา นักวิเคราะห์ชี้ชัด พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เตรียมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการ แต่อาจต้องลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพื่อเลี่ยงข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ

เจ้าหน้าที่รัฐสภาเมียนมา ประกาศผ่านสื่อของรัฐเมื่อวันศุกร์ว่า กระบวนการคัดเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญหลังจากมีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยพรรคที่มีกองทัพหนุนหลังเป็นผู้คว้าชัยชนะ

ตามระบบที่วางไว้ รัฐสภาทั้งวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และตัวแทนจากกองทัพ จะเสนอชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสภาละ 1 คน รวมเป็น 3 คน หลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐสภาจะลงมติเลือก 1 ใน 3 ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ส่วนอีก 2 ท่านที่เหลือจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

เหล่านักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐประหารปี 2021 จะเป็นผู้ชนะในการโหวตครั้งนี้และก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของเมียนมา

นายถิ่น จ่อ เอ นักวิเคราะห์อิสระในประเทศไทย ให้ความเห็นว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย น่าจะตัดสินใจสละตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดก่อนวันที่ 30 มีนาคม เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008 ระบุว่าข้าราชการประจำไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานะเป็นพลเรือนเพื่อให้มีคุณสมบัติครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม นายถิ่น จ่อ เอ มองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการ “เปลี่ยนรูปโฉมจากเผด็จการในชุดเครื่องแบบทหาร มาเป็นเผด็จการในชุดพลเรือนเท่านั้น” โดยกองทัพและพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) จะยังคงผูกขาดอำนาจทางการเมืองต่อไปอย่างเบ็ดเสร็จ

เมียนมาตกอยู่ภายใต้วิกฤตและความวุ่นวายมานับตั้งแต่การก่อรัฐประหารในช่วงต้นปี 2021 ซึ่งเป็นการขับไล่รัฐบาลพลเรือนที่นำโดยนางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การประท้วงทั่วประเทศ ก่อนจะลุกลามกลายเป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธระหว่างกองทัพและกลุ่มต่อต้านทั่วประเทศที่ยังคงยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน.

ที่มา Reuters

สงครามในอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามต่อราคาอาหารในประเทศกำลังพัฒนา

สงครามในอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามต่อราคาอาหารในประเทศกำลังพัฒนา

20 มี.ค. 2569 16:52 น.

สงครามในอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามต่อราคาอาหารในประเทศกำลังพัฒนา

ความขัดเเย้งในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดในปัจจุบัน ส่งผลให้การขนส่งปุ๋ยหยุดชะงักและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ที่ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในหลายประเทศที่อยู่ในสภาพเปราะบาง ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้เศรษฐกิจถดถอยยาวนานหลายปี ในขณะที่หลายประเทศกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ระดับโลกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งที่เริ่มมีความเข้มแข็งขึ้น และเริ่มดึงดูดการลงทุนหน้าใหม่มากขึ้น หลังจากการระบาดของ Covid-19 ทั่วโลกและสงครามในยูเครน ที่ทำให้ตลาดอาหาร เชื้อเพลิง และตลาดการเงินปั่นป่วน แต่ตอนนี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้นต้องชะงักลงอีกครั้งและทำให้ครัวเรือนต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

โอดีล เรโนด์-บาสโซ ประธานธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาแห่งยุโรปให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาอาหารในระยะยาว 

จุดเปลี่ยนสำคัญตอนนี้คือทางเตหะรานสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของการค้าทั่วโลก และผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียเป็นผู้จัดหาแอมโมเนียและยูเรียรายใหญ่ ตามข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ธนาคารแห่งอเมริกาเตือนว่าความขัดแย้งนี้คุกคามอุปทานยูเรียทั่วโลกถึง 65-70 เปอร์เซ็นต์ และราคายูเรียในปัจจุบันก็พุ่งสูงขึ้นแล้ว 30-40 เปอร์เซ็นต์

นักเศรษฐศาสตร์ชี้เเจงว่า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ในโลกจะลดลง  ธัญพืชที่เป็นอาหารสัตว์ และรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมและเนื้อสัตว์

