ตอบโจทย์เศรษฐกิจ! สอศ.จับมือจีน โชว์หลักสูตรอินเตอร์ นำร่อง 19 สาขาทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796237

ตอบโจทย์เศรษฐกิจ! สอศ.จับมือจีน โชว์หลักสูตรอินเตอร์ นำร่อง 19 สาขาทันสมัย

ตอบโจทย์เศรษฐกิจ! สอศ.จับมือจีน โชว์หลักสูตรอินเตอร์ นำร่อง 19 สาขาทันสมัย

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 22.00 น.

สอศ.จับมือจีน โชว์หลักสูตรอินเตอร์ นำร่อง 19 สาขาทันสมัย ตอบโจทย์เศรษฐกิจจีน-ไทย ยกระดับอาชีวะสู่สากล

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ณ โรงแรม Lotus Pond Grand Hotel เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการการดำเนินงานครั้งที่ 3 โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา สัมมนาวิชาการแลกเปลี่ยนและความร่วมมืออาชีวศึกษาจีน-ไทย ในนามตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย โดยมีนายเหลียว เหลียนจง ประธานสาขาหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง สมาคมการศึกษาระดับอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาชนจีน กล่าวสุนทรพจน์ ผ่านวิดีโอ ผู้บริหารกรมการศึกษา มณฑลหูเป่ย ผู้บริหารกรมการเคหะและการพัฒนาเมือง-ชนบท มณฑลหูเป่ย นายหลี จิ้งซง ประธานบริษัท การศึกษานานาชาติถังฟง กรุ๊ป และนายเฉิง เฉาเซิง เลขาธิการคณะกรรมการพรรคของวิทยาลัยอาชีวศึกษาการก่อสร้างเมืองหูเป่ย ร่วมกล่าวสุนทรพจน์  และผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคกลาง 3 ผู้บริหารส่วนกลาง สถานศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถาบันการอาชีวศึกษา นำร่อง จำนวน 19 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน กว่า 60 แห่งเข้าร่วม

เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงานประชุมเชิงปฏิบัติการการดำเนินงานครั้งที่ 3 โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย 210 สาขา ซึ่งการประชุมครั้งนี้ เป็นการสัมมนาทางวิชาการด้านอาชีวศึกษาระหว่างจีนและไทย เป็นการทำงานร่วมกันแบบครบทุกมิติครั้งแรกของโลก โดยมีผู้บริหารและคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งสองประเทศ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งกันและกันในการพัฒนาและวางรากฐานที่มั่นคงให้กับการศึกษาด้านอาชีวศึกษาในอนาคตระหว่างวิทยาลัยจีนและไทยอย่างเป็นระบบ ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและสื่อดิจิทัล ด้านภาษา +อาชีพ ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ทรัพยากร และร่วมกันจัดการศึกษาทวิวุฒิไทย-จีน โดยในระยะที่ 1 ได้มีการหารือและตกลงร่วมกันระหว่างสองหน่วยงานในการจัดทำหลักสูตรเรียนร่วมทวิวุฒิ ไทย – จีน นำร่อง จำนวน 19 สาขาวิชา (18 วิชาชีพ +1 วิชาพื้นฐาน) และจัดประชุมมาแล้ว 2 ครั้ง ที่ประเทศไทย

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า จากนโยบายรัฐบาล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับงานในโครงการดังกล่าวนี้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ภายใต้แนวทางการทำงาน “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” สู่การขับเคลื่อนนโยบาย สอศ. นำโดย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime), พัฒนาทักษะวิชาชีพเพื่อลดภาระของผู้เรียน และผู้ปกครอง (Skill Certificate), ยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง, พัฒนาระบบการเทียบระดับการศึกษาและคลังหน่วยกิตอาชีวศึกษา (Credit Bank), พัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อการศึกษา และทำงาน (Language Skills) เป็นต้น สู่ความร่วมมือไตรภาคีเพื่อยกระดับการอาชีวศึกษาไทย-จีน ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยสถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาไทย สถาบันอาชีวศึกษาสาธารณรัฐประชาชนจีน และบริษัท Tang International Education and Technology Ltd. ด้วยการเชื่อมต่อภาคประกอบการของทั้งสองประเทศ เข้าไว้ด้วยกัน และเกิดเป็นภาพความสำเร็จร่วมกันจากความร่วมมือ ที่จะเกิดขึ้น เมื่อมองผ่าน “ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง” (Theory of Change) ซึ่งเป็นเหมือนเข็มทิศ ทำให้โครงการ ของเรามีความชัดเจนในสิ่งที่จะทำมากขึ้น

รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุม ฯ จัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือ 3 โครงการ ดังนี้ โครงการ CCTE โครงการความร่วมมือศูนย์สร้างมาตรฐานและทรัพยากรจีน-ไทย และโครงการความร่วมมือศูนย์ฝึกอบรมครูจีน-ไทย การประกาศและแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญสำหรับคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญความร่วมมือจีน-ไทย พิธิเปิดตัวความร่วมมือกลุ่มการรวมอุตสาหกรรมและการศึกษาคุณภาพอัจฉริยะสีเขียวจีน-ไทย พิธีมอบหนังสือเชิญทำหน้าที่โครงการ พิธีมอบหนังสือแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญจีน-ไทย พิธีประกาศกรอบมาตรฐานวิชาชีพ ระยะที่ 1 “โครงการ 210 สาขา” จำนวน 19 สาขา พิธีเปิดป้ายโครงการและเปิดตัวเว็บไซต์  (http://project210.tangce.net/views/home.html)

“โดย สอศ. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและดำเนินโครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจีน-ไทย ให้มีคุณภาพ เป็นสากลมากขึ้น โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมทำงานร่วมกันได้ในอนาคต ปลูกฝังนักเรียนและครูให้มีความรู้ความเข้าใจ ในวัฒนธรรม ภาษา ตลอดจนทักษะและสมรรถนะทางวิชาชีพ ให้เกิดเป็นผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ พร้อมผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจของสองประเทศ ด้วยมิตรภาพระหว่างจีนและไทย ซึ่งจะคงอยู่ตลอดไป” รองเลขาธิการ กล่าว

สกร.จัดสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796243

สกร.จัดสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

สกร.จัดสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 21.50 น.

2 – 9 เมษายนนี้ สกร.จัดสัปดาห์ส่งเสริมการอ่านเฉลิมพระเกียรติกรมสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน พร้อมพัฒนาห้องสมุดทุกแห่งให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ทุกช่วงวัยเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดึงดูดคนทุกช่วงวัยเข้าใช้บริการ

29 มี.ค.67 นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ  สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน  ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประกาศให้วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันรักการอ่าน” ด้วยนั้น เพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้สั่งการให้ห้องสมุด ทั้งห้องสมุดประชาชนในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี ทั่วประเทศ จัดสัปดาห์ส่งเสริมการอ่าน ระหว่างวันที่ 2 – 9 เมษายน 2567 โดยทุกแห่งมีกิจกรรมและนิทรรศการ ดังนี้ 1. กิจกรรมส่งเสริมพื้นที่น่าอ่าน ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เหมาะสม สวยงาม  2. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านการเล่า Book Talk 3. กิจกรรมส่งเสริมการอ่านผ่านประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาท้องถิ่น Teling Story เช่น อ่านนิทานพื้นบ้าน ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 4. กิจกรรมอ่านทุกที่ ห้องสมุดเคลื่อนที่ Read around You อยู่ตรงไหนก็อ่านได้ และ 5. รับสมัครอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน เพื่อร่วมเป็นวิทยากรและจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านต่างๆในห้องสมุด

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวด้วยว่า สกร.ได้จัดกิจกรรม“วันรักการอ่าน” มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ สกร.กำลังออกแบบสอบถาม โดยจะสำรวจ ว่า คนไทยอ่านหนังสือวันละกี่หน้า กี่บรรทัด และจะพัฒนาห้องสมุดทุกแห่งให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ทุกช่วงวัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยผ่านกิจกรรม “เรียน เล่น เต้น รำ” ไม่ใช่อ่านหนังสืออย่างเดียว ใครอยากเรียนรู้ อยากทำกิจกรรมอะไรก็ให้มาที่ห้องสมุด เช่น วัยเด็ก อยากเรียนรู้เรื่องเกม อยากเล่นเกม ก็ให้มีมุมเล่นเกม ,วัยทำงาน อยากเรียนอาชีพ ก็มีมุมอาชีพให้เรียน , ผู้สูงอายุอยากรำ อยากออกกำลังกายก็มีกิจกรรมนั้นๆ ให้ได้ทำ ได้เรียนรู้ตามความสนใจของตนเอง เพื่อเป็นสื่อดึงดูดให้คนทุกช่วงวัยอยากมาห้องสมุด รักห้องสมุดและรักการอ่าน.  

เปิดสั่งจอง!!! เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796220

เปิดสั่งจอง!!! เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

เปิดสั่งจอง!!! เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 19.25 น.

เปิดสั่งจอง!!! เข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ได้มีมติเห็นชอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานเดียวที่ดำเนินการจัดทำเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ สำหรับจำหน่ายให้แก่ประชาชนเพื่อใช้ประดับ และเก็บไว้เป็นที่ระลึก ในราคาเข็มละ 300 บาท โดยนำเงินรายได้ภายหลังหักค่าใช้จ่าย เพื่อทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ซึ่งเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ได้จัดทำโดยช่างฝีมือผู้มีความชำนาญ จัดทำด้วยความประณีต ละเอียดอ่อน สวยงาม สมพระเกียรติ และมีคุณค่า เหมาะสำหรับเก็บไว้เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้

ทั้งนี้ สามารถสั่งจองได้ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป โดยจองผ่านเว็บไซต์ Thailandpostmart.com หรือที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ซึ่งผู้สั่งจองจะได้รับเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ประมาณเดือนมิถุนายน 2567 ตามลำดับของการสั่งจอง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสั่งจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ฯ ได้ที่ Call Center โทร. 1111

‘อนุทิน’มอบนโยบายลูกเสือไทย เร่งพัฒนากิจการทันความเปลี่ยนแปลงโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796217

‘อนุทิน’มอบนโยบายลูกเสือไทย เร่งพัฒนากิจการทันความเปลี่ยนแปลงโลก

‘อนุทิน’มอบนโยบายลูกเสือไทย เร่งพัฒนากิจการทันความเปลี่ยนแปลงโลก

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 19.17 น.

