อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

7 มี.ค. 2569 23:27 น.

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลในอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,348 ศพแล้ว นอกจากนั้นการโจมตียังขยายวงกว้างไปใน 28 จังหวัด แม้เป้าหมายหลักจะยังอยู่ที่กรุงเตหะรานกับภาคตะวันตก

เมื่อ 17 มี.ค. 2569 สำนักข่าวนักสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่มีสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯ รายงานว่า จำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 1,172 ศพแล้ว นับจนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

HRANA ระบุว่า ในกลุ่มผู้เสียชีวิตดังกล่าว เป็นเด็กมากถึง 194 ราย และนอกจากผู้เสียชีวิตที่เป็นพลเรือนแล้ว HRANA ระบุว่ามีบุคลากรทางทหารเสียชีวิตอีก 176 ศพด้วย

HRANA เผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึง 17.00 น. วันศุกร์ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) เกิดการโจมตีอย่างน้อย 664 ครั้งจาก 136 เหตุการณ์ ใน 28 จังหวัด ซึ่งการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ถูกประเมินว่ามีความรุนแรงกว่าหลายวันที่ผ่านมาหลายเท่าตัว และแพร่กระจายไปทั่วทั้งประเทศ แม้เป้าหมายหลักจะยังอยู่ที่กรุงเตหะรานกับภาคตะวันตก

HRANA เผยอีกว่า มีสถานที่บางแห่งที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายระหว่างวันพฤหัสบดีถึงเย็นวันศุกร์ รวมถึง ศูนย์ของสภาเสี้ยววงเดือนแดง, ที่พักอาศัย 3 แห่งในกรุงเตหะราน และอาคารของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

7 มี.ค. 2569 22:06 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก และว่าพวกเขากำลังมองหาเป้าหมายใหม่ในอิหร่าน ที่ไม่เคยตกเป็นเป้าโจมตีมาก่อน

เมื่อ 7 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าเขาจะยกระดับสงครามในอิหร่านในวันนี้ โดยระบุผ่านโพสต์บน Truth Social ว่า “วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก” และพวกเขากำลังพิจารณาเป้าหมายที่ไม่เคยตกเป็นเป้าโจมตีมาก่อน

“พื้นที่และกลุ่มบุคคลที่ไม่เคยถูกพิจารณาให้เป็นเป้าหมายจนถึงขณะนี้ กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อการทำลายล้างอย่างสิ้นซากและความตายที่แน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมที่เลวร้ายของอิหร่าน” ทรัมป์เขียนระบุ

นอกจากนั้น นายทรัมป์ดูเหมือนจะอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดีอิหร่าน ที่กล่าวขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ โดยทรัมป์อ้างว่า มาซูด เปเซชเคียน ได้ “ยอมจำนน” ต่อเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางแล้ว และได้ “สัญญาว่าจะไม่ยิงใส่พวกเขาอีกต่อไป”

“คำสัญญานี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะการโจมตีอย่างไม่ลดละของสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น” ทรัมป์ระบุ

“อิหร่านไม่ใช่ “อันธพาลแห่งตะวันออกกลาง” อีกต่อไป แต่พวกเขากลายเป็น “ผู้แพ้แห่งตะวันออกกลาง” แทน และจะเป็นเช่นนั้นไปอีกหลายทศวรรษจนกว่าจะยอมจำนน หรือที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่าคือ ล่มสลายไปโดยสิ้นเชิง! วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก!” ทรัมป์เขียนทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

7 มี.ค. 2569 21:40 น.

