สพฐ.แจ้งระเบียบจัดซื้อหนังสือเน้นย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้ นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783896

สพฐ.แจ้งระเบียบจัดซื้อหนังสือเน้นย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้ นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรียน

สพฐ.แจ้งระเบียบจัดซื้อหนังสือเน้นย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้ นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรียน

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.38 น.

สพฐ.แจ้งระเบียบจัดซื้อหนังสือเน้นย้ำโปร่งใส ตรวจสอบได้ นักเรียนทุกคนมีหนังสือเรียน

30 มกราคม 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีระเบียบในการจัดซื้อหนังสือแบบเรียน แจกนักเรียนทุกคนในระดับชั้นของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ได้รับหนังสือเรียนใหม่ทุกกลุ่มสาระ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้และจุดเริ่มต้นของการได้รับความรู้ ต่อยอดไปสู่ปัญญา รากฐานของการนำไปใช้ และบรรลุเป้าหมายตามหลักสูตรชาตินั้น

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เยาวชนไทยได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม การจัดสรรงบประมาณค่าหนังสือเรียน ใช้สำหรับเป็นค่าหนังสือเสริมประสบการณ์สำหรับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา ค่าหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น และแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อจัดสรรให้นักเรียนมีหนังสือใช้เรียนครบทุกคน โดยระดับก่อนประถมศึกษา เป็นหนังสือเสริมประสบการณ์ระดับชั้นอนุบาลที่สอดคล้องตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 ส่วนระดับประถมศึกษา เป็นหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และแบบฝึกหัดในรายวิชาพื้นฐาน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มี เพื่อเสริมทักษะที่จำเป็นแก่นักเรียนเฉพาะระดับประถมศึกษาเท่านั้น ได้แก่ 1) ภาษาไทย 2) คณิตศาสตร์ และ 3) ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และระดับมัธยมศึกษา เป็นหนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางฯ พ.ศ.2551

สำหรับการพิจารณาคัดเลือกหนังสือเรียนและแบบฝึกหัด ให้พิจารณาจากความสอดคล้องของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและหลักสูตรสถานศึกษา ปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมกระบวนการคิด คุณธรรม จริยธรรม รักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยให้ดำเนินการจัดซื้อเพื่อใช้สำหรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 และสำหรับหนังสือเรียนและแบบฝึกหัดรายวิชาพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางฯ พ.ศ. 2551 ให้ครูผู้สอนเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกหนังสือตามเหตุผลเชิงคุณค่าทางวิชาการ เสนอคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย (ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน และผู้แทนนักเรียน) และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยพิจารณาคัดเลือกจากหนังสือที่มีเนื้อหาสาระยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียน โดยปกติให้เลือกจากบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา รายการที่อยู่ในบัญชีที่ 1 จากเว็บไซต์ฐานข้อมูลบัญชีกำหนดสื่อการเรียนรู้สำหรับเลือกใช้ในสถานศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางฯ ตามที่อยู่เว็บไซต์ http://academic.obec.go.th/textbook/web/ หรือเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ตามที่อยู่เว็บไซต์ http://academic.obec.go.th 

ในส่วนของวิธีการจัดซื้อนั้น ให้สถานศึกษาดำเนินการจัดซื้อโดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (หนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร 0704/ว 37 ลงวันที่ 6 มกราคม 2559 เรื่อง แนวทางการพิจารณาสิ่งของที่จัดเป็นวัสดุและครุภัณฑ์ตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ) และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยให้คำนึงถึงคุณภาพที่เหมาะสมกับราคา และให้ต่อรองราคาจากผู้ขายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กรณีหนังสือเรียนที่คัดเลือกมีความจำเป็นต้องระบุชื่อสำนักพิมพ์และชื่อผู้แต่งเป็นการเฉพาะ ให้ดำเนินการโดยเปิดเผย โปร่งใส และเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม โดยให้จัดทำหนังสือแจ้งให้ผู้มีอาชีพ ร้านค้า สำนักพิมพ์ เข้าแข่งขันราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อมีผู้เสนอราคาต่ำสุดแล้ว หากเห็นว่าราคายังไม่เหมาะสมให้ทำการต่อรองราคาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

