‘นายกฯ’มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781037

'นายกฯ'มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

‘นายกฯ’มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพนักเรียน

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.43 น.

“นายกฯ”มอบสารวันครู ปี 67 ชี้ครู ที่ดี ควรให้วิธีคิด สร้างแรงบันดาลใจ ปลดปล่อยศักยภาพ น.ร. – “อนุทิน” ย้ำครูน่าศรัทธา ต้องอยู่ในศีลธรรมจรรยา ต้องเป็นครูที่ไม่ตกยุค พร้อมเป็นผู้ฟัง ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังแนวคิดใหม่ ๆ

16 มกราคม 2567  เวลา 09.00 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิธี งานวันครู ครั้งที่ 68 ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “ครูดีสอนดี ศิษย์ดีเรียนดี มีความสุข” ซึ่งจัดทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันครู ครั้งที่ 68 ประจำปี 2567  มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) นายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. นายสุเทพ  แก่งสันเทียะ  ปลัดศธ.  ผศ.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา ผู้บริหารศธ. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ศธ. เข้าร่วม

ในการนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารเนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ.2567 ความว่า ตนขอแสดงซึ่งมุทิตาจิต ความระลึกถึง ความเคารพ ความกตัญญู และความปรารถนาดีมายังครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ครูในฐานะผู้ทำงานหนัก ผู้เปรียบประหนึ่งประติมากร สร้างบุคลากรที่มีคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ วันครูจึงเป็นวันที่เราทุกคนจะต้องแสดงออกซึ่งความตั้งใจ ความตระหนักในบุญคุณแด่ครูทุกคนในชีวิตของพวกเรา รวมถึงทุกท่านที่ประกอบวิชาชีพครูในวันนี้ และร่วมกันเชิดชูเกียรติครูผู้มีคุณูปการสูงสุดต่อการศึกษาของชาติ โดยในปีพ.ศ.2567 ตนได้มอบคำขวัญวันครูว่า “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์” เพื่อแสดงให้เห็นว่าการเป็นครูไม่ใช่แค่การสอนหนังสือ ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ตามตำรา แต่สิ่งที่ครูที่ดีควรให้กับนักเรียน คือ วิธีคิด และวิธีการจัดการกับชุดข้อมูลที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ใครก็ตามที่มีระเบียบวิธีคิดที่ดี เขาจะเติมโตขึ้นเป็นคนที่มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างมีคุณภาพ และครูยังต้องเป็นผู้สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ต่อยอดความสร้างสรรค์ ปลดปล่อยศักยภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียนแสวงหาทักษะตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆกับการเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ จริยธรรม ศีลธรรมในโลกสากล รวมถึงการเป็นคนที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทั้งหมดนี้คือ หัวใจของการพัฒนามนุษย์ เป็นงานของครู และคือหัวใจของคำว่า การศึกษา 

เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 68 พ.ศ.2567 ตนขออวยพรให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน ประสบแต่ความสุข มีพลังกาย พลังใจที่เข้มแข็ง มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เพื่อร่วมกันเป็นพลังเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชนไทย เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศ และของโลกต่อไป  

โดยนายอนุทิน ได้มอบรางวัลต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เข็มพระราชทานจารึกพระนามาภิไธยย่อ สธ แก่ผู้ได้รับรางวัลคาูภาษาไทยดีเด่น,  มอบโล่พระราชทานรางวัลคุรุสภา “ระดับดีเด่น”, มอบเข็มคุรุสภาสดุดีและเกียรติบัตร รางวัลคุรุสภา “ระดับดี” และมอบโล่รางวัลผู้มีคุณูประการต่อการศึกษาชาติ, ครูผู้สอนดีเด่น, ครูดีในดวงใจ เป็นต้น 

ต่อจากนั้น นายอนุทิน กล่าวปราศรัย ว่า งานวันครู เป็นโอกาสให้พวกเราทุกคนได้รำลึกถึงพระคุณครู ความสำคัญของอาชีพครู และได้ทบทวนถึง ความท้าทายอันสำคัญของการเป็นครูในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายท่านในที่นี้คงมีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับผลยงานผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ปี 2022 ของนักเรียนทั่วโลก ซึ่งผลโดยรวมนั้นเป็นกราฟดิ่งลง ทาง OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา จึงได้มีการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้เกิดผลเช่นนี้และพบว่าส่วนหนึ่งของปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้นักเรียนทั่วโลก มีผลการศึกษาโดยเฉลี่ยต่ำลงนั้น ไม่ใช่ความยากจนหรือความไม่พร้อมของครอบครัว แต่เป็นการถูกเบี่ยงเบนความสนใจ โดยอุปกรณ์การสื่อสารสมัยใหม่ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองต่อการเรียนของเด็กที่ยังไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น เพียงแต่สองเรื่องนี้ก็เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ของบรรดาครูอาจารย์ เราจะยืนอยู่ตรงไหนในวันที่เด็กคิดว่า ข้อมูลความรู้ที่น่าสนใจ อยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนจนเขารู้สึกว่า ไม่ต้องฟังครูก็ได้และเด็กจำนวนมากนั้น เมื่ออยู่ที่บ้าน ก็ไม่มีใครคอยดูแลทั้งเรื่องระเบียบวินัย และและฐานความคิด ในการที่จะอยู่ในโลกยุคใหม่ ซึ่งมีค่านิยมที่เปลี่ยนไป 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า โลกยุคใหม่นี้ มีสิ่งเร้ามากมาย ที่คอยแต่จะดึงเด็กแต่ละคน ให้ไปอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยง ทั้งความเสี่ยงที่ให้ผลในระยะสั้น หรือความเสี่ยง ที่อาจถึงขั้นทำให้เสียอนาคต ในฐานะที่ตนเองก็ดูแลกระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วยต้องเรียนว่า ช่วงนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกหดหู่ใจบ่อยครั้ง เกี่ยวกับเยาวชนของเรา ล่าสุดฝ่ายปกครอง ไปตรวจผับย่านปทุมธานี ก็พบเยาวชนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยหลายคนไปอยู่ในสถานที่ที่เขาไม่ควรอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล

“เราจะพูดถึงการศึกษากันยังไงดี ถ้าแค่การดูแลเด็กให้ปลอดภัยยังทำให้เขาไม่ได้เต็มที่ แน่นอนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็ต้องดูแลการบังคับใช้กฎหมาย แต่จะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราสามารถสร้างเด็กให้มีภูมิคุ้มกัน มีฐานคิดที่แข็งแรงพอในโลกที่มีอันตรายมากกว่าเดิม วันนี้ต้องบอกว่าการสร้างฐานคิด  คือบทบาทของครูในโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ตรงกับคำขวัญวันครู ที่ท่านนายกฯมอบไว้ ว่า “ครูวางฐานคิด ส่งเสริมศิษย์สร้างสรรค์”  ซึ่งก็หมายความว่า ครูอาจไม่ได้เป็นผู้ป้อนข้อมูลให้ทุกอย่าง เพราะความรู้ใหม่ ๆ นั้นก็หาเติมได้เองตลอดชีวิต แต่ครูจะต้องสามารถวางรากฐานทางความคิดให้แรงบันดาลใจ และให้วิธีการที่ลูกศิษย์จะสามารถ “ต่อยอด” ได้ต่อไป ซึ่งการ “วางฐานคิด” นี้ อาจจะพูดง่าย แต่ทำไม่ง่าย เพราะการที่ใครสักคนจะวางฐานคิดให้เราได้ นอกจากเขาจะต้องมีภูมิความรู้แล้ว ก็ยังจะต้องสร้างความศรัทธาได้ด้วย จึงจะเกิดการฟัง  การเชื่อ และเกิดการยอมรับกันได้จริง ๆ ดังนั้น การเป็นครูที่น่าศรัทธา จึงเป็นสิ่งที่ต้องสร้างและไม่มีวันจะล้าสมัย เราต้องสร้างศรัทธาเพื่อไปวางฐานคิดให้ศิษย์ของเราได้” นายอนุทิน กล่าว 

รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าครูที่น่าศรัทธานั้น นอกจากจะต้องอยู่ในศีลธรรมจรรยา และเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ในยุคนี้ ครูที่นี้ ครูที่น่าศรัทธา สำหรับเด็ก จะต้องเป็นครูที่ไม่ตกยุค นั้นคือ ครูที่พร้อมจะเป็นผู้ฟัง ไม่ปฏิเสธที่จะรับฟังแนวคิดใหม่ๆ คือ ครูที่ไม่กลัวความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมต่างๆได้ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นครูที่รู้เท่าทันความเป็นไปในโลก แต่ไม่ใช่ไหลไปตามกระแส ต้องรักษาสมดุลเหล่านี้ให้ได้  ตนขอยกตัวอย่าง ครูที่ประสบความท้าทายสูงมาในยุคนี้  คือ ครูภาษาไทย หลายคนก็เพิ่งได้รับรางวัลครูภาษาไทยดีเด่นไปด้วย ความท้าทายของครูภาษาไทย ยังมีอีกมาก ทุกวันนี้เวลาอ่านหนังสือตามสื่อต่าง ๆจะพบว่ามีการใช้ภาษาไทยผิดจำนวนมากจนน่าตกใจ ยิ่งไปกว่านั้นการพูดจาของผู้คน โดยเฉพาะในโซเชียลต่าง ๆก็มีจำนวนมากที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความแตกแยก และไม่สร้างสรรค์ ไม่นับไปถึงการขาดความประณีตทางภาษา หลายสิ่งเป็นการใช้ภาษาไทยในทางบ่อนทำลาย หรือเชิงทะเลาะกัน ยิ่งไปกว่านั้น ผลการทดสอบทักษะการอ่านของเด็กไทย ก็ตกต่ำลง ทำให้ผลการทดสอบอื่น ๆต่ำลงไปด้วย เพราะถ้าอ่านไม่ดี เข้าใจภาษาของเราไม่ดี ก็ไม่สามารถแปลความหมายที่สำคัญของวัตถุประสงค์ที่จะถ่ายทองไปสู่เยาวชนได้ ในบริบทเหล่านี้ที่นักการศึกษา และครู ทั้งหลายจะต้องช่วยกันคิดว่า จะแก้วิกฤตกันอย่างไร ต้องทำอย่างไรในการวางฐานคิดให้นักเรียนเห็นความสำคัญของภาษา และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ครูกับเด็กต้องไม่แปลกแยกเหมือนอยู่คนละโลก อาจต้องมีสื่อการสอนที่เป็นสื่อออนไลน์จากชีวิตจริงทั้งข่าวออนไลน์หรือบทสนทนาทางโซเชียลมีเดียที่ใกล้ตัว มาฝึกอ่านฝึกเขียน วิเคราะห์ วิจารณ์แสดงความคิดเห็นระหว่างกัน 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า  ครูต้องมีความทันโลก ทันสมัย ในขณะที่ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของภาษาไทยไปด้วย โดยต้องคิดถึงปลายทางในใจ คือ เราจะต้องสร้างคนที่สื่อสารภาษาไทยได้ดี ซึ่งผมคิดว่าครูหลายคน ก็อาจจะทำอยู่แล้ว ขอเป็นกำลังใจหวังว่าจะสามารถต่อยอดความคิดกันไป จนสามารถทำให้ศักยภาพของเยาวชนเราถูกยกระดับขึ้น เกิดผลดีต่อการเรียนวิชาต่างๆของนักเรียน และเป็น “ทักษะชีวิต” ที่สำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก ๆ อย่างไรก็ตาม ในความที่เป็นศิษย์คนหนึ่งที่เติบโตมามีวันนี้ได้ นอกจากบิดา มารดา ก็มีครู อาจารย์ ที่ได้บ่มเพาะสั่งสอนให้ตนได้มีโอกาสมาทำงานรับใช้ชาติบ้านเมืองตามความตั้งใจ ตนมั่นใจเหลือเกินว่า ครูที่ประสิทธิ์ประสาทให้ตนแม้ว่าจะได้เกรดดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็เป็นกรอบแนวทางที่ทำให้นักเรียนอย่างตนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และหวังว่าจะสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองได้ 

“ผมสมัยเป็นนักเรียน จะรู้สึกว่าวันครู เป็นวันสำคัญ หวังว่าประเพณีดั้งเดิมนี้จะได้รับการสืบทอดต่อไป มีพิธีไหว้ครู มีบทเพลงที่ปลูกฝังให้รำลึกถึงพระคุณครู เพราะฉะนั้นในทุก ๆบริบทของการปลูกฝังนักเรียนตั้งแต่เด็ก จะมีคำว่า บิดามารดา สถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศ และตัวเราเอง ครบองค์ประกอบในการปลูกฝังเยาวชนให้สืบทอดประเพณีวัฒนาธรรมดี ๆ การได้แสดงมุทิตาจิตเหล่านั้น จะทำให้จิตใจละมุนลง เกิดการสำนึก คำว่าศิษย์มีครู  ทั้งนี้ ผมได้มอบนโยบายกว้าง ๆให้กับรัฐมนตรีว่าการศธ. ได้นำไปดูว่า จะทำอย่างไรจะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้เด็กและเยาวชนได้มากที่สุด เพราะเราเป็นประเทศไทยต้องมีเอกลักษณ์ แม้จะบอกว่า วันนี้โลกไร้พรมแดนแล้ว แต่การที่จะทำให้เรายืนท่ามกลางเวทีโลกได้ นั่นคือเราต้องมีเอกลักษณ์เป็นต้องเราเอง มีความภาคภูมิใจ มีประวัติศาสตร์มีวัฒนธรรมที่ดี ที่จะสามารถทำให้เห็นว่า เราก็มีรากเหง้า มีพ่อแม่ มีครูอาจารย์ที่ทำให้เราสามารถเจรจาทำสัญญากับนานาอารยประเทศได้ เชื่อว่าไม่เกิดความสามารถของครูทุกคน ”นายอนุทิน กล่าว 