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

ทางการอิหร่านยืนยัน พวกเขายังมีสิทธิ์ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ที่มาจากฐานทัพในประเทศตะวันออกกลาง แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีอิหร่านจะออกมาขอโทษประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตีก็ตาม

เมื่อ 7 มี.ค. 2569 ทางการอิหร่านออกมาประกาศว่า พวกเขาจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาด ต่อการโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน จะกล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้าน และว่าจะหยุดโจมตีพวกเขา เว้นเสียแต่ว่าอิหร่านจะถูกโจมตีก่อน

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่านก็ออก “คำชี้แจง” เกี่ยวกับความเห็นของนายเปเซชเคียน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่านี่คือหลักฐานที่แสดงว่าอิหร่านได้ “ยอมจำนน” ต่อเพื่อนบ้านแล้ว

“เราจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาดต่อการโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพอเมริกัน” รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่านระบุ “ข้อความจากประธานาธิบดีเปเซชเคียนนั้นชัดเจนว่า หากประเทศในภูมิภาคไม่ให้ความร่วมมือกับอเมริกาในการโจมตีเรา เราก็จะไม่โจมตีพวกเขา”

ด้านนายเปเซชเคียนก็ดูเหมือนว่าจะต้องการขยายความคำพูดก่อนหน้านี้ของตนเอง โดยโพสต์ข้อความบน X ว่า อิหร่านแสวงหาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับประเทศเพื่อนบ้านเสมอมา แต่เน้นย้ำว่าสิ่งนี้ “ไม่ได้ลบล้างสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านในการป้องกันตนเอง” ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

“เราจะยืนหยัดและต่อต้านจนหยดสุดท้ายของชีวิตเพื่อปกป้องประเทศของเรา” นายเปเซชเคียนกล่าว “เราไม่ได้โจมตีประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร แต่เรามุ่งเป้าไปที่ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี

ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี

7 มี.ค. 2569 16:58 น.

ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี

ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน  ของอิหร่าน กล่าวผ่านโทรทัศน์ของรัฐ ขอโทษประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม พร้อมประกาศอิหร่านจะหยุดโจมตี เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน ขณะกาตาร์เผยสกัดขีปนาวุธได้ 1 ลูก

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวผ่านวิดีโอที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ของรัฐ โดยแสดงความเสียใจและขอโทษประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค

ผู้นำอิหร่านระบุว่า อิหร่านจะยุติการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และจะไม่ดำเนินการทางทหารต่อประเทศใด หากไม่ได้ถูกโจมตีก่อน โดยนายเปเซชเคียนยังย้ำว่า อิหร่านจะยังคงต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ พร้อมกล่าวว่าศัตรูของอิหร่านควร นำความหวังที่จะเห็นชาวอิหร่านยอมจำนนลงหลุมศพไปด้วย 

ก่อนหน้านี้ ประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่า ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ฐานทัพเพื่อเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และมีรายงานด้วยว่า หลายประเทศในภูมิภาคพยายามโน้มน้าวสหรัฐฯ ไม่ให้เริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดต่ออิหร่านตั้งแต่แรก.

ที่มา BBC

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน

7 มี.ค. 2569 16:42 น.

สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน

กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช” มุ่งหน้าตะวันออกกลาง จะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ลำที่ 3 ที่ประจำการใกล้อิหร่าน เพิ่มแรงกดดัน ท่ามกลางสงครามในภูมิภาคที่ทวีความตึงเครียด

วันที่ 7 มีนาคม 2569 กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช” ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมุ่งหน้าไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เพื่อเข้าร่วมภารกิจทางทหารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง  

รายงานระบุว่า เรือ “ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู. บุช” อาจเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มกบฏ ฮูตีในเยเมน หากกลุ่มดังกล่าวเข้าร่วมการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลางความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ได้ผ่านคลองสุเอซ และเดินทางเข้าสู่ทะเลแดงก่อนหน้านี้

หากมีการส่งกำลังตามแผน จะทำให้ สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินถึง 3 ลำประจำการใกล้อิหร่าน นับเป็นการรวมกำลังทางเรือที่สำคัญในช่วงที่สถานการณ์สงครามในภูมิภาคกำลังตึงเครียด.

ที่มา Fox news

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

7 มี.ค. 2569 10:34 น.

อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย

รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านเตือนชาติยุโรป หากหนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอล อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตีด้วย พร้อมย้ำว่าการโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินสหรัฐในตะวันออกกลางเป็นสิ่งที่ชอบธรรม

นายมาจิด ทัคห์ต-ราวานชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่า ประเทศยุโรปที่เข้าร่วมการโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐและอิสราเอล จะตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับอิหร่านทันที

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีต่อเป้าหมายในอิหร่าน และนำไปสู่การตอบโต้ทางทหารของอิหร่านในภูมิภาค

เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีบางประเทศในยุโรปให้การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์แก่สหรัฐในการปฏิบัติการทางทหาร นายทัคห์ต-ราวานชีระบุว่า อิหร่านได้แจ้งเตือนประเทศในยุโรปแล้วว่า “พวกเขาควรระมัดระวังไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามรุกรานอิหร่านครั้งนี้” อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุชื่อประเทศยุโรปใดเป็นการเฉพาะ

รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่านยังกล่าวถึงสถานการณ์ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยย้ำว่า อิหร่านได้แจ้งเตือนประเทศเพื่อนบ้านล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าหากสหรัฐดำเนินการที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน ฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม ไม่ว่าจะตั้งอยู่ที่ใดในภูมิภาคของเรา

ทัคห์ต-ราวานชียังกล่าววิจารณ์สหรัฐว่า เป็นฝ่ายที่ยุติความพยายามทางการทูต โดยระบุว่า อิหร่านกำลังเจรจาด้วยความจริงใจในช่วงสัปดาห์ก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตี พร้อมยืนยันว่าอิหร่านได้เข้าร่วมการเจรจาด้วยความสุจริตใจ แต่การโจมตีทางทหารทำให้กระบวนการทางการทูตหยุดชะงัก.

ที่มา : CNN

ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด

ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด

7 มี.ค. 2569 09:23 น.

ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด

ทำเนียบขาวของสหรัฐเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเผยแพร่วิดีโอในโซเชียลมีเดีย ที่นำภาพการโจมตีทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน มาตัดต่อผสมกับฉากจากวิดีโอเกมและภาพยนตร์แอ็กชันชื่อดัง

รายงานระบุว่า วิดีโอที่ถูกเผยแพร่มีความยาวราว 40 วินาทีถึง 1 นาที โดยผสมภาพจริงของปฏิบัติการโจมตีทางทหารกับคลิปจากเกม รวมทั้งภาพยนตร์ อย่างเกม Call of Duty, ภาพยนตร์ Iron Man, ภาพยนตร์ Top Gun: Maverick รวมถึงตัวละครฮีโร่และฉากแอ็กชันจากหนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง

คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของทำเนียบขาว พร้อมข้อความเชิงสื่อสารทางการเมือง “Justice the American Way” และถูกตัดต่อในสไตล์ ตัวอย่างภาพยนตร์แอ็กชัน โดยมีเสียงเอฟเฟกต์และจังหวะดนตรีแบบวิดีโอเกมประกอบ 

กระแสวิจารณ์ “ทำให้สงครามเหมือนความบันเทิง”

หลังคลิปเผยแพร่ออกไป ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย นักวิชาการ และบุคคลในวงการบันเทิงจำนวนมากออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การนำภาพสงครามจริงมาตัดต่อกับสื่อบันเทิงอาจทำให้ ความรุนแรงของสงครามถูกมองเป็นเหมือนเกมหรือภาพยนตร์

แม้แต่นักแสดงฮอลลีวูด เบน สติลเลอร์ ยังออกมาวิพากษ์วิจารณ์คลิปดังกล่าว โดยระบุว่า “สงครามไม่ใช่ภาพยนตร์” และเรียกร้องให้ลบคลิปที่นำผลงานของเขาไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 

ขณะที่ทหารผ่านศึกและนักวิชาการบางคนชี้ว่า การนำเสนอสงครามในรูปแบบคล้ายเกม อาจทำให้สาธารณชน มองข้ามผลกระทบที่แท้จริงของความขัดแย้งและการสูญเสียชีวิต 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมองว่า คลิปดังกล่าวสะท้อนการใช้ กลยุทธ์สื่อออนไลน์และวัฒนธรรมมีม (meme) เพื่อสร้างกระแสสนับสนุนทางการเมืองและควบคุมการเล่าเรื่องของสงครามในโลกดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์จำนวนมากมองว่าการนำเสนอแบบนี้อาจ ลดทอนความร้ายแรงของสงคราม และทำให้ความขัดแย้งถูกทำให้ดูเหมือนความบันเทิงหรือโฆษณาชวนเชื่อมากเกินไป.