“อนุทิน”มอบนโยบายลูกเสือไทย เร่งพัฒนากิจการทันความเปลี่ยนแปลงโลก ปลูกฝังเยาวชน มีสำนึกรักชาติ

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ปฏิบัติหน้าที่นายกสภาลูกเสือไทย เป็นประธานเปิดการประชุมสภาลูกเสือไทย ประจำปี 2567 “ลูกเสือมุ่งประสานทำดีด้วยหัวใจ เทิดไท้ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ” โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ผู้บริหาร ศธ. กรรมการสภาลูกเสือไทย สภาผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า สภาลูกเสือไทย ว่างเว้นจากการประชุมมานานกว่า 6 ปี ครั้งนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ขอให้มีการจัดประชุม เพราะมีความพร้อม และไม่ควรทิ้งให้นานกว่านี้ เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นกิจการลูกเสือไทยก็ควรเร่งให้พัฒนาสอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อพัฒนากิจการลูกเสือไทย ซึ่งเริ่มตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชทานกำเนิดกิจการเสือป่า หลังการก่อตั้งลูกเสือโลกเพียง 4 ปี วัตถุประสงค์หลัก คือ สร้างนิสัยในการสังเกต เชื่อฟัง และพึ่งพาตนเอง โดยต้องมีความซื่อสัตย์สุจรติ บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณะประโยชน์ ตลอดจนรู้รักษาและส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรม และความมั่นคงของชาติ ตลอด 113 ปี ของการก่อนตั้งสภาลูกเสือไทย แม้บริบทของโลก สังคมวัฒนธรรม และค่านิยมเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่หัวใจของกิจกรรมลูกเสือก็มีความเป็นสากล มีจิตสำนึกของความเป็นจิตอาสา ซึ่งเป็นคำที่เรามีความคุ้นเคย

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสรับสั่งเรื่อง การศึกษาแก่ผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.มีใจความว่า “ระบบการศึกษาต้องใช้ศรัทธาสร้างเด็ก เยาวชน เป็นผู้ใหญ่ที่ฝากบ้าน ฝากเมือง ซึ่งงานของครูเป็นเรื่องยาก ขอให้ครูได้ช่วยก่อสร้างคนดีแก่บ้านเมือง ต้องสอนให้เด็ก รู้ถูก รู้ผิด ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องในเรื่องความเป็นชาติ สถาบัน ประวัติศาสตร์ การสร้างเด็กเพื่อเป็นคนในอนาคตของชาติที่มีการศึกษา พบว่า ความคาดหวังในเด็กของประเทศไทย คือ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มีน้ำใจ” พระบรมราโชวาทที่พระราชทานมายัง ศธ.นั้น ศธ.ในยุคปัจจุบันได้น้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อม และน้อมนำมาเป็นนโยบายหลักในการบริหารราชการแผ่นดินของ ศธ.โดยให้ความสำคัญในเรื่องของความเป็นชาติ ประวัติศาสตร์ ความสำนึกรักชาติ และมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย

นอกจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงพระราชทานหลักสูตรลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน มุ่งประสานทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเสือ และบุคลากรทางการลูกเสือได้เสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโครงการที่ทรงคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยให้ลูกเสือได้รู้จักการเสียสละ การทำงานร่วมกัน รวมถึงช่วยส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งน่าอยู่ยิ่งขึ้น

“การที่เรามีโอกาสได้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ส่วนหนึ่งเพราะได้มีโอกาสเป็นลูกเสือตั้งแต่ชั้นประถม สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดี ทำให้คำว่า ระเบียบวินัยที่เข้มแข็ง เริ่มปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยมีอาจารย์ ครูมาคอยแนะนำสั่งสอน ในกรอบของลูกเสือ โดยจำได้ว่า สมัยที่ผมเป็นลูกเสือใหม่ๆ จะไม่อยู่นิ่ง จึงถูกสั่งให้วิดพื้นตลอด ซึ่งวันนั้นไม่เข้าใจ ทำให้รู้สึกเบื่อ อึดอัด แต่ความเข้มงวดของครูทำให้เราซึมซับความเป็นระเบียบโดยไม่รู้ตัว ส่วนการที่ได้ไปเข้าค่าย ถือเป็นการฝึกฝนให้มีความอดทน อยู่ได้ทุกสภาพ มีความอดทนต่อความลำบาก ได้รับการปลูกฝังในเรื่องความรักชาติ มีความภาคภูมิใจ ช่วยเหลือประชาชน โดยไม่คาดหวัง ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนมีจิตสำนึกของความรักชาติ ทั้งนี้ ลูกเสือถูกปลูกฝังให้ใส่ยูนิฟอร์มแต่มีคนบอกว่า ยูนิฟอร์มไม่ดี แต่ถ้าเรามองในภาพรวม ยูนิฟอร์มเป็นสิ่งที่ทำให้เราแบ่งแยกกันไม่ได้ ไม่มีการแบ่งแยกยี่ห้อ ตรงนี้เป็นกุสโลบายหนึ่ง ที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้ต้องเร่งกลับมาปลูกฝังในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้รู้สึกรักชาติ รักศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพิ่มประชาชนเข้าไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย ในการทำให้เยาวชนของชาติได้มีจิตสำนึกในความจริงที่ว่า ประเทศชาติ ประกอบด้วย 3 สถาบันหลัก และประชาชน เพื่อทำให้เด็กยุคนี้เกิดความเข้าใจ ขอฝากทุกคนให้พิจารณาเพื่อช่วยกันดำเนินการ เชื่อว่า พลังของสภาการลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ทหาร ตำรวจ ฯลฯ ถือเป็นองค์ประกอบที่มีความเข้มแข็งของประเทศ มีหน้าที่รับผิดชอบ สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และวงการลูกเสือไทยให้เจริญก้าวหน้าได้” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวรายงาน ว่า ในปีที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ได้ดำเนินกิจการลูกเสือตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล และนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวทาง “ทำดี ทำได้ ทำทันที” เพื่อปลูกฝัง ฝึกฝนอบรม พัฒนาเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของลูกเสือ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บำเพ็ญประโยชน์เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสังคม อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของชาติต่อไปในอนาคต

รวมถึงบริหารกิจการลูกเสือให้เกิดประสิทธิภาพ สร้างความสัมพันธ์กับคณะลูกเสือนานาชาติ ซึ่งประสบความ สำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายทุกประการ โดยได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาทุกสังกัด องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคีเครือข่ายให้การส่งเสริมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือ ยังได้น้อมนำโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน มุ่งประสานทำความดีด้วยหัวใจ มาเสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง สร้างจิตบริการและจิตสาธารณะ บำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

– 006

‘พวงเพ็ชร’ชวนชม’ดนตรีในสวน’ทุกวันที่ 28 ตลอดปีมหามงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ’ในหลวง ร.10’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796186

'พวงเพ็ชร'ชวนชม'ดนตรีในสวน'ทุกวันที่ 28 ตลอดปีมหามงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ'ในหลวง ร.10'

‘พวงเพ็ชร’ชวนชม’ดนตรีในสวน’ทุกวันที่ 28 ตลอดปีมหามงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ’ในหลวง ร.10’

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 17.51 น.