ขณะที่ พล.ต.อ. เพิ่มพูน  กล่าวว่า การเป็นครูในยุคการศึกษาดิจิทัลนั้น ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถของตัวเองในการสร้างเนื้อหาการเรียนการสอนในสื่อต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อเป็นช่องทางช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้เกิดความเข้าใจและแก้ปัญหา และมีความสุขกับการเรียนด้วย ดังนโยบายเรียนดี มีความสุข ที่สำคัญเราไม่สามารถทราบได้ว่าสื่อออนไลน์ที่ผู้เรียนศึกษามานั้นจะถูกต้องและสร้างสรรค์ ดังนั้นบทบาทของการเป็นครู จึงต้องสร้างแหล่งข้อมูลสารสนเทศให้มากขึ้นผ่านเทคโนโลยี เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประโยชน์ต่อผู้เรียนที่จะได้เข้าใจและทบทวน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ แก้ปัญหา สำหรับการสร้างอนาคตของผู้เรียนต่อไป

“ที่สำคัญในวันครูปีนี้ ศธ.ได้เตรียมของขวัญวันครู เพื่อที่จะมอบให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับหลักเกณฑ์และย้ายครูคืนถิ่น , สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จัดระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System:TMS) หลักสูตร E-learning 2 หลักสูตร, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดเต็ม 8 หลักสูตร “เติมความรู้ ครูยุคใหม่ ก้าวไปด้วยกัน” ให้ครูโรงเรียนเอกชน เรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา “Anywhere Anytime”, สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาร่วมมือกับภาคเอกชน จัดอบรมหลักสูตร AIS academy ฟรีค่าลงทะเบียน 3,750 บาท และ หลักสูตรความปลอดภัยในโลกอินเทอร์เน็ต และการจัดการ Google Workspace Admin ฟรีค่าลงทะเบียน 2,500 บาท และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม ฟรีค่าลงทะเบียน 2,500 บาท และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาธิการ(สกสค.) โครงการ “โลกสวย ตาใส ข้าราชการครูไทยไร้ต้อกระจก” การตรวจคัดกรอง โรคต้อกระจกตาฟรีเป็นต้น

ในการนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ได้ทำพิธีคารวะครูอาวุโส ของรัฐมนตรีว่าการศธ. คือ นางอรพรรณ หนูราช ซึ่งเป็นครูประจำชั้นของ รมว.ศธ. ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กทม. และมอบของที่ระลึกแก่ครูอาวุโสของ รมว.ศธ. 

โดยนางอรพรรณ  กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จะใกล้ชิดกับนักเรียน พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะเป็นเด็กตัวเล็กๆ เสียงดัง และจะเล่นซนตามประสาเด็ก แต่เวลาเรียนจะตั้งใจเรียนมาก ส่งงานทุกครั้งไม่มีการที่ครูจะต้องทวงถาม เป็นเด็กที่มีความประพฤติดี ไม่เคยผิดวินัยของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย หรือเรื่องอื่น ๆ พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะอยู่ในระเบียบวินัยตลอดไม่มีปัญหาใด ๆ รวมถึงยังเป็นคนที่มีนิสัยล่าเริง มีเพื่อนมากและมีแววเป็นผู้นำตั้งแต่เด็ก 

“เมื่อทราบว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน มาเป็นรัฐมนตรีว่าการศธ. ก็รู้สึกปลื้มใจและภูมิใจที่ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และรู้สึกยินดีที่ลูกศิษย์มาถึงจุดนี้ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในการทำหน้าที่รับผิดชอบ ด้านการจัดการศึกษาของประเทศชาติ เชื่อว่า ลูกศิษย์คนนี้จะทำได้ดี เพราะพล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นคนที่มีความขยันหมั่นเพียร มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ครูเคยให้กำลังใจรมว.ศธ. ว่าการทำงานทุก ๆ อย่างต้องมีอุปสรรค ก็ขอให้อย่าท้อถอย ฝ่าฟันไปให้ได้ และข้อสำคัญต้องดูแลสุขภาพด้วย เพื่อจะได้มีพลังกาย พลังใจ ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด” นางอรพรรณ กล่าว 

ครูของ รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า รู้สึกดีใจมาก ที่พล.ต.อ.เพิ่มพูน ไม่ลืมครู แต่ปกติถ้ามีโอกาสวาระพิเศษ รมว.ศธ. และเพื่อน ๆก็จะมาพบครู ระลึกถึงครูอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อน ช่วยเหลือโรงเรียนและถ้ามีโอกาสช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ โดยได้รับการยกย่องจากเพื่อนๆ ให้เป็นประธานรุ่น เป็นผู้นำรุ่นในการทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนและสังคม  (-009)
 

‘อนุทิน’ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781014

'อนุทิน'ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

‘อนุทิน’ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.34 น.

“อนุทิน” ชี้แก้หนี้ครูต้องดูว่าหนี้เกิดจากอะไร ศธ.พยายามลดภาระทางการเงินให้ครู “ปลัดศธ.”ย้ำแก้หนี้ครูคืบหน้า กำหนด4 กรอบสรางปัญหา

16 ม.ค.2567 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ครูต้องการให้ช่วยลดภาระครู ว่า ในรายละเอียดต้องไปดูว่าหนี้สินนั้นมาจากอะไร ถ้าจะปรับโครงสร้างหนี้ก็ต้องดูที่มาที่ไปของหนี้ และ ความสามารถในการชำระหนี้ของครูด้วย  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้รับโจทย์ไปแล้ว และ พยายามทำให้ภาระทางการเงินของครูและของนักเรียนน้อยที่สุด

ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้ครูเป็นเรื่องหนึ่งที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนได้ให้ความสนใจ ซึ่งวันนี้มีความคืบหน้าพอสมควร โดยการประชุมคณะกรรมการฯล่าสุดที่ประชุมได้กำหนดกรอบในการดำเนินการ 4 กรอบ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยกรอบการดำเนินการเชิงรับจะมีการปรับโครงสร้างหนี้ของครูที่มีอยู่  การลดดอกเบี้ยเพื่อให้ครูมีศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ได้  การช่วยเหลือครูที่อยู่ในช่วงกำลังจะถูกดำเนินคดีเนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ได้  ส่วนกรอบการดำเนินการเชิงรุก คือ การให้องค์ความรู้เชิงวิชาการเพื่อให้ครูมีภูมิคุ้มกันในการบริหารเงินของตนเอง เพื่อไม่ให้เป็นหนี้ในอนาคต ทั้งนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนัดต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์ นี้  