“สพฐ. ได้เน้นย้ำในเรื่องการจัดซื้อที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่เรายึดถือมาตลอด เพื่อให้การจัดซื้อหนังสือเรียนเป็นประโยชน์กับสถานศึกษาและนักเรียนมากที่สุด ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการจัดซื้อเสร็จสิ้นแล้ว ให้สถานศึกษาแจกหนังสือเรียนที่จัดซื้อให้แก่นักเรียนทุกคน โดยไม่เรียกเก็บคืนและสร้างวินัยให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ ตระหนักถึงการใช้หนังสือให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

อว.สั่งอธิการบดี‘อุเทนถวาย’หยุดรับนักศึกษาปี 1 เร่งแผนย้ายสถานที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783882

อว.สั่งอธิการบดี‘อุเทนถวาย’หยุดรับนักศึกษาปี 1 เร่งแผนย้ายสถานที่

อว.สั่งอธิการบดี‘อุเทนถวาย’หยุดรับนักศึกษาปี 1 เร่งแผนย้ายสถานที่

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 12.45 น.

‘ศุภมาส’สั่ง‘อธิการบดีอุเทนถวาย’ห้ามรับเด็กปี 1 ปีการศึกษา67 เหตุต้องเร่งย้ายสถานที่เรียนไปวิทยาเขตอื่นตามคำสั่งศาลปกครอง รับแผนล่าช้า แต่กำชับให้ทำเร็วที่สุดแล้วเสร็จในรัฐบาลนี้

30 มกราคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัย นักเรียนและนักศึกษาจากเหตุการณ์ปะทะกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย จนทำให้โรงเรียนรอบข้าง ต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และมีการพูดคุยกับ อว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด ซึ่งทางอุเทนถวายต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ต้องย้ายไปวิทยาเขตอื่น เพื่อลดความรุนแรงในการปะทะกัน และทางตำรวจก็จะเป็นเจ้าภาพในการนัดคุยกับทุกหน่วยงาน

เมื่อถามว่า ศิษย์เก่าได้มีการพูดคุยกับทางกระทรวงอว.หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า มีการพูดคุยกันตลอด ซึ่งศิษย์เก่าก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ออกมา เพียงแต่คิดว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่านย้ายโรงเรียน ไม่สามารถทำเพียงช่วงข้ามคืนได้ แต่ยอมรับ ว่าแผนตอนนี้อาจจะล่าช้า ต้องไปเร่งให้ทำเร็วขึ้น เพราะนักศึกษาไม่ได้มีเยอะ ไม่ได้ยากมากที่จะเร่งแผนในการย้ายได้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทุกคนต้องตระหนักว่า เป็นเรื่องที่จะลุกลามใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการรับเด็กใหม่ มีการรับน้องก็อาจจะทำให้มีปัญหาขึ้นมาอีก เพราะฉะนั้น ทุกคนยินดีที่จะให้ความร่วมมือ และทางตำรวจก็ให้ความช่วยเหลือเต็มที่ในการป้องกันเหตุ ทางสถาบัน และทุกคนก็มีความเป็นห่วงชีวิตนักเรียน จึงเชื่อว่า อะไรที่ติดขัด ทุกคนก็จะช่วยกันแก้ออก และการใช้ความรุนแรงไม่ได้เกิดประโยชน์ ต้องใช้ความนุ่มนวลไม่ให้เกิดการปะทะกัน

ส่วนที่กรณีศิษย์เก่ามีการปลุกระดมไม่ให้มีการย้ายสถานที่เรียน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ก็เป็นข่าว แต่ศิษย์เก่าที่มาร่วมเป็นคณะกรรมการ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกอย่างต้องมีช่วงเวลาขนย้ายและเปลี่ยนผ่าน เตรียมตัวไปที่ใหม่ และสถานที่ใหม่ก็ต้องมีมาตรการรองรับ ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะวันสถาปนาสถาบันอุเทนถวาย ต้องดูแลเป็นพิเศษ

“สำหรับกรอบเวลาในการย้ายอุเทนถวาย ก็ต้องทำให้เร็วที่สุด และขณะนี้ได้มีคำสั่งไปยังอธิการบดีอุเทนถวายขอให้งดรับเด็กปี 1 ในปีการศึกษา 2567 เพื่อลดปริมาณนักศึกษา มิเช่นนั้นจะแก้ปัญหาไม่ได้ โดยได้มีการแจ้งทางอธิการบดีไปแล้วว่าให้งดรับนักศึกษาปี 1 ในปีนี้ รวมทั้งต้องมาพิจารณาดูกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณที่ส่งไปถึงอุเทนถวาย ว่าถูกระเบียบหรือไม่ ถ้ามีคำสั่งศาลออกมาแบบนี้แล้ว” น.ส.ศุภมาส กล่าว

