กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือช่วยเหลือผู้ต้องขังทั่วประเทศ ร่วมกับ ศธ.และ ยธ. ถวายเป็นพระราชกุศล ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775402

กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือช่วยเหลือผู้ต้องขังทั่วประเทศ ร่วมกับ ศธ.และ ยธ. ถวายเป็นพระราชกุศล 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือช่วยเหลือผู้ต้องขังทั่วประเทศ ร่วมกับ ศธ.และ ยธ. ถวายเป็นพระราชกุศล ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.03 น.

กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือช่วยเหลือผู้ต้องขังทั่วประเทศ ร่วมกับ ศธ.และ ยธ. ถวายเป็นพระราชกุศล “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

15 ธ.ค.66 เวลา 11.00 น. กองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ กับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร

                 พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังใหญ่ผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 กล่าวถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการและกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ว่า เมื่อปี พ.ศ. 2564  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคยพระราชทานแนวทางที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยพัฒนาผู้ต้องขัง จนถึงขั้นที่มีการยกร่างบันทึกความเข้าใจ และเตรียมที่จะมีการลงนามร่วมกันระหว่างกองทุนกำลังใจฯ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  และเพื่อสืบสานพระปณิธานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ กองทุนกำลังใจในพระดำริฯ จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือขึ้น เพื่อพัฒนาผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงให้มีความพร้อมทุกด้านทั้งร่างกายและจิตใจก่อนออกไปสู่สังคมภายนอก และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2566 

                 “กรอบขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจะประกอบด้วย การร่วมกัน กำหนดกรอบ แนวทาง  และแผนงาน การจัดฝึกอบรมวิชาชีพ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ ,การจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพ ให้แก่ผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ ,การสำรวจความต้องการอาชีพของผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ ,การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และการฝึกอบรมวิชาชีพ ,การจัดให้มีการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ การพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะที่จำเป็น เพื่อยกระดับความรู้ให้แก่ผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ   ,การสนับสนุน และร่วมมือด้านบุคลากร อุปกรณ์การเรียนการสอน เอกสาร ตำรา อาคาร สถานที่ ตามที่ทั้งสี่ฝ่ายตกลงร่วมกัน, การติดตามประเมินผลการดำเนินงาน การประชาสัมพันธ์โครงการ และผลการดำเนินสาระสำคัญประการหนึ่งที่จะอยู่ในหัวข้อการพิจารณาคือ จะต้องปลูกฝังให้ผู้ต้องขังได้มีความรู้ ความเข้าใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เนื่องด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาผู้ต้องขังในโครงการต่างๆ เช่น ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ในเรือนจำภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาอาชีพและจิตใจ ภายใต้หลายๆ โครงการ “ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง  กล่าว

                ด้านพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ  ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ต่อชาวราชทัณฑ์และต่อกระทรวงยุติธรรม โดยทรงนำบทเรียนที่ดีที่เกิดจาก การให้ความสำคัญกับเด็กติดผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และการเข้าใจถึงทุกข์ยากของผู้หญิงที่ต้องรับโทษจำคุกณ ทัณสถานหญิงกลางแห่งนี้ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงในมิติต่างๆ ไปนำเสนอในเวทีต่างประเทศและต่อมาเวทีของสประชาติ ได้ให้การยอมรับในแนวทางดังกล่าวในชื่อของ Bangkok Reules หรือข้อกำหนดกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กับผู้ต้องขังหญิงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

                 ขณะที่ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หารือร่วมกับคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และกรมราชทัณฑ์    ในการจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือขึ้นซึ่งในบันทึกดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงาน 4 หน่วยที่จะลงนามในบันทึกดังกล่าว ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หารือร่วมกับคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และกรมราชทัณฑ์ โดยแต่ละหน่วยจะเข้ามาทำหน้าที่เพื่อสนับสนุนและผลักดัน ให้ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาในทุกมิติเพื่อกลับคืนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ของสังคมโดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจความร่วมมือในการพัฒนาผู้ต้องขังภายใต้โครงการกำลังใจฯ ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ 4 ด้านได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรด้านทักษะชีวิต คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรด้านทักษะอาชีพ คณะกรรมการกิจกรรมแนะแนวอาชีพ และคณะกรรมการติดตามประเมินผล