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2567 นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมดนตรีในสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ สวนเบญจกิติ โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ , นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผูับริหารกรมประชาสัมพันธ์และกรุงเทพมหานคร รวมถึงประชาชนทั่วไป ร่วมติดตามดนตรีชมอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้ กิจกรรมดนตรีในสวนจัดขึ้นโดยความร่วมมือของกรมประชาสัมพันธ์ และกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมรับบทเพลงอันไพเราะและทรงคุณค่า เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และบทเพลงทั่วไป ในบรรยากาศสวนสวยใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดปีมหามงคล และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการใช้บทเพลงเป็นสื่อกลาง สร้างความสามัคคีกลมเกลียวของคนในชาติ ช่วยส่งเสริมความรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้ประเทศไทยเกิดความสงบสุขภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขณะเดียวกันดนตรีและบทเพลง นับเป็น Soft Power ใน 11 สาขา ที่รัฐบาลขับเคลื่อน เพื่อต่อยอดสู่ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงสร้างสรรค์ ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทย ซึ่งกิจกรรม “ดนตรีในสวน” จะจัดทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน ตลอดปีมหามงคลนี้

ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ ประชาชนส่วนมากที่มาร่วมชมดนตรีพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลือง สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่ นางพวงเพ็ชร สวมผ้าบาติกสีเหลือง ของกลุ่มยาริงบาติก จ.ปัตตานี ที่ซื้อมาเมื่อครั้งลงพื้นที่ จ.ปัตตานี

– 006

วธ.จัดยิ่งใหญ่’สงกรานต์ปีใหม่ไทย’ เชิญชวนใส่เสื้อลายดอกตลอดเม.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796185

วธ.จัดยิ่งใหญ่'สงกรานต์ปีใหม่ไทย' เชิญชวนใส่เสื้อลายดอกตลอดเม.ย.นี้

วธ.จัดยิ่งใหญ่’สงกรานต์ปีใหม่ไทย’ เชิญชวนใส่เสื้อลายดอกตลอดเม.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 17.50 น.

วธ.จัดยิ่งใหญ่ สงกรานต์ปีใหม่ไทย 67 เชิญชวนชาวไทยเผยแพร่คุณค่าสาระประเพณีสงกรานต์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมกิจกรรมสงกรานต์ทั่วไทยอย่างสนุกสร้างสรรค์ ชวนใส่เสื้อลายดอกตลอด เม.ย.นี้

29 มี.ค. 2567 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานงานแถลง การจัดงานประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย  นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประเเดง ผู้แทนจังหวัดสมุทรปราการ  นายพิชัยยุทธ สิงห์สหาย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต และ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมงาน ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ด้านเฟสติวัล และด้านการท่องเที่ยวรองรับนโยบาย Thailand Creative Content Agency (THACCA) และนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ในการสร้างเสน่ห์วิถีไทยครองใจคนทั้งโลก ด้วยการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ จากการที่ประเพณี “สงกรานต์ในประเทศไทย (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year Festival)” ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก)ในปีพุทธศักราช 2567 นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 เพื่อฉลองวาระสำคัญดังกล่าว ได้แก่ การจัดทำบทเพลงสงกรานต์ฉบับภาษาต่างประเทศ จำนวน 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศส และกำลังดำเนินการจัดทำภาษาอื่น ๆ เพิ่มเติม คือ ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาอินเดีย ภาษาพม่า เป็นต้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง เป็นการสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ

สำหรับการจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ในปีนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้มีการจัดทำปฏิทินการจัดกิจกรรมสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2567 ในช่วงเดือนเมษายน ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงมีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดภูเก็ต โดยเริ่ม Kick off ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 อาทิ กิจกรรมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล จึงขอเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวร่วมงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่สำคัญนี้ และร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย อันทรงคุณค่าของประเทศให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้ ในงานแถลงข่าวมีการแสดงทางวัฒนธรรมชุดพิเศษ “รำวงนางสาวไทย” โดย นางสาวไทย และรองนางสาวไทย ประจำปี 2567 ประกอบด้วย นางสาวพนิดา เขื่อนจินดา (นางสาวไทย 2567)  นางสาวพรศิริกุล พั่วทา รองอันดับ 1  ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปัก รองอันดับ 2  นางสาวน้ำหนึ่ง แวน เดอ เวน รองอันดับ 4  นาวสาวกุลปรียา ค้อนทอง (รองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Face Of Humanity 2024  การแสดงเริงรื่นชื่นสงกรานต์ โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และการแสดงนาฏศิลป์ประกอบบทเพลงสงกรานต์(ภาษานานาชาติ)  โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า  สำหรับในส่วนกลาง การจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสืบสานคุณค่าอัตลักษณ์ความงามของประเพณี ประกอบด้วย

