‘อธิบดีโยธาฯ’กำชับทุกจังหวัด เข้มตรวจสอบเครื่องเล่นในงานเทศกาล สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781809

‘อธิบดีโยธาฯ’กำชับทุกจังหวัด เข้มตรวจสอบเครื่องเล่นในงานเทศกาล สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ

‘อธิบดีโยธาฯ’กำชับทุกจังหวัด เข้มตรวจสอบเครื่องเล่นในงานเทศกาล สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ

วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.06 น.

‘อธิบดีโยธาฯ’ กำชับทุกจังหวัดเข้มตรวจสอบเครื่องเล่นในงานเทศกาลประจำจังหวัดทั่วไทย ป้องเกิดอุบัติเหตุทำสูญเสีย สร้างความมั่นใจผู้ใช้บริการ-กระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ

19 ม.ค.2567 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมโยธาฯได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมเครื่องเล่น พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเพื่อควบคุมเครื่องเล่นในสวนสนุกต่างๆ ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้ โดย 1.มีระบบความปลอดภัยของเครื่องเล่นตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการติดตั้งเครื่องเล่นของผู้ผลิตเครื่องเล่น 2.มีป้ายบอกวิธีหรือข้อความแสดงชื่อควบคุมเครื่องเล่นในบริเวณที่ผู้เล่นเครื่องเล่นเห็นได้ชัด 3.มีป้ายบอกวิธีใช้หรือคำแนะนำในการใช้หรือข้อห้ามหรือเครื่องหมายเตือนในบริเวณที่พวกเครื่องเล่นเห็นได้ชัด 4.มีราวหรือรั้วกั้นเพื่อมิให้ผู้ที่จะเข้าใช้เครื่องเล่นหรือบุคคลในบริเวณนั้นได้รับอันตรายในขณะที่เครื่องเล่นกำลังทำงานอยู่ 5. มีป้ายระบุจำนวนคนที่สามารถใช้เครื่องเล่นในแต่ละครั้งในบริเวณที่ผู้เล่นเห็นได้ชัด 6. มีเส้นทางหนีไฟกว้างไม่น้อยกว่า 0.90 เมตรและมีระบบไฟฟ้าแสงสว่างสำรองฉุกเฉินตลอดเส้นทางหนีไฟ 7. มีระบบความปลอดภัยทางไฟฟ้าในการป้องกันกระแสเกินการป้องกันกระแสรั่วลงดินสำหรับบุคคล การต่อลงดินรวมถึงการเลือกชนิดและขนาดของสายไฟฟ้าและการเดินสายไฟต้องเป็นสายหุ้มฉนวน 8. เขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของเครื่องเล่นที่อยู่ภายนอกอาคารต้องมีความกว้างของทางเข้าออกที่เชื่อมกับถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 6 เมตร และมีระยะห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร  

“เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาพบว่ามีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ความเสียหายเกิดขึ้นกับเครื่องเล่นในสวนสนุกที่มีการเปิดใช้และขาดการตรวจสอบ ดูแลบำรุงรักษารวมถึงการติดตั้งที่ไม่มีความมั่นคงแข็งแรงเพียงพอ ผมจึงได้สั่งการให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดทั่วประเทศตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเครื่องเล่นอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการโดยได้เน้นย้ำในการดูแลการควบคุมเครื่องเล่น พร้อมทั้งให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก” อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าว
 
นายพงศ์รัตน์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ งานเทศกาลประจำจังหวัด เป็นกิจกรรมที่มีนักท่องเที่ยวร่วมสนุกกับเครื่องเล่นภายในงานเป็นจำนวนมาก การตรวจสอบประสิทธิภาพและและความปลอดภัยของเครื่องเล่น จึงเป็นเรื่องที่กรมฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ทุกท่านมีความมั่นใจในการใช้บริการเครื่องเล่น และมีความสุข สนุกสนาน กับงานเทศกาลได้อย่างไร้ความกังวล และร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

‘หมอยง’ไขข้อข้องใจ ‘วัคซีนโควิด’ ทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781711

'หมอยง'ไขข้อข้องใจ 'วัคซีนโควิด' ทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสีย

‘หมอยง’ไขข้อข้องใจ ‘วัคซีนโควิด’ ทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสีย

วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.25 น.