เมื่อถามว่าตรงนี้ถือเป็นข้อเสนอของทางอว. ใช่หรือไม่ที่ให้งดรับนักศึกษาปี 1 น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ถือเป็นคำสั่งของรัฐมนตรีที่แจ้งไปถึงอธิการบดีแล้ว ซึ่งรอดูอยู่ว่า อธิการบดีจะปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเรื่องนี้และให้คณะกรรมการทุกคน จัดการเรื่องนี้ไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก โดยดำเนินการให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้ ทั้งที่เชื่อว่าหากไม่มีการรับนักศึกษา ปี 1 ใหม่ ก็จะทำให้การย้ายสถานศึกษาไปวิทยาเขตอื่นง่ายขึ้น

มูลนิธิเฮอริเทจ ร่วม ม.สงขลานครินทร์ บริการทันตกรรมนักเรียน อำเภอสทิงพระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783744

มูลนิธิเฮอริเทจ ร่วม ม.สงขลานครินทร์  บริการทันตกรรมนักเรียน อำเภอสทิงพระ

มูลนิธิเฮอริเทจ ร่วม ม.สงขลานครินทร์ บริการทันตกรรมนักเรียน อำเภอสทิงพระ

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 5 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, ผศ.ทพญ.เสมอจิต พิธพรชัยกุล หัวหน้าฝ่ายทันตสาธารณสุขชนบทภาคใต้, ผศ.ทพญ.มะลิ นิยมบัณฑิต อาจารย์ประจำคณะทันตแพทย์ม.สงขลานครินทร์ พร้อมด้วยทพญ.วิโรชา เพียรเจริญ สาธารณสุขจังหวัดสงขลา และ นางสาวอรกัญญาแก้วปลอด ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคูขุด (เพื่อมประชานุกูล) ร่วมให้บริการทันตกรรมเด็กที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา

การบริการครั้งนี้ ครอบคลุมการตรวจรักษาโรคในช่องปาก อาทิ เคลือบหลุมร่องฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน ฯลฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้แก่เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี จากโรงเรียนวัดคูขุด (เพื่อมประชานุกูล), โรงเรียนวัดศรีไชย และ โรงเรียนวัดธรรมประดิษฐ์ รวมทั้งสิ้น 151 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดคูขุด (เพื่อมประชานุกูล) ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

KFC – กสศ. จัดกิจกรรมเตรียมพร้อม เด็กๆจากสถานพินิจฯเข้าสู่ระบบการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783745

KFC - กสศ. จัดกิจกรรมเตรียมพร้อม เด็กๆจากสถานพินิจฯเข้าสู่ระบบการศึกษา

KFC – กสศ. จัดกิจกรรมเตรียมพร้อม เด็กๆจากสถานพินิจฯเข้าสู่ระบบการศึกษา

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โครงการ Bucket Search โดย KFC ประเทศไทย และโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ของ กสศ. ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมผ่านโครงการ Bucket Search ให้เด็กจำนวน 130 คน จากกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาร่วมกิจกรรมในงาน “บักเกตเสิร์จคลับคลับของเด็กนอกกรอบ” เพื่อเตรียมพร้อมและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ เพื่อที่จะได้ค้นหาความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ของตัวเอง และสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ เพื่อเตรียมเด็กๆ ให้พร้อมทั้งในด้านร่างกายและจิตใจเพื่อพัฒนาให้ได้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ของ กสศ. ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำมีเป้าหมาย Thailand Zero Dropout คือทำให้เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” และเปิดประตูสู่อาชีพที่ดีในอนาคต และโครงการ KFC Bucket Search มีจุดมุ่งหมายมอบโอกาสทางการศึกษาส่งเสริมในทุกด้านทั้งทักษะชีวิต ทักษะวิชาการ และทักษะการประกอบอาชีพ เพื่อนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วยความเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนล้วนแต่มีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด และความสามารถที่หลากหลาย ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า KFC ประเทศไทยและ กสศ. ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือยุติการหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย เพื่อช่วยลดปัญหาในด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง

OKMD ส่งมอบพื้นที่เรียนสร้างสรรค์ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783748

OKMD ส่งมอบพื้นที่เรียนสร้างสรรค์  โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์)

OKMD ส่งมอบพื้นที่เรียนสร้างสรรค์ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์)

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้หรือ OKMD ส่งมอบพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ OKMD PLAYGROUND โดยมี ว่าที่ร้อยตรี เทพประทาน ช่างสาน ผู้อำนวยการโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นผู้รับมอบ พร้อมสักขีพยาน อาทิ นายกษิดิ์เดช พรมทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดสุนทรสถิต) ในพระราชูปถัมภ์ฯ ดร.อภิชาติ ประเสริฐรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ นางอารีย์รัชต์ชวกาญจนกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ คณาจารย์ และนักเรียน นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมให้ความรู้ด้านดิจิทัล Robot Play Day เรียนรู้การทำ coding โดยใช้หุ่นยนต์เป็นสื่อ ณ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD กล่าวว่า พื้นที่สร้างสรรค์เป็นพื้นที่ ที่เปิดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย ส่งเสริมจินตนาการให้เกิดการเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบ และกิจกรรมพิเศษที่นำมาเสริมวันนี้เรียกว่า Robot Play Day สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 เรียนรู้การทำ coding โดยใช้หุ่นยนต์เป็นสื่อ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ ปูพื้นฐานสู่การใช้ดิจิทัลในอนาคต OKMD ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน การสร้างพัฒนาการเด็ก โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ควรมีการเฝ้าดูพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน ได้รับการช่วยเหลือ เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัย

ว่าที่ร้อยตรี เทพประทานช่างสาน ผู้อำนวยการโรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า OKMD PLAYGROUND ส่งเสริมให้เด็กมีพื้นที่เล่นในโรงเรียนที่มีพื้นที่จำกัด มีทักษะและพัฒนาการดีขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อ ความคิดวิเคราะห์ ท้าทายให้กล้าที่จะเล่นและแสดงออก
มีทักษะการแก้ปัญหา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เด็กๆ ใช้เวลากับเครื่องเล่นมากขึ้นโดยเฉพาะก่อนเวลากลับบ้าน โดยพื้นที่สร้างสรรค์นี้จะคงอยู่เป็นประโยชน์ต่อไปในระยะยาว

ม.ศรีปทุมจัดเสวนาเทคนิคพิชิตทุน และทำเค้าโครงงานวิจัยด้านกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783746

ม.ศรีปทุมจัดเสวนาเทคนิคพิชิตทุน  และทำเค้าโครงงานวิจัยด้านกฎหมาย

ม.ศรีปทุมจัดเสวนาเทคนิคพิชิตทุน และทำเค้าโครงงานวิจัยด้านกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดกิจกรรมทางวิชาการส่งเสริมความรู้ LAW FORUM 54 ปี ศรีปทุม ด้วยการเปิดเวทีเสวนาโครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาระดับปริญญาโททางด้านกฎหมาย ที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมาย ครั้งที่ 1 โดยมี อาจารย์กุศล สังขนันท์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านกฎหมายและด้านบริการวิชาการ เป็นประธานเปิดการเสวนา หัวข้อ “เทคนิคพิชิตทุนการศึกษาและพัฒนาเค้าโครงงานวิจัย” ซึ่งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก อาทิ ร้อยโท ดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคะ รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และนายอัษฎางค์ เชี่ยวธาดา อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานบังคับคดี พร้อมด้วยวิทยากรภายในร่วมพูดคุย

การเสวนาครั้งนี้ได้ให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการขอทุนและการจัดทำเค้าโครงงานวิจัย แก่นักศึกษาปริญญาโททางด้านกฎหมายที่ศึกษาต่อปริญญาเอกและบุคคลทั่วไปได้รับฟัง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำวิจัยต่อไป ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เมื่อวันก่อน

สกสว.ขนส่งผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นฯครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783749

สกสว.ขนส่งผลิตภัณฑ์โครงการหลวง  ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นฯครั้งแรก

สกสว.ขนส่งผลิตภัณฑ์โครงการหลวง ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นฯครั้งแรก