“ในกรอบการดำเนินการแก้ปัญหาหนี้สินครูทั้ง 4 กรอบนี้ มีการดำเนินการในการจัดทำ MOU ร่วมกับสถาบันการเงิน  สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เพื่อเสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินชุดใหญ่พิจารณาอีกครั้ง  อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นได้มีการประสานกับสถาบันการเงินให้ชะลอเรื่องการดำเนินคดีกรณีครูที่อยู่ในกรอบที่จะถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นกลุ่มสีแดงมีจำนวนหมื่นกว่าคน จากจำนวนครูที่เป็นหนี้กว่า 9 แสนคนแล้ว” ปลัด ศธ.กล่าว

และว่าสำหรับกรณีการลดดอกเบี้ยขณะนี้อยู่ระหว่างที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ประสานไปยังสถาบันการเงิน ส่วนจะได้ในอัตราเท่าไหร่ยังไม่สามารถตอบชัดเจนได้แต่มั่นใจว่าจะอยู่ในระดับที่ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้

‘ซีเอ็ด’ และก๊วนเพื่อน ‘เซซามีสตรีท’ ร่วมงานวันเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780880

‘ซีเอ็ด’ และก๊วนเพื่อน ‘เซซามีสตรีท’ ร่วมงานวันเด็ก

‘ซีเอ็ด’ และก๊วนเพื่อน ‘เซซามีสตรีท’ ร่วมงานวันเด็ก

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” ผู้ให้บริการหนังสือและสื่อความรู้ทั่วประเทศ ทำกิจกรรมเพื่อสังคม นำก๊วนเพื่อน “เซซามีสตรีท” (SESAME STREET) การ์ตูนขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลก ส่งมอบความสุขและความรู้ให้แก่เด็กๆ พร้อมถ่ายภาพร่วมกัน และมอบของรางวัลมากมาย ในงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล

สถาปัตยกรรมฯ สจล. จัดเสวนาฉลอง ครบรอบ 3 ปี บริษัทจำลอง BeeHi

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780881

สถาปัตยกรรมฯ สจล. จัดเสวนาฉลอง  ครบรอบ 3 ปี บริษัทจำลอง BeeHi

สถาปัตยกรรมฯ สจล. จัดเสวนาฉลอง ครบรอบ 3 ปี บริษัทจำลอง BeeHi

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยและออกแบบงานสร้างสรรค์ Architecture, Art and Design eXterprise Center (AADx) โดยคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จัดกิจกรรมเสวนาเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “Sust the Better World” เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี บริษัทจำลอง BeeHi ความร่วมมือระหว่างคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ผ่านโครงการ eisa (Education Institute Support Activity) เพื่อสร้างพื้นที่ส่งเสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา ตลอดจนสนับสนุน Startups ภายในสถาบัน

ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดีคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ เผยแผนการพัฒนาและกิจกรรมที่จะมีการจัดขึ้นภายในอนาคต และแนะแนวการปรับตัวเพื่อให้เท่าทันเทรนด์ธุรกิจในยุคปัจจุบันว่า คณะฯต้องการให้นักศึกษามีทั้งทักษะในเชิงวิชาการและทักษะผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพในการทำงาน และประสบความสำเร็จด้านรายได้ โครงการบริษัทจำลอง BeeHi มุ่งเน้นให้นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมฯ หรือคณะใดๆ ได้มีความรู้และทักษะด้านการบริหารจัดการร้าน การตลาด เพื่อนำไปปรับใช้ได้หลังจากจบการศึกษา อาทิ การบริหารต้นทุน การตั้งราคา การดูแลสต๊อกสินค้าหรือวัตถุดิบ และยังมีโครงการ creative start up ให้นักศึกษาวางแผนการผลิตหรือขายสินค้า โดยใช้นวัตกรรมหรือองค์ความรู้ตามที่ได้เรียนมาต่อยอด ทำคู่ขนานเสริมบริษัทจำลอง BeeHi ให้ตอบโจทย์ในตลาดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีค่าตอบแทนรายวัน บวกกับกำไรที่ได้อีกด้วย

ในงานมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่นายสุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและสื่อสารแบรนด์ชุมชน (Cultural Identity Designer) มาพูดถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนซึ่งหมายรวมถึงโมเดลธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ภายใต้หัวข้อ “ดีไซน์…เปลี่ยนโลก. กะเทาะเปลือก แบรนด์” การนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชน และนำมาสร้างสรรค์ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้เรียกว่า “แวดล้อมคือตัวตน” คือสร้างอัตลักษณ์ชุมชนผ่านสินค้าได้ด้วยแพ็กเกจ การออกแบบ มีเรื่องราวและเมื่อมีความรู้หรือทักษะด้านการตลาด หรือช่องทางการขาย ก็จะช่วยสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน และนายวีรศิษฎ์ ภู่สุวรรณ เจ้าของแบรนด์และศูนย์เรียนรู้ GHOM LANNA มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ธุรกิจงานฝีมือที่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งรอบตัวเบื้องหลังงานดีไซน์คุณภาพผลงานจากภูมิปัญญาพื้นถิ่น กับการบรรยายภายใต้เนื้อหา “แนวคิดสร้างสรรค์ด้วยงานออกแบบจากวัสดุข้างตัว” ธุรกิจงานชุมชมจากท้องถิ่น ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งการสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชน จากการสร้างองค์ความรู้และทักษะแบบแนวคิดของคนรุ่นใหม่ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสดใหม่ น่าสนใจมากยิ่งขึ้น อาทิ เครื่องประดับ โคมไฟ เครื่องหอม ซึ่งสามารถลงมือผลิตสินค้าเหล่านี้ได้ทุกช่วงวัย ผลจากโครงการบริษัทจำลอง BeeHi ทำให้นำแนวคิดการทำธุรกิจ การรู้จักลูกค้า การจัดการทั้งกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงท้ายของงานมีกิจกรรม Workshop ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ฝึกปฏิบัติรวม 3 กิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านงานฝีมือ เป็นการสร้างผลงานเพื่อเป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ทันตแพทย์ จุฬาฯ เลิศทางวิชาการ อันดับ 1 ของไทย 13 เอเชีย และ 70 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780886

