ผิดพลาดอีก! ทปอ.ประกาศปรับคะแนนวิชา TGAT3 ใหม่ ข้อ 143 และ 150 ข้อสอบชุดที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780774

ผิดพลาดอีก! ทปอ.ประกาศปรับคะแนนวิชา TGAT3 ใหม่  ข้อ 143 และ 150 ข้อสอบชุดที่ 1

ผิดพลาดอีก! ทปอ.ประกาศปรับคะแนนวิชา TGAT3 ใหม่ ข้อ 143 และ 150 ข้อสอบชุดที่ 1

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 12.10 น.

ทปอ.ออกประกาศแก้ไขผลสอบรายวิชา TGAT3 ขยายระยะเวลาการขอทวนนคะแนน ถึง 22 ม.ค. 2567

วันที่ 15 มกราคม 2567 ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ได้ออกประกาศ เรื่อง การแก้ไขผลสอบรายวิชา TGAT ส่วนที่ 3  สืบเนื่องจากขอทบทวนคะแนนในช่วงที่ผ่านมา ทีมงานตรวจข้อสอบตรวจพบว่า การตรวจให้คะแนนวิชา  TGAT 3  ข้อ 143 และ 150 ของข้อสอบชุดที่ 1 และข้อสอบแบบ CBT มีการให้คะแนนส่วนย่อยรายคำตอบผิดพลาด ทำให้ผู้เข้าสอบบางส่วนได้รับคะแนนเกินไปประมาณ  0.8-2.1% 

คณะกรรมการดำเนินงาน TCAS67 ได้พิจารณาแล้ว มีมติให้ปรับคะแนน 2 ข้อดังกล่าวให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกราย โดยผู้เข้าสอบกลุ่มดังกล่าวสามารถตรวจสอบคะแนนและค่าสถิติใหม่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอขยายระยะเวลาการขอทวนคะแนน ถึง 22 ม.ค. 2567

แคนนอน สานต่อ‘มอบไออุ่นสู่น้องๆ ปีที่ 4’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780670

แคนนอน สานต่อ‘มอบไออุ่นสู่น้องๆ ปีที่ 4’

แคนนอน สานต่อ‘มอบไออุ่นสู่น้องๆ ปีที่ 4’

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด นำโดย นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร จัดกิจกรรม “แคนนอนมอบไออุ่นสู่น้องๆ ปีที่ 4” นำผ้าห่มกันหนาวกว่า 1,200 ผืน รวมถึงอุปกรณ์การศึกษา เสื้อผ้า และสิ่งของเครื่องใช้ที่พนักงานแคนนอนร่วมกันบริจาค ส่งมอบให้แก่มูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (มรช.) ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมี พล.ต.ท.ดร ปิ่นเฉลียว ประธานคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนฯ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้นักเรียนในโรงเรียนในพื้นที่ชายแดนที่อยู่ในสังกัดของมูลนิธิฯ ต่อไป

นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ในช่วงหน้าหนาวของทุกปีจะมีเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากต้องเผชิญกับภัยหนาว แคนนอนจึงมุ่งมั่นช่วยเหลือและแบ่งปันความอบอุ่นให้แก่เด็กๆในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ผ่านกิจกรรมแคนนอนมอบไออุ่นสู่น้องๆ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สำหรับปีนี้เรานำผ้าห่มกันหนาว อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า และสิ่งของบริจาคจากพนักงานมามอบให้มูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนฯ ซึ่งมีโรงเรียนชายแดนในการดูแลกว่า 222 โรงเรียนทั่วทุกภาค โดยหวังว่า จะช่วยสร้างรอยยิ้ม มอบความอบอุ่น และเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ให้แก่น้องๆ นักเรียนในทุกภูมิภาคของประเทศในอนาคต และพร้อมเดินหน้าสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคมไทยต่อไปอย่างเต็มกำลัง

‘ตุ๊กๆ ออนทัวร์’ฝีมือเด็กไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติ 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780669

‘ตุ๊กๆ ออนทัวร์’ฝีมือเด็กไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติ 2567