ส่วนประเทศฝั่งละตินอเมริกาที่เป็นประเทศมหาอำนาจด้านพลังงานเเละการเกษตรอย่างบราซิลเเละอาร์เจนตินา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดเเย้งในครั้งนี้มากนักเพราะอยู่ห่างจากสภาวะสงครามในตะวันออกกลางแต่เริ่มสังเกตเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น นายคาร์ลอส ฟาวาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของบราซิล ออกมาเตือนว่าประเทศบราซิลอาจเผชิญปัญหาการขาดแคลนปุ๋ย จากการสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในทางตรงกันข้าม โซมาเลีย บังกลาเทศ เคนยา และปากีสถาน ที่ไม่ได้เก็บสำรองปุ๋ยไว้จำนวนมาก และพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางอย่างมาก รวมถึงจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กล่าวว่าต้นทุนปุ๋ยของเคนยาเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยูซุฟ มูรังวา กล่าวในการแถลงข่าวว่า รวันดาซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศนำเข้าปุ๋ยส่วนใหญ่จากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง กำลังพิจารณามาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องภาคการเกษตรของประเทศตนเอง 

สถานการณ์ครั้งนี้ต่างกับในปี 2022 ที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียเเละยูเครนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกอาหารรายใหญ่, ราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น หรือการขาดแคลนทางอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตร ในขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้นขึ้น ทำให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลจากสมาคมปุ๋ยระหว่างประเทศรายงานว่า สินค้าเกษตรประเภทที่ต้องการไนโตรเจนสูงอย่าง ข้าวโพดเเละข้าวสาลี มีเเนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานสูงขึ้น 

ด้านธนาคารเพื่อการบูรณะเเละพัฒนาแห่งยุโรป กำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงความช่วยเหลือด้านการจัดหาปุ๋ยเพื่อการเกษตรและเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการฉุกเฉินหากสงครามไม่ยุติลงในเร็ววัน.

ที่มา : CNA

กรุงโซลเตรียมรับมหาชน 2.6 แสนคน คอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS คุมเข้มความปลอดภัยขั้นสูงสุด

กรุงโซลเตรียมรับมหาชน 2.6 แสนคน คอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS คุมเข้มความปลอดภัยขั้นสูงสุด

20 มี.ค. 2569 16:23 น.

กรุงโซลเตรียมรับมหาชน 2.6 แสนคน คอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS คุมเข้มความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ทางการเกาหลีใต้ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เตรียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 15,000 นาย คุมเข้มพื้นที่ใจกลางกรุงโซล รองรับกองทัพแฟนคลับวง BTS หรือ “อาร์มี” จากทั่วโลกที่คาดว่าจะหลั่งไหลมาร่วมงานคอนเสิร์ตคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์ของ BTS มากถึง 260,000 คน

ทางการกรุงโซลเตรียมพร้อมรับมือฝูงชนจำนวนมหาศาลที่คาดว่าจะมารวมตัวกันในย่านควางฮวามุนช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมชมคอนเสิร์ตคัมแบ็กของวงเค-ป๊อป ระดับโลกอย่าง BTS หลังจากห่างหายไปนานถึง 4 ปี โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้คนมารวมตัวกันสูงถึง 260,000 คน ตั้งแต่ลานจัตุรัสควางฮวามุนไปจนถึงประตูซุงนเย ซึ่งนับเป็นการรวมตัวของฝูงชนครั้งใหญ่ที่สุดในพื้นที่นี้นับตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002

เพื่อป้องกันเหตุร้ายและบริหารจัดการฝูงชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการเข้มงวด ด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รวมกว่า 15,000 นาย โดยในจำนวนนี้เป็นตำรวจกว่า 6,700 นาย รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามด้านการก่อการร้าย

รวมถึงมาตรการการตรวจคัดกรองที่เข้มงวด โดยผู้เข้าชมงานต้องผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ ณ ทางเข้าทั้ง 31 จุด และอาจมีการตรวจสอบลายนิ้วมือหรือเลขบัตรประจำตัวหากไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนชัดเจน นอกจากนั้น ยังมีการติดตั้งแผงกั้นนิรภัยหนาแน่นถึง 3 ชั้น ใน 20 จุดรอบบริเวณงาน เพื่อจัดระเบียบและป้องกันเหตุวุ่นวาย

การอำนวยความสะดวกและข้อจำกัดด้านการเดินทางเนื่องจากคาดว่าจะมีแฟนคลับ หรือ  “อาร์มี” ทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ทางการจึงประกาศมาตรการด้านคมนาคม เช่นการงดจอดสถานีรถไฟใต้ดินบางแห่ง ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 14:00 น. ถึง 22:00 น. รถไฟใต้ดินจะไม่จอดที่สถานีควางฮวามุน, ซิตี้ฮอลล์ และเคียงบกกุง เพื่อลดความแออัด 

ส่วนบริการตู้ล็อกเกอร์ในสถานีรถไฟใต้ดิน 17 แห่งจะถูกระงับการใช้งานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ส่วนบริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มีการจัดตั้งจุดปฐมพยาบาล 3 จุดจากทางการ และอีก 11 บูธจากผู้จัดงาน เพื่อดูแลสุขภาพของผู้เข้าร่วมงาน

