​HSBC นำทีมนิสิตจุฬาฯ คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 เวที ‘HSBC/HKU Business Case Challenge 2026’ ที่ฮ่องกง

​HSBC นำทีมนิสิตจุฬาฯ คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 เวที ‘HSBC/HKU Business Case Challenge 2026’ ที่ฮ่องกง

​HSBC นำทีมนิสิตจุฬาฯ คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 เวที ‘HSBC/HKU Business Case Challenge 2026’ ที่ฮ่องกง

วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ส่งทีม Prosper Consulting จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชนะจากการประกวดสุดยอดแผนธุรกิจ HSBC Thailand Business Case Competition เป็นตัวแทนไทยเข้าร่วมการแข่งขัน HSBC/HKU Business Case Challenge 2026” ที่ฮ่องกง พร้อมคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เฉือน 23 ทีมจากมหาวิทยาลัยชั้นนำจาก 20 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้สำเร็จ สะท้อนศักยภาพและความเป็นเลิศเด็กไทยที่สามารถคิดวิเคราะห์และพัฒนาแผนธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมทัดเทียมนานาชาติ

ทั้งนี้ การประกวดสุดยอดแผนธุรกิจ HSBC Thailand Business Case Competition จัดโดยธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาในประเทศไทยได้เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการทำงานเป็นทีม ตลอดจนใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานและนำเสนอแผนธุรกิจ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการศึกษาและโลกการทำงานจริงในอนาคต โดยตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา มีนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรีกว่า 3,900 คนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยผู้ชนะจากเวทีระดับประเทศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน HSBC/HKU Business Case Challenge ณ ฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีการแข่งขันสุดยอดแผนธุรกิจจระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก

โดยในปีนี้ ทีม Prosper Consulting จากหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ซึ่งประกอบด้วย น.ส.ภสินี ทองชัชวาล น.ส.สุวภัทร บัตรสมบูรณ์ น.ส.พัทธ์มน สรเศรษฐ์สกุล และนายอธิภัทร บุญชำนาญ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขัน HSBC Thailand Business Case Competition 2026 และเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาค

ในการแข่งขันระดับภูมิภาคปีนี้ มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับรางวัลชนะเลิศ ขณะที่ทีม Prosper Consulting ตัวแทนประเทศไทยจากจุฬาฯ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมรับเงินรางวัล 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 160,000 บาท) โดยมีทีมจาก Bangladesh University และ University of Colombo ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

นายจอร์โจ กัมบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ทีมจากไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของการแข่งขัน HSBC/HKU Business Case Challenge 2026 ณ ฮ่องกง และสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้สำเร็จ โดยเข้าใกล้การสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการนี้ให้กับประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของนิสิตนักศึกษาไทยบนเวทีระดับโลก

“เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของผู้นำทางธุรกิจรุ่นใหม่ของประเทศไทย การประกวดแผนธุรกิจนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสร้างเครือข่ายและเข้าถึงโอกาสของโลกธุรกิจระดับโลกที่มีการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น โดยปัจจุบัน นิสิตนักศึกษาที่เคยเข้าร่วมโครงการฯ ในอดีตได้ทำงานในสถาบันการเงินชั้นนำ บริษัทที่ปรึกษา และบรรษัทข้ามชาติระดับโลก รวมถึงมีจำนวนไม่น้อยที่ได้ก่อตั้งธุรกิจของตนเอง โดยพวกเขาเหล่านั้นมักกล่าวถึงการแข่งขันนี้ว่าเป็นแรงผลักดันสำคัญที่วางรากฐานต่อการพัฒนาวิชาชีพของพวกเขา ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง” นายจอร์โจ กัมบา กล่าว

น.ส.ภสินี ทองชัชวาล ทีม Prosper Consulting จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา พร้อมทั้งเปิดมุมมองใหม่ๆ ในการแก้ไขโจทย์ธุรกิจระดับนานาชาติ พวกเรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สามารถนำรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กลับมาสู่ประเทศไทยได้

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยในการแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย ในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่เยาวชน การสนับสนุนการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เปิดโอกาสการเรียนรู้ระดับสากล และเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในอนาคต

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ น้อมถวายพระกุศล ‘พระองค์ภา’

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.24 น.