วันที่ 19 มกราคม 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด 19 วัคซีนโควิด 19 ที่มีการกล่าวถึงกันมาก

วัคซีนทุกชนิดมีจุดมุ่งหมายในการป้องกันโรค ไม่ว่าจะเป็นป้องกันการติดเชื้อ ความรุนแรงของโรค รวมทั้งการเสียชีวิต

วัคซีนทุกชนิด ไม่ว่าวัคซีนที่ใช้ในเด็ก จะมีทั้งประโยชน์อย่างมาก และข้อเสียคืออาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ แต่โดยทั่วไปแล้วอาการข้างเคียงจะพบน้อยมากๆ เช่นวัคซีนโปลิโออย่างกิน สามารถป้องกันโปลิโอได้ แต่ก็สามารถทำให้เกิดโรคโปลิโอได้เช่นกัน แต่โอกาสที่จะเกิดโรคโปลิโอจากวัคซีนอาจจะเป็นหนึ่งในล้านหรือหลายล้านโดส

ในทำนองเดียวกันวัคซีนโควิด 19 ที่ต้องนำมาใช้อย่างเร่งด่วน เพราะในปีแรกโควิด 19 มีอัตราการเสียชีวิต 3-5% ซึ่งสูงมากและลดลงในปีต่อต่อมาเหลือ 1% และจนในปัจจุบันน่าจะน้อยกว่า 0.1% ตามวิวัฒนาการของไวรัส และภูมิต้านทานของร่างกายที่เกิดขึ้นจากวัคซีนและการติดเชื้อทำให้โรคลดความรุนแรงลง

วัคซีนโควิด 19 เป็นที่ยอมรับกันว่ามีอาการข้างเคียง เช่น เป็นไข้ ปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เจ็บบริเวณที่ฉีด แต่มีน้อยมากมาก ที่จะทำให้เกิดความรุนแรงถึงเสียชีวิต วัคซีนได้มีการนำมาใช้หลายๆ พันล้านโดส แม้ในประเทศไทยก็มีการใช้มากกว่าร้อยล้านโดส ดังนั้นอาการข้างเคียงชนิดที่เกิดได้ 1 ในแสนหรือ 1 ในล้าน ก็จะพบได้เช่นเดียวกัน

การใช้วัคซีนโควิด 19 ก็เช่นเดียวกัน เราคำนึงถึงผลได้และผลเสีย ถ้าโรครุนแรง โอกาสลงปอดสูงมากและมีอัตราตายสูงมากกว่า 1% วัคซีนมีอาการข้างเคียงบ้าง แต่น้อยกว่าความรุนแรงของการเกิดโรคอย่างมาก

เมื่อโควิดผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีข้อมูลออกมาชัดเจนแล้วว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด 19 มีอัตราการเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

แต่เมื่อโรคโควิด 19 ลดความรุนแรงลงอย่างมาก เหลือเฉพาะความรุนแรงอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ความต้องการของวัคซีน ก็คงจะต้องเน้นไปยังกลุ่มเปราะบาง มากกว่าให้กับบุคคลทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรง และการให้วัคซีนก็ไม่ได้เป็นภาคบังคับ เป็นการให้ด้วยความสมัครใจ แต่หน้าที่ของเราคือจะให้ความรู้ทั้งหมดเพื่อไปประกอบการตัดสินใจ

ทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสีย แต่ถ้าผลดีมีเป็นจำนวนมากกว่าผลเสียอย่างมากๆ เราก็คงจะต้องยอม.

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fyong.poovorawan%2Fposts%2Fpfbid02XyDhZBpzWWF6Hhu4dNo7HoKPk2StXus6E632EXLzKrFVmE4zFqkybGKmodbNkVDl&show_text=true&width=500

ค้นพบวัตถุปริศนา! อาจเป็นดาว’นิวตรอน’ ขนาดใหญ่ที่สุดหรือหลุมดำขนาดเล็กที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781709

ค้นพบวัตถุปริศนา! อาจเป็นดาว'นิวตรอน' ขนาดใหญ่ที่สุดหรือหลุมดำขนาดเล็กที่สุด

ค้นพบวัตถุปริศนา! อาจเป็นดาว’นิวตรอน’ ขนาดใหญ่ที่สุดหรือหลุมดำขนาดเล็กที่สุด

วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567, 08.13 น.

วันที่ 19 มกราคม 2567 เพจเฟซบุ๊ก “NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ” ระบุว่า นักดาราศาสตร์ค้นพบวัตถุปริศนาที่อาจเป็นดาวนิวตรอนขนาดใหญ่ที่สุด หรือหลุมดำขนาดเล็กที่สุด

ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติ นำโดยนักดาราศาสตร์จาก Max Planck Institute for Radio Astronomy ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ค้นพบพัลซาร์ในกระจุกดาวทรงกลม NGC 1851 ที่มีวัตถุปริศนาโคจรอยู่รอบพัลซาร์นี้ ซึ่งวัตถุดังกล่าวอาจจะเป็นดาวนิวตรอนที่ใหญ่ที่สุด หรือหลุมดำที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา หรือเคยคาดการณ์กันว่าจะสามารถพบได้ในธรรมชาติ บ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะขยายขอบเขตความเข้าใจของมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้ง ผลงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Science ในวันนี้ (19 มกราคม 2024 ตามเวลาประเทศไทย) [1]