                    ทั้งนี้หลังจากได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือแล้ว จะเริ่มดำเนินงาน หรือการ kick off โครงการในช่วงเดือนมากราคม 2566 เป็นต้นไป โดยจะลงไปแนะแนวให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำต่างๆ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับทราบถึงแนวทางการวางแผนชีวิตภายหลังพ้นโทษ และจากนั้นจะมีการลงไปให้ความรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ ที่ตรงตามความต้องการและตรงกับตลาดแรงงานภายนอก

                 ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือแล้ว ผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้แสดงหน้าเวทีจำนวน1 ชุดในชื่อ ความฝันอันสูงสุด และจากนั้นคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงยุติธรรม เยี่ยมชมนิทรรศการที่อธิบายถึงที่มาและกิจกรรมในด้านต่างๆ ที่โครงการกำลังใจฯได้เข้ามาพัฒนาผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำต่างๆ ตลอดระยะเวลา 17  ปี และชมการสาธิตการฝึกวิชาชีพในฐานต่างๆ ได้แก่ การวาดภาพ ศาสตร์พยากรณ์ เครื่องศิลาภรณ์ สปากระเป๋า สิ่งประดิษฐ์ และการประกอบอาหาร จากนั้นได้เยี่ยมและมอบของที่ระลึกให้กับเด็กติดผู้ต้องขัง จำนวน 11 ราย และผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 16 ราย
 

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล’เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775235

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล'เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ'

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล’เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.34 น.

เริ่มแล้ว! วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ส่งความสุขในเทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 

วันที่ 14 ธันวาคม 2566  นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ 4 ฝ่าย นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดพิธีเปิดและแถลงข่าวโครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” อย่างเป็นทางการ ณ อาคารโดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี  มีนางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานพร้อมสาธิตการแต่งหน้าเค้กภายในงาน นอกจากนี้ ตัวแทนนักเรียน นักศึกษายังจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ พร้อมกับนำเสนอกระบวนการผลิตเค้กคุกกี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงผลงานของแผนกวิชา และการแสดงบนเวทีส่งความสุขรับเทศกาล ศริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้โครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยการให้นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชานำทักษะวิชาชีพของตนไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการเป็นนักขายที่ดี จำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ ได้แก่ คุกกี้คอนเฟลก คุกกี้อัลมอนด์ และคุกกี้สามสหายที่มีส่วนผสมของลูกเกด เม็ดมะม่วงหิมะพานต์และข้าวโอ๊ต ในรูปแบบต่างๆให้เลือกทั้งขนาดซองกระดาษ ปริมาณ 150 กรัม ราคา 120 บาท กล่องพลาสติกใหญ่ ปริมาณ 300 กรัม ราคา 180 บาท กล่องเหล็ก ขนาดเล็กปริมาณ 300 กรัม ราคา 220 บาท กล่องเหล็กขนาดใหญ่ ปริมาณ 450 กรัม ราคา 290 บาท ในส่วนเค้กนั้นจัดทำ 2 ชนิด ได้แก่ เค้กเนยสดหน้าครีม เค้กเนยสดหน้าแยม จำหน่ายในราคาปอนด์ละ 190 บาท สามารถสั่งจองและสั่งซื้อเค้กได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป – จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ในส่วนคุกกี้สั่งจองหรือซื้อได้ตลอดจนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งมีจำนวนจำกัด ในส่วนรายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา จัดสรรพัฒนาการเรียนการสอน และสถานศึกษาต่อไป 

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษา ได้ที่ห้องอาหารกาบแก้วบงกช วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี โรงแรมอาชีวะ (R CHEE WA HOTEL) @วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-250111 และสามารถติดต่อ ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775125

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

‘ศุภมาส’มอบ 9 กล่องของขวัญปีใหม่ 2567 ส่งความสุขคนไทยครอบคลุมทุกกลุ่ม ‘อว.อะคาเดมี่’ เรียนฟรีกว่า 700 รายวิชา เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีใบประกาศนียบัตรนำไปประกอบวิชาชีพได้ พร้อม Upskill-Reskill อาชีพต่างๆฟรี!ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและกลุ่มยากจน 21 จังหวัด                  

14 ธันวาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) แถลงข่าว “ของขวัญปีใหม่ อว.2567 เพื่อประชาชน” โดยมีนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. พร้อมผู้บริหารกระทรวง อว. และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว.เข้าร่วม ที่กระทรวง อว.