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถไฟขนส่งผลิตผลโครงการหลวงสู่ภาคใต้ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นแบบเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง รอบปฐมฤกษ์ ณ สถานีรถไฟลำพูน จังหวัดลำพูน

พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหาร มูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เริ่มต้นจากการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีเพาะปลูก การส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่สูงให้ปลูกพืชที่เน้นความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการกระจายสินค้าที่ดีด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้ผลิตผลของเกษตรกรจากพื้นที่สูงยังคงคุณภาพที่ดีจนถึงมือผู้บริโภคและมีต้นทุนที่เหมาะสมสามารถแข่งขันได้ จึงเกิดเป็นความร่วมมือในการจัดทำโครงการพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อช่วยสนับสนุนให้การรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรกรได้นานขึ้น และเหมาะสมกับการใช้งาน สำหรับการทดสอบขนส่งสินค้าเกษตรของโครงการหลวงจากภาคเหนือสู่ภาคใต้ ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญและเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการต่อยอดและพัฒนาเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่สินค้า เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า รูปแบบการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของไทยด้วยระบบราง ภายใต้การประสานงาน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนให้กว้างขวางขึ้น และหากมีการขยายผลให้มากขึ้นก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแลกเปลี่ยน

รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูลผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นแบบเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูงฯ เป็นโครงการที่ สกสว. มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อภาคเกษตร เพื่อช่วยยืดอายุผลิตผล ลดการใช้พลังงาน ลดการเกิดของเสียจากการจัดเก็บและขนส่งผลิตผล และรองรับการขนส่งทางราง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งลง ลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง และการปล่อยมลพิษ ตามโมเดลเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หรือ Circular Economy

“โครงการพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นแบบเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง สำหรับการจัดการโลจิสติกส์โซ่ความเย็นของผลิตผลทางการเกษตรตามเศรษฐกิจหมุนเวียน” ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (หรือ ร.ฟ.ท.) มูลนิธิโครงการหลวง ศูนย์วิจัยนวัตกรรมโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (หรือ สทร.) บริษัท พงศ์เทพ รุ่งเรือง เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท เคซี เทรน ทรานสปอร์ต จำกัด และบริษัท ไทยเรล โลจิสติกส์ จำกัด ในการพัฒนายกระดับระบบขนส่ง
โลจิสติกส์ผลิตผลทางการเกษตรโครงการหลวงให้มีประสิทธิภาพ ผ่านขบวนรถไฟตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นแบบเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งผลการดำเนินงานของโครงการฯ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่หลายภาคส่วน อาทิ การต่อยอดเทคโนโลยีห้องเย็น ให้มีความเหมาะสมกับระบบการขนส่งทางรางได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นก้าวใหม่ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งสินค้าเกษตรของไทยด้วยต้นทุนที่ลดลงรวมถึงสร้างโอกาสในการกระจายสินค้าให้แก่เกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรของประเทศอีกด้วย” รศ.ดร.ปัทมาวดี กล่าวทิ้งท้าย

CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783743

CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย  ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

CMG -กองทัพบก และภาคีเครือข่าย ร่วมส่งของขวัญให้เด็กจว.ชายแดนภาคใต้

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โดย ปิยนุช จิตสง่าเลิศ – Head of Lee, Guess Apparel, Bag & Jockey for HER บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) พร้อมด้วยสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล และกองทัพบกพร้อมด้วยภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรมคัดแยกของขวัญ เพื่อส่งมอบไปยังเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ผ่านโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ปีที่ 14” ภายใต้แนวคิด “From the Hearts to the Smiles – ของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของทุกคน” ที่ริเริ่มโดยกลุ่มเซ็นทรัลและกองทัพบก ณ ศูนย์กระจายสินค้าบางนา

ในปีนี้ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป ได้ร่วมบริจาคผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าและเดนิมส์คุณภาพดีจากแบรนด์ Lee และ Lee Kids เป็นจำนวนกว่า 300 ชิ้น มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 585,000 บาท โดยของขวัญดังกล่าวได้กระจายไปส่งมอบยังจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783742

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

ม.สวนดุสิต มอบปฏิทินเก่าทำอักษรเบรลล์

วันอังคาร ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมคณะ ร่วมมอบปฏิทินเก่าแบบตั้งโต๊ะให้กับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โดยมี วราภรณ์ นาคประสิทธิ์ เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดอาวุโส สำนักงานเขตดุสิต เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งต่อให้มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำไปผลิตเป็นสื่อการเรียนการสอนอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตาต่อไป

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/783767

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

เรียก ผจก.กยศ.แก้ข้อกล่าวหา ปมนศ.เมืองคอน ร้องถูกระงับกู้ยืมรายเก่า

วันจันทร์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2567, 17.54 น.