1. กิจกรรม งานรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม และผู้บริหารงานวัฒนธรรม เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 ในวันที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย   2. งาน นิทรรศการ “สงกรานต์ไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ” ระหว่าง 10 – 12  เมษายน 2567 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานกลางแจ้ง หน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร (BACC) ปทุมวัน  3. กิจกรรม “งานประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) ระหว่าง 12-15 เมษายน 2567 เวลา 14.00-16.00 น. ณ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร (พิธีเปิด 13 เมษายน 67 เวลา 14.00 น. ณ พระวิหารหลวง) สรงน้ำพระพุทธรูปและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด การแสดง “ตำนานนางสงกรานต์” โดยแอนโทเนีย โพซิ้ว มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023  ประกวดก่อพระเจดีย์ทราย การแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตทางวัฒนธรรม ซุ้มอาหารคาว-หวานมากมาย ฯลฯ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยังได้สนับสนุนงบประมาณให้กับ สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร  ร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรม กทม. จัดกิจกรรมสืบสานคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์  

สำหรับ กิจกรรมสงกรานต์ไฮไลท์ในส่วนภูมิภาค ที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับจังหวัดและเครือข่ายวัฒนธรรม 5 จังหวัด อาทิเช่น จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต สมุทรปราการ และชลบุรี  จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมสื่อถึงอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค  อาทิ ขบวนแห่ประเพณีสงกรานต์  สักการะ-สรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง  ทำบุญสงฆ์น้ำพระ  นิทรรศการแสดงข้อมูลองค์ความรู้ประเพณีสงกรานต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม ตำนานนางสงกรานต์ (แสดงโดยนางสาวแอนโทเนีย โพซิ้ว รองนางงามจักรวาลอันดับ 1 ประจำปี 2023 ณ จังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น)  การแสดงของศิลปินแห่งชาติ  การแสดง-การละเล่นพื้นบ้านวิถีถิ่น ตลาดวัฒนธรรม 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิตวัฒนธรรมของท้องถิ่น 

ทั้งนี้ เพื่อสร้างสีสันให้เทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย วธ.ขอเชิญสวมใส่เสื้อลายดอก ตลอดเดือนเมษายนนี้ และร่วมกันเพื่อแพร่คุณค่าสาระของประเพณี โดยเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลและติดตามรายละเอียดกิจกรรมสงกรานต์ ได้ทาง http://www.culture.go.th / เฟซบุ๊กแฟนเพจกรมส่งเสริมวัฒนธรรม / Line@วัฒนธรรม และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

ด้านนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ได้จัดงานสงกรานต์ใน กทม. 5 จุด ดังนี้   1) “สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้า อยู่เย็นเป็นสนุก” วันที่ 13-15 เมษายน 2567 ณ สยามสแควร์ เขตปทุมวัน กทม.   2) “สงกรานต์ซัมเมอร์ อโลฮ่า ปาร์ตี้” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 10-17 เมษายน 2567 ณ เทอมินอล 21 เขตวัฒนา กทม.  3) EDM Songkran BAZAAR music Festival 2024 กิจกรรมถนนสายน้ำ วันที่ 11-15 เมษายน 2567 ณ เดอะบาซาร์ รัชดา เขตจตุจักร กทม.  4) “สรวลเสเฮฮา มหาสงกรานต์สยาม” การละเล่นไทย ดนตรีและประเพณีร่วมสมัยในรูปแบบงานวัดจำลอง ณ สวนสยาม เขตคันนายาว กทม.  และ  5) “เพลิดพราว ดาวสงกรานต์ ความงามในตำนาน แห่งถนนสีลม” วันที่ 15-16 เมษายน 2567 ณ ถนนสีลม เขตบางรัก กทม.

ส่วนนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมวิถีล้านนา ณ ข่วงเมืองต่าง ๆ ระหว่าง 4 – 17 เม.ย. 67  มีกิจกรรม ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร 13 – 16 เม.ย. 67 ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ (13 เม.ย.) สักการะพระพุทธสิหิงค์ ยามค่ำคืน  เปิดตัวนางสงกรานต์ ขบวนแห่รอบคูเมืองเชียงใหม่ ในวันที่ 14 เม.ย. การแสดงตำนานสงกรานต์ โดย แอนโทเนีย โพซิ้ว ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 700 ปี)  ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลาย ณ ประตูท่าแพ เป็นต้น

ขณะที่ นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่นจัดประเพณีสงกรานต์อีสานดั้งเดิมที่วัดไชยศรี  ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. มีการก่อเจดีย์ทรายรดน้ำดำหัว  มีสิมอีสานที่เก่าแก่ที่สุดอีกแห่ง ส่วนที่วัดธาตุพระอารามหลวง จัดงานสรงน้ำพระศรีสัตนาคนหุตพระคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น  หมุดหมายต่อมาประเพณีสงกรานต์ วิถีไทบ้าน หน้าศาลากลางขอนแก่น มีหมู่เฮือนโบราณ มาไว้ที่เดียว และจัดทำอุโมงค์ดอกคูณความยาว 40 เมตร อัญเชิญน้ำมนต์พระเกจิอาจารย์ดัง 9 วัด ใช้ไดโนเสาร์พ่นน้ำมนต์  อุโมงค์น้ำ “มนต์ธาราศรัทธาสายมู” พร้อมการแสดงหมอลำ  หมุดหมายต่อมาถนนข้าวเหนียว นำกิจกรรมโขนออนกราว มีเวทีการแสดง 12 เวที เปิดให้เล่นน้ำถึง 3 ทุ่มครึ่ง กิจกรรมคลื่นมนุษย์ ถนนข้าวเหนียความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร จัดวันที่ 13-15 เมษายน และเป็นถนนปลอดแอลกอฮอล์ เล่นสงกรานต์สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ ปีนีัจะมีคนเรือนแสนเข้าร่วมฉลองสงกรานต์

นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวถึงการจัดงาน “สงกรานต์งามวิจิตร อัตลักษณ์วิถีชีวิต ชลบุรี” Pattaya Old Town ระหว่าง 18– 20 เม.ย. 67  จะเนตมิตรชายหาด ถนนเลียบหาดเมืองพัทยา วัดหนองใหญ่ พัทยา และวัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) เป็นลานวัฒนธรรม มีการแสดงตำนานนางสงกรานต์ การสาธิตการก่อเจดีย์ทรายใหญ่ที่สุด ก็ขอเชิญชวนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาร่วมกิจกรร และขบวนช้างแห่มหาสงกรานต์ ฯลฯ

นางจิระพร วชิรเขื่อนขันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองพระประเเดง ผู้แทนจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า  สำหรับงานสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่าง 18-21 เม.ย.67 ณ อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จะมีการแสดงแสงสีเสียง การละเล่นและวิถีวัฒนธรรมสงกรานต์พระประแดง “อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชุมชนมอญ/รามัญ” ขบวนแห่ทางวัฒนธรรม ขบวนแห่รถบุปผชาติ ขบวนแห่หงส์ธงตะขาบ กิจกรรมทางวัฒนธรรม การประกวดนางสงกรานต์พระประแดง และการประกวดหนุ่มลอยชาย

นายพิชัยยุทธ สิงห์สหาย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึง การัดงานสงกรานต์ จ.ภูเก็ต งานภูเก็ตนครา มหาสงกรานต์ 2567 “อัตลักษณ์ วิถีชีวิตเพอรานากัน”การละเล่นพื่นบ้าน  ระหว่าง 13-15 เมษายน 67 (พิธีเปิด 14 เม.ย.)  ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี (ลานมังกร)  อำเภอเมือง  ภูเก็ต พบกิจกรรมนิทรรศการมีชีวิต 4 โซน ชมห้องตำนานสงกรานต์ วิจิตรา Digital Art ฯลฯ

‘รพ.หัวเฉียว’จัดบรรยายธรรมะเรื่อง‘รักษาใจให้ไกลทุกข์’ในโครงการธรรมโอสถ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796100

‘รพ.หัวเฉียว’จัดบรรยายธรรมะเรื่อง‘รักษาใจให้ไกลทุกข์’ในโครงการธรรมโอสถ

‘รพ.หัวเฉียว’จัดบรรยายธรรมะเรื่อง‘รักษาใจให้ไกลทุกข์’ในโครงการธรรมโอสถ

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 14.34 น.

‘รพ.หัวเฉียว’จัดบรรยายธรรมะเรื่อง‘รักษาใจให้ไกลทุกข์’ในโครงการธรรมโอสถ

โรงพยาบาลหัวเฉียว จัดบรรยายธรรมะเรื่อง “รักษาใจให้ไกลทุกข์” ในโครงการธรรมโอสถ โดยพระวิทยากรคือ  พระไพศาล วิสาโล (ขวา)  เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้บุคลากรโรงพยาบาลฯ และผู้รับบริการที่เข้ารับฟังบรรยายธรรมสามารถนำหลักธรรมช่วยแก้ไขปัญหาอย่างมีสติ ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น ไม่เอาความทุกข์มาใส่ใจให้เกิดทุกข์  โดยมีพระเทพปฏิภาณกวี (ซ้าย) เจ้าคณะเขตภาษีเจริญ และผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และคุณประภัสสร  รุจิรากรสกุล  (แถวหน้า : ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลหัวเฉียว เป็นประธานในพิธี  พร้อมคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่  ผู้รับบริการเข้าร่วมในพิธี  เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว

เทคนิคระยองเจ๋ง! ใช้หุ่นยนต์AI Robot ขานชื่อนศ.รับใบประกาศนียบัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796039

เทคนิคระยองเจ๋ง! ใช้หุ่นยนต์AI Robot ขานชื่อนศ.รับใบประกาศนียบัตร

เทคนิคระยองเจ๋ง! ใช้หุ่นยนต์AI Robot ขานชื่อนศ.รับใบประกาศนียบัตร

วันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567, 07.20 น.

ฮือฮา! เทคนิคระยอง ใช้หุ่นยนต์ AI Robot ‘น้องชะมวง’ อ่านรายชื่อนักศึกษา รับใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา ผอ.เผยบ่งบอกถึงการก้าวล้ำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของวิทยาลัยที่เน้นพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีสมรรถนะสูง เพื่อพัฒนาประเทศ แถมใช้หุ่นยนต์อ่านแทนคนแล้วไม่มีบ่น ไม่มีเหนื่อย

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.67 ที่โดมอาคารเอนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 แก่ นศ. ระดับ ปวช. และ ปวส. จำนวน 1,489 คน โดยมีครูและผู้ปกครอง มาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและผู้ปกครอง ได้ร่วมแสดงความยินดีและเป็นกำลังใจให้กับนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา โดยในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาดังกล่าว ได้มีการนำหุ่นยนต์ AI Robot ชื่อ ‘น้องชะมวง’ มาอ่าน หรือขานชื่อนักศึกษาที่เข้ารับใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา ซึ่งสร้างความฮือฮาแก่ผู้ปกครองเด็ก นศ. อย่างมาก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน ผอ.วิทยาลัยเทคนิคระยอง กล่าวว่า การใช้หุ่นยนต์ AI Robot มาขานชื่อ นศ. ที่เข้ารับใบประกาศรับบัตรสำเร็จการศึกษาดังกล่าว สืบเนื่องจากวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็นสถานศึกษาที่เน้นเรื่องนวัตกรรม และเทคโนโลยีในการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะให้ นศ. คนรุ่นใหม่ออกไปพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของวิทยาลัยฯ ที่ต้องการให้ผู้เรียนเมื่อสำเร็จการศึกษาไปแล้วมีสมรรถนะสูง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการบ่งบอกว่า วิทยาลัยเทคนิคระยอง ก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ในการพัฒนาประเทศ แถมการนำหุ่นยนต์ AI Robot ‘น้องชะมวง’ มาขานชื่อ นศ.เข้ารับใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาดังกล่าว ยังมีข้อดีคือ น้องไม่มีบ่น ไม่มีเหนื่อย และยังไม่ต้องเปลี่ยนคนอ่าน หรือขานชื่อบ่อยๆ อีกด้วย