บรรยากาศในพื้นที่เริ่มคึกคักตั้งแต่แต่วันศุกร์ (20 มี.ค.) โดยพบแฟนคลับจำนวนมากมารอเฝ้าลานกิจกรรม เช่น ชาร์ลีน เวสต์ อดีตทหารเรือสหรัฐฯ วัย 65 ปี ที่เดินทางมาจากฟลอริดาเพื่อใกล้ชิดกับศิลปินให้ได้มากที่สุด แม้จะไม่มีบัตรคอนเสิร์ตก็ตาม ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนเผยว่าถือเป็นโชคดีที่ทริปพักผ่อนตรงกับช่วงงานสำคัญพอดี แม้จะกังวลเรื่องความแออัดแต่ก็ตั้งใจจะร่วมบรรยากาศอยู่ห่างๆ

นายยู แจซอง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะภัยคุกคามที่อาจเชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าจะไม่มีการผ่อนปรนต่อการกระทำรุนแรงหรือการพกพาวัตถุอันตรายโดยเด็ดขาด.

ที่มา Yonhap

ศรีลังกาประกาศจุดยืนเป็นกลาง ปฏิเสธสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบลงจอด

ศรีลังกาประกาศจุดยืนเป็นกลาง ปฏิเสธสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบลงจอด

20 มี.ค. 2569 15:00 น.

ศรีลังกาประกาศจุดยืนเป็นกลาง ปฏิเสธสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบลงจอด

ประธานาธิบดีศรีลังกาแถลงต่อสภา ปฏิเสธคำขอจากสหรัฐฯ ที่ต้องการส่งเครื่องบินรบพร้อมขีปนาวุธมาประจำการที่สนามบินพลเรือนเมื่อต้นเดือนมีนาคม ย้ำชัดศรีลังกาต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในความขัดแย้งระหว่างประเทศ หลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นายอนุรา กุมารา ดิสซานายาเก ประธานาธิบดีศรีลังกา แถลงต่อรัฐสภาวันนี้ (20 มี.ค.) ว่า รัฐบาลศรีลังกาได้ตัดสินใจปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ ที่ต้องการนำเครื่องบินรบจำนวน 2 ลำ เข้ามาประจำการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติมัตตาลา ทางตอนใต้ของประเทศในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมืองและป้องกันไม่ให้ดินแดนของประเทศถูกใช้ในวัตถุประสงค์ทางทหาร

ประธานาธิบดีดิสซานายาเกระบุว่า สหรัฐฯ ได้ยื่นคำขอเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เพื่อขอนำเครื่องบินรบที่ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือจำนวน 8 ลูก เดินทางจากฐานทัพในจิบูตีมายังศรีลังการะหว่างวันที่ 4-8 มีนาคม อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น ทางการอิหร่านก็ได้ยื่นคำขอในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยต้องการให้เรือรบ 3 ลำเข้าจอดเทียบท่าที่กรุงโคลัมโบ หลังจากเสร็จสิ้นการซ้อมรบที่ประเทศอินเดีย

ผู้นำศรีลังกากล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือสนับสนุนจากสมาชิกสภาว่า “ในขณะนั้นเรากำลังพิจารณาคำขอของอิหร่าน หากเราตอบตกลงกับอิหร่าน เราก็จำเป็นต้องตอบตกลงกับสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน แต่เราเลือกที่จะปฏิเสธทั้งสองฝ่าย เพื่อยืนหยัดในจุดยืนเรื่องความเป็นกลางอย่างมั่นคง” 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในมหาสมุทรอินเดียทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงตอร์ปิโดโจมตีเรือฟริเกตของอิหร่าน “IRIS Dena” บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ส่งผลให้ลูกเรือชาวอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 84 ราย โดยกองทัพเรือศรีลังกาสามารถช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตไว้ได้ 32 ราย

อย่างไรก็ตาม ศรีลังกาได้อนุญาตให้เรืออิหร่านอีกลำคือ “IRIS Bushehr” เข้าสู่น่านน้ำในวันถัดมาเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของลูกเรืออีก 219 นาย ซึ่งปัจจุบันยังคงพักพิงอยู่ในกรุงโคลัมโบ

ความสัมพันธ์ที่ต้องรักษาสมดุลการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามของศรีลังกาในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจ โดยสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกสินค้าหลักของศรีลังกา ในขณะที่อิหร่านก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่นำเข้าชาจากศรีลังกาเช่นกัน.

ที่มา AFP