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหาร ร่วม อุปสมบทหมู่ 47 รูป ข้าราชการร่วมบวชชีพราหมณ์ ถวายพระกุศลและสำนึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ

วันที่ 4 ก.ค. 2569 กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม จัดโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 47 รูป และบวชชีพราหมณ์ เพื่อน้อมถวายพระกุศลและแสดงความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส 

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–10 กรกฎาคม 2569 ณ วัดศรีวัฒนธรรมาราม ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีผู้บริหารและบุคลากรกรมราชทัณฑ์เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
พลอากาศเอกสมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ พร้อมด้วยพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีบรรพชาอุปสมบทครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดมอบหมายให้เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นผู้แทนประทานผ้าไตรจีวรแก่กรมราชทัณฑ์ โดยมีพันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมคณะเข้าเฝ้ารับ เพื่อนำมาใช้ในพิธีครั้งนี้

พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อกิจการราชทัณฑ์เป็นอันมาก ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการยุติธรรมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การพัฒนาศักยภาพ การบำบัดฟื้นฟูพฤตินิสัย และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยผู้ต้องขังคืนสู่สังคม
โครงการอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริหารและบุคลากรกรมราชทัณฑ์ได้ศึกษาธรรมะ ขัดเกลาจิตใจ พัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อนำหลักศีล สมาธิ ปัญญา ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการ และช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป กรมราชทัณฑ์จะน้อมนำพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและการสร้างโอกาสให้คืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน มาขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

กยศ. ชวนผู้กู้ 3.6 ล้านบัญชี ส่งมอบอนาคตให้ รุ่นน้อง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

กยศ. ชวนผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ส่งมอบอนาคตให้รุ่นน้อง ด้วยการชำระเงินคืนภายใน 5 กรกฎาคม

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอเชิญชวนผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ชำระเงินคืนเพื่อส่งมอบอนาคตทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง โดยผู้กู้ยืมที่ชำระรายปี สามารถชำระได้ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ขอให้ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ตามเงื่อนไขของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

กยศ.

วันที่ 4 ก.ค.2569 นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืน กยศ. สำหรับการผ่อนชำระรายปี ซึ่งในปีนี้มีผู้กู้ยืมเงินที่จะต้องชำระเงินคืนประมาณ 3.6 ล้านบัญชี  กยศ. จึงขอเชิญชวนให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินคืนภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ขอให้ชำระเงินคืนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ตามเงื่อนไขของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับ กยศ. ทั้งนี้ กยศ. ได้มีการส่งหนังสือแจ้งภาระหนี้ มีข้อความแจ้งทาง SMS และ Notification ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ให้ผู้กู้ยืมเงินทราบ โดยผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา และผู้กู้ยืมเงินสามารถดูช่องทางการชำระอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.studentloan.or.th

“ปัจจุบัน กยศ. มีนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินกู้ยืมกว่า 8 แสนล้านบาท กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ทุกท่านที่ชำระเงินคืน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งมอบอนาคตทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องต่อไป” นางอัญชลี กล่าว

กยศ.

พบแหวนทองคำมีจารึก อายุ 2 พันปี ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง

พบแหวนทองคำมีจารึก อายุ 2 พันปี ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง

พบแหวนทองคำมีจารึก อายุ 2 พันปี ขณะเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

เจอเพิ่ม ’แหวนพราหมี‘ อายุ2พันปี! ’ปธ.กมธ.ศาสนาฯ‘ เผยคืบหน้าสำรวจแหล่ง ’โบราณคดีดอนยายหอม’ ดันเป็น ‘พิพิธภัณฑ์กลาง’ แห่งแรกของ ’เพชรบุรี‘ พร้อมหนุน ‘พระนครคีรี’ ขึ้น ’มรดกโลก‘

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีว่า  ล่าสุด ทีมนักโบราณคดีได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีก 2 วง โดยหนึ่งในนั้นเป็นแหวนตราประทับที่ส่วนหัวแหวนสลักอักษร “พราหมี” อายุราว 1,900-2,100 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านพบกลองมโหระทึกเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนจะขุดเพิ่มพบกลองมโหระทึกรวม 5 ใบ โครงกระดูกมนุษย์โบราณ 8 โครง และคาดว่าเป็นโครงที่ 9 เป็นโครงกระดูกเด็ก รวมทั้งเครื่องประดับล้ำค่า เช่น กำไล แหวนทองคำ ภาชนะสำริด และลูกปัดโบราณ  นักโบราณคดีระบุว่าเป็นสถานที่แรกในไทยที่พบโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมาก โดยเตรียมของบประมาณสนับสนุนจากกรมศิลปากร เพื่อทำการขุดค้นศึกษาต่อไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน จึงเร่งเคลื่อนย้ายโครงกระดูกไปเก็บรักษาชั่วคราวที่พิพิธภัณฑ์ในจังหวัดปทุมธานี และหลังพ้นฤดูฝนจะนำโบราณวัตถุกลับมาจัดนิทรรศการให้ประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้าชม

“ดิฉันในฐานะคนจังหวัดเพชรบุรี และประธานคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เห็นว่าจังหวัดเพชรบุรีมีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจำนวนมาก แต่ยังไม่มีพิพิธภัณฑ์กลางของจังหวัด โบราณวัตถุและของดีของเมืองเพชรบุรีส่วนใหญ่ต้องไปจัดเก็บและจัดแสดงอยู่ที่จังหวัดอื่น เนื่องจากในพื้นที่ยังไม่มีพิพิธภัณฑ์รองรับที่เหมาะสม ส่วนพิพิธภัณฑ์เดิมบนพระนครคีรี มีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง ซึ่งผู้สูงอายุเข้าถึงได้ยาก จึงอยากให้กรมศิลปากรสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วย” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

ประธาน กมธ.การศาสนาฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ทางอธิบดีกรมศิลปากร เตรียมผลักดันพระนครคีรีขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยตั้งคณะทำงานที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อศึกษาผลกระทบอย่างละเอียดว่าการเป็นมรดกโลกจะส่งผลต่อการจัดงานพระนครคีรี ที่จัดขึ้นทุกปี และมีผู้ร่วมงานนับหมื่นคนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยินดีหากมีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนการบูรณะซ่อมแซมให้ดียิ่งขึ้น คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดเชียงใหม่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงขอเชิญชวนทุกจังหวัดที่มีศักยภาพเชื่อมโยงข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ เพื่อผลักดันแหล่งมรดกของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี รายงานว่า  นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ได้มอบหมายให้นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการเก็บหลักฐานทางโบราณคดีได้แก่ ชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุที่พบขึ้นจากหลุมขุดค้น แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เนื่องจากหลุมขุดค้นประสบปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นแฉะจากฤดูฝน ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ยและโบราณวัตถุประเภทสำริดผุกร่อน จึงต้องเร่งเก็บเพื่อนำส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ของกรมศิลปากร

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในระหว่างการจัดเก็บโครงกระดูกและโบราณวัตถุ นักโบราณคดี ได้พบแหวนทองคำเพิ่มอีก จำนวน 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4 โดยหนึ่งวงพบว่าส่วนหัวแหวน มีการสลักอักษรโบราณ เป็นลักษณะของแหวนตราประทับ เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิต คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าเป็นอักษรอินเดียโบราณพราหมี อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5 – 7 หรือประมาณ 1,900 – 2,100 ปีที่ผ่านมา อ่านว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ สันนิษฐานว่า เจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า) ส่วนแหวนอีกหนึ่งวง ไม่มีลวดลายประดับตกแต่ง ทั้งนี้ เคยมีการค้นพบอักษรพราหมีบนตราประทับและเครื่องประดับมาแล้วในแหล่งโบราณคดีบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ แหล่งโบราณคดีคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร เป็นต้น ปัจจุบันทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ดำเนินการส่งมอบแหวนทองคำทั้งสองวงให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมการอนุรักษ์และศึกษาต่อไป

สำหรับการดำเนินงานเก็บโบราณวัตถุที่เป็นโครงกระดูกมนุษย์แบ่งเป็น 2 แนวทาง โดยจัดเก็บเป็นรายชิ้นส่วนสำหรับโครงกระดูกกลุ่มที่ 1 คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ และการจัดเก็บแบบยกทั้งแท่นดินขึ้นจากหลุมขุดค้น สำหรับกลุ่มโครงกระดูกกลุ่มที่ 2 โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์ กรมศิลปากรร่วมกำกับดูแลและใช้วิธีผนึกโครงกระดูกเพื่อป้องกันการเสียสภาพ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนโครงกระดูกที่พบล่าสุด ที่สันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกเด็กมีสภาพค่อนข้างเปื่อยและมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณกลางลำตัว จะใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่นเพื่อความปลอดภัยและรักษาสภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด คาดว่าภารกิจช่วงสุดท้ายนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นจะทำการปิดหลุมขุดค้นและจัดแถลงผลการดำเนินงานทางโบราณคดีระยะแรก โดยจะมีการจัดนิทรรศการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาวิจัย ฯ

‘ในหลวง-พระราชินี’ โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯอุบลราชธานี เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์

'ในหลวง-พระราชินี' โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯอุบลราชธานี เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์

‘ในหลวง-พระราชินี’ โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯอุบลราชธานี เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.20 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา  15.30  น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายณรงค์  เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกบัว และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปถวายพระภิกษุสมเกียรติ  มณีพรรัตนาชัย พระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน ขณะเดินธุดงค์

เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนาสีนวน ถนนมุกดาหาร – ดอนตาล (ขาเข้าเมือง) ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
 
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ พระภิกษุสงฆ์
ที่ได้รับบาดเจ็บ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่บาดเจ็บจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์ และทรงรับพระภิกษุและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

'ในหลวง' โปรดเกล้าฯให้เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่บาดเจ็บจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์ และทรงรับพระภิกษุและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้เชิญดอกบัวและตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปถวายพระภิกษุสงฆ์ที่บาดเจ็บจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนขณะเดินธุดงค์ และทรงรับพระภิกษุและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.12 น.

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา  15.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไกร  เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เชิญดอกบัว และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปถวาย พระภิกษุสุริยา เสียงใส พระภิกษุไพวัลย์ พันโยธา พระภิกษุเยือน หาญชัย พระภิกษุกิตติพันธ์ ลาภธนาสาร พระภิกษุยงยุทธ์ กองแก้ว พระภิกษุอนุวัชร ภาษี พระภิกษุพิศิษฐ์ อ่อนยอง พระภิกษุพงษ์สันต์ ปานมน

พระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน ขณะเดินธุดงค์ เหตุเกิดบริเวณหน้าตลาดนาสีนวน ถนนมุกดาหาร – ดอนตาล (ขาเข้าเมือง) ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ต่อจากนั้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายไกร  เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ นายประมวลศรี  คำแพง ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเข้ารับ
การรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ พระภิกษุสงฆ์ 
และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ ผู้บาดเจ็บอย่างหาที่สุดมิได้

มจพ. คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น ‘ประเภทใส่ใจพัฒนา’ บนเวที Traffy Fondue Awards ระดับประเทศ

มจพ. คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น ‘ประเภทใส่ใจพัฒนา’ บนเวที Traffy Fondue Awards ระดับประเทศ

มจพ. คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น ‘ประเภทใส่ใจพัฒนา’ บนเวที Traffy Fondue Awards ระดับประเทศ

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.09 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตอกย้ำความสำเร็จด้านการบริหารจัดการ โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 รศ.ดร.ศักดา กตเวทวารักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ มจพ. เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น “Traffy Fondue: City Transformers Awards” ประเภทใส่ใจพัฒนา จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) การนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

รางวัลนี้ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่มีผลการใช้งานแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนสร้างขวัญ กำลังใจ และเป็นแรงจูงใจให้แก่บุคลากร รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ในการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถ และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานบริการสาธารณะ

เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ นำโดยทีมงานจาก กองอาคารสถานที่และยานพาหนะ และกองส่งเสริมวิชาการ มจพ. ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการนำระบบมาพัฒนาร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

•             นางเสาวรส แสนสุข ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่และยานพาหนะ

•             นายเกรียงศักดิ์ คงมา 

•             นางปรารถนา ธูปสมุทร (ผู้พัฒนาระบบ)

•             นายธนาคม เจริญแพทย์ (ผู้พัฒนาระบบ)

นางยุพิน ปิ่นแก้ว

นายจักรพงษ์ ช่วยนุกูล

รางวัลนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ มจพ. ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้จริงในการดูแลและพัฒนาสิ่งแวดล้อม กายภาพ และระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้บริการแก่นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และยั่งยืน

#มจพ #KMUTNB #TraffyFondue #CityTransformers #สวทช #กระทรวงอว #นวัตกรรมอุดมศึกษา

นักศึกษาวปอ.บอ.รุ่น 3 ลุย CSR ดันโครงการ Career GPS แพลตฟอร์มเข็มทิศของชีวิต

นักศึกษาวปอ.บอ.รุ่น 3 ลุย CSR ดันโครงการ Career GPS แพลตฟอร์มเข็มทิศของชีวิต

นักศึกษาวปอ.บอ.รุ่น 3 ลุย CSR ดันโครงการ Career GPS แพลตฟอร์มเข็มทิศของชีวิต

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.40 น.

นักศึกษาวปอ.บอ.รุ่น 3 ลุย CSR ดันโครงการ Career GPS แพลตฟอร์มเข็มทิศของชีวิต กระตุ้นวัยหนุ่มสาว เรียนรู้อาชีพในอนาคต ก่อนออกจากรั้วโรงเรียน สู่สนามชีวิตจริง 

วันที่ 3 กรกฏาคม 2569 นักศึกษากลุ่มมรกต และไพลินหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ 3 หรือ วปอ.บอ. อาทิ นายพีรพร สุวรร์ฉวี นายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ นางสาวณัฐริยา โค้วไพโรจน์  ลงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ในโครงการอบรมการใช้งาน Application Career GPS แพลตฟอร์มเข็มทิศของชีวิต สำหรับครู และนักเรียนโรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุมศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ)

ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และความต้องการของตลาดแรงงาน อาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายอาชีพกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน กิจกรรมนี้ จึงถือเป็นส่วนเติมเต็มประสบการณ์ ให้เยาวชน ได้รู้จักตนเอง รู้ว่าตนเองมีความถนัดอะไร มีความสนใจด้านใด และควรพัฒนาทักษะใด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

เพราะ “การค้นพบตัวเอง” เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในทุกอาชีพ และสามารถวางแผนการเรียน การพัฒนาตนเอง และการประกอบอาชีพได้อย่างมีทิศทาง ลดการลองผิดลองถูก และสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ด้วยเหตุนี้

โครงการ Career GPS ไม่ได้เป็นเพียง Application สำหรับทำแบบประเมินความถนัด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เยาวชนได้สำรวจศักยภาพของตนเอง เรียนรู้โลกและอาชีพแห่งอนาคต และเห็นความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่กำลังเรียนอยู่กับอาชีพที่ใฝ่ฝันในวันข้างหน้า เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ให้เยาวชนวัยหนุ่มสาว รู้เท่าทัน ก่อนออกจากรั้วโรงเรียน สู่สนามชีวิตจริง 

ปักธงไทยบนเวทีอวกาศ! ทีม DAEDALUS อัสสัมชัญ ผงาดคว้าแชมป์โลก CanSat Competition 2026

ปักธงไทยบนเวทีอวกาศ! ทีม DAEDALUS อัสสัมชัญ ผงาดคว้าแชมป์โลก CanSat Competition 2026

ปักธงไทยบนเวทีอวกาศ! ทีม DAEDALUS อัสสัมชัญ ผงาดคว้าแชมป์โลก CanSat Competition 2026

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.12 น.

โรงเรียนอัสสัมชัญ จัดแสดงความยินดีกับ ทีม DAEDALUS แชมป์โลก Annual CanSat Competition 2026

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การเรียนรู้ วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูง ชั้น 3 อาคารนักบุญหลุยส์-มารีย์ โรงเรียนอัสสัมชัญ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ภราดา ดร. เดชาชัย  ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ เป็นประธานในพิธีแสดงความยินดีกับ ทีม DAEDALUS (เดดาลัส) โรงเรียนอัสสัมชัญ ในนามทีมจากประเทศไทย คว้า“แชมป์โลก” รางวัลชนะเลิศ ในการปฏิบัติภารกิจและการแข่งขัน Annual CanSat Competition 2026 รอบชิงชนะเลิศ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ภายในงานจัดพิธีมอบเสื้อเกียรติยศให้กับ ทีม DAEDALUS (เดดาลัส) พร้อมทั้งมอบโล่ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ จนทำให้ทีมประสบความสำเร็จในครั้งนี้ โดย ภราดา ดร. เดชาชัย  ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้มอบ

สำหรับผู้สนับสนุน ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (DTI), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง ไทยแลนด์ จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด, อัสสัมชัญชนิก รุ่น 97, สมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนอัสสัมชัญ, บริษัท มอร์เดิลส์ จำกัด, โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก บริษัท ปตท. (จำกัด) มหาชน, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และสมาคมอัสสัมชัญ มีภราดาวิริยะ  ฉันทวโรดม ที่ปรึกษาโรงเรียนอัสสัมชัญ ภราดาพัชรปกรณ์  ลังบุปผา รองผู้อำนวยการ/หัวหน้าฝ่ายวิชาการโรงเรียน และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน

สำหรับ CanSat (แคนแซท) หรือ ดาวเทียมกระป๋อง คือ แบบจำลองดาวเทียมขนาดเล็กที่มีขนาดเท่ากระป๋องเครื่องดื่ม (ปริมาตรประมาณ 330 มิลลิลิตร) จัดอยู่ในกลุ่มดาวเทียมขนาดจิ๋ว เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย European Space Agency (ESA) หรือองค์การอวกาศยุโรป เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ วิศวกรรมศาสตร์ การเขียนโปรแกรม และการทำงานเป็นทีม ผ่านการออกแบบ สร้าง และทดสอบดาวเทียมจำลอง แม้จะไม่ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรจริงก็ตาม

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประกอบด้วย 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ Flight Readiness Review (FRR)  การตรวจสอบความพร้อมก่อนภารกิจ, Launch Mission การปล่อยและปฏิบัติภารกิจของ CanSat และ Post Flight Review (PFR) การวิเคราะห์และสรุปผลหลังภารกิจ ทีม DAEDALUS (เดดาลัส) โรงเรียนอัสสัมชัญ ทำคะแนนรวม 93.0778 คะแนน จาก 100.0000 คะแนน ซึ่งเป็นทีมระดับมัธยมศึกษา ทีมเดียว ในการแข่งขัน ท่ามกลางทีมจากมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำจากนานาประเทศ

สมาชิกในทีม DAEDALUS (เดดาลัส) ประกอบด้วย

1. นายพรรวินท์  ชินอมรพงษ์ ม.5
2. นายวัชรพงศ์  กีรัตยาภรณ์ ม.5
3. นายตีรณ์ญาณ บุญธกานนท์ ม.6
4. นายเตชิต  หมั่นสกุล ม.6
5. นายธนกร  หันทะนันท์ ม.6
6. นายวัชระวิชญ เล็กสุวรรณกุล ม.6
7. นายรภัสกร  ลีลารุจาวาณิช ม.6
8. นายนพรุจ  อึ้งพิพัฒนพงศ์ ม.6
9. นายวริทธิ์นันท์ คล้ายสุวรรณ ม.6
10. นายภสิน  ถาวรวิริยกุล ม.6
11. นายกฤษฎิ์  เรืองฤทธิ์ ม.6

คุณครูที่ปรึกษาทีม

– มาสเตอร์พชร  ภูมิประเทศ
– มาสเตอร์ณัฐกิตติ์ ขวัญกิจพิศาล
– นายวิวรรษธร  ฐิตสิริวิทย์ (ศิษย์เก่า)
 

นายตีรณ์ญาณ  บุญธกานนท์ และ นายรภัสกร ลีลารุจาวาณิช ตัวแทน ทีม DAEDALUS (เดดาลัส) ได้เล่าถึงประสบการณ์จากการแข่งขันที่ผ่านมา แรงบันดาลใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม DAEDALUS (เดดาลัส) พร้อมทั้งนำสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ ภายในศูนย์การเรียนรู้ วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมเทคโนโลยีการบินและอวกาศ และเทคโนโลยีขั้นสูง [DREAM MAKER SPACE] ซึ่งเป็นเบื้องหลังการทำงานก่อนจะได้รางวัลแชมป์โลกกลับมาประเทศไทย โดยเริ่มจาก

– ห้อง AC AVIATION TRANING CENTER คือ ห้องจำลองการบินผ่านเครื่อง Simulator เรื่องอากาศยาน ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียน ระดับชั้น ม.ต้น มาเรียนรู้เกี่ยวกับอากาศยาน การทำงานของโดรน เพื่อมาต่อยอดเรื่องเกี่ยวกับ การทำจรวด และ Cansat

– ห้อง AC 3D MODEL STUDIO เป็นห้องผลิตชิ้นส่วนของ Cansat และ จรวดจากเครื่อง Printing 3D ตามที่นักเรียนออกแบบและทดสอบ ซึ่งใช้ในการเรียนการสอน ในการผลิตงานออกแบบ 3 มิติด้วย

– ห้อง AC ELECTRONIC LABORATARY  เป็นห้องที่จำลองการทำ ระบบ ELECTRONIC ในการทำเขียนโปรแกรมการเก็บข้อมูลของการปล่อย Cansat ระหว่างการทำภารกิจ

– ห้อง AC MECHANICS LABORATORY เป็นห้องที่ทำระบบกลไกต่าง ๆ ในการดีดตัวของ Cansat ออกจากจรวด ก่อนนำไปทดสอบจริง

นายกฯสวมสายสะพายร่วมทีม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ชมกองทุน ป.ป.ช. เดินหน้าถูกทาง สร้างเด็กไทยไร้โกง

นายกฯสวมสายสะพายร่วมทีม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ชมกองทุน ป.ป.ช. เดินหน้าถูกทาง สร้างเด็กไทยไร้โกง

นายกฯสวมสายสะพายร่วมทีม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ชมกองทุน ป.ป.ช. เดินหน้าถูกทาง สร้างเด็กไทยไร้โกง

วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

นายกรัฐมนตรี สวนสายสะพายเข้าร่วมทีมยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ชมกองทุน ป.ป.ช.มาถูกทางร่วมสร้างเด็กไทยอนาคตชาติไร้ทุจริต

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบเป็นกรณีพิเศษ ต้อนรับคณะยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) นายกรัฐมนตรี โดยนายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการส่งทีมโรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์ เป็นผู้แทนยุวฑูต 10 โรงเรียน ได้รับโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและรับคำสอนดีดีจาก โดยนายกรัฐมนตรี ขอให้เด็กๆ ทุกคนระลึกความสำคัญความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นคุณธรรมพื้นฐานสำคัญ ทั้งเรื่องเรียนและการทำงาน  พร้อมอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการศึกษา และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศด้วย   

นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง และกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่เมตตาเปิดโอกาสเป็นพิเศษสำหรับยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ให้เข้าเยี่ยมคารวะ รับคำสอนดีดีจากนายกรัฐมนตรี และยังได้เป็นไกด์วีไอพี พาคณะยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบเยี่ยมชมจุดสำคัญๆ ของทำเนียบรัฐบาล โดยไฮไลท์สุดๆคือการที่นายกรัฐมนตรีได้สวมสายสะพายยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ร่วมกับเด็กๆ เพื่อถ่ายรูป ณ บันไดทำเนียบรัฐบาล จุดรับแขกบ้านแขกเมือง เพื่อแสดงการสนับสนุนโครงการยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบที่ กองทุน ป.ป.ช.ได้ให้การสนับสนุนเด็กๆ โดยเล็งเห็นจุดหมายเดียวกันคือเพื่อพัฒนาเด็กผู้เป็นอนาคตของชาติที่จะมาร่วมกันต้านทุจริต ให้ประเทศไทยในอนาคตเป็นประเทศที่ปลอดทุจริตอย่างแท้จริง”

นางสาวสุภานิชา ภูวงศ์ ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์ กล่าวว่า “หนูดีใจและตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเมตตาให้โอกาสพวกเราเด็กๆ โดยเฉพาะตอนท่านบอกจะร่วมใส่สายสะพายเป็นยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบกับพวกเราด้วย ดีใจมากๆค่ะ ที่ผู้ใหญ่ระดับประเทศเห็นความสำคัญและสนใจสิ่งที่พวกเรากำลังทำเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริต หวังว่าประเทศของเราจะปลอดการทุจริตในอนาคตนะคะ อย่างน้อยพวกหนูที่เป็นยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ จะไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและจะเป็นสื่อที่ส่งความรู้นี้ไปถึงเพื่อนๆ ทั่วประเทศต่อๆไปจนโตเลยค่ะ”

นายเบญจพล เพียรธรรม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์ กล่าวว่า “ การได้มาร่วมโครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ทำให้ความคิดพวกเราเปลี่ยนเยอะมาก เพราะได้เห็นโทษของการทุจริตและแนวทางการแก้ไขป้องกันในรุ่นของพวกเรา ผมได้เรียนรู้ว่าการทุจริตใกล้ตัวเรากว่าที่คิด เมื่อก่อนดูข่าวทุจริต เสียหายเป็นหมื่นๆ ล้าน ผมคิดว่าไกลตัวเรา แต่เมื่อผมเข้าร่วมโครงการนี้เลยรู้ว่าใกล้ตัวเรามาก และเราเองก็สามารถที่จะร่วมต้านทุจริต เป็นกระบอกเสียง เป็นต้นแบบเพื่อส่งต่อได้ครับ”

โครงการยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) เปิดตัว 500 ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ จาก 10 สถาบันการศึกษาต้นแบบ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักรู้ถึงโทษภัยและผลกระทบของการทุจริตคอรัปชัน พร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อสร้างสรรค์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตในสังคม มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพื่อสร้างยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ทั้งด้านเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ควบคู่กับการฝึกทักษะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อในรูปแบบที่ทันสมัย สื่อสารเข้าใจง่ายเพื่อเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

ตลอดการดำเนินโครงการ เยาวชนจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นักสื่อสาร และ

ครีเอเตอร์ อินฟูเอนเซอร์ ที่ประสบความสำเร็จในสายงานของตน เพื่อเสริมสร้างทั้งความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตและทักษะการสื่อสารสมัยใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล  โดนรวบรวมวิทยากรระดับมืออาชีพมาให้ความรู้กับเด็กๆ ในโครงการ เช่น ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดง ครูสอนการแสดง ผู้กำกับการแสดง , ครูพี่วี รัชพล สุวรรณโชติ ประสบการณ์สอนผลิตสื่อเด็กมากกว่า 30 ปี เจ้าของรางวัลสื่อเด็กชนะเลิศอันดับ 1 ของโลก (International Emmy Awards) ณ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รางวัลเกียรติยศสูงสุดของวงการโทรทัศน์โลก เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ของฝั่งภาพยนตร์ , ครูเป๊ป เขมิกา สุขประสงค์ดี อินฟลูเอนเซอร์คนดังมีผู้ติดตามกว่า 2.9 ล้าน และยอดรับชมกว่า 1,000 ล้านวิว นักแสดงผู้มีประสบการณ์ทั้งในวงการบันเทิงและสื่อดิจิทัล, ครูลูกตาล ชลธิชาศ์ (ลูกตาล อาร์สยาม) นักร้อง นักแสดง ดีเจ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ผู้มีประสบการณ์ด้านสื่อบันเทิงและสื่อดิจิทัล , ครูพอร์ช พงษกร นักแสดง พิธีกร ผู้ประกาศข่าว ถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการสื่อสารต่อหน้าสาธารณชน การเป็นพิธีกร ,ครูอีฟ อรวรรณ นักร้องค่ายรถไฟดนตรี พิธีกร และนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ,คุณปริญญ์ ตันประดิษฐ์ จากช่อง  Prinmill ครีเอเตอร์และ TikToker ชื่อดัง ผู้สร้างกระแสความฮิตด้วยคอนเทนต์ ,ครูพลับบี้ จากช่อง Plubby.27(ผู้ติดตาม 3.6 แสนคน) TikToker และคอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่

นอกจากการเรียนรู้ในห้องอบรมแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนของการผลิตสื่อ ตั้งแต่การคิดประเด็น การวางแผนเนื้อหา การสัมภาษณ์ การเป็นพิธีกร การถ่ายทำ และการนำเสนอ โดยมีทีมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เปรียบเสมือนการทำงานจริงในสายวิชาชีพสื่อสารมวลชนและสื่อดิจิทัล ภายหลังการอบรม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ จะร่วมกันผลิตผลงานสื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริต โดยเตรียมลงพื้นที่สัมภาษณ์บุคคลสำคัญและบุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา เพื่อนำข้อมูลและมุมมองที่ได้รับมาสร้างสรรค์เป็นคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมต่อไป ผลงานการผลิตสื่อของยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ จะเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ได้มีโอกาสสื่อสารแนวคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตจากเด็กสู่เด็ก ผู้ปกครอง และไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง พร้อมสร้างการรับรู้และปลูกฝังค่านิยมการไม่ยอมรับการทุจริตให้แก่สังคมไทย

นอกจากนี้ โครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ กองทุน ป.ป.ช.ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเด็กเยาวชน ในฐานะ “ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่สามารถเป็นผู้ผลิตสื่อและผู้ส่งต่อแนวคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตสู่สังคมได้ ผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย น่าสนใจ และสามารถกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในชีวิตประจำวัน ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วม แต่คือการสร้าง

“ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ” ที่สามารถใช้ทักษะการสื่อสารและพลังของสื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคม สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อแนวคิดความซื่อสัตย์สุจริตสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน

โดย 10 สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ที่กองทุน ป.ป.ช.ได้สนับสนุน ได้แก่

1.โรงเรียนสิริรัตนาธร

2.โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา

3.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศสมุทรปราการ

4.โรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์

5.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ​ ปทุมธานี

6.โรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

7.โรงเรียนอัสสัมชัญ

8.โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์

9.โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

10.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์