29 ม.ค.67 จากกรณีที่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ ผจก.กยศ. ได้ดำเนินการเร่งอนุมัติเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาทั่วประเทศโดยด่วน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่นักศึกษาและผู้ปกครองนั้น

เมื่อเวลา11.00น. เมื่อวันที่ 29 ม.ค.67 ที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราช น.ส.เพียงใจ (นามสกุลสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารศาสตร์ สาขาการจัดการ พร้อมเพื่อนนักศึกษารวม 4 คน เป็นตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนานครศรีธรรมราช นำเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ.ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช หลังได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จากการที่ ผจก.กยศ.ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมเรียนให้กับเองกับพวก ซึ่งเป็นผู้กู้รายเก่า ตัวแทนนักศึกษาจึงยื่นฟ้อง ผจก. กยศ.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และไม่เป็นไปตาม พรบ.กองทุนกู้ยืมฯ ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมนักศึกษารายเก่า ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

น.ส.เพียงใจ กล่าวว่า ขณะนี้ตนเป็นหนี้ กยศ.ในระบบกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาระหว่างนักศึกษาผู้กู้ยืมกับกองทุน กยศ.ผู้ให้กู้ยืม จำนวนทั้งสิ้น 114,250 บาท แต่ว่าตามข้อเท็จจริงแล้ว ตนยังไม่ได้รับค่าเล่าเรียนครบตามจำนวนที่เป็นหนี้ในระบบแจ้งเตือนของ กยศ.แต่อย่างใด ซึ่งตนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 แต่ไม่มีเงินมาจ่ายค่าเทอม ทำให้ตนเสียประโยชน์และสิทธิการเรียน การกู้ยืมเงินดังกล่าวก็เป็นการกระทำ เพื่ออนาคตของตนและพวก ซึ่งในการกู้ยืมเงินครั้งนี้ตนได้กู้ยืมเงิน กยศ.มาตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

ต่อมาเมื่อทำเรื่องยื่นกู้ยืมในระบบกองทุนเงิน เพื่อให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาระหว่างนักศึกษาผู้กู้ยืมกับกองทุน กยศ.ผู้ให้กู้ยืม ในภาคเรียนที่ 2/2565 และภาคเรียนที่ 1/2566 แต่ไม่มียอดเงินค่าเทอมเข้า ทั้งที่ตนได้ส่งแบบยืนยันเรียบร้อยและตนก็สามารถยื่นใบเบิกเงินเงินกู้ยืมในระบบได้

น.ส.เพียงใจ ยังกล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ตนมีความหวั่นใจเกี่ยวกับการได้สิทธิหรือการกู้ยืม เพราะตนได้จ่ายเงินค่าเทอมก่อนไปแล้วในเทอมที่ 2/2565และ 1/2566 ที่ดำเนินการไปแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับเงินกู้ยืมจาก กยศ. เต็มจำนวนที่ขอกู้ยืมไป วันนี้ตนและเพื่อนมายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความเมตตาต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้โปรดเมตตาสั่งให้ ผจก.กยศ.ดำเนินการให้เป็นตาม พ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา และขอให้ศาลปกครองได้โปรดพิจารณาว่า การกระทำของ ผจก.กยศ.ที่ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมให้ตนกับเพื่อนนั้น เป็นการเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไร ขอให้ศาลปกครองได้ โปรดให้ความเมตตาตนกับพวกด้วย

ต่อมา เวลา 13.00 น. ศาลปกครองนครศรีธรรมราช รับฟ้องที่ได้ยื่นฟ้อง ผจก.กยศ.ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมฯ ไม่อนุมัติเงินกู้ยืมนักศึกษารายเก่า และไม่ทำตามคำสั่ง รมช.คลัง ทำให้นักศึกษาได้รับความเดือดร้อน ซึ่งศาลปกครองจะได้แจ้งให้ ผจก.กยศ. มาแก้ข้อกล่าวหาโดยด่วนต่อไป