ที่มา :Newyorkpost

กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

7 มี.ค. 2569 08:11 น.

กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ทางการกาตาร์ประกาศกลับมาเปิดการเดินอากาศบางส่วน หลังปิดน่านฟ้าชั่วคราวจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยกาตาร์ แอร์เวย์ส เตรียมจัดเที่ยวบินพิเศษอพยพผู้โดยสารติดค้างไปยังยุโรป

สำนักงานการบินพลเรือนของกาตาร์ประกาศเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่า กาตาร์จะเริ่มกลับมาเปิดน่านฟ้าบางส่วน เพื่อเที่ยวบินจำนวนจำกัด  ผ่านเส้นทางบินฉุกเฉินที่กำหนดไว้ โดยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการอย่างจำกัด หลังจากก่อนหน้านี้ต้องปิดน่านฟ้าชั่วคราว ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากการตอบโต้ของอิหร่านด้วยขีปนาวุธและโดรน ภายหลังการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล

โดยในระยะแรกนี้ จะอนุญาตให้มีเที่ยวบินเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเน้นไปที่เที่ยวบินอพยพผู้โดยสารที่ติดค้าง และเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศ

ด้านสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ระบุว่า หลังจากมีการยืนยันเส้นทางบินที่ปลอดภัยแล้ว ทางสายการบินจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินอพยพในวันที่ 7 มีนาคม ไปยังเมืองสำคัญในยุโรป ได้แก่ลอนดอน, ปารีส, มาดริด, โรม และแฟรงก์เฟิร์ต

สายการบินระบุเพิ่มเติมว่า เที่ยวบินเหล่านี้จะให้ความสำคัญกับผู้โดยสารกลุ่มเปราะบางก่อน ได้แก่ ครอบครัวที่ติดค้าง, ผู้โดยสารสูงอายุ, ผู้ที่มีความจำเป็นทางการแพทย์เร่งด่วน

ขณะเดียวกัน สนามบินนานาชาติฮามัด ซึ่งเป็นสนามบินหลักของกาตาร์ ยืนยันว่า ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม จะมีการเปิดให้บริการเที่ยวบินเพียงจำนวนจำกัด โดยเที่ยวบินที่อนุญาตให้บินได้จะเป็นเที่ยวบินอพยพผู้โดยสารที่ติดค้าง, เที่ยวบินขนส่งสินค้า ส่วนการเปิดเที่ยวบินเพิ่มเติมในช่วงวันต่อ ๆ ไป จะขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมกาตาร์เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ ดินแดนของกาตาร์ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วย โดรนของอิหร่านจำนวน 10 ลำ กองทัพกาตาร์สามารถสกัดกั้นได้ 9 ลำ ส่วนอีก 1 ลำตกในพื้นที่ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

ขณะที่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กาตาร์ยังระบุว่า สนามบินนานาชาติฮามัด เคยตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของอิหร่านเช่นกัน แต่ระบบป้องกันสามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อประเทศในอ่าวเปอร์เซียซึ่งโดยปกติถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ โดยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านการเดินทาง หลังเกิดเหตุโจมตีและการปิดน่านฟ้าชั่วคราว.

ที่มา : channelnewsasia

ปูตินต่อสายโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีอิหร่าน เรียกร้องจุดยืนให้ยุติการสู้รบในตะวันออกกลางทันที

ปูตินต่อสายโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีอิหร่าน เรียกร้องจุดยืนให้ยุติการสู้รบในตะวันออกกลางทันที

7 มี.ค. 2569 07:42 น.

ปูตินต่อสายโทรศัพท์คุยกับประธานาธิบดีอิหร่าน เรียกร้องจุดยืนให้ยุติการสู้รบในตะวันออกกลางทันที

“วลาดิเมียร์ ปูติน” ต่อสายหารือ “มาซูด เปเซชเคียน” แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” และประชาชนจำนวนมากจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล พร้อมย้ำต้องยุติการใช้กำลังและหันกลับสู่การเจรจาทางการเมือง

วันที่ 6 มีนาคม 2569 ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับนายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีของอิหร่าน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม โดยเรียกร้องจุดยืนของรัสเซียในการเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในตะวันออกกลางโดยทันที

ระหว่างการสนทนา ปูตินได้แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี รวมถึงสมาชิกครอบครัว บุคคลสำคัญทางทหารและการเมืองของอิหร่าน ตลอดจนพลเรือนจำนวนมากที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผู้นำรัสเซียย้ำจุดยืนว่าความขัดแย้งต้องยุติโดยทันที และไม่ควรใช้กำลังทหารเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับอิหร่านหรือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่กระบวนการทางการเมืองและการทูตโดยเร็ว

ด้านประธานาธิบดีเปเซชเคียนกล่าวขอบคุณรัสเซียที่แสดงจุดยืนสนับสนุนประชาชนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยและเอกราชของประเทศ พร้อมอธิบายรายละเอียดสถานการณ์ล่าสุดของสงครามให้ปูตินรับทราบ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาการติดต่อประสานงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา RT

ยูเอ็นเตือนสงครามอิหร่านเสี่ยงลุกลามเกินควบคุม ผู้ลี้ภัยทะลุ 3.3 แสนคน

ยูเอ็นเตือนสงครามอิหร่านเสี่ยงลุกลามเกินควบคุม ผู้ลี้ภัยทะลุ 3.3 แสนคน

7 มี.ค. 2569 05:44 น.

ยูเอ็นเตือนสงครามอิหร่านเสี่ยงลุกลามเกินควบคุม ผู้ลี้ภัยทะลุ 3.3 แสนคน

เลขาธิการยูเอ็น เรียกร้องเปิดเจรจาทางการทูตอย่างจริงจัง หวั่นสงครามตอ.กลางบานปลาย ขณะยอดผู้พลัดถิ่นพุ่ง 330,000   สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน 200 จุด อิหร่านโต้ยิงโดรน-มิสไซล์ถล่มเทลอาวีฟ

วันที่ 6 มีนาคม 2569 okpอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ออกมาเตือนว่า สงครามที่กำลังขยายตัวในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงจะ “ลุกลามเกินกว่าที่ใครจะควบคุมได้” พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเริ่มการเจรจาทางการทูตอย่างจริงจังเพื่อยุติการสู้รบ

นายกูเตอร์เรสระบุว่า การโจมตีที่ผิดกฎหมายในตะวันออกกลางและพื้นที่อื่น ๆ กำลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างหนักต่อประชาชน และยังเสี่ยงกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่เปราะบางที่สุด

ด้าน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนอย่างน้อย 330,000 คน จำต้องพลัดถิ่นจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 100,000 คนหลบหนีออกจากกรุงเตหะราน และอีกกว่า 84,000 คนในเลบานอน

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ CENTCOM  ระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วราว 200 จุด รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธวิถีโค้งที่ฝังลึกใต้ดิน และเรือของอิหร่านอย่างน้อย 30 ลำ ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการโจมตีแบบผสมผสาน ทั้งโดรนและขีปนาวุธพุ่งเป้าไปยังเมือง เทลอาวีฟ และพื้นที่ตอนกลางของ อิสราเอล

ขณะเดียวกัน อิหร่านยังประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปยังสนามกีฬา อาซาดี สปอร์ตส์ คอมเพล็กซ์ ในกรุง เตหะราน ซึ่งมีความจุประมาณ 12,000 ที่นั่ง โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและขัดต่อกฎบัตรโอลิมปิก.

ที่มา TRT World