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ 2567 เพื่อส่งมอบความสุขให้กับประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา จนถึงผู้ใหญ่ตามที่รัฐบาลได้ให้ทุกกระทรวงเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกระทรวง อว.ได้คัดสรรของขวัญปีใหม่สุดพิเศษ ทั้งหมด 9 กล่อง เพื่อส่งความสุขให้กับคนไทย ดังนี้

กล่องที่ 1 มอบแก่ลูก ๆ  นักเรียนกว่า 125,000 คนทั่วประเทศ กับของขวัญที่มีชื่อว่า “สู่รั้วอุดมศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” โดย TCAS67 ในรอบแอดมิชชั่นนั้น ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ เลือกคณะ 10 อันดับ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 900 บาทต่อคน ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

กล่องที่ 2 “ภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมใช้ เพื่อคนไทยทุกคน” โดย อว. พร้อมให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมธีออส-2 ให้กับประชาชนที่สั่งถ่ายภาพ ในพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร ด้วยความละเอียดสูงสุด 50 เซ็นติเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ได้

กล่องที่ 3 ผูกโบว์คอร์สออนไลน์เรียนฟรี มอบความรู้ให้คนไทย ด้วย “อว. อะคาเดมี่ : สร้างงาน สร้างคน สร้างรายได้” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ อย่าง “RTA Thai MOOC” เพื่อ Upskill-Reskill ที่มีให้เลือกตามความสนใจ กว่า 700 รายวิชา ห้องเรียนไร้ขีดจำกัด ที่เข้าเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีใบประกาศนียบัตร เพื่อนำไปประกอบวิชาชีพได้ ขณะที่ ยังพาเหรดหลักสูตรอบรม Upskill-Reskill อาชีพต่าง ๆ ฟรี ! ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกลุ่มยากจนใน 21 จังหวัด โดยสถาบันวิทยาลัยชุมชน 21 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังมีหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย

กล่องที่ 4 ของขวัญที่ทำให้ไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยสมาร์ทกว่าที่เคย ด้วย “MHESI APP” แอปพลิเคชั่น ที่ใช้ง่าย สืบค้นไว และตอบโจทย์ผู้ใช้ อันได้แก่ “โอเพ่นไทยจีพีที กับดิกชันนารีภาษาไทยกว่า2 ล้านคำ” ตัวช่วยการสืบค้นข้อมูล การแปลภาษา และการสร้างข้อมูลอัตโนมัติเป็นภาษาไทย “Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์)” แพลตฟอร์มรับเรื่องและบริหารจัดการปัญหาเมือง ที่ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาที่พบเจอ ให้หน่วยงานดำเนินการแก้ปัญหาได้ “A-MED Care Pharma” แพลตฟอร์มหลังบ้านด้านสาธารณสุข ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง เข้าถึงยารักษาโรค กว่า 16อาการอย่างทั่วถึง ตัวช่วยหลังบ้านเพื่อจัดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ผ่านเครือข่ายร้านขายยา  “Thai Water Mobile” แอปฯ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศ สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำ-เขื่อน-ฝน-พายุ ที่ทันทุกเหตุการณ์ และครอบคลุมทุกพื้นที่

กล่องที่ 5 เพื่อให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ค้นหาแรงบันดาลใจ กับ “อว. เปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ด้วยพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมพิเศษ” ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ในช่วงปีใหม่ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ อพวช. คลองห้า จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่รัชดา เชียงใหม่ และนครราชสีมา  Space Inspiruim แหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี กิจกรรมการดูดาวรอบพิเศษยามค่ำคืน ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น ห้องปฏิบัติการแสงซินโครตรอนสุดล้ำ ที่ จ.นครราชสีมา หอปรัชญารัชกาลที่ 9 พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จ.เชียงราย การจัดงาน Coding ERA กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม หรือ Coding เพื่อพัฒนาศักยภาพคนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เป็นต้น

กล่องที่ 6 “MHESI E- Book” ของขวัญแก่หนอนหนังสือ กับ E- Bookที่สะดวก อ่านง่าย กับแหล่งรวมหนังสือ งานวิจัยและนวัตกรรม องค์ความรู้ต่างๆ เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วตั้งแต่วันนี้  

กล่องที่ 7 “นวัตกรรมและงานวิจัยเพื่อสังคม” ของขวัญที่ อว. จะมอบอากาศดีให้คนไทย ด้วย ‘DustBoy’เครื่องวัด PM 2.5 ด้วยเซ็นเซอร์ ที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 500 เครื่อง พร้อมจัดพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยกรองฝุ่น แก่ประชาชนที่เข้ามารับบริการ ได้ถึงร้อยละ 60 รวมถึงผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ดูดซึมน้ำสูง วัสดุปลูกพืชประเภทสารอุ้มน้ำเพื่อให้พืชได้รับน้ำในดินแม้เป็นช่วงแล้ง แจกฟรีคนละ 1 กก. จำนวน 1,000 คน นอกจากนี้ ยังขอมอบ “เท้าเทียมไดนามิก “sPace” คุณภาพสูงให้แก่ผู้พิการขาขาดตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้ดีขึ้นอีกด้วย

กล่องที่ 8 “บริการตรวจวัด – สอบเทียบ” ของขวัญที่ อว. ให้บริการตรวจวัด – สอบเทียบ ฟรี เช่น บริการตรวจวัดอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น บริการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ภาคประชาชน รวมถึงลดค่าบริการกลุ่มบริการอุตสาหกรรมต่างๆ

กล่องที่ 9 “บริการจุดพักรถ ตรวจเช็คสภาพรถฟรี เพื่อการขับขี่ปลอดภัย” เพื่อบริการประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานของ อว. เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว และสถานีวิจัยลำตะคอง เป็นต้น ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ดูแลคนไทย อุ่นใจตลอดเส้นทาง

“ของขวัญปีใหม่ทั้ง 9 กล่องจาก อว. ตั้งใจเพื่อส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ 2567 แก่ทุกท่าน โดยมุ่งเน้นสร้างผลงานเพื่อตอบโจทย์ประเทศและความต้องการของประชาชน และดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ขอให้คำมั่นว่า จะพา อว. เดินหน้าทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้สมกับการเป็นกระทรวงแห่งปัญญา โอกาสและอนาคต” นางสาวศุภมาส กล่าว

มอบประกาศนียบัตรความสำเร็จวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774971

มอบประกาศนียบัตรความสำเร็จวิชาการ

มอบประกาศนียบัตรความสำเร็จวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรฉลองความสำเร็จทางวิชาการให้นักเรียนจำนวน 17 คน ที่ทำผลสอบได้คะแนนสูงในหลายวิชา และได้รับรางวัล Pearson Outstanding Learner Award ที่มี 7 คนที่ได้คะแนนสูงสุดในประเทศไทย และอีก 2 คนได้ผลสอบ AS ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รางวัลสาขาวรรณคดีอังกฤษ และ ในสาขาภูมิศาสตร์

สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ. ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774973

สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ.  ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ. ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sirisoft (สิริซอฟต์) ผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดโครงการ HACKADAY 2023 ระดมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมในเวลาระยะสั้น ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดแฮ็กอนาคตเมือง อัพคุณภาพชีวิตคน ชวนคนรุ่นใหม่ออกแบบเว็บแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยยกระดับชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น ผ่าน 3 หัวข้อ ได้แก่ การศึกษา (Education) ความยั่งยืน (Sustainability) และโครงสร้างทางสาธารณูปโภค (Infrastructure) โครงการ HACKADAY 2023 ในครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาร่วมเป็นประธานในพิธีปิดโครงการและมอบรางวัลให้กับทีมผู้ชนะอีกด้วย ที่ KX Building เมื่อวันก่อน

สำหรับผู้ชนะโครงการ HAKADAY 2023 ได้แก่ ทีมโกโกจูเรนเจอร์ ที่นำเสนอแนวคิด Ultra Private Care (UPC) ซึ่งเป็นระบบช่วยดูแลผู้ป่วยแบบไม่ล่วงล้ำ โดยการตรวจจับการเคลื่อนไหวและดูแลผู้ป่วยโดยการใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์และเรดาร์ ผสมผสานกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่ นายณกรณ์ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, นายสีหนาท ล่ำซำ ประธาน บริษัท ล็อกซบิท จำกัด (มหาชน), คุณทรงชัย เงินหมื่นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย, ดร.ศรีหทัย พราหมณีผู้จัดการด้าน AIS The StartUp, และคุณสิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774969

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ  ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สืบเนื่องจากงานประกวดเขียนแผนธุรกิจและประชุมวิชาการระดับชาติ งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2566 เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.อนามัย ดำเนตร คณบดี คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยายในงานดังกล่าว และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องหยิบยกมาเล่าในวันนี้คือเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้สูงอายุในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริการในอุตสาหกรรมบริการไทย” บรรยาย โดย รศ.ดร.บรรพต วิรุณราชที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์) ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดที่ทุกภาคส่วนควรต้องใส่ใจดังนี้

รศ.ดร.บรรพต ได้กล่าวว่า ในหลายประเทศในปัจจุบัน ได้มีการกำหนดการเกษียณที่อายุมากกว่า 60 ปีซึ่งมีสาเหตุมาจากเด็กเกิดน้อยลงมาก แต่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันได้ขยายการเกษียณอายุถึง 67 ปี ฝรั่งเศสขยายถึงอายุ 65-67 ปี ญี่ปุ่นได้ขยายถึง 65 ปี เป็นต้น ส่วนไทยเองรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2560 คือออกกฎหมายสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุทำงาน โดยการสามารถนำรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนมาหักค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษี ได้ 2 เท่า แต่คำนวณเงินเดือนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนที่จ้างผู้สูงอายุ และจำนวนผู้สูงอายุที่จ้างไม่เกิน 10% ของพนักงานทั้งหมด โดยมีเอกชนที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ห้างบิ๊กซีรับสมัคร คนอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยประกาศรับอยู่เป็นระยะๆ ได้แก่ รับพนักงานธุรการ ฝ่ายบัญชี รับโทรศัพท์ต้อนรับลูกค้า แผนกอาหารสด ประจำศูนย์อาหาร มินิบิ๊กซี เภสัชร้านยาเพรียว

จากข้อมูลผู้สูงอายุของไทยในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 คือหมายถึง ทุก 100 คน จะมีผู้สูงอายุ 20 คนคนวัยเด็กถึงวัย 59 ปี มี 80 คน แสดงให้เห็นถึงจำนวนคนในวัยทำงานลดลง แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนอุตสาหกรรมบริการในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น การขาดแคลนแรงงานในวัยทำงานของอุตสาหกรรมดังกล่าวค่อนข้างมีมาก การแก้ปัญหาโดยอาศัยคนต่างชาติมาทำงานแทนนั้นก็ไม่ค่อยราบรื่น เพราะการยิ้มแย้มแจ่มใสแพ้คนไทย และมักชอบย้ายงาน

อุตสาหกรรมนี้ เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในการสร้างงาน สร้างเงินมาเป็นอันดับ 1 ของรายได้ของประเทศ จึงต้องอาศัยพนักงานมากขึ้น และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาศัยแรงงานบริการของผู้สูงอายุในเร็ววัน และประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษอีกเรื่องคือ การเตรียมทักษะ และความพร้อมให้กับคนสูงวัยที่จะทำงานในอุตสาหกรรมบริการในขณะนี้ยังไม่มีเป็นรูปธรรมเด่นชัด และควรเร่งดำเนินการ

รศ.ดร.บรรพต ได้หยิบยกงานวิจัย 2 ผลงานที่ศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมทักษะ และความพร้อมคนสูงวัยให้พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ งานวิจัยของ รศ.ธีวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าผู้สูงอายุเมื่ออายุ 60 ปี อำนาจการตัดสินใจต่างๆ จะถูกกำหนดโดย ภรรยา บุตร หรือ สามี จะไม่เป็นตัวของตัวเอง ชีวิตหลังวัย 60 ปี คนในครอบครัวเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด หากผู้สูงอายุในวันหน้า คือกลุ่มคนอายุ 40-59 ปี ที่เข้าวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุ อยากมีอำนาจกำหนดวิถีชีวิตหลังอายุ 60 ปี ของตนเองได้นั้น ต้องกำหนด หรือ ฝึกฝน ตั้งแต่อายุก่อน 60 ปี คือ 40-45, 46-50, 51-55, 56-59 ปี ด้วยวัยนี้ยังสามารถใช้เวลา ใช้เงิน และตัดสินใจด้วยตัวเองได้

อีกผลงานวิจัย เป็นของ ดร.วิริตยาภรณ์ ลือนาม ผู้จัดการ HR ของบริษัทเอกชนอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ผู้สนใจจะทำงานหลังอายุ 60 ปี ควรเตรียมความพร้อมร่างกาย คือหมั่นดูแลด้านสุขภาพ หมั่นตรวจเช็ค เบาหวาน ความดัน ไขมัน หลอดเลือด หากเป็นแล้วต้องกินยาพบแพทย์ เช่น ตามนัดทุกๆ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่มีการปฏิบัติกันอยู่ การฝึกทักษะงานที่จะทำหลังเกษียณ ควรเป็นงานที่ไม่อันตราย หากเป็นอุตสาหกรรมบริการ ควรฝึกทักษะด้านการบริการ ต้อนรับ ทักษะการใช้เทคโนโลยี บริการต่างๆ การพูดการคุย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของงานบริการ ควรมีการฝึกอารมณ์แรงจูงใจ บุคลิกภาพ และให้ยอมรับสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป ที่จากที่เคยโดดเด่น เป็นผู้บริหารใช้งานผู้อื่น ผู้อื่นเอาใจ แต่กลับกันจะถูกใช้งาน และต้องเอาใจผู้ใช้บริการของอุตสาหกรรมบริการนั้นๆ แต่ขณะเดียวกันให้ตระหนักว่าชีวิตยังมีคุณค่า ยังทำงานได้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหลังอายุ 60 ปี

จากข้อมูลดังกล่าว ขอสรุปดังนี้ สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณแบบมีคุณภาพ ควรต้องฝึกในวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุคือ 40-59 ปี ไม่ควรฝึกเมื่อเกษียณอายุแล้ว เพราะเราจะไม่เป็นตัวของตัวเองและจะถูกควบคุมจากคนรอบข้างทันที และปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดที่ทำธุรกิจการฝึกทักษะดังกล่าว อยากฝากนักธุรกิจหัวก้าวหน้าทุกท่านลองนำไปพิจารณาดู เผื่อท่านอาจจะเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ประสบผลสำเร็จก่อนใคร ส่วนนิสิตปริญญาเอกท่านใดที่ยังไม่มีหัวข้อวิจัย ก็สามารถวิจัยในประเด็นนี้กันได้ ก็น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมผู้สูงอายุไทย และประเทศชาติไม่ใช่น้อย

ชนิตร ภู่กาญจน์

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774974

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา  ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรางวัลผู้ชนะการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม (Architectural) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) ระดับมหาวิทยาลัย โครงการ AYDA Awards 2023 คือ นายสุทธิพงค์คามทิตย์ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับผลงาน “จากชุมชนสู่คนย่านเศรษฐกิจ” และนางสาวปาณิสา วงษ์ชอุ่ม นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สาขาวิชาออกแบบภายใน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับผลงาน “ศูนย์วัฒนธรรมไทยสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนศิลปินอินดี้-ป๊อปและนักวาดภาพประกอบ”

นอกจากนี้ ในปีนี้มีการมอบรางวัล A5 Best Design โดยบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้แก่ผลงานการออกแบบของเยาวชนที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ในชุมชนที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้ใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมด้วยโปรแกรมออกแบบ SketchUp Studio Education Software 2023 เป็นเวลา 1 ปีและสองผู้ชนะจากประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมมุ่งสู่การแข่งขัน AYDA AWARDS International Summit 2024 ณ กรุงเชนไน ประเทศอินเดียร่วมกับ ผู้ชนะจากอีก 16 ประเทศทั่วเอเชีย เพื่อชิงโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก Harvard Graduate School of Design สหรัฐอเมริกาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลาร่วม 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774970

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นำบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ประกาศเจตนารมณ์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (MOE Zero Tolerance) ในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบด้วยการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในเขตพื้นที่การศึกษาเนื่องในวันต่อต้านทุจริตสากล เมื่อเร็วๆ นี้

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774972

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’  ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท TikTok ประเทศไทย โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) SDG Lab และ GLab ประกาศผลผู้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ปี 2566 (Circular Innovation Challenge 2023) คือ ทีม SCPB จากประเทศไทย เจ้าของผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรมอิฐก่อสร้างที่ใช้ประโยชน์จากขยะ

ทีม SCPB จากประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศจากผลงานนวัตกรรมที่เรียกว่า “Semi-Calcite Passive Brick” หรืออิฐบล็อกประสานกึ่งแคลไซต์ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผสานความแข็งแรงทางโครงสร้างให้สามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติในการควบคุมสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน อาทิ ความสามารถในการควบคุมความชื้น และการควบคุมอุณหภูมิ โดยช่วยเสริมประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ลดการใช้พลังงานผ่านฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพดีขึ้น และเอื้อต่อสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการนำแนวคิดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้โดยวัสดุต้นทางที่ใช้ในการทำอิฐบล็อกนั้นมาจากระบบการหมุนเวียนภายในท้องถิ่น กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยเปลือกหอย พลาสติก และเศษแก้ว ที่เก็บรวบรวมจากชายฝั่ง ริมฝั่งแม่น้ำ หรือร้านอาหารต่างๆ

โครงการ Circular Innovation Challenge 2023 เป็นการแข่งขันแฮ็กกาธอน ระยะเวลา 5 สัปดาห์ ที่มีนวัตกรอายุระหว่าง 16-30 ปี จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสิ้น 830 ทีม รวมจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 3,333 คน จาก 11 ประเทศ

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774899

'เพิ่มพูน'ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.50 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก็มีความห่วงใย และได้กำชับให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ติดตามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วนตัวเลขครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเป็นนอกระบบและไปลงทะเบียนแก้หนี้กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ศธ.ที่ต้องเร่งดำเนินการ

“ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการดำเนินการ โครงการ “กล่องความรู้ คู่ความสุข” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้มีการจัดติวข้อสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และข้อสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT ซึ่งจัดสอบไปเมื่อวันที่ 9 – 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนเข้าถึงข้อมูลการจัดติวจำนวนมาก ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือรูปแบบการจัดงานวันเด็ก และวันครู การติดตามการแก้ปัญหาภาษาอังกฤษ การแก้ปัญหาผลสอบผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเด็กไทยมีคะแนนลดลง โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทางองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ส่งมาเพิ่มเติม เพื่อนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปแก้ปัญหาการสอบในครั้งต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีกรอบวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จำนวน 295,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% โดยในส่วนของศธ. ได้รับงบประมาณ 328,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 1,010 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.31% ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ เป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ได้รับงบอยู่ที่ 353,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.57% นั้น สำหรับงบที่ได้รับอนุมัตินั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ทั้งนี้ การจัดทำงบดังกล่าว ศธ.ได้มีการปรับลดลงจากเดิมก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารงาน ประมาณ 0.3% โดยได้มีการไปปรับปรุงงบประมาณบางรายการ เช่น การลงทุน เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งราคาสูง ก็เปลี่ยนไม่ลงทุนเอง แต่ให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ลงทุน แล้ว ศธ.ไปเช่าของ NT ใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐเช่นเดียวกัน  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 3,000 – 4,000 ล้านบาท

“ทั้งนี้ การปรับลดงบดังกล่าวหลักๆ จะเป็นงบลงทุน ส่วนเงินอุดหนุนรายหัว หรืองบรายจ่ายประจำ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบประมาณปี 2567 จะยังไม่มีการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต แต่จะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ในปี 2568” โฆษก ศธ.กล่าว