ทันตแพทย์ จุฬาฯ เลิศทางวิชาการ  อันดับ 1 ของไทย 13 เอเชีย และ 70 ของโลก

ทันตแพทย์ จุฬาฯ เลิศทางวิชาการ อันดับ 1 ของไทย 13 เอเชีย และ 70 ของโลก

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ครบรอบ 84 ปี ได้รับการจัดอันดับความเป็นเลิศด้านวิชาการ จาก QS WORLD UNIVERSITY RANKINGS by Subject Areas 2023 โดยมีผลงานแห่งความสำเร็จที่น่าภูมิใจ คือได้รับการจัดอันดับได้แก่ อันดับ 1 ในประเทศไทยอันดับ 13 ในเอเชีย และอันดับ 70 ของโลก

ศ.ทพ.ดร.พรชัย จันศิษย์ยานนท์ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่าคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯมีหลักสูตรของครอบคลุมทุกแขนงและสาขาวิชาทันตกรรม รวมถึงการศึกษาต่อเนื่องเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรควบร่วมกับสาขาต่างๆ ได้แก่ สาธารณสุขศาสตร์การบริหารจัดการ และวิศวกรรมศาสตร์หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง มีนิสิตประสบความสำเร็จ และอาจารย์มีผลงานทางวิชาการด้านงานวิจัยระดับประเทศและนานาชาติ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรปริทันตวิทยามหาบัณฑิต ได้รับการรับรองมาตรฐาน AUN QA ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ โดยมีผลงานและความสำเร็จ ได้แก่ ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ EdPex 200 และได้รับการจัดอันดับความเป็นเลิศด้านวิชาการ จาก QS WORLD UNIVERSITY RANKINGS by Subject Areas 2023 โดยมีผลงานแห่งความสำเร็จ ดังนี้ อันดับ 1 ในประเทศไทย อันดับ 13 ในเอเชีย อันดับ 70 ของโลก

โรงพยาบาลของคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาฯ โรงพยาบาลทันตกรรมแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน HA ขั้นที่ 3ที่มุ่งสนับสนุนการอบรมและทำวิจัยของทันตแพทย์ มีการบริหารทรัพยากรและการเงินอย่างมั่นคง ส่วนด้านงานวิจัยมุ่งเน้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของสังคม และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งพัฒนาทันตนวัตกรรมเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น โดยมีทั้งการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐานทางทันตกรรม การวิจัยทางคลินิกขั้นสูงทางทันตกรรม และการวิจัยสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจในระดับสูงทางทันตกรรม และขับเคลื่อนสังคมด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมผ่านวิสัยทัศน์“Innovations for Society” มีการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่ร่วมมือกับคณะต่างๆ ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยได้นำงานวิจัยที่มีมาพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการขยายผลและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคม

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปาก ได้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาผลิตเป็นสินค้าที่เป็นรูปธรรม ภายใต้แบรนด์คูฬเดนท์ (CUdent) เช่น ยาสีฟัน CUdent Peppermint ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญของไฮดรอกซี่อะพาไทต์ (Hydroxyapatite) ที่ช่วยคืน
แร่ธาตุกลับเข้าผิวฟัน (Re-mineralize)และแปรงสีฟันสำหรับผู้สูงอายุที่มีขนแปรงที่นุ่มนวลเป็นพิเศษ และมีด้ามแปรงที่มีขนาดใหญ่เหมาะกับการจับของผู้สูงอายุ

งานด้านนวัตกรรม ได้พัฒนาโปรแกรมเดนท์คลาวน์ (Dentcloud)ระบบในการบริหารจัดการคลินิกทันตกรรมแบบครบวงจร ผู้ใช้งานสามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้จากที่ไหนก็ได้ขอให้มีอินเตอร์เนต โดยโปรแกรมเดนท์คลาวน์ได้เปิดให้กับคลินิกที่สนใจได้ใช้บริการฟรีโดยไม่มีเงื่อนไข มีคลินิกสมัครเข้าใช้โปรแกรมนี้มากกว่า 400 คลินิก นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมในการช่วยเหลือทันตแพทย์ เพื่อช่วยให้การบริการผู้ป่วยมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการบริหารจัดการคลินิกครบวงจร การนำระบบ AI และ Robot มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย การวินิจฉัย การวางแผนการรักษารวมถึงการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาและการรักษาทางไกล อีกด้วย

SPU และ WELION New Energy Technology ร่วมมือวิชาการด้านอุตสาหกรรมพลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780879

SPU และ WELION New Energy Technology  ร่วมมือวิชาการด้านอุตสาหกรรมพลังงาน

SPU และ WELION New Energy Technology ร่วมมือวิชาการด้านอุตสาหกรรมพลังงาน

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วย อาจารย์กาญจนา แฮนนอนรองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติ และ Mr.Xing Linkai ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศจีน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ให้การต้อนรับ Mr.Fusheng Zhang และคณะผู้แทนจาก WELION New Energy Technology ในโอกาสเข้าเยี่ยมเยือนและร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ ระหว่าง มหาวิทยาลัยศรีปทุมกับบริษัท

โดยครั้งนี้ได้ร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาด้านวิชาการและการผลิตบุคลากร เพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานโดยเฉพาะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งครอบคลุมด้าน R&D การผลิต,การตลาด, การขาย ฯลฯ ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เมื่อวันก่อน

สกสว. เปิดบูธนำนวัตกรรมอาหาร งานวันเด็กปี 2567 ที่กระทรวงอว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780884

สกสว. เปิดบูธนำนวัตกรรมอาหาร  งานวันเด็กปี 2567 ที่กระทรวงอว.

สกสว. เปิดบูธนำนวัตกรรมอาหาร งานวันเด็กปี 2567 ที่กระทรวงอว.

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องโภชนาการให้เด็กไทย ผ่านการจัดบูธให้ความรู้คู่อาหาร by สกสว. ภายใน “งานถนนสายวิทยาศาสตร์ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567” โดยจัดกิจกรรม อาทิ มุมนวัตกรรมรูปเราทานได้ ที่เป็นการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์รูปบนขนมปังพร้อมรับประทานได้ มุมน้ำสมุนไพรคลายร้อนที่มีการคำนวณคุณค่าทางโภชนาการ ที่มีนักโภชนาการจากโรงเรียนการเรือนสวนดุสิตมาให้คำแนะนำด้านอาหารสำหรับวัยเรียน และมุมระบายสีอาหาร5 หมู่ ระหว่างวันที่ 12-13 มกราคม 2567ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า วันเด็กเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับเด็กทุกคน เพราะเด็กๆ จะได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานและสร้างความสุข วันเด็กจึงไม่ใช่แค่วันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมเท่านั้น แต่ทุกๆ วันคือวันเด็ก กระทรวง อว. จึงให้ความสำคัญกับเด็กในทุกช่วงวัย เพราะเด็กเหล่านี้จะเติบโตมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น “งานถนนสายวิทยาศาสตร์ วันเด็กแห่งชาติประจำปี 2567” จึงเนรมิตให้เป็นสวนสนุกทางวิทยาศาสตร์ เน้นจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ทั้งความรู้ และความสนุกสนานควบคู่กัน

รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. ให้ความสำคัญ
กับการส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกช่วงวัยโดยเฉพาะองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่จำเป็นต่อเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต งานวันเด็กปีนี้ สกสว. จึงได้มีการจัดบูธให้ความรู้คู่อาหาร by สกสว. เพื่อนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสอดแทรกเข้ากับเรื่องอาหารสำหรับเด็กวัยเรียน ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่มีผลต่อร่างกายและสุขภาพของเด็กๆ ทุกคน ซึ่งเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและต้องการพัฒนาการสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมภายในบูธประกอบด้วยหลายมุมที่น่าสนใจ อาทิ มุมนวัตกรรมรูปเราทานได้ เป็นการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์รูปบนขนมปัง พร้อมรับประทานได้ มุมน้ำสมุนไพรคลายร้อนที่มีการคำนวณคุณค่าทางโภชนาการ ที่มีนักโภชนาการจากโรงเรียนการเรือนสวนดุสิตมาให้คำแนะนำด้านอาหารสำหรับวัยเรียน มุมระบายสีอาหาร 5 หมู่ ถูกใจวัยจิ๋ว และมุมของรางวัลที่เน้นอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นต่างๆ มากมาย

ทั้งนี้ งานถนนสายวิทยาศาสตร์ 2567 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจัดขึ้น 3 แห่ง คือ วันที่ 12-13 ม.ค. ณ กระทรวง อว. ถนนโยธี วันที่ 12-14 ม.ค. จัดที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีทรัชดา ชั้น 5 กรุงเทพฯ และวันที่ 13 ม.ค. จัดที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ คลองห้า ปทุมธานี ในต่างจังหวัดยังมีการจัดงานวันเด็กในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. อีกกว่า 51 แห่ง ใน 49 จังหวัด เพื่อมอบความสุขให้กับเด็กๆ ทั่วทุกภูมิภาค

ผู้บริหารม.ราชภัฏอุดรฯ ตั้งโต๊ะเคลียร์ปม’ศรีสุวรรณ’ร้องป.ป.ช.สอบร่ำรวยผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780961

ผู้บริหารม.ราชภัฏอุดรฯ ตั้งโต๊ะเคลียร์ปม'ศรีสุวรรณ'ร้องป.ป.ช.สอบร่ำรวยผิดปกติ

ผู้บริหารม.ราชภัฏอุดรฯ ตั้งโต๊ะเคลียร์ปม’ศรีสุวรรณ’ร้องป.ป.ช.สอบร่ำรวยผิดปกติ

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.53 น.

ผู้บริหารมรภ.อุดรธานียังช็อค หลังถูก”ศรีสุวรรณ”ร้อง ป.ป.ช. กรณีสอบผู้บริหาร ม.ราชภัฏอุดรฯ ทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ วันนี้ผู้บริหารนั่งโต๊ะแถลงตอบทุกข้อแจงทุกประเด็น ย้ำโครงการที่รับจากกระทรวงอุดมศึกษาฯ ไม่ถึง 1,400 ล้านบาท  และรับอดีตข้าราชการเกษียนต้องผ่านสภามหาวิทยาลัย ตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ไม่เข้าใจคนไปร้องต้องการอะไร

15 ม.ค.67 จากกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.หรือไม่ กรณีแต่งตั้งอดีตข้าราชการซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ให้กลับมาเป็นผู้บริหารของมหาลัย และใช้อำนาจในการไปกำหนดภารกิจที่อาจมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ ยังได้โพสต์แจ้งว่า มีความผิดปกติในการจัดทำโครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) ของ ม.ราชภัฎอุดรธานี ซึ่งใช้งบประมาณแผ่นดินไปกว่า 1,400 ล้านบาท เป็นเหตุทำให้ผู้บริหารโครงการฯร่ำรวยเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติหรือไม่ เพราะผู้บริหารบางรายสามารถปลดหนี้สินสหกรณ์ ซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถหรู ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศได้

ล่าสุด ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดี, ผศ.ดร.ชาติชาย ม่วงปฐม รองอธิการบดี, ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดี และนายพิเชษฐ์ แย้มโคกสูง นิติกรปฏิบัติการ ได้แถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวต่อสื่อมวลชนจ.อุดรธานีทันที

ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดี นั่งโต๊ะแถลงว่า ขอชี้แจงเป็นข้อๆ ตอบทุกประเด็นทั้งโพสต์ของผู้ร้องและผู้ต้องไปยื่นต่อป.ป.ช. ว่า กรณีที่นายศรีสุวรรณไปร้อง เราก็มาตอบทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ในสิ่งที่ร้องเป็นเรื่องจริงหรือเกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อตรวจสอบเราก็พบว่า สิ่งที่นยศรีสุวรรณร้องมา ในหลายประเด็นเราได้รายงานต่อสภามหาวิทยาลัยได้รับทราบในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นว่าจะเป็นโครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) เราได้รายงานวิธีการดำเนินการและรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเป็นระยะๆ แต่ประเด็นที่นายศรีสุวรรณได้รับข้อมูลแล้วไปร้อง ป.ป.ช. มองว่ามีสองนัยยะ คือ นัยยะแรกไม่ทราบว่าใครเอาข้อมูลไปให้ผู้ร้องไม่ครบ หยิบบางประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้วเอาไปนำเสนอให้กับผู้ร้อง เมื่อได้ข้อมูลไม่ครบทำให้สื่อความหมายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

เรื่องที่ 2 ข้อมูลบางอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ที่ว่าทางมหาวิทยาลัยฯ ได้รับงบประมาณ โครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) 1,400 ล้านบาท ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งสองโครงการ BCG Model ได้รับงบประมาณจากกระทรวงอุดมศึกษาฯ  โครงการแรก 473 ล้านบาท โครงการที่ 2  117  ล้านบาท วัตถุประสงค์ของโครงการเป็นการจ้างงานฯ นักศึกษาและชาวบ้านในพื้นที่ พอโครงการเสร็จเราได้คืนกระทรวงอุดมศึกษาโครงการแรกคืนไป 28 ล้านบาท โครงการที่ 2 คืนไป 2 ล้านบาท ขอชี้แจงว่า งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยฯ ไม่สามารถเก็บเงินหรือหักเข้าเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยฯได้

ส่วนกรณีที่จ้างบุคคลภายนอกที่เกษียณอายุราชการไปแล้วมาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ขอชี้แจงว่า อธิการบดีฯ เป็นผู้เสนอ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ อธิการจะแต่งตัวเองคนเดียวไม่ได้ พอสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ เราก็มอบหมายหน้าที่ให้ และทางมหาวิทยาลัยฯมีระเบียบรองรับ และหลักเกณฑ์การจ้างบุคลาการที่เกษียนอายุราชการตรงนี้ ต้องผ่านกระบวนการ ไม่ใช่อธิการไปเซ็นแล้วให้มาทำงานได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้ไหมเป็นการร้องเพื่อให้ผู้บริหารเสียหายในช่วงที่ใกล้หมดวาระของผู้บริหารอีกเวลาปีกว่า อธิการบดี ตอบว่า ในฐานะอธิการบดีจะพูดอะไรออกไปต้องมีข้อมุลที่ถูกต้อง เราก็มาทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น  มีสิทธิที่อาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้ เพราะถ้าเราสังเกตในแวดวงสถาบันอุดมศึกษา ก็จะมีเรื่องราวประเด็นแบบนี้ในช่วงใกล้หมดวาระและใกล้ช่วงสรรหาผู้บริหาร แต่ไม่ฟันธงใช่หรือไม่ใช่ เพราะเราจะพูดอะไรต้องมีข้อมูล ที่ได้พูดในวันนี้เป็นข้อมูลจริงที่เคยได้รายงานให้กับสภามหาวิทยาลัยฯ ไปแล้ว หากป.ป.ช.มาสอบถามข้อมูลที่พูดทุกอย่างในวันนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่ตรงกัน

“จริงๆ เราเคารพองค์กรที่ทำหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบมหาวิทยาลัย เราพร้อมให้ตรวจสอบ ที่ออกมาชี้แจงครั้งนี้ เพื่อแถลงข้อเท็จจริงและปกป้องมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่รู้ว่ามีเจตนาของคนที่เอาข้อมุลให้นายศรีสุวรรณต้องการอะไร แต่อยากจะบอกกับคนที่ทำเรื่องนี้อยากให้ตระหนักสำนึกนิดหนึ่ง สิ่งที่คุณทำกำลังทำร้ายองค์กรคุณเอง ข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องเสนอข้อมูลแค่บางส่วน คุณกำลังทำร้ายมหาวิทยาลัย ทำร้ายนักศึกษาและองค์กรของคุณเอง และบุคลากรของเรา”อธิการบดี ระบุ

ส่วน ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีฯ ชี้แจงว่า ตามที่ผู้ร้องโพสต์ว่าผู้บริหารร่ำรวยผิดปกติ ถ้าจะหมายถึงตน ยากจะบอกว่า ตอนนี้จนลงด้วยซ้ำ บ้านหลังใหม่ที่ซื้อธนาคารให้กู้ 4 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 19,000 บาท เวลา 30 ปี รถที่ซื้อใหม่เพราะรถคันเก่ามันพัง มาซื้อคันใหม่ ไม่ใช่รถหรู โดยเอาเงินที่เหลือจากกู้ธนาคารมาผ่อน ส่วนลูกที่ไปเรียนต่างประเทศ เป็นการวางแผนของครอบครัวไว้แล้วโดยเอาเงินที่เหลือจากการกู้จากธนาคาร 4 ล้านบาท  ขอเรียนว่าลูกไม่ได้ไปเรียน แต่เป็นการไปแลกเปลี่ยน 10 เดือนแล้วก็กลับมาเรียนที่เมืองไทย รถและบ้านเป็นเงินกู้ธนาคารทั้งนั้น โดยมีคุณปู่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียน ซึ่งก่อนเข้ารับตำแหน่งตนยื่นทรัพย์สินต่อ ปปช.ไปแล้ว และต้องยื่นทุก 3 ปี จะรวยเพิ่มขึ้นหรือลดลง ไปดูที่ปปช. เรียนตรงนี้ว่าตอนนี้ตนจนลง

‘บิ๊กอุ้ม’จี้ สพฐ.เดินหน้าค้นหาเด็กนอกระบบ ดึงกลับเข้าเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780873

‘บิ๊กอุ้ม’จี้ สพฐ.เดินหน้าค้นหาเด็กนอกระบบ ดึงกลับเข้าเรียน

‘บิ๊กอุ้ม’จี้ สพฐ.เดินหน้าค้นหาเด็กนอกระบบ ดึงกลับเข้าเรียน

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.46 น.

“บิ๊กอุ้ม”จี้ สพฐ.เดินหน้าค้นหาเด็กนอกระบบ ดึงกลับเข้าเรียน เตรียมนนำการประเมินแบบใหม่ใช้ประเมิน ผอ.เขตฯ ผอ.โรงเรีย

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) โดยมี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  รองเลขาธิการฯ ผู้บริหาร สพฐ. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ครู บุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมประชุมผ่านระบบยูทูป และเฟสบุ๊ค ว่า สิ่งที่อยากมาเน้นย้ำคือ  3 ท ทำดี ทำได้ ทำทันที  เรื่องใดที่ดีมีประโยชน์ก็อยากให้ทำทันที รวมถึงการให้ข้อแนะนำต่าง ๆ ตนเชื่อว่า ความคิดและข้อแนะนำต่าง ๆจากทุกคนจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษา รวมถึงขอเน้นย้ำนโยบาย เรียนดี มีความสุข ทั้งนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหมายถึงการทำอะไรสักอย่างขอให้มีความสุขที่จะทำ ถ้าไม่มีความสุข ขอให้บอก จะจัดสรรให้อยู่ในที่ที่มีความสุข มีความอยากที่จะทำ ทั้งนี้ เชื่อว่าถ้าทุกคนมีความสุข จะส่งผลให้ผลการเรียนดีขึ้น รวมถึงขอฝากให้ไปดูว่า จะทำอย่างไรเพื่อลดภาระครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ส่วนการปฏิบัติงานประจำ ขอให้เน้นความถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด มองประโยชน์องค์กร ประเทศชาติ ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ก่อนจึงนึกถึงประโยชน์ส่วนตน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอให้ทุกคนช่วยกันดำเนินการตามนโยบายเรียนดี มีความสุข นโยบายการศึกษาถ้าขาดสพฐ. ก็ไม่อยากจะดำเนินการได้สัมฤทธิ์ผล ถ้ากระแสสังคมจะเป็นอย่างไรก็ตามอย่าไปหวั่นไหว เพียงแต่ต้องรับฟัง และนำมาเป็นแนวทางปรับปรุง ระมัดระวัง การทำงาน สพฐ. และศธ.เป็นองค์กรที่ใหญ่ เชื่อว่าน่าจะมีด็อกเตอร์(ดร.)มากที่สุดในองค์กร เชื่อว่า หากพวกเราช่วยกันดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เชื่อว่าการศึกษาของเราคงจะมีการพัฒนาขึ้น โจทย์ที่จะต้องดำเนินการคือ ทำอย่างไรจะให้ เด็กนักเรียน และเยาวชนโตขึ้นไปเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศไทย ในวันนี้ต้องทำอย่างไรให้นักเรียนอยากเรียน อยากมาโรงเรียน

“สิ่งที่ต้องทำอีกเรื่องที่เป็นนโยบายของนายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คือ ช่วยกันค้นหาเด็กที่หลุดออกนอกระบบที่ไม่ได้เรียนให้กลับเข้ามาเรียน  ทำอย่างไรให้นักเรียนผ่านการศึกษาภาคบังคับกันทุกคน ผมเข้าใจว่าเป็นความเหนื่อยยาก ซึ่งคงต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหา เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กออกนอกระบบการศึกษา ก็คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ดังนั้น คงต้องหาวิธีการ ซึ่งในส่วน ศธ. เองพยายามตอบโจทย์นี้โดยจัดทำแพลคฟอร์ม any where any time เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา แต่เมื่อระบบยังไม่พร้อมก็ข้อความร่วมมือ ช่วยค้นหาเด็กให้กลับมาเรียน รวมถึงการช่วยเหลือเด็กพิเศษต่าง ๆ ด้วยก็ต้องช่วยกันดำเนินการ” รมว.ศธ. กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า  สพฐ.ได้นำเสนอการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า มีเรื่องต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรี เป็นที่น่าชื่นชม เช่น การลดภาระครู ที่มีการเพิ่มคะแนนครูคืนถิ่น และมีการปรับลดการดำเนินการต่าง  ๆ ในการประเมิน หรือ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่มีการใช้ธุรการร่วมกันหรือทางเขตพื้นที่การศึกษาเข้าไปสนับสนุนการทำงาน เป็นต้น นอกจากนี้ มีการติดตามการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โดยจะมีการจัดประกวดโรงเรียน The Best of The Best 183 โรงเรียนที่จะเป็นโรงเรียนต้นแบบในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนผ่าน DLTV  ซึ่ง DLTV เป็นการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2538 เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  ซึ่งสามารถช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล หรือ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่ครบชั้นได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จทั้ง 100%  ทั้งนี้ รัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จะมาติดตามการดำเนินการ เพื่อมาประชุมปรับปรุงให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกันมากขึ้น

รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ในการประชุมได้มีการกำชับเรื่องการป้องกันการทุจริต ซึ่งเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารก็ให้ความสำคัญ เช่น กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้มอบหมายให้ ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ.ไปติดตามข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบโรงเรียนการศึกษาพิเศษมีอยู่จำนวนมากและมีข้อจำกัดเยอะมาก ซึ่งจากที่ได้รับฟังรายงานแล้วยอมรับว่าเป็นความเหนื่อยยากของครูและผู้บริหารโรงเรียนในการที่จะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆก็ได้ขอใช้เวทีการประชุมวันนี้ส่งกำลังใจไปถึงครูและผู้บริหารการศึกษาพิเศษทุกโรงเรียน ที่อาจจะเสียกำลังใจหรือท้อใจเวลาโรงเรียนในกลุ่มการศึกษาพิเศษเกิดปัญหา  ซึ่งอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ เพราะฉะนั้น ขอให้รอดูข้อเท็จจริงก่อนแล้วมาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวถึงนโยบายการประเมินรูปแบบใหม่ ว่า เป็นการให้ผู้รับการประเมินเป็นคนบอกเองว่า ทำอะไรได้ขนาดไหน เพราะเราต้องยอมรับว่าทรัพยากร ไม่ว่าจะเรื่องงบประมาณ บุคลากร สถานที่ หรือสิ่งต่าง ๆ แต่ละพื้นที่มีบริบทไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน  ซึ่งแต่ละคนจะรู้ตัวว่ามีศักยภาพขนาดไหน ทำอะไรได้บ้าง บางพื้นที่อาจจะไม่มีอะไรเลย เช่น พื้นที่ห่างไกล มีทรัพยากรน้อย ผู้มีจิตศรัทธาที่จะสนับสนุนก็น้อย ซึ่งเท่ากับเริ่มจากศูนย์ ถ้าสามารถทำได้ถึง 3 ก็จะได้เพิ่ม 3 แต้ม แต่บางพื้นที่อย่าง กทม. มีครบหมดแล้วทำนิดหน่อยก็เสมอตัว ดังนั้น การประเมินแบบใหม่ก็จะให้ตัวเองบอกเองว่าจะทำอะไรได้แค่ไหนแล้วมาประเมินผล

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวด้วยว่า  สำหรับแพลตฟอร์มการเรียนรู้เพื่อสนองนโยบาย เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา  Anywhere Anytime นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งมีความก้าวหน้าพอสมควร ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับระบบสอบเทียบ เมื่อนำมาใช้ทุกคนจะสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดย สพฐ.จะทำร่วมกับ กรมส่งเสริมการเรียนรู้( สกร.) และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะเป็นหลักในการประเมิน

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานคติธรรมวันครู 16 ม.ค.2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780822

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานคติธรรมวันครู 16 ม.ค.2567

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานคติธรรมวันครู 16 ม.ค.2567

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.34 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานคติธรรม เนื่องในวันครู 16 มกราคม 2567 ความว่า เกียรติยศของความเป็นครู อยู่ที่ความเจริญรุ่งเรืองทางความรู้และคุณธรรมของศิษย์ ครูที่แท้จริง จึงต้องมีความขยันหมั่นเพียร มีสติรอบคอบ ไม่ประมาท ประกอบด้วยความซื่อตรงต่อตนเอง ต่อหน้าที่ และคุณความดี เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับศิษย์ในการพัฒนาตนให้ถึงพร้อมด้วยความรู้และความดีอยูเสมอ ผู้ไม่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เฉลียวฉลาดรอบคอบ ไม่สำรวมระวังความประพฤติทางกาย วาจา ใจ ให้เป็นไปโดยชอบ และไม่มีความหนักแน่นมั่นคงในคุณธรรมจริยธรรม จึงไม่พึงได้รับเกียรติยศยกย่องในฐานะครูผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติได้ สมเด็จพระบรมครู กล่าวคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย จึงประทานพระพุทธานุศาสนีสั่งสอนไว้ว่า

อุฎฐานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส
นิสมุมการิโน สณุญตสุส จ ธมุมชีวิโน
อปุปมตฺตสุส ยโสภิวทุฒติ

แปลความว่า “เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.”

เนื่องในวันครู พุทธศักราช 2567 ขออนุโมทนากุศลจริยาของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และขออำนวยพรให้ท่านจงเจริญด้วยเกียรติยศ อันบังเกิดแต่ความขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ไคร่ครวญแล้วจึงทำสำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท เพื่อเป็นกำลังอุดหนุนค้ำจุนสังคมไทยสืบไป เทอญ.