เมื่อดาวฤกษ์มวลมากสิ้นอายุขัยลง แรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของมันจะบีบอัดแกนกลางลงจนปลดปล่อยพลังงานออกมาเป็นซูเปอร์โนวา ซึ่งเป็นหนึ่งในการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ ส่วนแกนกลางที่หลงเหลืออยู่นั้น แรงระเบิดอันมหาศาลจะดันอะตอมทั้งหมดให้ไปอยู่รวมกัน เป็นนิวเคลียสขนาดมหึมาเท่ากับดาวทั้งดวง กลายเป็นวัตถุที่เราเรียกว่า “ดาวนิวตรอน”

บางครั้งดาวนิวตรอนจะแผ่คลื่นวิทยุออกมาจากบริเวณขั้วเหนือ-ขั้วใต้ ซึ่งเราจะสามารถตรวจพบสัญญาณของมันได้ ดาวนิวตรอนที่หมุนอย่างรวดเร็วจะสาดสัญญาณวิทยุนี้แผ่ออกไปโดยรอบ สำหรับบนโลกของเราจะตรวจพบได้เพียงแต่สัญญาณวิทยุที่สว่างขึ้น และหรี่ลงอย่างเป็นจังหวะ เราเรียกสัญญาณในลักษณะนี้ว่า “พัลซาร์” ซึ่งมาจากดาวนิวตรอนนั่นเอง

ดาวนิวตรอนเป็นวัตถุหนึ่งในเอกภพที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล โดยทฤษฎีแล้ว เราเชื่อว่าดาวนิวตรอนที่มีมวลมากเกินไป จะไม่สามารถทานแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของตัวมันเองได้ และจะยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำไปในที่สุด ตามความเข้าใจปัจจุบัน ดาวฤกษ์ที่มีมวลมากพอที่จะยุบตัวลงเป็นหลุมดำได้ด้วยตัวเอง จะต้องกลายไปเป็นหลุมดำที่มีมวลตั้งแต่ 5 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ขึ้นไป ในขณะเดียวกัน ขอบเขตของดาวนิวตรอนที่ใหญ่ที่สุดที่ยังคงสเถียรภาพเอาไว้ได้ เรียกว่า Tolman–Oppenheimer–Volkoff limit จะมีมวลเพียง 2.2 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีช่องโหว่อยู่ระหว่าง 2.2 ถึง 5 เท่าของมวลดวงอาทิตย์ ที่เราเชื่อว่าไม่ควรจะมีดาวนิวตรอน หรือหลุมดำที่พบในธรรมชาติได้

แต่การค้นพบล่าสุดโดยทีมนักวิจัยจาก Max Planck Institute for Radio Astronomy (MPIfR) จากการสังเกตการณ์ด้วยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุ MeerKAT ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา เพื่อทำการสังเกตการณ์พัลซาร์ที่อยู่ภายในกระจุกดาวทรงกลม NGC 1851 มีอัตราการกระพริบมากกว่า 170 ครั้งในทุก ๆ วินาที จัดเป็นพัลซาร์ที่มีอัตราการกระพริบในระดับมิลลิวินาที (millisecond pulsar)

สัญญาณอันสม่ำเสมอที่ถูกปล่อยออกมาจากพัลซาร์ เปรียบได้กับนาฬิกาที่เดินอย่างเที่ยงตรงไม่ผิดเพี้ยน เวลาที่ผิดเพี้ยนไปแม้เพียงเสี้ยวของหนึ่งในพันวินาที จึงบ่งบอกได้ถึงตำแหน่งและกาลอวกาศที่อาจเปลี่ยนไป สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของวัตถุอันหนาแน่นอีกวัตถุหนึ่งที่โคจรอยู่รอบ ๆ พัลซาร์ จึงทำให้เราทราบได้ว่าวัตถุที่โคจรรอบพัลซาร์ที่พบนี้ มีมวลมากน้อยเพียงใด

นักดาราศาสตร์เชื่อว่าระบบดาวนี้ น่าจะเริ่มขึ้นจากดาวคู่ที่เป็นพัลซาร์โคจรไปรอบ ๆ ดาวแคระขาวธรรมดา จากนั้น ด้วยตำแหน่งซึ่งอยู่กลางกระจุกดาวทรงกลมที่เต็มไปด้วยดาวเก่าแก่จำนวนมากอยู่กันอย่างหนาแน่น อาจทำให้วัตถุปริศนาบางอย่างเฉียดเข้ามาใกล้ และส่งอิทธิพลแรงดึงดูดระหว่างวัตถุทั้งสาม ก่อนที่จะดีดดาวแคระขาวออกไปในที่สุด จนกลายเป็นเพียงพัลซาร์ที่โคจรรอบวัตถุปริศนานี้