‘ตุ๊กๆ ออนทัวร์’ฝีมือเด็กไทย คว้าแชมป์แกะสลักหิมะนานาชาติ 2567

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดส่งทีมนักศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 3 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะระดับนานาชาติ ประจำปี 2567 (ครั้งที่ 16) ณ เมือง Harbin สาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างวันที่ 4-7 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย อังกฤษ อิตาลี ออสเตรเลีย และไทย รวมทั้งหมด 58 ทีม เข้าร่วม

ผลปรากฏว่า ทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา ประกอบด้วย นายกวินท์ ศตะภัค นักศึกษาชั้น ปวช.3, นายองศา ยุทธสะอาด นักศึกษาชั้น ปวช.3, นายณัฐวุฒิ แสงภู นักศึกษาชั้น ปวช.3,นางสาวสุดากาญจน์ จาดแก้ว นักศึกษาชั้น ปวช.3 โดยมี ครูต้อม หรือ นายศรชัยชนะสุข เป็นครูผู้ควบคุมทีม คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทอง จากผลงาน “ตุ๊กๆ ออนทัวร์” โดยนำรถตุ๊กๆ มาเป็นสื่อตัวกลางในการพาตัวละครต่างๆ ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีในประเทศไทย เพื่อให้ชาวโลกได้เห็นศิลปะไทยในรูปแบบร่วมสมัย

ส่วนทีมนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ได้รับรางวัลที่ 3 ร่วมกัน จากผลงาน “มนุษย์ กับ ธรรมชาติ” ภายใต้แนวคิด ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์ และผลงาน “โลกแห่งสันติภาพ World of peace” ภายใต้แนวคิด เพื่อให้ทุกคนบนโลก ตระหนักถึงความสำคัญ และงดใช้ความรุนแรง ร่วมมือร่วมใจในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้น โดยทั้ง 3 ทีมได้รับโล่รางวัลพร้อมประกาศนียบัตรสำหรับการแข่งขันครั้งนี้

นำร่อง 3 จว.วัดสายตาเด็ก ลดเสี่ยงบกพร่องการเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780668

นำร่อง 3 จว.วัดสายตาเด็ก ลดเสี่ยงบกพร่องการเรียนรู้

นำร่อง 3 จว.วัดสายตาเด็ก ลดเสี่ยงบกพร่องการเรียนรู้

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แม้ว่าเด็กไทยอายุ 3-12 ปี หากจักษุแพทย์ตรวจยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติควรได้รับการแก้ไข ก็จะได้รับแว่นตาฟรีทุกปีจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ข้อมูลจาก กสศ. ชี้ว่า เด็กยากจนด้อยโอกาสยังประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการทั้งการวัดสายตา เพราะปัญหาสุขภาพสายตา เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และมีส่วนทำให้เด็กหลุดจากระบบในระยะยาวได้ กสศ. สปสช. และสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศ จึงร่วมกันจัด “โครงการ I SEE THE FUTURE แค่มองเห็นก็เปลี่ยนอนาคต” โดยร่วมมือกับ 3 จังหวัด ปัตตานี สุรินทร์ สมุทรสงคราม สร้างกลไกท้องถิ่นเป็นต้นแบบของประเทศ เพื่อเด็กทุกคนเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพทันที

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. ร่วมมือกับ กสศ. และสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ริเริ่มโครงการออกแบบนวัตกรรมเพื่อคัดกรองสายตา I SEE THE FUTURE เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานท้องถิ่น เป็นกลไกเชื่อมโยงการทำงานของเครือข่ายทั้งด้านสาธารณสุขและการศึกษาในพื้นที่ ช่วยให้เด็กยากจน ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและชุดสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย โดยเริ่มต้นที่ “ปัญหาสายตาบกพร่องในเด็ก” ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข จะเป็นอุปสรรคและส่งผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพการเรียนรู้ ทำให้เด็กไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ มีปัญหาการเรียนในระยะยาว เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลุดจากระบบการศึกษา และกระทบต่ออนาคตในที่สุด

“แม้ว่าที่ผ่านมากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้จัดบริการทางด้านสาธารณสุขให้กับคนไทยทั่วประเทศผ่านสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรคด้วยการบริการอย่างครอบคลุมและทั่วถึง สำหรับปัญหาสายตานั้น เด็กไทยอายุ 3-12 ปี หากจักษุแพทย์ตรวจยืนยันมีภาวะสายตาผิดปกติควรได้รับการแก้ไข ก็จะได้รับแว่นตาเพื่อแก้ภาวะสายตาตามสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจนตั้งแต่ปี 2564 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทุกปี แต่พบว่ายังมีประชากรบางกลุ่ม อาทิ เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส เข้าไม่ถึงบริการการคัดกรองและรักษาปัญหาสายตาผิดปกติ” เลขาฯ สปสช. ระบุ

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่าข้อมูลจากโครงการชัดแจ๋ว ระบุว่า มีเด็กไทยระหว่างอายุ 3 ขวบ ถึง 12 ปี ถึง 4.1% มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการวัดสายตาและตัดแว่น โดยหากไม่ได้รับแว่นหรือมีการดูแลสายตาอย่างเหมาะสม สายตาของเด็กกลุ่มนี้ ก็มีโอกาสที่จะลุกลามไปสู่การมีอาการตาขี้เกียจหรือตาบอด ซึ่ง 4.1% ดังกล่าว เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ในช่วงวัยเดียวกัน จากข้อมูลของปี 2563 พบว่าทั่วประเทศอาจจะมีเด็กยากจนหรือยากจนพิเศษ ที่ต้องได้รับการตัดแว่นเร่งด่วน ถึง 50,000 คน

อย่างไรก็ตามงานวิจัยของ กสศ. พบว่า เด็กยากจนด้อยโอกาสยังประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการทั้งการวัดสายตา การส่งต่อเด็กที่มีปัญหาสายตาผิดปกติเพื่อเข้ารับการรักษา และการรับแว่นสายตาที่สถานพยาบาล เพราะต้องมีภาระค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทางเพื่อรับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด บางรายต้องมีค่าใช้จ่ายในการเหมารถเพื่อไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดซึ่งอยู่ห่างออกไปหลาย 10 กิโลเมตร มากกว่า 900 บาท

“เพื่อแก้ไขอุปสรรคเหล่านี้ โครงการดังกล่าวจึงพัฒนาต้นแบบการทำงานที่สนับสนุนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพเชื่อมโยงความร่วมมือในพื้นที่ และทำแผนขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือให้เด็กและเยาวชนที่ยากจน ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองสายตาและเข้ารับการรักษา และรับแว่นตา กรณีสายตามีปัญหาได้อย่างทันท่วงที โดยจะนำร่องจัดกิจกรรมเพื่อคัดกรองสายตา ก่อนส่งมอบแว่นให้เด็กที่มีความผิดปกติทางสายตา พร้อมกับเก็บข้อมูลเพื่อค้นหาผลลัพธ์การเรียนรู้หลังจากได้รับแว่นสายตาแล้ว ในพื้นที่ต้นแบบ 3 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี สุรินทร์และสมุทรสงคราม รวมจำนวนเด็กกว่า 15,000 คน โดยคาดว่าหลังจากดำเนินการ จะมีนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับแว่นตา ประมาณ 2,000 คนทำให้ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากปัญหาสุขภาพซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้” ดร.ไกรยส กล่าวและว่า

โครงการนี้จะช่วยให้โรงเรียนมีแนวทางในการลดภาระเรื่องการตรวจคัดกรองและส่งมอบแว่นให้เด็กที่มีความผิดปกติทางสายตา และยังพัฒนาชุดคัดกรองปัญหาสายตาเพื่อให้ความรู้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข ครู ผู้ปกครอง ในการสังเกตอาการเบื้องต้น และช่วยให้มีเครื่องมือวัดสุขภาพสายตาที่มีการอัปเดตและใช้งานง่ายขึ้น โดยองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลสุขภาพสายตาให้เด็กและเยาวชนในชุมชนในระยะยาว เพื่อเป็นระบบคุ้มครองทางสังคม เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่ยั่งยืนเพิ่มโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนยากจนด้อยโอกาสในทุกพื้นที่

SGU เปิดประตูสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780671

SGU เปิดประตูสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลก

SGU เปิดประตูสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (SGU) จัดโปรแกรม Familiarization สร้างความคุ้นเคยเป็นเวลา 3 วัน สำหรับตัวแทนจัดหาการศึกษาและทีมแนะแนวจากโรงเรียนทั่วโลก โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมแคมปัส True Blue ของ SGU ในเกรเนดา ทะเลแคริบเบียน พร้อมสิทธิในการเข้าชมห้องปฏิบัติการ อาทิ ห้องตรวจทางคลินิก ห้องตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง ห้องปฏิบัติการจำลองเฉพาะทางและกายวิภาคศาสตร์ เป็นต้น

คอริน วิช ผอ.การรับนักศึกษานานาชาติ SGU กล่าวว่า โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ที่ปรึกษา และตัวแทนสามารถเข้าใจเข้าถึงชุมชน และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของนักศึกษาแพทย์ SGU เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการศึกษาได้เห็นถึงแนวทางการศึกษาที่หลากหลาย และการอุทิศตนดูแลช่วยเหลือนักเรียนของเราในทุกแง่มุมของเส้นทางการศึกษาและการพัฒนาตนเอง

สจวร์ต มาร์กส์ จาก Rugby International School ในกรุงเทพฯ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ครั้งนี้ว่า “ผมไม่ได้คาดหวังเมื่อมาถึง SGU ในครั้งแรก แต่ผมกลับมีความรู้สึกประทับใจ เพราะทุกคนเป็นมิตรและให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แคมปัส True Blue และคณาจารย์ก็ตอบรับเกินความคาดหมายมาก ผมจึงมั่นใจที่จะแนะนำ SGU ให้กับนักศึกษาแพทย์ที่ต้องการค้นหาทางเลือกในการเรียนของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง”

อแมนดา โลเปซ จากโรงเรียนนานาชาติ IGB ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการมาเยือนในครั้งนี้คือระบบการสนับสนุนที่ครอบคลุมสำหรับนักศึกษา ไม่ว่าพวกเขาจะเริ่มในปีที่ 7 หรือก้าวเข้าสู่ปีแรกของโปรแกรมนักศึกษาแพทย์ก็ตาม ด้วยข้อดีเหล่านี้จึงรู้สึกมั่นใจที่จะแนะนำ SGU ให้กับนักเรียนของเรา เพราะมั่นใจว่าเด็กเหล่านั้นจะได้รับการสนับสนุน และการดูแลเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอนของเส้นทางการศึกษาของพวกเขา”

‘เสมา 2’ลุยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส​

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780710

'เสมา 2'ลุยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส​

‘เสมา 2’ลุยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส​

วันอาทิตย์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.45 น.

“เสมา 2″ลุยตรวจเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส​ พร้อมรับฟังข้อมูลความเสียหาย ก่อนของบกลางดูแลช่วยเหลือเร่งด่วน​ตามลำดับ”โรงเรียนสีแดง​-เหลือง-เขียว”

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ ณ โรงเรียนอัลเราะห์มานวิทยา , โรงเรียนบ้านสาเมาะ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยมี นายพิษณุ พลธี ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายคมกฤช จันทร์ขจร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ร่วมคณะมาด้วย และมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายชาร์รีฟท์ สือนิ ศึกษาธิการจังหวัดนราธิวาส ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น นักเรียน และผู้ปกครอง ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การมาในครั้งนี้ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ให้มาตรวจเยี่ยมและติดตามโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จากนั้นก็จะทำการรวบรวมข้อมูลความเสียหายต่างๆและนำไปรายงานต่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก่อนสรุปข้อมูลและดำเนินการทำเรื่องเสนอของงบกลางจากนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนกับโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายต่อไป โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีโรงเรียนได้รับผลกระทบประมาณ 300 แห่ง ซึ่งทางเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการแยกโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายออกเป็น สีแดง สีเหลือง และสีเขียว เพื่อให้การช่วยเหลือตามลำดับความจำเป็นเร่งด่วนก่อน สำหรับความเสียหายที่ได้รับรายงานเบื้องต้น พบว่ามีทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น  คอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ หนังสือ รวมไปถึงห้องเรียน กำแพงโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำที่กัดเซาะ เป็นต้น

“การลงพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้ได้เห็นภาพความเสียหายและได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะช่วยทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด สำหรับการช่วยเหลือเมื่อกลับไปจะเร่งดำเนินการของบกลาง โดยเริ่มจากโรงเรียนสีแดงซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนก่อน ตามด้วยสีเหลือง และสีเขียวตามลำดับ ส่วนโรงเรียนที่ไม่ได้รับผลกระทบแต่มีความขาดแคลนและต้องการความช่วยเหลือในด้านอื่นที่จำเป็นกระทรวงก็จะมีการจัดสรรโดยใช้งบของปี 2568 ในการดำเนินการต่อไป วันนี้ผมรู้สึกดีใจที่ได้มาเยี่ยมให้กำลังใจ ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่าน ในยามที่ท่านลำบาก แต่ไม่ได้ดีใจเพราะท่านลำบาก ที่ดีใจเพราะเมื่อท่านลำบากแล้วท่านได้เห็นหน้าผม อย่างไรก็ตามถึงแม้ไม่ใช่ในยามวิกฤตก็จะมาเป็นกำลังใจให้กันและกัน ขอบคุณทุกท่านที่มาให้การต้อนรับ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า ตนขอนำกำลังใจจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ซึ่งถึงแม้ท่านจะไม่ได้มาด้วยตัวเองแต่ก็ฝากกำลังใจมายังบุคลากรทางการศึกษา พ่อแม่พี่น้องประชาชน และลูกๆนักเรียนทุกคน ซึ่งท่านได้กำชับให้ตนลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจให้การช่วยเหลือทุกท่านอย่างเร่งด่วน ในส่วนของนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของท่าน รมว.ศธ.เป็นความหมายที่เข้าใจง่าย คือ ความสุขเกิดที่ไหน ประสิทธิภาพประสิทธิผลและความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นได้โดยไม่ยาก โดยความสุขต้องเริ่มจากทุกท่าน​ทั้ง ครู​ ผู้ปกครอง นักเรียน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกๆคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ส่วนการลดภาระครู ลดภาระบุคลากรทางการศึกษา​ ลดภาระผู้ปกครองและนักเรียนนั้น ขณะนี้กระทรวงกำลังลดภาระครูด้วยการคืนนักการภารโรงให้กับโรงเรียน ซึ่งความสำเร็จต่างๆจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากทุกท่าน

– 006

ประชาชนจากทั่วประเทศพาลูกหลานแห่เข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรในวันเด็กคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780552

ประชาชนจากทั่วประเทศพาลูกหลานแห่เข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรในวันเด็กคึกคัก

ประชาชนจากทั่วประเทศพาลูกหลานแห่เข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรในวันเด็กคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2567, 15.42 น.

ประชาชนจากทั่วประเทศพาลูกหลานแห่เข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรในวันเด็กคึกคัก

วันนี้ (13 ม.ค.67) ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นท่าจอดเรือหลวงจักรีนฤเบศร ได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนพาบุตรหลานขึ้นชมเรือรบกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเยาวชน และเด็ก ๆ นับหมื่นชีวิตหลั่งไหลเดินทางเข้ามาเที่ยวชมกันอย่างไม่ขาดสาย ทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร แต่ทางทหารเรือได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่มีอุปสรรคประการใด รวมถึงมีกำลังสารวัตรทหารเรือ คุมเข้มด้านความปลอดภัย

โดยในปี 2567 นี้ พล.ร.อ.ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้จัดให้มีกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมมากมาย เช่น การแสดงแฟนซีดิว ของนักเรียนจ่าทหารเรือ การจัดแสดงโชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ อันประกอบด้วยรถสะเทือนน้ำสะเทือนบก รถถัง ปืนใหญ่ และปืนต่อสู้อากาศยาน การแสดงเวที การแจกของขวัญของรางวัลและการละเล่นอีกมากมาย แต่ที่เป็นจุดสนใจของเด็กๆ มากที่สุด คือ เรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในกองกองทัพเรือไทย ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจ และความประทับใจให้แก่เด็กๆ เป็นอย่างมาก 

สำหรับงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 นี้ กองทัพเรือ ได้มอบหมายให้กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในส่วนของกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมากองทัพเรือ ได้จัดเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งเปรียบเสมือนทูตสันทวไมตรีของกองทัพเรือ มีเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้ปกครองคนจากทั่วประเทศเดินทางเข้าชมความสง่างามของเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ เรือหลวงสิมิลัน ในเวลา 08.00-17.00 น.

ในส่วนของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ซึ่งได้จัดกิจกรรมบริเวณศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ (บ่อเต่า) บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความคึกคักเช่นเดียวกัน ผู้ปกครองนำลูกหลานมาร่วม มีกิจกรรมที่มีอยู่มากมายหลากหลายให้เด็กๆได้ร่วมสนุก ในวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ – 003

‘วันเด็ก’รัฐสภาคึกคัก สสส.จับเด็กเต้น’ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ยืดเหยียดร่างกาย โตไปไม่ป่วย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780531

'วันเด็ก'รัฐสภาคึกคัก สสส.จับเด็กเต้น'ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ยืดเหยียดร่างกาย โตไปไม่ป่วย'

‘วันเด็ก’รัฐสภาคึกคัก สสส.จับเด็กเต้น’ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ยืดเหยียดร่างกาย โตไปไม่ป่วย’

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.43 น.

วันเด็กแห่งชาติที่รัฐสภาคึกคัก สสส.จับเด็กเต้น “ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ยืดเหยียดร่างกาย โตไปไม่ป่วย”

ที่รัฐสภา วันที่ 13 มกราคม 2567 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมจัดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 กับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายใต้คำขวัญ “มีวินัย จิตอาสา รักประชาธิปไตย” ของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ณ ลานประชาชน รัฐสภา โดยมีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานพิธีเปิดงานฯ พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ คณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมงาน ทั้งนี้ภายในงานจัดให้มีกิจกรรมการแสดงของเด็กและเยาวชน กิจกรรมเสริมความรู้ด้านวิชาการ การนำชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร/นั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร กิจกรรมสันทนาการความรู้ทางการเมืองการปกครองหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตลอดจนกิจกรรมบนเวทีการแสดง นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมบนเวทีกลาง การออกซุ้มเล่นเกมเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมกิจกรรมเสริมความรู้ต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และการแข่งขันเกมชิงรางวัลมากมาย

โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดกิจกรรม “ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ ยืดเหยียดร่างกาย โตไปไม่ป่วย” โดยมีครูฝึกสอนออกกำลังกาย (เทรนเนอร์) นำเด็กๆออกกำลังกายด้วยการเต้น “ตาราง 9 ช่องอัจฉริยะ” ในท่าการออกกำลังกายแบบง่ายๆและสนุกสนาน เพื่อให้เด็กๆตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมหมุนวงล้อลุ้นรางวัลด้านสุขภาพมากมาย โดยนายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมนำบุตรมาเล่นกิจกรรมที่บูธ สสส.ด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ปกครองต่างพาเด็กๆมาเที่ยวงานพร้อมร่วมกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน

เทศบาลเมืองนครนายกจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เด็กร่วมงานรับของขวัญคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780519

เทศบาลเมืองนครนายกจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เด็กร่วมงานรับของขวัญคึกคัก

เทศบาลเมืองนครนายกจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เด็กร่วมงานรับของขวัญคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2567, 13.00 น.

เทศบาลเมืองนครนายกจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เด็กร่วมงานรับของขวัญคึกคัก

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 13 มกราคม 2567 ที่บริเวณลานโดมสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 ตำบลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายสุภกิณห์ แวงชิน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 พร้อมอ่านสารของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2567  โดยมีนายศุภกฤษณ์ จัยสรสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของจัดงานวันเด็กแห่งชาติ พร้อมมีหน่วยงานราช และเอกชนร่วมกันจัดตั้งบูธกิจกรรมเล่นเกมส์ แจกอาหารฟรี โดยมีผู้ปกครองได้นำเด็กๆ เข้ามาร่วมกิจกรรมวัดเด็กแห่งชาติเป็นจำนวนมาก

ด้วยเทศบาลเมืองนครนายก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อเด็กและเยาวชนของชาติ จึงได้จัดกรรมกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี2567 โดยกำหนดการจัดงานในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ภายในงานได้จัดให้มีการจับรางวัลเช่นรถจักรยานไฟฟ้า จักรยาน และสิ่งของอื่นๆอีกมากมาย และชมการแสดงบนเวที พร้อมมีหน่วยงานรัฐ – เอกชน มาร่วมตั้งบูธการเล่นเกมส์ตอบปัญหาชิงรางวัล การมอบของรางวัล และการจัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มให้แก่เด็กและเยาวชนทุกคนที่มาร่วมงานวันเด็กแห่งชาตินี้

เยาวชนกลุ่มสานฝันเปิดหมวกนำของขวัญมอบให้เด็กป่วยตาม รพ.วันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780510

เยาวชนกลุ่มสานฝันเปิดหมวกนำของขวัญมอบให้เด็กป่วยตาม รพ.วันเด็กแห่งชาติ

เยาวชนกลุ่มสานฝันเปิดหมวกนำของขวัญมอบให้เด็กป่วยตาม รพ.วันเด็กแห่งชาติ

วันเสาร์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2567, 11.58 น.

วันที่ 13 ม.ค.67 ที่ตึกสิรินธร โรงพยาบาลสตูล เยาวชนกลุ่มสานฝัน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสตูล พระ และ อีหม่าม นำของขวัญจำนวนมากมามอบให้กับน้อง ๆ ที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสตูล โดย พญ.วันทนา ไทรงาม ผอ.รพ.สตูล พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล ร่วมให้การต้อนรับและร่วมมอบ สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเด็ก ๆ ที่นอนป่วยในรพ.สตูลเพื่อรักษาตัว ไม่สามารถไปร่วมงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ได้ กลับมามีความสุขเหมือนเด็กทั่วไป

โดยปีนี้ทางเยาวชนกลุ่มสานฝัน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสตูล ได้นำของขวัญกระจายส่งมอบให้น้อง ๆ ที่ป่วยรักษาตัวที่รพ.ต่าง ๆ ทั้ง 7 แห่งในจังหวัดสตูล อาทิ อำเภอท่าแพ  อำเภอละงู อำเภอทุ่งหว้า พร้อมกันนี้ พระสงฆ์ได้ให้พรกับน้อง ๆ ที่นอนป่วยรักษาตัวเอง ขณะที่อีหม่าม ได้ให้ดุอาร์ เด็ก ๆ มีความสุขปลอดโรคปลอดภัยหายป่วยไวๆ  รวมคุณพ่อคุณแม่ที่มาเฝ้าน้อง ๆในครั้งนี้ด้วย 

นายยาสีดร์ สตอหลง กลุ่มสานฝันเยาวชนจังหวัดสตูล บอกว่า กิจกรรมในครั้งนี้มีการทำต่อเนื่องมาหลายปี ของรางวัลที่ได้มาจากการรวมตัวกันเปิดหมวก เปิดรับบริจาคเอาของมาให้กับน้อง ๆ ที่นอนป่วยที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ในจังหวัดสตูล โดยเตรียมของขวัญไว้จำนวน 100 กล่อง มอบให้เด็กที่นอนป่วยรพ. ที่ไม่ได้ไปทำกิจกรรมด้านนอกในวันเด็ก  ไม่ได้เที่ยวและสังสรรค์   ก็เลยเลือกอยากนำของขวัญมาให้น้องๆ  ได้มีความสุข   มีรอยยิ้ม แม้จะไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมด้านนอก – 003