-009

สกร.คิดโปรแกรมติดตามช้อนคนไม่พร้อมเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796036

สกร.คิดโปรแกรมติดตามช้อนคนไม่พร้อมเรียน

สกร.คิดโปรแกรมติดตามช้อนคนไม่พร้อมเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2567, 22.16 น.

“ธนากร”สนองนโยบาย Thailand Zero Dropout เร่งคิดโปรแกรมติดตามผู้ที่ออกเรียนกลางคันไปชวนกลับเข้าเรียนแล้วเลือกไม่เรียนต่อ ให้มาพัฒนาตนเองเมื่อพร้อม กับ สกร.

28 มี.ค.67 นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้  เปิดเผยว่า จากการข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนโยบาย Thailand Zero Dropout เพื่อให้เด็กนอกระบบที่มีอายุ 3-18 ปี จำนวน 1.02 ล้านคน ได้รับการติดตามช่วยเหลือเป็นรายบุคคล นั้น ตนได้มอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไปจัดทำโปรแกรมติดตามผู้ที่ออกเรียนกลางคันเมื่อไปชวนกลับเข้าเรียนแล้วเลือกไม่เรียนต่อ ว่า บุคคลนั้นอยู่ที่ไหน ทำอะไร และถ้าพร้อมจะกลับเข้ารับการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองเมื่อไหร่ ก็สามารถมาเรียนกับหน่วยงานสถานศึกษาของ สกร.ที่กระจายอยู่ในทุกอำเภอ ทุกตำบล ทั่วประเทศได้ทันที  ทั้งนี้ จากการที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ติดตามเด็กให้กลับเข้าเรียน พบว่า สามารถแบ่งผู้ที่หลุดจากระบบการศึกษา หรือ ออกเรียนกลางคัน เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ออกจากโรงเรียนไปแล้วกลับมาเรียนใหม่ กลุ่มที่ 2 ออกจากโรงเรียนไปแล้วไปเรียนอาชีพ และ กลุ่มที่ 3 ออกไปแล้วตามเจอแต่ไม่เรียน ซึ่งตนสนใจกลุ่มที่ 3 มาก ว่า ควรมีการติดตามต่อเนื่องไม่ใช่ตามตัวพบบอกว่าไม่เรียนแล้วคือจบไป และจะตามอย่างไร ในวันที่เขาพร้อมจะกลับมาพัฒนาตนเองแล้วก็ให้เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทาย ทำได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา และโปรแกรมนี้ก็จะช่วยในการติดตามได้มาก

อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวต่อไปว่า  มาตรา 6 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 กำหนดให้ สกร.มีหน้าที่ จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ 1.การเรียนรู้ตลอดชีวิต 2.การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และ 3. การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่ง สกร.ได้มีการจัดทำหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการ ของผู้เรียนและท้องถิ่นในการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ พร้อมทั้งมีความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย การแนะแนวการเรียนและการประกอบอาชีพ การสะสมผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และสมรรถนะ สกร.พร้อมให้บริการประชาชนในทุกช่วงวัย ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ

นายธนากร กล่าวด้วยว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กำหนดรับสมัครนักศึกษาภาคเรียนที่ 1 ในเดือนเมษายน และภาคเรียนที่ 2 ในเดือนตุลาคมของทุกปี ผู้สนใจสมัครเรียนได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ / เขต และศูนย์การเรียนรู้ตำบล / แขวงทั่วประเทศ ใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 2 ใบ, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประชาชน, วุฒิการศึกษาเดิม หรือใบแสดงผลการเรียนระดับชั้นสุดท้าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2282-2868  หรือ สถานศึกษา ของ สกร. ใกล้บ้านทั่วประเทศ.

ศธ.จับมือวุฒิสภา พัฒนาคนไทยสมรรถนะสูงขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/796024

ศธ.จับมือวุฒิสภา พัฒนาคนไทยสมรรถนะสูงขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

ศธ.จับมือวุฒิสภา พัฒนาคนไทยสมรรถนะสูงขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2567, 21.32 น.

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จัดเวทีประชุมสภาการศึกษาเสวนา (OEC Forum) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เรื่อง “การขับเคลื่อน Soft Power แห่งชาติ กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ระะดมความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความสำคัญของการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยมี นายสิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติขึ้นกล่าว ถึงบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนในการขับเคลื่อน soft power ของประเทศในมิติการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ประเพณี พร้อมด้วยนายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาและซอฟต์พาวเวอร์ทุกภาคส่วนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมทั้งสิ้นกว่า 170 หน่วยงาน เข้าร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ

การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติอย่างสูงจากพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและพิจารณาเสนอแนะแผนกลยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ วุฒิสภา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งชาติ” นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรม และประธานคณะกรรมการคัดเลือกเมืองสร้างสรรค์และเมืองแห่งการเรียนรู้ องค์การยูเนสโก ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มุมมองและทิศทางซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” และ ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “คุณภาพการศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้มุ่งสู่นวัตกรรมนำพลเป็นซอฟพาวเวอร์”

โดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ได้กล่าวถึงซอฟต์พาวเวอร์กับการศึกษา ผ่านร่างแผนกลยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ไว้ว่า แผนดังกล่าวมีวิสัยทัศน์ คือ สืบสาน สร้างสรรค์และส่งเสริมภูมิพลังวัฒนธรรมไทย ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่า ต่อสังคม และความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน โดยซอฟต์พาวเวอร์ หรือ “ภูมิพลังวัฒนธรรม” จะมาจากการขับเคลื่อนผ่านวัฒนธรรม ค่านิยมทางการเมือง และนโยบายต่างประเทศ ผนวกกับศาสตร์พระราชาและแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ

ทั้งนี้ กุญแจสำคัญที่ก่อให้เกิด THAI Soft Power จะมาจากองค์ความรู้ ภูมิปัญญาและการจัดการความรู้ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติและการส่งต่อ อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ จะขับเคลื่อนผ่าน 4 แผนกลยุทธ์ ได้แก่ (1) การสร้างระบบนิเวศ (2) การอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกวัฒนธรรม (3) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานสร้างสรรค์และงานด้านภูมิปัญญาของไทย และ (4) การส่งเสริมความรักสามัคคี ภูมิใจในความเป็นไทย และส่งเสริมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยทั้ง 4 แผนกลยุทธ์จะสอดคล้องกับการผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5F ของทางรัฐบาล

ทางด้าน นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ได้กล่าวสะท้อนมุมมองและทิศทางซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ไว้ว่า ที่มาของคำว่า soft power ใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 Joseph S. Nye Jr เป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้น ในหนังสือ Bound to lead ซึ่งได้แนวคิดมาปรัชญาโบราณ การชนะสงครามโดยไม่ต้องรบ คือ อำนาจที่แท้จริง หลังจากนั้น soft power ได้แพร่หลายจนเป็นที่สนใจทั่วโลก มีการพัฒนาแนวคิดจาก soft power เป็น smart power ซึ่งหลายประเทศสนใจในแนวคิดนี้ รวมทั้งจีนที่ให้ความสำคัญโดยจัดทำนโยบายทางการทูต เพื่อพัฒนาภาพพจน์ที่ดีงามของประเทศอย่างเป็นมิตรและยั่งยืน เช่น นโยบาย Cool Japan, Panda diplomacy เป็นต้น ปัจจุบันมีสำนักวิเคราะห์นานาชาติหลายแห่ง อธิ Monocle (Soft Power Survey) The Elcano Global Presence Report Lowly Institute : Asia Power Index. Brand Finance Global Soft Power Index Portland Communication and Facebook 2013 The Soft Power 30 Report โดยแต่ละสำนักทำการสำรวจเพื่อจัดทำ soft power index และ global soft power report ซึ่งมีรายละเอียดตัวชี้วัดย่อยที่แตกต่างกัน การจัดอันดับ soft power ประเทศต่าง ๆ เป็นการจัดอันดับแบรนดิ้งของประเทศ วัดจาก 1. การดึงดูดใจผ่านการดูภาพยนตร์จากคนทั่วโลก 2.การดึงดูดใจที่อยากให้คนเดินทางไปเที่ยว 3.ดึงดูดใจต้องมาเรียนต่อ 4.ดึงดูดหลงไหลใฝ่ฝันจนย้ายไปอาศัยอยู่ ต่อมา มีการเพิ่มตัวชี้วัดใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ การตลาด การลงทุน เสน่ห์ทางวัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรม คุณภาพการศึกษา การเมืองการปกครองที่มีระบบที่เป็นธรรม การสื่อสาร ตลอดจนระบบการทูต การค้าดิจิตัล ตลอดจนจริยธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

การจัดอันดับ soft power มีการดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา ครองอันดับ 1 ตามด้วยอังกฤษ และประเทศแถบยุโรป แต่ระยะหลัง จีน ได้ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ล้ำหน้ายุโรปและเอเชียที่ลงทุนในด้านนี้มาก่อนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จีนเป็นที่จับตาและสนใจจากทั่วโลก ใน ปี 2524 soft power มีการแปลงและจืดจางไป การใช้อำนาจ hard power จากสงคราม การใช้กำลังทหาร การบีบคั้นทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม soft power ควรคำนึงถึงการรู้เท่ากัน เข้าใจมิติต่างๆ ความภูมิใจในเสน่ห์ของเราเองในสภาวะที่อยู่ท่ามกลางความแปรปรวนโดยใช้สติอย่างมั่นคง

ขณะที่ ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้มุ่งสู่นวัตกรรมนำพลเป็นซอฟพาวเวอร์ ไว้ว่า ซอฟต์พาวเวอร์ เสน่ห์ดึงดูดสร้างพลังมิติทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ คุณภาพการศึกษาที่ดีต้องมุ่งเน้นการพัฒนาต้นทุนมนุษย์ที่เป็นผลสำเร็จจากการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ กล่าวคือ นักเรียนในทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็น นักเรียนประถมฯ มัธยมฯ นักศึกษา หรือคนที่อยู่ในวัยกำลังเติบโต ต้องมีการเรียนรู้แบบ การศึกษาเชิงรุก (active learning) มีการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ทำจริง มีการฝึกฝน เรียนรู้การตั้งคำถาม เพื่อพัฒนากระบวนการคิด ซึ่งได้องค์ความรู้เป็นผลผลิต อีกทั้งรู้จักทำงานเป็นทีม รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็น Teamwork โดยมีครูเป็นโค้ช เป็นที่ปรึกษาในการเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์เพื่อสร้างนวัตกรรมนำพลและเพื่อการจัดการศึกษาเพื่อนวัตกรรม 5.0 ต่อไป

– 006