จากการสังเกตการสัญญาณของพัลซาร์ที่ผิดเพี้ยนไปโดยละเอียด ทำให้เราค้นพบว่าวัตถุปริศนานี้ มีมวลมากกว่าดาวนิวตรอนที่หนักที่สุดที่ควรจะเป็นไปได้ และมีมวลน้อยกว่าหลุมดำที่มีมวลน้อยที่สุดที่เคยมีการค้นพบ จึงเท่ากับเป็นการค้นพบวัตถุที่อาจจะเป็นดาวนิวตรอนที่หนักที่สุด หรือหลุมดำที่เบาที่สุด

หากวัตถุนี้เป็นหลุมดำ จะถือเป็นการค้นพบระบบพัลซาร์ที่โคจรรอบหลุมดำระบบแรก ซึ่งเป็นวัตถุหนึ่งที่นักดาราศาสตร์พยายามตามหามาตลอด เพราะการที่เรามีพัลซาร์โคจรรอบหลุมดำ ก็เท่ากับมีห้องปฏิบัติการที่สามารถส่งสัญญาณอย่างเที่ยงตรงราวกับนาฬิกา ที่จะช่วยให้เราเข้าใจหลุมดำ หรือทฤษฎีสัมพัทธภาพที่บ่งบอกถึงการบิดเบี้ยวของกาลอวกาศรอบหลุมดำได้ หรือหากเป็นเพียงดาวนิวตรอน ก็จะเป็นดาวนิวตรอนที่มีมวลมากที่สุด แหกกฎทั้งปวงที่เราเข้าใจเกี่ยวกับดาวนิวตรอน ซึ่งอาจจะบ่งชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องในทฤษฎีที่เรามีอยู่เกี่ยวกับดาวนิวตรอน หรือแม้กระทั่งสถานะใหม่ของสสารภายใต้ความหนาแน่นสูงที่เรายังไม่รู้จัก

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดว่าการค้นพบนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ อีกมาก และยังบ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการพัฒนาระบบโครงสร้างที่จะสามารถศึกษาสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ในช่วงคลื่นวิทยุ เช่นเดียวกับที่ประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มมีกล้องโทรทรรศน์วิทยุขนาด 40 เมตร ณ หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ตั้งอยู่ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ. ดอยสะเก็ด จ. เชียงใหม่ เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อที่จะช่วยให้เราเข้าใจเกี่ยวกับเอกภพที่เราอาศัยอยู่มากขึ้นไปอีกได้

เรียบเรียง: ดร. มติพล ตั้งมติธรรม – นักวิชาการดาราศาสตร์

อ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม:
[1] https://www.science.org/doi/10.1126/science.adg3005
[2] https://www.mpifr-bonn.mpg.de/pressreleases/2024/2

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNARITpage%2Fposts%2Fpfbid0252nGPqRijn3WscbWgxZRPepCnJjEqAR7S9qgYxZhA2UkXajDNbyMnyitNKYKHqpUl&show_text=true&width=500

ไม่มีดราม่า!!! ‘คุรุสภา’แจงทดสอบ-ประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781562

ไม่มีดราม่า!!! 'คุรุสภา'แจงทดสอบ-ประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู

ไม่มีดราม่า!!! ‘คุรุสภา’แจงทดสอบ-ประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.00 น.

“คุรุสภา”แจงไม่มีดราม่า การทดสอบ และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 นางอมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ตามที่คุรุสภาประกาศผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งได้มีการจัดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม 2566 ล่าสุด คุรุสภา มีผู้เข้าสอบรวม 42,474 คน และสอบผ่าน 11,127 คน ซึ่งมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การให้คะแนน โดยคุรุสภากำหนดเกณฑ์ผ่านไว้ที่ 60% แต่ผู้เข้าสอบที่ได้คะแนน 55 และ 57 สอบผ่านนั้นเพราะการสอบครั้งนี้ใช้ข้อสอบใหม่ ซึ่งจะวัดสมรรถนะ ผู้เข้าสอบ โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังมหาวิทยาลัย เตรียมการแจ้งนักศึกษา ว่าการสอบครั้งนี้จะเน้นวัดสถานการณ์ 100% อย่างไรก็ตาม การสอบครั้งนี้มีผู้สอบผ่านเพียง 22% จากจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อย โดยคุรุสภาเปิดให้ผู้สมัครสอบเข้ามาดูคะแนนผลการสอบได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน นายมนตรี แย้มกสิกร ที่ปรึกษาคุรุสภา กล่าวว่า การทำข้อสอบจะเน้นมาตรฐานวิชาชีพ เกี่ยวกับศาสตร์การสอน จิตวิทยา หลักสูตรและการสอน การวัดและประเมินผล เรื่องการใช้สื่อ ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ ที่ครูรุ่นใหม่จะต้องจัดการเรียนการสอนที่เป็นฐานสมรรถนะ ดังนั้น ตัวครูเองก็จะต้องถูกวัดด้วยฐานสมรรถนะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะสะท้อนถึงศักยภาพที่ครูจะต้องแสดงถึงความสามารถในการออกแบบ วิเคราะห์ วิธีการสอนและการแก้ปัญหาต่าง ๆได้ ดังนั้น ข้อสอบจึงเน้นเรื่องสถานการณ์ให้ผู้ที่เข้าสอนใช้ความรู้ไปวิเคราะห์ แก้ปัญหาในการเรียนการสอนตามหลักวิชาชีพ เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ตรงนี้คือเป้าหมายเพื่อจะยกระดับคุณภาพครูให้สามารถแก้ปัญหาเด็ก ในบริบทพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ข้อสอบฐานสมรรถนะมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูได้

ขณะที่ ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ ประธานอนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู กล่าวว่า สำหรับเกณฑ์ตัดสิน ยังเป็นเกณฑ์ 60% เช่นเดียวกันการสอบครั้งแรก แต่ให้คำนึงถึงความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการทดสอบ เพราะข้อสอบแต่ละชุด จะมีคะแนนสูงสุดต่ำสุด และคะแนนเฉลี่ยไม่เท่ากัน โดยทางคุรุสภาพยายามทำให้ข้อสอบทุกชุดมีมาตรฐานเดียวกัน  แต่ในทางวิชาการ ก็จะมีความยากง่าย หรือที่เรียกว่า ความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของคุณภาพข้อสอบต่างกันเล็กน้อย โดยการสอบแต่ละรอบจะใช้ข้อสอบคนละชุดกัน แม้จะเป็น Blueprint หรือพิมพ์เขียวเดียวกัน แต่คำถามก็ต้องต่างกัน เพื่อไม่ให้ข้อสอบรั่ว เพราะฉะนั้น เกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน จึงไม่ใช่ที่ 60% พอดี แต่จะมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน หรือที่เรียกว่า Standard Error of Measurement (SEM) ซึ่งค่า SEM ทำให้การให้คะแนนมีความยืดหยุ่นอยู่ที่ 1 – 2 SEM หริอประมาณ 1 – 5 คะแนน และความยืดหยุ่นของขอสอบแต่ละชุดก็ไม่เท่ากัน ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่สอบผ่านจึงไม่ใช้ผู้ที่สอบได้ 60% เท่านั้น แต่ผู้ที่ได้คะแนน 57% หรือ 55% ก็สอบผ่านด้วย

“ในอนาคตทางคุรุสภา ก็อยากเห็นการตัดสินผลสอบที่ 60% อย่างแท้จริง แต่ช่วงนี้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบ จึงต้องยอมรับความคลาดเคลื่อน เพื่อประโยชน์ของผู้เข้าสอบ” ดร.พฤทธิ์ กล่าว

– 006

‘เพิ่มพูน’ตรวจเยี่ยม สกร.ย้ำเป็นหน่วยงานสำคัญสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781544

'เพิ่มพูน'ตรวจเยี่ยม สกร.ย้ำเป็นหน่วยงานสำคัญสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย

‘เพิ่มพูน’ตรวจเยี่ยม สกร.ย้ำเป็นหน่วยงานสำคัญสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.16 น.

“เพิ่มพูน”ตรวจเยี่ยม สกร.ย้ำเป็นหน่วยงานสำคัญสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย สอดรับนโยบายสอบเทียบวุฒิการศึกษา

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและประชุมผู้บริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) กับ สกร.จังหวัดผ่านระบบ zoom โดยมี นายธนากร ดอนเหนือ ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรม สกร.พร้อมด้วยผู้บริหาร สกร.ให้การต้อนรับ ว่า ตนได้มาเน้นย้ำการทำงานวิธีการนำเสนอและแนะนำการปฏิบัติงาน ซึ่ง สกร.ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะสนับสนุนการเรียนรู้ทุกช่วงวัย สอดรับกับนโยบายของ ศธ.ที่เกี่ยวข้องกับการสอบเทียบวุฒิการศึกษา อย่างไรก็ตาม การสอบเทียบที่จะออกมาครั้งนี้จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ โดยจะยึดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และจะมอบหมายให้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการจัดสอบ ซึ่งพยายามจะเร่งดำเนินการให้ได้ภายในปีการศึกษานี้

“สำหรับการสอบเทียบจะยึดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของ สพฐ.แต่วิธีการอาจจะมีการปรับตำราเรียน ให้สอดคล้องกับบริบท เพราะของ สพฐ.แบ่งเป็นชั้นปี ส่วน สกร.อาจจะปรับเป็นช่วงชั้น ซึ่งเอกสารการเรียนเหล่านี้อาจจะให้จัดทำเป็นอีบุ๊ก แต่ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เป็นหนังสือ ไว้ตามห้องสมุดต่างๆ ของ สกร.เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปหาความรู้ได้โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีอุปกรณ์ที่สามารถใช้เรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ผ่านมาผมก็ได้ให้นโยบายไปแล้วว่า ห้องสมุดต่อไป ต้องปรับให้เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ เพราะบางแห่งมีพื้นที่เล็ก ไม่สามารถมีหนังสือจำนวนมากได้ แต่ที่ต้องมีคือ หนังสือพิมพ์ เพราะหนังสือพิมพ์ออนไลน์ กับหนังสือพิมพ์ที่เป็นกระดาษจะมีเนื้อหาสาระที่ต่างกัน ดังนั้น คิดว่าหนังสือพิมพ์ยังมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการอ่าน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้เร่งดำเนินการเรื่องโครงสร้างสกร.ที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งขณะนี่ได้ นายธนากร ดอนเหนือ มาเป็นอธิบดี สกร.ตัวจริงแล้ว ก็เชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการทำงานได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ต้องมีวางระบบบุคลากร ต้องมีการแต่งตั้งเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ สกร.ส่งเสริมการเรียนภาษาไทยในต่างประเทศ โดยนำรูปแบบการผลิตสื่อการสอน Anywhere Anytime เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา มาใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทำให้คนที่อยู่ต่างประเทศก็สามารถเรียนสายสามัญได้ด้วย

– 006

สวนสุนันทา เปิดระดับปริญญาเอก ด้านนวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781363

สวนสุนันทา เปิดระดับปริญญาเอก  ด้านนวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์

สวนสุนันทา เปิดระดับปริญญาเอก ด้านนวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดย วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) (Doctor of Philosophy Program in Management Innovation in Human Capital) เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาเอก ภาคเรียนที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2566 ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชญานันท์ เกิดพิทักษ์ ประธานหลักสูตร สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการทุนมนุษย์ กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวมีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เวลาเรียนเพียง 4 ภาคการศึกษาในรูปแบบ block course และมุ่งเน้นการวิจัยโดยการให้คำปรึกษาอย่างมีระบบ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความชำนาญในการทำวิจัยด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี การเรียนการสอนเป็นการบูรณาการความรู้ระหว่างการจัดการทุนมนุษย์กับนวัตกรรมการจัดการทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผู้เรียนสามารถนำไปประยุกต์สร้างนวัตกรรมและใช้ในการทำงานได้จริง ได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละวิชาชีพในศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

ผศ.ดร.ชญานันท์ หลักสูตรมีกิจกรรมศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ทั้งภาควิชาการ และภาคปฏิบัติอย่างเต็มศักยภาพ โดยมีอาจารย์ประจำหลักสูตรเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่คอยให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลา จนสำเร็จการศึกษา รวมถึงการทำวิจัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถสร้างงานวิจัยนวัตกรรมด้านการจัดการทุนมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา อาทิ ผู้นำและผู้บริหารองค์กร นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานภาครัฐ นักบริหารทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานภาคเอกชน วิทยากรบรรยาย นักจัดโครงการฝึกอบรม ผู้ประกอบการธุรกิจ นักจัดการนวัตกรรมด้านทุนมนุษย์ นักวิจัยด้านนวัตกรรมการจัดทุนมนุษย์ และอื่นๆ

ผู้ที่สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประธานหลักสูตร โทร.087-0287287

‘ไลอ้อน’ สนับสนุนกิจกรรมวันเด็ก มอบผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยงาน 17 แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781371

‘ไลอ้อน’ สนับสนุนกิจกรรมวันเด็ก มอบผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยงาน 17 แห่ง

‘ไลอ้อน’ สนับสนุนกิจกรรมวันเด็ก มอบผลิตภัณฑ์ให้กับหน่วยงาน 17 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค จัดโครงการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเนื่อง วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2567 โดยสนับสนุนผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก อาทิ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แป้งเด็ก แปรงสีฟัน ผงซักฟอก รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ให้กับสถานศึกษา โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ รวม 17 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงเรียนวัดดอกไม้ โรงเรียนวัดปาริวาศ โรงเรียนวัดจันทร์นอก โรงเรียนวัดช่องลม โรงเรียนวัดคลองใหม่ โรงเรียนวัดไผ่เงิน โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนาโรงเรียนวัดไทร โรงเรียนวัดบางโคล่นอกโรงเรียนวัดช่องนนทรี โรงเรียนวัดด่าน โรงเรียนวัดปากน้ำฝั่งเหนือ ศูนย์นันทนาการวัดดอกไม้ กองทันตกรรมสำนักงานแพทย์ทหารกรมยุทธบริการทหารสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ ไลอ้อน ยังได้ร่วมออกบูธจัดกิจกรรมบริเวณลานอเนกประสงค์ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน มีน้อง ๆ จิตอาสาจาก International Community School Bangkok หรือ ICS ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 มาร่วมให้ความรู้การดูแลสุขภาพช่องปากของเยาวชน สอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ให้กับเด็กๆ และยังร่วมเล่นเกมตอบคำถามพร้อมแจกของรางวัล

ซีพี ออลล์ จัดงานวันครูแห่งชาติ เชิดชูครู ‘ผู้ประดิษฐ์ปัญญา’ AI ทดแทนไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781364

ซีพี ออลล์ จัดงานวันครูแห่งชาติ เชิดชูครู ‘ผู้ประดิษฐ์ปัญญา’ AI ทดแทนไม่ได้

ซีพี ออลล์ จัดงานวันครูแห่งชาติ เชิดชูครู ‘ผู้ประดิษฐ์ปัญญา’ AI ทดแทนไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ซีพี ออลล์ และ เซเว่น-อีเลฟเว่น จัดงาน “รำลึกพระคุณครู” พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ “เชิดชูจิตวิญญาณความเป็นครู” เนื่องในวันครูแห่งชาติ ประจำปี 2567 สะท้อนวิถีของครูผู้สร้าง ท่ามกลางความท้าทายในยุค Generative AI พร้อมจัดเสวนาพิเศษหัวข้อ “อนาคตครูไทยในทศวรรษหน้า” จากวิทยากรมากประสบการณ์ในแวดวงการศึกษา หนุนการนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตช่วยพัฒนาการสอน พร้อมตอกย้ำจิตวิญญาณความเป็นครูที่เทคโนโลยีแทนที่ไม่ได้ และนิทรรศการ “เชิดชูพระคุณครู” ที่รวบรวมเรื่องราวดีๆ ของครูผู้สร้างที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น-อีเลฟเว่น และเซเว่นเดลิเวอรี่ กล่าวว่า “ครู คือ ผู้สร้าง” อนาคตของชาติ พร้อมเชิญชวนให้คนไทยร่วมรำลึกถึงพระคุณครู ผ่านภาพยนตร์ส่งเสริมสังคมมาตั้งแต่ปี 2551 รวมเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี เพื่อร่วมปลูกจิตสำนึกคนไทยให้เห็นความสำคัญและกตัญญูต่อพระคุณครู โดยได้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพมากถึง 14 เรื่อง ในปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญหลังผ่านวิกฤตโควิด-19ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านทั้งในมิติการดำเนินชีวิต และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เซเว่น-อีเลฟเว่นจึงได้จัดงาน “รำลึกพระคุณครู” เพื่อสะท้อนบริบทของหน้าที่ครูในปัจจุบัน ผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่ประจำปี 2567 “เชิดชูจิตวิญญาณความเป็นครู”

“ปัจจุบันการศึกษาไทยกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค Generative AI ที่มีการนำเรื่องของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) และเทคโนโลยีต่างๆ เข้าช่วยในการบริหารจัดการด้านการศึกษาในทุกๆ มิติจนก่อให้เกิดความกังวลว่า ความสำคัญของครูจะลดน้อยถอยลงไปหรือไม่ ทำให้ในปีนี้ธีมหลักของภาพยนตร์เชิดชูพระคุณครู จึงมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ถึงจิตวิญญาณความเป็นครูที่ AI หรือเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ ภายใต้ชื่อภาพยนตร์ชุด “เชิดชูจิตวิญญาณความเป็นครู” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของครูผู้สร้างในยุคของการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่เพียงต้องก้าวให้ทันโลก แต่ต้องมุ่งสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชนผู้ที่เปรียบเสมือนต้นกล้าให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงและสมบูรณ์ พร้อมนำพาประเทศก้าวข้ามทุกการเปลี่ยนแปลงในอนาคต สะท้อนให้เห็นถึง AI เป็นปัญญาประดิษฐ์ แต่ครูคือผู้ประดิษฐ์ปัญญา” นายก่อศักดิ์ กล่าว

สำหรับการเสวนาบนเวทีในหัวข้อ “อนาคตครูไทยในทศวรรษหน้า” ได้มีวิทยากรที่เป็นครูผู้สร้าง จากมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิครูดีของแผ่นดิน และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) มาร่วมเสวนาสรุปสารสำคัญได้ ดังนี้

ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวว่า หากเปรียบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และนักเรียนเปรียบเสมือนผู้ใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด “ครู” จึงเป็นตัวกลางสำคัญในการนำเครื่องมือและผู้ใช้งานมาเจอกัน ซึ่งการเป็นตัวกลางไม่ได้หมายความว่าจะสอนตามตำราเพียงเท่านั้น แต่ครูต้องเป็นผู้บูรณาการทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน เพื่อให้เด็กเติบโตทั้งด้าน IQ และ EQ เพื่อต่อยอดทางความคิดและพัฒนาไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆในอนาคต

ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ ประธานมูลนิธิครูดีของแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้วันนี้ AI และเทคโนโลยี เป็นตัวขับเคลื่อนภาคการศึกษาไปสู่ยุค Generative AI แต่สิ่งหนึ่งที่ AI และเทคโนโลยีไม่สามารถทำได้ก็คือ เรื่องการสร้างเสริมคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเยาวชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญเพราะเยาวชนจะเติบโตได้อย่างมีคุณภาพต้องโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความคิดโดยผู้ที่จะหล่อหลอมคุณธรรมและจริยธรรมได้ดี นอกจากครอบครัวก็คือครู ดังนั้น มูลนิธิจึงมุ่งส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาครูพร้อมบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นแบบอย่างที่ดี ผ่านการฝึกอบรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อคุณธรรมและจริยธรรมไปสู่เยาวชน

ด้าน รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) กล่าวว่า การศึกษาไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนมากขึ้น เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก และสอดรับกับพฤติกรรมเด็กยุคใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี ครูจึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ยิ่ง AI เข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าในอนาคต AI จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ดังนั้นครูก็ยิ่งต้องเรียนรู้ให้เร็วและให้มาก

นอกจากนี้ ซีพี ออลล์ และ เซเว่น-อีเลฟเว่น เชิญชวนคนไทยทุกคนรับชมภาพยนตร์ “เชิดชูจิตวิญญาณความเป็นครู” ผ่านทางเฟซบุ๊ก 7-Eleven Thailand พร้อมเชิญร่วมแชร์ภาพยนตร์ โดย 1 แชร์ มีค่าเท่ากับ 10 บาท ครบ 100,000 แชร์ซีพี ออลล์ และ เซเว่น-อีเลฟเว่น มอบ 1 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมูลนิธิครูดีของแผ่นดิน เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจของทางมูลนิธิฯ ตามปณิธาน “Giving
& Sharing” ของ ซีพี ออลล์ ต่อไป

สามารถรับชมภาพยนตร์ “เชิดชูจิตวิญญาณความเป็นครู” ได้ที่ เฟซบุ๊ก 7-Eleven Thailand

กลุ่มมิตรผล มอบทุนการศึกษา นิสิต ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781365

กลุ่มมิตรผล มอบทุนการศึกษา นิสิต ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน

กลุ่มมิตรผล มอบทุนการศึกษา นิสิต ม.เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล ประธานมอบทุนการศึกษา “กองทุนเพื่อการศึกษากลุ่มมิตรผล” แก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.ชัยสิทธิ์ ทองจู คณบดีคณะเกษตร กำแพงแสน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และนิสิตคณะเกษตร กำแพงแสน เป็นผู้รับมอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน การมอบทุนการศึกษาในปี 2567 นี้ มอบแก่นิสิตปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1-4 จาก คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมเป็นจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของนิสิตที่มีความประพฤติดี

นายกฯชมกิจกรรมวันเด็กของ OKMD ของเล่นภูมิปัญญาไทยและของเล่นไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781362

นายกฯชมกิจกรรมวันเด็กของ OKMD ของเล่นภูมิปัญญาไทยและของเล่นไม้

นายกฯชมกิจกรรมวันเด็กของ OKMD ของเล่นภูมิปัญญาไทยและของเล่นไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมเยี่ยมชมกิจกรรมของ OKMD และทักทายพร้อมกับถ่ายรูปร่วมกับเยาวชนและผู้ปกครอง นอกจากนี้ ยังได้ย้ำกับ ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD ว่า การเรียนรู้ต้องใช้เวลา ขอให้ OKMD พัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการของเด็กทุกช่วงวัย

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทุกช่วงวัย ในปีนี้จัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2567 ภายใต้ธีม “Happy Children’s Day ปลุกความสุขสนุกไปกับการเล่น @ OKMD Playground” ภายในงานมีกิจกรรมสนุกสุดสร้างสรรค์ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการจากของเล่นภูมิปัญญาไทยและของเล่นไม้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาการเด็ก ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

กิจกรรมภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ปกครองต่างพาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้ทั้งทักษะการใช้ร่างกาย การฝึกคิดวิเคราะห์ สร้างความสนุกสนานแปลกใหม่ได้อยู่ในบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ต่างออกไป อีกทั้งพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนใหม่และครอบครัวอื่นๆ โดยกิจกรรมในปีนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน